เร้นรักพรางใจ ( สนพ. พิมพ์คำ )

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 : อยากให้อุ้มไหม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60


ภาพถ่ายใบที่ ๙

อยากให้อุ้มไหม

สายของวันทำงานที่ทุกคนในออฟฟิศอยู่กันพร้อมหน้า และกำลังขะมักเขม้นกับหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน ทุกครั้งเวลาได้งานใหม่มาพวกเขาจะมานั่งประชุมกันและแบ่งงานในหนึ่งโพรเจกต์ออกเป็นส่วนๆ มอบหมายงานตามความถนัดของแต่ละคน ทว่าช่วงนี้มีงานจากลูกค้าหลายเจ้าที่มีกำหนดส่งในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน พวกเขาจึงใช้วิธีให้หนึ่งคนรับผิดชอบงานทั้งโพรเจกต์และคอยปรึกษากันในส่วนที่ไม่ถนัดแทน เพื่องานจะเสร็จทันเวลาและถือโอกาสเรียนรู้งานในส่วนที่ไม่ช่ำชองไปด้วย

งานที่กีรติได้รับมอบหมายคืองานของปาณัท เพราะช่วงนั้นมีแค่เขาที่ว่างพอจะไปคุยรายละเอียดของงานได้ เพราะต้องนัดพบกับหุ้นส่วนอีกคนของร้านอาหารของปาณัทที่กรุงเทพฯ ซึ่งก็คือวันเดียวกับที่ทรงยศโทร. มาบอกเขาเรื่องที่จะมีเพื่อนร่วมบ้านชื่อ...นิธิ ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยนั่นละ

คิดถึงเรื่องนี้ทีไรแล้วก็ขำไม่หาย ไม่นึกว่าการได้ยินพลาดเพียงครั้งเดียวจะทำให้เขาเลยเถิดถึงขั้นไป...สัมผัสส่วนหวงห้ามของเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นเขายอมรับว่าในใจคิดว่าคงไม่อาจทำตัวปกติกับสาวร่วมบ้านได้แล้ว ไม่พ้นต้องอยู่แบบกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูกทุกครั้งที่เจอหน้าไปตลอดสามเดือนที่เธออยู่ด้วยเป็นแน่ แต่ที่ไหนได้...

รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน แล้วหยิบถุงผ้าบางๆ ที่รูดปากเอาไว้ขึ้นมา กีรติย้อนคิดถึงตอนที่เขาได้ถุงผ้าใบนี้มาเมื่อเช้านี้

ตอนนั้นเขาเพิ่งตื่นและเดินออกมาจากห้องนอน เห็นมันถูกแขวนเอาไว้กับลูกบิดประตูหน้าห้อง ทีแรกเขางุนงงอยู่ครู่หนึ่งถึงที่มาที่ไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้คนเดียว ถุงใบนี้น่าจะมาจากคนชั้นสองแน่ๆ

พี่นันท์นี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ ชายหนุ่มพึมพำพลางหยิบถุงออกมาจากลูกบิดประตู

การคาดเดาแน่ชัดขึ้นเมื่อเขาเปิดถุงออกดูแล้วพบว่ามีถุงยาเล็กๆ ใส่เอาไว้อยู่ภายใน มีตัวหนังสือยุกยิกเขียนกำกับไว้ว่า ยาแก้ไอ ชายหนุ่มอ่านแล้วอมยิ้ม ส่ายหน้าน้อยๆ

เมื่อคืนเธอคงจะได้ยินเสียงเขาไอ พลันสงสัยขึ้นมาว่ามันได้รบกวนเธอหรือเปล่า

หูดีจังแฮะ

ว่าพลางเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ และก็เพิ่งรู้สึกตัวตอนนี้เอง ว่าอาการไอเพราะตากลมเย็นเมื่อคืนหายไปแล้ว ชายหนุ่มลูบแผงอกตัวเองอย่างเขินๆ หลุดคำพูดลอยลม

หายไอขึ้นมาทันทีเลย

แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งที่เป็นคนพูดเองว่าไม่หลงเหลืออาการที่ว่าแล้ว ทว่า...เขากลับหยิบถุงผ้านี้ใส่กระเป๋ามาทำงานด้วย ยิ่งได้มอง ก็เหมือนเห็นดวงหน้าขาวนวลที่ชอบขึ้นสีระเรื่อปรากฏอยู่ในความรู้สึก เรียวปากของชายหนุ่มผลิยิ้มอย่างไม่รู้ตัว และก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั่งมองถุงผ้าอยู่อย่างนั้นนานเท่าไร จนกระทั้งได้ยินเสียงของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ร้องทัก

“อ้าวๆ ไอ้ต่อ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรมึง”

กีรติหันไปมอง พร้อมกับรับเอาสายตาทุกคู่ในออฟฟิศที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียวตามคำบอกของพิพัฒน์ ก่อนที่กรวีร์ซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าจำเลยจะมองผ่านช่องว่างใต้จอคอมพิวเตอร์มาเห็นถุงผ้าในมือของคนถูกถามพอดี

“อั้นแหนะ สาวไหนให้มาอีกล่ะมึง”

“เฮ้ย! พี่มีหญิงด้วยเหรอพี่ต่อ ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้อยู่คนเดียว” ศรัณย์ท้วง พร้อมกับหมุนเก้าอี้ของตัวเองมาทางกีรติเต็มตัว สีหน้าดูตื่นเต้นอยากรู้กว่าใครเพื่อน

เพราะงานของไอทีซัพพอเตอร์อย่างน้องเล็กของบริษัทจะครอบคลุมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ ศรัณย์จึงมักจะต้องออกปฏิบัติงานนอกออฟฟิศบ่อยๆ เลยทำให้เขากลายเป็นสมาชิกที่รู้อะไรหลายๆ อย่างในออฟฟิศเป็นคนสุดท้ายเสมอ

“ใครพี่ เขาเคยมาที่นี่เหรอ” ประโยคแรกเขาถามกีรติ ทว่าประโยคต่อมากลับหันไปถามพิพัฒน์ที่นั่งอยู่ข้างหลัง ศรัณย์จะตื่นเต้นขนาดนี้ก็ไม่แปลกเพราะตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ หนุ่มขี้เล่นอารมณ์ดีอย่างกีรติมักจะมีสาวๆ แวะมาหาที่บริษัทบ่อยครั้ง ทั้งคนที่รู้จักผ่านงานบ้าง รู้จักสมัยเรียนบ้าง หรือแม้แต่สาวมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ๆ ก็มี แต่เขาก็ยังไม่เห็นว่ากีรติจะมีท่าทีว่าจะตอบรับไมตรีจากผู้หญิงคนไหนจริงจังสักคน จะมีแต่คุยไปตามมารยาทเท่านั้น

“หญิงอะไร ไม่มีเว้ย” คนถูกคาดคั้นทางสายตารีบปฏิเสธ แอบวางของในมือเอาไว้สุดขอบโต๊ะ ไม่อยากให้เป็นจุดสนใจ ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าจะเค้นความจริงจากปากเขาให้ได้ คนถูกมองเลยต้องเอ่ยย้ำ “ไม่มีจริงๆ”

กรวีร์เลื่อนสายตาไปสบกับพิพัฒน์ ก่อนจะยักไหล่ให้เหมือนจะบอกว่าต่อให้ถามไปก็คงไม่บอก ทุกคนในทีมอ่านท่าทางนั้น รู้เป็นนัยว่าบอกให้แยกย้าย พวกเขาจึงละประเด็นนั้นไป

ทุกคนหมุนเก้าอี้กลับไปสนใจงานของตัวเองต่อ แต่ก็ไม่วาย มีเสียงบ่นพึมพำจากกรวีร์แว่วมาเหมือนตั้งใจให้จำเลยที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาได้ยิน

“อาการอย่างนี้ กูว่ามี”

กีรติแกล้งทำเฉยๆ ตีหน้านิ่งว่าไม่ได้ยินเสียงนั้น และพอแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครสนใจเขา ชายหนุ่มก็เลื่อนสายตาไปหาถุงผ้าที่วางเอาไว้ ใจกำลังคิดว่าเขาควรจะส่งข้อความไปขอบคุณเธอดี หรือรอเอาไว้บอกกับเจ้าตัวตอนเจอหน้า เธอต้องถามไถ่อาการของเขาแน่ เขาควรจะบอกว่าหายดีแล้ว หรือแกล้งป่วยมากขึ้นดีนะ เผื่อจะได้รู้ว่าที่เอายามาให้นี่เพราะรำคาญเสียงไอ หรือเพราะว่าห่วงใยเขากันแน่

ชายหนุ่มมัวแต่วกวนอยู่กับคำถามมากมายในหัว จนไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ในห้องทำงานที่แกล้งละความสนใจไปเมื่อครู่ ตอนนี้หันกลับมามองที่เขาเป็นตาเดียวอีกครา แถมยังสบตากันไปมาอย่างรู้ความคิด พิพัฒน์มองอาการของกีรติแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ หยิบคลิปหนีบกระดาษบนโต๊ะปาใส่คนเก็บอาการไม่อยู่แต่ยังดื้อปากแข็ง

“ไอ้ต่อ! ยังยิ้มไม่เลิกอีก ทำงานเว้ยทำงาน”

สุดท้ายเสียงฮาครืนก็ดังไปทั่วห้อง จนโดนแซ็วรีบเก็บของลงลิ้นชัก เห็นทีเขาจะต้องระวังตัวมากกว่านี้เสียแล้ว

ต่อตรงนี้ 50%


เสียงประตูรั้วบ้านเลื่อนเปิดออกตามแรงดึงของคนเพิ่งกลับมาถึง วันนี้กีรติกลับบ้านเร็วกว่าเวลาปกติชั่วโมงกว่า เพราะทนสายตาหยอกล้อของทุกคนในบริษัทไม่ไหว ไหนจะศรัณย์ที่วันนี้พูดมากเป็นพิเศษ คะยั้นคะยอให้เขายอมบอกว่าผู้หญิงที่ทำให้โลกของเขากลายเป็นสีชมพูหลังจากที่หวงแหนความโสดมานานเป็นใคร คิดแล้วก็ส่ายหน้า

โลกสีชมพูอะไรกัน ก็แค่พี่สาวร่วมบ้าน เขายังไม่คิดอะไรเลยเถิดกับเธอเสียหน่อย ที่ยิ้มนั่นก็เพราะ...

ความคิดพลันสะดุด เพราะสมองฉุกคิดถึงสาเหตุ ก่อนที่เขาจะหาคำตอบได้ในเวลาไม่นาน

...ก็เพราะรู้สึกดีที่มีคนห่วงใยต่างหาก ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย

แล้วความคิดของเขาก็หยุดลง เมื่อสายตาเลื่อนไปเห็นร่างขาวผ่อง ยิ่งยืนต้องแสงแดดใกล้เวลาอัสดงแบบนี้ ผิวเธอยิ่งดูขาวใส เหมือนมีประกายเปล่งออกมาอย่างไรอย่างนั้น กีรตินิ่งค้างอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหา นิธินันท์กำลังสาละวันอยู่กับการเก็บผ้าที่ตากเอาไว้ เลยไม่ทันได้สังเกตว่าใครอีกคนกลับบ้านมาแล้ว

อีกไม่กี่ก้าวที่ชายหนุ่มจะเดินไปถึงตัวเธอ หญิงสาวก็เก็บเสื้อที่แขวนอยู่บนราวตรงหน้าออกพอดีและเห็นเขาเข้าเสียก่อน จึงเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้น

“อ้าว ทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะต่อ”

คำถามธรรมดาทว่ากลับทำให้ชายหนุ่มใจสั่นตึกๆ ก่อนที่รู้ตัวว่าบางทีอาจไม่ได้เป็นเพราะคำถาม แต่คงเป็นเพราะ...กางเกงขาสั้นตัวอันตรายที่เผยเรียวขายาวๆ ขยี้ใจนั่นมากกว่า ชายหนุ่มรีบหันมองไปทางอื่นไม่อยากให้ปีศาจร้ายในตัวเสียมารยาทกับเธอไปมากกว่านี้ อันที่จริงเวลาอยู่ที่ออฟฟิศ เขาก็เห็นเจนนิภาใส่กางเกงขาสั้นแบบนี้หลายครั้ง ทว่าก็ไม่เห็นเขย่าใจเขาได้เหมือนเห็นนิธินันท์ใส่เลย

คิดแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ...ไอ้ต่อจะได้กลายเป็นโรคจิตภายในสามเดือนก็เพราะอย่างเนี้ย!

“วันนี้ขี้เกียจ เลยกลับเร็ว งานเสร็จแล้วด้วย” แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่บอกสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อได้โอกาส “ผมช่วยเก็บนะพี่”

ไม่รอให้หญิงสาวเอ่ยคำอนุญาต เขาผินสายตาหนี ตั้งใจจะหันไปเก็บผ้าอีกฝั่งเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เขาจะแตะโดยของที่ตากเอาไว้ มือหนาก็ต้องหยุดชะงักกลางอากาศ เมื่อพบว่ามันคือ...

ชุดชั้นใน!

ชายหนุ่มเบิกตากว้าง พยายามบังคับสายตาไม่ให้มองหาป้ายบอกขนาด แล้วก็ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยให้เจ้าของ ของร้อนตรงหน้าเขารู้ตัวทัน และตรงเข้ามาห้ามการตอบสนองของร่างกายเขาเอาไว้ได้ทันท่วงที

“เอ๊ย! อันนั้นฉันเก็บเอง”

ไม่ว่าเปล่า นิธินันท์รีบพุ่งตัวมาคว้าราวหนีบผ้าแบบวงกลมที่เธอตากชุดชั้นในเอาไว้มาซ่อนไว้ข้างหลัง สบสายตาเขาด้วยท่าทางประดักประเดิดกันทั้งคู่ กีรติจึงรีบหันไปอีกทาง พลันสายตาหันไปเห็นตัวช่วยที่วางอยู่ที่พื้นพอดี

“งั้นผมช่วยพี่ยกตะกร้าไปก็แล้วกัน”

เจ้าของตะกร้าผ้าพยักหน้าเร็วๆ เอื้อมมือไปคว้าเสื้ออีกสองสามตัวที่ยังแขวนค้างอยู่บนราวตากผ้า แล้วชิงเดินนำเขาไปก่อนเพื่อซ่อนสีหน้าเอาไว้ อยากจะรีบเผ่นจากสถาการณ์หายใจติดขัดนี้ให้เร็วที่สุด

เข้ามาในบ้านได้เกือบห้านาที กว่าจะนิธินันท์จะขับไล่ความกระดากอายที่วิ่งพล่านไปทั่วตัวให้หายไปได้ เธอเดินตรงไปยังบันไดขึ้นชั้น เพื่อนร่วมบ้านชายก็เดินตามมาโดยไม่ปริปากพูดอะไร จนกระทั่งทั้งคู่ขึ้นบันไดมาได้ครึ่งหนึ่ง คนเดินตามจึงเห็นว่าเขาควรทำอะไรสักอย่างให้บรรยากาศคลายความกระอักกระอ่วนลงกว่านี้

“เออพี่นันท์ ยาของพี่ใช่ไหม ขอบคุณมากนะพี่”

“หายแล้วเหรอ”

“ตอนแรกก็กะว่าจะลองแกล้งป่วยต่ออีกสักหน่อย แต่พอกลับมาเห็นพี่กำลังเก็บผ้า เลยคิดว่าเล่นบทเจนเทิลแมนน่าจะดีกว่า เผื่อวันหลังพี่ไปอยู่ที่อื่นจะได้เล่าให้สาวๆ ที่นั่นฟังได้ว่าหนุ่มเชียงรายใจดีขนาดไหน”

นิธินันท์ย่นจมูกให้...เจนเทิลแมนจนเกือบจะช่วยเธอเก็บชุดชั้นในกันเลยทีเดียว

แม้จะประชดไม่จริงจังนักอยู่ในใจ แต่เธออดยิ้มให้คำพูดเขาไม่ได้ ยอมรับเลยว่าเขาเก่งจริงๆ หมอกความอึดอัดที่ปกคลุมเมื่อครู่ จางหายไปเพียงแค่เขาพูดไม่กี่ประโยค

“เอาตะกร้าวางไว้ตรงนี้ก็ได้ต่อ”

กีรติวางตะกร้าผ้าเอาไว้ที่หน้าห้องตามที่เธอบอก และกำลังจะกลับลงไปข้างล่าง เสียงหวานก็รั้งเขาเอาไว้

“เอ้อต่อ วันเปิดร้านอาหารของพี่ณัท ต่อก็ไปด้วยใช่ไหม”

คนถูกถามชะงักนิ่ง การขานเรียกที่ถูกเปลี่ยนจาก คุณปาณัท กลายเป็น พี่ณัท ทำให้เขารู้สึกใจตกวูบอย่างไม่มีรู้สาเหตุ พอเดาได้ว่าทั้งคู่คงจะสนิทกันมาขึ้นหลังจากไปกินข้าวที่ร้านของปาณัทเมื่อครั้งนั้น ความรู้สึกที่กีรติเรียกว่ามันเป็นอาการ หวงน้องสาว ของเขาแล่นเข้าชนจนรู้สึกจี๊ดๆ ที่หัวใจเหมือนวันนั้นไม่มีผิด แต่รู้ตัวดีว่าทำอะไรไม่ได้เพราะเธอไม่ใช่น้องสาวของเขา

“งานเปิดร้านของพี่ณัทเหรอ” กีรติลงมายืนอยู่บนขั้นบันไดที่ต่ำลงมา วางท่อนแขนกันราวจับแล้วเลิกคิ้วเหมือนคิดนิดหนึ่ง ล้วตอบไป “วันนั้นผมไม่ได้ไปหรอกพี่”

“อ้าว...”

“มันชนกับงานแต่งเพื่อนพอดีน่ะ เลยต้องไปงานแต่งเพื่อน”

นิธินันท์หน้าหงอย กีรติจึงคาดเดาว่าอาการนั้นน่าจะเพราะเธอกลัวไม่มีเพื่อนไปด้วย 

“ไม่ต้องกลัวเหงาหรอก คนอื่นๆ ในออฟฟิศน่าจะไปนะ”

“แต่เจนก็บอกว่าไม่ไปเหมือนกัน เพราะต้องกลับบ้านแม่ที่ต่างอำเภอ”

กีรติพยักหน้า เขาทราบเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะพิพัฒน์ก็ต้องไปพร้อมกับเจนนิภา ปฏิทินที่ออฟฟิศระบุไว้ชัดว่าวันนั้นพิพัฒน์ไม่อยู่

“พี่ณัทเขาชวนพี่ไป เขาก็ต้องเทคแคร์พี่อยู่แล้ว” ประโยคที่ชายหนุ่มพูดเพราะอยากให้คนหน้าหงอยรู้สึกดี แต่ก็กลับรู้สึกเหมือนโดนอะไรสักอย่างจิ้มแผลที่เจ็บจี๊ดในอก

ยิ่งได้รู้ว่าทั้งคู่คุยกันได้โดยไม่ต้องผ่านเขา ก็เหมือนบอกเป็นนัยว่าความสัมพันธ์คงก้าวหน้าไปในระดับหนึ่ง ระดับไหนเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้เพียงแค่ว่าอยู่ในระดับที่...พ่อสื่อจำเป็นอย่างเขา คงไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป

ความรู้สึกน้อยใจตีวนอยู่ในอก

น้อยใจเพราะไม่เป็นที่ต้องการในเส้นทางความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่อย่างนั้นเหรอ ตำแหน่งพ่อสื่อพ่อชักนี่เขาก็ไม่ได้ต้องการจะรับมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จบไปก็ดีแล้วนี่ ไม่เห็นจะมีเรื่องให้น่าน้อยใจตรงไหน หรือหากเพียงแต่...ความน้อยใจนี้ไม่ได้เกิดมาจากสาเหตุนั้น

ถ้าแล้วอย่างนั้นมันเพราะอะไรกัน!

“เขาแค่จ้างฉันไปถ่ายรูปเฉยๆ ไม่ได้เชิญไปเป็นแขกซะหน่อย”

กีรติยิ้ม เขารู้ดีว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้างของปาณัทเท่านั้น

ยิ่งคิดยิ่งปวดในอกตุบๆ เขาเลยถือโอกาสหักหัวเรือหนีเสียเลย

“พี่นันท์ วันเสาร์นี้ผมไม่อยู่นะ”

“อ้าว ทำไมล่ะ จะกลับบ้านเหรอ” คนที่รู้ตัวว่ากำลังจะต้องอยู่บ้านคนเดียวในวันหยุดก้าวลงบันไดมาอีกขั้นอย่างไม่รู้ตัว

กีรติสบสายตาที่มีแววเหมือนร้องเรียกหาของคนที่อยู่ห่างจากเขาแค่บันไดขั้นเดียว “ไม่ได้กลับบ้านหรอก พอดีนัดคุยงานกับลูกค้าที่เชียงใหม่”

“ไปคนเดียวเหรอ”

ดวงตาของหญิงวาวด้วยความหวัง หากเขาบอกว่าไปคนเดียว เธออาจจะขอนั่งไปเป็นเพื่อน ทว่าเขากลับส่ายหน้า

“พี่พัฒน์ไปด้วย” คนพูดมองคนผิดหวังที่คอตกอีกครั้ง เผลอยิ้มให้พี่สาวที่จู่ๆ ก็ทำสีหน้างอแงเหมือนเด็กน้อย คนที่ติดนิสัยเป็นพี่มาตลอดเวลาอยู่บ้านเลยปลอบใจ “พี่ไม่ต้องกังวลว่าจะได้นอนคนเดียวหรอกนะ ผมไม่ได้ค้างหรอก ดึกๆ ก็กลับมา”

แม้ว่าคำพูดของเขาหากคนอื่นมาได้ยินคงเข้าใจผิดว่าทั้งสองนอนร่วมห้องเดียวกัน แต่เวลานี้หญิงสาวไม่ใส่ใจ หัวใจของเธอกำลังพองฟูด้วยเสียงทุ้มที่ปลอบโยนนั้น นิธินันท์พยักหน้ารับแล้วผลิยิ้มกว้าง “จะรอนะ”

“ครับ”

ต่อตรงนี้ (75%)

 โทรทัศน์ที่เปิดค้างเอาไว้ส่งเสียงดังกลบความเงียบสงัดของเวลายามค่ำคืน ทว่าคนที่นั่งอยู่หน้าจอกลับไม่ได้สนใจรายการที่ฉายอยู่เท่าไร นิธินันท์เหลือบตาขึ้นจากจอโน้ตบุ๊กของเธอมองโทรทัศน์แวบหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมตที่วางใกล้ๆ มาเปลี่ยนช่อง เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเสียงของผู้ดำเนินรายการชวนง่วงมากกว่าจะช่วยทำลายความเงียบของบ้าน

เมื่อได้รายการที่ถูกใจแล้ว หญิงสาวก็วางรีโมตลงที่เดิม ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่แขวนเอาไว้ข้างฝา สี่ทุ่มกว่าแล้ว คนที่บอกว่าวันนี้จะกลับดึกยังไม่กลับมาเลย เธอทำงานจนเบื่อ ดูโทรทัศน์จนเลิกดูแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะกลับมาถึงบ้านสักที คนรอถอนหายใจ ย้ายสายตาไปมองสมาร์ตโฟนของตัวเอง ชั่งใจอยู่ว่าจะลองส่งข้อความหาเขาอีกครั้งดีไหม แต่แล้วก็ตัดใจ เพราะการติดต่อกันครั้งล่าสุด เขาบอกว่าขากลับเขาต้องรับหน้าที่เป็นคนขับรถ เปลี่ยนกับพิพัฒน์ที่ขับตอนขาไป

“แล้วนี่ทำไมเราต้องรอเขาด้วยเนี่ย”

คำถามที่หญิงสาวเอ่ยถามแกมตัดพ้อตัวเอง ก่อนที่จะให้คำตอบตัวเองในใจว่า นั่นก็เป็นเพราะเธอดันบอกเขาเอาไว้เมื่อวันนั้นว่าจะรอ แม้ว่าจะหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมวันนั้นเธอถึงพูดไปอย่างนั้นก็ตาม

แต่เอาเถอะ อย่างไรเสีย เวลาดึกแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นความลำบากอะไรสำหรับคนทำงานโต้รุ่งเป็นประจำอย่างเธอ คิดเสียว่าไม่ได้รอเขา เธอก็แค่ทำงานของเธอ เพียงแต่ย้ายมานั่งหน้าโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นก็เท่านั้น เมื่อคิดอย่างนั้นหญิงสาวก็ก้มหน้าก้มตาสนใจงานของเธอต่อ ทว่าทำไปได้ไม่ถึงชั่วโมง ความเมื่อยล้าที่นั่งจ้องหน้าจอมาตลอดทั้งวันก็พาความง่วงเข้าครอบงำร่างกายของเธอจนได้

นิธินันท์พยายามจะฝืนเปลือกตาที่หนักขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ฝืนต่อไปไม่ไหว หยิบโทรศัพท์มาตั้งนาฬิกาปลุก วางเอาไว้ใกล้ๆ แล้วเอนกายลงนอนคุดคู้อยู่บนโซฟา เพิ่งรู้สึกตอนนี้ว่าอากาศเย็นขึ้นนิดหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดจะขึ้นไปหยิบผ้าห่ม เพราะเธอตั้งใจจะหลับแค่หนึ่งชั่วโมง แล้วเดี๋ยวตื่นมาทำงานต่อก็คงอุ่นขึ้นแล้วล่ะ

แล้วเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงหลังจากหญิงสาวเข้าสู่ห้วงนิมิต เสียงกุกกักก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ไม่ถึงนาทีประตูก็ถูกเปิดเข้ามา โดยชายร่างกำยำ อีกหนึ่งผู้อยู่อาศัยของบ้านนี้ เสียงโทรทัศน์คืออย่างแรกที่เข้ามาทักทายเขา คนที่ในหัวคิดอยู่ตลอดทางว่าคนที่บ้านจะยังรออยู่หรือเปล่าผุดยิ้ม ก้าวฉับๆ ตามเสียงไปทันที

ภาพแรกที่เขาเห็นเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นคือโทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ แต่คนที่เขาคิดว่าดูโทรทัศน์อยู่กลับนอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟานุ่ม กีรติเดินไปวางถุงพลาสติกในมือที่หิ้วกลับมาด้วยบนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้คนหลับใหล ย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้สายตาของเขาอยู่ในระดับเดียวกับดวงหน้านวลของเธอ

“ทีวีดูคนหรอกเหรอเนี่ย”

แซ็วคนหลับแล้วก็อมยิ้มมุมปาก ไล่สายตามองดวงหน้าหวานอย่างลืมตัวแล้วก็อดใจสั่นไม่ได้ คนที่ตกอยู่ในภวังค์ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้นัยน์ตาของเขาประกายวาววับแค่ไหน นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าพินิจใบหน้าของเธอในระยะที่ใกล้มากเท่านี้ คนเผลอไผลค่อยๆ ยื่นมือหนาเขาไป หวังจะเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มใสออก

ในวินาทีที่ปลายนิ้วของชายหนุ่มกำลังจะแตะโดนเส้นผม เสียงประหลาดจากสมาร์ตโฟนก็ทำให้เขาสะดุ้งจนต้องผงะถอย พอดีกับที่ร่างอรชรบนโซฟาขยับกาย งัวเงียชันตัวขึ้นนั่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าต้นกำเนิดเสียงนั้นขึ้นมากดหยุดเสียง

นิธินันท์โยนมือถือที่กดปิดเสียงปลุกแล้วไปบนโซฟาอย่างลวกๆ ก่อนจะยกสองแขนขึ้นบิดตัวเพื่อไล่ความเมื่อยล้า พลันหางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่เยื้องไปข้างหลังเธอเข้าพอดี

“เฮ้ย! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

คนตกใจรีบหุบแขนลง ลืมความเมื่อยล้าไปฉับพลัน

“ก็เพิ่งมาถึงนี่แหละ” ชายหนุ่มว่าระคนหัวเราะ คนตื่นใหม่เลยตีหน้ายุ่งใส่

“ขำอะไร”

“เมื่อกี้เสียงปลุกพี่หรอกเหรอ ตลกอ้ะ คิดว่านกที่ไหนมาร้อง”

“ตลกตรงไหน ก็แค่เสียงน้ำไหล นกร้อง เสียงธรรมชาติไม่เห็นน่าตลกเลย”

“เสียงปลุกหรือชวนนอนต่อกันแน่ ใครจะไปตื่นกัน”

นิธินันท์ยังเห็นรอยขันในแววตาคนตัวสูงอยู่ เลยว่าเขากลับบ้าง “ก็ฉันนี่ไงตื่น ใครจะไปขี้เซาเหมือนเธอ

ชายหนุ่มยิ้มล้อ มองคนเพิ่งตื่นที่เผลอถูแขนตัวเองไปมา เพราะยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็นลง หลับไปแบบไม่ห่มผ้าแบบนั้น คงจะหนาวละสิท่า

“ผมซื้อน้ำเต้าหู้มาฝาก” กีรติพยักพเยิดไปหาถุงพลาสติกที่เขาวางเอาไว้บนโต๊ะ “เจ้าอร่อยที่ตลาดหน้ามอ กินตอนนี้เลย

ไหม ยังร้อนอยู่เลยนะ”

            ว่าแล้วก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “เอ้อ! ยังไม่มีเวลาพาพี่ไปเดินตลาดเลย เอาของกินมาฝากก่อนละกันนะ ช่วงนี้ผมยุ่งๆ น่ะ หรือจะให้พี่เจนพาไปแทนดี”

            ถามออกไปอย่างนั้น แต่ในใจก็ลุ้นอยากให้เธอปฏิเสธ

            “อย่าเลย เกรงใจเจน เจนก็คงจะยุ่งเหมือนกัน ฉันก็ไม่ได้รีบอะไรด้วย หรือว่าเธอขี้เกียจจะพาฉันไปแล้ว”

            “ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นซะหน่อย” พูดเสียงเหมือนจะประท้วงว่าเธอใส่ร้าย “ก็แค่...กลัวพี่รอผมไม่ไหว”

            “ฉันเคยพูดอย่างนั้นเมื่อไหร่กัน”

            คนที่บอกว่าจะพาไปยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวเรียงสวย แม้ทั้งคู่จะไม่เอ่ยออกมาตรงๆ ว่าอยากจะไปด้วยกัน แต่หากข้อตกลงยังคงเดิมอยู่อย่างนั้น...ก็เพียงพอแล้ว


ต่อตรงนี้ (100%)


“งั้นเคลียร์งานช่วงนี้เสร็จแล้ว เดี๋ยวผมพาไปนะ ส่วนวันนี้...” ชายหนุ่มเดินไปหยิบถุงพลาสติกบนโต๊ะขึ้นมา “กินน้ำเต้าหู้ไปก่อน”

นิธินันท์พยักหน้า ทำท่าจะลุกขึ้นจากโซฟา ตั้งใจจะไปรับถุงน้ำเต้าหู้จากเขาเพื่อเอาไปรินใส่แก้ว ทว่าชายหนุ่มกลับชักถุงกลับ

“นั่งรอตรงนี้แหละ เดี๋ยวผมจัดการให้”

“ไม่เป็นไร ขับรถมาเหนื่อยๆ ต่อมานั่งพักเถอะ”

“เอาน่า ถือว่าผมไถ่โทษที่ไม่มีเวลาพาพี่ไปเดินเที่ยวสักทีละกัน”

ว่าแล้วก็หันหลังตรงไปทางห้องครัว ไม่ทันเห็นว่ามีคนมองตามหลังแล้วแอบแย้มยิ้ม ดวงตาประกายไปด้วยความสุขอย่างไม่ปกปิด นิธินันท์ย่อตัวลงนั่งบนโซฟา รู้สึกกรุ่นอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก

ไม่นานนัก กลิ่นของน้ำเต้าหู้ก็ลอยมาแตะจมูก หญิงสาวหันมองตามพร้อมกับรับแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวจากมือเขามาวางไว้บนโต๊ะ กีรติส่งแก้วให้หญิงสาวแล้ว ก็วางแก้วของตัวเองลงบ้าง ตามด้วยจานที่ใส่ขนมปังนึ่งและสังขยา คนนั่งอยู่ก่อนบนโซฟาขยับเพื่อให้เขานั่งลงข้างๆ เธอ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ทำอย่างนั้น วางของเสร็จ เขาก็เดินตรงเข้าห้องนอนไป

นิธินันท์ชะโงกหน้ามองตาม คิดว่าเขาจะเข้านอนเลยหรือก็คงไม่น่าใช่ คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน ก่อนที่เธอจะเลื่อนสายตากลับมามองแก้วน้ำเต้าหู้อีกใบที่วางเอาไว้ด้วยความสงสัย ยังไม่ทันจะได้คำตอบ ร่างสูงก็เดินกลับออกมาพร้อมกับหอบผ้าห่มของเขาเอาไว้ในแขนข้างหนึ่ง

“ดึกๆ แบบนี้เวลามาทำงานหน้าทีวี พี่ต้องมีผ้าห่มด้วยนะ” เขาว่าขณะวางของในมือลงบนโซฟา “ถึงชั้นหนึ่งจะไม่หนาวเท่าชั้นสอง แต่มันก็เย็นอยู่ดี”

กีรติพูดไปเอาผ้าห่มล้อมตัวหญิงสาวไป คนที่ไม่เข้าใจการกระทำถึงกับทำตัวไม่ถูก ได้แต่นั่งแข็งทื่อ เสร็จแล้วเจ้าของผ้าห่มก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เธอ

“บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าพี่เกิดไม่สบายขึ้นมา ผมไม่มียาให้พี่หรอกนะ” คราวนี้นิธินันท์หันหน้าไปมองคนพูดช้าๆ สานสบสายตาที่มองเธออยู่ก่อนเข้าพอดี ชายหนุ่มกดยิ้มให้ “ผมคงต้องอุ้มพี่ไปโรง บาลเลย”

อุ้ม?

ม่านตาของหญิงสาวเบิกขึ้นในเสี้ยววินาที ใจเต้นโครมครามเมื่อคิดถึงการกระทำที่เขาว่า แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านใจเธอออกหรืออย่างไร ถึงได้ถามกลับมา

“พี่อยากให้ผมอุ้มไหม”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีก อยากจะสัพหยอกเขากลับเพื่อกลบเกลื่อนอาการแปลกประหลาดนี้นัก แต่ทว่า...เส้นเสียงของเธอเหมือนจะใช้การไม่ได้ขึ้นมา และในตอนนั้นเองชายหนุ่มก็โน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อดึงปลายผ้าห่มอีกด้านที่อยู่ห่างจากตัวเขา กลิ่นกายชายพัดผ่านจมูกของหญิงสาวเพียงเสี้ยววินาที ทว่าเท่านั้นมันก็ทำให้เธอต้องขมริมฝีปากแน่ สะกัดกลั้นความรู้สึกที่พลั่งพรูเอาไว้

“ถ้าพี่ไม่อยากให้ผมอุ้ม ก็ต้องห่มผ้าแบบนี้ แล้วก็...” กีรติเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำเต้าหู้ของหญิงสาวขึ้นมา แล้วยัดใส่มือคนตัวเล็กที่นิ่งไป “ดื่มของอุ่นๆ ซะ”

คนถูกออกคำสั่งทำได้เพียงพยักหน้า ลืมไปเสียชั่วขณะว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง ชายหนุ่มเขิบเข้าใกล้หญิงสาวอีกนิด ก่อนจะดันจานสังขยาไปทางเธอ

“อ้ะ กินนี่ด้วย สังขยาเนี่ยตัวอ้วนเลยนะ”

คนตัวเล็กหันไปขมวดคิ้วใส่เขา บอกให้กินแต่บอกว่าอ้วน หมายความว่ายังไง แล้วก็เหมือนเขาอ่านคำถามจากแววตาของเธอได้

“ถ้าพี่อ้วนขึ้น ไขมันก็น่าจะทำให้พี่อุ่นขึ้นด้วยเหมือนกัน”

“ฮื้อออ ไม่เอาหรอก” เธอปฏิเสธ มองเขาตาคว่ำ

กีรติมองหน้าเธอแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ วันหยุดที่ไม่ได้อยู่กินข้าวด้วยกันเหมือนทุกครั้ง ทำเอาตลอดทั้งวันเห็นอะไร เขาเป็นต้องคิดถึงเธอตลอด ดีใจที่กลับมาแล้วยังเห็นเธอรออยู่ ชายหนุ่มโน้มตัวไปหยิบขนมปังนึ่ง จิ้มสังขยาใส่ปากเหมือนอยากจะกินยั่วน้ำลายเธอ

 “กินเหอะ ถึงอ้วนก็ยังน่ารัก” เขาจิ้มอีกอันแล้วยื่นใส่มือเธอ “กินเยอะๆ ให้ผมชื่นใจหน่อย...นะครับพี่นันท์”


 

 Talk:

เนื่องจากระบบใหม่ของเด็กดี บางทีก็ไม่แจ้งเตือนนักอ่านด้วยข้อกำหนดมากมายนะคะ ไรต์เองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรเหมือนกัน เอาเป็นว่าทุกครั้งที่อัป ไรต์จะแจ้งที่หน้าเพจนะคะ 

ใกล้แล้วค่ะใกล้แล้ว ใกล้จะกลับมาอัปทุกวันตามคำเรียกร้องแล้ว 5555 ตอนนี้ไรต์อยู่ในช่วงพยายามเคลียร์ตัวเองให้ว่างสำหรับการเปิดคอมอัปทุกวันอยู่ 5555 คิดว่าประมาณอาทิตย์น่าจะได้อ่านกันทุกวันเอาแบบไม่ต้องลืมเนื้อหาตอนที่แล้วแล้วเนาะ แฮ่ๆ เค้าขอโต๊ดดด 

เรื่องนี้เหมือนเดิมนะคะ ลงเรื่อยๆ จนกว่าหนังสือออก หลังจากวางแผงแล้วจะลบเลยเน้ออ อิน้องตอดพี่ตลอดเรื่องแน่นอน แล้วพี่ล่ะจะเอาคืนมั้ย รอดูได้เลยยย อิอิ


ขออนุญาตแจ้งข่าวนะคะ

ตอนนี้ไรต์ได้ร่วมเขียนเรื่องสั้นกับอีก 26 นักเขียน รวมอยู่ใน e- book รวมเรื่องสั้น ส่งต่อความรัก นะคะ

ในเล่มจะมีทั้งหมด 26 เรื่องสั้น จาก 27 นักเขียน ในส่วนของไรต์ ชื่อเรื่อง สลับใจไขว้รัก เป็นการร่วมกันเขียนครั้งแรกกับไรเตอร์ กัญฉัตร นะคะ เรื่องนี้จะเป็นแนวน่ารักกุ๊กกิ๊ก ขอบอกก่อนว่า ไม่ใช่สลับร่างนะคะ 5555 ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจากแอพแล้วจะร่วมสมทบทุนโครงการ ก้าวคนละก้าว ของพี่ตูนนะคะ ใครสนใจร่วมทำบุญและได้เรื่องสั้นเกี่ยวกับความรักจากอีกหลายๆ นักเขียนไปนอนอ่านเล่นๆ สามารถกดซื้อได้แล้วที่ meb นะคะ หรือจิ้มที่ภาพได้เลยค่ะ ขอบคุณค้า



ฝากอีบุ๊กเรื่องล่าสุด้วยนะค้าาาา

 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ผลงานที่ผ่านมา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...









 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #517 pakhaydaow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:47
    นางเอกเก่งมาก ทนได้ยังไง
    #517
    0
  2. #516 pakhaydaow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:47
    นางเอกเก่งมาก ทนได้ยังไง
    #516
    0
  3. #266 Jellydolphin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 07:15
    กรี๊ดอยู่เดียว งืออออออออ
    #266
    0
  4. #247 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 16:32
    อ้ามมมมมมมม. กินต่อด้วยได้ป่าวอ่ะ ><
    #247
    0
  5. #246 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 13:41
    เด็กมันอ้อยเว้ยยยย
    #246
    0
  6. #244 ao_majo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 12:01
    โอยยยยย คนน้องมันอ่อยแรง คนพี่ไหวอยู่มั๊ย!!!!
    #244
    0
  7. #243 พรรณวษา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 09:46
    โอ๊ยยยย เด็กมันอ่อย น่ารักอ่ะะะ
    #243
    0
  8. #242 pim_pom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 08:34
    อ้อนขนาดนี้ เมื่อไหร่จะรุ้ใจตัวเอง
    #242
    0
  9. #241 dreammo52 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 08:17
    รู้สึกอบอุ่นยุกยิกในใจดี^_^
    #241
    0
  10. #240 Jubjang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 04:17
    อร้ายยยยยน่ารักทั้งคู่เลย

    ขอบคุณไรท์มากค่ะ นึกว่าจะทิ้งกันซะแล้ววว
    #240
    0
  11. #239 Jubjang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 04:17
    อร้ายยยยยน่ารักทั้งคู่เลย

    ขอบคุณไรท์มากค่ะ นึกว่าจะทิ้งกันซะแล้ววว
    #239
    0
  12. #238 AijaSolothurn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 03:21
    น่ารัก
    #238
    0
  13. #237 AijaSolothurn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 03:21
    น่ารัก
    #237
    0
  14. #236 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 16:15
    มีความเขินในคำพูดของอิพี่อิน้อง ^\\\\\\^
    #236
    0
  15. #235 ao_majo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 15:46
    หาเหตุผลมารองรับอาการตัวเองได้ตลอดๆนะนายต่อ
    #235
    0
  16. #234 wonderfully (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 15:39
    เมื่อไรจะรู้สึกตัวซะทีค่ะ รอฟินๆอะ
    #234
    0
  17. #233 นักอ่านสุดขี้เกียจ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 23:34
    หนุ่มน้อยยังหลอกตัวเองต่อไป
    #233
    0
  18. #232 $pirit Finger$ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:30
    ครับ. อร๊ายยยยยยเขินอ่ะ (.||||||||||||.)
    #232
    0
  19. #231 kamlaipetch (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:24
    สนับสนุนโครงการนี้ด้วยค่ะ
    #231
    0
  20. #230 dati (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:20
    แง๊ น่ารักกกกก
    #230
    0
  21. #229 AijaSolothurn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:03
    รอออออต่อค่ะ
    #229
    0
  22. #228 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 15:58
    อินเอวาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ยังรออยู่นะคะ

    #228
    0
  23. #227 Jubjang_pattanan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 15:58
    อินเอวาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ยังรออยู่นะคะ

    #227
    0
  24. #224 ณัชพล / supawit (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 19:48
    ถึงขั้นเพ้อเลย555
    #224
    0
  25. #223 niceday777 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 10:22
    อาการออกแล้วน้องต่อ
    #223
    0