Only Y(o)u ท้าร้ายให้ได้รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 639,046 Views

  • 5,473 Comments

  • 8,452 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,247

    Overall
    639,046

ตอนที่ 4 : CHAPTER 1 : ชีวิตอลวน ครอบครัวอลเวง (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 638 ครั้ง
    23 ต.ค. 61

“เป็นไงหมิง เก็บของพร้อมนะแก”

ฉันหันมองชลลี่ที่พูดพลางสอดตัวเข้านั่งบนเก้าอี้หินอ่อน โต๊ะตัวประจำข้างตึกคณะ สีหน้าของเพื่อนรักฉันดูยิ้มแย้มต่างกับฉันที่นั่งเท้าคางมองมันด้วยหน้าตาเบื่อโลก ตอบกลับเนือยๆ

“อื้ม เสร็จแล้ว นี่คืนนี้เราจะบินกันแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย”

ชลลี่เลิกคิ้วให้ฉันเหมือนเห็นตัวแปลกปลอม “เป็นอะไรของแกไอ้หมิง ทำหน้าเหมือนโดนขู่บังคับให้ไปอย่างนั้น เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คะยั้นคะยอฉันให้สมัครโปรแกรมนี้ด้วย แกเป็นคนบอกเองว่าไปแค่สองอาทิตย์ก็ได้หน่วยกิตเท่ากับเรียนทั้งเทอม แถมตอนได้ตารางกิจกรรมมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แกก็ระริกระรี้เกินเบอร์อยู่เลย แล้วตอนนี้เป็นอะไรไม่ทราบ ซาลาเปาที่บ้านติดคอเหรอจ๊ะถึงได้นั่นหน้าบูดเป็นตูดลิงขนาดเนี้ย”

“โอ้โห้ ด่ายาวไปปะ ฉันก็แค่คิดว่าพอจะได้ไปจริงๆ ก็เหมือนจะคิดถึงคนที่บ้านก็เท่านั้น”

ชลลี่เบ้ปาก “เว่อร์ไปละแก ผีลูกกตัญญูเข้าสิงหรือไง นี่ยังไม่ทันจะได้ขึ้นเครื่องเลย ทำท่าจะคิดถึงคนที่บ้านแล้ว อีกอย่างแกลืมไปแล้วหรือไง ว่าพอเรียนคลาสเช้าเสร็จเราก็ต้องกลับไปบ้านก่อนไปสนามบินอยู่ดี ยังไม่ต้องทำหน้าโซแซ้ดขนาดนั้น ที่สำคัญนะ...” ยายเพื่อนผู้รักการบดขยี้ให้ฉันจมดินยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “เราไปแค่สองอาทิตย์ย่ะ ฮัลโหล สองอาทิตย์ค่ะ ไม่ใช่สองปี แค่สองอาทิตย์โว้ยยย ทำหน้าหงอยอย่างกับเขาส่งไปดาวอังคารอย่างนั้น อย่าให้ฉันเห็นว่าตอนจะกลับ แกร้องไห้คร่ำครวญอยากอยู่ต่อที่โน่นนะ แม่จะวิ่งไปซื้อดาบซามูไรมาฟันให้หน้าแหกเลยคอยดู”

“โอ๊ย อีบ้าชล บิลต์อารมณ์ช่วยหน่อยก็ไม่ได้”

“ชลลี่ย่ะ”

“เออ! ชลลี่!!

“ดีมากจ้ะลูกหมิง”

ฉันแยกเขี้ยวใส่เพื่อนที่ยิ้มหน้าแป้นอย่างภาคภูมิใจในชื่อ ชลลี่ ของมัน เอาจริงๆ ยายนี่ก็ไม่ได้ชื่อชลลี่อย่างที่พูดหรอก มันก็เหมือนกับที่ฉันไม่ได้ชื่อ ลูกหมิง อย่างที่เพื่อนเรียกอีกเหมือนกัน ชื่อพวกนี้เราได้มาตอนรับน้อง คือถ้าเล่ามันก็เกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากที่พวกฉันเรียนอยู่คณะศิลปศาสตร์เอกภาษาญี่ปุ่นเพื่อธุรกิจ ตอนรับน้องรุ่นพี่เลยบอกว่าเพราะคณะของเราเป็นคณะที่เรียนภาษาไปเพื่อการสื่อสารกับผู้คนโดยเฉพาะ เน้นการนำไปใช้ในเชิงสร้างสรรค์ เราเลยต้องเริ่มต้นการสร้างสรรค์ง่ายๆ ด้วยการครีเอตชื่อเล่นของตัวเองใหม่ นั่นคือเหตุผลที่ฟังดูดีมีหลักการ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อบดบังเหตุผลจริงๆ ที่ว่า...เข้ามหา ลัยทั้งทีก็อยากมีชื่อแรดๆ กันไง ก็ตั้งใหม่มันตอนรับน้องนี่ล่ะ เพื่อนจะได้จำไปใช้กันอย่างทั่วถึง เพราะเหตุนี้แหละ ชื่อ ชล ของชลวารี เพื่อนที่รหัสนักศึกษาถัดกันและนั่งข้างกันตอนรับน้องจึงกลายเป็น...ชลลี่ ส่วนชื่อจีนๆ เข้ากับหน้าหมวยๆ ของฉันอย่าง ซูหมิง ก็เลยถูกเปลี่ยนเป็น...ลูกหมิง...แทน

ฟังดูน่ารักน่าทะนุถนอม ฟังเหมือนเป็นอาหมวยอินเตอร์อย่างไรอย่างนั้น..เนี่ยคือสิ่งที่ฉันคิด ส่วนคำคอมเมนต์จากยายชลลี่น่ะเหรอ

แรด สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ ดีนะมันมาบอกฉันตอนที่เราสนิทกันแล้ว ถ้าลองบอกตอนรู้จักกันใหม่ๆ สิ จะข่วนให้หน้าแหกเลย มัน แรด น้อยกว่าชื่อชลลี่ตรงไหน แต่จะว่าไปชื่อใหม่มันก็เหมาะกับพวกฉันดีนะ

เออ...คิดเองเออเองนั่นแหละ เป็นคนสุขภาพจิตดีไง

ฉันดึงตัวเองกลับมาที่เรื่องตรงหน้าอีกครั้ง พูดถึงเรื่องการเข้าร่วมโปรแกรมเดินทางไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นของคณะแล้วฉันก็อยากจะเถียงในสิ่งที่ชลลี่ว่าฉันกลับไปเหมือนกัน แต่ก็ติดที่ว่าสิ่งที่มันพูดมาก็คือเรื่องจริง

 จำได้ว่าตอนเห็นโปรแกรมนี้ครั้งแรกฉันถึงกับตาโต ลากยายชลลี่มาสมัครมาเป็นคนแรกๆ ตอนนั้นยายเพื่อนสุดเซี้ยวก็ไม่เห็นดีเห็นงามด้วยหรอก แต่พอบอกว่านี่จะเป็นการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นของเราสองคนเป็นครั้งแรก ชลลี่ก็ถึงกับตาวาว แล้วคล้อยตามฉันทันทีแทบจะไม่ต้องอ้าปากโน้มน้าวอะไรเพิ่มอีก

ใช่ สำหรับคนอื่นที่ลงโปรแกรมนี้ พวกเขาคงจะตั้งใจจะไปเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดนหรืออะไรเทือกๆ นั้น แต่สำหรับฉันกับชลลี่น่ะเหรอ แพลนที่ลิสเอาไว้ก็มีแค่...

กินให้อิ่ม เที่ยวให้สุด รัวชัตเตอร์จนกว่านิ้วจะกุด แล้วหยุดที่...หนุ่มญี่ปุ่นหล่อๆ สักคน

เป็นไง เฉียบไหม แพลนลับๆ ของพวกฉันสองคน ส่วนเรื่องเรียนนั้น...อะแฮ่ม...เรียนเล็กน้อยแต่พองาม ที่เหลือเดี๋ยวกลับมาเรียนที่เมืองไทยก็ได้  มีเวลาเหลือให้ตั้งใจเรียนอีกตั้งสองปี

พอคิดถึงว่าจะไปเที่ยว ก็ค่อยรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาหน่อย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกเป็นฝ่ายตื่นเต้นอยากจะไปแท้ๆ พอใกล้เวลาเข้าจริง ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกกังวลแปลกๆ ลางสังหรณ์เหมือนจะเจอหายนะยังไงบอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่เอาเหอะ ไปกันตั้งหลายคน คงไม่มีอะไรหรอก ที่เป็นอย่างนี้มันอาจจะเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เดินทางออกนอกประเทศโดยปราศจากครอบครัว และที่สำคัญมันยังเป็นครั้งแรกของไอ้ซูหมิงที่จะได้เหยียบดินแดนที่ไม่ใช่อารยธรรมจีนเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา

“เลิกทำหน้าเซ็งแล้วไอ้หมิง ใกล้เวลาเริ่มคลาสแล้ว เราไปซื้อกาแฟแล้วไปรวมกับคนอื่นๆ ที่ตึกวิศวะเถอะ”

“อืม ไปสิ”

ฉันพยักหน้าแล้วลุกออกจากโต๊ะหินอ่อน พอดีกับที่ชลลี่วิ่งอ้อมมาคล้องแขนฉัน

เอาน่ะ อย่างน้อยก็มีเพื่อนซี้ไปด้วย คงไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลหรอกมั้ง


อ่านเรื่องอื่นของ อินเอวา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...






ไม่อยากพลาดอัปเดต กด Like เพจ ไว้เลยจ้าาา


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 638 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #144 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 06:39

    มีเพื่อนแต่ใช่ว่ารอด

    #144
    0
  2. #130 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 22:52
    อิมเมจชลลี่เราคิดถึงใครไม่ได้จริงๆนอกจากพี่ปุ๊กกี้ ฮืออออ
    #130
    0
  3. #16 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 14:21
    มีแน่นอน ชัวร์ปื๊ด
    #16
    0