[Pre-order] Only Y(o)u ท้าร้ายให้ได้รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 474,346 Views

  • 4,698 Comments

  • 8,064 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    211,361

    Overall
    474,346

ตอนที่ 3 : CHAPTER 1 : ชีวิตอลวน ครอบครัวอลเวง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 580 ครั้ง
    23 ต.ค. 61

เออดี ขยี้ความเล่นใหญ่ของฉันซ้ำเข้าไปอีก เมื่อกี้ฉันว่าฉันเห็นแล้วนะ เห็นแววตาเมตตากรุณาประดุจลูกสาวเจ้าแม่กวนอิมของเจ้เหม่ยแล้วนะ ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองมากเกินไป ฉันว่ายิ้มน้อยๆ ที่มุมปากของเจ้ก็บ่งบอกอยู่กลายๆ ว่าเจ้กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโอนเงินให้ฉันอยู่แล้ว แต่ไอ้ซิงนั่นแหละ แกว่งปากมาขัดลาภไม่พอ ยังสำทับด้วยการขยี้ความอวยของฉันซ้ำเข้าไปอีก

เจ้เหม่ยไม่ต้องให้นะ ซิงได้ยินว่าป๊าให้เจ้หมิงไปเยอะแล้ว”

แล้วอาเจ้ผู้นั่งฟังมาตลอดของฉันก็เพียงยิ้มระคนหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับว่าศึกสายเลือดระหว่างพี่น้องเป็นเรื่องเริงรมย์ของเจ้ไปแล้ว

เออ คอยดูนะไอ้ซิง ฉันจะไม่ซื้ออะไรมาฝากแกเลยแม้แต่อย่างเดียว ต่อให้แค่กลิ่นชาเขียวที่ฉันจะซื้อมาฝากป๊า ฉันก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลอยไปแตะปลายจมูกของแกเลย แม้แต่อณูเดียว!”

งก! ไม่สวยแล้วยังงกอีก ถึงว่าล่ะ ไม่มีแฟนกับเขาสักที” น้องว่าแล้วแอบมองบน “นี่ขนาดว่าได้เรียนมหา’ ลัยที่เขาว่ากันว่าเต็มไปด้วยของดีนะ เรียนมาสองปี เจ้หมิงก็โสดสนิทมาตลอด เฮ้ย...ทำได้ไงอ้ะ”

ฉันมองหน้าฉงนของไอ้ซูซิงแล้วถึงกับอ้าปากค้าง คิ้วเรียวที่ย่นเข้าหากันนั่นเหมือนจะบอกว่าการที่ฉันหาแฟนไม่ได้ทั้งที่เรียนในมหา ลัยที่เขาว่ากันว่า’ เป็นแหล่งที่ควรมาตกผู้ชายที่หนึ่งนั้น...เป็นเรื่องที่น่าแปลก น่ามหัศจรรย์และไม่ควรเกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้อย่างนั้น

เหอะ! ในมอ มีคนโสดนานกว่าฉันเป็นเบือย่ะ แล้วที่ฉันยังไม่มีแฟน ส่วนนึงมันก็เพราะว่าคณะฉัน ส่วนมากมีแต่ผู้หญิงหรอก”

อืม เชื่อก็ได้”

หน้าตามันไม่ได้ดูเชื่อฉันเลยสักนิด ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องในไส้ จะพุ่งไปบีบคอให้รู้แล้วรู้รอดกันไป

ฉันแยกเขี้ยวใส่ยายน้องเล็กที่เล่นหูเล่นตา ในขณะที่พี่สาวคนโตของบ้านก็หัวเราะให้สงครามขนาดย่อมนี้ไปด้วย บรรยากาศของเวลาหลังอาหารเย็นของบ้านเรามักเป็นแบบนี้แทบจะทุกวันถ้าพวกเราสามคนได้อยู่กันพร้อมหน้า จะเปลี่ยนไปเล็กน้อยก็แค่วันนี้ เราเปลี่ยนมานั่งคุยเล่นกันในห้องนอนของฉันแทนที่จะเป็นที่หน้าทีวีเท่านั้น

ซูเหม่ย ซูหมิง และซูซิง คือสามสาวสามซูที่ใครๆ ก็ต่างชอบเรียกพวกฉันว่า...อาหมวยซาลาเปาบ้างล่ะ อาหมวยติ่มซำบ้างล่ะ ไม่เว้นแม้แต่อาหมวยเฮียกัง ไอ้ชื่อสุดท้ายนี่เป็นสมญานามที่ป๊าฉันได้ยินทีไรเป็นต้องยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม เวลาได้สังสรรค์แล้วเมาๆ กรึ่มๆ หน่อย ก็ชอบโม้อยู่เสมอว่าพวกฉันเป็นสามใบเถาที่ป๊าภูมิใจหนักหนา ถึงแม้ว่าม้าของพวกเราจะเสียไปก่อนที่ป๊าจะได้ลูกชายสมใจอยากก็เถอะ แต่ลูกสาวทั้งสามก็ทำให้ป๊าหน้าชื่นได้เสมอ

อย่าง...เจ้ซูเหม่ย คุณนมิดา ลูกสาวคนโต ผู้ทำหน้าที่แทนม้ามาสิบกว่าปี หญิงสาวที่วงศาคณาญาติของฉันมักพูดเสมอเป็นผู้หญิงที่เกิดมาพร้อมความงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ลงมาจุติ งามตั้งแต่ผุดออกมาจากท้องแม่ จนอากงกับอาม่าพร้อมใจกันตั้งชื่อให้ว่า ซูเหม่ย ที่แปลว่ากุลสตรีที่งดงามหรืออะไรเทือกๆ นั้น ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้แต่ว่ามันมีคำว่าสวยๆ งามๆ อยู่ในชื่อนั่นล่ะ ตั้งแต่เรียนจบคณะบริหารมาเมื่อปีที่แล้ว อาเจ้ของฉันก็เข้ามาทำงานที่ร้านติ่มซำอย่างเต็มตัว หลังจากที่ช่วยงานในเวลาว่างมาตลอดช่วงที่ยังเรียนอยู่ ขนาดทำงานเหงื่อโทรมตั้งแต่เช้ายันเย็น พนักงานในร้านยังบอกว่าพี่สาวฉันเป็นซินเดอเรลล่าที่งดงามอยู่เลย นั่นล่ะ พี่สาวผู้เป็นความสวยและความดีงามของตระกูลฉัน

ส่วนคนที่สาม ข้ามฉันไปก่อน ยายน้องเล็กตัวแสบ ซูซิง หรือ ชื่อจริงๆ ว่า ชริสา ยายเด็กมัธยมปลายที่เกิดมาพร้อมกับความฉลาดทั้งหมดที่เจ้เหม่ยและฉันเหลือเอาไว้ในท้องม้า โดดเด่นที่สุดไม่ว่าจะเรียนคลาสไหนโรงเรียนไหน เรียนเก่งขนาดที่ว่าสอบได้ทุนเข้าเรียนม. ปลายในโรงเรียนอินเตอร์ที่เป็นเครือข่ายของมหา ลัยฉัน หนำซ้ำยังเป็นที่หนึ่งของชั้นเรียน นักเรียนดีเด่นที่ปีหน้าคงจิ้มลนิ้วเลือกเข้าคณะไหนก็ได้ในมหา ลัยฉัน ก่อนจะเดินพรหมแดงเข้าไปโดนไม่ต้องสอบวัดผลใดๆ ทั้งนั้น นี่ล่ะ ยายดาวประกายแสงผู้เป็นดังมันสมองของพวกเราชาวตั้งธเนษฐกิจ สมชื่อซูซิง...ดวงดาวที่เจิดจรัสนั่นล่ะ

ส่วนฉันน่ะเหรอ คิดแล้วก็อยากจะกลอกตาวนสักร้อยรอบ นางสาวสมิตา ตั้งธเนษฐกิจ หรือ ซูหมิง ลูกสาวคนรองของบ้าน ส่วนถ้าจะถามหาความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูลที่มีต่อฉันเหรอ...เหอะ สมัยที่ฉันยังเด็ก ม้ามักจะพูดด้วยสีหน้าที่ภูมิใจอย่างที่สุดว่า ฉันเป็นลูกสาวที่หน้ากลมเหมือนซาลาเปาเมนูเลื่องชื่อของร้านที่สุด สมแล้วที่ตอนท้องกินเข้าไปเยอะ ส่วนป๊าน่ะเหรอ เป็นคนที่ตั้งชื่อให้ฉันว่าซูหมิง เพราะว่าฉันเกิดตอนรุ่งสาง เลยให้ชื่อที่มีความหมายว่าแสงสว่างที่อบอุ่นนุ่มนวล แต่ขอโทษเถอะ เอาเข้าจริง เอะอะเรียกฉันว่า ซู่ลิงๆ ตลอด เหตุผลก็เพราะว่าฉันแสบซนระดับที่สู้กับลิงได้ แถมยังบอกว่าอีกนะว่าลูกสาวคนอื่นป๊าไม่รู้นะ แต่สำหรับอาซู่ลิงแล้ว ป๊ามั่นใจได้เลยว่าคงไม่ได้แต่งไปเป็นสะใภ้บ้านไหนแน่ คงต้องอยู่ดูแลป๊าไปตลอดนี่ล่ะ’

นั่นล่ะ ความภูมิใจที่ป๊าม้ามีต่อลูกสาวคนรองอย่างฉัน

แต่ก็เอาเถอะ ถึงแม้ว่าครอบครัวของฉันจะไม่ใช่ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เป็นครอบครัวเล็กๆ ที่มีกันแค่สี่คน อาศัยอยู่ในอาคารพาณิชย์สองคูหาที่มีชั้นล่างเป็นร้านเฮียกังติ่มซำก็ตาม แต่ก็นับว่าชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ ของฉันก็มีความสุขและสงบร่มเย็นดี พอคิดว่าอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ฉันจะไม่ได้อยู่ในบรรยากาศแบบนี้ ก็แอบรู้สึกหวิวๆ เหงาล่วงหน้าขึ้นมาเหมือนกันนะ

เฮ้อ...ดูท่าว่าการไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นครั้งนี้...มีแววว่าฉันต้องคิดถึงคนที่บ้านมากแน่ๆ


อ่านเรื่องอื่นของ อินเอวา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...






ไม่อยากพลาดอัปเดต กด Like เพจ ไว้เลยจ้าาา


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 580 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4477 miwmiw55210 (@miwmiw55210) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 23:27
    อ่อ ซู่ลิง
    #4477
    0
  2. #143 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 06:16

    แล้วจะพบกับสิงใหม่

    #143
    0
  3. #129 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 22:28
    แต่ละคนน่าจะมีเรื่องแยกออกไปอีก ><
    #129
    0
  4. #14 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 06:00
    อ๋ออออความหมายของชื่อคือแบบนี้เอง
    #14
    0
  5. #7 bebegang (@bebegang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 12:32
    ซูหมิงกะซูลิงออกเสียงคล้ายๆๆกันแหะ 555
    #7
    0