Only Y(o)u ท้าร้ายให้ได้รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 639,174 Views

  • 5,473 Comments

  • 8,449 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,375

    Overall
    639,174

ตอนที่ 19 : CHAPTER 4 : เจแปน...แดนระทึกขวัญ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 597 ครั้ง
    4 พ.ย. 61


“แกได้ยินใครสักคนที่มันเหมือนจะคุ้นๆ ปะ” ฉันเอนตัวไปกระซิบชลลี่ เพื่อนหันมาทำคิ้วชนกันใส่ ก่อนจะเอียงหน้าเพื่อเงี่ยหูฟัง ไม่นานนักชลลี่ที่ฉันไม่แน่ใจว่ามันเมาหรือเปล่าก็พยักหน้ารัวๆ

“เออๆ คุ้นๆ แต่คิดไม่ออกว่ะแกว่าเสียงใคร”

จบประโยคของเพื่อน ฉันกับมันก็สื่อสารกันผ่านสายตา ก่อนจะพร้อมใจกันเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อยตั้งใจจะมองผ่านช่องประตูที่ถูกเปิดแง้มไว้ สิ่งที่ฉันเห็นคือเจ้าของเสียงน่าสงสัยนั้นกำลังยืนหันหน้ามาทางนี้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ดีเพราะผู้หญิงสองสามคนที่ยืนคุยกับเขาบังเอาไว้

“ไม่เห็นหน้า พี่ฝ้ายบังอยู่”

เป็นเพราะผู้ชายคนนั้นไม่ได้ยืนเต็มความสูงของเขาแต่เอนตัวพิงผนังห้องเอาไว้ แล้วพอพี่ฝ้ายที่มีความสูงอยู่ในระดับพริตตี้นางแบบมายืนตรงหน้าเขา เลยบังใบหน้าเขาเอาไว้พอดี

ฉันกับชลลี่เกือบจะถอดใจอยู่แล้วเชียว ถ้าในตอนนั้น พี่ฝ้ายไม่หันหลังแล้วเดินเข้ามาในห้องที่พวกฉันอยู่ จังหวะที่พี่ฝ้ายเปิดประตูให้กว้างออก สายตาฉันก็ได้เห็นสิ่งที่อยากจะเห็นพอดี!

ไม่อยากเห็นแล้วโว้ยยย! เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตานี่ได้ไหม ถึงว่าได้ยินเสียงแล้วขนลุกเลย!

ชลลี่ที่อยู่ใกล้ประตูมากกว่าหันขวับกลับมาจ้องตาฉัน ดวงตาของเพื่อนเบิกโตด้วยความตกตะลึงไม่แพ้ฉันในเวลานี้หรอก แล้วพอชลลี่จะอ้าปากพูด ฉันก็ยื่นมือไปจับต้นแขนเพื่อนเอาไว้ ส่ายหน้านิดๆ เพื่อส่งสัญญาณบอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรกับใครตอนนี้

จะไม่ให้ฉันกับชลลี่เกิดอาการเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกได้ยังไงล่ะ ก็ในเมื่อผู้ชายที่ยืนพิงผนัง เปิดที่ดูดควันเหนือตาแก๊สให้ดูดควันจากบุหรี่ในมือเขานั้น คือไอ้ผู้ชายที่ฉันเพิ่งทุ่มระเบิดใส่เขาก่อนจะมาที่ญี่ปุ่นนี่ไง

“ไอ้หมิง แก...เราลุกไปปิดประตูดีไหม เปิดค้างไว้แบบนี้เดี๋ยวตานั่นต้องเห็นเราจนได้ล่ะ” ชลลี่เขยิบมาชิดฉันพร้อมกับกระซิบรอดไรฟัน

“แล้วถ้าเขาเห็นตอนที่เราลุกไปพอดีล่ะ”

เราประสานสายตาที่มีแต่คำว่า เอายังไงๆ ลอยอยู่เต็มไปหมด แต่ไม่ถึงนาที พี่ฝ้ายก็เดินกลับออกมาจากห้องนอนพร้อมกับกล้องโพลารอยด์ ผ่านหน้าพวกฉันแล้วออกไปที่ห้องครัวเหมือนเดิม พร้อมกับ...ปิดประตู

กราบ...

ฉันกับชลลี่ถอนหายใจพร้อมกันดังฟู่ เพื่อนอีกสองที่เพิ่งสังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติจึงหันมาถาม

“เป็นอะไรแกสองคน อยู่ดีๆ ก็ถอนหายใจพร้อมกัน”

ชลลี่ชำเลืองมองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายถามน้ำปั่นแทนการตอบ  “เออแก แกจำ...ผู้ชายที่ชื่อยู ที่เคยชนไอ้หมิงจนกาแฟหกได้ปะ”

เพื่อนสองคนหันมองกันด้วยสายตาที่ฉันอ่านไม่ออก ก่อนที่อีแอ้มจะพูด “ทำไม แกมีอะไรเหรอชลลี่”

“คือ...ฉันว่า..เอ่อ” ชลลี่เหลือบมองฉันอีกเหมือนลังเลว่าจะพูดออกไปดีไหม ฉันเลยพยักพเยิดหน้าให้มันพูดต่อ “คือฉัน...ว่าเมื่อกี้ฉันเหมือนจะเห็นเขายืนอยู่ที่ห้องครัวอะ”

“อ๋อออ ยูมาถึงตั้งแต่ตอนที่พวกฉันกลับมาแล้วนะ”

คราวนี้เป็นฉันที่หันไปมองหน้าชลลี่ เพราะพวกฉันกลับจากซูเปอร์มาเก็ตมาก่อนอีแอ้มกับน้ำปั่น แล้วตอนมาถึงอีตายูนั่นก็ยังไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกฉันก็เลยไม่เห็นเขา ว่าแต่...

“แล้วทำไมเขามาอยู่ที่ได้ล่ะ เขาตามใครมา” ยัยพลอยใสไม่ได้มาทริปนี้ด้วย แถมนางยังเคยพูดในคลาสเรียนคลาสนึงว่ามาญี่ปุ่นบ่อยจนหลับตาเดินได้แล้ว ไปเที่ยวเองสนุกกว่าต้องมานั่งเรียน เออ ก็ถูกของมัน อีนี่คงเป็นประเภทตั้งใจเรียนพอๆ กันฉันนี่แหละ แล้วฉันก็เพิ่งเห็นรูปในไอจี ว่าเจ้าคุณเธอกำลังทัวร์ยุโรปอยู่กับแก๊งสวยของนางนั่นล่ะ เหอะ! ขอให้โดนปล้น

เดี๋ยว! ไปแช่งเขาทำไม ทำไมฉันเป็นคนแบบนี้เนี่ย ตำหนิตัวเองในหัว ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาที่เรื่องเก่า

“เขาก็คงมาของเขาเองละมั้ง” อีแอ้มตอบเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลก

“มันจะไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอที่เขาจะมาญี่ปุ่นช่วงที่ตรงกับเราพอดี เขาไม่ใช่ต้องเรียนซัมเมอร์ที่มอหรือไง นี่มันยังไม่หมดเทอมซัมเมอร์เลยนะ”

“ไอ้เรื่องเรียนซัมเมอร์ฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าถามว่ามันใช่เรื่องแปลกไหมที่เขาจะมาญี่ปุ่นตรงกับเรา ฉันว่าไม่แปลกหรอกเพราะว่านั่นน่ะ...”

ยู คิตากาวะ บ้านเขาน่าจะอยู่ที่นี่” น้ำปั่นเสริมประโยคของแอ้มด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน มีแค่ฉันกับชลลี่เท่านั้นที่ถึงกับนิ่งค้างไป การสนทนาของกลุ่มเราเหมือนจะหยุดลงชั่วขณะเมื่อไม่มีใครพูดต่อ เพราะฝ่ายคนถามอย่างพวกฉันถึงกับตื้อไปแล้วกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับ

จริงอยู่ที่มหาลัยของฉันเป็นมหาลัยหลักสูตรนานาชาติ มีนักศึกษาจากหลายชาติเข้ามาร่วมเรียนกับนักศึกษาไทยด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนไทย หรือไม่ก็พวกลูกครึ่งมากกว่า ต่างชาติจริงๆ ก็หร็อมแหร็มมาก เอาจริงๆ ตอนที่เจอหน้าอีตายูตอนนั้น ฉันไม่คิดเลยนะว่าเขาเป็นคนญี่ปุ่น ก็เห็นพูดไทยชัดออกอย่างนั้น

ห้วงความเงียบกลางวงถูกดับลงเมื่อเมื่อยัยน้ำปั่นกระแทกกระป๋องเบียร์ในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะเรอออกมาเสียงดังจนอีแอ้มต้องหันไปแว้ดใส่

“อีน้ำปั่น อีทุเรศ เรอขนาดนี้แกไปอ้วกไป”

คนโดนด่าที่ตาเยิ้มหันไปยิ้มให้ ก่อนจะเรออัดหน้าอีแอ้มไปอีกที

เออะ~~~

“โอ๊ยย อีปั่น นิสัยอย่างเนี้ยสิแกถึงไม่มีผัว”

“อะไร มันไม่เกี่ยว ขนาดลูกหมิงกับชลลี่ไม่เรอ มันยังไม่มีผัวกันเลย”

ฉันเหลือบมองเพดานทันที เชื่อว่าชลลี่ก็คงทำเหมือนกัน

นี่ฉันต้องเรอเพื่อยืนยันการไม่มีผัวด้วยไหม

อ่านเรื่องอื่นของ อินเอวา


ดาราร้อยเล่ห์
อินเอวา
www.mebmarket.com
งานนี้ถ้าเผด็จศึกคุณสา (มี)... ไม่ได้  เธอขอแห้งเหี่ยวตายคาบัลลังก์แคตวอล์ก . . เพราะสถานะไฮโซกำลังจะหลุดลอยไป เมื่อความล้มละลายมาเยือน เกล็ดดาว นางแบ...






ไม่อยากพลาดอัปเดต กด Like เพจ ไว้เลยจ้าาา


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 597 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #185 Lucky_k (@geniuskiki) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 16:38
    555เป็นกลุ่มที่ขาดๆเกินๆจริงๆ น่ารักกกก
    #185
    0
  2. #89 zee_kimkim (@creamzii_nooch) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 19:23
    5555สนุกๆน่ารักก
    #89
    0
  3. #88 sitcha (@orasit) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 08:43
    ต้องยอมรับเลยว่าพวกนางเป็นส่วนผสมที่รวมกันได้กลมกล่อมมาก 5555
    #88
    0
  4. #87 Slammer15 (@a21189s) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 06:38
    แก๊งค์นี้เฮฮาปาจิงโกะมาก 5555
    #87
    0
  5. #86 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 01:59
    ร้ายนะเพื่อน
    #86
    0