[ฟิคแปล] Panther's Heart DM/HP

ตอนที่ 13 : Chapter 12 Friendship Knows No Bounds

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    30 มี.ค. 60

Chapter 12 – Friendship Knows No Bounds



 

เดรโกนั่งอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ข้างเบลสในห้องเรียนปรุงยาเมื่อศาสตราจารย์สเนปเปิดประตูเข้ามาข้างใน

ผ้าคลุมสีดำสนิทพลิ้วไหวอยู่เบื้องหลัง เขา--เป็นผู้มีภาพลักษณ์ของปีศาจผู้เคียดแค้น และ ยังคงภาพลักษณ์นี้เอาไว้เหมือนกริชแหลมรักษาความคม

แรงดึง และ ฉีกทึ้งกะทันหัน ทำให้ผู้เป็นศาสตราจารย์เซไปด้านหลัง ก่อนจะสามารถปรับสมดุลของร่างกายได้ด้วยการค้ำยันขอบโต๊ะเอาไว้

 

"มิสเตอร์มัลฟอย ช่วยนำกรงเล็บภูติรับใช้ของคุณออกจากเสื้อคลุมฉันด้วย"

สเนปกล่าว จ้องลึกเข้าไปในดวงตามรกตสดใสประกายขำขันหยอกเย้าดวงตาของเขา

 

"ปล่อยได้แล้ว เดเมียน" เดรโกสั่ง พยายามกลั้นยิ้มสุดความสามารถ แพนเตอร์ครางแผ่ว ก่อนจะย้ายอุ้งเท้าจอมกวนออก

 

'เขายั้วฉันเองนี่ ขอพนันเลยว่าเขาข้าประตูในปราสาทแบบนี้ประจำ—เหมือนกับค้างคาวสีดำน่ากลัวกำลังมองหานักเรียนผู้เคราะห์ร้ายเพื่อโจมตี'

 

น้ำเสียงกระซิบกระซาบผ่านในหัวก่อนจะหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ ทำให้เดรโกอมยิ้มอารมณ์ขันของภูติรับใช้ซึ่งเกิดจากเรื่องน่าขายหน้าของเซเวอร์รัส

'ฉันเห็นด้วย เหมือนว่าเขาพกระเบิดเข้ามาด้วยตลอด'

เดรโกรำพึง มองไปยังพ่อทูลหัวของตนก้าวไปมาในหน้าชั้นเรียน ก่อนใช้ไม้กายสิทธิ์ของตนเคาะกระดาน

เสียงเคาะเรียกความสนใจจากสมาชิกบ้านกริฟฟินดอร์ทุกคนให้เปิดหนังสือของพวกเขา คว้าปากกาขนนก และเตรียมพร้อมรับมือกับชั่วโมงนรกที่พวกเขาจะต้องข้ามผ่าน

.

นั่งเอนกาย และ ทำความชื่นชมเล็บงดงามของตนเอง ขณะเบลสพึมพำ บรรจงเขียนการเปลี่ยนแปลงของการคนน้ำยาสีเขียวในหม้อตรงหน้าพวกเขา--เดรโกจึงใช้โอกาสนี้ในการฟังข่าวลือซึ่งกระจายผ่านห้อง

บรรดากริฟฟินดอร์เหมือนจะโต้เถียงกันอย่างเงียบเชียบในฝั่งพวกเขาเกี่ยวกับการหายตัวไปผู้กล้า ฟังอย่างสนอกสนใจ ปากของเดรโกแทบอ้าค้างเมื่อได้ยินเสียงกระซิบจากวีเซิล

 

"เฮ้ เดรโก ช่วยส่ง--" เบลสหยุดคำพูดไว้กลางประโยค เมื่อเดรโกถองศอกมาตรงสีข้าง

 

เดรโกมองไปที่เพื่อน เขาพยักพเยิดไปทางพวกกริฟฟินดอร์ก่อนจะกลับไปชื่นชมความงามของเล็บอย่างระมัดระวัง โดยที่มือข้างหนึ่งเล่นกับหูของเดเมียน

.

ดวงตาสีฟ้าทิ้งสายตาของตนลงที่พ่อทูนหัวของตนซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการปรุงยาให้แก่มาดามพรอมฟี่ย์ ลืมไปอย่างสิ้นเชิงกับการก่อกบฏซึ่งเกิดขึ้นที่มุมด้านหลัง

 

"เธอคิดว่าเขาย้ายโรงเรียนจริงหรือเปล่าเฮอร์ไมโอนี่?" กริฟฟินดอร์ชายคนหนึ่งถาม ขยับตัวไปใกล้เพื่อกระซิบข้อสงสัยกับผู้ซึ่งฉลาดที่สุดในโรงเรียน

 

"แฮร์รี่ไม่มีทางทำอย่างนั้นเซมัส เขารู้ว่าพวกเราต้องการเขาที่นี่เพื่อปกป้องเราจากโวลเดอร์มอร์" เฮอร์ไมโอนี่ตอบ จดจ่ออยู่กับน้ำยาที่กำลังเย็นลงของหล่อน


"แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนเฮอร์ไมโอนี่?" รอนคำราม จิ้มนิ้วลงไปบนอกของหล่อน ก่อนมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้รับความสนใจกับจากเพื่อนกริฟฟินดอร์ของตน


"ไอ้เลวนั่นหายไปและทิ้งเราไว้ที่นี่ให้เผชิญหน้ากับความตาย พวกเราทุกคนรู้ดีว่าใครช่วยเขา—เสี่ยงชีวิตของเราเพื่อเขาและความฝันโง่เง่าของเขา

เขาไม่สนใจเราด้วยซ้ำ ไม่เห็นรึไง เขาไม่กลับมาช่วยเราคราวนี้

ไอ้ปัญญาอ่อนขี้ขลาดตัวน้อย วิ่งหนีไปเหมือนลูกแมวตัวเล็กแสนหวาดกลัว ไอ้หมวกบ้านั่นน่าจะยัดเขาไปในคุกใต้ดินที่เต็มไปด้วยพวกงู!" รอนคำราม จิ้มนิ้วลงไปบนโต๊ะเพื่อตอกย้ำ


"แต่รอน จำไม่ได้หรอว่าเขาช่วยพ่อนายเอาไว้" เนวิลล์พูดติดอ่าง มองไปที่เฮอร์ไมโอนี่สำหรับคำยืนยัน

ก่อนรอนจะสามารถตอบคำถามและเหยียบย่ำชื่อเสียงของเพื่อนตัวเองให้จมโคลน เขาก็ถูกขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบประเมินค่าของ เดรโก มัลฟอย


"ฉันควรจะเห็นด้วยกับนายวีเซิล ความกล้าหาญของกริฟฟินดอร์เห็นจะตกต่ำลง โอ้ แน่นอนล่ะว่าถ้าฉันมีเพื่อนแบบนาย และ ยัยเลือดสีโคลนตรงนั้น ฉันก็อยากจะวิ่งกรีดร้องให้สุดชีวิต แต่ทุกคนก็รู้ดีว่ามัลฟอยจะไม่กรีดร้องเด็ดขาด"

แววตาสีฟ้าน้ำแข็งเปล่งประกายน่ากลัว บรรดาสลิธิรินยิ้มในใจเมื่อเจ้าชายของพวกเขาเคลื่อนตัวไปทางเหล่ากริฟฟินดอร์


"มัลฟอย นายล้อเล่นกับใครไม่ทราบ? นายมันไม่มีเพื่อน...มีแค่พวกโง่ตัวเล็กๆที่ยอมนายเท่านั้น เผื่อพ่อพวกเขาจะได้มีหน้ามีตาทางสังคมกับเขาบ้าง"

รอนเอ่ย มือทำท่าเป็นปากขมุบขมิบเหมือนพยายามยั่วโมโหเพื่อท้าทายสลิธิริน

 

น้ำเสียงคำรามต่ำของแพนเตอร์ซึ่งนั่งอย่างสงบข้างมัลฟอยทำให้รอนถอยออกไปจากทั้งคู่ สะดุดล้มก้นจูบกับเก้าอี้เต็มเปา และเกาะขอบโต๊ะไม้เย็นเฉียบทรงตัว

 

"นั่นเป็นวิถีของสลิธิริน--แม้เราจะถือไพ่ใบที่แย่ที่สุด แต่เราก็รู้จักวิธีเล่นเกม วีเซิล" เดรโกพูดเอื่อยๆ วางมือลงบนหัวของเดเมียนที่เงียบลงจนผิดปกติ

"หากพอตเตอร์อยู่กับงูอย่างพวกเราจริง เขาไม่จำเป็นต้องกังวลว่สจะโดนเพื่อนแทงข้างหฃังหรือเปล่า--สลิธิรินมีคลาสมากกว่านั้น"

ยิ้มมุมปากสาแก่ใจกับสีหน้าของบรรดากริฟฟินดอร์ เดรโกกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา ขมวดคิ้วลงไปที่แพนเตอร์ซึ่งขดตัวกลมเป็นก้อนขนสีดำใต้โต๊ะ

มองไปที่แพนเตอร์อย่างสับสน เขาคุกเข่าลงข้างเจ้าแมวยักษ์ของเขา ยกนิ้วห้ามเบลสผู้มองมาทางเดรโกในอารามตื่นตกใจให้เงียบปากไป


'เดเมียน?เดรโกเข้าถึงแพนเตอร์ด้วยการสื่อจิตผ่านพันธะ ห่อหุ้มรอบจิต ขณะวางมือลงบนแก้มข้างหนึ่งของเจ้าแมวยักษ์

ความรู้สึกของแพนเตอร์หมุนวนรอบเขาบางเบา


ความเศร้า ความกลัว และ ความทระนงตน คืบคลานเข้ามา


'เกิดอะไรขึ้น?เดรโกถาม พยายามหาสาเหตุจากไม่กี่วินาทีก่อนสำหรับความรู้สึกที่บ่าไหลผ่านสายใยมายังจิตใจของเขา


เดรโกรู้สึกถึงความมืดมิดถาโถมเข้ามาหาเขาเมื่อโลกทัศน์ที่ฉายอยู่เปลี่ยนไป ผ่านการเชื่อมต่อกัน

ผู้คนที่เขาไม่เคยพานพบมาก่อนมองมายังเขาอย่างหวาดกลัว

ขณะเดียวกับที่ชายอ้วนตะคอกใส่และตบเขาที่ซีกหน้าอย่างแรง

ผู้หญิงใบหน้าเหมือนม้าหวีดแหลมใส่เขาด้วยความโกรธา เพิกเฉยเลือดสีแดงฉานที่หยดลงพื้นไปมองเศษซากแจกันที่แตกละเอียด

ผู้ชายที่อายุมากกว่ายืนอยู่เบื้องหน้า

ความรู้สึกเจ็บวิ่งปราดเข้าที่ซี่โครง เมื่อชายคนนั้นยกเท้าของเขาฟาดลงมาที่กลางลำตัว

ชายผู้แก่กว่ากระแทกผ่านม่านมู่ลี่หลังจากถูกเวทย์มนต์โจมตี มือพยุงกายเขาเอาไว้เนื่องจากสูญเสียการทรงตัว


ความเจ็บปวด และ ความขลาดกลัว เว้าวอนมาตามสายใยจิต ทำให้เดรโกร้องลั่นภายในใจ ปรารถนาให้ภาพเหล่านี้สิ้นสุดลงเสียที


มันหยุดลง ชะงักกึกและค่อยๆจางหายไปอย่างเงียบงัน ราวกับกลัวว่าภาพเหล่านั้นจะฉายวนใหม่อีกรอบ

 

'ฉันขอโทษ--ฉันไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นน้ำเสียงนั้นกระซิบแผ่ว ฉุดดึงตนกลับเข้ามาในจิตของแพนเตอร์

 

'นั่นมันอะไร?'เดรโกถาม พยายามปล่อยความผ่อนคลายเข้าไปผ่านกระแสพันธะ

 

'ฉันหลงลืมตัวตนของตัวเอง ลืมว่าควรจะเป็นใคร คนที่ถูกคาดหวังให้เป็น'

ความโศกเศร้าลึกล้ำคืบคลานกลับมาในกระแสพันธะ เดรโกแทบจะร้องไห้ตามความรู้สึกนี้ นัยน์ตาสีฟ้าลืมขึ้น มองลึกเข้าไปในดวงตามรกตไหวสั่นระริก

 

'คนที่ถูกคาดหวังให้เป็น?'

เขากระซิบ เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อกับคำถามที่จะออกมา

 

'ผู้กล้าแห่งโลกเวทย์มนต์'


น้ำเสียงนั้นพึมพำ พลันสลายไปจากในจิตใจเขา

เดรโกมองขึ้นไปในนัยน์ตาของ เซเวอร์รัส สเนป ผู้ซึ่งเดินมาบดบังหนึ่งคน หนึ่งภูติรับใช้ด้วยความกังวล

มัลฟอยไม่มีวันที่จะคุกเข่าลงท่ามกลางผู้คนหมู่มาก--มันช่างไร้ศักดิ์ศรี และน่ารังเกียจ

ดวงตาสีฟ้าวาววับของเดรโกคลอไปด้วยน้ำตาเมื่อเขาจ้องมองไปยังแพนเตอร์ ซึ่งอยู่กับมันมาตลอดหลายอาทิตย์นี้

สัตว์ที่คอยปกป้องดูแลเขามา--ยืนอยู่เบื้องหน้า และคอยเคียงข้างเขามาเสมอคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์

แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้ซึ่งปฏิเสธมิตรภาพของเขา

ทำร้ายพ่อของเขา และ แฮร์รี่ พอตเตอร์ที่เพิ่งกลายมาเป็นเพื่อนของเขาตลอดช่วงเวลาอยู่ด้วยกันที่ผ่านมา

กลายมาเป็นแสงสว่างในชีวิตของเดรโก ให้ความเริงรมย์ และ เสียงหัวเราะกับเขา

ทำไมเขาจึงคิดไม่ถึงว่าแฮร์รี่มีจิตวิญญาณของความบ้าระห่ำ--เหมือนดั่งแพนเตอร์เสมอมา

เดรโกยิ้มให้กับความคิดนั้น เขาคงจะคล้ายกับเดเมียนถ้าหากมีจิตวิญญาณเช่นนั้นบ้าง

เพื่อก้าวผ่านความทรงจำที่ไหลบ่าออกมา แม้ความโศกเศร้านั้นร้าวลึกจนจิตวิญญาณแทบแตกสลาย แต่นั่นก็ทำให้เดรโกรู้สึกว่าแฮร์รี่มาจากจุดไหน

ช่างคล้ายคลึง...

เบลส แครบบ์ กอยล์ เป็นจำพวกเพื่อนที่แท้จริงที่เขาเคยมีมาก่อน แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่เคยปกป้องเดรโกจากพ่อเลยสักครั้ง

พวกเขาเผชิญกับสิ่งเดียวกันที่เดรโกเผชิญที่บ้าน พ่อ-แม่ผู้ใจร้าย และ ตบตีพวกเขาอย่างไม่คิด และ ไร้ความรู้สึก

นอกจากเกียรติ และ ศักดิ์ศรี...

ความขมขื่นจากครอบครัวเลือดบริสุทธิ์ คือ สิ่งที่สลิธิรินได้รับ

 

 

 

แฮร์รี่ขดตัวเป็นลูกบอลทรงกลม รู้สึกดีใจที่แพนเตอร์ไม่สามารถแสดงความรู้สึกผ่านใบหน้าได้

เดรโก มัลฟอย รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ที่ผูกพันธะด้วย คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่รวมถึงบาดแผลในอดีตของเขาในวัยเด็ก

เขาทำได้เพียงซับน้ำตาภายในใจสำหรับความพ่ายแพ้นี้

บางทีคนเพียงคนเดียวในชีวิตที่เขาเริ่มไว้ใจ และ ผูกพันอย่างแท้จริงอาจจะกำลังจะทิ้งเขาไป

ไม่ว่าอย่างไรก็ดี ใครมันอยากจะโดนผูกมัดกับคนที่ถูกกำหนดให้ตาย...

สลิธิริน คือ งู งูนั้นรอบจัด และ ระมัดระวังตัวเสมอ

เดรโกจะกำจัดเขาทิ้ง นั่นคือโอกาสที่เขาจะได้รับมัน

การทนุถนอมดูแลที่เดรโกมีให้ เป็นสิ่งดีๆเรื่องหนึ่งในชีวิตที่เขาได้รับมันมา แฮร์รี่ไม่เคยที่จะถูกดูแลอย่างอ่อนโยน และเอาใจใส่มาก่อนราวกับว่าเขาทำจากแก้วเหมือนว่าเขาจะแตกสลายได้ตลอดเวลา

แฮร์รี่รู้สึกว่าตัวเองสำคัญ ไม่ใช่สำคัญเพราะว่าเขาคือผู้กล้าแห่งโลกเวทย์มนต์ แต่เขาคือเดเมียน เขาคือ เดเมียน ของ เดรโก มัลฟอย

เหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตเป็นบทเรียนที่สอนอะไรหลายอย่างให้แก่เขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะต้องรับมันให้ไหว

แต่เป็นเดเมียนเขารู้สึกว่าอ่อนแอได้ รู้สึกว่าสามารถพึ่งพิงใครสักคนได้โดยไม่จำเป็นต้องแสร้งทำว่าตัวเองเข็มแข็งตลอดเวลา มันจึงทำให้เขาทั้งไว้ใจ และเชื่อมั่น แม้มันจะเกิดขึ้นในเวลาไม่นานก็ตาม

และถ้าหากต้องสูญเสียสิ่งนี้ไปจริงๆ เขาคง--

แฮร์รี่ชะงัก เมื่อบนหัวของเขารู้สึกได้ถึงมือนุ่มนวลวางลงมาแผ่วเบา สัมผัสแสนคุ้นเคยลากไล้อย่างอ่อนโยนไปที่บ่าของเขา

บ่าที่แบกโลกทั้งใบเอาไว้โลกทั้งใบจริงๆ

เขาจ้องมองไปยังดวงตาดุดันของเดรโกมัลฟอย

 

'ทำไมถึงเป็นน้ำตาล่ะแฮร์รี่?เดรโกกระซิบแผ่ว บังคับพันธะเชื่อมจิตให้เปิดออก ส่งผ่านความสุขให้ไหลไปตามกระแสจิต ดวงตามรกตกระพริบด้วยความฉงน และยังคงฉายแววหวาดกลัว

ความสุขอะไรของเขากัน


'นายหมายความว่ายังไงมัลฟอย? จะดูถูกฉันก็พูดมา

แฮร์รี่ถาม สับสนกับความรู้สึกที่ไหลผ่านพันธะเข้ามา

 

'ไม่ นายเป็นสลิธิรินมากกว่าที่นายเข้าใจแฮร์รี่ เราต้องแสร้งเข้มแข็งแม้ภายในจะเจ็บปวดเจียนตาย ต้องเป็นหมากให้กับคนที่แข็งแกร่งกว่าไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่

ผู้ใหญ่มักจะให้เราทำตามความต้องการของพวกเขาเองโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือ ความต้องการที่แท้จริงของเราทั้งนั้น

การเป็นสลิธิริน จะไม่เปิดโอกาสให้นายใช้ชีวิตในแบบที่นายต้องการชีวิตของเรา พวกเราต้องทำตามเส้นทางที่วางไว้โดยพ่อของเรา ครูของเรา และเพื่อนของเรา

ฉันยอมรับนาย แฮร์รี่ ไม่ว่าจะในฐานะภูติรับใช้ หรือ เพื่อน ตราบเท่าที่นายยังคงต้องการฉันอยู่'

เดรโกเอ่ย จับจ้องเข้าไปในดวงตาของแพนเตอร์โดยหวังให้แฮร์รี่รับรู้ถึงความจริงใจที่อยู่ในดวงตา เหมือนกับวันแรกที่เขายื่นมือไปหาเด็กชายผมดำคนนั้นตอนอายุสิบเอ็ดปี


'งั้นถ้านายไม่ว่าอะไร ฉันจะยังคงเป็นฉัน เป็นเดเมียน ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมจะกลับไปเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิตอะไรทั้งนั้น ตอนนี้

ฉันอยากจะเป็นแค่เดเมียน... ภูติรับใช้ของเดรโกมัลฟอย'

แฮร์รี่เอ่ย ดวงตามรกตฉายความคาดหวังไปที่รอยยิ้มที่ค่อยๆประดับขึ้นบนมุมปากเดรโก มัลฟอย

 

'ได้...

เพื่อน และ ภูติรับใช้จนกว่านายจะพร้อมที่จะกลับไปเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์'

เดรโกยื่นมือ รับอุ้งเท้าที่ยื่นออกมาด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นและเก็บหนังสือของเขากลับ ออกไปจากห้อง โดยมีแฮร์รี่เดินตามข้างกาย

สง่างามกว่าพยัคฆ์ตัวใดที่เคยมีมา

 

tbc

 

talk

 

ตอนแปลนี่ในหัวมีแต่คำถามว่ารอนแม่งเป็นอะไรของมันวะ คือไงอะ อิจฉาแฮร์รี่ หรือกลัวอะไรอยู่

ฉากสุดท้ายนี่เศร้า เศร้าหน่วงๆ เดรโกกับแฮร์รี่เหมือนเป็นเวิร์สของกันและกัน พวกเขาเหมือนกันด้วยภาระและหน้าที่ที่ค้ำคอ ถูกจูงจมูกตามแผนการต่างๆของพวกผู้ใหญ่ตั้งแต่จำความได้ มันไม่แฟร์ พวกเขาควรจะมีสิทธิ์ในการใช้ชีวิตของตัวเอง 

โอ้ย เห็นไหมคะซิล เขาคือคู่แท้ เป็นคนที่เข้าใจกันโดยจิตวิญญาณ /ชง

บ่าที่แบกโลกทั้งใบของรี่พี่เดรกคนนี้จะแบ่งเบาเอง แงงงงงงงงง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

876 ความคิดเห็น

  1. #845 MitsukiCarto (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:07
    โอ้อิแม่ น้ำตาเราไหลเลยอ่ะT^T
    #845
    0
  2. #791 Kurokiri (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:50
    อ่านแล้วโมโหแทนเลย แฮร์รี่ที่น่าสงสาร ต้องแบกทุกอย่างไว้บนบ่าแล้วยังมาเจออย่างนี้ ยังดีที่มีเดรโก ดีที่ทั้งสองคนเข้าใจกันและกันและประคับประคองกัน ตอนท้ายซึ้งมากๆค่ะ
    #791
    0
  3. #771 Raatty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 20:34
    ได้เห็นรอนในมุมที่ต่างออกไปดูเห็นแก่ตัวจัง และประทับใจกับความเหมือนที่แตกต่างระหว่างเดรโกกับแฮร์รี่
    #771
    0
  4. #749 2H'MIPS (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 02:34
    โมโหรอนอะ นี่คือเพื่อนหรอวะหรือเห็นเป็นแค่คนที่มีหน้าที่ตายแทนทุกคนบนโลก โคตรผิดหวัง เพื่อนหายไปก็ไม่หานี่ว่าแย่แล้วนะ เจออันนี้เจ้าไปคือโคตรสงสารแฮร์รี่
    ไม่แปลกใจเลยทำไมแฮร์รี่ถึงดูผูกพันธ์กับเดรโกขนาดนี้อะ
    #749
    0
  5. #734 pgott (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 03:24
    แงงงงง น่ารักโว้ย
    #734
    0
  6. #709 mindmiee2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 03:22
    คู่นี้น่ารักก
    #709
    0
  7. #707 Tsol_F13 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 21:39
    เอาล่ะ ความรักกระแทกใจ รักคู่นี้ฮือออ
    #707
    0
  8. #689 nicharipaen04 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 10:39

    เดรกรู้แล้ววว ทำไมรอนพูดจาแบบนั้น ห้ะ!!

    #689
    0
  9. #670 โลลิค่อน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 17:55

    เดรโกรู้แล้วว่าเป็นแฮร์รี่

    #670
    0
  10. #625 kanyakorn1409 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 08:52
    รอนทำไมพูดถึงเพื่อนแบบนั้นอ่ะ ระยะเวลาที่รู้จักรี่มาคือไม่รู้อะไรเลยหรอ เดรกละมุนมากอ่ะ ดูแลรี่ด้วยนะเดรก อย่าให้รี่ต้องเจ็บปวดไปกว่านี้เลยยย เค้าคือคู่แท้กันจริงอ่ะเเหละ เหมาะสมกันมากก
    #625
    0
  11. #555 Blackhill (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 18:11
    นี่แหละ คือคู่แท้!!!
    #555
    0
  12. #544 mr.t_darkside (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 22:45
    อ่านตอนนี้ละน้ำตาไหลเลยค่ะไรท์ มันดูเจ็บปวดแบบนิ่มนวล รี่ต้องแบกอดไรเอาไว้ พอมาเป็นนุ้งแพนเลยแสดงอะไรออกมาได้ รอน ทำไมทำกับรี่แบบนี้ล่ะะ
    #544
    0
  13. #525 Bebeby (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 07:53
    รอนทำไมพูดถึงแบบนี้ คนเป็นเพื่อนกันก็น่าจะรู้นิสัยของเพื่อนดีถึงแม้จะดกระที่แฮร์รี่หายไปแต่ก็ไม่ควรที่จะว่าร้ายแฮร์รี่แบบนี้ทั้งต่อหน้าหรือลับหลังก็เถอะทำแบบนี้เหมือนทำลายความไว้ใจและความเป็นเพื่อนเลยนะ และเดรกรู้ความจริงแล้วถ้าเราเป็นแฮร์รี่คงจะรู้สึกขอบคุณเดรกมากๆและคงจะหลงรักผู้ชายคนนี้เข้าเลยล่ะ
    #525
    0
  14. #500 Corncake (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 13:48
    ในที่สุดเดรกก็รู้ซะที เรื่องนี้เขียนให้ฝั่งกริฟฟินดอร์พวกรอนอะไรแบบนี้ได้นิสัยไม่ดีมาก ทำไมถึงว่าเพื่อนแบบนี้ ชอบเดรกเดรกอบอุ่นและอ่อนโยนมากอ่า
    #500
    0
  15. #476 R-davil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 22:35
    รอนแม่ง...ทำตัวไม่กริฟฟินดอร์เลยเสียใจอ่ะทำไมขี้ขลาดจังวะ
    #476
    0
  16. #446 lp-ventus (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 23:15
    รอนบ้าไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับนายกำลังคิดทำอะไรอยู่

    น้ำตาจะไหลเดรโกรู้แล้วอ่ะ เศร้ามากทั้งคู่ตั้งแต่ในเรื่องหลักแล้วมีอะไรที่เหมือนกันจริงๆ หลายๆอย่าง ดีใจที่เดรโกยอมรับเป็นทาสแมว(?)ต่อไปนะคะ 5555 ดูแลกันนะ
    #446
    0
  17. #425 toki226 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:19
    นี่อยากกลายร่างเป็นแพนเตอร์แล้วตะปปปากรอนมากอ่ะ ให้ตายสิ
    #425
    0
  18. #340 the guardian (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 09:02
    รอนทำไมพูดงั้นอะ!!! แต่ถ้าคิดจริงๆ ฟิคนี้ก้อมีความเป็นไปได้ในหลายๆแง่มุมนะคะ มันสอดคล้องกับนิยายต้นฉบับไม่น้อยเลยในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกจริงๆที่อาจเกิดขึ้นในตัวละคร อืม~ยอดเยี่ยมๆ
    #340
    0
  19. #321 Promson_oi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 13:26
    รอนทำไมพูดแบบนั้นนะ!! -^- น่าจะให้เดเมียนข่วนซักทีสองที!!! รับไม่ได้เลย ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกัน ปกป้องกันมาขนาดนี้แท้ๆ ขนาดเฮิร์มยังปกป้องแฮร์รี่เลยนะเนี่ย และสุดท้ายนี้ ให้ตายเถอะเมอร์ลิน!! เดเมียน(แฮร์รี่)กับเดรกเค้าเหมาะกันจริงๆ !! *0*
    #321
    0
  20. #115 mm0901 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:50
    อือหื่ออออ นี้สิน่ะ คู่แท้
    #115
    1
    • #115-1 indee-indy(จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 12:16
      เนื้อคู่ ถึงอยู่แสนไกลคงไม่คลาดครา~
      #115-1
  21. #114 tk13tukta (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 17:34
    กรี๊ดดดดด นี่ล่ะค่ะคู่แท้ ปลื้มจริงๆ
    #114
    1
    • #114-1 indee-indy(จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 12:16
      เขารักกันค่ะคุณ ฮือออ
      #114-1
  22. #112 Sayume ♧♣ Jaremy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 23:34
    โง้ยยยยยยยย นี่สินะคือทรูเลิฟที่แท้จริงงงงง
    #112
    1
    • #112-1 indee-indy(จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 12:17
      รักแท้ที่แท้ทรู
      #112-1
  23. #111 BEAR_cute (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 23:16
    แงง ละมุนนนน มาต่อไวๆนะคะะะ
    #111
    1
    • #111-1 indee-indy(จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 12:18
      กำลังจะมาเสิร์ฟแล้วจ้า
      #111-1
  24. #110 BlackRabbit1212 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:46
    โหย~~~ พวกนายเกิดมาเพื่อคู่กันชัดๆ >///< มาต่อเร็วๆนะไรท์รู้สึกค้างมากมาย~~~
    #110
    1
    • #110-1 indee-indy(จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 12:18
      มันคงเป็นความดรั๊ก
      #110-1
  25. #109 S_suika (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:33
    ซึ้งอะ เข้าใจซึ่งกันและกัน 
    รอตอนต่อไปจ้า
    #109
    1
    • #109-1 indee-indy(จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2560 / 12:19
      เหมือนถือวิญญาณของกันและกันไว้คนละครึ่งเลยค่ะะ ตอนมันชื่อเฟรนด์ชิปแต่เรานี่คิดดีไม่ได้ 5555555
      #109-1