[HARRY POTTER/AVENGERS] LITTLE ONE

ตอนที่ 17 : PART15: REMEMBRALL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    29 พ.ค. 63

⚡️

PART15: REMEMBRALL

.

.

"It's a Remembrall!"

 

การที่จะไม่ให้หลงทางในฮอกวอตส์นั้น เป็นเรื่องที่ยากมากๆ

 

ก็ฮอกวอตส์เล่นมีบันได้หนึ่งร้อยสี่สิบสองแห่ง มีทั้งบันไดสูงใหญ่โต หรือแคบๆง่อนแง่นเหมือนจะพัง บางบันไดจะนำไปสู่ที่ที่ต่างออกไปในวันศุกร์ บ้างก็เป็นบันไดที่มีขั้นหายไปหนึ่งขั้นเมื่อเดินไปครึ่งทาง ซึ่งต้องจำให้ได้ว่าต้องกระโดดข้ามไป นอกจากนี้ยังมีประตูที่จะไม่เปิดจนกว่าจะขอร้องอย่างสุภาพ หรือจั๊กจี๋มันให้ถูกจุด และยังมีประตูอีกหลายบานที่ไม่ใช่ปประตูจริงๆ แต่เป็นกำแพงแท้ๆที่แกล้งทำเป็นประตู

 

เธอค้นพบว่าบังมีบทเรียนต่างๆที่ต้องผจญอีก เธอค้นพบอย่างรวดเร็วว่ามีเรื่องเวทมนตร์อื่นๆอีกมาก นอกเหนือจากการโบกไม้กายสิทธิ์และร่ายคาถาที่ฟังตลกๆสองสามคำ

 

เธอล่ะคิดถึงพลังของเธอจริงๆ

 

พวกเธอต้องศึกษาเรื่องท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยการมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ทุกๆเที่ยงคืนวันพุธ และเรียนรู้ชื่อดาวต่างๆ และการโคจรของดาวเคราะห์ พวกเธอต้องไปที่เรือนกระจกด้านหลังปราสาทสัปดาห์ละสามครั้งเพื่อเรียนวิชาสมุนไพรศาสตร์กับศาสตราจารย์สเปราต์ ที่นั่นพวกเขาเรียนรู้วิธีดูแลพันธุ์ไม้แปลกๆและเห็ดรา และเรียนรู้ว่าจะใช้มันทำอะไรบ้าง

 

แต่พูดได้เลยว่าวิชาที่น่าเบื่อที่สุดคงจะเป็นวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ซึ่งเป็นวิชาเดียวที่มีผีเป็นผู้สอน ศาสตราจารย์บินส์จะบรรยายอย่างน่าเบื่อไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุด ทุกครั้งที่เธอเริ่มเบื่อและกำลังจะผลอยหลับเธอก็จะโดนมือพิฆาตของเฮอรืไมโอนี่ที่นั่งอยู่ข้างเธอเสมอ ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาจดตามที่ศาสตราจารย์พูดเพราะกลัวว่าเฮอร์ไมโอนี่จะลงมือกับเธออีก แต่เมื่อเธอหันไปมอง แฮร์รี่กับรอนที่นั่งอยู่ข้างกันข้างหลังเธอ พวกเขากลับฟุบหลับลงไปกับโต๊ะแล้ว

 

ศาสตราจารย์ฟลิตวิกเป็นอาจารย์ผู้สอนเวทมนตร์คาถา เขาเป็นพ่อมดตัวเล็กจิ๋วที่ต้องยืนบนหนังสือจึงจะสูงพ้นโต๊ะเลคเชอร์ เมื่อตอนเริ่มต้นเรียนวันแรก เขาขานชื่อนักเรียนในชั้น เมื่อมาถึงชื่อของแฮร์รี่เขาส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นแล้วก็หงายหลังหล่นตุ้บหายไป

 

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลต่างออกไป เธอเป็นอาจารย์ที่ทั้งฉลาดและเข้มงวด เธอจัดแจงกำราบพวกเราตั้งแต่นาทีแรกที่พบกันในชั้นเรียน

 

"การแปลงร่างเป็นหนึ่งในเวทมนตร์ที่ซับซ้อนและอันตรายมากที่สุดที่พวกเธอจะได้เรียนที่ฮอกวอตส์" ศาสตราจารย์มักกอนนากัลบอก "ใครที่เล่นซนในชั้นของฉันจะต้องออกไปและไม่ต้องกลับมาอีกเลย ฉันเตือนพวกเธอแล้วนะ"

 

แล้วเธอก็เสกโต๊ะของเธอให้เป็นหมู และเสกกลับอีกหนให้เหมือนเดิม นักเรียนทุกคนประทับใจมาก และอดใจรอที่จะเริ่มเรียนแทบไม่ไหว หลังจากที่ต้องจดโน้ตที่ยุ่งยากซับซ้อนมากมายแต่ละคนก็ได้รับแจกไม้ขีดไฟหนึ่งก้านและเริ่มพยายามเสกให้มันเป็นเข็ม จนท้ายชั่วโมง มีแค่เธอกับเฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งอยู่ข้างกันที่สามารถเปลี่ยนไม้ขีดให้เป็นเข็มได้ ก่อนจะส่งยิ้มที่หาดูได้ยากให้กับพวกเธอสองคน

 

วิชาที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาคอยจริงๆคือวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดแต่บทเรียนของศาสตราจารย์ควีเรลล์กลับกลายเป็นเรื่องตลกไปเสียนี่ ห้องเรียนคลุ้งไปด้วยกลิ่นฉุนจัดของกระเทียม และเริ่มพูดในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับบทเรียน เธอที่เริ่มเบื่อไม่มีอะไรจะทำ เธอก็เลยลองใช้พลังของเธออ่านใจศาสตราจารย์ควีเรลล์ดู เธอรู้ว่ามันค่อนข้างที่จะไม่เหมาะสมแต่ความเบื่อหน่ายมันก็ชนะทุกอย่าง

 

' ต้องฆ่า.. '

 

เธอสะดุ้งขึ้นมาทันทีที่ลองอ่านใจของควีเรลล์จนทำให้เฮอร์ไมโอนี่หันมาถามเธอด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะบอกว่าไม่มีอะไร เธอลองอีกครั้งกลับพบว่าครั้งนี้เธอไม่สามารถอ่านใจของควีเรลล์ได้อีกแล้ว

 

แปลก.. แปลกมากๆ

 

⚡️

 

"วันนี้เราต้องเรียนอะไร" แฮร์รี่ถามรอนขณะเทน้ำตาลลงบนข้าวโอ้ตต้มใส่นม

 

"เรียนวิชาปรุงยากับพวกบ้านสลิธีริน" รอนตอบ "สเนปเป็นอาจารย์บ้านสลิธีริน เห็นพวกเขาพูดกันว่าเขาเข้าข้างพวกนั้นเป็นประจำ -- เราจะได้เห็นกันว่าจริงหรือเปล่า"

 

"อยากให้มักกอนนากัลเข้าข้างเราบ้างจัง" แฮร์รี่พูด

 

ตอนนั้นเอง ไปรษณีย์ก็มาถึง เธอช็อกมากเมื่อจู่ๆ นกฮูกประมาณร้อยตัวบินว่อนเข้ามาในห้องโถงใหญ่ในระหว่างเวลาอาหารเช้า และพากันบินรอบโต๊ะอาหารจนกว่ามันจะเห็นเจ้าของแล้วทิ้งจดหมายและห่อของต่างๆลงมาบนตักของนาย

 

ปกติเฮ็ดวิกและออโรร่าไม่เคยเอาอะไรมาให้แฮร์รี่หรือเธอเลย บางทีนกฮูกของเธอก็บินมาหาเธอเพื่อมาทักทายหรือเล่นกับเธอบ้างก่อนจะบินไปนอนในโรงนกฮูกรวมกับตัวอื่นๆ เธอเลยใช้โอกาสนี้รีบส่งจดหมายที่เธอเขียนให้กับเพพเพอร์และโทนี่ให้กับออโรร่า และบอกให้เธอนำไปส่งให้กับพวกเขาก่อนจะขอโทษเธอที่ทำให้เธอต้องเดินทางไปที่ไกลๆ ออโรร่าจิกหูเธอเบาๆเชิงบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะบินออกไป เธอสังเกตว่ารอบนี้แฮร์รี่ได้รับจดหมาย เขาบอกว่ามันเป็นจดหมายของแฮกริดเขาชวนพวกเธอสองคนไปกินน้ำชากับเขา ก่อนจะถามว่าเธออยากจะไปมั้ย แน่นอนว่าเธอตกลง

 

วิชาปรุงยาเรียนกันที่คุกใต้ดินห้องหนึ่ง ที่นั่นหนาวเย็นกว่าชั้นบนของปราสาท และมีบรรยากาศค่อนข้างชวนสยดสยองอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีขวดโหลแก้วใส่สัตว์ดองต่างๆ ตั้งไว้รอบผนังห้อง

 

สเนปก็เหมือนฟลิตวิก เขาเริ่มชั้นเรียนด้วยการขานชื่อ และแน่นอนว่าเขาหยุดเมื่อมาถึงแฮร์รี่

 

"อ้า ใช่แล้ว" เขาเอ่ย "แฮร์รี่ พอตเตอร์ คนดัง คนใหม่ -- ของเรา"

 

เดรโก แครบและกอยล์ยกมือปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างน่ารำคาญ เธอมั่นใจว่าถ้าไม่มีอาจารย์อยู่ในห้องเธอคงได้ลุกไปสักหมัดกับพวกเขาแล้ว

 

"พวกเธอมาที่นี่เพื่อมาเรียนศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้งและศิลปะแท้ๆของการปรุงยา -- เพราะว่าที่นี่แทบจะไม่มีการโบกไม้กายสิทธิ์ พวกเธอหลายคนเลยอาจจะไม่ค่อยเชื่อว่าการปรุงยาเป็นเวทมนตร์ด้วย ฉันไม่คาดหวังว่าพวกเธอจะเข้าใจลึกซึ้งถึงความงามของหม้อยาที่กำลังเดือด อย่างสุขุมส่งควันอันเรืองรองออกมา พลังที่ละเอียดอ่อนของของเหลวที่คืบคลานไปตามเส้นเลือดของมนุษย์ สะกดจิตใจ ควบคุมความรู้สึกรับรู้.. ฉันสามารถสอนพวกเธอให้บรรจุความโด่งดังลงในขวด ต้มกลั่นความรุ่งโรจน์ -- และแม้กระทั่งสะกดความตายได้ ถ้าพวกเธอไม่ใช่พวกสมองนิ่มอย่างที่ฉันมักเจอมา"

 

เกิดความเงียบเกิดขึ้นเมื่อสเนปพูดจบ แฮร์รี่ รอนและแอนนาลิสเลิกคิ้วมองส่งสายตาให้กัน

 

"พอตเตอร์" สเนปเอ่ยอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย "ฉันจะได้อะไรถ้าฉันเอาผงจากรากของต้นอัสโฟเดลผสมเข้ากับน้ำกระสายที่ได้มาจากต้นเวิร์มวู้ด"

 

เธอหันไปมองแฮร์รี่ที่ทำหน้าเหลอหลา ดูแล้วไม่น่าจะรู้คำตอบกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ชูมือร่อนในอากาศ

 

'ยานอนหลับที่แรงมากที่รู้จักกันในชื่อของยาตายทั้งเป็น ตอบไปเลย ไม่ต้องหันมามอง พิรุธ!'

 

เธอส่งกระแสจิตหรือที่แฮร์รี่เคยเรียกมันว่า เทเลพาธี บอกคำตอบที่เธอเคยอ่านมันในหนังสือมาก่อนแล้ว พร้อมมองไปข้างหน้าห้องเพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธ

 

"ยานอนหลับที่แรงมากที่รู้จักกันในชื่อของยาตายทั้งเป็น ครับ" แฮร์รี่ตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจ ทำเอาสเนปชะงักเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ

 

"ลองอีกหนซิ พอตเตอร์ ถ้าฉันสั่งให้เธอเอาบิซัวร์มาให้ เธอจะไปหาได้จากที่ไหน"

 

'จากกระเพาะของแพะ' เธอบอกแฮร์รี่

 

"จากกระเพาะของแพะครับ" แฮร์รี่ตอบสเนปอีกครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้จะเริ่มทำให้เขาโมโห เพราะเขาเริ่มถามต่อและเมินมือของเฮอร์ไมโอนี่

 

"พอตเตอร์ มองฮู้ดกับวูฟส์เบน ต่างกันอย่างไร"

 

'มันคือพืชชนิดเดียวกัน ซึ่งมีอีกชื่อนึงว่าอะไคไนต์'

 

"มันคือพืชชนิดเดียวกันครับ และก็มีอีกชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่าอะไคไนต์" แฮร์รี่ตอบ "ทำไมไม่ถามเฮอร์ไมโอนี่บ้างล่ะครับ พบว่าเธออยากตอบนะ"

 

นักเรียนบางคนรวมถึงเธอหัวเราะ แต่สเนปไม่พอใจ

 

"นั่งลง" เขาพูดเสียงเขียวกับเฮอร์ไมโอนี่ ก่อนเขาจะเงียบไปสักพักนึงและพูดขึ้นมาเรียบๆว่า "ทำไมพวกเธอไม่จดกันลงไปล่ะ

 

เธอกับแฮร์รี่ก้มหน้าแอบยิ้มให้กัน ก่อนจะแปะมือไฮไฟท์กันใต้โต๊ะเบาๆ แล้วก้มหน้าก้มตาจดกันต่อ

 

"หักกริฟฟินดอร์หนึ่งคะแนน เนื่องจากการทำตัวไม่ดีของเธอ พอตเตอร์"

 

สเนปจับพวกเขาเป็นคู่ๆ ให้แต่ละคู่ทดลองผสมยาแก้ฝีแบบง่ายๆเขาเดินไปรอบๆ มองดูพวกนักเรียนชั่งตำแยตากแห้งและเขี้ยวงูบด เขาวิจารณ์เกือบทุกคนยกเว้นมัลฟอยที่เขาดูจะชอบเป็นพิเศษ กับยาของเธอและเฮอร์ไมโอนี่ที่เขาเดินมามองก่อนจะชะงักเล็กน้อย มองหน้าเธอแล้วก็เดินจากไป เขาเพิ่งจะบอกนักเรียนทุกคนให้ดูวิธีเคี่ยวทากมีเขาที่แสนสมบูรณ์แบบของมัลฟอย พอดีกับการเกิดควันกรดสีเขียวและเสียงฟู่ดังลั่นห้องใต้ดิน หม้อของเชมัสตอนนี้หลอมละลายเป็นก้อนบิดๆเบี้ยวๆ น้ำยาที่อยู่ในนั้นไหลออกมานองพื้นหิน และทำพื้นรองเท้าของนักเรียนไหม้เป็นรู เนวิลล์ที่ถูกน้ำยาราดทั่วตัวตอนที่หม้อพังก็ยืนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด มีฝีหัวแดงๆผุดขึ้นทั่วแขนและขาของเขา

 

"เจ้าเด็กปัญญาอ่อน!" สเนปตวาด โบกไม้กายสิทธิ์หนึ่งทีก็จัดการกวาดยาที่กระเซ็นออกมาหายไปหมด "ฉันคิดว่าแกต้องใส่ขนเม่นไปก่อนยกหม้อลงจากเตาใช่ไหม"

 

เนวิลล์ร้องครางหงิงๆ เมื่อฝีเริ่มขึ้นทั่วจมูก

 

"พาเขาไปห้องพยาบาล" เสนปกระชากเสียงใส่เชมัส ก่อนจะหันมาหาแฮร์รี่และรอนที่ทำงานอยู่ใกล้ๆกับเนวิลล์

 

"นี่ -- พอตเตอร์ -- ทำไมเธอไม่บอกเขาว่าอย่าใส่ขนเม่น คิดล่ะสิว่าถ้าเขาทำผิดแล้วเธอจะดูดีขึ้นใช่ไหม เธอทำให้กริฟฟินดอร์เสียแต้มอีกหนึ่งแต้ม"

 

แฮร์รี่ที่เห็นว่ามันไม่ยุติธรรมแม้แต่นิดเดียวอ้าปากจะเถียง แต่ถูกรอนเตะขาเขาเป็นการห้าม

 

หลังจากจบคาบปรุงยา เธอ แฮร์รี่และรอนที่ขอไปหาแฮกริดด้วยก็เดินออกมาจากปราสาทและตัดสนามออกไปเมื่อเวลาห้านาทีจะบ่ายสามโมง แฮกริดอาศัยอยู่ที่กระท่อมไม้เล็กๆริมป่าต้องห้าม มีหน้าไม้หนึ่งคันกับรองเท้ากันน้ำหนึ่งคู่วางไว้ข้างนอกประตูหน้าบ้าน

 

เมื่อแฮร์รี่เคาะประตู พวกเธอทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงตะกุยอย่างตื่นเต้นจากข้างในและเสียงเห่าดังกึกก้องหลายหน แล้วเสียงแฮกริดก็ดังขึ้น "ถอยไป ไอ้เขี้ยว -- ถอยไป"

 

ใบหน้าใหญ่โตมีหนวดรุงรังของแฮกริดโผล่มาให้เห็นตรงประตูที่เขาแง้มออกมานิดหนึ่ง

 

"คอยเดี๋ยวนะ -- ถอยไป ไอ้เขี้ยว"

 

เขาเปิดประตูให้เด็กๆเข้ามา ในขณะเดียวกันก็ต้องดึงรั้งปลอกคอของสุนัขล่าหมูสีดำตัวใหญ่มหึมาไว้ให้ดี แต่เหมือนเธอจะไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะเมื่อเธอเข้ามาและเห็นเจ้าเขี้ยวเธอก็รีบวิ่งเข้าไปเล่นด้วยอย่างตื่นเต้น

 

"Aww.. น่ารักจังเลย เจ้าเขี้ยว หึ้ยย" แล้วเธอก็เริ่มฟัดกับหมาของแฮกริดอย่างหมั่นเขี้ยว เจ้าเขี้ยวที่เห็นว่าเธอเล่นด้วยก็เริ่มโถมตัวใส่เธอและเลียหูของเธอทันที

 

"ทำตัวตามสบายนะ แหม่ ดูท่าเจ้าเขี้ยวจะเจอเพื่อนใหม่แล้วสิ" แฮกริดพูดพลางมองมาที่เขี้ยวและเธอที่ตอนนี้กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้น

 

"นี่รอนฮะ" แฮร์รี่แนะนำรอนให้แฮกริดรู้จัก แฮกริดรินน้ำเดือดลงในกาน้ำชาใบเบ้อเริ่ม และวางเค้กหินเล็กๆหลายก้อนบนจาน

 

"วีสลีย์อีกคนล่ะสิ" แฮกริดว่า พลางชำเลืองมองดูกระของรอน "ฉันใช้เวลาครึ่งชีวิตไล่พี่ชายฝาแฝดของเธอออกจากป่าล่ะ" ประโยคนั้นของแฮกริดทำให้เธอต้องหลุดขำออกมา

 

ทั้งสี่คนเริ่มคุยกันเรื่อยเปื่อย ทั้งเรื่องบทเรียนครั้งแรกของพวกเธอทุกวิชา แฮร์รี่เล่าเรื่องวิชาของสเนปให้แฮกริดฟัง แต่แน่นอนว่าเขาก็แนะนำเหมือนรอน คือไม่ให้แฮร์รี่กังวลไปกับเรื่องนี้ แฮร์รี่ที่คิดว่าสเนปต้องเกลียดเขาแน่ๆ ทำให้แฮกริดถึงกับร้องปฏิเสธขึ้นมาแต่เธอเห็นหรอกว่าแฮกริดแอบหลบตาแฮร์รี่น่ะ ก่อนเขาจะเปลี่ยนเรื่องไปถามเกี่ยวกับ ชาลีย์ วีสลีย์ พี่ชายของรอนแทน แฮร์รี่หยิบกระดาษที่ตัดมาจากหนังสือพิมพ์ เดลี่พรอเฟ็ต ขึ้นมาอ่าน ก่อนจะสะกิดเธอที่นั่งอยู่บนพื้นเล่นกับเขี้ยวให้หันมาดู ก่อนจะพบว่ามันเป็นข่าวที่มีคนพยายามจะปล้นธนาคารกริงกอตส์ แฮร์รี่บอกเธอว่ารอนเคยเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แต่ไม่บอกวันที่เกิดเหตุ

 

“แฮกริด” และแน่นอนว่าแฮร์รี่เลือกที่จะถาม “ธนาคารริงกอตส์ถูกปล้นตอนวันเกิดผมเลย! อาจจะเกิดขึ้นระหว่างที่เราอยู่ทีธนาคารก็ได้นะ”

 

คราวนี้เห็นได้ชัดว่าแฮกริดไม่ยอมสบตาแฮร์รี่ เขาพูดเสียงอู้อี้และชักชวนให้เขากินเค้กหินอีกก้อหนึ่ง แฮร์รี่ก็หันกลับไปอ่านข่าวนั้นอีกรอบ

 

เมื่อเธอ แฮร์รี่ และรอนเดินกลับปราสาทไปทานอาหารเย็น กระเป๋าของทั้งสามคนหนักอึ้งไปด้วยเค้กหินเพราะพวกเขามีมารยาทเกินกว่าจะปฏิเสธ

 

⚡️

 

เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะเกลียดใครได้มากกว่าดัดลีย์ จนเธอเจอกับ เดรโก มัลฟอย และเธอก็คิดว่าแฮร์รี่น่าจะคิดเหมือนเธอ ยังดีที่นักเรียนปีหนึ่งของบ้านกริฟฟินดอร์และสลิธีรินเจอกันแค่เฉพาะวิชาปรุงยาเท่านั้น จนกระทั่งเธอเดินมาเห็นประกาศที่ติดไว้ในห้งนั่งเล่นของบ้านกริฟฟินดอร์ ซึ่งทำให้ปีหนึ่งบางคนรวมถึงเธอ แฮร์รี่และรอนร้องครางไปตามๆกัน วิชาฝึกบินจะเริ่มวันพฤหัสบดีนี้ — และกริฟฟินดอร์กับสลิธีรินต้องเรียนด้วยกัน

 

ในขณะที่กำลังทานอาหารเช้ากันทุกคนที่ดูจะตื่นเต้นกับคลาสฝึกบิน ก็เริ่มพูดถึงประสบการณ์ของตัวเองกับไม้กวาดกันขึ้นมา อย่างรอนก็เล่าให้เธอและแฮร์รี่ฟังเรื่องที่เขาขี่ไม้กวาดเก่าของชาลีจนเกือบชนกับคนที่กำลังขับเครื่องร่อน ทุกคนที่มาจากครอบครัวผู้วิเศษคุยเรื่องควิชดิชกือบตลอดเวลา รอนเองก็ทะเลาะอยู่กับดีนที่เอาแต่พูดถึงฟุตบอล

 

เฟร็ดที่นั่งอยู่ข้างๆกับเธอเหมือนกันก็เริ่มหันมาคุยกับเธอเรื่องควิดดิช

 

“นี่เธอรู้มั้ย ฉันเป็นบีตเตอร์ในทีมควิดดิชของกริฟฟินดอร์ล่ะ!” เฟร็ดพูดกับเธออย่างตื่นเต้น ก่อนจอร์จที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเฟร็ดจะหันมาบอกว่าเขาก็เป็นเหมือนกัน แต่เธอที่ไม่รุ้ว่าบีตเตอร์คือเอาไร ทำให้เธอต้องเอ่ยปากถามอย่างสงสัย นั่นทำให้เฟร้ดกับจอร์จถึงกับอึ้งไปสักพักนึงเลย

 

“เธอไม่รู้จักควิดดิชหรอ!” ฝาแฝดวีสลีย์ร้องประสานเสียงถามเธอด้วยความประหลาดใจ นั่นทำเอาเธอหงอยไปเลยทีเดียว

 

“คือ.. รู้แค่ว่ามันคือกีฬาของพวกผู้วิเศษเขาเล่นกัน แต่ไม่ได้รู้ละเอียดขนาดนั้น คือพวกคุณก็รู้ว่าเราเติบโตในครอบครัวมักเกิ้ล.. ก็เลย — ฮือ ขอโทษนะคะ” เธอเอ่ยอย่างหงอยๆ นั่นทำให้เฟร็ดทั้งสงสารทั้งเอ็นดู

 

“นี่ ไม่เห็นมีอะไรต้องขอโทษเลย” เฟร็ดพูด เขายกมือขึ้นมาขยี้หัวเธอเล็กน้อย จนผมของเธอยุ่งไม่เป็นทรง “เอาล่ะ เดี๋ยวพี่เฟร็ดที่แสนดีคนนี้จะอธิบายให้เจ้าตะลิสตัวน้อยฟังเอง” เขายืดอกพูดอย่างภูมิใจ ก่อนจะเริ่มอธิบายเรื่องควิดดิชให้เธอฟังโดยมีจอร์จกับลีคอยแจมเป็นช่วงๆ

 

ก่อนพวกเขาทุกคนจะโดนขัดจังหวะด้วยนกฮูกไปรษณีย์ เธอที่รอดูออโรร่านกฮูกของเธออย่างมีความหวังแต่ก็ไม่พบวี่แววของมัน เธอปลอบใจตัวเองว่าน่าจะเป็นเพราะระยะทางที่ไกลอาจจะทำให้เกิดความล่าช้าการส่งจดหมาย

 

นกฮูกสีน้ำตาลนำห่อเล็กๆ จากคุณยายมาให้เนวิลล์ เขาแกะห่ออย่างตื่นเต้น แล้วอวดให้เพื่อนๆดูลูกแก้วกลมๆ เท่าลูกหินขนาดใหญที่มองดูเหมือนมีหมอกควันสีขาวอยู่ข้างใน

 

“นี่คือลูกแก้วเตือนความจำ” เนวิลล์อธิบาย “คุณยายรู้ว่าฉันขี้ลืมอยู่เรื่อย — ลูกแก้วนี่จะบอกให้ฉันรู้ถ้าฉันลืมอะไรไป ดูนี่ ถ้าจับมันแน่นๆอย่างนี้นะ แล้วถ้ามันเปลี่ยนเป็นสีแดง — อ้าว...” เนวิลล์หน้าม่อย เมื่อควันในลูกแก้วเริ่มกลายเป็นสีแดง “แปลว่าลืมอะไรบางอย่าง...”

 

เนวิลล์พยายามนึกว่าขาลืมอะไร แต่จู่ๆลุกแก้วในมือของเขาก็ถูก เดรโก มัลฟอย เดินมาฉวยลูกแก้วไปจากมือของเนวิลล์

 

เธอลุกขึ้นทันทีโดยมีเฟร็ดรั้งข้อมือเธอไว้ แต่ดูเหมือนเขาไมได้จะห้ามเธอหรอกนะ เพราะเขากำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พึมพำเบาๆว่า 'ตีกัน ตีกัน' แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไร ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ปรากฏตัวอย่างสายฟ้าแลบ

 

นี่อาจารย์แกมีเครื่องดักจับเรื่องยุ่งๆรึเปล่าเนี่ย

 

“เกิดอะไรขึ้น”

 

“มัลฟอยเอาลูกแก้วเตือนความจำของผมไปครับ ศาสตราจารย์”

 

มัลฟอยทำหน้าขู่ใส่เนวิลล์ แล้วรีบทิ้งลูกแก้วลงบนโต๊ะ

 

“ก็แค่ดูเท่านั้น” เขาบอก แล้วเดินตัวเอียงจากไป โดยมีแครบและกอยล์เดินตามหลัง

 

เธอนั่งลงก่อนจะพบว่าข้อมือของเธอยังมีมืออีกมือนึงจับอยู่ เธอหันไปมองเฟร็ดที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่โดยสายตาของเขามองตามมัลฟอยไป

 

“เฟร็ดคะ..”

 

“โหย อดเห็นคนตีกันเลย อ้าว! ว่าไงล่ะลิส” เขาบ่นพึมพำก่อนจะหันมาตอบเธอ

 

“มือค่ะ มือ”

 

เฟร็ดมองไปที่มือของตัวเองที่ตอนนี้จับอยู่ที่ข้อมือของแอนนาลิสอย่างแน่นหนา ก่อนจะสะดุ้งและรีบปล่อยข้อมือของเธอทันที

 

“อุ่ย แหะๆ.. โทษที”

 

⚡️

 

ตอนบ่ายสามโมงครึ่ง เด็กนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์คนอื่นๆ รีบลงบันไดหน้าที่สนามเพื่อเริ่มฝึกบินครั้งแรก เป็นวันที่อากาศแจ่มใส มีลมพัดอ่อนๆและต้นหญ้าไหวเอนไปตามสายลม พวกสลิธีรินมาพร้อมแล้ว และมีไม้กวาดยี่สิบด้ามวางเป็นแถวอยู่บนสนาม เธอที่ได้ยินมาจากเฟร็ดกับจอร์จเมื่อตอนเช้าบอกกับเธอว่าไม้กวาดของโรงเรียนบางด้ามจะเร่มสั่นถ้าบินสูงไปหน่อย หรือมักบินเฉียงไปทางซ้ายนิดๆ

 

มาดามฮูซ ครูของพวกเธอมาถึงแล้ว เธอไว้ผมสั้นสีเทา และดวงตาสีเหลืองเหมือนตาเหยี่ยว

 

“เอ้า มัวคอยอะไรอยู่ ทุกนมยืนข้างไม้กวาด มาเร็ว เร็วๆเข้า” มาดามฮูซตะคอก

 

แอนนาลิสชำเลืองมองไม้กวาดของเธอ มันเก่าและก้านไม้กวาดของมันมีรูปร่างที่ไม่เป็นทรงเท่าไหร่นัก

 

“ยื่นมือขวาออกามาเหนือไม้กวาด แล้วพูดว่า ลอย!

 

ลอย!” ทุกคนตะโกน

 

ไม้กวาดของเธอและแฮร์รี่กระโดดขึ้นมาอยู่ในมือของเธอพอดี พวกเธอสองคนหันมายิ้มให้กันอย่างตื่นเต้น

 

แล้วมาดามฮูซก็เริ่มแสดงให้เด็กๆทุกคนดูว่าจะขึ้นขี่ไม้กวาดอย่างไรให้ไม่เลื่อนไหลงไปทางปลายไม้ เธอเดินตรวจตามแถว แก้ไขการจับไม้ของนักเรียน รอน แฮรืรี่และแอนนาลิสดีใจเมื่อเธอบอกมัลฟอยว่าเขาจับไม้ผิดวิธีมานานหลายปี

 

"เอาล่ะ ทีนี้เมื่อฉันเป่านกหวีด พวกเธอก็ถีบเท้าแรงๆ" มาดามฮูซบอก "จับไม้กวาดไว้นิ่ง และบินขึ้นไปสักเกือบเมตร แล้วก็ร่อนกลับลงมาโดยให้โน้มตัวไปข้างหน้านิดหนึ่ง เอ้า ฟังนกหวีดฉันนะ -- สาม -- สอง -- "

 

เนวิลล์ที่ทั้งวิตกกังวล ตื่นเต้น และหวาดกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้คนเดียวบนสนาม ถีบเท้าอย่างแรงก่อนที่นกหวีดจะแตะริมฝีปากของมาดามฮูซ

 

"กลับมาเดี๋ยวนี้ เจ้าหนู!" มาดามฮูซตะโกน แต่เนวิลล์บินขึ้นสูงไปอย่างรวดเร็ว -- สามเมตรครึ่ง -- หกเมตร แอนนาลิสเห็นหน้าของเนวิลล์ซีดเผือดด้วยความกลัว สายตาก้มมองพื้นดินที่ห่างออกไปทุกที เธอเห็นเนวิลล์กลั้นหายใจ ไหลตกจากไม้กวาดทางด้านข้าง และ --

 

พลั่ก!

 

เสียงของหนักๆตกกระแทกพื้น ตามด้วยเสียงอะไรบางอย่างหักดังเป๊าะ และเนวิลล์นอนกองคว่ำหน้าอยู่บนสนาม ไม่กวาดของเขายังบินสูงขึ้น และเริ่มลอยอย่างเกียจคร้านไปทางป่าต้องห้ามแล้วหายลับสายตาไป

 

มาดามฮูซก้มลงดูเนวิลล์ ใบหน้าซีดขาวพอๆกับใบหน้าของเนวิลล์

 

"ข้อมือหัก" แอนนาลิสได้ยินมาดามฮูซพึมพำ "มา เจ้าหนู -- ไม่เป็นไรหรอก ลุกขึ้น"

 

เธอหันมาหานักเรียนคนอื่นๆ ก่อนจะบอกว่า

 

"พวกเธอห้ามขยับเขยื้อนนะ ระหว่างที่ฉันพาเจ้าหนูนี่ไปที่ห้องพยาบาล! ปล่อยให้ไม้กวาดอยู่ที่เดิม ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องถูกไล่ออกจากฮอกวอตส์ก่อนจะได้พูดคำว่าควิดดิช! ไปกัน เจ้าหนู"

 

เนวิลล์มีน้ำตาอาบแก้ม เดินโขยกเขยกกุมข้อมือไปกับมาดามฮูซซึ่งโอบไหล่เขาไว้

 

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะไปได้ไกลพอที่จะไม่ได้ยินอะไร มัลฟอยก็ระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น

 

"เห็นหน้าเขาไหม ไอ้อ้วนนั่น" มัลฟอยพูดก่อนที่เด็กบ้านสลิธีรินจะร่วมวงหัวเราะด้วย

 

"หุบปากเน่าๆของแกไปซะ มัลฟอย" เธอหันไปพูดเสียงเย็นๆใส่มัลฟอย

 

"อุ้ย ปกป้องนายลองบัตท่อมหรอ" แพนซี่ พาร์กินสัน เด็กผู้หญิงบ้านสลิธีรินเอ่ย "ไม่คิดว่าเธอจะชอบพวกเด็กเบบี๋อ้วนๆ ขี้แยนะวันเดอร์แลนด์"

 

"ก็ดีกว่าคนหน้าเหมือนหมาปั๊กก็แล้วกัน"

 

"แกว่าใครฮะ!"

 

"ก็พูดลอยๆนะ หน้าเหมือนหรอถึงร้อนตัวอ่ะ" เธอพูดก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าแพนซี่อย่างช้าๆแล้วยกมือขึ้นมาจับเข้าไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเบาๆ "ดูไปแล้ว.. ก็คล้ายๆอยู่นะ" แอนนาลิสพูดจบก็ส่งยิ้มหวานๆให้หนึ่งที

 

"แก ยัยเลือดสีโคลนสกปรก!" แพนซี่ปัดมือเธอออกอย่างแรกและผลักเข้าที่อกของเธอเซไปด้านหลังเล็กน้อย

 

"ทำไม จะสักหมัดหรือไง!"

 

เฮอร์ไมโอนี่และเด็กบ้านกริฟฟินดอร์คนอื่นๆเริ่มเห็นท่าไม่ดี เลยมาดึงตัวเธอออกมาก่อนที่จะได้มีการสู้กันเกิดขึ้น ต่างจากแฮร์รี่ รอน เชมัสกับดีน ที่ตอนนี้ยืนรวมกันเชียร์เธออย่างสุดเสียง

 

"ดูนี่" เสียงของมัลฟอยทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง เขาคว้าอะไรบางอย่างขึ้นมาจากพื้นสนาม "นี่ของงี่เง่าที่ยายของลองบัตท่อมส่งมาให้นี่นา"

 

ลูกแก้วเตือนความจำส่องแสงเป็นประกายอยู่ในแสงแดดเมื่อมัลฟอยถือมันชูขึ้น

 

"เอามานี่ มัลฟอย" แฮร์รี่เอ่ยเสียงเรียบๆ

 

"ฉันว่าฉันจะเอาไปไว้ที่ไหนสักแห่งให้ลองบัตท่อมไปเก็บเอาเองดีกว่า -- บนต้นไม้ เป็นไง"

 

"ส่งคืนมานี่นะ" รอบนี้เป็นเธอที่ตะโกนออกมา แต่มัลฟอยโดดขึ้นขี่ไม้กวาด และ ทะยานขึ้นไป "ขึ้นมาเอาสิ พอตเตอร์ วันเดอร์แลนด์"

 

แฮร์รี่กับเธอหันมามองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าให้กันอย่างรู้ใจ

 

เธอคว้าไม้กวาด

 

"อย่านะ ทั้งสองคนเลย" เฮอร์ไมโอนี่ร้องลั่น "มาดามฮูซบอกไม่ให้เราขยับ -- พวกเธอกำลังจะทำให้เราทั้งหมดลำบากนะ"

 

"เฮอร์ไมโอนี่ ฉันรักเธอนะ แต่รอบนี้ฉันขอไม่ฟังเธอสักครั้งนึงเถอะ"

 

แอนนาลิสและแฮร์รี่กระโดดขึ้นขี่ไม้กวาดและถีบพื้นอย่างแรง แล้วลอยสูงขึ้น เธอดึงไม้กวาดให้เชิดหัวขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้บินสูงขึ้นอีก เธอและแฮร์รี่เลี้ยวไม้หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับมัลฟอยกลางอากาศทันที มัลฟอยมองพวกเธออย่างตกตะลึง

 

"ส่งมานี่" แฮร์รี่ร้อง

 

"ไม่อย่างนั้นพวกฉันสองคนจะชนนายให้ตกไม้กวาดลงไปเลย" รอบนี้เธอร้องขึ้น

 

"อ้อ งั้นหรอ" มัลฟอยตอบ พยายามยิ้มเยาะ แต่เหมือนเขาจะดูวิตกกังวลซะมากกว่า

 

ชิ ที่แท้ก็แอบป๊อดนี่

 

แฮร์รี่ดูเหมือนว่าจะรู้ว่าควรทำอย่างไร เขาโน้มตัวไปข้างหน้าและใช้สองมือจับไม้กวาดแน่น แล้วไม้กวาดก็พุ่งตรงไปที่มัลฟอย ทำให้เขาเกือบบินหลบไม่ทัน แฮร์รี่หมุนกลับมาทันที เธอได้ยินเสียงคนข้างล่างร้องเชียร์ให้กับพวกเธอ บางคนก็ปรบมือให้

 

"ไม่มีแครบกับกอยล์คอยช่วยประคองนายอยู่บนนี้นะ มัลฟอย" เธอเอ่ย

 

"งั้นก็รับมันให้ได้สิ" เขาตะโกน ว่าแล้วก้โยนลูกแก้วสูงขึ้นไปในอากาศแล้วบินร่อนกลับลงมาที่พื้น

 

แอนนาลิสมองตามลูกแก้วนั่น เธอก็ดึงไม้กวาดเชิดขึ้น และบินดิ่งขึ้นไปเพื่อจับลูกแก้ว เมื่อเธอได้แล้ว เธอก็โยนไปให้แฮร์รี่ทันที เขาโน้มตัวไปข้างหน้า กดด้ามไม้กวาดให้หักต่ำลง -- วินาทีต่อมาเขาก็บินดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ไล่ตามหลังลูกแก้ว -- ลมพัดหวิวผ่านหู ผสมไปกับเสียงกรีดร้องของคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่รวมถึงเธอที่ตอนนี้บินลงมาอยู่บนพื้นเรียบร้อยแล้ว แฮร์รี่เอื้อมมือออกไป อีกไม่ถึงครึ่งเมตรก่อนถึงพื้นเขาก็คว้าลูกแก้วได้ ทันเวลาที่จะดึงไม้กวาดให้เชิดขึ้น และร่อนลงบนสนามหญ้าอย่างปลอดภัย แและมีลูกแก้วเตือนความจำอยู่ในมือของเขาในสภาพปกติ ไร้รอยขีดข่วน

 

"แฮร์รี่ พอตเตอร์!"

 

หัวใจของเธอหล่นวูบ เมื่อได้ยินและเห็นมักกอนนากัลวิ่งตรงมาที่กลุ่มเด็กนักเรียน เธอเห็นแฮร์รี่ยืนขาสั่น

 

ซวยแล้ว แฮร์รี่เพื่อนยาก

 

"ไม่เคยเลย -- ตลอดเวลาที่ฉันอยู่ฮอกวอตส์ --"

 

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลแทบจะพูดไม่ออกด้วยความตกใจ และแว่นตาก็ส่องแสงกราดเกรี้ยว " -- เธออวดดียังไง -- เธออาจจะคอหักได้ รู้ไหม --"

 

"มันไม่ใช่ความผิดของเขานะคะ อาจารย์ --"

 

"เงียบ คุณพาติล"

 

"แต่มัลฟอย --"

 

"พอแล้วคุณวีสลีย์ พอตเตอร์ตามฉันมาเดี๋ยวนี้ -- คุณด้วย วันเดอร์แลนด์"

 

xิบหายแล้วตู

 

 

Note : มีรีดเดอร์ถามว่า ฟลอร่า วอล์คเกอร์ ใช่ OC มั้ย จะบอกว่า ใช่แล้วค้าบแต่ไม่ได้สำคัญอะไร คือใส่ให้คนในหอมันเต็มเฉยๆ 55555555 เพราะในหนังสือบอกแค่ว่า เฮอร์ไมโอนี่ ลาเวนเดอร์ และ ปาราวตี แชร์หอกัน แต่อีกสองคนไม่ได้เอ่ยนาม ก็เลยใส่เข้าไปให้เต็มเฉยๆค่ะ อาจจะมีกล่าวถึงบ้างเป็นบางตอน แต่ไม่ใช่ตัวละครสำคัญค่ะ

 

Note2 : ขอบคุณที่คนที่กดกำลังใจและกดเฟบให้เราด้วยนะคะ เราดีใจมากเลยที่รู้ว่ายังมีคนรออ่าน ทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่ฟิคที่สนุกอะไรขนาดนั้น ขอบคุณมากนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #37 ยูริอิ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 16:37

    ออกจะสนุกทำมัยไรท์ถึงคิดเช่นนั้น(・o・)

    เป็นกำลังใจให้คะ รอตอนต่อไปยุเด้อ
    #37
    0
  2. #36 fujikawaisanami (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 15:01
    มัลฟอยหนา มัลฟอย...
    #36
    0
  3. #35 Yayazhang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 14:39

    เฟร็ดนี่ก็แอบแต๊ะอั๋งน้องตะลิสด้วย ระวังปะป๊าโทนี่มาไล่ล่านะจ๊ะ
    //รออยู่นะคะ ชอบมากเลย
    #35
    0