[HARRY POTTER/AVENGERS] LITTLE ONE

ตอนที่ 13 : PART11: WAND AND STRANGER

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

⚡️

PART11: WAND AND STRANGER

.

.

"terrible yes, but great."

"เราต้องไปเอาเงินก่อน” แฮกริดบอกพวกเขา

 

แฮร์รี่หวังว่าเขามีแปดตา เขาเหลียวดูทุกทิศทางอย่างตื่นเต้น แอนนาลิสก็มีท่าทีที่ไม่ต่างกัน เธอแทบจะแวะดูทุกร้านอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าเธอเกรงใจแฮกริด กับแฮร์รี่คอยดึงแขนรั้งให้เธอไว้อ่ะนะ

 

เด็กผู้ชายหลายคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแฮร์รี่และเธอ ยืนเอาจมูกแนบกระจกร้านขายไม้กวาด

 

"ดูสิ!" เธอได้ยินเสียงคนหนึ่งพูด "นิมบัสสองพันรุ่นใหม่ - เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยล่ะ"

 

มีร้านขายเสื้อคลุมตัวยาวร้านขายกล้องส่องทางไกลและเครื่องมือแปลก ๆ ทำด้วยเงินที่แฮร์รี่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

"กริงกอตส์" แฮกริดเอ่ย

 

พวกเขาเดินมาถึงอาคารสีขาวเหมือนหิมะที่ตั้งตะหง่านเด่นเหนือร้านรวงเล็กๆทั้งหลาย ผู้ที่ยืนอยู่ข้างประตูทองเหลืองขัดมันวับ ใส่ชุดเครื่องแบบสีแดงสดกับทอง คือ --

 

"นั่นใช่.." แอนนาลิส

 

"ใช่แล้ว นั่นคือก็อบลิน" แฮกริดบอกเบาๆ ขณะที่เดินขึ้นบันไดหินสีขาวไปหาผู้ชายคนนั้น ก็อบลินสูงแค่บ่าของเธอกับแฮร์รี่ ใบหน้าคล้ำดูฉลาด ไว้เคราแหลม และแฮร์รี่ยังสังเกตเห็นว่านิ้วและเท้าของเขายาวมาก

 

"เอ่อ.. ก่อนที่จะเข้าไป" แฮกริดหันมาเอ่ยให้เขาสองคนเสียงกังวล "คือ -- รถโบกี้ที่นี่น่ะ นั่งได้แค่สองคน พวกเธอคนใดคนหนึ่งอาจจะต้องรออยู่ข้างนอกก่อนน่ะ"

 

"เดี๋ยวหนูอยู่เองค่ะ!" แอนนาลิสบอกอย่างตื่นเต้น ได้โอกาสเดินสำรวจแล้ว!

 

"หนูจะเดินเล่นรออยู่แถวนี้ ไม่ไปไหนไกลหรอกค่ะ สัญญาเลย!" เธอให้คำยืนยันต่อแฮกริด

 

"อ่า.. ถ้าอย่างงั้นก็ได้ แต่อย่าไปไหนไกลล่ะแอนนา" แฮกริดพ่นลมหายใจอย่างโล่งใจ ก่อนจะยิ้มให้เธอ

 

"ฝากถอนเงินมาให้ด้วยล่ะ" เธอหันไปบอกกับแฮร์รี่

 

"อื้อ! ได้เลย จะหยิบมาให้เยอะๆเลย แล้วจะรีบมานะ อย่าซนล่ะ" แฮร์รี่ยิ้มให้เธอ ก่อนจะยกมือขึ้นมายีหัวเธอ

 

"โอ้ย ไม่ใช่เด็กแล้วนะ รีบเข้าไปเลย!" แอนนาลิสปัดมือของเขาออก ก่อนจะบ่นเล็กน้อย

 

ทั้งสองคนขำกับท่าทางของเธอ ก่อนจะเดินหายเข้าไปข้างในธนาคาร

 

แอนนาลิสที่ได้โอกาส ก็เริ่มทำการเดินสำรวจทันที แต่อย่างที่เธอพูดไว้ ว่าเธอจะไม่ไปไหนไกล เธอก็เลยเดินดูได้แค่บริเวณใกล้เคียง ร้านสองร้านไม่ห่างจากกริงกอตต์มากนัก ระหว่างที่เธอเดินไปเรื่อยๆนั้น ก็มีคนทักเธอขึ้น ทำให้เธอต้องหยุดเดินแล้วหันมามองที่ต้นเสียงที่อยู่ด้านหลังของเธอ

 

"นี่ ยัยตัวเล็ก!" เธอมองซ้ายมองขวา ก่อนใช้นิ้วชี้ตัวเอง

 

คุยกับข้าหร๊อ!?

 

"ใช่! เธอนั้นแหละ หลงทางหรือเปล่า"

 

แอนนาลิสหันไปเจอกับเด็กผู้ชายหัวสีแดงเพลิง เขามีผิวสีซีดแถมยังสูงกว่าแอนนาลิสมาก ทำให้เธอต้องเงยหน้าเพื่อที่จะได้เห็นหน้าของเขา หน้าของเด็กผู้ชายคนนั้นมีกระประดับอยู่บนใบหน้าเล็กน้อยและมีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ลักษณะแล้วน่าจะอายุมากกว่าเธอประมาณ สองถึงสามปี

 

"ย..ยัย อะไรนะ" เธอขมวดคิ้วถาม

 

อะไร เธอไม่ได้ตัวเล็กซะหน่อย ทุกคนน่ะสูงเกินไปสำหรับเธอต่างหาก!

 

"โทษที ฉันเห็นเธอเดินมองซ้ายมองขวา ทำหน้าตาเหลอหลา เลยนึกว่าหลงทางน่ะ" เด็กผู้ชายคนนั้นเกาหลังคอ ตอบเธออย่างเขินๆ แต่เหมือนที่เขาตอบจะไม่ค่อยตรงกับคำถามเธอของเท่าไหร่นะ

 

โอเค เธอจะมองข้ามที่เขาบอกว่า เธอเหลอหลา ละกันนะ

 

"อ้อ เปล่าค่ะ หนูไม่ได้หลงทางหรอก หนูเดินเล่นรอเพื่อนน่ะค่ะ เขาไปถอนเงินอยู่" แอนนาลิสตอบอย่างสุภาพ ก่อนจะส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร

 

"อ..อ้อ เอ่อ.. ฮอกวอส์หรอ" เขาถามอย่างเขินๆ

 

"ใช่ค่ะ พึ่งเข้าปีแรก คุณก็กำลังจะเข้าฮอกวอตส์เหมือนกันหรอคะ?"

 

"เปล่า จริงๆฉัน.." แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยจบก็มีเสียงตะโกนแทรกเข้ามาก่อน

 

"นี่! เฟร็ด รีบมาได้แล้วน่า อย่ามัวแต่จีบเด็กซี่! คิกคิก " เด็กผู้ชายผมสีแดงเพลิงอีกคน ที่หน้าตาเหมือนกับคนที่อยู่ข้างหน้าเธออย่างกับจับคนที่อยู่ตรงหน้าเธอมาก็อปปี้แล้ววาง ตะโกนขึ้น แล้วหันไปหัวเราะคิกคัก กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กข้างๆ

 

มีฝาแฝดซะด้วย

 

เจ้าเด็กผมแดงที่อยู่ตรงหน้าเธอหันไปมองค้อนให้กับเจ้าของเสียงตะโกน เขาหันมายิ้มและโบกมือให้เธอ ก่อนจะวิ่งกลับไป ไม่วายหันมามองเธอเล็กน้อย เขาที่เห็นเธอส่งยิ้มกับโบกมือให้ก่อนจะเดินออกไป ไม่ทันเห็นคนที่เดินสะดุด ล้มคะมำไปกับพื้นทันทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ ทำเอาแฝดอีกคนที่ยืมมองอยู่ ได้แต่ยืนกุมท้อง หัวเราะเยาะเขาเสียงดังลั่นตรอกไดแอกอน

 

⚡️

 

หลังจากที่เธอเดินเล่นได้เกือบสิบนาที เธอก็เดินกลับมาที่กริงกอตส์เพื่อรอแฮร์รี่กับแฮกริด แต่รอได้ไม่นานพวกเขาทั้งสองคนก็ออกมาพร้อมถุงเงินสองถุง สีหน้าของแฮร์รี่พะอืดพะอมเล็กน้อย แต่แฮกริดคือพร้อมที่จะปล่อยออกมาซะแล้ว

 

ระหว่างเดินไปจุดหมายต่อไป แฮร์รี่ก็เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในกริงกอตส์ให้เธอฟัง ทั้งตอนที่ให้กุญแจกับก็อบลิน รถรางที่เคลื่อนที่อย่างกับรถไฟเหาะ สาเหตุที่ทำให้พวกเขาเดินพะอืดพะอมกันออกมา แล้วก็เรื่องห้องนิรภัยลับที่เขาคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร

 

"แต่รู้มั้ยอะไรแปลกที่สุด" แฮร์รี่ที่กำลังเล่าเรื่องที่เกิดในกริงกอตส์ เอ่ยถามเธอขึ้น เธอส่ายหน้าให้เขา ก่อนแฮร์รี่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อกระซิบกับเธอ

 

"แฮกริดน่ะ ตอนที่เขาบอกพวกก็อบลิน ว่าจะถอนเงิน ของฉันเขาก็พูดชื่อฉันปกติ แต่พอเป็นชื่อเธอ เขากลับ กระซิบ ล่ะ!"

 

เธอยังไม่ได้ทันจะได้ถามต่อ แฮกริดก็พูดขึ้นมาซะก่อน

 

"ซื้อเครื่องแบบก่อนดีกว่า" แฮกริดบอก พยักหน้าไปทางร้าน เสื้อคลุมสำหรับทุกโอกาสของมาดามมัลกิ้น

 

"เธอสองคนจะว่าอะไรมั้ย ถ้าฉันขอแวะจิบอะไรที่ร้านหม้อใหญ่รั่วซะหน่อย ฉันเกลียดไอ้รถกริงกอตส์จริงๆ" แฮกริดที่ยังดูพะอืดพะอมอยู่ ดังนั้นพวกเขาเลยต้องเข้าไปในร้านของมาดามมัลกิ้นกันตามลำพัง ด้วยความรู้สึกกังวลใจ

 

มาดามมัลกิ้นเป็นแม่มดอ้วนเตี้ย หน้าตายิ้มแย้ม แต่งตัวสีม่วงอมชมพูทั้งชุด

 

"เครื่องแบบฮอกวอตส์หรอจ๊ะ ที่รัก" เธอเอ่ยขึ้นเมื่อแฮร์รี่กำลังจะพูด "อยู่ทางนี้เลยจ่ะ -- พ่อหนุ่มอีกคนกำลังลองอยู่พอดี ส่วนหนูเชิญทางนี้เลยจ่ะ" มาดามมัลกิ้นบอกกับแฮร์รี่ ก่อนจะหันมาบอกทางให้กับเธอ

 

เธอเดินไปคนละฝั่งกับแฮร์รี่ เธอเจอแม่มดอีกคนยืนรอเธออยู่ที่แป้นรองเท้าเตี้ยๆ ในขณะที่เธอขึ้นไปยืนแม่มดคนนั้นก็ใช้เข็มหมุดกลัดเสื้อคลุมดำตัวยาวให้พอดีกับเธอ ใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีเท่านั้น เธอก็กระโดดลงจากแป้นรองเท้า แล้วเดินไปหาแฮร์รี่ ก่อนจะพบเขายืนคุยกับเด็กผู้ชายผิวสีซีด น้ำเสี้ยมแหลมที่ยืนอยู่บนแป้นรองเท้าเตี้ยๆ อยู่ข้างแฮร์รี่

 

ดูจากสีหน้าของแฮรรี่ คงจะไม่ใช่บทสนทนาที่น่าภิรมย์สักเท่าไร

 

"เสร็จแล้วหนูจ๋า" มาดามมัลกิ้นบอกกับแฮร์รี่ ก่อนเขาจะกระโดดลงมาจากแป้นรองเท้าอย่างรวดเร็ว

 

"แล้วเจอกันที่ฮอกวอตส์นะ" เด็กคนนั้นพูดลากเสียงให้กับแฮร์รี่ ก่อนพวกเขาสองคนจะออกมาหาแฮกริดที่มีไอศกรีมอยู่สองแท่งบนมือทั้งสองมือ ก่อนจะยื่นให้พวกเขาคนละแท่ง

 

พวกเขาทั้งสามคนหยุดซื้อกระดาษและปากกาขนนก และหมึกที่เธอพบว่ามันสามารถเปลี่ยนสีได้ระหว่างที่เขียน

 

ประหยัดปากกาสีไปได้เยอะเลยแฮะ

 

"แฮกริด ควิดดิชคืออะไรฮะ" แฮร์รี่ที่เงียบมาตลอดทางหลังจากออกมาจากร้านของมาดามมัลกิ้น ถามขึ้นตอนกำลังเดินออกจากร้าน

 

ควิดดิช?

 

"ให้ตายสิ ฉันลืมไปเลยว่าเธอสองคนไม่ค่อยรู้อะไร — ไม่รู้จักควิดดิชด้วย!"

 

"อย่าทำให้ผมรู้สึกแย่ลงกว่านี้เลยฮะ" แฮร์รี่บอก ก่อนจะเล่าเรื่องเด็กหน้าซีดๆ ที่ร้านมาดามมัลกิ้นให้เธอและแฮกริดฟัง

 

" — แล้วเขาก็บอกว่าคนที่มาจากครอบครัวมักเกิ้ลไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้า — "

 

"เธอไม่ได้มาจากครอบครัวมักเกิ้ล เธอทั้งสองคน ถ้าเด็กนั้นรู้ว่าเธอคือใครแฮร์รี่ — เขาต้องเติบโตมากับชื่อเธอถ้าพ่อแม่ของเขาเป็นพ่อมดแม่มด เธอก็เห็นแล้วว่าพวกคนที่ร้านหม้อใหญ่รั่วเป็นยังไงตอนเห็นเธอ จะว่าไป เด็กนั่นจะรู้อะไร พวกคนเก่งๆที่ฉันเคยเห็นบางคนก็เป็นพวกที่สืบเชื้อสายมาจากพวกมักเกิ้ลทั้งนั้น — ดูอย่างแม่เธอสิ!"

 

"แล้วควิดดิช นี่คืออะไรหรอคะ"

 

"เป็นกีฬาของพวกเรา กีฬาของพวกพ่อมดน่ะ มันเหมือน — เหมือนฟุตบอลในโลกของมักเกิ้ล แต่แค่เล่นกันกลางอากาศ ขี่ไม้กวาด มีลูกบอลสี่ลูก — อธิบายกติกายากแฮะ"

 

"แล้วสลิธีรินกับฮัฟเฟิลพัฟคืออะไรฮะ"

 

ข้อมูลใหม่อีกแล้ว เหมือนจะมีอะไรที่ต้องศึกษาเพียบเลยแฮะ

 

"เป็นบ้านที่พวกนักเรียนอยู่ มีสี่หลัง เขาว่ากันว่าพวกคนที่อยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟนี่มักจะทึ่มๆ ไม่ได้เรื่อง แต่ — "

 

"พนันได้เลยว่าผมต้องอยู่ฮัฟเฟิลพัฟ" แฮร์รี่บอกอย่าหงอย

 

โถ พ่อคุณ ขี้กังวลอะไรขนาดนั้น

 

"ฮัฟเฟิลพัฟก็ดีกว่าสลิธีรินล่ะ" แฮกริดตอบอย่างเคร่งขรึม "พวกพ่อมดแม่มดที่ไปในทางชั่วๆนะ มาจากสลิธีรินกันทุกคน คนที่เธอก็รู้ว่าใคร ก็มาจากบ้านนั้น"

 

"โวล.. ขอโทษค่ะ — คุณก็รู้ว่าใคร อะไรนั่นก็เคยเรียนที่ฮอกวอตส์หรอคะ"

 

"ตั้งนานนมมาแล้วล่ะ" แฮกริดตอบ

 

แฮกริดซื้อหนังสือเรียนให้พวกเขาที่ร้านชื่อว่า ตัวบรรจงและหยดหมึก หนังสือนานาชนิดเรียงรายอยู่บนหิ้งสูงจนจดเพดาน มีทั้งหนังสือเล่มโตขนาดเท่าแผ่นหินปูทางเท้าหุ้มปกหนังจนถึงหนังสือเล็กจิ๋วเท่าแสตมป์หุ้มปกผ้าไหม มีหนังสือเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกๆ และหนังสือบางเล่มก็ไม่มีตัวหนังสืออะไรเลย แฮกริดต้องแทบลากแฮร์รี่เพื่อให้ละจากหนังสือ คำสาปและการแก้สาป (ทำให้เพื่อนหลงเสน่ห์และทำให้ศัตรูงุนงงด้วยการแก้แค้นแบบใหม่ล่าสุด เช่น เสกให้ผมร่วง ให้ขาอ่อนปวกเปียก ให้ลิ้นพันกัน และอื่นๆ อีกมากมาย) โดย ศาสตราจารย์วินดิคตัส วิรีเดียน

 

แฮกริดไม่ยอมให้พวกเธอสองคนซื้อหม้อทองคำ (ในรายการบอกว่า หม้อดีบุกผสมตะกั่วนี่นา) แต่พวกเธอก็ได้ตาชั่งทองเหลืองที่สวยมากมาคนละชุด สำหรับชั่งน้ำหนักเครื่องปรุงยาต่างๆ และซื้อกล้องส่องทางไกลทองเหลืองที่พับได้ด้วย จากนั้นก็ไปร้านขายยาแผนโบราณ ซึ่งมีของน่าสนใจมากพอที่จะลืมกลิ่นเหม็นพิกลๆ เหมือนกลิ่นไข่เน่าผสมกับกะหล่ำปลีเน่าได้ มีมัดขนนก เชือกร้อยเขี้ยวสัตว์และพวงอุ้งมือสัตว์แขวนไว้ที่เพดาน พวกเธอเดินสำรวจร้านในขณะที่แฮกริดกำลังบอกชายที่อยู่หลังเคาท์เตอร์ ให้เตรียมเครื่องปรุงยาพื้นฐานต่างๆให้แฮร์รี่และแอนนาลิส

 

เมื่อเดินออกมานอกร้านขายยา แฮกริดจักการตรวจรายการของอีกทีหนึ่ง

 

"เหลือแต่ไม้กายสิทธิ์ — อ้อ ใช่ และฉันยังไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิดเธอสองคนเลย"

 

เธอหน้าขึ้นสีเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างเกรงใจ

 

"คุณไม่ต้อง —"

 

"รู้ว่าไม่ต้อง แต่จะบอกอะไรให้ ฉันจะหาสัตว์ให้พวกเธอ ไม่ใช่คางคกด้วยนะ คางคกน่ะตกแฟชั่นไปตั้งหลายปีแล้ว เธอต้องถูกเพื่อนๆหัวเราะเยาะแน่ — และก็คงไม่ใช่แมวด้วย มันทำให้ฉันจาม ฉันหานกฮูกให้พวกเธอดีกว่า เด็กทุกคนอยากได้นกฮูกกันทั้งนั้น มีประโยชน์มากเลยล่ะ ใช้ส่งจดหมายแล้วก็ทำอะไรได้อีกเยอะ"

 

ยี่สิบนาทีต่อมา พวกเขาทั้งสามคนออกมาจากร้านนกฮูกอีล็อปส์ที่มืดและเต็มไปด้วยแสงวับวาวจากดวงตาที่สุกใสเหมือนเพชรพลอย เธอถือกรงใหญ่ใส่นกฮูกแสกลำตัวสีขาว ส่วนปีกมีสีออกน้ำตาลทองสวยงามที่กำลังขยับปีกของมันอย่างมีความสุข กับของแฮร์รี่ที่ในกรงใส่นกฮูกหิมะสแกนดิเนเวียขนขาวประน้ำตาลแสนสวย มันกำลังนอนหลังเอาหัวซุกไว้ใต้ปีกอยู่ แอนนาลิสพูดขอบคุณแฮกริดไม่หยุดด้วยความตื่นเต้นและขอบคุณ ไม่ต่างกับแฮร์รี่ที่พูดตะกุกตะกักขอบคุณแฮกริดไม่หยุดเหมือนกัน

 

"ไม่ต้องขอบใจหรอกน่า" แฮกริดบอกเสียงอู้อี้ "ที่นี้ก็เหลือร้านโอลิแวนเดอร์เท่านั้น — ร้านนี้เป็นร้านเดียวที่ขายไม่กายสิทธิ์ เธอจะต้องมีไม้ที่ดีที่สุด"

 

ไม้กายสิทธิ์ ในที่สุด

 

"ร้านสุดท้ายนั้นแคบและซ่อมซ่อ ตัวหนังสือทองที่ลอกแล้วบนประตูเขียนไว้ว่า โอลลิแวนเดอร์ ผู้ประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์ชั้นดี ตั้งแต่ 382 ปีก่อนคริสตกาล ไม้กายสิทธิ์อันหนึ่งวางอยู่บนหมอนสีม่วงซีดจางในหน้าต่างกระจกที่ฝุ่นจับหนา

 

เมื่อพวกเธอสามคนเข้าไปข้างใน ก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นจากตรงไหนสักแห่งที่ด้านในสุดของร้าน มันเป็นร้านเล็กจ้อย ว่างเปล่าไม่มีอะไรยกเว้นแต่เก้าอี้หมุนตัวเดียวที่แฮกริดนั่งลงคอย

 

"สวัสดี" เสียงนุ่มๆดังขึ้น แฮร์รี่กับแอนนาลิสสะดุ้งโหยง แฮกริดก็คงสะดุ้งตัวลอยเหมือนกัน เพราะมีเสียงครืดคราดดังขึ้น แล้วเขาก็ลุกจากเก้าอี้หมุนอย่างรวดเร็ว

 

"สวัสดีครับ/ค่ะ" ทั้งคู่กล่าวพร้อมกันอย่างเคอะเขิน

 

"อ่า ใช่แล้ว" ชายคนนั้นตอบ "ใช่ ใช่ ฉันเคยเห็นเธอมาก่อนแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอได้ตาของแม่มา เหมือนเพิ่มเมื่อวานนี้เองที่แม่ของเธอสองคนเข้ามาในร้าน ซื้อไม้กายสิทธิ์อันแรก ยาวสิบนิ้วหนึ่งกระเบียด ทำจากไม้วิชาโล่ ฟาดผ่านอากาศมีเสียงขวับๆ เป็นไม้ดีเหมาะกับการร่ายคาถา"

 

"เอาล่ะ — ทีนี้ ใครก่อนดีล่ะ.. คุณพอตเตอร์ ให้ดูหน่อยซิ" เขาดึงสายวัดที่มีตัวเลขสีเงินออกมาจากกระเป๋า "แขนข้างไหนเป็นแขนที่ใช้ไม้กายสิทธิ์ล่ะ"

 

"เอ่อ — คือผมถนัดขวาครับ" แฮร์รี่ตอบคุณโอลลิแวนเดอร์ ก่อนเขาจะหันมามองเธอ

 

"ม.. เหมือนกันค่ะ"

 

"ยื่นแขนออกมาทั้งสองคน อย่างนั้นแหละ" เขาวัดแขนของแฮร์รี่จากหัวไหล่ไปถึงปลายนิ้ว แล้วจากข้อมือไปถึงศอก วัดความยาวจากไหล่ถึงพื้น จากเข่าถึงรักแร้ และรอบๆหัว เมื่อวัดแฮร์รี่เสร็จเรียบร้อย คุณโอลลิแวนเดอร์ก็หันมาวัดกับเธอต่อ

 

"ดีล่ะ คุณพอตเตอร์ ลองไม้นี่ซิ ทำจากไม้เบิร์ช ผสมอารมณ์มังกร ยาวเก้านิ้ว ดีและยืดหยุ่น ถือไว้แล้วลองโบก"

 

แฮร์รี่ถือไม้กายสิทธิ์ แล้วโบกไปรอบๆเล็กน้อย แต่คุณโอลลิแวนเดอร์ก็คว้าไม้ไปจากมือเขาก่อน

 

"ไม้เมเปิ้ล ผสมขนนกฟินิกซ์ เจ็ดนิ้ว หวดคล่องเหมือนแส้ ลองดูซิ —"

 

แฮร์รี่ลอง — แต่เขายังไม่ทันยกไม้ขึ้น ก็ถูกกระชากออกไป

 

"ไม่เหมาะ ไม่เหมาะ — นี่ ไม้มะเกลือ ขนยูนิคอร์น แปดนิ้วครึ่งเด้งดี เอ้า ลองดู"

 

แฮร์รี่ทดลองแล้วทดลองอีก แต่ก็ยังไม่เจอไม้กายสิทธิ์ที่เหมาะกับคนแอนนาลิสที่ยืนรออยู่นาน ตอนนี้ยืนสัปหงกพิงไหล่แฮกริด น้ำลายยืดไปแล้ว

 

"ลูกค้าเลือกยากจริงๆเฮ้อ ไม่ต้องวิตก เราจะหาอันที่เหมาะจนได้สิน่า ตอนนี้ฉันสงสัยว่า — ทำไมจะไม่ได้ล่ะ — ถึงจะเป็นการผสมที่ไม่แกติก็ตาม — ไม้ฮอลลี่และขนนกฟินิกซ์ สิบเอ็ดนิ้ว ดีและนุ่ม"

 

แฮร์รี่รับไม้มาถือไว้ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่เกิดขึ้นทันทีที่นิ้ว เขายกไม้ขึ้นเหนือหัว วาดมันลงมาผ่านอากาศที่คลุ้งฝุ่น แล้วประกายสีแดงและทองพุ่งออกมาจากปลายเหมือนดอกไม้ไฟ แฮกริดโห่ร้องลั่นแล้วตบมือทำเอาเธอที่ยืนหลับหัวพิงไหล่แฮกริดอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้น ก่อนจะตบมือตามแฮกริดอย่าง งงๆ

 

เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย

 

แฮร์รี่กับคุณโอลลิแวนเดอร์ยังคงคุยกันต่อ แต่เธอไม่ได้สนใจนัก ไม่นานคุณโอลลิแวนเดอร์ก็เรียกเธอเพื่อให้มาเลือกไม้กายสิทธิ์ต่อจากแฮร์รี่

 

"เอาล่ะ ไหนดูซิ.. ไม้แอช ขนยูนิคอร์น แปดนิ้วครึ่ง ดีและแข็ง"

 

เธอรับมา ทันทีที่เธอกำลังจะโบก — เขาก็กระชากออกไปจากมือของเธออย่างที่ทำกับแฮร์รี่

 

"ไม้มะเกลือ ผสมอารมณ์มังกร ยาวสิบนิ้ว ยืดหยุ่นกำลังดี" เธอแตะไปได้ไม่ถึงสิบวิ ก็ถูกกระชากออกไปอีกเช่นเคย

 

อันแล้ว อันเล่า ผ่านไปเกือบ 10 ไม้ คุณโอลิแวนเดอร์ที่แทบจะรื้อร้านอยู่แล้ว เธอก็ยังไม่ได้

 

นี่ขนาดไม้กายสิทธิ์ยังไม่เลือกเราเลย ฮือ

 

"เอาล่ะ.. นี่ ไม้ซีดาร์ ขนนกฟินิกซ์ 12นิ้วครึ่ง แข็งแต่ก็ยืดหยุ่น"

 

เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแล่นผ่านมือ เมื่อนิ้วของเธอแตะเข้าที่ไม้กายสิทธิ์ เธอลองโบกดูทำให้มีประกายไฟคล้ายกับของแฮร์รี่พุ่งออกมา เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

"ไม้ซีดาร์ เป็นไม้ที่เต็มไปด้วยพลัง หลักแหลม และการหยั่งรู้ คนที่จะได้ครอบครองไม้ซีดาร์ได้ต้องเป็นคนที่มีความจงรักภักดีที่ไม่ธรรมดา ผสมเข้ากับขนนกของฟินิกซ์ ที่มีประสิทธิภาพด้านเวทมนตร์เป็นอย่างสูง ใช้ให้ดีล่ะ"

 

เธอจ่ายเหรียญทองแกลเลียนเก้าเหรียญเป็นค่าไม้ เช่นเดียวกับแฮร์รี่ที่ยื่นให้เจ็ดเหรียญ แล้วมิสเตอร์โอลลิแวนเดอร์ก็โค้งคำนับส่งพวกเขาออกจากร้าน

 

ดวงอาทิตย์ยามบ่ายจัดลอยต่ำอยู่บนท้องฟ้าเมื่อพวกเขาทั้งสามคนออกมาจากตรอกไดแอกอน ผ่านกำแพงกลับเข้ามาสู่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ทันทีที่เธอเข้ามา เธอก็หันไปปะทะกับสายตาที่คุ้นเคยคู่หนึ่งที่มุมของร้าน เจ้าของสายตาคู่นั้นที่เห็นเธอก็รีบลุกและตรงดิ่งมาหาพวกเขาทันที

 

อึก.. (เสียงกลืนน้ำลาย)

 

"ไง ลูกรัก.. มีอะไรจะเล่าให้ปะป๊าคนนี้ฟังมั้ย" โทนี่กอดอกถามพร้อมยิ้มเย็นๆให้เธอ

 

ตายหยังเขียดแน่เรา ฮือ

 

 

"นกของแอนนาลิส"

' เธอถือกรงใหญ่ใส่นกฮูกแสกลำตัวสีขาว ส่วนปีกมีสีออกน้ำตาลทองสวยงามที่กำลังขยับปีกของมันอย่างมีความสุข '

 

 

พระเอกมีบทแล้วโว้ยย เช่นเดียวกันกับปะป๊าโทนี่

ps. ผ่านมา 11 พาร์ทแล้วยังไม่ไปฮอกวอตส์เลย ไม่ได้แต่งยืดเยื้อไปใช่มั้ยคะ ฮือ T T

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #13 M.melody (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 03:48
    น้องเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หมดเลย จะได้ไม่ต้องมีปัญหาหากต้องการลายเซ็นผู้ปกครองให้สตาร์คเป็นคนเซ็นให้เลยปะป๋ารวยซะอย่าง น้องโดนอยู่อย่างลำบากมาเกินพอแล้ว แฮร์รี่ก็ให้ปะป๋าน้องเซ็นแทนด้วย ยื่นเรื่องศาลขอเป็นผู้ปกครองแทนมีอำนาจในการอนุญาติแทนครอบครัวดัดลีย์เลยย
    #13
    2
    • #13-1 M.melody(จากตอนที่ 13)
      23 พฤษภาคม 2563 / 03:50
      จริงๆสตาร์คก็ควรรู้ป่ะว่าครอบครัวนั้นดูแลน้องอย่างไรถ้าใส่ใจจริงๆอ่า เพราะอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆที่ครอบครองคือควบคุมเกือบหมดเลยป่ะ ก็น่าจะเห็นน้องนะสัญญาณดาวเทียมอ่า
      #13-1
    • #13-2 ดอลลา(จากตอนที่ 13)
      25 พฤษภาคม 2563 / 23:18
      ใช่เลยค่ะ
      #13-2
  2. #12 ชิดตะวัน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 01:36

    ชอบๆ เพิ่งเข้ามาอ่าน สนุกมากจ้าาา
    #12
    0
  3. #11 ยูริอิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:26

    ไรท์เค้ารออ่านตอนต่อนไปยุน้าาา
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #11
    0