คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Stony] My jolly sailor bold Steve x Tony

โดย Rainbony

"เงือก" สิ่งมีชีวิตที่มีครึ่งบนเป็นมนุษย์และครึ่งล่างเป็นปลา มักขับกล่อมบทเพลงแสนไพเราะเพื่อล่อลวงให้เหล่านักเดินเรือผู้ล่มหลงได้จมลงก้มทะเลที่พวกเขารักตลอดกาล

ยอดวิวรวม

832

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


832

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


53
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ส.ค. 59 / 14:33 น.
นิยาย [Stony] My jolly sailor bold Steve x Tony [Stony] My jolly sailor bold Steve x Tony | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เหมือนข้าถูกกามเทพแผลงศรใส่
ทองสิ้นไร้ประกายแสงหมดคุณค่า
ไม่มีสิ่งใดช่วยข้าพ้นพันธนา
เพียงกะลาสีผู้กล้าที่ข้ารอ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ส.ค. 59 / 14:33




เรื่องเล่าจากปากต่อปากบางครั้งอาจเป็นเรื่องจริง บางครั้งอาจเป็นเรื่องจริงที่ถูกปรุงแต่ง หรือบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่มาจากความคิดของใครคนหนึ่ง 

 

แต่ละท้องถิ่นมักจะมีตำนานเล่าขานที่แตกต่างออกไป 

 

นักเดินเรืออย่างเขาก็ได้ยินเรื่องตำนานเกี่ยวกับอัปสรแห่งท้องทะเลหรือที่ใครบางคนเรียกมันว่าอสูรแห่งท้องทะเลมานักต่อนัก 

 

สิ่งมีชีวิตที่มีครึ่งบนเป็นมนุษย์และครึ่งล่างเป็นปลา มักขับกล่อมบทเพลงแสนไพเราะเพื่อล่อลวงให้เหล่านักเดินเรือผู้ลุ่มหลงได้จมลงก้มทะเลที่พวกเขารักตลอดกาล 

 

เขาไม่เคยเชื่อตำนานเรื่องนี้เลยสักครั้งจนกระทั่งเพื่อนร่วมเดินทางของเขาได้หายไปกลางทะเลทีละคนๆ 

 

แสงจันทร์เต็มดวงสาดส่องผืนทะเลที่ถูกปกคลุมด้วยสีแห่งรัตติกาล ท่ามกลางผืนน้ำกว้างใหญ่ยังคงมีเรือสำเภาเพียงหนึ่งล่องไปตามเส้นทางเดินเรือ ชายหนุ่มร่างกายกำยำใช้มือกร้านแดดบังคับพังงาวงเดือน เขายกฝ่ามือเสยกลุ่มผมที่ปรกใบหน้าไปด้านหลังเมื่อมันบดบังเส้นทางการมองเห็น ดวงตาสีเงินยามกระทบแสงจันทราเหลือบมองรอบกายที่ไร้ผู้คน เขาเป็นเวรเฝ้ายามในค่ำคืนนี้ตลอดจนรุ่งเช้าในขณะที่คนอื่นกลับหลับสบาย ตะเกียงไฟถูกจุดขึ้นรอบๆ เรือสำเภาเพิ่มความสามารถในการมองเห็นหินโสโครกหรือสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่มักจะเผยตัวยามราตรีได้อย่างดี 

 

บางทีคืนนี้มันอาจจะมา... 

 

สตีฟไม่เคยเชื่อนิทานปรำปราที่ถูกเล่าขานจากบุคคลรุ่นก่อนนักแต่เขากลับต้องลังเลใจเมื่อผู้เดินทางได้หายไปทีละคนๆ ทุกๆ คืนที่จันทร์เต็มดวง สิ่งนี้หาได้สร้างความหวาดกลัวในจิตใจของชายหนุ่มไม่ เขากลับคิดว่าโชคดีนักหากได้เจอสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้ทะเลผู้งดงาม คำถามมากมายว้าวุ่นอยู่ภายในและเขาต้องการผู้ที่สามารถคำตอบนั่น 

เงือกมีจริงหรือ? 

เหล่านั้นพรากชีวิตกะลาสีเดินเรือเพื่อนพ้องของเขาจริงหรือ? 

เสียงของเงือกไพราะอ่อนหวานเหมือนกับที่ถูกเล่าขานจริงหรือ? 

และจุมพิตของเหล่าเงือกที่มอบให้กะลาสีเรือจะทำให้ะลาสีเรือผู้นั้นหายใจใต้ท้องมหาสมุทรได้จริงหรือ? 

 

เขาคงไม่ต้องวุ่นใจหากผู้ที่เคยพบเงือกยังมีชีวิตอยู่ แต่ในความจริงผองเพื่อนของเขาต่างจมลงก้มทะเลกันเสียหมดหลังจากผ่านคืนวันเพ็ญ สตีฟละจากพังงาเรือเดินไปยังหัวเรือปล่อยให้ลมแผ่วได้กระทบร่างกายใต้เสื้อขาวทีถูกปลดกระดุมอกออก ความสงบสุขยามค่ำคืนเป็นสิ่งที่เขาถวิลหาและคงดีไม่น้อยหากมีหญิงงามอยู่ข้างกาย โอบกอดสร้างความอบอุ่นพลางนอนนับดาวร่วมกัน มันเป็นเพียงความฝันเมื่อในชีวิตจริงหญิงสาวไม่ได้รับอนุณาตให้ขึ้นเรือสำเภาที่ต้องเดินทางไกลเช่นนี้ได้ หากเรือใดมีสาวงามอยู่ด้วยเรือนั้นจะอัางกลางทะเลเพราะเพียงแค่ความเชื่อที่สืบต่อกันมาจากโจรสลัด ทว่าความสงบที่สตีฟถวิลหากลับอยู่ได้ไม่นานนัก 

Upon one summer's morning, I carefully did stray, 

Down by the Walls of Wapping, where I met a sailor gay, 

Conversing with a bouncing lass, who seem'd to be in pain, 

Saying, William, when you go, I fear you will ne'er return again. 

 

เสียงขับร้องอันแสนไพราะดังคลอเสียงแผ่วเบาของลมทะเล สตีฟเบิกตากว้างเมื่อเสียงนั่นดังขึ้นจากด้านล่าง มือหนาคว้าตะเกียงไฟขึ้นชูพลางมองหาเจ้าของเสียงเพลง มันไม่ได้อ่อนหวานเหมือนกับที่ถูกเล่าขาน เสียงนั่นนุ่มทุ้มและชวนลุ่มหลง สตีฟกวาดสายตาไปทั่วหัวเรือพลันพบสิ่งมีชีวิตบางอย่างอยู่เหนือน้ำ บางครั้งที่เขาได้ยินว่าไม่ได้อ่อนหวานนักอาจเป็นเพราะคนเช่นเขาพบเจอบุรุษเพศมากกว่า ชายหนุ่มผมสีบลูเน็ตตัดสั้นที่เปียกลู่ถูกเสยไปด้านหลัง ดวงหน้าเล็กประกอบด้วยนัยน์ตาสีเปลือกไม้แสนกลมโต จมูกรั้นเชิดรับกับริมฝีปากสีแดงสดนั่นทำให้กะลาสีหนุ่มไม่อาจละสายตาจากสิ่งตรงหน้าไปได้ โดยเฉพาะร่างกายที่มีกล้ามเนื้อประปายและผิวขาวผ่องของอีกฝ่ายยามกระทบกับแสงจันทร์ราวกับสีเงินยวง สิ่งมีชีวิตตรงหน้ายกตัวขึ้นเหนือน้ำก่อนจะว่ายวนสร้างสุดสนใจให้แก่คนบนเรือ ครีบสีมรกตโผล่พ้นน้ำบางครั้งคราวให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าตรงหน้าสตีฟคือเงือกแน่แท้ เงือกหนุ่มหัวเราะคิกคักเมื่อชายรูปงามด้านหน้านิ่งงันไม่แสดงออกความรู้สึกใดๆ ออกมา อาจจะเพราะตกใจหรือหวาดกลัว ไม่สิ ชายด้านหน้าไม่มีความหวาดกลัวแก่เขาเลยสักนิดเงือกหนุ่มสมผัสได้จากดวงตาแข็งกร้าวของอีกฝ่าย 

“เจ้าเป็นเหมือนบุคคลในบทเพลงหรือไม่ เสียงนุ่มของเงือกหนุ่มทำให้สตีฟผละออกจากภวังค์ความคิด 

“คุณพูดว่าอะไรนะ” 

เจ้าหาใช่วิลเลี่ยมกะลาสีหนุ่มที่องรักกับสาวน้อยรูปงามผู้เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมเกรงกลัวว่ากะลาสีหนุ่มจะไม่กลับจากท้องทะเลหรือไม่” เงือกหนุ่มยกตัวขึ้นไปมาโต้เหล่าคลื่นทะเลก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้หัวเรือมากพอให้อีกฝ่ายได้มองเห็นเขาชัดเจนขึ้น ใบหน้างดงามเผยยิ้มเมื่อกะลาสีด้านบนเรือส่ายใบหน้าคมไปมา 

“ไม่ ผมไม่มีภรรยาและอีกอย่างผมชื่อสตีฟ โรเจอร์ส”  

“แล้วคุณ?” สตีฟกล่าวต่อเมื่อเงือกหนุ่มไม่มีท่าทีจะแนะนำตัวแก่เขา 

“ข้ามีนามว่าโทนี่ สตาร์ค และอีกอย่างดีแล้วล่ะที่เจ้าไม่มีภรรยา” เงือกหนุ่มเอ่ยเลียนประโยคของสตีฟ เขามีดวงตาเฉยเมยครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นดั่งเดิม 

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินสิ่งที่เงือกรูปงามเอ่ย การมีภรรยาสิเป็นเรื่องที่่ดีที่สุดของเขา มันจะดีแค่ไหนกันหากกลับจากล่องเรือพบหญิงสาวเตรียมทำอาหารและปรนนิบัติเขาอย่างไร้ที่ติพร้อมกับลูกชายและลูกสาวที่วิ่งเล่นไปทั่วบ้านอันแสนอบอุ่น 

“การมีครอบครัวคือบ่วงแห่งความทุกข์”  

“อย่างงั้นเหรอ... งั้นผมขอเดาว่าคุณยังคงไม่มีใคร” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าโทนี่มีความคิดที่แตกต่างจากคนทั่วไปมากนัก บางทีสังคมระหว่างทั้งสองอาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจึงทำให้โทนี่คิดเช่นนั้น 

“อย่างน้อยก็ในตอนนี้” เงือกหนุ่มยักไหล่ไม่แยแสเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวที่จำเป็นต่อเผ่าพันธ์ ใต้ท้องทะเลตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่าเงือกมากมายหากเขาไม่สนใจเรื่องพรรคนั้นสักคนเดียวคงไม่ส่งผลกระทบอะไรมากนัก 

“คุณเป็นเงือกจริงๆ ใช่ไหม” เอ่ยถามให้แน่ใจว่าสิ่งที่กะลาสีหนุ่มคุยด้วยมาเนิ่นนานใช่เงือกอย่างที่เขาคิดหรือไม่ 

มนุษย์เรียกขานชื่อข้าแตกต่างกันไป เงือกเป็นหนึ่งในนั้น บางคนเรียกข้าว่าอัปสรทะเลหรือบางคนเรียกข้าว่าอสูรทะเลนั่นก็ไม่ผิดนัก ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่าจะเรียกข้าว่าอย่างไร เงือก อัปสร หรืออสูร” 

“แล้วคุณอยากให้ผมเรียกคุณว่าอะไรกันล่ะ” สตีฟย้อนถามเมื่อใบหน้าอีกฝ่ายแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแสนซุกซนเหมือนกับกระต่ายน้อยบนดวงจันทร์ 

สหายของเจ้า” 

คุณต้องการเป็นเพื่อนของผมงั้นเหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อคำตอบของคนเบื้องล่างทำเอาเขาแปลกใจ เงือกหนุ่มนี่น่ะเหรอต้องการจะเป็นเพื่อนกับมนุษย์อย่างเขา 

“บางครั้งความสัมพันธ์ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนนัก” โทนี่หัวเราะเมื่ออีกฝ่ายดูท่าจะแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน 

“งั้นผมของเรียกคุณว่าโทนี่ล่ะกัน โทนี่ผมอยากรู้จังว่าตอนนี้คุณายุเท่าไหร่แล้ว 

อืม ไม่รู้สิข้าผ่านวันเกิดตัวเองมาหลายพันครั้งนักจนไม่อยากที่จะนับ” เงือกหนุ่มทำท่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะไหวไหล่มน 

อย่างงั้นเหรอ คุณคงเหงาน่าดูถ้าไม่มีภรรยาแล้วคุณมีพ่อแม่หรือเปล่า” 

ท่านเสียแล้วล่ะ ตั้งแต่ข้ายังแบเบาะนักดังนั้นข้าเลยอยู่ตัวคงเดียวมาตลอด”  

“ผมเสียใจด้วยโทนี่ ผมไม่ได้อยากให้คุณรู้สึกไม่ดี” สตีฟรีบเอ่ยของโทนี่เมื่อเพื่อนของเขามีแววตาเศร้าสร้อยเพียงครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาร่าเริ่งดังเดิม แม้ว่าจะครู่เดียวเท่านั้นแต่เขากลับรับรู้ความรู้สึกของเงือกหนุ่มได้ ความรู้สึกเศร้าสร้อยโหยหาความอบอุ่นจากครอบครัวด้วยเหตุนั้นงั้นหรือโทนี่ถึงคิดว่าครอบครัวเป็นความทุกข์ 

“ไม่เป็นอะไรมันผ่านมานานแล้ว ว่าแต่เจ้าล่ะายุเท่าไหร่ 

พรุ่งนี้ผมก็จยี่สิบห้าแล้วล่ะ” 

“อย่างงั้นหรือ... ถ้างั้นพรุ่งนี้มาเป็นเวรเฝ้ายามได้หรือไม่ข้ามีของขวัญจะให้เจ้าแล้วอีกอย่างเก็บความลับที่เจ้าพบข้าไว้ด้วยล่ะแล้วเจอกัน” 

“เดี๋ยวสิ โทนี่!” สตีฟรองขึ้นเมื่อเงือกหนุ่มตรงหัวเรือยิ้มให้ โทนี่จะกระโจนลงสู่ท้องทะเลครีบหางสีมรกตถูกพบอีกครั้งก่อนจะสะบัดน้ำสาดกระทบหัวเรือและหายไปในความมืดมิด 

สตีฟถอนหายใจเมื่อเงือกหนุ่มไม่มีท่าทางจะวกกลับมาอีกครั้ง เขาเท้าแขนไว้กับหัวเรือก่อนจะมองไปยังเบื้องล่างที่เคยมีโทนี่อยู่ เค้นหัวเราะเมื่อนึกถึงตำนานที่เคยกล่าวขานกับมาว่าเงือกนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้าย ไม่ใช่เลยสักนิดเงือกที่เขารู้จักกลับเป็นมิตรและอ่อนโยนแตกต่างกับตำนานที่เคยกล่าวถึงด้วยซ้ำ พลันสัมผัสที่หัวไหล่ทำเอาเขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อตกอยู่ในวงวนความคิด สตีฟหันกลับไปดูผู้ขัดขวางความคิดเขาก่อนจะส่งยิ้มอย่างมีความสุขไปให้ 

“ยังไม่นอนอีกหรอ บัคกี้ 

อืม นอนไม่หลับน่ะ นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เวรนายฉันเลยมาอยู่ด้วยว่าแต่ไปอารมณ์ดีจากไหนมาถึงได้ยิ้มร่าซะอย่านั้น” 

“เปล่าหรอกแค่ได้ออกมารับลมทะเลตอนดึกๆ แบบนี้แล้วมันรู้สึกดีน่ะ” โกหก เขาโกหกเพื่อนสนิทไปเต็มๆ เพื่อรักษาสัญญาที่อีกฝ่ายให้ไว้ บัคกี้พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากอีกฝ่าย 

“ถ้านายชอบออกมารับลมตอนดึกๆ นักพรุ่งนี้นายก็เอาเวรฉันไปด้วยละกัน” บัคกี้บัดความรับผิดชอบให้เพื่อนสนิท เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงต้องโวยวายกับสิ่งที่เขาทำแต่บัคกี้กลับต้องแปลกใจเมื่อสตีฟกล่าวตกลงอย่างง่ายดาย 

 

 

ในที่สุดวันเกิดของสตีฟก็มาถึง ไม่มีงานเลี้ยงฉลองในค่ำคืนนี้เพราะเขาอยากใช้ช่วงเวลาอันแสนมีค่าให้กับสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า นั่นคือเงือกที่เขาเพิ่งพบเมื่อคืน โทนี่สัญญาเป็นมั่นเป็นหมายว่าจะมาหาพร้อมกับของขวัญแต่ผ่านไปเนิ่นนานเงือกหนุ่มก็ไม่มีท่าทีว่าจะมา บางทีอาจเป็นเพราะเรือสำเภาของเขาเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือในการขนส่งสินค้าทำให้โทนี่พลัดหลงกับเขาไปแล้ว คงจะเป็นเรื่องแย่ไม่น้อยที่เขายกเลิกงานเลี้ยงเพียงแค่คนๆ เดียวและต้องนั่งรอแขกรับเชิญคนสำคัญนานสองนาน สตีฟมองดวงจันทร์ที่อยู่เป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขาในตอนนี้ ทำไมกันล่ะเขาถึงรู้สึกเหงาและเปล่าเปลี่ยวมากกว่าเมื่อวาน เพราะวันนี้เป็นวันเกิดเขาหรือเพราะว่าโทนี่ไม่มากันแน่ 

เฮ้อ” สตีฟถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อค่ำคืนนี้ช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าและรวดเร็วในเวลาเดียวกัน เชื่องช้าเหลือเกินสำหรับการรอคอย และรวดเร็วเกินไปที่จะรุ่งเช้า  

เขาว่ากันว่าถอนหายใจจะทำให้แก่เร็ว เจ้ารู้หรือเปล่า” เสียงทุ้มอันแสนไพเราะดังขึ้นจากเบื้องล่าง สตีดินไปตามเสียงของโทนี่ทันที เงือกหนุ่มแหวกว่ายเผยครีบหางอยู่ด้านข้างเรือ 

“ผมนึกว่าคืนนี้คุณจะไม่มาเสียอีก” กะลาสีหนุ่มเอ่ยตามจริงนั่นทำให้โทนี่ได้หัวเราะอีกครั้งเหมือนกับเมื่อคืนก่อน 

พอดีข้าตามหาเจ้าอยู่น่ะ สตีฟให้ข้าขึ้นไปบนเรือเจ้าได้หรือไม่” สตีฟเลิกคิ้วสงสัย่อนจะตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิดอะไร เขาช่วยเหลือเงือกหนุ่มให้ขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จ สตีฟอุ้มโทนี่ไว้ในอ้อมแขน เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเงือกหนุ่มนระยะใกล้ขนาดนี้ ใบหน้าหวานราวกับสตรีและครีบหางสีน้ำทะเลทำเอาจิตใจของเขาว้าวุ่น ฉับพลันเมื่อเขาวางเงือกหนุ่มลงพื้นเรือครีบหางของโทนี่กลับแปรเปลี่ยนเป็นเรียวขาทั้งสองข้างเหมือนกับมนุษย์ ใบหน้าของสตีฟร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อตอนนี้โทนี่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า กะลาสีหนุ่มถอดเสื้อแขนยาวของเขาให้เงือกหนุ่มสวมใส่ทันที 

“ขอบคุณ” 

คุณเปลี่ยนท่านั่งดีไหม ถ้านั่งอย่างนี้นานๆ มันจะลำบากเอานะ” เอ่ยอย่างเป็นห่วงเมื่อโทนี่นั่งพับเพียบอยู่ด้านหน้า 

“ข้าไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนท่านั่งอย่างไร จริงๆ คือข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าขาของมนุษย์ใช้การอย่างไร 

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ผมของเป็นอาจารย์ของคุณได้หรือเปล่า” ร่างสูงลุกขึ้นยืน ยื่นมือหนาเชื้อเชิญให้เงือกหนุ่มตรงหน้ายอมรับมัน โทนีกุมมือกะลาสีหนุ่มก่อนจะพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืนแต่นั่นก็ดูจะยากเย็นนักสำหรับเงอกหนุ่ม สตีฟประครองคนตรงหน้าพลางพิจารณาโทนี่อย่างเผลอตัว ความสูงของโทนี่อยู่แค่เพียงช่วงระดับสายตาของเขาเท่านั้นและถึงแม้ว่าจะมีกล้ามเนื้อดั่งชายทั่วไปแต่นั่นไม่ได้ทำให้ร่างโปร่งดูน่าทะนุถนอมน้อยลงเลยสักนิด ขณะนี้ทั้งสองราวกับคู่เต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง โทนี่กุมมือเขาไว้ข้างหนึ่งและอีกข้างก็พาดไว้กับลาดไหล่แกร่งสตีฟก็เช่นกันเขากุมมือโทนี่ไว้ก่อนจะใช้มือข้างที่เหลือประครองเอวคอดของอีกฝ่าย

“ถ้าเจ้าทำข้าล่วงลงพื้นเจ้าเจ็บตัวแน่สตีฟ” โทนี่ปรายตามองกะลาสีเรือผู้ที่ไม่น่าเชื่อใจนักว่าจะสอนเขาเดินได้ 

เชื่อมือผมเถอะ” เอ่ยด้วยรอยยิ้ม เขาเริ่มขยับเดินถอยหลังพลางเอวรั้งให้โทนี่เดินตาม แต่ดูเหมือนร่างเล็กจะไม่ยอมให้ความร่วมมือนัก 

ผมไม่ทำให้คุณทรุดลงไปหรอก ผมกุมมือกับเอวคุณอยู่นะถ้าคุณล้มผมก็ต้องล้มไปกับคุณด้วยสิ” โทนี่มีท่าทีลังเลเขากุมมือสตีฟแน่นก่อนจะก้าวขาตามสตีฟแต่ไม่ทันได้แตะพื้นเรี่ยวแรงของเงือกกลับเหือดหายไปหมด สตีฟคว้าเอวร่างโปร่งให้แนบชิดก่อนที่ขาของโทนี่จะได้ทรุดลง 

“ข้าไม่อยากใช้ขาของมนุษย์อีกแล้ว” โทนี่ส่ายศีรษะ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาน้อยครั้งนักที่เขาจะรู้สึกเจ็บ เขาเกลียดการเจ็บตัวและการเดินของมนุษย์กำลังทำให้เขาเจ็บตัว 

“ไม่ยักรู้ว่าเงือกจะยอมแพ้ง่ายขนาดนี้” 

“เจ้าว่าอะไรนะ” 

“ผมแค่พูดว่าเงือกขี้ยอมแพ้ แค่ลองเดินไม่ได้ครั้งเดียวก็จะไม่ยอมเดินไปตลอดชีวิต น่าเดียวดายที่พระเจ้าประทานขาของมนุษย์มาให้” คำพูดของสตีฟทำเอาเงือกหนุ่มฉุนกึกถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายแค่พูดเพื่อให้เขาไม่ยอมแพ้  ดวงตากลมก้มมองพื้นด้านล่างเนิ่นนานจนสตีฟใจเสียกลัวว่าอีกฝ่ายจะร้องไห้ออกมาแต่ไม่นานนักเขาก็ต้องร้องโอดครวญแทนเมื่อโทนี่กระทืบเท้าเขาอย่างแรง 

“โอ้ย ผมเจ็บนะ” 

“ข้ารู้สตีฟ ข้ารู้ เพราะอย่างนั้นข้าถึงกระทืบเท้าเจ้าไง ดังนั้นรีบๆ สอนข้าเดินเสียทีสิ” โทนี่ยักไหล่อย่างคุ้นชินก่อนจะเดินตามสตีฟอย่างเชิ่งช้าและระมัดระวัง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ชายหนุ่มทั้งสองเดินไปมารอบเรือสำเภาพร้อมกับเสียงพูดคุยพร้อมเสียงหัวเราะ ในที่สุดเงือกหนุ่มก็สามารถยืนได้โดยไม่ต้องให้สตีฟพยุงอีกแล้ว 

“เอาล่ะโทนี่ เดินมาหาผมนะไม่ต้องกลัวล้มผมรับคุณได้” กะลาสีหนุ่มผู้ไม่ได้สวมเสื้อผละออกจากโทนี่เขาเดินถอยไปด้านหลังระยะหนึ่งแล้วอ้าแขนรอรับอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม 

ข้าขอบอกไว้ก่อนนะ ข้าไม่ชอบความรู้สึกเจ็บและข้าจะเกลียดเจ้ามากหากเจ้าปล่อยข้าเจ็บตัว” โทนี่ยอมบอกอย่างเปิดอกกับชายที่เพิ่งเจอกันในสองวัน เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่เขายอมคุยอย่างเปิดออกในรอบพันปี 

“ผมรับคุณได้โทนี่ แค่คุณเดินมา” เงือกหนุ่มพยักหน้าก้าวขาเรียวที่สั่นเทาเพราะความกลัวอย่างระมัดระวัง ก้าวที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้าผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั้งระยะห่างของทั้งสองเริ่มน้อยลง ไม่รู้ว่าโทนี่ทำผิดพลาดที่จุดไหนทั้งร่างของเขาจึงทรุดลงอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงหากล้มทั้งยืน เพียงเสี้ยววินาทีทันใดนั้นร่างของเขาก็ตกลงมาแต่มันกลับไม่รู้สึกเจ็บตัวอาจจะเพราะมีเบาะมนุษย์ของสตีฟรองรับอยู่  

ราวกับถูกต้องมนต์เมื่อเงือกหนุ่มเผลอสบเข้ากับนัยน์ตาสีครามของท้องทะเล ช่างคุ้นเคยและอบอุ่นมือเรียวไล้ตามกรอบหน้าคมของกะลาสีหนุ่มก่อนจะผละออกเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงรัดแน่นบริเวณเอวตนเอง โทนี่พละพยามลุกขึ้นยืนแต่มันไม่ได้ผลนักเมื่อคนเบื้องล่างไม่ยอมปล่อยมือจากช่วงเองคอด 

“สตีฟ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” โทนี่ทุบหน้าอกเปลือยเปล่าเมื่อสตีฟยังคงเล่นไม่เลิก 

มมีคำถามจะถามคุณ ถ้าคุณตอบเสร็จเดี๋ยวผมจะปล่อยคุณไป” 

“คุณเป็นคนฆ่าเพื่อนของผมหรือเปล่า” โทนี่เลิกคิ้วก่อนจะหัวเราะติดตลกกับคำถามของกะลาสีหนุ่ม เขาพยายามลุกขึ้นอีกครั้แต่ก็ถูกสตีฟรั้งไว้ดังเดิม 

“ทำไมเจ้าถึงคิดเช่นนั้น” 

เพราเพื่อนผมหายไปตอนเข้าเวรในคืนพระจันทร์เต็มดวงเสียทุกครั้ง”  

“ข้าไม่ได้ฆ่าเพื่อนของเจ้า ข้าเพิ่งมาเที่ยวเล่นบนผิวน้ำเมื่อวานเองนะและอีกอย่างใต้มหาสมุทรแถวนี้ก็ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากข้า” 

“งั้นเหรอ” สตีฟขมวดคิ้ว มือหนาไล่วนตามแผ่นหลังใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาว “แล้วจุมพิตจากคุณทำให้คนหายใจใต้น้ำได้จริงหรือเปล่า” 

“ไม่รู้สิข้าไม่เคยมอบมันให้กับใคร” โทนี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขายังคงดึงดันที่จะหลุดออกจากพันธนาการของร่างสูงแต่ก็ไม่ได้ผล สตีฟผลักเงือกหนุ่มลงใต้ร่างก่อนจะเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นเดียวที่มีอยู่ออก 

“ให้จูบของคุณเป็นของขวัญวันเกิดผมได้หรือเปล่า” 

“ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เจ้าต้องการ” สตีฟประทับริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากได้รูป เขาปรับองศาให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นลิ้นเรียวสอดแทรกไปตามริมฝีปากที่เผยอออกตามสัญชาตญาณ ต้อนกวาดความหอมหวานของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ ลิ้มลองความสุขในค่ำคืนจันทร์เต็มดวง โทนี่แทรกปลายนิ้วไปตามกลุ่มผมสีบลอนด์ตอบสนองริมฝีปากบางกลับอย่างออดอ้อนให้อีกฝ่ายลุ่มหลงไปกับสัมผัสนั่นและใช้มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแผงอกกว้าง ร่าสูงถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า สบตาสีเปลือกไม้เบื้องล่าง โทนี่ประครองใบหน้ากะลาสีหนุ่มก่อนจะมอบจุมพิตให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วท้องฟ้าผันเปลี่ยนใกล้จะเช้า สตีฟคลายอ้อมแขนออกจากเงือกหนุ่มที่มีเพียงเสื้อตัวใหญ่คลุมกายหลังจากที่เผลอหลับไปจากกิจกรรมรักที่มอบให้กัน 

“พาข้าลงจากเรือนี้ที่สตีฟ นี่จวนจะรุ่งเช้าแล้ว” เงือกหนุ่มเอ่ยเสียแผ่วเมื่อสตีฟตื่นแล้ว เขาไม่ได้นอนหลับไหลเหมือนมนุษย์ ร่างโปร่งจึงทำได้เพียงแค่นอนมองใบหน้าอีกฝ่ายเงียบๆ มาตลอด สตีฟพยักหน้ารับก่อนจะขโมยจุมพิตของเงือกอีกครั้งหนึ่ง 

“ผมรักคุณโทนี่ 

ข้ารู้ ข้าก็รักเจ้าสตีฟ กะลาสีผู้กล้าหาญของข้า”  

สตีฟปล่อยเรือเล็กลงทะเลเขากำลังพายมันออกมาจากเรือสำเภาเพียงเพื่อต่อเวลาให้ได้พูดคุยกับโทนี่แม้จะเป็นเวลาแค่ชั่วครู่ก็ตาม ร่างเล็กตรงหน้านั่งกอดเข่าพยายามใช้ไม้พายอีกอันหนึ่งจ้วงน้ำลอกเลียนสตีฟ กะลาสีหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางเงอะงะของเงือกหนุ่มขณะที่ภายในใจยังคงกงวลว่าอีกฝ่ายจะหายไปกับท้องทะเลอีกครั้ง เขาไม่อยากให้โทนี่ทิ้งเขาไปแต่มันคงเป็นไปไม่ได้ดั่งหวังนัก เรือเล็กเริ่มห่างจากสำเภาทีละน้อยๆ โทนี่วางไม้พายลงก่อนจะกระโดดลงสู่มหาสมุทรกว้างใหญ่ สตีฟหยุดนิ่งรอเวลาที่อีกฝ่ายจะขึ้นมาจากน้ำอีกครั้งเพียงไม่กี่อึดใจแต่มันกลับเนิ่นนานเหลือเกินที่ต้องจากกัน 

โทนี่!” 

โทนี่ อย่าเพิ่งไปมาคุยกันก่อนสิ” สตีฟตะโกนก้องไม่สนใจว่าจะมีใครจากเรือสำเภาได้ยินมันหรือไม่ ตอนนี้เขาเพียงแค่ต้องการเจอโทนี่อีกครั้งพลันเสียงบางสิ่งกระทบน้ำดังขึ้น เงือกหนุ่มพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าว่ายขึ้นจาก้องทะเลเขาใกล้เข้ามาก่อนที่จะวางแขนเนียนไว้บนเรือของชายหนุ่ม 

“คิดว่าข้าจะหนีเจ้าไปโดยไม่พูดอะไรงั้นหรือ” 

ผมไม่อยากให้คุณห่างจากผมแม้แต่วินาทีเดียวโทนี่ ผมรักคุณ รักจนไม่อาจอธิบายออกมาได้ เราอยู่ด้วยกันไม่ได้เหรอ” 

“แล้วเจ้าคิดว่าจุมพิตที่ข้ามอบให้กับเจ้าสามารถหายใจในน้ำได้หรือไม่ล่ะ” โทนี่ยกตัวให้ช่วงบนที่ยังคงมีเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่ายขึ้นสูงจากน้ำทะเล เขาไล่นิ้วเรียวสัมผัสใบหน้าเข้มอย่างผละแผ่ว สตีฟกุมมือเรียวของคนรักให้สัมผัสใบหน้าของตนอย่างอาลัย 

“มาสิ สตีฟ” เงือกหนุ่มอบจุมพิตให้แก่กะลาสีผู้กล้าหาญของเขาอีกครั้ง สัมผัส่อนโยน หวานหอมและราวกับถูกปลอบประโลม เขาถูกสะกดจิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าสตีฟกำลังตกอยู่ในวังวนที่ไม่มีจุดจบของโทนี่ ร่างโปร่งวนิ้วไปตามกรอบหน้าก่อนจะรั้งต้นคอชายหนุ่มที่ซึ่งโน้มศีรษะลงมาตามการเคลื่อนกายของโทนี่ สตีฟไม่อาจถอนตัวจิตใจเขาร่ำร้องต้องการชายตรงหน้ามากเหลือเกิน แขนเรียวเลื่อนมาโอบกอดแผ่นหลังกว้างอันเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม จนสตีฟสัมผัสได้ถึงความเปียกชุ่มจากน้ำที่แทรกกลางระหว่างริมฝีปากทั้งสอง เขากดริมฝีปากให้ใกล้ชิดกับคนรักมากขึ้นขณะที่ร่างกายเขากำลังร่วงลงสู้ผืนน้ำ โทนี่รั้งชายหนุ่มไว้ในอ้อมกอดเหมือนกับคราที่สตีฟฝึกเขาเดิน เงือกหนุ่มว่ายลงเบื้องล่างอย่างช้าๆ พลางป้อนอากาศที่หลงเหลืออยู่ให้แก่สตีฟก่อนที่จะผละริมฝีปากออก เพียงเสี้ยววินาทีกะลาสีผู้กล้ากลับดิ้นรนออกจากอ้อมกอดเงือกหนุ่มที่ดิ่งสู้ท้องมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว  เขากำลังขาดอากาศหายใจเมื่อเขาลองหายใจใต้น้ำแล้วไม่ได้ผลดั่งที่คาดหวังชายหนุ่มเริ่มจมลงทะเลลึก  


กว่าจะตามปีศาจร้ายทันมันก็สายเกินไป 


สตีฟได้ตายไปแล้ว 


ตายเพราะไออุ่นรักของอสูรกายแห่งท้องทะเล... 


 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Rainbony จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:23
    อมก.หักมุกสุดๆเลยค่ะ5555 เเง้โทนี่หลอกสตีฟฟฟฟฟ
    #7
    0
  2. วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 21:09
    เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน
    พออ่านจบถึงกับอุทาน โทนี่ลูกกกกกก นี่คือหนูล่อลวงพี่เค้าใช่มั้ยยย แอบสงสารสตีฟนะ แต่พอนึกถึงในหนังก็แอบสะใจนิดๆ ทำร้ายโทนี่มาเยอะแล้วย่ะ โดนซะมั่งงง
    #6
    0
  3. #5 NPanlutan (@saikimirror) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 18:40
    อู้ยยย เด็ด เผ็ด แซ่บ แนบเนียนมากโทนี่ขา สุดยอดจนไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบเลย 555555
    ตกลงนี่คือไม่ได้รู้สึกอะไรกับสตีฟ แต่แค่อยากกินเขาใช่หรือไม่คะ //จ่อไมค์
    #5
    0
  4. #4 เงามืด (@lovefa2554) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:54
    แต่งต่อนะไม่อยากให้สตีฟตายเลยอะT_T???
    #4
    0
  5. วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 21:25
    ร้อง เห่ย!!! ดังมากกก
    คือมีความน่ารัก มีความมุ้งมิ้ง !!
    แต่ตอนจบคือ ... คือ ... อ๊ากกกก ><!!
    มีความสะเทือนใจแปลกๆ แต่ดี สม! สะใจ 555555
    #3
    0
  6. #2 sweet_rainbow (@bowliing) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 06:44
    อ่าว โทนีหลอกสตีฟหรอ. เป็นฟิคที่อ้านแล้วหักมุมมาก ไม่คิดว่าจะจบแบบนี้
    #2
    0
  7. วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 06:12
    โฮะๆๆๆ ปู่ตายแล้วทำไมสะใจแปลกๆ(บ่งบอกได้ถึงความเป็นติ่งป๋าแรงมาก)
    #1
    0