#ออนอินสตาแกรม - markbam

ตอนที่ 5 : 05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 443 ครั้ง
    28 พ.ค. 62


 

05

 

 

 

Rrrrr

 

            “มาร์ค...”

 

            [ เลิกแล้วหรอ ] เสียงเรียบนิ่งของอีกคนถูกส่งกลับมายังปลายสาย มันเรียบนิ่งเหมือนเดิมแบบที่อีกคนเป็น เรียบนิ่ง แต่ไม่ได้เย็นชา

 

            “หายโกรธแล้วหรอ” ผมถามเสียงเอื่อยออกไป แต่ดูเหมือนปลายสายจะไม่ได้สนใจคำถามที่ผมถามเลยสักนิด

 

            [ อยู่ไหน? ]

 

            “อย่าข้ามคำถามสิมาร์ค...”

           

            [ เดี๋ยวไปหา ]

 

            “หน้าที่เรียนพิเศษนี่แหละ นายอยู่ไหน กลับไปแล้วหรอ ทำไมออกมาแล้วไม่เจอ” เสียงแผ่วเบาของผมพูดเอ่ยออกมา มือของตัวเองก็กระชับสายกระเป๋าสะพานแน่น ส่วนสายตาก็หันมองซ้ายมองขวาเพื่อหาอีกคนที่คิดว่าอาจจะอยู่แถวๆนี้

 

            [ ออกมาซื้อของที่ท๊อป เดี๋ยวไปหา รอนั่นแหละ ] ผมพยักหน้าเข้าใจทำเหมือนว่าอีกคนจะเห็นการพยักหน้าของผมงั้นแหละ

 

            “อื่อ เร็วๆด้วย หิว จะชวนไปกินข้าว” เสียงบ่นของผมดังเข้าไปให้อีกคนรับรู้ มาร์คตอบกลับมาว่าโอเคก่อนจะตัดสายไป

 

 

 

 

 

 

 







 

;;

 

            “มาร์ค ยังงอนฉันอยู่อีกหรอ”

            ผมถามอีกคนที่เดินนำหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังกลัวอะไร แต่ตั้งแต่มันเดินมาหาผมที่หน้าเรียนพิเศษ มันก็ไม่พูดอะไรกับผมเลย นอกจากเอาแต่เดินนำหน้าผมไปโดยไม่รอ เนี่ย! ก็เป็นซะแบบนี้ จะไม่ให้ผมกลัวได้ไงวะ

 

            “.....”

            “นี่..” ชายเสื้อนักเรียนของมันถูกกระตุกโดยผม การก้าวเดินของเราทั้งคู่ชุดชะงักลง

            “อะไร”

            “งอนที่ฉันไม่พานายไปห้องสภาหรอ” ผมถามมันตรงๆ คิ้วของมันขมวดเข้าหากัน

            “.....”

            “ไม่งอนดิ ฉันไม่พานายไปไม่ได้แปลว่าฉันทิ้งนายสักหน่อย”

            “คิดงั้นหรอ...”

            “......ล- แล้วไม่ใช่หรอ?”

            “.....”

            “หายงอนหน่อยสิ คิ้วขมวดกันเป็นปมแล้ว” ผมใช้นิ้วของตัวเองนวดไปที่ระหว่างคิ้วของอีกคนที่กำลังมองตรงมา ให้ตายเถอะ! คิ้วผูกกันจนจะเป็นโบว์บนกล่องของขวัญวันคริสต์มาสแล้ว

 

            “....”

            “นี่นายงอนฉันจริงดิ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเว้ย!” ผมทำท่ากระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ ให้ตายเถอะคนเขาอุตส่าห์ถามดีๆแล้วนะ นี่ผมคนนะเว้ย ถามไปก็อยากได้คำตอบกลับมาอะ ไม่ใช่แค่อืมแบบนี้ดิ!

            “....” เออดี! เงียบก็เงียบ! ผมมองหน้ามันอย่างไม่สบอารมณ์ มันเองก็มองหน้าผมเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูด สุดท้ายผมเลยได้แต่ทิ้งลมหายใจออกไปหนักๆก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยอารมณ์ครุ่นมัว

 

            ผมไม่ชอบง้อใครหรอกนะจะบอกให้ แต่ที่ยอมง้อเพราะผม... เออ! ช่างแม่งเถอะ อยากงอนก็งอนไปเลยไป๊!!

 

 

 

พรึบ!

 

 

            “เดี๋ยว...” แขนขวาของผมถูกรั้งเอาไว้ ผมหันมองหน้าคนที่เอ่ยถามผมเสียงนุ่ม ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองอย่างอื่นเหมือนไม่ได้สนใจอีกคนที่กำลังจับแขนของผมอยู่

 

            “....”

            “ขอโทษ”

            “.....”

            “ขอโทษนะที่งอน จะไม่งอนแล้ว”

 

 

          เชี่ยเอ้ย! นี่มันอะไรเนี่ย!

 

            นี่ขนาดผมไม่ได้หันมองหน้ามันนะเว้ย ผมก็เขินจะตายอยู่แล้วอะ ไอ้บ้าเอ้ย! ไอ้เสียงออดอ้อนนี่มันอะไรกานนน!!

 

 

            “หายงอนฉันแล้วรึไง” ผมหันมามองมัน อยากจะบอกว่าตอนนี้ผมโคตรพยายามกลั้นยิ้มเลยอะ หน้ามันตอนนี้คือดูก็รู้ว่ามันกำลังกลัวผมโกรธมันไปมากกว่านี้ อย่างกับหมาหูตกแหนะ! ฮ่าฮ่าฮ่า

 

 

          น่ารัก...

 

 

 

            “ไม่งอนแล้ว” มาร์คพูดเสียงอู้อี้

            …..”

            “.....” ผมหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะปล่อยมันออกมา มาร์คมองมาที่ผมอย่างงงๆ ก่อนที่รอยยิ้มกว้างของมันจะปรากฏออกมาให้ผมเห็นอีกครั้งหลังจากที่ผมพูดประโยคที่คิดมานานออกไป...

 

           “ฉันง้อนายนะมาร์ค อย่างอนอีกเลยนะ จะไม่ทิ้งนายไปไหนอีกแล้ว ดีกันนะเด็กใหม่” นิ้วก้อยข้างซ้ายของผมถูกโชว์ขึ้นต่อหน้าอีกคน รอยยิ้มของผมปรากฏขึ้นบนใบหน้า ยิ้มไปพร้อมๆกับรอยยิ้มของมาร์ค...

           

 

            ชอบ..

            ผมชอบรอยยิ้มของเขา..

            ชอบจริงๆ..

 

           

            “.....”

            “เกี่ยวก้อยสิ” ผมพูดออกไปอย่างเอาเรื่อง มาร์คหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นมาเกี่ยวก้อยกับผม..

 

ตึก ตึก ตึก

 

 

          "อย่าปล่อยนะ”

 

 

ตึก ตึก ตึก

 

 

          “อืม.. ไม่ปล่อยหรอก:)

 

 

ตึก ตึก ตึก

 

            ไม่ปล่อย...

 

           

            “.....”

            “มีอะไรก็บอกกันตรงๆนะ อย่าเงียบรู้ไหม” เพราะฉันก็อยากรู้จักนายมากกว่านี้เหมือนกัน... มาร์ค

            “อืม... สัญญา”

            “สัญญา”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

           

            “กลับมาแล้วครับ” รองเท้านักเรียนสีดำถูกถอดออก ก่อนที่ผมจะก้มหยิบมันทั้งคู่ขึ้นมาวางบนชั้นเก็บรองเท้าหน้าบ้าน

            “กินข้าวก่อนสิแบม” เสียงของแม่ดังออกมาจากห้องกินข้าว กลิ่นหอมๆของไข่เจียวที่น่าจะเพิ่งเจียวเสร็จใหม่ๆกระแทกจมูกผมเต็มๆ สุดท้ายผมที่เพิ่งกินข้าวมากับมาร์ค ก็อดใจไม่ไหวต้องเดินเข้ามาในห้องครัวอยู่ดี

            บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยกับข้าวมากมายที่แม่ทำ ทั้งแกงส้มชะอมไข่ ข้าวผัดเบคอน ต้มจืดหมูสับ กระเพราหมูสับ ปลาทอด และ...

 

            “ไข่เจียวหัวหอมหรอครับ” เนี่ย จะมีบ้านไหนที่จะมีกับข้าวบนโต๊ะอาหารในแต่ละมื้อเยอะเท่าบ้านผมไหม ไม่มีหรอก.. หึ แม่ผมโคตรขยันทำกับข้าวอะ แล้วถามว่ากินหมดไหม?...

 

            บอกเลยว่ามันหมดได้ไงก็ไม่รู้ง่ะ…

 

            “ใช่แล้ว ตอนแรกก็ว่าจะไม่ทำหรอก แต่น้องชายเราบ่นอยากกินนะสิ แม่เลยต้องทำ”

            “เบสกลับบ้านหรอครับ?” ผมเอ่ยถามอย่างสงสัย

            เบสคือน้องชายของผม น้องชายแท้ๆเลยก็ว่าได้ เราอายุห่างกัน 12 เดือนพอดีเป๊ะ เพราะงั้นผมกับมันเลยอยู่ชั้นมอห้าเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เบสมันอยากเข้าโรงเรียนประจำ แม่เลยตามใจและให้มันเรียนที่นั่น ส่วนผมไม่อยาก ด้วยนิสัยที่โคตรจะติดบ้านของผมและติดกับข้าวฝีมือแม่ เลยได้เข้าโรงเรียนเอกชนที่เรียนอยู่ตอนนี้ เพราะงั้นผมกับเบสเลยได้เจอกันเฉพาะวันหยุดหรือไม่ก็เฉพาะวันที่มันอยากกลับบ้านเท่านั้น

 

            “ใช่จ๊ะ น้องขึ้นไปอาบน้ำอยู่ เดี๋ยวก็คงลงมา แบมก็ไปอาบน้ำเถอะแล้วเดี๋ยวมากินข้าวกัน” แม่ว่าอย่างนั้น ผมพยักหน้าหงึกๆก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้ของตัวเองวิ่งขึ้นไปบนห้องนอน

 

 

            ผมใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัวใหม่ ตอนนี้ผมอยู่ในคราบชุดนอนสีฟ้าลายก้อนเมฆที่แม่ซื้อมาให้ มือของผมจับผ้าขนหนูที่อยู่บนหัวเช็ดไปมาอย่างไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

          “ว่าไง” ทันทีที่ผมเปิดประตูออกมา ก็พบกับชายหนุ่มที่ผมไม่ได้เจอหน้าร่วมสองอาทิตย์ ตอนนี้เบสมันอยู่ในคราบชุดนอนสีม่วงลายก้อนเมฆเหมือนกับผม ถ้าถามว่าทำไมเราทั้งคู่ถึงมีชุดนอนเหมือนกัน ก็เพราะคุณนายประจำบ้านนั่นแหละที่ซื้อให้ใส่คู่กัน เป็นไง น่ารักไหมล่ะ พี่ชายน้องชาย โซคิ้วท์สุดๆไปเลย

 

            “สระผมหรอ ไม่กินข้าวรึไง”

            “ก็เนี่ยกำลังจะลงไป”

            “เช็ดผมให้แห้งก่อนดิพี่ จะกินพร้อมหัวเปียกๆแบบนี้รึไง” เบสดันหลังผมให้เข้ามาในห้องนอนของผมเอง ก่อนจะจัดการดันไหล่ผมให้นั่งอยู่ตรงปลายเตียง มันเดินไปเปิดลิ้นชักนั่นนี่เหมือนห้องนี้เป็นห้องของมัน แต่เอาจริงผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เพราะห้องผมก็เหมือนห้องมันนั่นแหละ ส่วนห้องมันก็เหมือนห้องผม เพราะเวลาที่มันกลับมาบ้าน บางครั้งมันก็มานอนกับผม หรือไม่ผมก็ไปนอนกับมันอยู่เป็นประจำ

            เอาจริงผมกับเบสเราสนิทกันมากเลยนะ ถึงแม้นานๆจะเจอกันที แต่ด้วยความที่ว่าพอเจอกันทีไร เราทั้งคู่ก็ต่างมานั่งคุยกัน นอนคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้เสมอ มันเลยไม่รู้สึกถึงช่องว่างที่เคยมีหรือเกิดขึ้นในช่วงที่เราต่างห่างกันไป

 

            “.....” ผมนั่งมองเบสที่เปิดลิ้นชักหยิบไดร์เป่าผมออกมาก่อนที่มันจะเดินตรงมาหาผม เสียงไดร์เริ่มดังออกมาเมื่อเปิดเครื่อง ลมร้อนพัดเข้ามาสู่ศีรษะของผมอย่างบรรจง เบสใช้มือของตัวเองขยี้ไปที่ผมของผมไปมาเพื่อให้มันแห้งไวขึ้น ส่วนผมเองก็นั่งนิ่งรอมันจัดการให้ทุกอย่าง

           

            “เป็นไงบ้าง สองอาทิตย์ไม่เจอกันเลย”

            “อืม ก็เบสไม่กลับเองนิ” ผมหลับตาไปพูดไปปล่อยให้มันเช็ดผมไปเรื่อยๆ

            “ก็มันติดทำรายงานนิ ใจก็อยากกลับมาเจอพี่เหมือนกันนั่นแหละ”

            “งานเยอะกว่าพี่อีกนะเดี๋ยวนี้.. ไม่ใช่ว่าติดสาวหรอ” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงงอนๆ เออ! เอาจริงเบสมันไม่ได้ติดผมหรอก ผมต่างหากที่ติดมัน  ใครๆที่มาบ้านก็ชอบบอกว่าจริงๆแล้วเบสเหมือนพี่ผมมากกว่า ขนาดไอ้ยูคยังบอกเลย ก็นะ เบสมันสูงนิ ถึงโครงหน้ามันจะคล้ายผม แต่หน้ามันก็เข้ารูปมากกว่า ตัดมาที่ผมดิ แม่งเอ้ย! คนมีแก้มมันผิดหรอวะ แถมมันยังสูงกว่าผมเกือบห้าเซน ทีนี้มันยิ่งเหมือนพี่ชายผมเข้าไปใหญ่ ให้ตายเถอะ!

 

 

            แต่ใครจะรู้ล่ะ ว่ามันอะ ขี้แงกว่าผมซะอีก ร้องไห้เก่งชิบหายเลยแหละคุณคนเนี๊ย...

 

 

            “ติดสาวที่ไหนล่ะ ผมเรียนชายล้วนนะคุณ” มันพูดเสียงดัง

            “ครูสาวๆก็มีนิ ในโรงเรียนอะ” ผมเงยหน้าไปสบตากับมันนิ่งพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กอดอกเอาไว้แน่น มันถอนหายใจออกมาก่อนจะปิดไดร์เสียงดังนั่นไป ไออุ่นที่ไม่ได้เกิดจากไดร์เริ่มแพร่กระจายออกมาจนผมรู้สึกได้ เมื่อมือใหญ่ๆหนาๆของมันทิ้งน้ำหนักมาไว้บนหัวของผมก่อนจะโยกมันไปมาเหมือนเพื่อนเล่น

 

            “ไม่มีสาวที่ไหนทั้งนั้นแหละ ทุกวันนี้ก็แค่ตั้งใจเรียน แล้วก็ตั้งใจนับวันรอกลับบ้านเพื่อมาหาคุณ แค่นั้นจริงๆ...” มันว่า ผมยกยิ้มขึ้นก่อนจะจับมือมันที่อยู่บนหัวของผมออก

            “ให้มันจริงเถอะนายเบส ถ้าคุณแบมรู้ว่านายเบสแอบมีแฟนนะ คุณแบมจะงอน”

            “คุณแบมไม่งอนหรอก เพราะนายเบสคนนี้ยังไม่อยากมีแฟน :)

            “หึ” ผมยกยิ้มขึ้น มันเองก็หัวเราะออกมาเบาๆ สรรพนามที่เคยใช้เรียกกันตอนเด็กๆมันกลับมาอีกครั้ง ยอมรับเลยว่าคิดถึงมันมากเหมือนกัน เมื่อก่อนเราตัวติดกันตลอด แต่ใครจะคิดว่าพอขึ้นมอปลายแล้วมันจะดันอยากเข้าโรงเรียนประจำ ให้ตายเถอะ เด็กบ้านี่มันชอบทำให้ผมคิดถึงอยู่เรื่อยเลย ไอ้น้องชายตัวดีคนนี้เนี่ย...

.

.

.

.

.

.

.

.

;;

 

 

ปรี๊ดดด!!

 

            “เยส!! ชนะแล้วโว้ย!!” เสียงของไอ้แม็กตะโกนดังลั่นสนาม เมื่อนกหวีดของกรรมการเป่าหมดเวลาการแข่งบาสในคาบพละ ผมทิ้งลูกบาสในมือลงสนามอย่างหมดอารมณ์เล่น ในที่สุดก็ชู๊ตลูกสุดท้ายไม่ทัน เหงื่อที่มันหลั่งออกมาเริ่มไหลเหนื่อยเหนอะไปตามตัวของผมจนรู้สึกร้อนไปหมด

 

            “ไอ้แม็กแม่งเก่งสัด” ไอ้ดีลเดินมากอดคอผมพร้อมพูดอย่างหมั้นไส้ไอ้เพื่อนร่วมห้องที่มีดีกรีเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียน ใช่ไง แม่งเป็นถึงนักกีฬาโรงเรียน จะเอาอะไรไปสู้กับมันวะ

            “มึงก็เก่ง... แต่แค่ไม่เก่งเท่ามัน” ผมยกยิ้มให้กับมันอย่างกวนประสาท ไอ้ดีลมองหน้าผมก่อนจะสบถคำด่าออกมาจนผมอดขำไม่ได้

            “อ่าว ไอ้สัดแบม พูดงี้เดี๋ยวเจอเลยไอ้สัด” มันว่า แต่ยังไม่ทันที่ผมกับมันจะเถียงกันต่อ อยู่ๆเสียงที่ทรงพลังจนแสบแก้วหูก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของพวกเรา

 

            “ไอ้ดีล! แดกข้าวววว!!!” ผมกับไอ้ดีลหันไปมองทางต้นเสียง แม็กเดินมาพร้อมกับเสื้อตัวพาดอยู่บนไหล่ข้างขวาของมัน ให้ตายเถอะ ไอ้นี่ก็ขยันโชว์เหลือเกิน

            “ถอดเสื้อโชว์สาวที่ไหนวะ” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคที่ไอ้ดีลพูด ไอ้แม็กแม่งสายถอดครับ เดี๋ยวถอดๆ ผมกับเพื่อนในห้องนี่จะเป็นบ้าตายอยู่ละ ตอนแรกพวกสาวๆในห้องก็เขินๆอยู่หรอกกับการกระทำแบบนี้ของมัน แต่พอมันเล่นถอดเอาๆแบบไม่ได้พักหายใจ จนตอนนี้เพื่อนในห้องเริ่มชินชา จนบางคนเปลี่ยนเป็นเอือมระอากันหมดละ

 

            “โชว์มึง...” ไอ้แม็กใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่แก้มของไอ้ดีลจนเป็นหลุม มันยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจเมื่อเห็นไอ้ดีลไปไม่เป็น ผมเองก็เหมือนกัน แม่ง หูแดงหมดแล้วสัดนั่น

            “พ่องเถอะแม็ก!!!” ไอ้ดีลผลักมือที่ไม่ได้รับอนุญาตนั่นออก ก่อนจะรีบเดินหนีออกไปจากตรงนั้น การกระทำเหล่านั้นเล่นเอาไอ้แม็กขำออกมาท้องแข็ง ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ และหลุดขำออกมาตามมัน

 

            “เออแบม ไอ้มาร์คไปไหนวะ?” แม็กหันมาถามผม

            “เข้าห้องน้ำมั้ง เดี๋ยวมันก็มา มีไรป่าว”

            “ก็ป่าว... กูแค่แอบไปได้ยินอะไรมา เลยกะจะมาถาม”

            “เรื่องไอ้มาร์คหรอ?”

            “จะว่าเรื่องไอ้มาร์คก็ใช่แหละ แต่เรื่องนี้มันดันเกี่ยวกับมึงด้วย”

            “....?” ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย เรื่องเกี่ยวกับผมหรอ เรื่องอะไรวะ?

            “ตอนแรกกูก็กะจะไปถามไอ้มาร์คนะ แต่ไหนๆมันก็ไม่อยู่ละ กูเลยขอถามมึงหน่อยดิ เผื่อมึงรู้”

            “อ่า.....” แม็กหันมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังกลัวใครเห็น ผมคิ้วขมวดมองมันอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่มันจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของผม

 

 

            “มาร์คชอบมึงหรอวะ?”

 

 

            ห้ะ...

 

            ห้ะ...

 

            เมื่อกี้ไอ้แม็กมันว่ายังไงนะ...

 

 

            มะ...มาร์ค...

 

 

            มาร์คมันทำไมนะ?...

 

 

            “ไอ้แบม!!!” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อไอ้แม็กเขย่าไหล่ของผมแรงพร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง “เขินตายแล้วหรอวะ”

            “บ้าหรอ!!” ผมใช้มือฟาดไปที่หัวไหล่ของไอ้แม็กอย่างไม่พอใจ มันร้องโอดโอยออกมาก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ผม

            “เนี่ย ช่วงมีความรักก็งี้แหละ มือไม้หนักตลอด”

            “ไอ้แม็ก ถ้ามึงไม่หยุดนะ กูจะฆ่ามึง”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า กล้าหรอวะ กูกุมความลับของไอ้มาร์คอยู่นะเว้ย”
            “ที่มึงบอกว่ามันชอบกูอะนะ? พ่องเถอะ มึงมั้ว ไร้สาระว่ะ” ผมส่ายหัวอย่างไม่คิดอะไรก่อนจะเดินเลยมันไป ให้ตายเถอะ จะแกล้งเรื่องอะไรไม่แกล้ง ดันเอาเรื่องพวกนี้มาแกล้ง ไอ้แม็กแม่งบ้า

            “ไร้สาระไม่ไร้สาระไม่รู้อะ แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงละก็...” ไอ้แม็กเล่นหูเล่นตากับผมอย่างกวนประสาท แม่ง อยากเอาเท้ายันหน้ามันอะ! เกลียดมึง!

            “ส้นตีน!!” ผมด่ามันก็จะเดินหนีทิ้งมันไว้ด้านหลัง

            “งั้นมึงก็คอยดูแล้วกัน!” ผมหันไปมองแม็กที่ตะโกนตามหลังผมกลับมา

            “....”

            “คอยดูแล้วกัน แล้วคิดเอาเอง ว่าสิ่งที่กูถามเมื่อกี้ มันจริงหรือมั้ว” มันยกยิ้มขึ้นอย่างกวนประสาท ผม

            “....”

            “และถ้ารู้คำตอบแล้วก็เอามาบอกกันบ้างนะครับ!!!

 

 

            พ่องเถอะ!

 

            ใครมันจะบอกวะ...

 

 

 

            สุดท้ายผมก็เดินหนีมันมาอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ กระเป๋ากีฬาที่มีเสื้อผ้าอยู่ในนั้นถูกผมวางเอาไว้ด้านนอก ทำเพียงถอดเสื้อผ้าและนุ่งผ้าเช็ดตัวเข้ามาในห้องอาบน้ำนี้เท่านั้น เสียงน้ำที่กระทบกับพื้นห้องน้ำเริ่มดังออกมาเรื่อยๆ ความผ่อนคลายเริ่มเข้ามาแทนที่ความเหนื่อยล้าที่ได้รับหลังเล่นกีฬา สบู่ที่ทางโรงเรียนมีให้ถูกผมหยิบมาใช้ถูตัวอย่างไม่รีบร้อน และฟองสบู่ก็เริ่มหายไปเมื่อผมใช้น้ำที่ฝักบัวรดตัวเองอีกครั้ง

 

 

          มาร์คชอบมึงหรอวะ?

           

 

            แม่ง! ไอ้แม็กมันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ... ผมส่ายหัวไปมาอย่างไม่สบอารมณ์กับคำพูดของไอ้แม็กอยู่ๆมันก็แล่นเข้ามาในหัวสมอง ให้ตายเถอะ! ทำไมมันถึงคิดยังงั้นวะ ผมหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดซับๆหยดน้ำบนผิวกาย ก่อนจะใช้มันพันไว้กับเอว มือขวาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมือขยี้ๆบนผมที่เปียกชื้นของตัวเองก่อนจะออกจากห้องน้ำเพื่อไปแต่งตัวต่อ

 

 

แกร็ก

 

            “อ่าว มาร์ค”

            “บะ...แบม”

            “ไปไหนมา นึกว่ามาห้องน้ำซะอีก” ผมพูดกับคนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ในห้องแต่งตัวนักกีฬา มือขวาของตัวเองก็เช็ดผมไปส่วนมือซื้อก็ควานหาชุดนักเรียนในกระเป๋ากีฬาของตัวเอง

            “ปะ...ไปทำธุระมานิดหน่อย” คิ้วของผมขมวดทันทีเมื่อได้ยินคำว่าธุระของมัน อะไรกัน เดี๋ยวนี้มีธุระเป็นของตัวเองแล้วหรอ ทำไมผมไม่เห็นรู้เลย

            “ธุระ?”

            “อืม” มันตอบกลับมาในลำคอโดยที่แม่งแทบจะไม่มองผมเลยด้วยซ้ำ ผมหยิบกางเกงนักเรียนขาสั้นขึ้นมาใส่ให้เรียบร้อยก่อนจะดึงผ้าเช็ดตัวที่พันอยู่รอบเอวออก

 

            “เป็นไร ทำไมหน้าแดงๆ ไม่สบายรึป่าว?” ผมใช้มือของตัวเองอังไปที่หน้าผากของอีกคนเพื่อวัดอุณหภูมิ มาร์คช้อนตามองผมนิ่งก่อนที่มันจะหลบสายตาของผมไปในทันทีเมื่อผมจ้องมันกลับ

            “....”

            “มีอะไรปิดบังฉันอยู่รึป่าวมาร์ค” ผมเริ่มถามเสียงแข็งเมื่ออีกคนไม่ตอบอะไร

            “ห้ะ...”

            “เรื่องหน้าแดงเอาไว้ก่อนเพราะนายอุณหภูมิปกติดี แต่นายหลบตาฉันทำไมมาร์ค นายมีอะไรรึป่าว?” ผมก้มหน้าพยายามจ้องไปที่หน้าของอีกคน แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมคิดมันน่าจะถูก เพราะมาร์คเอาแต่หันหน้าหนีผมตลอด จนสุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวจนต้องใช้มือล๊อคแก้มทั้งสองข้างของคนตรงหน้าเพื่อให้อีกคนหันหนีผมไม่ได้

 

            “...แบม”

            “มีอะไรรึป่าว บอกมานะ” สายตาของเราจ้องมองกันและกันนิ่ง ผมพยายามมองไปให้ลึกที่สุดในดวงตาคู่นั้นของอีกคน

 

            ลึก...

           

            และลึกลงไป...

 

 

          มาร์คชอบมึงหรอวะ

 

            เชี่ยแม่งเอ้ย!

            แล้วทำไมคำพูดของไอ้แม็กถึงต้องแล่นเข้ามาในหัวผมตอนนี้ด้วยว่ะ

 

 

 

 

          “หน้าแดง”

            “ห้ะ” ผมมองมาร์คด้วยท่าทางตกใจ มันชี้มาที่หน้าผมก่อนจะพูดด้วยเสียงนิ่งอีกครั้ง

            “หน้านายแดง” เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็รีบเด้งตัวขึ้นมายืนเต็มส่วนสูงของตัวเองอีกครั้ง มือทั้งสองที่เคยจับหน้าของอีกคน ตอนนี้มันเปลี่ยนมาจับหน้าของตัวเองแทน ให้ตายเถอะ แม่งเอ้ย นี่มันบ้าอะไรวะ

 

            “อะ...เออ”

            “ใส่เสื้อเถอะ ฉันไปรอข้างนอก” มันว่า ร่างทั้งร่างของมันเดินออกไปข้างนอกตามที่มันบอก เดินออกไป พร้อมๆกับสติของผม..

            ไม่ชอบเลย ไม่ชอบที่ใจตัวเองเต้นจังหวะนี้เลย ไม่ชอบเลยสักนิด ผมจับไปที่ตำแหน่งหัวใจของตัวเองนิ่ง ก่อนจะพยายามสูดหายใจเข้าออกอย่างช้าๆเพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจมันเหมือนเดิม

 

 

          กูเกลียดมึง ไอ้แม็ก!

 

          เพราะมึงคนเดียวเลย!

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

 

ติ้ง

           

          นายเบส : คุณอยู่ไหน เรามากินไอติมหน้าโรงเรียนคุณ ออกมาหาหน่อย

 

          ข้อความที่เรียงร้อยจากน้องชายตัวดีแสดงขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัว ข้อความออดอ้อนที่แสดงถึงตัวตนของคนส่งทำให้ผมยกยิ้มออกมาจางๆ ผมเงยหน้ามองครูที่กำลังหันหลังไปเขียนกระดานก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบอีกคนกลับไป

 

          me : เรียนอยู่

          นายเบส : โหย เรียนอะไร เอาไว้ก่อน เราสำคัญกว่าอีก...

           

 

            “เอาไว้ก่อนบ้าอะไรล่ะไอ้บ้า” ผมพูดออกมาเบาๆกับตัวเอง

 

 

          me : ไม่ได้ ไว้เลิกเรียนแล้วจะไปหาแล้วกัน อีกครึ่งชั่วโมงเอง

           

            ผมตอบกลับไปก่อนจะรีบวางโทรศัพท์ไว้ในลิ้นชักใต้โต๊ะของตัวเองและหันกลับมาตั้งใจเรียนเหมือนเดิม ถึงแม้ผมจะแอบได้ยินเสียงครืดๆจากการแจ้งเตือนไลน์จากโทรศัพท์ผมอยู่ตลอดก็เถอะ

            ให้ตายสิเด็กคนนี้ มีวันหยุดทั้งทีก็ตามติดผมเหมือนเมื่อตอนเด็กไม่มีผิด แถมติดไม่พออะดิ ยังบอกคนเขาไปทั่วว่ามันเป็นแฟนผมอีก ยังจำได้อยู่เลยตอนที่ไอ้ยูค ไอ้ดีล ไอ้แม็ก แล้วก็คนอื่นๆเจอเบสครั้งแรก แต่ละคนต่างตกใจไปตามๆกันพอเบสแนะนำตัวว่าเป็นแฟนผม พอผมกลับบ้านไปวีนแตกใส่เด็กนั่น มันก็เอาแต่หัวเราะเสียงดังออกมา บอกว่าแกล้งเพื่อนผมละสนุกดี แถมยังมีหน้าบอกผมว่าให้แกล้งทำเป็นแฟนมันเวลาที่ผมไปหามันที่โรงเรียนประจำของมันอีกต่างหาก

 

            ไอ้เด็กนี่มันบ้า บอกเลย!

 

 

            “นักเรียนเคารพ!

            “ขอบคุณครับ/ค่ะ”

            ในที่สุดการเรียนของวันนี้ก็จบลง ผมรีบหยิบสมุดและอุปกรณ์เครื่องเขียนทุกอย่างลงในกระเป๋าเพื่อที่จะไปหาคนที่เร่งให้ผมรีบไปเจอกันที่ร้านไอติมหน้าโรงเรียน

 

            “มาร์ค.. วันนี้กลับเองได้ไหม พอดีฉันมีธุระ” ผมว่าแบบนั้นในขณะที่มือของตัวเองก็ยังวุ่นอยู่กับการเก็บชีทเรียนใส่แฟ้มใหญ่

            “จะไปไหน?”

            “ไปกินไอติมอะ” ผมนำกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นพาดที่บ่าข้างหนึ่ง

            “ไปด้วย” มาร์คจับที่ข้อมือของผมนิ่ง มันช้อนสายตามองมาที่ผมที่กำลังยืนค้ำหัวมันอยู่ ให้ตายเถอะ! ไอ้ท่าบ้าบอและสายตาบ้าๆนี่มันอะไรกันอะ

 

            “ไม่ได้ ฉันไปกับคนอื่น”
            “ไปด้วย”

            “มาร์ค... ไม่ได้จริงๆ นายกลับไปก่อนเถอะนะ” ผมพยายามพูดกับมันให้เข้าใจ นี่ไม่ได้หวงร้านไอติมหน้าโรงเรียนนะ แต่ถ้าให้หมอนี่ไปเจอเบสละก็ มีหวังเบสจะต้องเล่นพิเรนทร์จนผมปวดประสาทแบบครั้งก่อนๆที่ผมพาเพื่อนไปบ้านอีกแน่ๆ

 

            “.....”

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นดิ ถ้าอยากกินไอติมเดี๋ยวครั้งหน้าพาไปกิน แต่ตอนนี้ฉันต้องไปแล้วอะ” ผมดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองก่อนจะรีบบอกลาอีกคนไป ให้ตายเถอะ ป่านนี้ไอ้น้องชายต้องนั่งบ่นผมอยู่แน่ๆ

 

            “.....”

            “กลับบ้านดีดีนะมาร์ค” ผมว่า ก่อนที่ตัวเองจะรีบเดินออกจากห้องเรียนไป

 

 

 

 

 

 

 

 

กริ๊ง กริ๊ง

 

          “ยินดีต้อนรับค่ะ กี่ท่านคะ?” ทันทีที่ผมเดินเข้ามาในร้านที่อีกคนนัดไว้ เสียงของพนักงานสาวประจำร้านก็ทักขึ้น

            “พอดีน้องชายผมมาจองโต๊ะไว้แล้วอะครับ”

            “อ๋อ ถ้างั้นชะ...”

            “น้องชายอะไรครับ ถึงผมจะเด็กกว่า แต่สถานะผมตอนนี้ไม่ใช่แค่น้องชายนะครับ” ไม่รู้ว่าไอ้ตัวดีนี่เดินมาจากทางไหน แต่ไอ้ประโยคที่มันพูดแทรกขึ้นมานั่นทำเอาผมอยากจะเอาหัวโขกกำแพง แล้วไหนจะมือหนักๆที่มันมากอดคอผมอีก ให้ตายเถอะ ไอ้น้องเวร!!

            “อะ...เออ” พนักงานสาวอ้ำๆอึ้งๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไร จนสุดท้ายผมเลยต้องขอตัวไปนั่งที่โต๊ะก่อน ส่วนไอ้คนข้างๆผมก็เอาแต่กอดคอไม่ยอมปล่อย เสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีของมันทำเอาผมเหนื่อยใจแบบสุดๆ

 

 

            “เล่นพิเรนทร์อีกแล้วนะเบส!

          “ก็เบื่ออะ คุณไม่ยอมมาหาเรา เราเลยต้องลงโทษ” มันปากยู่ใส่ผม ท่าทางหมั้นเขี้ยวของมันทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะดันหน้าผากมันเบาๆ

            “มาหาอะไรล่ะ ก็บอกแล้วว่าเรียนอยู่ นี่เลิกเรียนก็รีบมาหาเลยเนี่ย”

            “เห้อ ช่างเถอะๆ คุณจะกินอะไรไหม? เมื่อกี้เราสั่งโกโก้เย็นมาให้แล้ว เดี๋ยวคงได้”

            “งั้นก็กินโกโก้นั่นแหละ” กินตามที่น้องตัวดีสั่งเลย เพราะเบสก็รู้ดีว่าผมชอบอะไร และมักจะสั่งอะไรบ่อยที่สุด

            “อื้ม แล้วเรียนเป็นไง เหนื่อยไหม?” มือของอีกคนเอื้อมมาปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาบริเวณหน้าผากของผมอย่างช้าๆ ก็นะ ประเทศไทยร้อนจะตาย แล้วไหนจะวิ่งมาหาอีกคนเพราะกลัวว่าน้องชายตัวดีจะไปก่อเรื่องให้ปวดหัวอีก เหงื่อออกก็คงไม่แปลก

            “เหนื่อยกับนายมากกว่าอีกนายเบส”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ขำๆหน่า”

 

 

          ไม่ขำเลยเถอะ...

         

 

 

 

กริ๊ง กริ๊ง        

 

          “ยินดีต้อนรับค่ะ กี่ท่านคะ?” เสียงของพนักงานที่ต้อนรับลูกค้าคนใหม่เข้ามา ไม่ได้ทำให้ผมและเบสหันไปสนใจเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เบสก็เอาแต่พูดๆและพูดอยู่ตลอด พูดไปยิ้มไป มีบ้างที่มันหันมาถามความเห็นของผมบ้าง จะว่ายังไงดีล่ะ เอาจริงผมชอบช่วงเวลาแบบนี้มากๆ

 

          ผมโคตรรักน้องตัวเองเลยว่ะ...

 

 

            “มาหาเพื่อนครับ”

            หืม เดี๋ยวนะ... เสียงนี้มัน...

 

 

            “อ๋อ ถ้างั้นเชิญค่ะ”

 

 

            ผมรีบหันไปมองคนที่เป็นลูกค้าใหม่ทันที เมื่อได้ยินเสียงเมื่อกี้ที่มันไม่ได้ดังมาก แต่มันดันดังจนเข้าโสตประสาทของผมซะงั้น เบสทำหน้างงๆเมื่อผมละความสนใจจากมันไป แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งสนใจเบสมันเลย สนใจก่อนเถอะว่าคนที่เข้ามาใหม่นั่น ใช่คนที่ผมคิดไว้รึป่าว...

 

            “มาร์ค...” ชื่อของคนที่ผมคิดหลุดออกมาจากปากของผมอย่างแผ่วเบา แต่มันก็ไม่ได้เบาจนขนาดที่คนร่วมโต๊ะอย่างเบสจะไม่ได้ยิน

 

            “อะไรอะคุณ”

            “พะ...เพื่อนมานะ” อะไรของมาร์ควะ ผมก็บอกให้กลับไปแล้วไม่ใช่รึไง แต่ไม่สิ! มันอาจจะมาหาเพื่อนคนอื่นก็ได้ เพื่อนคนอื่นที่ไม่ใช่ผมอะ... แต่มันก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากผมแล้วป่าววะ!!

            “เพื่อนมาแล้วไมต้องเอาเมนูบังหน้าด้วยอะ พี่ดีลมาหรอ?” ไอ้เบสถามอย่างสนใจ มันหันมองซ้ายขวาเพื่อหาไอ้ดีลคนที่มันรู้จัก

 

            “ไม่ใช่! หันมาเลยนะไอ้น้องบ้า” ผมทิ้งเมนูวางบนโต๊ะก่อนจะเอื้อมไปจับหน้ามันให้หันมาสนใจที่ผมเหมือนเดิม

            “โอ๊ย อ่อยนะอี่!

 

            “แบม..” นั่นไง... จนได้

            บัดนี้คนที่ผมไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด มันมายืนตรงหน้าโต๊ะผมแล้วครับ มาร์คมองมาที่ผมนิ่งก่อนที่จะหันไปมองคนที่ผมจับหน้าอยู่ มือของผมค่อยๆปล่อยเบสออกอย่างกลัวๆ ถ้าถามว่ากลัวอะไร ก็คงเป็นสายตาของมาร์คมันนั่นแหละ แม่ง โกรธใครมาอีกแล้ววะ

           

            “เพื่อนคุณหรอ?” เบสถามผม

            “อ- อื่อ” ผมพยักหน้าตอบกลับไป ให้ตายเถอะ ตอนนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวกว่าสายตาของมาร์ค และการกระทำที่ชอบเล่นพิเรนทร์ของนายเบสแล้วแหละครับ ฮือออ รีบกลับเถอะมาร์ค...

            “เชิญนั่งก่อนสิครับ เพื่อนพี่แบม” อ่าว.. ผมมองหน้าเบสอย่างงงๆ มันยืนขึ้นก่อนจะเชิญให้มาร์คนั่งข้างๆผม แถมยังหันมามองผมให้ผมเขยิบชิดริมหน้าต่างของร้านอีกต่างหาก แล้วสรรพนามที่มันใช้ก็คือ พี่แบม นั่นยิ่งทำให้ผมแปลกใจ เพราะปกติถ้าไม่เจอคำว่า ที่รัก ก็เจอคำว่า คุณแฟน นั่นแหละ

 

            ครั้งนี้ไม่เล่นพิเรนทร์อะไรใช่ไหมวะ...

 

 

            “นายมานี่มีอะไรรึป่าวมาร์ค” ผมละสายตาจากเบสที่เอาแต่ส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยมาสนใจมาร์คแทน

            “ข้อนี้ไม่เข้าใจ” มันว่าแบบนั้นพร้อมกับเปิดหนังสือคณิตที่มันถือติดมือออกมาให้ผมดู ผมมองข้อที่มันชี้ก่อนที่จะเริ่มอธิบายให้มันฟังอย่างช้าๆ

            “ประมาณนี้แหละ นายพอเข้าใจไหม?” ผมถาม

            “อืม”

            “พี่แบมสอนหนังสือพี่หรอครับ?”

            “อ่า พอดีมาร์คเป็นนักเรียนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอะ พี่เป็นหัวหน้าห้องครูเลยให้พี่คอยดูแลเรื่องการเรียนของมาร์ค เพราะกลัวจะเรียนไม่ทันสอบน่ะ”

            “อ๋อ.. ว่าแต่พี่ชื่อพี่มาร์คหรอครับ?” เบสหันไปถามคนที่เอาแต่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้น ไม่สิ เป็นเสือที่กำลังเตรียมล่าเหยื่อต่างหาก แม่งเอ้ย ดุจังพ่อคนนี้

            “อืม” มาร์คตอบ

            “ผมเบสนะครับ เป็นน้องของพี่แบม” อ่าว... ไม่เล่นแหะ วันนี้มันไม่เล่นเว้ยทุกคน!!

            “....”

            “กำลังตามจีบพี่แบมอยู่อะครับ” ไม่เล่นบ้านมึงสิ อห! เนี่ย! เพราะงี้ไงผมถึงไม่อยากให้มาร์คมาเจอนายเบสเนี่ย!

            ผมหันขวับมองไปที่เบสที่กำลังยิ้มหน้าระรื่นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่แค่ผมที่กำลังไม่พอใจมัน ผมรู้สึกถึงรังสีบางอย่างที่มาจากคนข้างๆที่กำลังมองไปที่เบสคิ้วขมวดด้วยเหมือนกัน

 

            “นายเบส...”

            “พี่แบมสอนดีเนอะพี่ ผมก็ชอบไปบ้านพี่แบมให้พี่เขาติวให้บ่อยๆเวลามีสอบ จนผมสนิทกับแม่พี่แบมละ” จะไม่สนิทได้ไงละไอ้บ้านี่ ก็นั่นแม่มึงเหมือนกันอ่ะ

            “หรอ...”

            “แล้วพี่เคยไปบ้านพี่แบมยังอะ? พี่แบมทำอาหารอร่อยมากเลยนะ” มันว่าด้วยสีหน้าภูมิอกภูมิใจเหมือนมีพี่ชายทำอาหารอร่อย แต่มันดันไม่ใช่ไง เพราะผมทำอาหารไม่เป็น... เสแสร้งจริงๆน้องคนนี้

           

            “โกโก้ปั่นที่สั่งได้แล้วค่ะ” ผมหันไปมองผู้มาใหม่ที่เป็นพนักงานเอาแก้วโกโก้มาเสริฟ เบสผายมือให้พนักงานเสริฟแก้วโกโก้ที่ผมนั่ง ผมโค้งขอบคุณพนักงานเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเดินออกไป

            “คุณแบมกินสิ มาเหนื่อยๆ กินอะไรเย็นๆจะได้สดชื่น” ไม่ว่าเปล่า มือของเบสก็เอื้อมมาเกลี่ยผมหน้าม้าที่มันปิดตาเล็กน้อยให้ขึ้นไป

            “อะ...อ่า” ผมก้มหน้าก้มตาดูดโกโก้ปั่นที่เพิ่งได้จนมันเกือบหมดไปครึ่งแก้ว จะว่ายังไงดีล่ะ ตอนนี้ผมเหมือนอยู่ท่ามกลางสงครามเย็นเลยอะ มาร์คก็เอาแต่มองหน้าเบสนิ่ง ไม่พูดไม่จาเหมือนถ้าพุ่งไปต่อยได้คือคงทำไปแล้ว ส่วนนายเบสก็เอาแต่ยิ้มหน้าระรื่น พูดนั่นพูดนี่กวนประสาทมาร์คมันอยู่ได้

            “อร่อยไหม?”

            “อื้ม อร่อยดี มาร์คกินไหม?” ผมตอบเบสในประโยคแรกก่อนที่จะหันไปถามอีกคนที่นั่งข้างๆพร้อมกับดันแก้วให้มาร์คลองกิน แต่มันทันที่มาร์คจะอ้าปากงับหลอดเลยด้วยซ้ำ อยู่ๆเบสก็เอามือมากลั้นกลางระหว่างหลอดกับหน้าของมาร์คที่กำลังจะดื่ม

 

            “ใช้หลอดเดียวกันไม่ได้สิครับ ผมไม่ให้พี่จูบทางอ้อมกับคุณแบมหรอกนะ”... โอโห้ พ่อมึงนายเบส

            “จูบทางอ้อมบ้าอะไรล่ะ! เอามือออกไปเลยนะเบส” ผมพูดออกมาอย่างหงุดหงิด... เอาจริงผมเขินแหละ แต่ว่าจูบทางอ้อมบ้าบออะไรล่ะ ไม่ใช่สักหน่อย

            “ไม่ได้สิคุณแบม จูบนี้ต้องเอาไว้ให้เบสคนเดียวสิ”

 

 

          งั่ม!

           

            งับเข้าไปแล้ว มาร์คงับหลอดนั้นเข้าปากไปแล้วครับ ก่อนที่มันจะดูดโกโก้ลงกระเพาะอย่างเอาเป็นเอาตาย ผมเห็นมาร์คมองหน้าเบสก่อนที่จะยักคิ้วอย่างกวนประสาท จนผมแอบหลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อเบสหน้าเหวอกลับมา ฮ่าฮ่าฮ่า มีไม่เยอะหรอกนะที่จะมีคนสู้รบปรบมือกับเบสได้ เพราะเพื่อนผมทุกคนที่เจอเบส พอเจออะไรพวกนี้ก็มักจะขอตัวกลับก่อนเสมอ เพราะมันคิดว่าเบสเป็นแฟนที่ขี้หวงผมจริงๆ ยิ่งตอนยูคยอมนะ ถึงกับปากค้างหน้าเหวอไปเลยเวลาที่เบสทำตัวเหมือนแฟนหวงผมแบบนี้

 

            แต่กับมาร์ค

 

            ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้หน้าเหวอตามที่นายเบสคิดไว้..

 

            แถมยังกวนนายเบสกลับอีกต่างหาก

 

 

            “แบมเสียจูบแรกไปแล้วอะเบส...ฮ่าฮ่าฮ่า” ผมว่าเสียงแผ่ว ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมา เบสทำหน้าหงุดหงิดอย่างไม่พอใจก่อนที่มันจะกอดอกและทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้มองออกไปนอกหน้าต่าง.. ให้ตายเถอะ เด็กคนนี้งอแงเก่งจัง

 

            “....”

            “เป็นอะไรรึป่าวมาร์ค หน้าแดงอีกแล้วนะ” พอผมละสายตาจากเบสมาก็หันไปเห็นมาร์คที่เอาแต่จ้องหน้าผมนิ่ง แก้มมันแดงออกมาเล็กน้อย และมันก็ยังไม่แดงเท่ากับหูของมันในตอนนี้... “หูแดงอย่างกับมะเขือเทศแหนะ”

            ผมว่าก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่ใบหูของมัน นิ้วโป้งของผมถูไปถูมาที่หูนิ่มช้าๆ และไม่รู้เมื่อไหร่ที่สายตาของผมจากที่กำลังสนใจหูแดงๆนั่นอยู่ ก็กลายเป็นมาสบตากับอีกคนแทน

 

 

          มาร์คชอบมึงหรอ

           

            ชอบบ้าอะไรล่ะแม็ก...

 

            ไม่ได้ชอบหรอก

 

            ไม่ได้ชอบ..

 

 

 

          “นายเสียจูบแรกแล้วนะ......แบมแบม”

 

 

 

            ตู้ม!!!

 

 

            ไอ้บ้ามาร์ค!!!!!!!

 

 

 

 










 

            ;;

 

 

            “เบสไม่ชอบเพื่อนคุณแบมเลยอะ” ผมหันไปมองเบสที่กำลังถอดรองเท้าผ้าใบอยู่หน้าบ้าน มันเดินเข้ามามองหน้าผมก่อนจะถอนหายใจทิ้งไปทีหนึ่งและเดินนำหน้าไป

            “อะไรของนายเนี่ยเบส”

            “แม่!!! คุณแบมมีแฟนแล้ว!!” ดะ..เดี๋ยวๆ ไอ้สัดเบส! ไอ้น้องบ้า!

            “หุบปากไปเลยนะเบส! รบกวนแม่” ผมใช้มือตัวเองอุดไปที่ปากหมาๆของมันอย่างหงุดหงิด เบสมันดันมือผมออกก่อนจะมองผมคิ้วขมวด

            “ไม่รบกวน แม่จะได้รู้ว่าแฟนพี่ไม่น่ารัก นายเบสไม่ชอบบอยเฟรนคุณเลย” มันเอาหน้าของตัวเองมาถูๆอยู่บนหัวไหล่ของผมอย่างออดอ้อน เหอะ คิดว่าน่ารักรึไง โตเป็นควายขนาดนี้แล้ว แต่สำหรับคนหวงน้องหลงน้องอย่างผมนะ บอกเลยว่ามันน่ารักมาก

            “ไม่ใช่บอยเฟรนสักหน่อย นายเบสคิดไปเองทั้งนั้น คุณแบมก็บอกแล้วว่ามาร์คน่ะแค่เพื่อน” ผมลูบไปที่ผมนุ่มอย่างเบามือ มันเงยหน้ามามองผมอย่างรวดเร็วก่อนจะหรี่ตามองผมเหมือนพยายามจับผิด

            “ไม่ใช่บอยเฟรน...”

            “อื้ม ไม่ใช่”

            “ถ้างั้นพี่คนนั้นก็คงแอบชอบคุณข้างเดียว”

            “ห้ะ?”

            “ก็ตอนที่เราบอกว่าคุณแบมเป็นแฟนเรา คุณแบมไม่เห็นสายตาของพี่คนนั้นเลยหรอ?”

            “.....” อืม.. จะว่าไปก็แข็งกว่าปกตินะ สายตาที่ผมชอบนั่นน่ะ

            “เอาเถอะ ถ้าคุณแบมไม่รู้ก็ช่างเถอะ แต่นายเบสบอกเลยนะว่าไม่เกินสองเดือน บ้านเราคงมีแขกมาร่วมทานอาหารเย็นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เกือบทุกวัน!” เบสว่าแบบนั้นก่อนจะเดินหันหลังหนีผมขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน

 

            มีแขกมาบ้านหรอ... ใคร? ป้านิลที่อยู่ข้างบ้านหรอวะ.. ก็ไม่น่าจะใช่

 

 

          มาร์คชอบมึงหรอวะ

         

          นายเสียจูบแรกแล้วนะแบมแบม

 

          ไม่เกินสองเดือนบ้านเราคงมีแขก

 

          เดี๋ยวนะ...

 

            เดี๋ยวดิ...

 

            ไม่ใช่มั้ง...

 

 

ตึกตึกตึก

 

            “แบม! อย่าวิ่งขึ้นบันได!  โอ้ยแม่ อย่าทักผมตอนนี้ได้ไหมวะ เอาจริงตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าหน้าตัวเองมันแดงไปถึงไหน ถึงผมจะไม่ได้อะไรกับคำพวกนี้ที่ได้ยินมา แต่ผมก็ไม่ใช่คนโง่หรือคนใสซื่อขนาดที่เดาอะไรไม่ออกนะเว้ย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

#ออนอินสตาแกรม

bambam1a x mtuan

 

twitter : @itsokaymb (ทวิตหลัก)

@iamvatha (ทวิตนิยาย)

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 443 ครั้ง

894 ความคิดเห็น

  1. #837 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:27
    น่าร้ากกกกกก ขอน้องเบสได้มั้ย พี่แบมให้ม้ากไป
    #837
    0
  2. #682 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 20:05
    เอ็นดูวววทั้งเบสทั้งมาร์คเลยยนนน
    นิถ้าเบสไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกับแบม จะคิดว่าเบสชอบแบมละนะ
    #682
    0
  3. #653 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 23:55
    น่ารัก มีเบสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาก็ดีนะ
    #653
    0
  4. #553 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 16:33
    โอ้ยยยยย แบม
    #553
    0
  5. #541 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 21:17
    น้องเบสเซ้นท์แรงมากกกกจ้ะ แบมจ๋า~~

    -////-
    #541
    0
  6. #463 bamyg (@bamyg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 03:12
    เขินไม่ไหวแล้วแม่555
    #463
    0
  7. #436 PMarkNBam (@PMarkNBam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 15:33
    พี่น้องคู่นี้น่ารัก5555
    #436
    0
  8. #363 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 20:26

    น่ารักบอกต่อ

    #363
    0
  9. #331 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 20:25
    มาร์คนี่แสดงอาการเยอะมากอะ แต่แบมก็ไมทันอะ ต้องพูดนะ แต่เบสแสบมากลูกก
    #331
    0
  10. #319 n_npsk (@n_npsk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 11:22
    ตู้ม!!!!!!! เขินมาร์ค
    #319
    0
  11. #201 DgKookkik (@DgKookkik) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 19:47
    เขิน เขินอะไรไม่รู้แต่เขินมาก
    #201
    0
  12. #199 Lookshin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 16:30

    น่ารักมากเลยค่ะ เป็นอะไรที่อ่านแล้วเขินเป็นบ้า ฮื้อออออ

    #199
    0
  13. #99 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 10:40
    เบสร้ายมาก
    #99
    0
  14. #96 chonticha39444 (@chonticha39444) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:32
    งู้ยยย เขิงงง
    #96
    0
  15. #29 IMBB947g (@IMBB947g) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 01:58
    น่ารักกันจังเลย
    #29
    0
  16. #26 giftfii1nt (@giftfii1nt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 02:23
    น่ารักอ่า รออัพๆ
    #26
    0
  17. #23 mmmmmmmmp (@jitlada1930) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:52

    น้องเบสแกล้งอีกได้ไหมมม55555

    #23
    0
  18. #22 Joyler (@Joyler) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 21:18
    จูบทางอ้อม คิคิ
    #22
    0
  19. #21 49097 (@49097) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 15:29
    ชอบพี่น้องคู่นี้555
    #21
    0
  20. #20 BSmtb42 (@bamvararuk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 15:23
    นายเบส ตัวกระตุ้นที่ดี555555
    #20
    0