#ออนอินสตาแกรม - markbam

ตอนที่ 17 : 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 315 ครั้ง
    1 ก.ค. 62


 

16

 

           

 

            “ถึงแล้วนะครับ ใครที่เอากระเป๋าใส่ไว้ข้างล่างก็อย่าลืมลงไปยกกระเป๋าของตัวเองกันด้วยนะ”

            ผมเริ่มเก็บของบนรถให้เรียบร้อย หูฟังที่ถูกนำออกมาใช้ถูกม้วนเก็บใส่กระเป๋าเป้ไปก่อนจะยัดโทรศัพท์ของตัวเองลงกระเป๋ากางเกงด้านข้าง เสียงเด็กนักเรียนเริ่มดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเมื่อเรามาถึงที่หมายในช่วงสายของวัน ผมเดินตามมาร์คลงมายืนด้านหน้าของรถ

 

           

            “กูมองไม่เห็นความสบายจากค่ายนี้เลยว่ะ” ไอ้ดีลที่ยืนข้างผมเอ่ยขึ้น ในมือมันหอบหิ้วกระเป๋าเป้อย่างพะรุงพะรัง

            “เหมือนกัน” ผมว่า

            พอมองไปรอบๆตัวแล้ว ค่ายนี้น่ะโคตรเต็มไปด้วยธรรมชาติเลย ไม่มีถนนคอนกรีตให้รถบัสที่นั่งมาได้ขับสบายๆ มีก็แต่พื้นที่เต็มไปดินสีน้ำตาลอ่อนฟุ้งกระจายจนล้อรถกลายเป็นสีน้ำตาล รวมทั้งจุดที่ผมยืนอยู่นี่ก็ด้วย รองเท้าผ้าใบที่เคยเป็นสีขาว ตอนนี้มันถูกเคลือบด้วยดินทรายสีน้ำตาลอ่อนไปกว่าครึ่งแล้ว พอมองรอบๆตัวก็แอบเห็นสนามหญ้าอยู่บ้างแหละ แต่สนามพวกนั้นก็คงเป็นฐานฝึกที่พวกผมจะต้องได้เข้าสักวันแน่ๆ แถมยังคล้ายกับค่ายทหารอีกต่างหาก แค่เห็นก็เหนื่อยแล้วไหมอะครับ... ผมมองซ้ายมองขวามองหาที่พักของพวกเรา ก็เห็นเพียงแค่บ้านไม้สักทรงยาวชั้นเดียวสี่หลังเรียงต่อกันเท่านั้น ข้างๆก็เป็นเหมือนลานกว้างที่มีหลังคาอยู่ ถ้าให้เดาก็คงจะเป็นที่รวมพลของพวกผมแน่ๆ

 

 

 

 

ปรี๊ดดดดดดดด!!

 

 

            “ทุกคนรวม!!!!!

 

 

 

          เกิดไรขึ้นวะ?...

          ผมมองไปทั่วตามหาต้นเสียงดุที่ตะโกนเรียก นักเรียนหลายคนที่ก่อนหน้านี้กำลังเข้าหอบกระเป๋าของตัวเองอยู่ต่างรีบยกกระเป๋าขึ้นสะพายก่อนจะวิ่งไปหาเสียงนกหวีดที่เป่าเรียกเสียงดังจนหนวกหู

           

 

          นั่นไง อห! ไม่มีความสบายในค่ายนี้จริงๆด้วย

 

           

 

            3”

 

           

          วิ่งงงงงงงงงงงงงงงดิ!!!!

 

 

            “2”

 

 

          อหหหหหหหหหหห!!!!!!!

 

 

            “1”

 

 

 

            “ครบไหม!!!

            ผมนั่งหอบหายใจเหมือนคนจะตาย เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นนะ? นี่ผมหายตัวได้หรอ จำได้ว่าเมื่อกี้ยังยืนอยู่หน้ารถบัสอยู่เลยอะ แต่ยังไงก็ช่างเถอะ ตอนนี้ร่างกายผมคือเหนื่อยเหมือนไปวิ่งมาราธอนงานโอลิมปิกระดับชาติมายังไงยังงั้น อยากขอบคุณพื้นของลานรวมพลนี้ที่มันลื่นจนสามารถสไลด์ตัวมาต่อหลังไอ้ดีลที่วิ่งนำมาก่อนได้สำเร็จแบบทันเวลาพอดี ผมหอบ ไอ้ดีลหอบ แถมยังแอบได้ยินเสียงมาร์คที่นั่งต่อหลังอยู่แอบหอบเบาๆด้วยเหมือนกัน ตอนนี้แขนผมเหมือนจะหักเลยครับ เมื่อคืนผมคิดอะไรอยู่ถึงได้จัดกระเป๋ามาหนักขนาดนี้วะ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนกำลังซ้อมหนีไฟอะ เพียงเสี้ยววิที่ได้ยินเสียงนกหวีด เพียงเสี้ยววิที่ได้ยินเสียงนับถอยหลัง... เพียงเท่านั้นมันก็ทำให้นักเรียนเกือบสองร้อยคนวิ่งกรูเข้ามาในลานรวมพลแห่งนี้

 

 

            แม่งเหมือนถูกซ้อมมาอย่างดีตั้งแต่สามปีที่แล้ว เพียงแค่ได้ยินเสียงนกหวีด ทุกคนก็พร้อมวิ่งเข้าหาแล้วอะ ...

 

 

            “ค่อยๆหายใจ” เสียงพูดเบาๆของมาร์คทำให้ผมหันไปมองเขา มาร์คทำมือขึ้นลงเหมือนพยายามบอกให้ผมหายใจเป็นจังหวะ เนี่ย อยากกลับบ้านแล้วอะ ค่ายบ้าอะไรวะ! ยังไม่ทันได้เตรียมตัวอะไรก็ให้วิ่งเป็นหมาไล่ควายแล้วอะ เหนื่อยนะ!

            “อื่อ.”

 

 

            “เอ้าๆ เสียงหอบดังเลย” ผมหันหน้ามองตรง เงยหน้ามองทหารรุ่นใหญ่ที่กำลังยืนพูดปากเปล่าตรงหน้า นี่ขนาดไม่ใช้ไมค์นะเสียงยังดังขนาดนี้ ถ้าใช้ไมค์ละก็รับรองว่าค่ายนี้คงได้หม้อไม่ก็กระทะเพิ่มเข้ามาในครัวแบบฟรีๆแน่ๆ

 

            “ทุกคนเคารพ!

            “สวัสดีครับ/ค่ะ!” ผมยกมือขึ้นไว้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า รอบตัวไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยของนักเรียน เพราะทุกคนต่างกำลังกอบโกยออกซิเจนเข้าไปในปอดกันอยู่ ด้านหน้าของพวกผมมีทหารทำท่าพักกำลังยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ และคนที่มองจะใหญ่และอาวุโสที่สุดในที่นี้ก็ยืนอยู่ตรงกลาง มองดูพวกผมที่หอบเป็นลูกหมาด้วยสีหน้าและท่าทางที่มองจะไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่

           

 

            “สวัสดีทุกคนนะครับ ผมนายชัยกร ถิรเจต หรือเรียกว่าครูกรก็ได้ ผมคือหัวหน้าครูฝึกของค่ายนี้ และจะมาเป็นครูฝึกของทุกคนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ ฝากตัวด้วย”

            โอ้โห.. ครูฝึกหน้าโหดขนาดนี้ รู้เลยนะครับว่าต่อจากนี้คงจะไม่มีความสบายในค่ายแน่นอน ผมนั่งท้าวคางกับเข่ามองครูฝึกที่อยู่ในชุดทหารเต็มยศตรงหน้าพูด เสียงรอบกายค่อยๆเริ่มดังขึ้นเมื่อการแนะนำตัวของครูฝึกจบ

 

           

            “ทุกคนเงียบ!!!

 

 

          นั่นไง ความทหารอะ ผมบอกแล้วว่ามันไม่สบายยยยย!!

            ผมสะดุ้งตัวโยนกลับมานั่งหลังตรงเหมือนอย่างเดิม สายตาของครูฝึกตรงหน้าหันมองซ้ายขวาของเด็กนักเรียนแต่ละแถว เขาชี้ให้ครูฝึกคนอื่นๆที่ยืนอยู่ด้านหลังให้เดินไปจัดแถวปัดนักเรียนแถวที่ยาวเกินให้ไปนั่งแถวสั้นให้มันพอดี ผมเงียบมองดูเหตุการณ์อย่างไม่พูดอะไร

 

 

            “วันนี้เป็นวันแรกที่เราได้มาเจอกันถูกไหมครับ?”

            “......” อ่า ใช่ครับ ผมมั่นใจว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อน (-_-)

            “ไม่ตอบหรอครับ!

            “ใช่ครับ/ค่ะ!!!” ผมอ้าปากตะโกนตอบไปอย่างอัตโนมัติ คือผมถามจริงนะ เป็นทหารทำไมต้องโหดอะ จะตายแล้วนะ นี่มาเหยียบที่นี่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยก็อยากกลับบ้านหาแม่แล้วอะ

 

            “ผมจะบอกกฎของที่นี่ก่อนนะครับ จะได้ทราบทั่วกันและไม่ทำผิดอีก”

            “ครับ/ค่ะ!!!

            “ตรงนี้คือลานรวมพล เป็นจุดศูนย์กลางที่ทุกคนจะต้องมารวมพลกันอยู่ตรงนี้! เมื่อทุกคนได้ยินเสียงนกหวีด สิ่งที่ทุกคนต้องทำไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตรงไหน หรือส่วนไหนก็ตาม ทุกคนจะต้องวิ่งมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ เข้าใจไหม!

            “ครับ/ค่ะ!!!

            “และบนลานรวมพลนี้ ห้ามใครใส่รองเท้าขึ้นมาเด็ดขาด! เข้าใจไหม?!

            “ครับ/ค่ะ!!!

            “เมื่อผมสั่งอะไร ทุกคนต้องขานรับ เข้าใจไหมครับ!

            “ครับ/ค่ะ!!!

            “ทุกอย่างต้องเร็ว และดี เพราะทุกเวลามีค่า เข้าใจไหม?!

            “ครับ/ค่ะ!!!แหกปากเก่งเหมือนกันแหะ...

            “หากใครอยากเข้าห้องน้ำให้ทุกคนมองไปด้านหลังนะครับ! ห้องน้ำผู้ชายอยู่ด้านขวามือของผม ส่วนห้องน้ำผู้หญิงอยู่ทางด้านซ้ายมือของผม”

            “ครับ/ค่ะ!!

            “และให้ทุกคนมองไปทางขวามือครับ ทุกคนจะเห็นบ้านไม้ชั้นเดียวอยู่”

            “......” ผมหันมองไปตามมือของครูกร นั่นคือบ้านไม้ที่ผมบอกในตอนแรก และผมเดาว่ามันคือบ้านพัก

            2 หลังแรกคือบ้านพักของผู้ชาย และเดินถัดไปอีกนิดจะถึงบ้านพักอีกสองหลังที่เป็นของผู้หญิง ให้ทุกคนแบ่งยืนเป็นชายและหญิงตอนนี้! ลุกครับ!!!

            ผมเด้งตัวขึ้นยืนทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น มือของผมหิ้วหูกระเป๋าลากให้อยู่ชิดตัว ก่อนจะหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมากะจะสะพายตาม แต่ยังไม่ทันได้สะพาย มาร์คก็หยิบไปก่อนแล้วบอกว่าเดี๋ยวเขาสะพายให้ เออ ดีจัง อย่างน้อยการเข้าค่ายบ้าๆนี่ก็ยังมีมาร์คคอยอยู่ข้างๆ

            แถวฝั่งผู้ชายเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การแบ่งแยกชายหญิงผ่านพ้นไปโดยใช้เวลาไม่กี่นาที ก็นะ เสียงนกหวีดดังเร่งขึ้นมาตลอดเวลาซะขนาดนั้น

 

 

            “ทุกคนนับ! ผู้ชายกี่คน ผู้หญิงกี่คน!” เสียงตะโกนนับเลขดังขึ้น ผมตะโกนนับเลขของตัวเองทันทีเมื่อมันมาถึงคิว ผมมองผู้ชายทุกคนนับเลขไปจนถึงปลายแถว และเสียงตะโกนของนักเรียนชายคนสุดท้ายก็ดังขึ้นว่าผู้ชายที่เข้าแถวอยู่ในตอนนี้มีทั้งหมดร้อยยี่สิบเจ็ดคน และไม่นานก็ได้ยินเสียงของฝั่งผู้หญิงตะโกนตอบครูกรมาว่านักเรียนหญิงที่มาเข้าค่ายมีทั้งหมดหกสิบห้าคน

 

 

            “ใครเป็นประธานนักเรียนครับ?” ผมมองหาพี่ฌอนทันทีเมื่อได้ยินคำถามนั้น รุ่นพี่ผู้ชายที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างดียกมือขึ้นก่อนจะเดินออกมายืนหน้าแถว

            “ผมครับ!

            “ชื่ออะไรครับ”

            “นายนิรัช อรรถเศรษฐากุลครับ”

            “ชื่อเล่นครับ”

            “ฌอนครับ”

            “คุณฌอนช่วยรายงานจำนวนนักเรียนที่มาเข้าค่ายในครั้งนี้ให้ผมทราบหน่อยครับ”

            “การเข้าค่ายครั้งนี้มีนักเรียนทั้งหมด 192 คนครับ แบ่งเป็นชั้นมอ 4 5 และ 6 ชั้นละ 60 คน และนักเรียนจากสภานักเรียนอีก 12 คนครับ”

            “ขอบคุณครับ”

            “ครับ” พี่ฌอนเดินกลับเข้าไปในแถว เสียงพูดคุยของนักเรียนที่ไม่ตั้งใจฟังค่อยๆเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ผมก็ไม่รู้หรอกว่าทุกคนคุยเรื่องอะไรกัน แต่ถ้าเป็นแบบนี้

 

 

            “ทุกคนกอดคอ!!!

           

 

          ผมต้องตายก่อนจบค่ายแน่ๆเลย (T^T)

          ผมปล่อยมือจากกระเป๋าที่จับอยู่ ก่อนจะเดินไปหาไอ้ดีลที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะกอดคอมันข้างหนึ่ง และอีกข้างก็กอดคอกับมาร์ค

 

 

          “ยืนกันเงียบๆไม่เป็นใช่ไหมครับ!

            “......”

            “ไม่ตอบ? ไม่ตอบนี่หมายความว่าไงครับ!!” ผมเงียบ ทุกคนเงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไรตอบ ตอนนี้น่ะกลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้ว กลัวยิ่งกว่ามาร์คโกรธอีกอะ น่ากลัวชหเลยครับ

 

            “......”

            “ลุกนั่ง 50 ปฏิบัติ!!” ห้าสิบครั้งอะนะ!! ให้พวกผมลุกนั่งห้าสิบครั้งอะนะ! แม่เจ้า!!

            “...5...50 ครั้ง”

            “ไม่พร้อม! เอาใหม่!

            50 ครั้ง!!

            “เริ่ม!!!

            1!!!

            เสียงตะโกนนับเลขดังขึ้นอย่าง(พยายาม)พร้อมเพรียง ผมทิ้งตัวนั่งลง ก่อนจะลุกขึ้นยืน และนั่งลงไปอีกรอบ เป็นแบบนี้จนขาเริ่มอ่อนแรงและเหนื่อยไปหมด

 

 

            “ไม่พร้อม!!! เอาใหม่!!!

 

 

          พ่อคุณตาย!!!

            ผมถอนหายใจหนักออกมาอย่างหมดอารมณ์ ให้ตายเหอะ นี่ผมไม่ได้มาฝึกทหารนะเว้ย! ผมเหนื่อยอะ!! แต่สุดท้ายก็นั่นแหละ ทำไงได้วะ พวกผมที่เป็นแค่นักเรียนมอปลายก็ทำได้แค่เริ่มตะโกนนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

 

            ขาผมในตอนนี้มันเริ่มอ่อนแรงไปตั้งแต่ลุกขึ้นครั้งที่ยี่สิบกว่าของรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ครับ ผมเริ่มทิ้งตัวนั่งช้าลงเพราะความปวดของน่องขา มือของผมข้างที่กอดคอมาร์คอยู่ก็ขำที่คอเสื้ออีกคนแน่น เสียงหอบหายใจของผมมันดังขึ้นเรื่อยๆอย่างหยุดไม่ได้ ผมน่ะ... ไม่อยากมาเข้าค่ายนี้แล้ว!

 

 

            “ไหวไหม” เสียงพูดจากคนข้างๆดังขึ้น ผมที่หลับตาหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตายหันไปมองมาร์คด้วยความเหนื่อยอ่อน ใบหน้าของผมพยายามพยักหน้าขึ้นลงสองสามทีเป็นคำตอบ มันไม่ใช่คำตอบที่บอกว่าผมไหวนะ แต่มันเป็นคำตอบเชิงว่า ผมจะพยายาม...

 

            ถึงแม้ว่าจะใกล้ตายเต็มทีแล้วก็เถอะ... ฮึก! รู้งี้น่าจะเชื่อเบสว่าให้ออกกำลังกายบ่อยๆก็ดีเถอะ จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยกับอิแค่ลุกนั่งแบบนี้

 

            มาร์คมองหน้าผมเหมือนเขากำลังเป็นห่วง มือของเขาข้างที่กอดคอผมอยู่ค่อยๆเคลื่อนย้ายมากอดที่เอวผมจนรู้สึก มาร์คโอบเอวผมเอาไว้แน่น และในคราที่ต้องลุกขึ้นยืนมาร์คก็คอยพยุงตัวผมเอาไว้ไม่ให้ล้ม และเพราะแบบนั้นผมเลยไม่ต้องออกแรงพยายามยืนมากนัก นั่นเพราะมาร์คเขากำลังพยุงตัวผมไว้อยู่

 

           

 

          อย่างน้อยในตอนที่ผมรู้สึกเหมือนจะล้ม มันก็ยังมีมาร์คที่คอยพยุงผมไว้ไม่ให้ล้มอยู่นั่นแหละ....

 

 

 

            “ถ้าไม่ไหวก็ทิ้งน้ำหนักมาที่มาร์คเลยก็ได้” เขาว่าเสียงนุ่ม ผมน่ะไม่ไหวจริงๆนั่นแหละ คงเพราะร่างกายที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนี่ด้วย ผมเลยมองจะเหนื่อยมากกว่าคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด

            “ไม่...ไม่เป็นไร”

            “เชื่อมาร์ค... ค่อยๆหายใจ อย่าหายใจแรงแบบนั้น” เขาว่า

            “อะ...อื่อ” ผมพยายามสูดหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะอย่างที่มาร์คบอก และไม่นานเสียงบอกให้หยุดจากครูกรก็ดังขึ้น ผมนี่แทบจะกราบขอบคุณพระเจ้า ในที่สุดมันก็จบลงในครั้งที่สามสิบห้าของรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้

 

 

            ผมยืนหอบหายใจแรงออกมาเพื่อระบายความเหนื่อย มาร์คจับมือผมเอาไว้หลวมๆ นิ้วโป้งลูบที่ฝ่ามือผมไปมาช้าๆเหมือนกำลังถ่ายทอดพลังงานบางอย่างเข้ามาในตัว มืออีกข้างก็ยกขึ้นลงเหมือนกำลังบอกจังหวะการหายใจไปด้วย

 

            “ค่อยๆหายใจ”

            ผมพยายามสูดหายใจเข้าออกช้าๆก่อนจะพยายามตั้งสติและบอกมาร์คว่าโอเคแล้ว แถวทั้งหมดกลับมายืนเป็นแถวระเบียบดังเดิม ครูกรประกาศบอกทุกคนว่าจะให้ทุกคนขนของเข้าที่พักก่อน แล้วจะให้เวลาพักสิบห้านาที จากนั้นจะมีเสียงนกหวีดดังและให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่เหมือนเดิม

 

 

            แถวของผมเดินตามครูฝึกที่ชื่อทีไปยังที่พัก ในนี้ไม่มีอะไรนอกจากที่นอนที่มีแต่เบาะนอนวางเรียงต่อกันยาวสองฝั่งตั้งแต่ประตูด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง แถมยังสร้างชั้นบนขึ้นมาอีกต่างหาก จนมันคล้ายกับว่านี่คือเตียงสองชั้นยังไงยังงั้น ครูทีให้พวกผมเดินเข้าเบาะนอนกันอย่างเป็นแถวโดยห้ามสลับที่นอนกันเด็ดขาด แต่ในความไม่ดีก็ยังพอมีความโชคดีหลงเหลืออยู่บ้าง เพราะผมได้นอนชั้นล่างทำให้เวลารีบๆคงจะสบายหน่อยที่ไม่ต้องวิ่งขึ้นลงบันไดเหล็กนั่น เพราะบันไดนะมันทั้งเล็ก ชัน และถี่เลย ถ้าวิ่งตอนเปียกๆมีหวังลื่นแน่ๆ

 

 

            “ทุกคนวางกระเป๋าอย่าให้เกะกะทางเดินนะครับ และก่อนออกจากที่พักให้ทุกคนเก็บของให้เป็นระเบียบทุกอย่างไว้ตรงหัวนอน และห้ามวางของทุกชนิดไว้ที่ปลายเท้า กระเป๋า ผ้าห่ม หมอน ให้วางไว้ตรงหัวนอนทั้งหมด ยกเว้นตอนนอนที่ให้ทุกคนนำกระเป๋ามาวางไว้ปลายเท้านะครับ ส่วนรองเท้าทุกคนห้ามใส่เข้ามาในที่พักเด็ดขาด ถ้าผมเห็นเศษดินเศษทรายในที่พัก พวกคุณไม่ต้องนอนและจะต้องออกมากวาดทำความสะอาดที่พักและลานรวมพลทั้งหมด ทุกคนทราบ!

            “ทราบ!!!

            “รองเท้าผ้าใบให้ทุกคนออกไปจัดวางเรียงกันที่ชั้นวางรองเท้าให้เป็นระเบียบ จากนี้ให้ทุกคนใส่รองเท้าแตะนะครับ ถ้าหากว่ามีการเข้าฐานหรืออะไรยังไง ทางครูกรจะแจ้งให้เปลี่ยนรองเท้าอีกที ทุกคนทราบ!!

            “ทราบ!!!

            “ผ้าเปียกทุกอย่างสามารถนำไปตากไว้ได้ที่ราวตากผ้าด้านนอกข้างหอพักนะครับ ประตูด้านหลังบ้านพักเมื่อเดินออกไปจะเป็นห้องน้ำ และห้องอาบน้ำรวม”

            “ครับ!!

            “ขอเตือนว่าอย่านำของออกจากกระเป๋าเกินความจำเป็น อย่าจัดของมาตั้งเรียงไว้นะครับ ไม่อย่างนั้นเมื่อถึงเวลาฉุกเฉินเรียกรวมพลกะทันหันจะเก็บไม่ทัน ทุกคนทราบ!!!

            “ทราบ!!!

            “จากนี้ให้ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัยนะครับ ด้านนอกที่เราเดินผ่านมาจะเห็นร้านค้าเล็กๆของทางค่ายเรา ทุกคนสามารถซื้อทานได้ตามสบายนะครับ”

            “ครับ!!

            “เชิญพักครับ”

            ครูทีเดินออกไปจากห้องพัก เสียงพูดคุยภายในห้องพักดังขึ้นทันทีเมื่อประตูถูกปิด ผมถอนหายใจหนักทิ้งตัวเองลงบนเบาะนอนของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน โชคดีมั้งที่ผมเดินต่อไอ้ดีลมาติดๆ เพราะงั้นข้างขวาของผมจึงเป็นไอ้ดีล และถัดจากดีลไปก็เป็นแม็กที่ตัวติดดีลไม่ห่าง ส่วนข้างซ้ายของผมก็เป็นมาร์คที่กำลังจัดกระเป๋าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง และไม่วายก็ยังเอื้อมมือมาจัดกระเป๋าของผมด้วย

 

 

            “ขอบคุณคร้าบ” ผมว่าเสียงเอื่อยบอกมาร์คที่กำลังจัดวางกระเป๋าผมอยู่ ตอนนี้น่ะไม่ไหวแล้ว นี่ยังไม่ผ่านหนึ่งวันเลยนะ ผมยังเหนื่อยขนาดนี้เลยอะ แล้วผมจะผ่านคืนนี้ไปได้ยังไงวะเนี่ย

            “ค่ายนี้มันอะไรวะ ตอนมอ 4 ยังไม่เห็นโหดขนาดนี้เลยมึง” ไอ้ดีลพูด มันนั่งกอดเข่าตัวเองมองมาที่ผม

            “ก็นั่นมันเข้าที่โรงเรียนไหมล่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เข้านอกสถานที่อะ”

            “ต้องทนแบบนี้ตั้ง 3 วันเลยหรอวะ”

            “อืม ถ้าตายก็ตายอยู่ที่นี่แหละ”

           

 

 

 

 

          ถ้าตายก็ตายมันตรงนี้...

           

 

 

 

 

          และใช่ครับ ตอนนี้ผมเหมือนกำลังจะตาย...

 

 

 

 

 

            กว่าเวลาผ่านพ้นไปในแต่ละชั่วโมงมันก็ทำเอาผมแทบตาย ตลอดทั้งวันของค่ายวันแรกนี้แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากลุกนั่งไม่ก็วิดพื้น คือจริงๆมันมีอะไรมากกว่านั้นแหละ แต่สิ่งที่ถูกจดจำมากที่สุดในสมองของผมตอนนี้มันคือการโดนลงโทษให้ลุกนั่งกับวิดพื้นไง แถมโทรศัพท์ก็โดนยึดไว้ไม่ให้เล่นอีก พาวเวอร์แบงค์ที่พกมาก็บอกเลยว่าตอนนี้มันไร้ค่าไปแล้ว

            แต่ถ้าถามว่าในส่วนของวันนี้มันมีกิจกรรมอะไรสนุกที่สุดละก็ ผมคงตอบว่ากิจกรรมสันทนาการที่ต่อจากอาหารกลางวันพวกเราที่กว่าจะได้กินก็ตั้งฉากตบฉากกันไปหลายยกนั่นแหละ มันเป็นกิจกรรมสันทนาการกันเล็กๆน้อยๆเพื่อกระชับมิตรระหว่างรุ่นของระดับมอปลายรวมถึงครูฝึกด้วย ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้ว่าครูกรก็ไม่ได้โหดอย่างเดียวหรอก เขาเป็นคนสนุก และเฮฮามากพอสมควร มากขนาดที่ว่าบางช่วงของการเล่นเกมก็ทำเอาผมนั่งขำท้องแข็งไปหลายรอบ นั่นก็เพราะมุกแป้กๆของแก

            และก่อนที่พระอาทิตย์มันจะใกล้ตกดิน พวกผมก็ได้มีเวลาพักนั่งเล่นนั่งคุยกันบ้างกับพวกครูฝึกในค่าย แถมตอนกินข้าวเย็น พวกครูฝึกก็ยังลงมานั่งพื้นเพื่อมานั่งพูดคุย กินข้าวกับพวกผมด้วย ซึ่งการทานข้าวเย็นในวันนี้ก็แตกต่างจากเมื่อตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนเย็นนี้เต็มไปด้วยความผ่อนคลายกว่าตอนกลางวันค่อนข้างเยอะ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของพวกนักเรียนและครูฝึกออกมาให้ได้ยินบ้าง เพราะงั้นมันเลยทำให้ผมเริ่มมองเห็นความสนุกในค่ายโหดนี้มาบ้างแล้วเหมือนกัน...

 

 

 

            เอาจริงค่ายนี้ก็ไม่ได้นักแย่หรอก...

 

 

 

          ถึงแม้จะโดนวิดพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็เถอะ

 

 

         

            “จะนอนกันอยู่แล้ว ยังเสียงดังอะไรกัน!!!! 50 ครั้ง ปฏิบัติ!!!

 

 

 

           

          พ่อคุณตายครับ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

           

           

            “ปวดขาชิบหายเลยมึง” ไอ้ดีลร้องบ่นออกมาเมื่อพวกเราทุกคนเข้ามาถึงเบาะนอนของตัวเอง ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ครูฝึกบอกให้พวกผมอาบน้ำและเตรียมตัวนอนได้เลย โดยเขาให้เวลาพวกผมอาบน้ำหนึ่งชั่วโมง จากนั้นครูฝึกจะเข้ามาเช็คความเรียบร้อย และคอยปิดไฟให้

            ผมหันมองหน้าไอ้ดีลที่นั่งนวดน่องขาของตัวเองในขณะที่มือก็กำลังรูดซิปเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบชุดนอนของวันแรกออกมา

 

            “ปวดเหมือนกันนั่นแหละ มึงรีบอาบน้ำเถอะ ช้าเดี๋ยวก็โดนลุกนั่งอีก” ผมว่า ในมือผมหยิบกางเกงวอร์มสีกรมออกมาหนึ่งตัว พร้อมกับเสื้อยืดสีดำไม่มีลายอีกหนึ่งตัว

            “มึงไม่ปวดหรอวะ”

            “ไม่เหลือไอ้สัด แค่ยืนเฉยๆยังจะร้าวไปทั้งตัว แต่ถ้ามึงช้าแล้วกูต้องโดนทำโทษด้วย กูก็ไม่เอาไง”

            “มึงอะ.. แม็กหยิบเสื้อผ้าให้หน่อยดิ” มันเบะปากมองผมก่อนจะหันไปออดอ้อนสามีคนแรกของมันให้หยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำให้ ผมส่ายหน้ามองมันอย่างเซ็งๆก่อนจะหอบชุดนอนเอาไว้ในมือและหันไปหามาร์ค

 

 

            “มาร์คไปอาบน้ำกัน”

            “ไม่ถอดเสื้อหรอ”

            “ถะ..ถอด?”

            “อาบน้ำรวม ไม่มีห้องน้ำเดี่ยว” มาร์คเงยหน้ามามองผมที่ยืนอยู่ คำถามของเขาทำเอาผมมองหน้าเขานิ่ง เออว่ะ ผมลืมได้ไงวะ ลืมไปว่าค่ายนี้มันไม่มีห้องน้ำแยกนิ มันไม่ใช่โรงเรียนที่ครูอนุญาตให้แยกไปอาบเดี่ยวได้นิ โอ้ย! แล้วผมต้องถอดเสื้อต่อหน้ามาร์คอีกอะนะ! อีกแล้วหรอวะ!

 

            “คะ..คือ.... เห้ย!” ผมรีบหันหลังทันทีเมื่ออยู่ๆมาร์คก็ถอดเสื้อที่ใส่วันนี้ออกเผยให้เห็นเนื้อผิวเนียนที่แม้จะเคยเห็นมาแล้วนิดหน่อยในครั้งนั้นที่ผมนอนห้องเขา แต่ก็ยังทำใจไม่ค่อยทันอยู่ดี

            “เขินอะไรวะ ผู้ชายเหมือนกัน” เสียงไอ้ดีลเอ่ยบอกผม เออรู้แหละว่าผู้ชายเหมือนกัน แต่กับมาร์คมันไม่ใช่ป่าววะมึง

            “เป็นมึง มึงสามารถมองไอ้แม็กได้แบบสนิทใจรึไง ไอ้สัด” ผมกัดฟันพูดเสียงเบากับดีล มันหันหลังมองไปทางแม็กก่อนจะหันมาหรี่ตามองผม

            “แสดงว่ามึงก็คิดไม่ซื่อกับมาร์คมันใช่ไหม?”

            “กูไม่ได้คิดไอ้สัด แต่แค่....” แค่มันยังคิดถึงเรื่องวันนั้นอยู่ไง!

 

 

            “เขินหรอ” อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างใบหู บนตัวมาร์คเหลือเพียงแค่ท่อนล่างที่เป็นกางเกงยีนส์เท่านั้นที่ยังไม่ได้ถอด ผมมองหน้ามาร์คนิ่ง พยายามเก็บอาการทุกอย่างให้มิดก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือไอ้ดีลลากไปอาบน้ำด้วยกัน

 

            “ไอ้ดีล ไปอาบน้ำกัน ส่วนมาร์คอะค่อยอาบนะ รอฉันอาบเสร็จก่อน” เพราะถ้าขืนอาบพร้อมกัน มีหวังผมได้กลายเป็นคนบาปยิ่งกว่านี้แน่ๆ

 

            “ก็อาบด้วยกันนั่นแหละ เดี๋ยวก็อาบกันไม่ทัน” ดีลประท้วง

            ผมหันมองคนประท้วงนิ่ง หงึ! ไอ้ดีลมันไม่เข้าใจผมหรอว่ะว่าผมไม่อยากเห็นร่างกายของมาร์คอะ! เอาจริงๆคือผมเขินนั่นแหละ ยังเขินกับเรื่องวันนั้นอยู่และยังไม่พร้อมที่หยุดนึกถึงมันด้วย! ผมเบะปากทำหน้าหงึใส่ไอ้เพื่อนบ้านี่อย่างไอ้ดีล แอบได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากมาร์คที่ยืนมองผมอยู่ด้วย จนสุดท้ายผมก็ยกนิ้วขึ้นมาสามนิ้วเหมือนกำลังทำสัญญาว่าผมจะไม่อาบช้าแน่นอน พร้อมสายตาที่ออดอ้อนมันเต็มที่

 

 

            “หึ ไปอาบเถอะ เดี๋ยวฉันรอ” สุดท้ายเสียงมาร์คก็เป็นตัวสรุปจบทุกอย่าง ผมยิ้มแฉ่ง ไอ้ดีลถอนหายใจ ส่วนไอ้แม็กก็ส่ายหัวและบอกว่างั้นเดี๋ยวมันรออาบพร้อมมาร์คก็ได้ สุดท้ายผมเลยเดินลากไอ้ดีลไปอาบน้ำด้วยกันอย่างสบายใจ

 

            ถ้าถามว่าผมเขินอะไรทั้งๆที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน คือเอาตามตรงผมไม่ได้เขินเรื่องที่ต้องถอดเสื้อผ้าอาบน้ำด้วยกันหรอกนะ แต่ที่เขินน่ะเพราะเราทั้งคู่ดันมีเรื่องแบบนั้นด้วยกันไง คือไม่ปฏิเสธเลยอะว่าผมมันคนบาป พอเห็นอีกคนถอดเสื้อเข้าหน่อย ภาพเหตุการณ์วันนั้นมันฉายเข้ามาในหัวเหมือนโรงภาพยนตร์เลยอะ (-////-) ถ้าเลี่ยงให้ผมหยุดความคิดบ้าๆนั่นได้ก็ให้ผมเลี่ยงเหอะ อย่าแกล้งผมนักเลย...

 

 

            ผมใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอาบน้ำ มันคือการอาบน้ำที่เร็วที่สุดแล้วสำหรับผม ในหัวมันคอยคิดตลอดว่าแค่น้ำรดๆตัวก็พอ ไม่ต้องสะอาดหรอก ยังไงมันก็คือการเข้าค่าย เพราะงั้นมันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ... นี่คิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองสุดๆเลยนะ

 

            ผมนั่งทิ้งตัวนั่งบนเบาะนอน พับเสื้อผ้าชุดเก่าลงในถุงซิบล็อกก่อนจะนำมันยัดใส่กระเป๋าวางไว้ปลายเท้า ไม่นานผมก็เห็นคนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงวอร์มดำที่กำลังใช้ผ้าชนหนูเช็ดผมเข้ามานั่งลงบนเบาะข้างๆ มาร์คกำลังจดจ่ออยู่กับการเช็ดผมที่เปียกชื้นของตัวเองอยู่ ผมมองภาพนั้นนิ่งก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเสื้อผ้าชุดเก่าในมือของมาร์คมาจับมันยัดใส่ถุงซิปล๊อคที่ผมเอามาเผื่ออีกคนบ้าง

 

 

            “สระผมหรอ”

            “ป่าว แค่เอาน้ำราดๆ”

            “อ๋อ” ผมพยักหน้าตอบรับคำตอบของอีกคนไป

            ผมนั่งกอดเข่ามองอีกคนเช็ดผมอย่างเงียบๆ เอาจริงมาร์คน่ะ ขนาดอยู่ในชุดธรรมดายังหล่อขนาดนี้เลย ไม่อยากจะนึกถึงอนาคตข้างหน้าที่อีกคนจะได้นักศึกษาเลย คิดดูสิ หนุ่มหล่อที่กำลังอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คดำสนิท ... หงึ! แค่คิดก็หวงมาร์คแทนตัวเองในอนาคตแล้วอะ

 

 

            “หน้าหงึอีกแล้ว” มาร์คดันที่หน้าผากผมเบาๆพร้อมยกยิ้มที่มุมปากเล็กๆให้ผมเห็น

            “ป่าวเถอะ”

            “ทายารึยัง” ผมคิ้วขมวดจนมาร์คก้มลงมองมาที่ขาของผมเหมือนกำลังบอกว่าเขาหมายถึงขา

            “ทาแล้ว ขอดีลมา นายจะทาหรอ?”

            “ป่าว นึกว่ายังไม่ทา จะได้ทาให้” อีกคนว่าหน้านิ่ง สิ่งที่เขาพูดมันเป็นประโยคธรรมดาๆ ที่ถูกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนธรรมดาจากคนๆหนึ่ง แต่ในประโยคนั้นมันกลับแฝงไปด้วยความเป็นห่วงใยมากมายซ่อนอยู่

 

            “ขอบคุณนะ:)” ผมยิ้ม

            “หืม?”

            “ขอบคุณที่เป็นห่วง”

            “รู้ได้ไงว่าห่วง? มาร์คกลัวว่าพรุ่งนี้จะต้องแบกแบมตอนลุกนั่งอีกต่างหาก”

            เนี่ยคนเรา(-_-*) พอผมใจดีเข้าหน่อย พอผมเล่นด้วยเข้าหน่อยก็ชอบเป็นแบบนี้ทุกทีเลยอะ ผมเบะปากมองหน้ามาร์คที่ยิ้มพอใจเมื่อตัวเองได้พูดแกล้งผมสำเร็จ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรกลับไป ครูทีที่เป็นครูฝึกคุมบ้านพักที่ผมนอนก็เดินเข้ามาซะก่อน หันละสายตาจากมาร์คหันมาสนใจคนที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านพักในตอนนี้

           

           

           

            “พรุ่งนี้ตื่นเจอกันด้านนอก 6:30น.นะครับ ในตอนเช้าผมจะเข้ามาปลุกพวกคุณอีกครั้งตอน 6 โมง และจะให้เวลาคุณล้างหน้าแปรงฟันครึ่งชั่วโมง ยังไม่ต้องอาบน้ำกันนะครับ เพราะหลังจากทานข้าวเช้าจะมีเวลาพักให้พวกคุณเข้ามาอาบน้ำกันอีกที ทุกคนทราบ!!

            “ทราบ!!

            “พรุ่งนี้จะต้องเข้าฐานใหญ่ เพราะฉะนั้นตอนนี้เมื่อถึงเวลานอน ก็ขอให้พวกคุณนอนหลับกันอย่างสนิท อย่าพูดคุยกัน หากผมได้ยินเสียงคุย คืนนี้พวกคุณไม่ต้องนอน ทุกคนทราบ!!

            “ทราบ!!

            “ดีครับ ถ้างั้นเชิญนอนกันได้ ราตรีสวัสดิ์”

 

            และไฟก็ถูกปิดไปโดยครูที เสียงประตูปิดบ้านพักดังขึ้นก่อนที่ผมจะตัดสินใจทิ้งตัวนอนลงบนที่นอนที่ไม่ได้นุ่มเหมือนอย่างนอนที่บ้านอย่างเหนื่อยอ่อน ผมนอนหันข้างมองมาทางมาร์คที่ลุกขึ้นยืนเอาผ้าขนหนูไปแขวนไว้ที่ตะขอตรงหัวนอนก่อนจะลงมานอนข้างๆผม เสียงถอนหายใจของอีกคนดังขึ้นจนผมได้ยินและคิ้วขมวดตาม มาร์คนอนประสานมือไว้บนหน้าท้องของตัวเอง เขานอนมองเพดานไม้นิ่งก่อนจะค่อยๆพลิกตัวหันหน้ามามองผม

 

            “เหนื่อยไหม” ผมถาม

            “นิดหน่อย”

            “ขอโทษนะที่ทำให้ลำบาก”

            วันนี้น่ะเป็นวันที่เหนื่อยมากวันหนึ่งเลย ผมเป็นพวกไม่ชอบออกกำลังกายถ้าไม่ใช่คาบพละ ไม่ชอบวิ่ง ไม่ชอบแข่งกีฬา เอาง่ายๆคือผมไม่ชอบเหงื่อออก ผมไม่ชอบอากาศร้อน เพราะงั้นพอมาเจอการทำโทษแบบนี้ตลอดแทบทั้งวัน ร่างกายที่แสนอ่อนแอของผมมันเลยรู้สึกเหมือนจะตายซะให้ได้ ผมน่ะอยากขอบคุณมาร์คมากๆที่คอยดูแลผมตลอดทั้งวัน แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม ทั้งเรื่องที่ผมบ่นหิวน้ำอีกคนก็เดินไปเอามาให้โดยไม่ต้องขอ เขารู้ว่าผมเหนื่อยจากการลุกนั่งบ่อยๆ พอมีเวลาได้คุยเขาก็คอยเอาแต่ถามว่าไหวไหมอยู่ตลอด ทุกครั้งที่โดนลุกนั่ง มือและแขนของเขาไม่ได้โอบคอผมไว้เหมือนอย่างคนอื่น แต่เขากลับเลือกที่จะโอบเอวผมเสมอเพื่อที่จะช่วยพยุง เพราะงั้นผมเลยอยากขอบคุณเขามากๆเลย ที่คอยดูแลผมอยู่แบบนี้

 

 

            “ไม่ได้ลำบาก”

            “ก็นั่นแหละ ขอบคุณนะ”

            “......”

            “ที่คอยดูแลฉันทั้งวัน...” ผมยิ้มให้คนที่สบตากับผมอยู่ อีกคนมองรอยยิ้มผมนิ่งก่อนที่เขาจะเอามือหนักๆของตัวเองมาทิ้งวางไว้บนหัวของผม... มาร์คไม่ได้ลูบหัว มาร์คไม่ได้ขยับมือ เขาเพียงแค่ทิ้งน้ำหนักมือตัวเองลงมา และค่อยๆส่งยิ้มมาให้

 

 

 

            “แล้วฉันดูแลเก่งไหม สำหรับนาย?”

            “....หืม? ก็เก่งนะ”

            “งั้นฉันจะดูแลนายเองนะ...” ผมเบิกตามองเขาที่นอนอมยิ้มมองหน้าผม

            “.......”

            “.......”

            “ช่วงโปรโมชั่นตอนจีบใหม่ๆก็เป็นแบบนี้ทุกคนอะ พอหมดช่วงโปรฯ ทุกอย่างก็คงดูจืดชืดไปหมด” ผมเบะปากใส่คนที่นอนยิ้ม มาร์คเอามือออกจากหัวของผมมาดึงมือผมไปจับเอาไว้นิ่ง นิ้วโป้งค่อยๆถูไปมาที่ฝ่ามือผมอย่างอ่อนโยน

 

 

            “ตอนนี้ต่างหากที่ไม่ใช่ช่วงโปรโมชั่น...”

 

            “......”

 

          “ขนาดไม่ใช่ช่วงโปรโมชั่นมาร์คยังดีขนาดนี้ แล้วคิดดูดิว่าถ้าเป็นช่วงโปรโมชั่น มาร์คจะดีขนาดไหน”

 

            “...O///O

 

            “ที่แบมเจอมาทั้งหมดอะ นั่นเรียกว่าแพ็กเกจราคาถูกสุดของค่ายที่ชื่อว่ามาร์ค”

            “.......”

 

            “แพ็กเกจนี้มันจ่ายด้วยความเป็นห่วง ความหวัง และความคิดถึง”

            มาร์คยิ้ม เขาดึงมือผมไปจุ๊บเบาๆให้หัวใจผมมันได้สูบฉีดเลือดเร็วขึ้น ผมนอนตัวเกร็งมองดูทุกการกระทำของมาร์คนิ่ง เขาน่ะรู้ว่าจุดอ่อนของผมคือตรงไหน เขารู้ว่าผมน่ะยังไม่แข็งแรงมากพอที่จะรับมือกับเขาในโหมดนี้ได้ทัน และเขารู้ว่าผมน่ะ...

         

          กำลังจะตกลงไปในหลุมที่เขาขุดเอาไว้ลึกอยู่แล้วเต็มที

 

 

 

            “มะ..มาร์ค”

 

            “แต่ถ้าแบมอยากรู้ว่าค่ายมาร์คมีอะไรดีกว่านี้อีกละก็...”

 

            “.......”

 

            “ก็ลองสนใจสมัครแพ็กเกจเสริมดู”

 

            “........”

 

            “แต่ราคามันแพงหน่อยนะ... เพราะมันจะต้องจ่ายด้วยรสจูบของคนซื้อ”

 

            O//////O!

 

            “แต่ถ้าแบมอยากได้แพ็กเกจที่ราคาสูงที่สุด และดีที่สุดของค่ายมาร์คละก็..”

 

 

            “.........”

 

 

            “แบมก็ต้องจ่ายมาร์ค ด้วยสิ่งที่มันมีค่ามากที่สุดสำหรับมาร์ค...”

            เขามองหน้าผมพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มันเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะปรากฏขึ้นมาตรงหน้าผมแค่คนเดียว

           

 

 

            “อะ..อะไรล่ะ”

 

 

 

 

          “ความรักของคุณ :)

 

 

 

 

            O//////O มะ..มาร์ค”

 

 

 

 

          “คุณจ่ายมันไหวไหมล่ะครับ... คุณลูกค้า:)

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

#ออนอินสตาแกรม

bambam1a X mtuan

อ่ะๆ ใครอยากสมัครแพ็กเกจเสริมเชิญได้ที่ค่ายมาร์คเลยครับ!

มาแล้วกับตอนใหม่ ฮือ น้ำตาไหล ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะมันเป็นการเข้าค่ายเนอะ

กลัวมากว่าจะเขียนได้ไม่ดีรึป่าว ขอโทษนะครับถ้าไม่ชอบกัน (เนี่ย!กลัวมากเลย กลัวมันทุกตอนแหละ)

ขอบคุณมากๆสำหรับการติดตามนิยายของเค้านะ อันดับที่ดีที่สุดตอนนี้ขึ้นมาเป็นอันดับ 9 แล้ว

ขอบคุณมากๆเลย ขอบคุณที่ติดตามกันด้วยนะงับ!!

Ps. พบเจอคำพิมพ์ แคปและส่งมาเตือนกันได้ในทวิตทั้งสองแอคเลยนะ บางทีก็พลาดๆไปหน่อย

Thank U

 



Twitter : @itsokaymb (ทวิตเตอร์หลัก)

@iamvatha (ทวิตเตอร์นิยาย)



 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 315 ครั้ง

894 ความคิดเห็น

  1. #851 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:42
    อย่าดราม่านะน่ารักขนาดนี้ ไม่งั้นเลาจะงอย
    #851
    0
  2. #799 Believeinlucky (@believeinlucky) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 21:24

    แง่งงงงงงง เขินจะบ้าตายยยยยย
    ทำไมมาร์คต้องดีขนาดนี้ด้วยยย
    บ้าบอออออออออออออออออออ
    #799
    0
  3. #740 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 18:30
    ค่ายทหารก็หยอดได้5556
    #740
    0
  4. #720 Mark_Tuanfc (@Mark_Tuanfc) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 14:24
    นึกถึงตอนเข้าค่ายเลย ทรมานใจมากก
    #720
    0
  5. #585 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:51

    งื้อน่ารัก

    #585
    0
  6. #583 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 15:38
    สมัครค่ะ!! อุ๊ยยย กำ สมัครเลยแบมมมม บริการดีไม่มีเงื่อนไขใดๆนอกจากรัก กี๊ดดดด
    #583
    0
  7. #567 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 11:15
    เขินตัวแตกไปแล้วววววว งื้อออออ
    #567
    0
  8. #533 oilyujung (@oilyujung) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 18:15
    อ๊ากกกกก เขิลลลลลลลล
    #533
    0
  9. #525 littlebird05 (@littlebird05) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 17:21

    Romantic

    #525
    0
  10. #496 LittlePigGy~ (@piggykitty) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:13
    งื้ออออ หนูเขินนนน
    #496
    0
  11. #495 Tuynuy23 (@Tuynuy23) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 14:29

    จ่ายค่ะ ซื้อค่ะ อ่าววววว แบมเหมาค่ายไปแล้วหรอ ถถถถถถถ

    #495
    0
  12. #468 Ahgases (@Ahgases) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 13:08
    เขิน จะตายๆๆๆๆฮื่ออออ
    #468
    0
  13. #465 bamyg (@bamyg) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 17:37
    ตายๆๆๆๆๆๆ
    #465
    0
  14. #462 Baiiifernkr (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 22:09

    เขินอ่ะแงงงว

    #462
    0
  15. #461 Bless_bee (@Bless_bee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 19:58
    ขอซื้อแพคเก็ตนี้ด้วยได้ไม๊ๆๆ
    #461
    0
  16. #460 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 14:47
    เขินเด้อๆ
    #460
    0
  17. #458 babybird94 (@donutksfc) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 23:34
    อ๊ากกกก
    #458
    0
  18. #457 kentokung (@kentokung) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 22:45
    โอ้ยใจละลายกับแพคเก็ตของมัคคึ
    #457
    0
  19. #456 Sweetty_poy (@Sweetty_poy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 08:33

    พร้อมเปย์แพ็กเกจที่สูงที่สุดค่ะ จะซื้อทุกแพ็คเสริมที่มีด้วยค่ะ5555

    #456
    0
  20. #455 สะใภ้มกโพ. (@bamsuayyyyyyy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 07:21
    ฮื้อ อยากเป็นลูกค้าจัม! 55555555 เขินมากกก!~
    #455
    0
  21. #453 multuan98a (@multuan98a) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:47
    บ้าๆๆๆแพ็กเก็ตบ้าบ่จ่ายด้วยความรักเขินไปหมดแล้วววว
    #453
    0
  22. #452 CherrySoEii (@CherrySoEii) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:31
    แหมมมมม นี่ขนาดในค่ายนะ ถ้านอกค่ายจะหวานขนาดไหน

    ปล. ฝากถึงไรท์นี้ดนึงค่ะ ทหารเขาจะมียศนำหน้านะคะ จะไม่ใช้นายจ้า
    #452
    0
  23. #451 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 21:46

    หยอดเก่ง หวานสุดๆ
    #451
    0
  24. #450 bee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 21:14

    ขยันหยอดจนน่าหมั่นไส้...ชิ หนูแบมอย่าพึงใจอ่อนนะ

    #450
    0
  25. #448 polijyuonhjf (@polijyuonhjf) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 21:13
    งุ้ยเขินๆๆ#รอออ
    #448
    0