#ออนอินสตาแกรม - markbam

ตอนที่ 16 : 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 271 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62


 

15

 

           

            ในที่สุดวันที่รอคอยมานานก็มาถึง วันที่พวกผมจะต้องไปเข้าค่ายสามวันสองคืนที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในรถยนต์ที่ไม่ใช่รถสาธารณะ และข้างๆของผมก็เป็นมาร์คที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ไม่สนใจอะไร

 

           

            “ให้กูมาส่งแล้วยังนั่งหลังอีก กูไม่ใช่คนขับรถนะเว้ย” เสียงบ่นทุ้มของคนที่กำลังนั่งขับรถข้างหน้าเอ่ยออกมา ไม่รู้ว่าเขาบ่นแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว แต่พอผมบอกว่าจะไปนั่งข้างๆเป็นเพื่อนให้ มาร์คก็เอาแต่รั้งผมไม่ให้ไปอยู่ท่าเดียว

            คนขับรถของพวกเราในวันนี้คือแจ็คสัน เพื่อนสนิทของมาร์คที่เคยบอกว่าเรียนโรงเรียนเดียวกับยูค มาร์คบอกว่าเมื่อคืนแจ็คสันขอมานอนด้วย เช้าวันนี้ก็เลยให้ตอบแทนด้วยการขับรถมาส่งพวกผมพร้อมกับกระเป๋าไปเข้าค่ายอีก จะว่าไปมันก็ดีแหละเพราะผมจะได้ไม่ต้องนั่งแท็กซี่ให้เปลืองเงิน นี่แหละประเด็นสำคัญ

 

 

            “รำคาญ” คนนั่งเล่นโทรศัพท์ผมว่า

            “อะไรของมึงวะ แบมแบม มาร์คเป็นแบบนี้แบมทนได้หรอ” แจ็คสันเงยหน้ามองกระจกมองหลังเพื่อมองมาที่ผม

            “ปกติก็ไม่เป็นงี้หรอก” ก็นะ โหมดคนขี้รำคาญแบบนี้ไม่ค่อยจะมีหรอก จะมีบ่อยๆก็แค่โหมดขี้อ้อนเท่านั้นแหละที่ผมรับมือไม่ค่อยจะทันเท่าไหร่

            “สองมาตรฐานว่ะ”

            “แจ็คสันสนิทกับมาร์คมานานแล้วหรอ”

            “อื้มใช่.. นานจนอยากจะเลิกคบแล้วเนี่ย”

            “แล้วใครรั้ง?” มาร์คพูดออกมาในขณะที่มือยังคงสไลด์หน้าจอโทรศัพท์อยู่เหมือนเดิม พอได้เห็นมาร์คในมุมนี้แล้วก็แอบคิดเหมือนกันนะ ว่าถ้าได้เจอมาร์คอยู่กับแก๊งเพื่อนที่เมกาจะเป็นยังไง เพราะในตอนนี้มุมเดียวที่ผมยังไม่เคยเห็นก็คงเป็นมุมที่มาร์คได้อยู่กับเพื่อนสนิทของตัวเองนี่แหละ

 

 

            “ส้นตีนมาร์ค มึงช่วย หวงเพื่อนคนนี้หน่อยเถอะ”

            “หึ”

            “แล้วแจ็คสันทำไมเมื่อคืนมานอนกับมาร์คหรอ?” ผมถาม

            อยู่ๆในรถก็เงียบไปเฉยๆ ผมหันมองมาร์คเหมือนกำลังจะสื่อว่าเงียบอะไรกัน แต่มาร์คกลับเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วขยับปากเบาๆว่ารอมันตอบเอง ผมได้ยินเสียงถอนหายใจหนักจากคนข้างหน้า ก่อนที่จะได้คำตอบที่เป็นเสียงแผ่วเบาตอบกลับมา

 

 

            “ทะเลาะกับแฟนน่ะ... หนักเลย”

            “......”

            “ก็เลยหนีออกมาบ้านมาเนี่ย” แจ็คสันปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ แต่มันกลับเป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ได้แสดงถึงความสุขเลยสักนิด

            “...ค่อยๆคุยกันนะ”

            “แบมแบม ฉันถามหน่อยสิ” สายตาที่จริงจังสะท้อนเข้ามาในกระจกมองหลัง ผมมองสายตานั้นก่อนจะพยักหน้ากลับไปเพื่ออนุญาตให้เขาถาม “ถ้าแฟนนายยังวอแวอยู่กับแฟนเก่าอยู่ตลอด นายจะทำยังไงหรอ”

 

 

            คำถามที่แจ็คสันถามทำเอาผมหันไปมองมาร์คนิ่ง อีกคนไม่ได้เงยหน้ามามองผมหรอก ตอนนี้โลกทั้งใบของมาร์คคงเต็มไปด้วยทวิตเตอร์ที่เขาเอาแต่เลื่อนสไลด์เช็คนั่นนี่ไปหมดแล้ว ผมก้มมองมือตัวเองที่วางอยู่บนหน้าตัก มือทั้งสองค่อยๆจับกันไว้เบาๆ

            ถ้าแฟนผมยังวอแวอยู่กับแฟนเก่าของเขางั้นหรอ... ผมจะทำยังไงดีล่ะ... ถ้าเป็นแบบนั้นผมก็ต้องหึงจนเผลองี่เง่าไปแน่ๆ คงไม่มีวันยอมหรอก ไม่มีทางปล่อยให้เขาไปวอแวกันเด็ดขาด... กลัวว่าคนๆนั้นจะแย่งแฟนผมกลับไป กลัวว่าคนที่แฟนผมเลือกจะไม่ใช่ผมแล้ว...

 

           

           แต่ว่านะ....

 

 

 

            “นายไม่เชื่อใจแฟนนายงั้นหรอแจ็คสัน...”

 

 

 

          สิ่งที่ผมควรทำที่สุด... คือผมต้องเลือกที่จะเชื่อใจแฟนของผมมากกว่าไม่ใช่หรอ...

 

 

 

            “ก็....”

 

            “คำว่าวอแวที่นายพูดถึงมันหมายถึงวอแวแบบไหนล่ะ ถ้าแค่คุยกัน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอ ถ้าเขาทั้งสองคนมีเหตุผลที่ต้องคุยกัน ถ้าเป็นฉัน ฉันคงไม่อะไร แล้วถ้าต้องไปกินข้าวด้วยกัน นายก็ควรถามแฟนนายว่าทำไมต้องไปกินข้าวด้วยกัน แล้วถ้านายดันไปเห็นเขาสองคนอยู่ด้วยกัน นายก็ควรเข้าไปอยู่กับเขาสิ เขาจะได้ไม่ต้องอยู่ด้วยกันไง”

 

            “นายจะปล่อยทุกอย่างที่นายเห็นผ่านไปเฉยๆรึไง”

 

            “ไม่ได้ปล่อย แต่ฉันอยากให้นายถามเขาว่าสิ่งที่นายเห็นมันหมายความว่ายังไง ไม่ใช่เงียบแล้วเก็บไว้คนเดียว แล้วตัวเองก็มานั่งคิดมาก”

 

            “แล้วถ้าเขาโกหกล่ะ ถ้าฉันดันหลงไปเชื่อคำโกหกพวกนั้นล่ะ ฉันจะทำยังไง”

 

            “มันอยู่ที่ว่านายเชื่อใจแฟนนายมากน้อยแค่ไหนต่างหากแจ็คสัน... ถ้านายกับแฟนนายตัวติดกันตลอด เขาไปไหนก็บอก ทำอะไรก็บอก นายคอยไปรับไปส่งเขาเสมอ แล้วเขาทำดีเพื่อนายมาตลอด ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วนายยังมาระแวงแบบนี้อีก...”

            “.....”

            “ฉันว่านายงี่เง่านะแจ็ค”

            “หึ” ผมหันไปมองมาร์คที่อยู่ๆก็ร้องฮึออกมาเมื่อผมพูดจบ แจ็คสันค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาช้าๆก่อนจะเอ่ยประโยคตอบผมกลับ

 

            “นายนี่เหมือนอย่างที่มาร์คบอกไว้ไม่มีผิด”

            “ห้ะ...” บอกอะไร บอกไรวะ ผมตอบอะไรผิดรึป่าว

            “ช่างเถอะ...” แจ็คสันว่าแบบนั้น ผมแอบเห็นรอยยิ้มกว้างของคนขับรถเผยออกมาจนเห็นได้ชัด ผมหันไปมองหน้ามาร์คที่เอาแต่ยิ้มไปเล่นโทรศัพท์ไป ผมไม่รู้เลยว่าสองคนนี้ไปนินทาอะไรผมลับหลังรึป่าว มือของผมเลื่อนไปบังหน้าจอโทรศัพท์ของมาร์คจนอีกคนต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

 

 

            “นินทาอะไรฉัน”

            “ป่าวสักหน่อย” มาร์คว่า

            “แบม ถามอะไรอีกอย่างสิ” ผมมองค้อนมาร์คเล็กน้อยก่อนจะหันไปสนใจคนที่เอ่ยเรียกผมอีกครั้ง

            “อื่อ”

 

            “แล้ว...นายเชื่อใจมาร์คไหม?” ผมนิ่ง มาร์คเงยหน้าขึ้นมามองผมเหมือนกำลังรอคำตอบ ผมมองหน้าเขาก่อนจะค่อยๆเผยยิ้มออกมาช้าๆ

           

 

            “อื่อ เชื่อสิ”

 

          ผมเชื่อนะ และยังเชื่อมาตลอดว่าหากเรารักใครสักคน สิ่งที่ควรทำมากที่สุด นั่นคือการเชื่อใจกันและกัน ระยะทางของเราทั้งคู่มันจะไกลแค่ไหน ความเชื่อใจมันก็มีส่วนที่จะเป็นตัวกำหนดระยะทางนั้น การคบกันโดยมีพื้นฐานของความเข้าใจ ความเชื่อใจ และการให้เกียรติกัน ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผม

 

 

         

 

 

 

 

           

            ไม่นานตัวรถที่ผมนั่งก็เลี้ยวเข้าไปในโรงเรียนเอกชนของผม ตอนแรกผมกะจะให้แจ็คสันจอดหน้าโรงเรียนนั่นแหละ แต่เจ้าตัวบอกว่าไหนๆก็มาส่งแล้วก็ขอส่งให้ถึงที่เลยแล้วกัน ผมนั่งมองออกไปนอกตัวรถ เห็นนักเรียนบางคนเริ่มทยอยเดินถือกระเป๋าใบใหญ่ของตัวเองเข้ามาภายในโรงเรียนกันแล้ว วันนี้ถึงแม้จะเป็นวันศุกร์ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่หกโมงเช้าเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นภายในโรงเรียนตอนนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักเรียนที่ไปเข้าค่ายกันทั้งนั้น

            ช่วงเวลาเช้ามืดแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่อากาศแอบเย็นหน่อยๆเหมือนกัน เพราะงั้นผมเลยหยิบเสื้อยีนส์สีซีดขึ้นมาใส่ ตอนนี้ผมกับมาร์คไม่ได้อยู่ในชุดนักเรียนหรอก แต่อยู่ในชุดสำหรับเข้าค่ายโดยเฉพาะ โดยเสื้อเป็นเสื้อยืดสีดำสกรีนชื่อค่ายที่ผมเพิ่งได้เมื่อวาน ส่วนกางเกงก็เป็นกางเกงยีนส์ขายาวสีดำที่แอบมีรอยขาดเล็กๆ และมาร์คเองก็อยู่ในชุดแบบเดียวกับผม แต่กางเกงยีนส์ที่มาร์คใส่นั้นมันเป็นกางเกงที่ไม่ได้มีรอยขาดแบบผมแค่นั้นเอง

 

 

            “ถึงแล้ว” รถของแจ็คสันจอดสนิทหยุดอยู่ตรงหน้าตึกที่มีกลุ่มนักเรียนกลุ่มใหญ่ยืนรวมตัวกัน ผมมองออกไปเห็นนักเรียนเริ่มเดินไปลงทะเบียนกันแล้ว มาร์คบอกให้แจ็คสันเปิดท้ายรถก่อนที่เขาจะเดินออกจากตัวรถเพื่อไปหยิบกระเป๋าจากท้ายรถของผมและเขาออกมา

 

            “ขอบคุณนะแจ็คสัน”

            “อื้ม ไม่เป็นไร”

            :) ” ผมยิ้มให้ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถฝั่งผมบ้าง แต่ยังไม่ทันที่ผมจะออกแรงเปิด เสียงของอีกคนก็ดันรั้งผมเอาไว้

 

            “ขอบคุณนะแบมแบม”

            “หืม?” ผมหันมาสนใจแจ็คสันอีกครั้ง คิ้วของผมขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจว่าอีกคนขอบคุณผมเรื่องอะไร

            “เรื่องมาร์ค... ขอบคุณที่ดูแลมัน”

            “อ่า.. ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว”

            “....มาร์คน่ะ มันมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกนายอยู่ใช่ไหม?” แจ็คสันเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ผมนิ่งไปชั่วขณะพลางคิดถึงเรื่องที่ตัวเองสงสัยมาตลอด ถึงแม้ผมจะไม่ได้ถาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมลืมมันไปแล้ว

 

 

            “อื่อ ก็มี”

            “อย่าถามมันนะ...”

            “.....?”

            “ถ้ามันอยากบอก เดี๋ยวมันจะบอกนายเอง แต่นายอย่าถามมันนะ” ผมยิ่งงงเข้าไปใหญ่เมื่อแจ็คสันเอ่ยเตือนออกมาแบบนั้น

 

            “... มันเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยหรอ”

            “จริงๆก็ใหญ่สำหรับมันแหละ ทุกวันนี้ที่ฉันเห็นมันยิ้มได้ มันก็เพราะนายทั้งนั้น... ฉันเลยอยากขอบคุณนาย ถึงแม้แผลมันจะยังไม่หายไปก็เถอะ”

            “......”

            “มันน่ะ ใช้ชีวิตโดยทำเป็นมองข้ามเรื่องนั้นไปอยู่ตลอด พยายามทำตัวเหมือนเรื่องนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้น และเพราะมันทำแบบนั้น มันเลยสามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้ มันทำตัวเหมือนว่าตัวเองลืมเรื่องนั้นไปแล้ว พยายามใช้ชีวิตปกติมาโดยตลอด....เพราะงั้น...”

            “แล้วเรื่องนั้นที่นายว่ามันเรื่องอะไรล่ะ...”

            “เดี๋ยวมันก็บอกนายเอง... นายแค่จำไว้ก็พอว่าอย่าถามมันถึงเรื่องที่นายกำลังสงสัย เพราะถ้ามันพร้อมเมื่อไหร่ มันจะบอกนายเอง”

            “.......”

            “แผลมันคงยังไม่หายง่ายๆหรอกแบม เพราะแผลของมันน่ะลึก.. และคงลึกที่สุดในชีวิตมันแล้ว ถึงแม้ตอนนี้มันจะไม่เจ็บเท่าแผลสด แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นายไปโดนมันเข้า แผลมันก็อาจจะกลับมาเป็นแผลสดอีกครั้งก็ได้”

            “.......”

 

            ผมเงียบอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นั่งเก็บคำทุกคำ ประโยคทุกประโยคที่แจ็คสันพูดมาคิด และยิ่งคำเตือนของแจ็คสันมันยิ่งทำให้ผมสงสัยเรื่องของมาร์คมากกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่สงสัยนั่นแหละ เพราะแจ็คสันบอกแล้วว่าถ้ามาร์คอยากบอกเมื่อไหร่ มาร์คจะบอกเอง...

 

           

            “นายเชื่อใจมาร์คมันจริงใช่ไหม”   

            “....อืม เชื่อ”

            “งั้นก็ช่วยรอมันหน่อยนะ สักวันมันจะบอกนายเอง”

            “.......”

            “.......”

            “.....อืม”

 

            “แบม...” ผมหันมองมาร์คที่เปิดประตูรถมาเรียกผมอีกครั้ง แจ็คสันส่งยิ้มให้ผมเป็นการบอกลาก่อนที่อีกคนจะหันไปคุยอะไรกับมาร์คอีกสองสามประโยค

            ผมเดินออกมายืนข้างกระเป๋าของตัวเองที่มาร์คถือมาวางไว้ให้ กระเป๋าเดินทางขนาดกลางถูกผมดึงที่ลากขึ้นมาก่อนที่มืออีกข้างจะหยิบกระเป๋าเป้ที่วางซ้อนอยู่ขึ้นมาสะพาย ผมมองไปที่มาร์คที่กำลังพยักหน้าเหมือนกำลังรับคำสั่งจากคนขับอยู่สองสามที ก่อนที่รถยนต์สีดำสนิทจะเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนผมไป

 

 

            “ไปเถอะ” มาร์คบอกผม เขาแบมือขอกระเป๋าที่ผมเพิ่งจะสะพายไปเมื่อกี้ไปสะพายเอง พอผมบอกไม่เป็นไร อีกคนก็กลับตอบมาด้วยสายตาดุๆว่าให้เอามา จนสุดท้ายก็ต้องยอมให้มาร์คเอากระเป๋าผมไปสะพายนั่นแหละ เราทั้งคู่เดินเข้าไปที่ส่วนกลางที่มีโต๊ะลงทะเบียนอยู่ ผมหันไปมองใบหน้าของมาร์คที่เอาแต่มองตรงไปข้างหน้านิ่ง

 

 

            ไม่รู้เลยว่าใบหน้าหล่อๆนี่ มันมีอะไรในใจอยู่กันแน่

            แผลที่แจ็คสันบอกว่าห้ามไปยุ่งงั้นหรอ... แผลที่มาร์คไม่ยอมให้ใครเข้าไปแตะ แผลลึกที่มาร์คไม่เคยบอกผม แผลที่ถ้ามาร์คพร้อมเมื่อไหร่ มาร์คจะบอกเอง... มันเป็นแผลแบบไหนกันนะ... มันเกิดเรื่องอะไรกับคนๆนี้กันแน่..

 

 

 

            แต่ว่า..

 

 

 

            ถ้ามันเป็นแบบนั้น ถ้ามันเป็นแผลลึกอย่างที่แจ็คสันบอกจริงๆ แล้วมาร์คไม่ยอมให้ใครเข้ามายุ่ง... ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วเมื่อไหร่แผลมันจะหายล่ะ.... มาร์ค

 

            อย่างน้อยที่สุดการที่ผมได้เจอแจ็คสันในวันนี้ มันก็ทำให้รู้ว่ามาร์คน่ะไม่ได้เข้มแข็งอะไรมากมายหรอก เพียงแต่เขาพยายามปกปิดความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้เท่านั้นเอง... เพราะงั้นผมก็เลยได้เห็นแต่ด้านที่เข้มแข็งของอีกคนอยู่เสมอ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

 

            “มาร์คไปไหนวะ” ผมเงยหน้ามองเตนล์ที่อยู่ๆก็เดินเข้ามาทักผมที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์รอขึ้นรถอยู่ เตนล์ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆผม ในมือของมันมีแก้วโกโก้ร้อนที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้นักเรียนที่มาถึงสามารถไปชงบริการตัวเองได้

 

 

            “ไปชงโกโก้”

            “ได้ข่าวว่ามึงอยู่กลุ่มเดียวกับห้องน้องกูนิ” มันยิ้มกวนส่งมาให้ผม

            “อืม”

            “แถมได้ยินมาอีกว่าน้องฝ้ายนี่กำลังตามจีบมาร์คหรอวะ?” เตนล์มองหน้าผมอย่างอยากรู้อยากเห็น ผมคิ้วขมวดมองหน้ามันก่อนจะถอนหายใจหนักออกมา

            “ตามจีบอะไร ก็แค่เดินมาบอกชอบ”

            “ระวังไว้แล้วกัน เด็กฝ้ายคนนี้อะไม่ธรรมดา”

            “...? ยังไง”

            “ก็ฝ้ายอะ สวยใช่ไหมล่ะ ใครๆมองก็อยากได้ทั้งนั้น แถมนางก็พร้อมจะเล่นด้วยอีกต่างหาก ถ้าผู้ชายคนนั้นหล่อ เอาง่ายๆเลยนะ นางก็คือคนที่อ่อยไปทั่วนั่นแหละ และมาร์คไม่ใช่คนแรกหรอกที่โดนบอกชอบ ตอนเปิดเทอมใหม่ๆ ไอ้ดาร์กห้องกูก็โดนบอกชอบเหมือนกัน แต่พอไอ้ดาร์กมันไม่เล่นด้วย นางก็เปลี่ยนคนใหม่ เหมือนจะไปสนใจน้องต้นมอ 4/9 มั้ง”

            “..... หลายใจดีนิ”

            “นางเคยจีบพี่ฌอนของมึงด้วยนะ”

            “ห้ะ...”

            “ข่าวเรื่องที่พี่ฌอนจีบมึงอะ ใครๆก็รู้ใช่ปะล่ะ แต่นางไม่รู้ไง ตอนแรกนางก็ไปจีบพี่ฌอนเหมือนกัน และมึงก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นยังไงต่อ”

            “พี่ฌอนไม่เล่นด้วย”

            “ใช่ครับ! เพราะงั้นนางเลยหัวเสียกว่าตอนโดนไอ้ดาร์กปฏิเสธอีก แล้วนางก็ไปได้ยินว่าพี่ฌอนตามจีบมึงอยู่ นางก็เลยคงอยากได้มาร์คเพราะอยากชนะมึงอะแหละ”

            “เหอะ อยากชนะกูแล้วทำไมต้องยุ่งกับมาร์ควะ” ผมว่า

            “เอ้า! ก็มาร์คจีบมึงอยู่ไม่ใช่รึไง?” ผมหันขวับไปมองเตนล์ที่ทำหน้างงมองผมกลับ เดี๋ยวนะ! เรื่องที่มาร์คจีบผมมันรั่วไปได้ยังไงวะ ผมไม่เคยบอกใครเลยนะ (นอกจากเด็กฝ้ายนั่นอะ) จะบอกว่ามาร์คเป็นคนบอกก็ไม่น่าใช่ แล้วแม่งรู้กันได้ไงวะ!

 

 

            “มึงรู้ได้ไง...”

            “ไอ้ศิลป์บอก มันบอกว่าพวกเด็กชมรมบาสบอกกันมาอีกที...”

            ไอ้เชี่ยแม็กแน่ๆ มันอยู่ชมรมบาส แถมมันเป็นคนแรกด้วยที่เดินมาถามผมว่ามาร์คชอบผมรึป่าว ไอ้นี่แม่งต้องโดนจัดการสักหน่อยแล้วป่าววะ แม่ง!

 

 

            “โกโก้” ผมเงยหน้ามองคนที่มายืนตรงหน้า แก้วโกโก้ร้อนถูกยื่นมาให้ผม ผมรับมันเอาไว้ก่อนที่จะส่งยิ้มบางๆให้มาร์ค

            “โห.... เด็กใหม่ห้องมึงนี่ พอมองใกล้ๆแล้วโคตรหล่อเลยว่ะ” ไอ้เตนล์เงยหน้ามองมาร์คตาค้าง

            “หึ...” ผมแอบหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะค่อยๆยกโกโกร้อนที่มาร์คเอามาให้ขึ้นมาเป่าสองสามทีก่อนจะซดมันเข้าไป

 

            “หวัดดี เราชื่อเตนล์นะ มอ 5/7 เป็นเพื่อนแบมแบม” เตนล์ทำท่าระริกระรี้ยื่นมาไปตรงหน้าหวังจับมือทักทายกับอีกคน มาร์คมองมาที่ผมอย่างงงๆกก่อนที่ผมจะยิ้มและพยักหน้ากลับไปเหมือนบอกว่าจับๆไปเถอะ มันไม่อะไรหรอก

 

            “ชื่อมาร์ค”

            “หล่อแบบนี้นี่เอง ผู้หญิงห้องฉันถึงชมนายกันนักหนา”

            “อืม...รู้” มาร์คตอบกลับ ผมหัวเราะออกมาเบาๆกับความซื่อของมาร์คที่มันไม่เคยเปลี่ยน จนตอนนี้ผมเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าอีกคนซื่อหรือกวนตีนกันแน่

            “ไม่ถ่อมตัวเลยแหะ”

            “ปกติแหละ” ผมว่า ก่อนที่เสียงเรียกชื่อเตนล์จะดังขึ้นจากทางด้านหลังของผมเรา เพื่อนร่วมห้องของเตนล์ยืนตะโกนเรียกโบกไม้โบกมือเรียกเตนล์จากระยะไกลว่าให้ไปขึ้นรถได้แล้ว เตนล์ลุกขึ้นโบกมือลาผมกับมาร์คก่อนจะบอกว่าแล้วเจอกันที่ค่าย เพราะผมกับเตนล์คงได้นั่งรถคนละคันแน่ๆ ร่างเล็กเพื่อนผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาคนที่ยืนรออยู่ ผมหันมามองหน้ามาร์คที่กำลังยกแก้วโกโก้อึกสุดท้ายขึ้นดื่ม

 

 

            “ขึ้นรถเลยไหม?”

            “อืม”

 

           

 

 

 

 

 

           

 

            ผมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ติดหน้าต่าง เบาะนุ่มของรถบัสคันนี้รองรับน้ำหนักตัวผมได้เป็นอย่างดี ผมหันไปมองมาร์คที่กำลังยกกระเป๋าของเราทั้งคู่ขึ้นวางบนชั้นวางกระเป๋าเหนือหัว ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะข้างผมตามมา

 

 

            “ขอบคุณนะ” ผมว่า

            “ง่วงหรอ”

            “นิดหน่อย”

            “นอนก็ได้นะ เดี๋ยวปลุก”

            “รถออกแล้วค่อยนอน” ผมว่า มาร์คพยักหน้ารับรู้คำพูดของผมอย่างไม่ขัดอะไร ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอพพลิเคชั่นที่ตัวเองใช้บ่อยที่สุด นิ้วมือเลื่อนสไลด์หน้าจอไปเรื่อย กดไลค์นู้นนั่นนี่ตามโพสที่ตัวเองชอบ

            จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงยามที่รถบัสเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนไป อาหารเช้าของวันนี้ถูกครูสองคนที่คุมนักเรียนประจำรถบัสเรียกให้เด็กๆเอาหารเช้าเดินแจกเพื่อน ผมนั่งมองเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ต่างห้องอาสาเดินเอามาแจกเพื่อนๆร่วมคันรถ

 

           

            “อ่าว ธาม” ผมมองเพื่อนที่เดินถือถูกข้าวกล่องถุงใหญ่เดินมาแจกที่ผม มาร์คหยิบข้าวกล่องมาสองกล่อง ก่อนจะส่งให้ผม และน้ำอีกสองขวด

            “อ่าว ขึ้นคันนี้เหมือนกันหรอวะ”

            “อืม ห้องหนึ่งก็คันนี้หมดอะ” ผมว่า

            ธามคือเพื่อนห้องสองครับ ผมรู้จักมันเพราะมันเคยมาประชุมหัวหน้าห้องครั้งหนึ่ง แต่มันไม่ใช่หัวหน้าห้องหรอก ตอนนั้นมันมาแทนไอ้กันที่นอนซมไม่สบายอยู่บ้าน

           

            “อ๋อ งั้นขอไปแกล้งไอ้ดีลหน่อยดีกว่า” มันยิ้มร้าย ไอ้ธามกับไอ้ดีลนี่คู่กัดกันเลยครับ ตอนมอสี่ห้องผมกับห้องธามเคยต้องเรียนพละคาบเดียวกัน ตอนนั้นไอ้ธามก็ชอบเดาะลูกบาสไปแกล้งไอ้ดีลมันตลอด เคยแกล้งจนขนาดที่ว่าเคยมีเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตกันมาแล้ว

 

            “แกล้งมากๆ เดี๋ยวไอ้แม็กก็งับหัวเอาหรอก”

            “ช่างดิ ไอ้นั่นก็คอยงับหัวกูอยู่ตลอดอยู่ละ” มันว่าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวก่อนจะเดินเลยผมไปเพื่อไปแจกอาหารเช้าให้เพื่อนคนอื่นต่อ

 

            ผมเปิดข้าวกล่องเล็กๆขึ้นมาก่อนจะพบว่าข้าวเช้าวันนี้มันคือข้าวเหนียวหมูฝอยง่ายๆ ซึ่งบอกเลยว่ามันคืออาหารเช้าประจำชาติของไทยที่แท้ทรู

 

 

            “เคยกินไหม?” ผมหันมองมาร์คที่เปิดกล่องมาแล้วเจออาหารประเภทเดียวกับผม มาร์คส่ายหน้าช้าๆ

            “.....เคยเห็น แต่ยังไม่เคยกิน”

            “ลองดิ อร่อยนะ” ผมก้มหยิบหมูฝอยในกล่องของตัวเองขึ้นมาวางบนข้าวเหนียว ก่อนจะหยิบๆปั้นๆมันและส่งไปตรงหน้าอีกคน มาร์คมองมาที่ผมนิ่ง และนิ่งอยู่นานจนผมต้องจัดการยัดข้าวเหนียวหมูฝอยในมือให้เข้าปากอีกคนไป ก็นะ เห็นมองอยู่นั่นแหละ ไม่กินสักที

            แก้มตุ่ยๆของมาร์คค่อยๆขยับขึ้นลงเคี้ยวอาหารเช้าแบบไทยสไตล์ในปาก ผมมองหน้าอีกคนอย่างลุ้นๆว่าอีกคนจะชอบไหม จะว่ายังไงดีล่ะ ผมน่ะอยากให้มาร์ครู้จักประเทศไทยมากกว่านี้นิ อยากให้เขาได้ลองอะไรหลายๆอย่าง

 

 

            อยากให้เขาชอบ ในสิ่งที่เป็นผม...

 

 

            “หมูทอด?”

            “...ก็คล้ายๆ แล้วอร่อยไหม?”

            “อร่อย...”

            :)

            “อร่อยเพราะแบมป้อน... ป้อนอีกดิ” อีกคนยื่นหน้าอ้าปากมาตรงหน้าผม มาร์คมองหน้าผมพร้อมทั้งอ้าปากเหมือนกำลังรอคำต่อไป

            “ปะ...แปปหนึ่ง” ผมรีบหยิบข้าวเหนียวกับหมูฝอยคำต่อไปขึ้นมาป้อนให้อีกคนต่อ

            “......” สายตาเขาสบตามาที่ผมอย่างมีเลศนัย ริมฝีปากเขาค่อยๆงับข้าวเหนียวหมูเข้าไปในปากช้าๆ และมันควรจะไม่มีอะไร ถ้าริมฝีปากของมาร์คไม่ได้สัมผัสกับนิ้วของผม

            “....(./////.)....”

            สัมผัสนุ่มที่นิ้วของผมมันทำให้ผมหน้าเห่อร้อนออกมาอย่างรู้ตัว มาร์คค่อยๆถอยห่างจากผมช้าๆก่อนที่อีกคนจะค่อยๆเคี้ยวอาหารในปาก

 

 

            “อร่อย :)

            มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเหมือนกำลังพอใจที่ตัวเองแกล้งจูบนิ้วผมได้สำเร็จ ผมมองใบหน้านั้นนิ่งก่อนจะหันมาก้มหน้าสนใจข้าวเหนียวหมูที่ตักต่อ

 

 

            มาร์คน่ะขี้แกล้ง นั่นคือสิ่งที่ผมรู้ และรู้ดีที่สุดในช่วงนี้... พอมีโอกาสอีกคนก็ชอบทำให้ผมใจเต้นอยู่เรื่อย

 

 

            “ชอบแกล้ง! (-////-)”

            “หึ”

           

           

           

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

           

            ท้องถนนเคลื่อนผ่านสายตาผมไปเรื่อย ท้องฟ้าของเช้าวันใหม่ปรากฏขึ้นมาให้เห็น แดดอ่อนๆยามเช้าไม่ได้สาดส่องเข้ามาในตัวรถที่ผมนั่งมากนัก นั่นเพราะฟิล์มติดกระจกที่มันกรองแสงอย่างดี ในตอนนี้ผมกำลังนั่งมองตามทางที่รถค่อยๆเคลื่อนตัวผ่าน ในหูของผมมีหูฟังที่แถมมากับเครื่องโทรศัพท์เสียบอยู่ เพลย์ลิสต์เพลงโปรดที่ผมตั้งเอาไว้กำลังเล่นไปเรื่อยๆอัตโนมัติ...

 

 

            “แบม”

            “....อื่อ” ผมละสายตาจากนอกหน้าต่างรถ มือผมดึงหูฟังที่ยังคงเล่นเพลงอยู่ออกและสนใจอีกคนที่กำลังมองมาที่ผม ในมือของมาร์คมีหูฟังอีกข้างยื่นมาให้ “อะไร?”

            “ฟังเพลง”

            “ฟังอยู่” ผมยกหูฟังของตัวเองให้อีกคนดู

            มาร์คคิ้วขมวดก่อนจะดึงหูฟังของผมที่เสียบอยู่อีกข้างออก โทรศัพท์ผมถูกมาร์คกดหยุดเพลงที่กำลังเล่นอยู่ ผมคิ้วขมวดมองอีกคนอย่างไม่เข้าใจ มาร์คหยิบหูฟังของตัวเองขึ้นมาค่อยๆใส่เข้าไปในหูของผม จนกลายเป็นว่าตอนนี้เรากำลังฟังเพลงด้วยหูฟังคนละข้าง

 

           

            “บรรยากาศแบบนี้ มันต้องฟังเพลงจากเครื่องเดียวกันสิ” มาร์คว่า ผมแอบยิ้มขึ้นมาหน่อยๆเมื่ออีกคนพูดแบบนั้น ผมเคยเห็นรูปในอินเทอร์เน็ตนะ รูปที่เราฟังเพลงกันคนละข้างด้วยหูฟังอันเดียวกัน แต่ภาพพวกนั้นคนในภาพก็ต่างมีสถานะที่เป็นแฟนกันทั้งนั้น ใครจะคิดล่ะว่าผมจะมีโมเม้นฟังเพลงคนละข้างกับใครสักคนแบบนี้

 

            “...งั้นหรอ”

            มาร์คยิ้ม เขาเคลื่อนมือมาจับมืออีกข้างของผมไว้ เราจับมือกันวางไว้ตรงกึ่งกลางของเบาะเก้าอี้นั่ง โทรศัพท์ของมาร์คถูกยกขึ้นมา ก่อนที่ในหูของผมจะมีเสียงดนตรีแทรกเข้ามา...

 

            เสียงดนตรีหวานๆค่อยๆเริ่มเล่นเป็นทำนอง มาร์คส่งยิ้มให้ผมก่อนที่เขาจะพิงหัวลงไปกับเบาะในขณะที่มือของเขายังคงจับมือผมไว้แน่นไม่ปล่อย...

 

 

            “เพลงไทยหรอ..” ใช่ มันคือเพลงไทย ผมคิ้วขมวดมองมาร์ค เพราะไม่คิดว่าอีกคนจะเคยฟังเพลงไทยหรือชอบฟังเพลงไทยมาก่อน

            “ถามมาก... ตั้งใจฟังสิ”

 

 

click to play






          ♫~ เดินตัวคนเดียวก็มีความสุขแบบฉันเอง.. ตามใจแค่ตัวเอง ไม่ต้องคิดถึงใคร ~

            ผมยิ้มออกมาตามเนื้อเพลงที่ได้ฟัง ใบหน้าหันไปมองคนหล่อที่ตอนนี้ทำเป็นหลับตาพริ้มไม่สนใจอะไร

 

 

          ♫~ ทำอะไรคนเดียวมันก็ไม่เห็นเป็นอะไร ก็ไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมต้องรักกัน ~

            ♫~ ไม่อยากโดนเป็นเจ้าของ ไม่อยากมีคนจับจอง ก็เลยไม่คิดจะมองคนไหน ~

          ♫~ ก็ยังโสดอยู่ทางนี้ ก็ดีก็ยังสบาย แต่มันยังไงยังไงเมื่อพบเธอ... ~

 

          ผมยิ้มออกมาตามเนื้อเพลงไม่หุบ สายตาก็หันมองคนที่ทำเป็นหลับนิ่ง ไม่อยากจะคิดหรอกว่าเพลงที่เขาเปิด มันคือเพลงที่เขาใช้แทนเป็นตัวกลางในการจีบผมน่ะ... อย่าบอกเชียวนะว่าจะจีบผมผ่านเพลงๆนี้... เมกันบอยอย่างเขากำลังจีบผมผ่านเพลงไทยงั้นหรอ... :)

 

 

          ♫~ เพิ่งรู้มีใครสักคนให้คิดถึงมันก็ดี เพิ่งรู้ว่ามีความรักมันก็ดีต่อหัวใจ ~

          ♫~ ชอบคิดถึงเธออย่างนี้ ชอบที่มีเธอในใจ ~

          ♫~ ก็อยากมีเธอได้ไหม ไม่อยากเป็นของใคร.... ~

 

 

            “ยกเว้นเธอ...” ผมเอ่ยออกมาเบาๆตามเนื้อร้องในท่อนสุดท้าย มาร์คลืมตาขึ้นมามองผมที่ยิ้มให้กับเขา มือของอีกคนอยู่ๆก็บีบมือผมแน่น เป็นความแน่นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เขามี...

 

            “.....:)

            “ฟังเพลงไทยเหมือนกันหรอ”

            “อืม เพราะดี ชอบไหม”

            “ชอบ...” ผมว่า ก่อนจะเริ่มร้องเพลงที่กำลังฟังออกมาเมื่อฮุกที่สองเริ่ม “เพิ่งรู้มีใครสักคนให้คิดถึงมันก็ดี เพิ่งรู้ว่ามีความรักมันก็ดีต่อหัวใจ~ ชอบคิดถึงเธออย่างนี้ ชอบที่มีเธอในใจ ก็อยากมีเธอได้ไหม~

 

 

            “ได้” มาร์คพูดแทรกขึ้นมาในขณะที่ผมยังร้องไม่ทันจบท่อนเลยด้วยซ้ำ ผมคิ้วขมวดให้ใบหน้าหล่อที่กำลังส่งยิ้มมาให้

            “ไม่ได้ถามสักหน่อย ร้องเพลงอยู่นะ”

            “ร้องต่อสิ..” เขาว่า กลายเป็นว่าตอนนี้มาร์คหันหน้ามามองผมอย่างตั้งใจฟัง เอาจริงก็แอบเขินนะที่ต้องร้องเพลงต่อหน้าอีกคนแบบนี้ แถมเป็นเพลงที่มันมองจะเข้ากับชีวิตของเราซะเหลือเกิน

 

            “เธอทำให้โลกใบเดิมดูดีขึ้นนิดนึง~

 

            “รู้ได้ไงว่านิดเดียว” ผมคิ้วขมวดทันทีเมื่อมาร์คพูดตอบเนื้อเพลงที่ผมร้องออกมา ไม่รู้ว่ารอยยิ้มนั้น เขายิ้มเพราะมีความสุขที่ได้ฟัง หรือมีความสุขที่ได้แกล้งผมกันแน่

 

            “เธอทำให้คนหนึ่ง เปลี่ยนความคิดไป ~ เธอเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาถึงหัวใจ~  คนเดียวที่ยอมใจ ให้เป็นคนสำคัญ

 

            “....:)

 

            ไม่อยากโดนเป็นเจ้าของ ไม่อยากมีคนจับจอง ก็เลยไม่คิดจะมองคนไหน~

 

            “มองมาร์คได้นะ...” อา... เขาตอบเนื้อเพลงผมอีกแล้ว

 

            ก็ยังโสดอยู่ทางนี้ ก็ดีก็ยังสบาย แต่มันยังไงยังไงเมื่อพบเธอ~

 

            “ยังไงยังไงเหมือนกัน...” มาร์คยิ้ม

 

            เพิ่งรู้มีใครสักคนให้คิดถึงมันก็ดี เพิ่งรู้ว่ามีความรักมันก็ดีต่อหัวใจ~ ชอบคิดถึงเธออย่างนี้”

 

            “ชอบที่มีเธอในใจ~” ผมเงียบไปเมื่ออยู่ๆมาร์คก็ร้องท่อนต่อไปออกมา ผมยิ้มมองอีกคนตรงหน้าก่อนจะร้องท่อนถัดไปออกมา

           

 

            ก็อยากมีเธอได้ไหม ไม่อยากเป็นของใคร~

 

 

 

          “ยกเว้นแบม~

 

 

 

 

          ผมตาโตมองหน้าอีกคนที่อยู่ๆก็เปลี่ยนเนื้อเพลงท่อนสุดท้ายไป ชื่อของผมถูกแทนที่คำว่าเธอตามเนื้อเพลง มาร์คยิ้มให้ผม ปลายนิ้วของเขาที่กำลังจับมือผมอยู่ค่อยๆแทรกเข้ามาระหว่างนิ้วของผมแทน เขายิ้ม ผมยิ้ม เราทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน คำว่า Only You ที่ดังเข้ามาในหูยังคงถูกเล่นไปเรื่อยๆเนื่องจากเพลงยังไม่จบ...

 

 

          ♫~ You You You Only You You You You You You Only You You You ~

 

 

            ไม่เคยคิดหรอกว่าตัวเองจะมีโมเม้นมานั่งฟังเพลงกับใครสักคนด้วยหูฟังเดียวกันแบบนี้ และไม่เคยคิดว่าจะได้มานั่งต่อเพลงกับใครสักคนด้วย ไม่รู้ว่าเพลงที่มาร์คเปิดให้ฟังมันเป็นเพราะเขาเปิดมันเพราะเขาชอบ หรือเพราะอยากให้ผมฟังกันแน่

 

 

            แต่ที่รู้ๆ เนื้อเพลงที่ผมร้องไปน่ะ มันคือเนื้อเพลงที่ผมอยากให้เขารู้...

 

 

 

 

          ว่า Only You.. มันก็แค่นายเท่านั้นไงมาร์ค...

 

 

 

          ฉันน่ะ ล๊อคตัวผู้ชนะไว้ตั้งนานแล้ว...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



;;

#ออนอินสตาแกรม

bambam1a X mtuan

ตอนใหม่มาแล้ว ครั้งนี้มาช้ามากๆ ขอโทษนร้า พอดีก่อนหน้านี้อารมณ์ติดลบนิดหน่อย

ตอนนี้ในช่วงแรกเราพยายามแต่งให้แบมเข้าใจมาร์ค และอยากให้ทุกคนเข้าใจด้วย

ไม่รู้ว่ามีใครเคยเป็นแบบมาร์คไหม แต่เราเป็นแบบนั้น เลยพยายามแต่งให้คล้ายๆกับตัวเอง

คือแบบว่าเวลาเราเจอเรื่องแย่มากๆ เรื่องไม่ดีมากๆจนทำให้เราล้มจนแทบไม่อยากยืนอะ

คือทุกคนเวลาเจอเรื่องแย่ก็อยากจะลืมมันใช่ไหม เราก็เป็นเหมือนกัน

เพราะงั้นเราจะทำเป็นลืมเรื่องนั้นไปเลย และห้ามใครพูดถึงเรื่องนั้นให้เราได้ยิน

เพราะแบบเวลาเราได้ยินอะ เราจะกลับไปจิตตกเหมือนเดิมเลยอะ เพราะงั้นเราเลยทำตัวเหมือนเข้มแข็งตลอด

พยายามทำเหมือนเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น คืออันนี้เราเป็นตอนเลิกกับแฟนอะ

 ก็คือเราพยายามลืมทุกอย่างเลยอะ แบบว่าลืมให้หมดแม้ตอนที่เราทั้งคู่เคยคบกันอะ

 เพื่อนก็คือไม่พูดถึงแฟนเก่าเราเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็จะมีบางช่วงที่แบบว่าเรายังนึกถึงเขาเวลาทำสิ่งนี้ๆๆ

ฟังเพลงนี้ก็นึกถึงเขาเพราะเขาเคยให้เราฟังงี้ พอเป็นแบบนั้นมันก็จะกลับไปจิตตกเหมือนเดิม

คือแบบว่าแผลมันไม่ได้หายสนิทอะเข้าใจไหม แค่เราพยายามไม่นึกถึงมันเฉยๆ

(เล่ายาวมาก5555) นั่นแหละ มาร์คก็รู้สึกแบบนั้น แจ็คเลยเตือนแบมไปแบบนั้น

ส่วนเรื่องมาร์คมันคือเรื่องอะไร มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แผลมาร์คคืออะไร ก็รอติดตามกันนะงับ!

 

** ประกาศ **

เดือนกรกฎาคม เรากำหนดวันแล้วว่าจะไม่ว่างตั้งแต่วันที่ 6 เป็นต้นไป ยังไม่แน่ใจว่าถึงเมื่อไหร่

แต่ก็อาทิตย์กว่าๆเลย เพราะงั้นก็รอติดตามนิยายเราด้วยนร้า คงลงช้านิดนึง แต่จะไม่ช้ามาก(มั้ง)

เราหวังอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้จะจบก่อน 15 สิงหา... ถามว่าทันไหม? ตอนนี้ยังไม่แน่ใจเลย 555

เพราะเราดำเนินเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไปมากๆ มันเลยดูช้าไปหมด ในขณะที่พล๊อตเรื่องนี่.... (ละไว้ๆ)

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะงับ ถ้า 15 สิงหายังไม่จบก็.... ก็จะแต่งไปเรื่อยๆจนจบอะแหละ ไม่ต้องกลัวๆ 555

Thank U

 ปล. ฝากคอมเม้นกันหน่อยก็ดีนะ มันเป็นกำลังใจในการแต่งต่ออะ... 

 

 

Twitter : @itsokaymb (ทวิตเตอร์หลัก)

@iamvatha (ทวิตเตอร์นิยาย)

 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 271 ครั้ง

895 ความคิดเห็น

  1. #850 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:37
    คนอะไรจีบเก่งชะมัด ใครนะช่างใจร้ายทิ้งม้าก
    #850
    0
  2. #739 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:55
    เขินแรงมากกก
    #739
    0
  3. #724 Yupharat_123 (@Yupharat_123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 21:42
    ฮืออไรท์ทำเค้าเขินมากกก😳😳
    #724
    0
  4. #584 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:31

    โอ้ยทำไมมันฟินจัง

    #584
    0
  5. #582 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 15:19
    เพลงสื่อรักกกกก -/////-
    #582
    0
  6. #566 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 10:59
    เขินนะ
    #566
    0
  7. #494 Tuynuy23 (@Tuynuy23) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 14:10
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png กำลังดีงาม จะมีมาม่าไหมน๊ออออออออออออ
    #494
    0
  8. #407 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 11:41
    มาร์คสู้ๆนะ
    #407
    0
  9. #406 AhGaSa (@AhGaSa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 06:41
    เราเข้าใจความรู้สึกมาร์คจริงๆเราก็เคยมีเเผล เเผลที่ไม่อยากให้ใครเขามาเเตะต้องมันอีก // เราชอบความเรื่ยๆของเรื่องนี้นะ มันเป็นความเรื่อยๆที่ชัดเจนอยู่ในหัวใจกันเเละกัน // ปล.ชอบมากๆๆเลยเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆรอติดตามรออ่านน้าา
    #406
    0
  10. #405 CreammAnanya (@CreammAnanya) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 03:20
    ฟินมากกกก. อ่านยาวเลยเนี่ย55555
    #405
    0
  11. #403 MTuan9397 (@MarkBow9397) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:07

    ชอบบบบ มันเรื่อยๆแต่ดีอ่ะ เค้าจีบกันน่ารักจังเลยวะ
    #403
    0
  12. #402 nmaonn (@nmaonn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 20:31
    ชั้นหุบยิ้มไม่ได้กริ้ดดคือมาร์คหยอดลูกเราเก่งมากกหยอดจนลูกเรากลายเป็นขนมครกแล้วจ้าาา
    #402
    0
  13. #400 AhGaSa (@AhGaSa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:59
    เราเข้าใจความรู้สึกมาร์คจริงๆเราก็เคยมีเเผล เเผลที่ไม่อยากให้ใครเขามาเเตะต้องมันอีก // เราชอบความเรื่ยๆของเรื่องนี้นะ มันเป็นความเรื่อยๆที่ชัดเจนอยู่ในหัวใจกันเเละกัน // ปล.ชอบมากๆๆเลยเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆรอติดตามรออ่านน้าา
    #400
    0
  14. #399 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 14:30
    มาร์คก็คือเต๊าะเก่งงงง อยากให้ถึงวันที่บอกแบมได้แล้วอะ ว่าเกิดอะไรขึ้น
    #399
    0
  15. #398 Siri_Nuansiri (@Siri_Nuansiri) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:56

    น่ารักมาก เขินนนน

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #398
    0
  16. #397 naynayjung26 (@naynayjung26) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:33
    น่ารักมากกก;-;
    #397
    0
  17. #396 ThitiyaDongdaeng (@ThitiyaDongdaeng) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 08:31
    เขินมากกกกกกกกกกก เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ
    #396
    0
  18. #395 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 08:10

    จีบกันผ่านการฟังเพลง ฟินมาก
    #395
    0
  19. #394 mmmmilDef.g7 (@milDefff) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 02:05

    เราขอเป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ เรื่องดีมาก น่ารักๆ

    แล้วเราก็ชอบมากๆ และเชื่อว่าหลายๆคนก็ชอบ

    ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรมา ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีน้าา~

    รอติดตามผลงานตลอด ว่างก็รีบมาอัพนะคะ..
    เรารักในทุกตัวละคร และทุกตัวอักษรของไรต์เลยนะ
    สู้ๆค่ะ..เป็นกำลังใจให้เสมอ
    #394
    0
  20. #393 Cheerup!! (@atcs421) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 23:37

    แงงงง ขอระเบิดตัวตายตรงนี้ได้ไหมคะ

    นุเขินไม่ไหวแล้ว????????


    เคยแต่อ่านพระเอกร้องเพลงจีบนายเอก ว่าเขินแล้ว

    อันนี้เขาต่อเพลงจีบกันค่ะคุนพรี่ เขาจีบกันนนนนนนน????


    ชอบมาร์คเวอร์ชันนี้ ละมุนที่สุด!!https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #393
    0
  21. #392 มัค มัค' (@minniemark) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:56
    ยิ้มจนปวดแก้มไปหมดแน้ววว
    #392
    0
  22. #391 kaespicy (@kaespicy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:44
    รอน๊า..แต่ไม่เอาแร้วน๊าแบบแฟนเก่ากลับมามันหน่วงอ่ะไม่อยากอ่านแบบนั้นอ่ะขอแบบน่ารักๆหวานๆไปเลย..เป็นกำลังใจให้ไรท์น๊าสู้ๆจร้าต้องเจอสิ่งที่ดีกว่าเก่าแน่นอนจร้า
    #391
    0
  23. #390 สะใภ้มกโพ. (@bamsuayyyyyyy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:26

    มดมาทั้งรังเลยเว้ยย
    #390
    0
  24. #389 Neutron♡ (@pink_Ocean) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:15
    น้องแบมก็ใช่ย่อยนะคะเนี่ย
    #389
    0
  25. #388 มิรา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:14

    หวานมากคร้า แต่มาร์คมีอะไรในใตนะ

    #388
    0