#ออนอินสตาแกรม - markbam

ตอนที่ 15 : 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 344 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62


 

14

 

           

           

            “แบม”

            “......” อื้อออ อย่าจิ้มแก้ม

            “แบมแบม...”

            “....” อื้อ บอกว่าอย่าจิ้มแก้มไง

 

            “แบมแบมครับ”

            ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมองหาเสียงรบกวนที่ดังเบาๆอยู่ข้างหู สายตาเริ่มปรับโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเห็นว่ามาร์คกำลังโน้มหน้าเข้ามาใกล้กระซิบเรียกผมอยู่ตรงหน้า มือของมาร์คจิ้มคาอยู่บนแก้มของผมนิ่ง

 

            “มาร์ค....”

            “หกโมงแล้วนะ”

            “อื่อ ขอสิบนาที” ผมขอร้องอีกคนในขณะที่ตาผมยังลืมไม่เต็มที่เลยด้วยซ้ำ ร่างกายตอนนี้มันกำลังร้องงอแงเอาแต่อยากนอนต่ออย่างเดียวเลย ใบหน้าผมซุกลงกับหมอนเพื่อปิดกั้นการรับรู้ของอีกคน

            “สิบนาทีนะ... มาร์คจะไปอาบน้ำถ้าออกมาแบมต้องตื่นนะ”

            “อื่อ..” ร้องตอบไปแบบนั้นก่อนจะซุกหน้าหลับตาลงเหมือนอย่างเดิม อากาศเย็นๆบวกกับผ้านวมอุ่นๆมันเป็นอะไรที่เข้ากันอย่างถึงที่สุด แขนของตัวเองกอดหมอนหนุนหัวที่ถ้าเดาก็คงจะเป็นของมาร์คแน่ ผมเลือกที่จะหลับและตัดการรับรู้รอบข้างอีกครั้ง

 

 

            เมื่อคืนจำได้ว่าฝันดีด้วยแหละ...

            ฝันว่ามาร์คบอกรักผมด้วย

 

 

            งื้อออ ยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน..

 

 

 

            แต่ว่านะ...

 

 

 

 

 

            “เห้ย!!” ผมลุกพรวดเมื่อสติเริ่มกลับมา สายตากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะพบว่าห้องที่ผมนอนอยู่นั้น มันไม่ใช่ห้องเดิมที่เคยนอนอยู่ทุกคืน

 

            รอบห้องถูกจัดตกแต่งสไตล์โมเดิร์นโทนสีขาวดำสลับกันไปอย่างมีเอกลักษณ์ สิ่งของทุกอย่างถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ผมก้มหน้าลงมองเตียงนอนที่มีผ้าห่มเป็นสีดำทึบตัดกับผ้าปูที่นอนและหมอนสีขาวสะอาด และที่สำคัญ...

 

 

            ตอนนี้ผมอยู่ในชุดที่มันไม่ใช่ของผม!!

            ผมจับเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่และบางขึ้นดู ก่อนจะเปิดผ้าห่มมองดูกางเกงขาสั้นผ้านิ่มที่สวมอยู่ เดี๋ยวนะ.. เมื่อวาน..

 

 

 

 

แกร็ก!

 

 

            ผมหันไปมองประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดออกโดยชายหนุ่มเจ้าของห้องที่ก้าวเท้าเดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กในมือที่กำลังเช็ดผมที่เปียกปอนอยู่ มาร์คใส่แค่กางเกงนักเรียนขาสั้นสีดำเหมือนอย่างทุกวันที่ต้องไปเรียน หน้าท้องแบนราบที่แอบมีกล้ามเนื้อหน่อยๆนั่นทำเอาผมหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 

 

            เมื่อวาน.... ผมกับมาร์ค....

            แม่งเอ้ย!! ผมทำอะไรลงไปวะ!!

 

           

            “ตื่นจริงด้วยแหะ” มาร์คว่า เขาเอาผ้าขนหนูวางพาดไว้บนไหล่ก่อนจะเดินเข้ามาหาผมที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเตียง มาร์คใช้ฝ่ามือของเขาสัมผัสมาที่หน้าผากผมเหมือนกำลังวัดไข้หรืออะไรสักอย่าง

            “.....” ผมมองหน้าอีกคนนิ่งอย่างไม่พูดอะไร แม้ในใจมันอยากจะถามทุกอย่างให้เคลียร์ๆไปก็เถอะ แม่งเอ้ย! หยุดคิดไม่ได้เลยเนี่ย!

 

 

            “ไม่มีไข้...”

            “....อื่อ”

            “แบมนอนนานมาก นึกว่าจะไม่สบายซะอีก” มาร์คว่า เขาจับผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดผมตัวเองต่อ ก่อนจะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าที่มีเสื้อนักเรียนแขวนอยู่หน้าตู้ตัวหนึ่ง และชุดนักเรียนที่ผมเดาว่ามันเป็นของผมอีกชุดหนึ่ง

 

 

            “เมื่อคืน... นายเปลี่ยนชุดให้ฉันหรอ?” ผมถามไปด้วยเสียงสั่น ถ้าเปลี่ยนชุดให้ แปลว่ามาร์คก็ต้องเห็นหมดแล้วน่ะสิ... แต่ว่า...เขาก็เห็นผมหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่รึไงวะ! แบมแบม! นี่นายทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!        

            “อื้ม ปลุกเท่าไหร่แบมก็ไม่ตื่น มาร์คเลยเปลี่ยนให้”

            “งั้นก็แปลว่า....” ผมพูดเสียงอู้อี้ มือขย้ำผ้าห่มแน่นเพื่อระบายความเขิน

            “ไม่เห็น มาร์คเอาผ้าห่มคลุมแล้วค่อยเปลี่ยน ไม่เห็นอะไรหรอก เหมือนในหนังไง” ไอ้หนังที่มาร์คบอกมันหนังอะไรวะ... (-_-) มาร์คหันมามองหน้าผมนิ่ง แต่ก็ช่างเถอะ ดีแล้ว

            “.....งั้นหรอ” ผมถอนหายใจออกมาอย่างสบายใจไปนิดนึง คนที่ใส่เสื้อนักเรียนทั้งๆที่ยังไม่ติดกระดุมเดินเข้ามาหาผมก่อนที่แขนของอีกคนจะใช้มือจับไปที่หัวเตียงเพื่อล๊อคผมให้อยู่ระหว่างแขนของเขาไม่ไปไหน ใบหน้าหล่อโน้มหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผมตามไม่เคยทัน

 

 

          “แต่เมื่อวานมาร์คก็เห็นแบมไปทั้งตัวแล้วนะ”

            “.....O/////O

            “น่ารักมากเลยด้วย”

            “มาร์ค!!!!” ผมผลักอีกคนที่หัวเราะร่าอย่างมีความสุขออก หมอนที่อยู่ข้างตัวถูกผมจับปาใส่คนที่กำลังเดินออกห่าง

 

            “ฮ่าฮ่าฮ่า”

            “มาร์คอะ!!!” เสียงร้องโวยวายของผมดังขึ้นเมื่อรู้ว่าตัวเองจัดการกับอีกคนไม่ได้ มาร์คเอาแต่หัวเราะออกมาอย่างพอใจเมื่อเห็นผมกำลังหงุดหงิดกับความขี้แกล้งของเขา

 

 

            “ไปอาบน้ำได้แล้วครับ ชุดอยู่ตรงนั้น มาร์คส่งซักรีดให้หมดแล้ว” มาร์คชี้ไปยังตู้เสื้อผ้า ผมนั่งกอดอกมองอีกคนที่ส่งยิ้มมาให้

            “ไม่ต้องมาครับเลย! ขี้แกล้ง!!

            “ก็แบมน่ารัก”

            “ไม่น่ารัก!!!

            “น่ารักครับ” ปลายนิ้วของอีกคนแตะเข้ามาที่จมูกผมเบาๆพร้อมรอยยิ้มเอกลักษณ์บนใบหน้า

            -/////-.... ไม่ได้น่ารักสักหน่อย” ผมกอดหมอนหนุนของตัวเองพูดเสียงอู้อี้อยู่บนเตียง เขาใช้มือขยี้หัวผมเบาๆไปมา

 

            “อาบน้ำครับ จะได้ออกมาทานข้าวเช้า” มาร์คยิ้มให้ผมก่อนจะเดินออกไปนอกห้องเพื่อให้เวลาส่วนตัวกับผมต่อ

 

 

            ให้ตายเถอะ...

            นอกจากเบสกับแม่แล้ว ผมก็ไม่เคยนอนกับใครสองต่อสองแบบนี้เลยนะ ทำไมผมต้องมานอนกับมาร์คแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ เขินชะมัด... แถมความรู้สึกตอนนี้มันก็เด่นชัดเข้ามาในใจอีกแล้ว

 

 

 

          ชอบมาร์คเข้าแล้วแหละ..

          ชอบมาร์คไปแล้วจริงๆ

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

            เวลาผ่านไปกว่าสิบนาที ผมเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมร่างกายที่อยู่ในชุดนักเรียนเรียบร้อย เหลือก็แค่เข็มขัดที่ผมหามันไม่เจอแค่นั้น ผมเดินรอบห้องนอนมาร์คอีกครั้งเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยว่ามีของของผมตกหล่นอยู่ที่ไหนอีกรึป่าวก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองตรงหัวเตียงมายัดใส่กระเป๋ากางเกงและเดินออกนอกห้องนอนไป

            อาหารเช้าของวันนี้แตกต่างไปจากทุกวัน เพราะวันนี้มันไม่ใช่อาหารเช้าฝีมือแม่ตามปกติ แต่เป็นอาหารเช้าสไตล์เมกันฝีมือของมาร์คแทน

 

 

            “อยากกินข้าวต้มแทนไหม?” มาร์คเอ่ยถามทันทีที่ผมนั่งลงตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ถามว่าเขินไหม ก็บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเขินมาก เพราะที่ตรงนี้น่ะมัน....(-////-)

            “.......”

            “แบม...” มาร์คเอ่ยเรียกผมอีกครั้งเมื่อผมไม่มีท่าทีจะตอบอะไรเขากลับไป ก็นะ ก็คนมันเขินอยู่นิ

            “กินได้” ผมตอบแบบนั้นก่อนจะจิ้มไส้กรอกที่มาร์คทอดให้เข้าปากเคี้ยวงั่มๆ มาร์คหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะหยิบขนมปังปิ้งในจานของตัวเองขึ้นมากัดบ้าง

 

           

            อาหารเช้าของผมในวันนี้คือไข่ดาวแบบสุกพอดีและไส้กรอกรมควันทอดที่อีกคนทำให้ มันคืออาหารเช้าสไตล์คนเมกาที่แท้ทรู ปกติแล้วผมไม่ค่อยกินอาหารเช้าแบบนี้หรอก เพราะปกติแม่จะทำอาหารหนักๆให้กินมากกว่า อย่างข้าวต้ม ข้าวไข่เจียว ข้าวไข่ดาว หรือไม่ก็ข้าวผัด แต่ถามว่าอาหารเช้าแบบนี้ผมทานได้ไหม ก็บอกเลยว่าได้ มาร์คทำให้ซะอย่าง อะไรผมก็กินได้หมดแหละ (-////-)

            มาร์คนั่งกัดขนมปังปิ้งของตัวเองไปพลางมองหน้าผมไป อาหารเช้าของมาร์คไม่เหมือนกับผม เพราะของเขามีแค่ขนมปังปิ้งสองแผ่นที่ไม่ทาแยมหรือเนยอะไรเลย และข้างๆจานเขาก็มีแก้วที่พอมองแล้วก็น่าจะเป็นกาแฟร้อนที่เขาชงเองตั้งอยู่

 

 

            “เป็นไง?”

            “อร่อย”

            “ไม่รู้ว่าปกตินายกินข้าวเช้าประเภทไหน ฉันก็เลยทำแบบนี้ให้” มาร์คมองหน้าผม ผมก้มจิ้มไข่ดาวเข้าปากเคี้ยวๆก่อนจะตอบเขาด้วยแก้มตุ่ยๆ

            “กินได้หมดแหละ แต่ปกติบ้านฉันไม่ค่อยทำข้าวเช้าแบบนี้เท่าไหร่”

            “งั้นหรอ.... งั้นถ้านายอยากกินอะไรก็บอกนะ ในตู้เย็นมีของเยอะอยู่ ฉันทำให้กินได้” ผมชะงักมองหน้าอีกคนที่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

            “ตามใจเก่งจัง” ผมว่า

            “เอาลูกเขาแล้วก็อยากเลี้ยงดูให้ดี”

            “มาร์ค!!” ผมถลึงตาใส่อีกคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาให้ มาร์คยกมือสองข้างขึ้นเหมือนกำลังบอกผมว่าอย่าเพิ่งทำอะไรเขา

            “หมายถึงว่าลูกเขามาอยู่กับมาร์คไง ก็ต้องดูแลให้ดีสิ”

            “หงึ!..... พูดผิดแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”

            “หึ... ก็ตั้งใจพูดให้ผิดนิ”

            “มาร์ค!

            “ครับ? :)

 

 

          ให้ตายเถอะ ผมจะทำยังไงกับพ่อคนนี้ดีเนี่ย! จะบ้าตายอยู่แล้วนะ

 

 

            “ไม่คุยด้วยแล้ว! กินเข้าไปเลย” ผมว่าก่อนจะตักไข่ดาวที่เหลืออยู่กว่าครึ่งเข้าปากตามไป มาร์คยกยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาเอื่อมมือมาเช็ดอะไรสักอย่างตรงขอบปากผมนิ่ง มาร์คน่ะชอบดูแลเอาใจใส่ผมทำเหมือนเรื่องปกติที่เขาทำเป็นประจำ แต่สำหรับผมน่ะ การกระทำเหล่านั้น มันทำให้ผมใจเต้นแรงเสมอ..

 

            ร่างที่นั่งตรงข้ามผมลุกขึ้นจากเก้าอี้สูง เดินไปเปิดตู้เย็นก่อนจะหยิบนมกล่องสตอเบอรี่ที่ผมชอบกินมาให้ เขาแกะหลอดเจาะมันเรียบร้อยก่อนจะนำมาวางข้างจานอาหารเช้าที่ผมกินจนเกือบหมด

 

            “ดื่มให้หมดนะ” เขาว่า มาร์คหยิบจานของผมและของเขาพร้อมกับแก้วกาแฟเดินไปล้างที่ซิงค์ล้างจานทันทีเมื่อผมกินคำสุดท้ายเสร็จ

            “ทำตัวเหมือนพ่อเลยนะ” ผมเบะปากว่ามือสองข้างหยิบกล่องนมสตอเบอรี่ขึ้นดื่มดูดอึกๆเข้าปาก ไม่รู้หรอกว่าไปซื้อมาตอนไหน เพราะตอนที่เราทั้งคู่ไปซื้อของด้วยกันผมก็ไม่เห็นจะมีนมนี่ตอนคิดเงินเลยด้วยซ้ำ

 

 

            จะว่าไป... แตงโมก็ยังไม่ได้กินเลยแหะ

 

 

            “จะได้รู้ไงว่าถ้ามีลูก มาร์คจะเป็นพ่อที่ดีขนาดไหน”

            “....-/////-

            “อยากมีลูกไหมล่ะ เดี๋ยวเสกเด็กเข้าท้องให้” เขาว่าขำๆ ผมถลึงตาใส่อีกคนที่กำลังยืนล้างจานอยู่ มาร์คขำออกมาเบาๆก่อนจะหันไปสนใจกับจานชามที่ล้างต่อ

 

 

            “มาร์ค เข็มขัดฉันอยู่ไหน” พอนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ใส่เข็มขัดก็รีบเอ่ยถามอีกคนทันที ผมวางกล่องนมที่หมดแล้วลงที่เดิม

            “ในกระเป๋าเป้ นายถอดออกก่อนจะออกจากโรงเรียนอีก” ฟังจบก็รีบวิ่งไปหากระเป๋าเป้ของตัวเองที่วางแอ้งแม้งอยู่บนโซฟาทันที เข็มขัดของโรงเรียนถูกผมหยิบขึ้นมาใส่ให้เรียบร้อยก่อนจะหยิบเป้ขึ้นมาสะพายพร้อมไปโรงเรียน

 

            มาร์คล้างไม้ล้างมือให้สะอาดหลังล้างจานเสร็จ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนที่ใส่อยู่ตอนล้างจานออกและเดินเข้ามาหาผมที่ยืนรอเขาอยู่แต่แรก มือหนาหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายไว้บนไหล่ข้างเดียวก่อนที่จะบอกผมให้เดินออกจากห้องเพื่อที่จะไปโรงเรียนต่อ

 

            ถึงแม้ว่าผมกับมาร์คจะไปโรงเรียนพร้อมกันทุกวัน แต่บอกเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมไปพร้อมกับเขาแบบจริงๆ ตื่นโดยที่มีอีกคนปลุก ลุกไปอาบน้ำในขณะที่อีกคนกำลังทำอาหารเช้าให้ พออาบน้ำเสร็จก็มานั่งกินข้าวเช้าพร้อมกัน แถมยังออกจากห้องพร้อมกัน และไปโรงเรียนด้วยกันอีก...

 

           

            อา... วันนี้ก็คงเป็นเช้าดีดีอีกวันที่ผมคงจดจำมันไปอีกนานนั่นแหละ...

            :)

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

           

            “มีใครอยากเสนออะไรอีกไหมอะ?” พี่ฟิล์ม พี่มอหกทับสามที่นั่งอยู่พร้อมในมือที่ถือปากกาและกระดาษอยู่เอ่ยขึ้น

            ตอนนี้ผม มาร์ค ควีน ดีล และแม็กมาอยู่รวมตัวกับพี่มอหกทับสามกับน้องมอสี่ทับเจ็ดที่สวนพักผ่อนของโรงเรียน เนื่องจากเมื่อตอนก่อนพักเที่ยงพี่ภูผาไลน์มาบอกในกลุ่มว่าขอคุยเรื่องละครที่จะแสดงตอนวันไปค่ายหน่อยว่าอยากแสดงกันเรื่องอะไร และก็มีคนเสนอมาบ้างว่าสโนว์ไวท์บ้าง ซินโดเรล่าบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่พื้นฐานสุดๆที่พอจะคิดได้ แต่ไปๆมาๆก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนและลงตัว สุดท้ายทุกคนเลยบอกว่าเที่ยงนี้ให้มาเจอกันก็ได้ เพราะยังไงก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเข้าค่ายแล้ว และถึงแม้ว่าการแสดงครั้งนี้จะไม่ได้จริงจังอะไรมากสำหรับพวกผมและพี่มอหกก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าการแสดงในครั้งนี้มันจะมีผลต่อคะแนนวิชาภาษาไทยของพวกน้องๆมอสี่เขา เพราะมันเป็นคะแนนที่จะนำไปชดเชยกับคาบที่พวกน้องขาดไปตอนวันประชุมเข้าค่าย

 

           

            “เมฆมีอะไรอยากเสนอไหม?” ผมหันไปถามเมฆ หัวหน้าห้องรุ่นน้องที่นั่งฟังพวกพี่มอหกจัดการทุกอย่างเงียบๆ

            “ไม่มีครับ ผมเองก็นึกไม่ออกเหมือนกัน” เมฆเกาหัวตอบกลับมาอย่างยิ้มๆ พอมองไปมองมาเมฆก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ ผมหน้าม้าที่ถูกอีกคนจับมัดจุกขึ้นไปนั่นทำให้คนที่มองมารู้ได้ว่าอีกคนน่าจะเป็นผู้ชายขี้เล่นขนาดไหน และดูจากเหงื่อที่ท่วมตัวตอนที่เพิ่งเดินมาเจอกันที่สวนนี่ก็บ่งบอกอย่างดีว่าอีกคนคงต้องวิ่งไล่จับกับใครมาแน่ๆถึงได้เหนื่อยหอบมาขนาดนี้

            ดูแล้วห้องมอสี่ทับเจ็ดนี่คงจะได้หัวหน้าห้องที่เฮฮาพอสมควรเลยแหะ

 

           

            “งั้นตอนนี้เรื่องที่เสนอมาก็มีสโนว์ไวท์ ซินโดเรล่า แล้วก็หนูน้อยหมวกแดงนะ” พี่ฟิล์มที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นเลขาของทีมนี้พูด ผมและคนอื่นๆก็พยักหน้ารับรู้กันรัวๆ

            “งั้นมาโหวตว่าทุกคนอยากได้เรื่องอะไรกัน” พี่ภูผาบอก

            การโหวตโดยคนในกลุ่มทั้งสิบห้าคนเริ่มขึ้นโดยที่ไม่มีพี่ฌอนเพราะพี่เขาบอกในไลน์แล้วว่าพี่ประชุมสภามาไม่ได้ ผมยกมือโหวตเรื่องหนูน้อยหมวกแดง เพราะผมชอบเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าผมเองก็จับแขนของมาร์คยกขึ้นเพื่อโหวตด้วยเช่นกัน ก็นะ... ผมถามแล้วนิว่าเขาอยากได้เรื่องไหน แต่มาร์คกลับบอกว่าไม่รู้เพราะไม่เคยดูเลยสักเรื่อง แม้จะพอรู้จักบ้างแต่ก็ไม่เคยดู เพราะงั้นก็... บังคับซะเลย

 

 

            จนนั่นแหละ...

            สุดท้ายหนูน้อยหมวกแดงของผมก็...

 

 

 

            แพ้....

 

 

            ราบคาบเลย....

 

 

 

            “สรุปเอาเรื่องสโนว์ไวท์นะ” พี่ฟิล์มบอกสรุป ผมถอนหายใจยาวออกมาพอเรื่องที่ได้มันไม่ใช่เรื่องที่หวัง หัวของผมทิ้งลงไปวางไปไหล่ของคนที่นั่งข้างๆ มาร์คหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะใช้มืออีกข้างมาทิ้งไว้บนหัวผม

 

            “อ้อนกันเข้าไป” เสียงไอ้ดีลที่นั่งข้างผมอีกฝั่งเอ่ยขึ้น ผมยกหัวขึ้นหันมามองมันก่อนจะเบะปากพยักหน้าบอกให้ดูตัวเองซะก่อนเถอะ ก็นะ ตอนนี้ไอ้แม็กมันนั่งกอดคอให้ดีลเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอยู่ไง ผมล่ะหมั่นไส้มันชิบหาย ไม่รู้ว่าไปอะไรกันตอนไหนถึงลงเอ่ยที่ว่าเป็นแฟนกันแล้ว...

 

            ใช่ครับ มันสองคนเป็นแฟนกันแล้ว! ผมเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อเช้าเพราะไอ้ดีลเดินมาบอก ผมละจะบ้า! พอถามว่าใครสารภาพก่อนมันก็บอกว่าแม็กบอกก่อน แล้วก็ขอเป็นแฟนเลย ส่วนมันก็ตอบตกลงแบบไม่ลังเลเลยสักนิด แต่เชื่อเถอะว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น เนี่ยพูดแล้วต่อมเสือกทำงานเลยครับ

 

 

            “เรามาเลือกตัวละครกันดีกว่า เอาแบบหลักๆก่อนเลยก็คือเจ้าหญิงกับเจ้าชาย” พี่ทรายพูด

            พี่ทรายคือพี่มอหกทับสามที่มาเข้าค่ายด้วยครับ พี่เขาเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆผมสั้นๆ แต่ถึงผมจะสั้นแต่ก็ไม่ได้ดูห้าวเหมือนทอม แต่พี่เขากลับดูน่ารักแบ๊วๆเหมือนผู้หญิงหวานๆซะมากกว่า ผมชอบนะ น่ารักดี

 

            “คือ...” เสียงของใครบางคนทำให้พี่ๆชั้นมอหกและกลุ่มผมเริ่มหันไปสนใจ “หนูขอเป็นเจ้าหญิงได้ไหมคะ? พอดีอยากเล่น” เด็กผู้หญิงผมลอนยาวยืนส่งยิ้มมาให้ทุกคนที่หันมองเธอ

 

            โอ้โห... ของ่ายๆงี้เลย ผมอ้าปากเหวอกับความกล้าของน้องเขา ปกติแล้วการแสดงละครหรือการหาอาสามาเล่นสักคนนี่มันยากพอสมควรเลยนะ เพราะมันไม่ค่อยมีใครอยากจะเล่นนักหรอก มันคือส่งที่เราไม่ถนัดไง ไม่อยากจะทำเปิ่นให้ใครมานั่งขำเราน่ะสิ

 

           

            “น้องฝ้ายใช่ไหม?” น้องคนนั้นยืนขึ้นพยักหน้าตอบพี่ทรายไป พอมองๆแล้วก็สูงอยู่นะ พอๆกับควีนเลย แถมหน้าตาน้องเขาก็เหมาะกับบทเจ้าหญิงจริงๆนั่นแหละ ก็นะ เล่นหน้าตาสวยซะขนาดนั้น แล้วไหนจะผมยาวลอนนั่นอีก ดูก็รู้ว่าบำรุงมาดีขนาดไหน นั่นผมหรือเส้นไหมใยแก้ววะ...

 

           

            “น้องฝ้ายก็น่ารักนะคะพี่ทราย ถ้าเกิดว่าไม่มีใครอยากรับบทนี้ก็ให้น้องฝ้ายเล่นไปก็ได้” ควีนบอก ผมมองหน้าควีนที่ยิ้มแย้มบอกพี่ทรายไป ผมเองก็เห็นด้วยนะ ถ้าไม่มีใครอยากเล่นก็ให้คนที่อยากเล่นเล่นดีกว่า การแสดงจะได้ออกมาดีด้วย

            “โอเค งั้นบทเจ้าหญิงก็น้องฝ้ายเนอะ แล้วเจ้าชายล่ะ?”

            “พี่ภูผาไหมครับ?” เสียงทุ้มของน้องคนหนึ่งบอก ผมหันไปมองน้องพลที่ยกมือเสนอชื่อพี่ภูผาขึ้น

            “ผาเล่นไหม?”

            “ยังไงก็ได้” พี่เขาตอบ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึป่าวเนี่ยว่าตอนที่พี่ภูผาหันหน้ามาตอบพี่ทราย พี่เขาแอบมองเลยพี่ทราบมาสบตากับผมด้วย มุมปากเล็กๆของพี่เขายกยิ้มขึ้นน้อยๆจนทำเอาผมนี่...

 

           

พรึบ!

           

           

            “อื่อ!!” อยู่ๆหน้าของผมก็ถูกอีกคนเอามือขึ้นมาปิด ผมร้องออกมาเบาๆก่อนจะจับมือที่ปิดหน้าผมอยู่ออก มาร์คคิ้วขมวดมองผมเหมือนกำลังไม่พอใจเล็กๆ

            “อย่ามองเยอะ”

            “อะไรของนายเนี่ย” ผมมองค้อนอีกคนอย่างไม่เข้าใจ

            “หึง...”

            “.......”

            “อย่ามองเยอะ”

            “มะ...มาร์ค”

            “อยากโดนคดีอีกรึไง” ผมส่ายหน้ารัวๆเมื่ออยู่ๆก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มาร์คยิ้มจางๆก่อนที่ผมจะหันหน้าหนีอีกคนไปสนใจบทสนทนาของพี่ๆต่อ

 

            มาร์คน่ะเดี๋ยวนี้เขามีอิทธิพลต่อใจผมจะแย่อยู่แล้ว พอโดนอีกคนจ้องหน้านิ่งๆทีไร ใจมันก็เต้นเร็วตลอด ยิ่งพอได้เห็นรอยยิ้มแล้วด้วยนะ... เห้อ! ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าผมชอบเวลามาร์คยิ้ม อยากเห็นรอยยิ้มนั้นบ่อยๆ แต่พอตอนนี้พอผมได้เห็นมันบ่อยๆแล้วมันก็ทำใจไม่ทันทุกทีเลย เขินนั่นแหละเอาง่ายๆ (-///-) ใจเต้นแรงโครมครามเสียงดังไปหมด...

 

 

            “ไอ้ผาก็ดีนะ มันหล่อ ขวัญใจสาวๆอยู่แล้ว น่าจะเรียกเสียงกรี๊ดได้เยอะ” พี่ทัพที่นั่งอยู่กับพื้นหลังพิงขาพี่ครีมอยู่เอ่ยขึ้น พี่ทัพก็คือพี่มอหกที่จะไปเข้าค่ายด้วยนั่นแหละ ส่วนพี่ครีมก็คือพี่ผู้หญิงที่มีสถานะเป็นแฟนพี่ทัพ

 

            “น้องฝ้ายแสดงกับพี่ผาโอเคไหม?” มีใครไม่โอเคบ้างวะ ได้แสดงกับขวัญใจของคนทั้งโรงเรียนแบบนั้น ผมว่านะน้องเขาคงโอเคซะยิ่งกว่าโอเคอีก

            “คือว่าหนูอยากเล่นกับพี่อีกคนหนึ่งมากกว่าอะค่ะ” อ่าว...

            “ฝ้ายลองเสนอมาเลย ได้เล่นกับคนที่เราอยากเล่น อาจจะชิวกว่า” พี่ฟิล์มบอก

            “พี่คนนั้นอะค่ะ” ผมมองตามปลายนิ้วชี้ที่น้องเขาชี้มา และผลรับมันก็ดันมาตกที่มาร์คที่นั่งอยู่ข้างผมในตอนนี้ อีกคนมองหน้าน้องฝ้ายนิ่ง รอยยิ้มของน้องถูกส่งมาให้มาร์คที่นั่งเงียบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ผมมองหน้าเด็กหญิงคนนั้นคิ้วขมวด

 

 

          อะไรวะ ทำไมต้องอยากเล่นกับมาร์คด้วย

 

 

            “มาร์คหรอ” พี่ฟิล์มถาม

          “ค่ะ หนูอยากให้พี่เขามาเป็นเจ้าชาย”

            “......”

 

 

          ผมว่านะ

 

 

          “ของหนู...”

 

 

          ผมเริ่มไม่ชอบเด็กนี่ซะแล้วแหละ

           

 

            ผมเงียบ สายตาผมจับจ้องไปที่เด็กคนนั้นอย่างไม่วางตา มือของผมขยับเอื้อมไปวางที่หน้าขาของมาร์คนิ่ง ผมไม่รู้ว่าเด็กนี่ต้องการอะไร แต่นั่นแหละ ผมมันพวกหวงของ... ยิ่งของทุกอย่างที่เกี่ยวกับมาร์ค ผมยิ่งหวง

 

 

            “พี่ว่ามาร์คคงไม่เหมาะ” เสียงเรียบของผมเอ่ยตอบกลับไป ฝ้ายมองหน้าผมคิ้วขมวดโดยที่ไม่ตอบอะไรกลับมา

            “.....”

            “มาร์คไม่ใช่คนไทย แถมยังไม่เก่งภาษาไทยอีก เกิดพูดผิดพูดถูกมันจะทำให้เสียเรื่องซะป่าวๆ แล้วอีกอย่างมาร์คก็ไม่เคยดูการ์ตูนพวกนี้ พี่ว่าให้พี่ภูผาเล่นดีกว่า”

            เด็กคนนั้นจ้องผมกลับมา เธอกอดอกมองหน้าผมนิ่ง ในขณะที่สายตาเธอค่อยๆแสดงถึงความพอใจผมออกมาเล็กๆ หึ! ผมน่ะไม่ยอมหรอกนะ ถ้าแค่อยากรู้จักแบบพี่น้องผมไม่อะไรอยู่แล้ว แต่การที่เด็กคนนั้นมาบอกว่าอยากให้มาร์คมาเป็นเจ้าชายของตัวเองน่ะ ผมรู้ว่าประโยคนั้นมันแปลว่าอะไร และผมก็ไม่ชอบด้วย

 

 

            “ถามพี่มาร์คไหมคะ ว่าอยากเล่นรึป่าว” เด็กนั่นเอ่ย ผมหันมองมาร์คอย่างหาคำตอบ มือของตัวเองก็บีบไปที่หน้าขาของอีกคนแน่น ให้ตายเถอะ แล้วถ้ามาร์คอยากเล่นขึ้นมาจะทำยังไง ไม่เอาด้วยหรอกนะ ผมไม่ชอบเด็กนั่น จะไม่ให้มาร์คเข้าใกล้เด็ดขาดเลย

            มาร์คหันมามองหน้าผม ก่อนจะส่งยิ้มบางๆที่เขาเคยชอบทำออกมา

 

            ผมเชื่อใจมาร์ค...

 

 

 

          “ไม่อยากเล่น”

            เสียงทุ้มของเขาตอบออกไปอย่างชัดเจน ผมเผยยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่ออีกคนตอบแบบนั้น ฝ้ายหน้าเหวอไปเล็กๆเมื่อเธอโดนปฏิเสธ เด็กนั่นทิ้งตัวนั่งลงเสียงดังกระฟัดกระเฟียด ผมหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อรู้ว่าตัวเองชนะแล้ว มาร์คเองก็หันมามองผมก่อนที่มือผมจะถูกกอบกุมโดยอีกคน ผมจับมือนั้นตอบก่อนที่จะหันไปสนใจการประชุมตรงหน้าต่อ

            สุดท้ายแล้วบทเจ้าชายก็ตกไปเป็นของพี่ภูผาเหมือนอย่างตอนแรกที่เสนอกันมา ส่วนบทคนแคระทั้งเจ็ดก็รับบทโดยน้องมอสี่อีกสี่คนที่เหลือและอีกสามคนก็เป็นดีล พี่ทัพ และพี่ฟิล์ม ส่วนผมก็ไม่ได้รับบทอะไรเป็นพิเศษ นอกจากคนที่คอยพากย์เรื่องราวให้ดำเนินต่อไปคู่กับควีน พี่ฟิล์มบอกว่าบทจะส่งให้ในไลน์กลุ่มอีกที เรื่องการแสดงก็ไม่ต้องซ้อมมากก็ได้เพราะยังไงก็ไม่ได้จริงจัง แต่เรื่องชุดให้แต่ละคนเตรียมมากันเอง ชุดที่หนักๆหน่อยก็คงเป็นชุดเจ้าหญิงเจ้าชายนั่นแหละ แต่พี่ภูผาก็บอกว่าเดี๋ยวไปขอยืมห้องชมรมการละครมาให้ เพราะงั้นก็เลยไม่มีอะไรต้องเตรียมเป็นพิเศษ

 

            ผมลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นนั่นนี่เล็กน้อยก่อนจะหันไปดึงมาร์คให้ลุกขึ้นตามมา ไอ้ดีลกับแม็กน่ะก็ขอตัวไปซื้อขนมในโรงอาหารเรียบร้อยเพื่อที่มันสองคนจะแอบเอาไปกินในห้องเรียน เพราะตอนนี้ถึงมันจะนั่งกินในโรงอาหารก็ไม่ทันอยู่ดี เพราะอีกสิบนาทีออดโรงเรียนก็คงดังแล้ว ส่วนควีนก็เพิ่งจะบอกแยกกับผมไปเมื่อกี้เพราะเจอส้มเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่ห้องห้าของควีนเขานั่นแหละ ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่ผมกับมาร์คสองคน และคนอื่นๆที่กำลังทยอยกลับถิ่นห้องของตัวเอง

           

 

 

            “พี่คะ” ผมหันมองหน้าใครบางคนที่เอ่ยเรียก ผมไม่รู้ว่าน้องเขาเรียกใครระหว่างผมกับมาร์ค แต่พอหันหน้าไปก็เจอเด็กฝ้ายยืนกอดอกมองมาที่ผม...

 

 

            แบบนี้เขาเรียกว่าถูกหาเรื่องรึป่าวนะ...

 

 

            “มีอะไรครับ” เนี่ยพยายามใจเย็นสุดๆแล้ว ผมน่ะยังไม่อยากกลายเป็นพี่มอห้านิสัยไม่ดีในบรรดาสายตาครูฝ่ายปกครองหรอกนะ

            “ทำไมพี่ต้องห้ามพี่มาร์คไม่ให้เป็นเจ้าชายด้วย” ผมหันมองมาร์คที่ยืนซ้อนหลังผมอยู่ อีกคนไม่ได้สนใจผู้หญิงตรงหน้ามากนัก เพราะเจ้าตัวน่ะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นตั้งแต่เห็นหน้าเด็กนี่เข้ามาทักแล้วแหละ

           

            “น้องก็ได้ยินว่าเพื่อนพี่ไม่อยากเล่น”

            “แต่นั่นไม่ใช่ว่าพี่บอกหรอคะ พี่มาร์คถึงบอกว่าไม่อยากเล่น”

            “แล้วพี่ไปบอกตอนไหนล่ะครับ?”

            “......”

            “แต่ถ้าพี่เป็นคนบอกจริง งั้นก็แสดงว่าพี่สำคัญกับเขาพอสมควรเลยนะเขาถึงเชื่อพี่น่ะ” ผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปให้อีกคน ผมน่ะไม่ได้บอกมาร์คสักคำว่าห้ามเล่น แต่เป็นมาร์คเองต่างหากที่บอกว่าไม่อยากเล่น

           

            “พี่!” เสียงที่น่ารำคาญถูกปล่อยออกมาจากเด็กตรงหน้า ผมใช้นิ้วอุดหูเพื่อกันเสียงนั้นไม่ให้แทรกเข้ามารบกวนในระบบประสาท

            “พี่ชื่อแบมครับ แบมแบม.. น้องเรียกชื่อพี่ได้นะพี่อนุญาต แล้วอีกอย่างการกระทำที่น้องกำลังทำอยู่มันไม่สมควรเท่าไหร่นะครับ พี่เป็นรุ่นพี่ ถึงแม้จะห่างกันแค่ปีเดียวแต่พี่ก็คือรุ่นพี่ ให้เกียรติและเคารพพี่ด้วย เพราะถ้าน้องไม่ให้เกียรติพี่ พี่ก็จะไม่ให้เกียรติน้องเหมือนกัน”

            ผมย้ำในทุกคำพูดอย่างชัดเจนพร้อมสายตาที่แสดงออกมาว่าถ้าเด็กนี่ยังทำแบบนี้อีกผมก็จะไม่ยอมเหมือนกัน เรื่องที่ผมไม่ชอบมากที่สุดน่ะ ก็คือการไม่เคารพและให้เกียรติกันนี่แหละ แม้กระทั่งเพื่อนสนิทผมยังให้เกียรติเลย ไม่ว่าจะเป็นไอ้ดีลหรือไอ้แม็กก็ตาม แล้วนี่เด็กนี่คิดว่าตัวเองสนิทกับผมมากแค่ไหนกันถึงมาทำกิริยาแบบนี้กับผม มายืนกอดอกร้องวี๊ดว้ายอยากได้ผู้ชายแบบนี้ ผู้หญิงประเทศไหนกันวะ

 

 

            “ฝ้ายอยากได้พี่มาร์ค” ผมเบิกตาโตออกมาเมื่อเด็กนี่พูดเสียงเรียบอยากได้คนที่อยู่ข้างๆผม สายตาของผมหันไปมองมาร์คที่เงยหน้าขึ้นมามองเด็กนี่เพราะประโยคที่ได้ยิน

 

            “.....”

            “พี่มาร์คคะ... ฝ้ายชอบพี่” เด็กนั่นละทิ้งความสนใจจากผมไป เธอหันไปมองมาร์คที่กำลังมองเธอกลับเช่นกัน อีกคนมองคนตรงหน้าเงียบ ก่อนจะตอบกลับออกมาสั้นๆ

 

            “อืม” มาร์คว่าก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ ผมแอบหลุดขำออกมาเบาๆเมื่ออีกคนตอบกลับไปแบบนั้น มาร์คเหมือนจะอึ้งในตอนแรก แต่พอสติกลับมา ความเป็นมาร์คผู้ไม่สนโลกก็กลับมาเช่นกัน

           

            “มาร์คว่างี้แหนะ น้องว่าไง ฮ่าฮ่าฮ่า” ฝ้ายทำหน้าไม่พอใจหันมองมาที่ผมที่กำลังยืนขำเธออยู่ ผมรู้สึกได้ว่ามือข้างที่อยู่ใกล้มาร์คนั้นถูกอีกคนค่อยๆจับเอาไว้ มาร์คเอื้อมมือมาจับมือผมในขณะที่มืออีกข้างก็สไลด์หน้าจอโทรศัพท์เล่นไปเรื่อยอย่างไม่สนใจอะไร

           

 

            “ฝ้ายอยากได้พี่มาร์ค”

            โอ้โห เด็กนั่นยังคงแน่วแน่กับมาร์คแฮะ นี่ผมยอมใจเธอเลยนะ กล้าอะไรขนาดนั้นวะ แต่คนอย่างผมน่ะ... ถ้ารักถ้าชอบอะไรแล้ว ผมไม่ปล่อยไปง่ายๆเหมือนกัน

 

 

          ก็บอกแล้วว่าผมน่ะขี้หวง

 

 

            ผมเดินหน้าไปใกล้ฝ้ายอย่างช้าๆ ในขณะที่มือของตัวเองก็ยังคงจับมาร์คอยู่แน่นเหมือนเดิม มาร์คเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อรู้ว่าคนที่เจ้าตัวกำลังจับมืออยู่นั้นกำลังขยับเขยื้อน

            ผมสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกจากมือของคนที่กำลังจับอยู่เหมือนกำลังบอกว่าตอนนี้มันใกล้เกินไปแล้ว แต่ใครสนล่ะ ผมยังคงก้าวเข้าไปใกล้ฝ้ายให้มากกว่าเดิม เธอยืนนิ่งเหมือนกำลังรอดูว่าผมกำลังจะทำอะไร ผมยกยิ้มมุมปากออกมาก่อนจะค่อยๆเอ่ยเสียงกระซิบที่ข้างใบหูของเธอ

 

 

            “น้องอยากได้มาร์ค...”

            “.....”

 

 

          “แต่มาร์คน่ะ เขาอยากได้พี่นะครับ”

 

 

 

            ว่าจบก็เดินถอยหลังกลับมาให้ยืนข้างมาร์คเหมือนเดิม มาร์คคิ้วขมวดมองมาที่ผมเหมือนกำลังไม่พอใจด้วยที่ผมเข้าใกล้คนตรงหน้ามากเกินไป มุมปากของผมยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะมองไปที่ฝ้ายที่ยืนตาโตอึ้งกับสิ่งที่ผมพูด เธอมองหน้าผมอย่างไม่พูดอะไรก่อนจะหันหลังเดินกระฟัดกระเฟียดหนีไป...

 

 

          เหอะ

          ให้มันรู้ซะบ้างว่าของใคร...

 

 

           

 

            “พูดอะไรกับน้องเขา เขาถึงเดินหนีไปแบบนั้นน่ะ”

            “ป่าว” เสียงเรียบของผมตอบกลับไป มือที่ถูกจับอยู่ผมก็ชักออกก่อนจะเดินหนีอีกคนโดยไม่รอ บอกเลยว่างอน ไหนบอกว่าจีบผมอยู่ไงวะ แล้วดูดิ มีคนมาสารภาพรักแบบนี้ยังไม่ปฏิเสธอีก ตอบแค่อืมแบบนั้นใครมันจะเข้าใจอะ (-_-*)

 

 

            “รอกันบ้างดิ” มาร์คเดินมาตัดหน้าผม แขนของเขารั้งที่ข้อมือผมไว้เพื่อไม่ให้ผมเดินหนี

            ผมมองใบหน้าหล่อตรงหน้านิ่ง แม่ง! ยิ่งมองยิ่งหมั่นไส้อะ หล่ออะไรขนาดนี้วะ รู้ตัวบ้างไหมว่าทำให้ใครชอบบ้าง ให้ตายเถอะ! ผมมองหน้ามาร์คคิ้วขมวดก่อนจะใช้มือตัวเองปิดไปที่หน้าอีกคนอย่างหมั่นไส้

 

 

            “เลิกทำหน้าหล่อสักทีได้ไหม!” ผมว่า

            “อะไรเนี่ย...” มาร์คจับมือของผมออกจากหน้าตัวเอง ก่อนที่เขาจะจับมันเอาไว้แน่น

            “ไหนบอกว่าจะจีบ แล้วทำไมถึงมีคนมาสารภาพรักกับนาย ห้ะ”

            “ก็คนมันหล่อ”

            “มาร์ค!!

            “ไม่งอนสิ มาร์คก็อยู่กับแบมเนี่ย” เขาเอามือของผมไปจับไว้ที่ข้างแก้มของตัวเอง

            ผมเคยบอกไหมว่ามาร์คน่ะเหมือนคนสองบุคลิก ทุกครั้งที่มาร์คอยู่กับคนอื่นมาร์คมักจะเป็นผู้ชายนิ่งๆ สุภาพ ไม่พูดมาก พอพูดแต่ละครั้งก็โคตรประหยัดคำ แถมยังเป็นคนที่มองจะไม่สนใจโลกอะไรมากมายด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

            แต่พอเขาได้อยู่กับผมสองคนทีไรนะ... ก็เล่นเอาผมใจเต้นผิดจังหวะแทบทุกที แถมยังชอบแทนตัวเองด้วยชื่ออีก ผมน่ะอยากถามหลายรอบแล้วว่าทำไมต้องเรียกแทนตัวเองแบบนั้น แต่ก็ไม่เคยกล้าถามสักที เพราะกลัวว่าอีกคนจะเลิกพูดไปเพราะคิดว่าผมไม่ชอบ... แต่เอาจริงผมน่ะโคตรชอบเวลามาร์คพูดแทนตัวเองด้วยชื่อเวลาคุยกับผมนะ ผมรู้สึกว่าผมสำคัญ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษเพียงคนเดียวที่ได้เห็นมาร์คในมุมแบบนี้...

 

 

 

            “ถ้านายจะจีบฉัน นายก็ควรรู้ไว้นะมาร์ค”

 

            “.....”

 

          “ฉันน่ะขี้หวง”

 

            “....”

 

          “และยิ่งหวงมากขึ้นไปอีก ถ้ามันเป็นเรื่องของนาย”

 

 

 

          รอยยิ้มของมาร์คค่อยๆผุดขึ้นมาบนใบหน้า ผมอยากให้มาร์ครู้ว่าเขาเองก็สำคัญกับผมเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าผมมองข้ามกับประโยคที่เขาเคยบอกว่าจะจีบ ผมรู้ว่าผมเองก็สำคัญกับมาร์ค และมาร์คก็พยายามให้ความสำคัญกับผมมากกว่าคนอื่น ดูอย่างตอนที่เขาบอกว่าไม่อยากเล่นละครนั่นแล้ว ผมรู้ว่ามาร์คยังไม่ได้คิดถึงความรู้สึกตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าอยากเล่นรึป่าว เพียงแค่เขามองตาผม เขาก็มองออกหมดแล้วว่าผมไม่อยากให้เล่น เขาถึงตอบไปแบบนั้น

 

            ผมน่ะเอาแต่ใจ ส่วนมาร์คเองก็ชอบตามใจ เขาให้ความสำคัญกับผมเสมอ ดูแลผมเสมอ และเป็นห่วงผมเสมอ ส่วนผมเองก็อยากทำให้เขารู้ว่าผมก็ให้ความสำคัญกับเขาเหมือนกัน...

 

 

            อยากให้เขารู้...

            ว่าเส้นทางที่ผมเลือกเดิน...

 

 

            มันจะคือเส้นทางเดียวกับเขา...

 

 

 

            “....”

 

            “นายขี้หึง ฉันก็ขี้หวงนะมาร์ค รู้ไว้ด้วย” ผมเบะปากบอกอีกคน มาร์คยิ้มออกมาเหมือนกำลังพอใจกับประโยคที่ได้ยิน

 

            “แล้วมาร์คจะโดนทำโทษไหม?”

 

            “....?”

 

            “ก็ที่ทำให้แบมหวง”

 

            “......” ผมคิ้วขมวดงงหนักเข้าไปอีกเมื่ออีกคนว่าแบบนั้น มาร์คเดินเข้ามาใกล้ เขายังคงจับมือผมเอาไว้ก่อนที่ใบหน้าจะโน้มมากระซิบที่ข้างหู

 

 

            “ลงโทษแบบที่มาร์คลงโทษแบมเมื่อวาน”

            O////O

 

 

          “แบมไม่อยากลงโทษมาร์คบ้างหรอ”

 

            “มาร์ค!!!!

 

 

 

 

 

          ไอ้บ้าๆๆๆๆ ใครมันจะไปคิดแบบนายวะมาร์ค!!!

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

;;

#ออนอินสตาแกรม

bambam1a X mtuan

ตอนใหม่มาแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนร้า

บอกก่อนว่าช่วงต้นเดือนก.ค อาจจะลงช้านะงับ เพราะติดธุระ 1-2 อาทิตย์

 

ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามนะงับ!

Thank U

 

Twitter : @itsokaymb (ทวิตเตอร์หลัก)

@iamvatha (ทวิตเตอร์นิยาย)

 

 

           

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 344 ครั้ง

894 ความคิดเห็น

  1. #849 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:31
    น่ารักอ่ะ ตามใจก็เก่ง อ้อนก็เก่ง
    #849
    0
  2. #738 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 15:17
    555เออ มาร์คไม่เหนจีบเลบ เพราะจีบตืดแล้วใช่ปะ45
    #738
    0
  3. #581 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 14:35

    ร้ายอะมาร์คเขินน

    #581
    0
  4. #565 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 10:38
    คุณมาร์คต้วนเนี่ย เหมือนมี2หน้าอ่ะ

    หน้าที่อยู่กับแบม กับหน้าที่อยู่กับคนอื่น
    #565
    0
  5. #558 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 20:39
    โอ้ยยยยย พ่อออออ เขินนนน
    #558
    0
  6. #377 สะใภ้มกโพ. (@bamsuayyyyyyy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 01:16

    อ่านรวดเดียว โง้ยยย คือชอบมากอะ เขินมากๆๆๆเลยด้วย ฮื้ออออ รอไรท์น้า <3
    #377
    0
  7. #376 mu-o (@mu-o) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 23:33
    เมื่อไหร่เค้าจะเป็นแฟนกันนนนนนนน
    #376
    0
  8. #373 polijyuonhjf (@polijyuonhjf) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 22:06
    หยอดเก่ง #รอออ
    #373
    0
  9. #370 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 23:45
    หวงๆด้วยคนค่ะ
    #370
    0
  10. #364 Joyler (@Joyler) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 20:33
    ร้าย!!!!!
    #364
    0
  11. #357 onibodyslim (@onibodyslim) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 12:04
    น้องฝ้ายควรไปพักอ่ะหนู
    #357
    0
  12. #355 ChanBaek_6104 (@Phatomhive) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 03:43

    กรี๊ดดดดด~ อิจฉาน้องแบมมากกกก
    #355
    0
  13. #354 BSmtb42 (@bamvararuk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 01:55
    ทุบไปสักที พี่มาร์คหง้อเลยหน่า55555
    #354
    0
  14. #352 FangTanarak (@FangTanarak) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 01:21

    ชอบอ่ะ คนนึงขี้หึง อีกคนก้อขี้หวง มันน่ารักมากกกกกกกกกก
    #352
    0
  15. #351 NUNKORNKANOK (@NUNKORNKANOK) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 00:23
    น้องแบมฟาดไปเลยลูกแม่ แต่แบ่บแม่จ๋าหนูไม่ไหวกับคุณมาร์คฮรือออ น้องแบมจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเลย//อินเนอร์เรนนี่
    #351
    0
  16. #350 DaDa Suttida (@dadajibi1990) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 00:03

    แบมเก่งมากลูก&#8203; ของเราก้อคือของเรา&#8203;
    #350
    0
  17. #348 fernlovepaint (@fernlovepaint) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:30
    มันต้องแบบนี้สิลูกอบมแบมของๆเราใครจะมายุ่งไม่ได้
    #348
    0
  18. #347 IMBB947g (@IMBB947g) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:29
    สุดไปเลยลูกกกกกก
    #347
    0
  19. #346 DgKookkik (@DgKookkik) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:25
    แบบนี้ต้องโดนลงโทษนะแบม-///-
    #346
    0
  20. #345 fun607 (@fun607) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:17

    น่ารักมากคั้บบบบบบบบ
    #345
    0
  21. #344 fun607 (@fun607) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:17
    รอนะคะ ฮืออออ
    #344
    0
  22. #343 มิรา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:16

    แหมมาร์คคนหล่ออออ

    #343
    0
  23. #340 DOWNee40 (@DOWNee40) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 21:51
    แซ่บมากลูกเอ้ย
    #340
    0
  24. #339 Duckkypet (@a-z46) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 21:50
    ฟิคเรื่องนี้ห้ามอ่านในที่สาธารณะ ต้องการตามลำพังเท่านั้น บิดแล้วบิดอีก ยิ้มเป็นคนบ้า จะตายแล้วววฮืออออ จีบกันภาษาอะไรห๊ะมาร์คแบมหวานกว่าคนเป็นแฟนกันอีกไม่อยากคิดตอนเป็นแฟนกันแล้ว เตรียมผ้าเช็ดหน้ามากัดระหว่างอ่านเลย5555555

    น้องฝ้ายไม่น่าเลิกราวีง่ายๆ แต่ชอบอ่ะนายเอกเรื่องนี้ไม่ยอมคนนะ พระเอกก็หลงแบบหถวปรักหัวปรำอีก
    #339
    0
  25. #338 23:54pm (@aerng_aerng) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 21:36
    ก็คือยังไม่ได้เป็นแฟนกันแต่หวานแบบตายไปเลยยย ^^
    #338
    0