#ออนอินสตาแกรม - markbam

ตอนที่ 12 : special : "เรื่องของมาร์ค"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62



ตอนพิเศษ

- เรื่องของมาร์ค

 

           

 

            “มีอะไรให้ช่วยก็บอก เดี๋ยวกูขับรถมาหา”

            “อืม” ร่างสูงที่เดินนำเข้าห้องมาพยักหน้าให้กับเพื่อนสนิทสองสามที กระเป๋าเดินทางสองใบถูกมาร์คปล่อยวางไว้ให้อยู่กลางห้องนั่งเล่นของที่พักที่ใหม่ คอนโดหรูราคาแพงที่เพิ่งเปิดขายตั้งแต่ปีที่แล้ว และเพิ่งเปิดให้เข้าอยู่เมื่อต้นปีที่ผ่านมากำลังโดนเจ้าของห้องคนแรกและคนเดียวสอดส่องไปทั่วบริเวณ

 

 

          ห้องน่าอยู่...

          แต่รู้สึกว่ามันหรูเกินไป...

 

 

            มาร์คคิดแบบนั้น แต่จะให้ทำยังไงได้ เพราะเรื่องที่อยู่นี่แม่ของเขาก็เป็นคนจัดการให้จนหมด และรู้มาว่าคอนโดนี้ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมเสริมของอาเขาด้วยเช่นกัน เพราะแบบนั้น มาร์คยิ่งไม่สามารถขัดใจและย้ายที่อยู่ไปไหนไม่ได้เลย

 

 

            “ความจริงมึงน่าจะเข้าโรงเรียนเดียวกับกูนะมาร์ค จะได้ทำอะไรสะดวกๆ”

            “รำคาญมึงไง” มาร์คตอบอีกคนโดยที่ไม่ได้มองหน้าด้วยซ้ำ เขาเดินไปหยิบน้ำเย็นในตู้เย็นมารินใส่แก้วสองใบเกือบเต็ม ก่อนจะเดินหันหลังไปหาเพื่อนที่นั่งพักอยู่บนโซฟา และยื่นแก้วน้ำไปให้

 

            “ขอบใจ”

            แจ็คสันคือเพื่อนสนิทของมาร์คคนหนึ่งที่เป็นคนฮ่องกง แต่ดันไปโตและเรียนที่อเมริกาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่ประถม ไม่แปลกที่เขาสองคนจะสนิทกันมาก มากจนมาร์คคิดว่ามันเริ่มมากเกินไป (-_-) นี่ยังไม่รวมเซนเพื่อนคนไทยที่สนิทมากและรู้จักกันตอนมอต้นด้วยอีกคน รายนั้นเป็นคนไทยที่ย้ายไปเรียนอเมริกาตามหน้าที่การงานของครอบครัว กลุ่มมาร์คมีกันอยู่สามคนแบบที่สนิทกันจริงๆ สนิทกันมากจนขนาดแค่มองตาก็รู้หมดจนเหมือนอ่านใจ

            และวันนี้คงเป็นอีกวันหนึ่งที่มาร์คคงจะต้องขอบคุณเพื่อนคนนี้มากๆ เพราะมาร์คเพิ่งจะมาไทยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา นั่นทำให้ความจำทั้งหมดของเขาถูกลบออกไปแทบจะหมด ถนนหนทางดูเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับตอนเด็กๆที่เขาเคยมาเที่ยวเล่นกับครอบครัว แถมเรื่องการเดินทางมาคอนโดนี่มาร์คก็มีความรู้เท่ากับศูนย์ ทั้งๆที่แม่ของเขาย้ำเรื่องการเดินทางนักหนา สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนต้องโทรขอความช่วยเหลือจากแจ็คสัน โชคดีที่แจ็คสันมาเรียนที่นี่ก่อนแล้วแถมยังทำการบ้านมาซะดิบดีในเรื่องของการเดินทาง เพราะงั้นมาร์คเลยไม่ต้องพยายามมาคอนโดเองคนเดียว แต่มีเพื่อนอย่างแจ็คขับรถไปรอรับเขาที่สนามบิน แถมขับรถมาส่งเขาที่คอนโดอีกต่างหาก

 

 

            “ถามจริง ไหนบอกตอนแรกจะไปเรียนที่แคนาดาแล้วไหงอยู่ๆถึงมาที่ไทย แถมยังเข้าโรงเรียนเอกชนธรรมดาๆอีกวะ”

            แจ็คสันหันมามองหน้าอีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันอย่างจริงจัง เขาสงสัยจริงๆนั่นแหละว่าทำไมมาร์คถึงเลือกเข้าโรงเรียนเอกชนธรรมดาๆ แถมอยู่ๆก็ย้ายประเทศมาเรียนที่ไทยเฉยทั้งๆที่ตอนแรกเขาชวนมาเรียนด้วยกันแทบตายแต่ก็ไม่มา ไม่พอมาร์คยังเข้าโรงเรียนเอกชนธรรมดาๆอีกต่างหากแทนที่จะเข้าโรงเรียนนานาชาติแบบเขา เพราะการที่เราเป็นคนต่างชาติ การเรียนโรงเรียนนานาชาติมันดีกว่าไหนๆ ไม่ต้องพยายามเรื่องภาษามาก ถึงแม้แจ็คสันจะพูดภาษาไทยได้และโต้ตอบได้อยู่ในระดับที่เรียกว่าดี แต่การเรียนเป็นภาษาที่เราคุ้นเคยมันก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แถมได้มีเพื่อนหลากหลายสัญชาติอีกต่างหาก ไม่ต้องพยายามปรับตัวเยอะ เพราะวัฒนธรรมมันก็คล้ายๆกันหมด

 

 

            “ก็บอกอยู่ว่ารำคาญมึง”

            “เอาดีดี ไอ้สัด!

            “เรื่องโรงเรียนแม่เลือกให้ ส่วนประเทศกูก็แค่ไปเจออะไรดีดีเข้า ก็เลยอยากมา”

            “แล้วคุณหญิงเขาก็ยอมให้มึงเข้าโรงเรียนเอกชนธรรมดาๆแบบนั้นด้วยอะนะ?” แจ็คสันทำหน้าไม่เข้าใจ เพื่อนเขาน่ะรวยจะตายไป การที่ได้มาเรียนต่างประเทศมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก แต่ที่แปลกก็คือโรงเรียนที่แม่มาร์คยอมให้เข้า มันไม่ใช่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงหรือติดหนึ่งดับต้นๆของไทยไง ถึงค่าเทอมจะแพงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขนาดที่ว่าแบบ... โอ้โห้ อยากเข้าที่นี่จังเลย.. แบบเนี๊ย! (-_-)

 

 

            “กูบอกว่าอยากเข้าโรงเรียนธรรมดา ตอนแรกแม่กูก็มีบ่น แต่สุดท้ายก็จัดการให้”

            “ถ้าอยากเข้าโรงเรียนธรรมดา ทำไมมึงไม่เข้าโรงเรียนรัฐบาลไปเลยล่ะ” น้ำเสียงประชดประชันของแจ็คสันทำให้มาร์คหันมามองนิ่งก่อนที่หมอนอิงที่เจ้าของห้องพิงอยู่จะถูกปาใส่อีกคน พร้อมกับคำด่าแบบไม่มีเสียง

           

 

 

ติ้ง!

 

           

            เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์มาร์คดังขึ้น แรงสั่นเบาๆจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังทำให้มาร์คเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนที่รอยยิ้มจางๆจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคนหล่อ

 

 

          bambam1a just posted a photo

 

 

            แจ็คสันมองคนยิ้มยากที่นานๆจะได้เห็นสักทีด้วยคิ้วขมวด เจ้าตัวเขยิบเข้ามาส่องมือถือของเพื่อนตัวเองช้าๆ ก่อนที่ภาพบนมือถือจะอธิบายเขาทุกอย่างถึงเหตุผลของรอยยิ้มที่เขาเห็น

 

 

            “คุณบิงซูของมึงหรอวะ?” มาร์คเงยหน้ามองแจ็คนิ่ง พยักหน้าสองสามทีเป็นคำตอบ แจ็คสันถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนจะทำท่าล้อเลียนเพื่อนตัวเอง

            “......”

            “กับเพื่อนไม่เห็นจะยิ้มแบบนี้บ้าง ทีกับคุณบิงซูอะไรของมึงนี่ยิ้มเอาๆ”

            บอกเลยว่าแจ็คสันโคตรน้อยใจ เพราะเพื่อนเขาคนนี้จะยิ้มสักทีมันนับครั้งได้เลย เป็นพวกยิ้มยากยิ้มเย็น จำได้ตอนที่เขา เซน และมาร์คไปสัมภาษณ์งานเพื่อนทำเข้าชมรมฟันดาบ ตอนนั้นไอ้มาร์คแม่งไม่ยิ้มเลย เขาถามอะไรมา มันก็ตอบสั้นๆ ถามคำตอบคำอะเอาง่ายๆ เขาที่นั่งมองอยู่ถึงกับกุมขมับ แล้วก็บอกนะ ก็ได้คำตอบกลับมาที่ว่า

 

 

          มึงจะให้กูยิ้มอะไร กูไม่ได้แฮปปี้ตลอดเวลาจนเหมือนคนบ้าแบบมึงนิ

 

 

          โดนตอกกลับไม่พอ แถมยังโดนหาว่าเป็นคนบ้าอีก แต่พอคิดไปคิดมามันก็จริง ถ้าไม่มีเรื่องตลกหรือมีความสุขขนาดนั้นก็ไม่จำเป็นต้องยิ้มก็ได้ หรือว่าเขาเป็นบ้าจริงๆวะ...?

 

           

          “แจ็ค.. พากูไปร้านนี้หน่อย” แจ็คสันมองจอโทรศัพท์มือถือที่ถูกโชว์ขึ้นมาต่อหน้า ชื่อร้านและสถานที่ตั้งที่เป็นคำตอบของคุณบิงซูนั่นเขาพอรู้จัก มาร์คมองหน้าเพื่อนตัวเองนิ่งเหมือนกำลังรอคำตอบอย่างคาดหวัง

 

            “ก็พอไปได้..”

            “..... งั้นไปกัน” มาร์คทำท่าจะลุกออกไป แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวไปไหนแจ็คสันก็รั้งแขนเอาไว้ก่อน

            “เดี๋ยว”

            “..?”

            “ทำไมมึงต้องคอยไปกินอาหารตามคุณบิงซูอะไรนี่ตลอดเลยวะ? กูไม่เข้าใจ”

            เรื่องนี้เขาสงสัยมานานแล้ว แอคไอจี bambam1a ไม่รู้ว่ามีอะไรดี เขาและมาร์คเรียกแอคนี้ด้วยชื่อ คุณบิงซู เพราะมาร์ครู้จักแอคนี้เพราะภาพบิงซูมะม่วงที่ถูกถ่ายลงไอจี มันเป็นภาพที่ปรากฏขึ้นในช่องที่สองของแอพอินสตาแกรมจากคนที่เราไม่ได้ติดตาม แต่ระบบแรนด้อมมาให้จากคนที่คนของเราติดตามอีกที วันนั้นเขาจำได้ดีว่าคนที่ไม่ค่อยจะทานหวานอย่างมาร์ค อยู่ๆก็ชวนเขากับเซนไปกินบิงซูด้วยกัน นั่นทำเอาทั้งแจ็คและเซนงงไปตามๆกันที่อยู่ดีดีก็ถูกชวน จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็เห็นไอ้เพื่อนตัวดีอย่างมาร์คเอาแต่คอยเม้นนั่นเม้นนี่ตอบโต้ไปมากับแอคนี้ตลอด

            แอค bambam1a คือแอคที่มาร์คเริ่มกดติดตามหลังจากที่เห็นภาพบิงซูนั่น เป็นแอคที่เจ้าของแทบจะไม่ได้ลงรูปตัวเองเลย ถึงจะมีบ้างแต่บางรูปก็ปิดหน้า บางรูปก็เป็นภาพที่ถ่ายแบบครึ่งตัว... ครึ่งตัวแบบท่อนล่างเนี่ย! เพราะงั้นทั้งเขาและมาร์คเลยไม่เคยรู้จักเจ้าของแอคเลยสักครั้ง รวมถึงเซนด้วย

 

           

            “หิวข้าว...”

            “มาร์ค...”

            “พากูไปแดกข้าว” มาร์คมองมาที่เพื่อนตัวเองนิ่ง แจ็คสันถอนหายใจออกมาก่อนจะปล่อยแขนเพื่อนตัวเองก่อนจะควักกุญแจรถออกมา

 

            “ไปก็ไป... อย่างน้อยแอคนี้ก็คงทำให้มึง move on ได้บ้าง...”

            “......”

            “......”

 

 

          เงียบ...

            เขาทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ และเป็นมาร์คที่เลือกที่จะหลบสายตาไปก่อน

 

 

          move on มันคือการอยู่ในสถานที่เดิมโดยที่ไม่รู้สึกอะไรแล้วไม่ใช่หรอวะ”

            แจ็คสันมองเพื่อนตัวเองนิ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไร เขารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ต้องเจอและผ่านอะไรมาบ้าง กาลเวลาที่ผ่านไปแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรให้มันดีขึ้นเลย บาดแผลมันหายไปนานแล้วก็จริง หายไปโดยไม่ทิ้งรอยช้ำ หรือแม้แต่รอยแผลเป็นก็ไม่มี

 

 

            มีก็แค่ความรู้สึก...

            ความรู้สึกที่แค่เพียงเราเอื้อมมือไปโดน มันก็พร้อมที่จะระเบิดออกมาและกลายเป็นบาดแผลอีกรอบ...

 

 

            “อยากทำอะไรก็ทำ รู้สึกอะไรก็พูด กูพร้อมที่จะสนับสนุนมึงทุกอย่างนะมาร์ค ไอ้เซนก็ด้วย แม่มึงก็ด้วย พ่อมึงก็ด้วย...”

            “......”

            “และกูว่า...เขาเองก็ด้วย....”

            “......”

            ความจริงแล้วแจ็คสันก็ไม่อยากจะพูดถึงคนนั้นขึ้นมาเหมือนกัน เพราะมันคืออดีตที่ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ถึงแม้คนๆนั้นจะเป็นเหตุผลที่ทำให้มาร์คอ่อนแอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าคนนั้นจะทำให้มาร์คเข้มแข็งขึ้นและกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

            กลับมาเป็นเหมือนเดิมในความหมายของเขาไม่ใช่การกลับมาเป็นคนยิ้มเก่งหรือเป็นคนร่าเริงแบบคนอื่นๆ เพราะมาร์คไม่ใช่คนที่จะยิ้มพร่ำเพรื่อหรือเป็นพวกชอบเข้าสังคมอยู่แล้ว สังคมทุกวันนี้ที่มาร์คมี ก็เพิ่งจะมามีช่วงหลังๆที่เขาและเซนดึงดันพยายามพามาร์คออกไปเจอ แต่การกลับมาเป็นคนเดิมของแจ็คสันคือ การที่มาร์คสามารถอยู่ในสถานที่ที่อีกคนเคยชอบ โดยที่ไม่รู้สึกอะไรได้...

 

 

            เหมือนการ move on แบบที่มาร์คบอก...

          อยู่ได้ในที่ๆเดิม สภาพแวดล้อมเดิมๆ โดยไม่รู้สึกอะไร....

 

 

            “ขอโทษที่พูดขึ้นมา แต่กูก็อยากให้มึงเดินหน้าไปได้สักที”

            “....อืม” มาร์คไม่ได้โกรธที่อีกคนพูดถึงคนนั้น เขาไม่เคยโกรธ แต่แค่ใจมันยังไม่พร้อมที่จะรับฟังไปมากกว่านี้ แค่นั้นเอง...

            “แล้วบอกเขารึยัง ว่ามาอยู่นี่”

            “บอกแล้ว...”

            “อืม.... งั้นก็ไปแดกข้าวกัน!” แจ็คเดินไปกอดคอมาร์คก่อนจะลากให้เดินตามมาด้วยแรงตัวเอง คีย์การ์ดที่ถูกเสียบอยู่ข้างประตูถูกคนที่ไม่ใช่เจ้าของห้องดึงออกมาก่อนจะส่งให้อีกคน

 

 

            รถหรูเคลื่อนตัวออกจากคอนโดราคาแพงเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่มาร์คต้องการจะไป ถนนในยามเย็นไม่ได้โล่งเหมือนที่เมกา แถมดูเหมือนว่าจะติดกว่าเป็นไหนๆในความคิดมาร์ค สายตาสอดส่องไปตามทางที่ผ่านมาอยู่ตลอด และในที่สุดร้านอาหารที่เขาต้องการจะมาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

            แจ็คสันและมาร์คก้าวลงจากรถก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้านที่มีพนักงานของร้านคอยต้อนรับอยู่ เมนูที่แจ็คสันสั่งคือเมนูที่เจ้าตัวชอบ ส่วนเมนูที่มาร์คสั่ง นั้นคือเมนูในภาพที่อยู่ในอินสตาแกรม...

 

 

            “มาแดกร้านเดียวกับเขาไม่พอ... ยังสั่งแบบเดียวกับเขาอีก..” แจ็คสันท้ายคางมองจานอาหารที่มาเสิร์ฟมาร์คก่อน

            “เสือก” มาร์คตอบกลับมาสั้นๆก่อนจะหันมาโทรศัพท์ในมือของตน แจ็คสันส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยที่จะพูด เขาเลยเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเล่นบ้างเพื่อรอให้อาหารจานหรูของตัวเองมาเสิร์ฟบ้าง

 

 

            “โอ้โห... กินที่เดียวกันไม่พอ สั่งเหมือนกันยังไม่พอ นี่มึงยังถ่ายรูปมุมเดียวกับเขาอีกหรอ” แจ็คสันชูรูปภาพจากแอคของคนที่นั่งตรงข้ามขึ้นมา มาร์คเงยหน้ามองแจ็คสันนิ่ง ก่อนที่เขาจะไม่ได้สนใจอะไรแล้ววางโทรศัพท์ หันมาสนใจอาหารตรงหน้าแทน

 

 

            แจ็คสันส่ายหัวให้กับคนที่เงียบเป็นคำตอบ เพื่อนเขาคนนี้มองจะติดแอคนี้เข้าให้แล้วจริงๆ แจ็คสันคิดแบบนั้น เขาคิดแบบนั้นมาตลอด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            จนกระทั่ง....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            วันหนึ่งที่เขาไปหามาร์คที่คอนโด...

 

 

            “กลับช้าจังวะ กูรอโคตรนานจนยามแทบจะมาไล่กูละ” แจ็คสันลุกขึ้นยืน มือเก็บโทรศัพท์ที่เล่นจนเครื่องร้อนลงกระเป๋ากางเกง มาร์คเดินมาหาด้วยท่าทางหมดแรง ในมือเต็มไปด้วยของกินจนดูพะรุงพะรัง

            “มาหาหรอวะ..”

            “เออ! แล้วนี่อะไรเยอะแยะ...”

            “.......แบมซื้อให้”

            “แบม?... หัวหน้าห้องมึงอะนะ?” แจ็คสันถาม เขาจำได้ว่าคนที่ชื่อแบมคือคนที่เป็นหัวหน้าของมาร์ค เพราะอีกคนโทรมาเล่าให้ฟังว่าครูประจำชั้นให้หัวหน้าห้องคอยดูแลเพื่อนเขา และคนที่ดูแลก็คือคนที่ชื่อแบม

 

            “อืม...” มาร์คตอบมาเบาๆ มือของเขายืนถุงบางถุงไปให้แจ็คสันช่วยถือ ร่างสองร่างเดินตามกันไปจนถึงลิฟต์ บัตรคีย์การ์ดดูสแกนก่อนที่ชั้นที่เจ้าของห้องอยู่จะถูกกด

 

           

 

ติ๊ด!

           

            ประตูห้องเดิมที่แจ็คสันเคยเข้ามาแล้วถูกเปิดออก รองเท้าราคาแพงถูกถอดทิ้งไว้โดยที่ไม่ได้เก็บเข้าชั้นให้เป็นระเบียบ แจ็คสันมองอีกคนที่เดินเอาของทั้งหมดไปวางตรงเคาน์เตอร์บาร์ก่อนที่จะเดินไปทิ้งตัวนอนเอามือก่ายหน้าผากบนโซฟา

 

 

            “เป็นไรวะ” มาร์คในวันนี้มันไม่ปกติเหมือนทุกวัน แจ็คสันสัมผัสได้ เขาเป็นเพื่อนมันมากี่ปีแล้วทำไมจะไม่รู้

            “แจ็ค...”

            “....อืม”

            “กูว่ากูเริ่มยึดติดอีกแล้ววะ” เสียงเอื่อยของอีกคนทำให้แจ็คสันที่เพิ่งจะทิ้งตัวนั่งบนที่พักแขนโซฟาต้องคิ้วขมวด เขาไม่เข้าใจคำว่ายึดติดของมาร์ค คือมันหมายถึงอะไร แล้วมาร์คยึดติดอะไร...

 

            “หมายถึง...?”

            “แบม..”

            “.......”

            “กูว่า....”

            “ไอ้มาร์ค... มึงหูแดง!!” คนที่ถูกทักรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งพร้อมกับมือที่จับเข้าที่หูทั้งสองข้าง แจ็คสันรีบเดินไปแกะมือของอีกคนออก ก่อนจะเห็นชัดๆว่ามันแดงจริงๆ ถึงจะไม่มากแต่ก็แดง แจ็คเป็นเพื่อนมาร์คมาตั้งกี่ปีทำไมจะไม่รู้ ว่าเวลาอีกคนเขิน หูก็มักจะแดงมาก่อนหน้าเสมอ

 

            “......”

            “มึงชอบแบมหรอวะ?”

            “ปะ...ป่าว”

            “แล้วหูแดงเพื่อ? แหนะๆ แบมของมึงนี่น่ารักถึงขนาดทำให้เพื่อนกูหลงรักโดยใช้เวลาไม่กี่วันได้เลยหรอวะ”

            “คนสวยขนาดที่มองตาไม่กี่นาที ก็ได้ขึ้นเตียงมาแล้วยังมี” มาร์คตอบกลับมาอย่างไม่อายปาก เออ! เข้าใจว่าเพื่อนเขามันเอาเก่ง แต่มันไม่เหมือนกันไหมล่ะ!

 

            “แต่คนสวยที่มึงเคยเอาก็ไม่เคยทำให้มึงหูแดง”

            “...อืม”

            “แล้วเป็นไง ไหนลองเล่าอาการให้หมอฟังสิ” รอยยิ้มร้ายของแจ็คสันปรากฏขึ้น หมอนอิงถูกนำมาวางไว้ที่หน้าตักของแจ็คสัน ต่อมอยากรู้อยากเสือกเรื่องของเพื่อนมันกำลังทำงานอย่างเต็มระบบแล้วในตอนนี้

 

            มาร์คเงียบไปสักพักก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องของวันนี้ให้กับเพื่อนสนิทตัวเองฟัง แจ็คสันฟังเงียบบ้างถามบ้างตลอดการเล่า

 

 

            “จบแล้ว”

            “กูว่า 20%” ผลการวิเคราะห์วินิจฉัยของแจ็คสันถูกพูดออกมา มาร์คนั่งมองอีกคนนิ่งอย่างไม่เข้าใจ

            “....?”

            20% จุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีดี...” มุมปากของแจ็คสันยกยิ้มขึ้น มือขวาขยี้ไปที่ผมของมาร์คอย่างกวนประสาท ก่อนที่มือนั้นจะถูกปัดออกอย่างไม่สบอารมณ์

            “เพื่อนเล่นมึงหรอ...”

            “เออ! หรือมึงจะมาเป็นผัวกูละ?”

            “ส้นตีนแจ็ค!” มาร์คชูนิ้วกลางให้อีกคนที่นั่งหัวเราะเหมือนสะใจที่ได้แกล้งเขา หัวหนักๆทิ้งลงพิงโซฟาที่เจ้าตัวพิง แจ็คสันจับที่ไหล่มาร์คก่อนจะเปลี่ยนท่าทีมาเป็นจริงจังแทน

 

 

            “ชอบก็จีบ มึงรู้คำตอบของใจของมึงอยู่แล้วมาร์ค อย่าทำให้มันยากเหมือนเมื่อก่อน...”

            “......”

 

          “การซื่อสัตย์กับความรู้สึกมันไม่ใช่เรื่องยากเว้ย แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการจัดการกับความรู้สึก...”

 

            มาร์คมองมาที่อีกคนนิ่ง เขารู้สึกมาตลอดว่าถึงแม้แจ็คสันจะบ้าๆบอๆ มีเพื่อนเยอะ เข้ากับคนง่าย แต่พอในยามที่เขาต้องการคำปรึกษา แจ็คสันกลับเป็นคนที่ให้คำปรึกษาได้ดีที่สุด ดีมาตลอด...

 

 

            “......”

            “ไหนมึงลองตอบกูนะ”

            “......อืม”

            “ถ้ามึงมีความสุขมึงจะต้องแสดงอาการอะไรออกมา” มาร์คเงียบไป ก่อนจะตอบออกมา

            “...ยิ้ม?... หัวเราะ?”

            “ใช่ แล้วถ้ามึงเสียใจล่ะ”

            “ร้องไห้... คงร้องไห้หนักมากๆ...” มาร์คตอบเสียงแผ่วในประโยคท้าย เขาเคยเป็นมาก่อน การเสียใจจนร้องไห้ออกมาอย่างหนัก หนักจนไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะร้องออกมาได้มากเท่านี้...

 

 

            “แล้วถ้ามึงกลัวล่ะ...”

            “... สั่น? หวาดระแวง...?”

            “อืม แล้วทำยังไงถึงหายกลัว?”

            “หาทางออก แก้ปัญหา... คงงั้นมั้ง”

            “ใช่ แล้วถ้ามึงชอบใครสักคน มึงจะทำยังไง?”

            “......”

            “....ตอบดิ”

            “ก็คงจีบ....”

            “เก่งมาก เพื่อนใครวะเนี่ย” แจ็คสันยิ้มร่าพุ่งเข้ามากอดอีกคน แต่ยังไม่ทันจะได้หายใจรดต้นคอ มาร์คก็จัดการผลักอีกคนออกอย่างไม่ใยดี

           

            “มึงอยากโดนทืบจริงๆใช่ไหม” เสียงเข้มปล่อยออกมาอย่างเอาเรื่องจนอีกคนต้องยกมือสองข้างบ่งบอกว่าไม่แกล้งแล้วก็ได้        

 

            “ล้อเล่นหน่า... งั้นไหนมึงลองบอกกูหน่อย ว่าถ้ามึงดันเกิดความรู้สึกสองความรู้สึกขึ้นมา มึงจะทำยังไง?”

            “...?” มาร์คมองที่อีกคนคิ้วขมวด เขาไม่เข้าใจกับคำถาม และเขาตอบมันไม่ได้

            “ง่ายๆเลยนะ ถ้ามึงรู้สึกรัก และมีความสุขไปพร้อมๆกัน มึงจะเป็นยังไง?”

            “ก็ดีไม่ใช่รึไง จะถามทำไม” แบบนั้นมันก็ต้องดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ความรู้สึกเหมือนมีความสุขคูณสองแบบนั้น

 

            “ใช่! เพราะนั่น คือด้านบวกมาเจอกับด้านบวก”

            “อะไรของมึง?”

            “งั้นมึงตอบกูนะ.. ถ้าความรู้สึกรัก มาเจอกับความรู้สึกกลัวล่ะ? มึงจะทำยังไง...” มาร์คอึ้งกับคำถามของอีกคน เขาจะทำยังไงงั้นหรอ...

 

 

            จะทำยังไงได้ล่ะ..

            มันทำอะไรไม่ได้หรอก.. คำถามที่แจ็คสันถามเขา เขาไม่เคยโดนถาม แต่เขาเคยรู้สึก..

 

           

            “.....”

            “มึงเคยสัมผัสมาแล้วมาร์ค....”

            “....อืม”

            “แล้วกูก็จะไม่ถามว่าตอนนั้นมึงทำยังไง แต่มึงคงจำตอนจบของมันได้ดี...”

            “.....” มาร์คเงียบ เขาจำได้หมดทุกอย่างอย่างที่แจ็คสันบอกนั่นแหละ ในครั้งที่สองความรู้สึกมันเกิดขึ้นพร้อมกันจนเขาทำอะไรไม่ถูก มาร์คจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้ ไม่ได้เลยสักนิด.. จนสุดท้าย..

 

 

            “จำนะมาร์ค ทั้งความรู้สึกรักและความกลัว มันเป็นบวกและลบ เมื่อไหร่ที่มึงเกิดความรู้สึกมากกว่าหนึ่งขึ้นมา มึงอย่าเอาความรู้สึกที่เป็นลบเป็นตัวนำ แต่ให้มึงเอาความรู้สึกที่เป็นบวกเป็นตัวนำทางมึงไป.. มึงเข้าใจที่กูพูดไหม?”

            “......”

            “ถ้ามึงรักใครสักคน ในขณะที่อีกใจหนึ่งมึงก็กลัว กูอยากให้มึงกลับมาถามตัวเองก่อน ว่ามึงกลัวอะไร แล้วแก้ปัญหาได้ไหม ถ้าได้ มึงก็ปล่อยความกลัวนั้นไปก่อน แล้วใช้ความรักนำทาง แต่ถ้าไม่ได้ มึงควรหันหน้าไปคุยกับคนที่มึงรัก แล้วบอกเขาว่ามึงไม่สามารถแก้ปัญหาคนเดียวได้... ถ้าเมื่อไหร่ที่มึงไม่ไหว ให้มึงมองหาใครสักคนมาช่วยแบก.. ไม่ใช่แบกมันไว้อยู่คนเดียว มึงเข้าใจที่กูพูดไหม?”

            “.....อืม”

            “ดีมาก! งั้นไหนมึงลองตอบให้หมอชื่นใจสิ ว่าหลังจากนี้ มึงจะทำยังไงต่อ” สายตาเจ้าเล่ห์ของแจ็คสันส่งมาให้อีกคน มาร์คถอนหายใจออกมากับท่าทางกวนประสาทไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่ของแจ็คสัน

 

 

            “ยุ่งจังวะ...”

            “อ้าว! ก็อยากรู้ ตอบหน่อยดิวะ...”

            “......”

            “......”

           

 

 

 

          “ก็คง...

 

 

 

 

 

 

          ...จีบแบม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

 

            มาร์คน่าจะรู้ตั้งแต่แรก ว่าการรักใครสักคนมันไม่ใช่แค่การรู้สึกรัก และรู้สึกกลัวที่จะโดนปฏิเสธหรือกลัวการไม่ถูกยอมรับแค่นั้นอย่างที่แจ็คสันบอก แต่ในตอนนี้มันกลับมีอีกความรู้สึกหนึ่งที่มันค่อยๆกำเนิดขึ้นมาภายในใจเมื่อเราได้รักใครสักคน...

 

 

          นั่นคือ... ความรู้สึกหึง

 

 

            สายตาของมาร์คในตอนนี้กำลังทอดมองไปยังนอกหน้าต่าง สนามบอลที่ใหญ่กลางโรงเรียนกำลังสะท้อนเข้ามาในตาของเขาอยู่ในตอนนี้ แต่นั่นไม่ใช่จุดสนใจของมาร์ค.. เพราะตอนนี้สิ่งที่มาร์คกำลังสนใจอยู่ และสนใจมากเป็นพิเศษ นั่นคือบุคคลสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่กลางสนามนั่นต่างหาก..

            สื่อการสอนที่ครูผู้สอนประจำวิชากำลังบรรยาย นั่นไม่ได้เรียกความสนใจของมาร์คเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงแค่สนใจสิ่งที่ดึงดูดเขาอยู่นอกหน้าต่าง ในมือจับปากกาอยู่แต่ไม่ได้ลงมือเขียน ดวงตาคมมองไปที่แบมแบมและคนที่น่าจะชื่อฌอนนิ่ง...

 

            “คุณมาร์คคะ” เสียงเรียกของครูประจำวิชาคณิตเรียกคนที่กำลังไม่สนใจเธอให้หันมามอง มาร์คถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปสบตากับเธอนิ่ง

            “.....ครับ”

            “ออกมาทำโจทย์ข้อนี้หน่อย” โจทย์คณิตศาสตร์สำหรับเด็กมอห้าถูกเขียนอยู่บนกระดาน มาร์ควางปากกาอย่างไม่สบอารมณ์มากนักกับการโดนรบกวนในครั้งนี้ เขาไม่อยากปล่อยให้อีกคนคาดสายตาไปแม้แต่น้อย แต่เพราะครูที่เอาแต่ใจตรงหน้าแท้ๆ ทำให้มาร์คปฏิเสธไม่ได้...

 

           

          รีบๆทำให้เสร็จก็พอ

          คิดได้แบบนั้นมาร์คก็เดินไปหน้ากระดาษที่มีโจทย์ยาวเยียดถูกเขียนไว้ก่อนหน้า มือหนาหยิบปากกาไวน์บอร์ดขึ้นมา เปิดฝา และลงมือเขียนโดยที่ไม่มีท่าทางลังเลใดใดทั้งสิ้น

            เสียงฮือฮาของเพื่อนในห้องเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโจทย์ยากๆนั่นถูกแก้ออกโดยใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ มาร์คยื่นปากกาไวน์บอร์ดไปให้ครูสาวก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โดยที่ไม่รอเฉลยจากครูด้วยซ้ำ เพราะยังไงคำตอบที่เขาทำ มันก็ถูกอยู่แล้ว..

            สายตาของมาร์คหันไปสนใจนอกหน้าต่างอีกครั้ง และสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขาในครั้งนี้ ก็ทำเอามาร์คสบถออกมาอย่างไม่พอใจ เมื่อตอนนี้แบมแบมกำลังจับมือทั้งสองของรุ่นพี่คนนั้น แถมยังโดดไปมาตัวเหยงๆอีก เมื่อไหร่นะ เมื่อไหร่แบมจะรู้สักทีว่าการทำแบบนั้น มันไม่ใช่แค่น่ามอง แต่มันน่ารักมากขนาดไหน

 

            สุดท้ายมาร์คก็งอน! คำสบถด่าถูกพ่นออกมาตลอดการดูภาพที่ไม่น่ามองนั่น อยากจะวิ่งไปดึงให้แยกออกจากกันให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถ้าทำแบบนั้น แทนที่เขาจะได้งอน คงกลายเป็นแบมที่งอนเขาแทน...

 

 

            เมื่อมีคนหึง ก็ต้องมีคนงอน และเมื่อมีคนงอน ก็ต้องมีคนง้อ...

            ทฤษฎีนี้ไม่รู้ว่ามีใครบัญญัติไว้รึป่าว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันกำลังดำเนินไปตามทฤษฎี แต่มันกลับกันตรงที่... คนที่ง้อ มันดันเป็นมาร์คที่เป็นคนงอนก่อน...

 

 

            “เดี๋ยว...”

            แขนขวาของแบมถูกรั้งไว้ มาร์คมองอีกคนที่หันมาสบตานิ่ง เป็นความนิ่งในเชิงขอโทษ ความจริงในตอนแรกแบมออกมาง้อเขาแล้ว ง้อโดยคิดว่าเขางอนที่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่ห้องคนเดียว ความจริงมาร์คน่ะ หายงอนตั้งแต่แบมโทรมาแล้ว หายงอนตั้งแต่แบมเริ่มง้อแล้ว หายงอนไปตั้งนานแล้วต่างหาก

            แต่ที่เล่นตัว ก็เพราะอยากให้อีกคนง้อต่อ เข้าใจอารมณ์เขาไหม

            .....หายแล้วแหละ แต่ขออีกนิดให้หัวใจมันพองโตเล่นๆ ....

 

 

            แต่สุดท้ายความอดทนในการง้อของแบมก็จบลงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นว่าตอนนี้ เขากลับต้องเป็นฝ่ายที่ง้ออีกคนแทนซะงั้น คำขอโทษของมาร์คถูกพ่นออกมาไม่หยุด เขากำลังง้อแบม แถมตั้งใจง้อมากๆ สุดท้ายแบมก็หาย...

            นิ้วก้อยของเราต่างเกี่ยวเข้าหากันเป็นการสัญญา สัญญาว่ามีอะไรต้องบอกกัน และสัญญาว่าเราทั้งคู่ จะไม่ปล่อยมือกันไปไหน...

 

            มาร์คไม่รู้เลยว่าสัญญานี้แบมเข้าใจความหมายของมันรึป่าว แต่ใจของมาร์ค มันยึดมั่นและยึดติดกับสัญญานี้ไปหมดแล้ว...

 

 

            “อย่าปล่อยนะ...”

            “อืม... ไม่ปล่อยหรอก:)

 

           

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            และก็นั่นแหละ...

            เมื่อมีครั้งที่หนึ่ง ก็ต้องมีครั้งที่สอง..

 

 

 

            มาร์คเดินตามอีกคนตั้งแต่ในห้องเรียนจนกระทั่งมาหยุดตรงหน้าร้านคาเฟ่หน้าโรงเรียน ตอนแรกเขานึกว่าแบมแบมจะนัดเพื่อนเอาไว้ แต่นั่นกลับไม่ใช่...

            ชายแปลกหน้าคนที่มาร์คไม่รู้จักปรากฏขึ้นประชิดตัวแบม ไหล่เล็กถูกอีกคนโอบพร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์นั่นทำเอามาร์คถึงควันออกหู ยิ่งเห็นสองคนนั้นคุยกันไปยิ้มกันไปนั่นยิ่งทำเอามาร์คไม่พอใจ ร่างคนที่ยืนมองอยู่หน้าร้านตัดสินใจหยิบหนังสือคณิตศาสตร์ออกมาจากกระเป๋า มาร์คเปิดมันแบบมั้วๆก่อนจะใช้ปากกาคั่นที่หน้านั้นไว้ ไม่รู้หรอกว่าหน้าที่คั่นคือบทที่เรียนไปรึยัง เพราะเขาไม่ได้สนใจมันขนาดนั้น ในตอนนี้เขาสนใจคนที่นั่งคุยกันอย่างสนิทสนมในบนโต๊ะในร้านมากกว่า

 

 

            “ยิ้มอะไรนักหนาวะ”

            แจ็คสันเคยบอกว่าสิ่งที่ยากที่สุด ไม่ใช่การซื่อสัตย์กับความรู้สึก แต่เป็นการจัดการกับความรู้สึกต่างหาก และสิ่งที่มาร์คกำลังจะทำต่อไปนี้ ก็คือการกำจัดคนที่มาทำให้มาร์ครู้สึกหึงไง...

 

 

           

กริ๊ง กริ๊ง

           

            เสียงของกระดิ่งที่ติดอยู่ตรงประตูดังขึ้นเมื่อมันถูกเปิดออกโดยลูกค้าที่เพิ่งมาใหม่ มาร์คเดินเข้ามาในร้านที่เป็นเป้าหมาย สายตาคมกวาดมองรอบร้านที่เต็มไปด้วยนักเรียนที่มานั่งเล่นนั่งคุยกันหลังเลิกเรียน มีผู้หญิงหลายคนที่ต่างมองมาร์คตั้งแต่อีกคนเดินเข้าร้านมา สายตาที่มองมาคงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้หญิงเหล่านั้นต่างหลงในสเน่ห์คนผู้มาใหม่ขนาดไหน

 

 

            คนนั้นใครอะ โรงเรียนแกนิ หล่อมาก!’

          นั่นเด็กใหม่ห้องหนึ่งที่เขาลือกันปะ? หล่อกว่าที่คิดอีก

          หล่ออะ

 

           

            เสียงพูดคุยต่างๆและเสียงกระซิบจากคนไม่รู้จัก ไม่ได้ทำให้มาร์คสนใจเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงแค่มองไปทั่วร้าน มองข้ามคนในร้านพวกนั้นไป เพื่อเดินไปหาคนที่น่าสนใจมากกว่า...

 

 

            “แบม” มาร์คเดินเข้าไปทักคนที่เอาเมนูปิดหน้ากว่าครึ่ง สายตาคมหันมองคนที่นั่งตรงข้ามคนที่เขารู้จักดี แบมแบมแนะนำเขาให้อีกคนรู้จัก รอยยิ้มที่ยิ้มอย่างพยายามกวนประสาทเขาทำให้มาร์คสบตานิ่งอย่างไม่พอใจ...

 

            เบสงั้นหรอ...

            จีบแบมงั้นหรอ...

            เคยไปบ้านกันงั้นหรอ...

 

 

            เหอะ!!!

           

 

            ในตอนนี้ ถ้าเปรียบมาร์คเป็นภูเขา เขาก็คงเป็นภูเขาไฟร้อน แม้ภายนอกจะไม่ได้แสดงอะไรออกมาเป็นการแจ้งเตือน แต่ภายในภูเขาไฟนี้ก็ร้อนระอุพร้อมที่จะระเบิดลาวาอุณหภูมิสูงออกมาได้ทุกเมื่อ

 

 

            “มาร์คกินไหม?”

            คำเชื้อเชิญพร้อมแก้วโกโก้ปั่นที่ถูกยื่นมาให้พร้อมรอยยิ้ม ทำให้มาร์คละสายตาจากศัตรู(?)หันมาสนใจอีกคนแทน ใบหน้าหล่อพยักหน้าก่อนจะขยับไปดูดน้ำในแก้วตรงหน้า... แต่

 

            “ใช้หลอดเดียวกันไม่ได้สิครับ ผมไม่ให้พี่จูบทางอ้อมกับคุณแบมหรอกนะ” สายตาดุถูกส่งมาให้กับมาร์ค มือของอีกคนเอื้อมมาคั่นกลางระหว่างเขากับหลอดเอาไว้

 

 

            เหอะ... ก็แค่ลูกหมายังไม่อย่านมแม่แค่นั้นแหละ

            หมอนี่คิดว่าตัวเองน่ากลัวสักแค่ไหนกัน...

 

 

            จูบแรกงั้นหรอ...

 

 

            จูบแรกของแบม มันก็ต้องเป็นของเขาอยู่แล้วไม่ใช่รึไง

 

 

 

          งั่ม!!

 

 

 

            มาร์คงับหลอดโกโก้นั้นก่อนจะดูดมันไปหลายอึก เขามองหน้าแบมที่มองมาที่เขานิ่ง ก่อนที่สิ่งหัวเราะยี่ยวนกวนประสาทแบมจะถูกส่งไปให้คนที่นั่งหน้ามู่ทู่มองมาที่มาร์ค รอยยิ้มที่แบมปล่อยออกมา มันทำเอามาร์คแอบยกยิ้มที่มุมปาก คำพูดทีเล่นทีจริงว่าเสียจูบแรกแล้วนั้นมันทำให้มาร์คพอใจไม่น้อย

 

 

            จูบแรกของแบมน่ะ... มันเป็นของมาร์คแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ

 

 

 

           

          “นายเสียจูบแรกแล้วนะ... แบมแบม”

 

 

 

 

            และจูบต่อๆไป ก็น่าจะเสียให้กับเขาเหมือนกัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

 

           

 

            [ ไอ้มาร์ค... มึงฟังพวกกูอยู่ปะเนี่ย! ]

            เสียงจากคนไกลดังขึ้นผ่านลำโพงของโน๊ตบุ๊คราคาแพง ภาพหนุ่มหล่อสองคนที่เจ้าของคนสนิทสนมที่สุดถูกฉายขึ้นบนหน้าจอคอมผ่านโปรแกรมสไกป์ คนหนึ่งคือคนที่มาร์คเพิ่งเจอไปวันนี้ ส่วนอีกคนคือหนุ่มหล่อสัญชาติไทยแท้ แต่ดันไปอาศัยอยู่ที่อเมริกา.. นั่นก็คือเซน เพื่อนสนิทที่มาร์คไม่ได้เจอกันเลยนับตั้งแต่เขาย้ายมาเรียนที่ไทย

            แต่ถึงแม้กระนั้นมาร์คก็มองจะไม่ได้สนใจเซนเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงนั่งพิงเก้าอี้เบาะนุ่ม ในมือถือโทรศัพท์เครื่องหรู มองหน้าจอนั้นนิ่ง พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆ

 

 

            [ แจ็ค เพื่อนมึงเป็นไรวะ มึงขับรถไปดูมันหน่อยดิ๊! ] เซนพูดกับคนที่อยู่ในจอ

 

            [ ไอ้มาร์ค!!! ]

 

            “อะไรของมึง” ตาคมละสายตาจากจอโทรศัพท์เงยหน้ามองจอคอมที่ฉายภาพเพื่อนสนิททั้งสอง

 

            [ เพื่อนอะ จะคุยไหม! กูอุตส่าห์ว่างนะเว้ย! ] เซนถาม

 

            “ไม่ได้ขอให้โทรมาไหม”

 

            [ อ่าว สัดนี่! งั้นกูวางละ! ]

           

            [ ใจเย็นเพื่อนเซน clam down]

 

            [ ละนี่เพื่อนมึงเป็นไรแจ็ค ยิ้มเอาๆอย่างกับคนบ้า ]

 

            “รำคาญ ค่อยคุยนะ ยุ่งอยู่!

 

 

 

 

            แล้วมาร์คก็ตัดสายไปเลย...

            เขาเป็นคนง่ายๆแบบนี้แหละ (-_-) มาร์คมองภาพในอินสตาแกรมของคนที่เขาตามมาเกือบปี ภาพที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ในไอจีนี้ได้ ทำให้ตอนแรกที่เขาเห็น เขาถึงขั้นงงเป็นไก่ตาแตก ก็นะ จะไม่ให้งงได้ยังไง ในเมื่อภาพบนไอจีของคุณบิงซูที่เขาและเพื่อนๆเรียกนั้น มันคือภาพ ที่เขากำลังเดินกลับคอนโด

 

 

            ภาพของมาร์คนั่นแหละ...

 

 

 

Rrrrr

 

 

            ‘Zane’

            เมื่อเห็นชื่อคนโทรมา มาร์คก็ถึงขั้นถอนหายใจ ก่อนจะกดรับอย่างไม่ค่อยจะอยากรับ

 

 

            [ มึงกล้าตัดสายกูกับแจ็คหรอไอ้มาร์ค!! ]

 

            “อะไร”

 

            [ พูดภาษาไทยได้แล้วปีกกล้าขาแข็งกับอาจารย์ที่สอนภาษาไทยมึงหรอมาร์ค ]

 

            “ไอ้เซน เอาดีดี มีอะไร” มาร์คว่า มือหนากดคลิกเม้าส์ดาวน์โหลดรูปในไอคราวเมลตัวเองที่ล๊อคอินในคอม รูปของเขาที่ถูกถ่ายอย่างไม่ทันรู้ตัวถูกมาร์คเลือกมาตั้งเป็นรูปหน้าจอคอมพิวเตอร์

 

            [ ไอ้แจ็คบอกว่ามึงมีคนที่ชอบ ]

 

            “อืม ชอบ...” ยอมรับตรงๆแบบไม่ปฏิเสธ แม้ในตอนนี้มันจะเพิ่งหกสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เขาคิดว่า อีกไม่นานมันคงถึงร้อย และเขาจะทำให้มันเต็มร้อยเอง

 

            [ เจอคนที่ทำให้มึงอยากหยุดอยู่กับที่แล้วหรอวะ ] มาร์คเงียบกับคำถามที่ได้รับ เขานั่งเหม่อมองรูปที่เพิ่งถูกตั้งพลางนึกถึงใบหน้าคนที่แอบถ่ายรูปเขา...

 

 

            อยากหยุดอยู่กับที่งั้นหรอ...

            เขาไม่ได้อยากหยุดอยู่กับที่สักหน่อย...

 

 

            “ไม่ได้หยุดอยู่กับที่... แต่แบมเป็นคนที่ทำให้กูให้เดินไปข้างหน้าต่างหาก”

 

            [ …. ]

 

            “เขาทำให้กูเดินต่อไปได้... โดยที่ไม่ใช่การเดินคนเดียว แต่เป็นการเดินไปพร้อมกับเขา...”

 

 

            [ …..หึ! ดีแล้ว ]

            รอยยิ้มเล็กๆของมาร์คปรากฏขึ้น เขารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อยู่กับแบม สัญญาที่บอกว่าจะจับมือกันไม่ปล่อยนั่น มันทำให้เขายิ้มออกมาได้เพียงแค่นึกถึง...

 

           

            ถ้าจะต้องชอบใครสักคนอีกครั้ง...
            คนๆนั้น ก็คงต้องเป็นคนนี้เท่านั้นแหละ...

 

 

            เป็นแค่แบมแบมคนเดียว...

 

 

 

 

            “เซน...”

 

 

            [ ว่า...? ]

 

 

          “จีบคนไทย ต้องทำยังไงวะ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

 

 

 

 

 

 

 

 

          จะไม่ปล่อยเด็ดขาด จะไม่ปล่อยไปเหมือนเมื่อก่อน จะไม่ปล่อยให้อดีตมันซ้ำรอยเดิม จะไม่ปล่อยแบมแบมไปไหนโดยเด็ดขาด...

 

 

 

 

          ถ้าเมื่อไหร่มาร์คเจอคนที่มาร์คชอบอีกครั้ง... มาร์คอย่าปล่อยเขาไปนะ :).. เพราะถ้าเขามารู้ทีหลัง ว่าเขามองข้ามคนที่รักเขามากขนาดนี้ไป เขาจะต้องเสียใจมากแน่ๆ

 

 

         

 

 

 

 

         

 

 

 

 

การซื่อสัตย์กับความรู้สึกมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด...

แต่สิ่งที่ยากกว่านั้น คือการจัดการความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นพร้อมๆกันต่างหาก...

แต่ถ้าเมื่อใดที่เราจัดการกับมันได้ การซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกนั้นก็คือสิ่งแรกที่ควรทำ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

;;

#ออนอินสตาแกรม

Bambam1a X mtuan

จบแล้วตอนพิเศษที่เราแต่งขึ้นเพราะยอด fav ครบ 1,000 แล้ว!!!

ตอนนี้เราเล่าตั้งแต่มาร์คเริ่มมาไทยวันแรกนะงับ สอดแทรกความหลังและอดีตของมาร์คลงไปบ้าง

เขียนทุกอย่างในมุมมองของมาร์คตั้งแต่ตอนที่ 4 ถึง 6 อาจจะไม่ละเอียดมากเพราะเราค่อนข้างกระชับสุดๆ

ตอนนี้มาร์คอาจจะไม่ได้หวานเลี่ยนเหมือนตอนอื่นๆนะ

เพราะใจจริงเราอยากจะแทรกเรื่องของมาร์คลงไปบ้างเท่านั้นเอง คิคิ

ส่วนเรื่องอดีตของมาร์ค ตลอดการดำเนินเรื่องมันจะค่อยๆโผล่มาเรื่อยๆให้ทุกคนได้ตาม

สามารถเม้นมาเดากันได้นะครับ เราอ่านหมดเลย

และถ้าใครงงเหตุการณ์หรืออะไรก็ตาม สามารถทักมาได้ในแชททวิตเตอร์เลยนะงับ

จะค่อยๆอธิบายให้แบบไม่มีข้อกังขา 5555

ตอนนี้อาจจะเขียนไม่ได้ดีมาก หรืออาจไม่ดีเลยสำหรับใคร แต่เราพยายามมากเลยนะ

แล้วก็ขอบคุณที่ติดตามเรื่องของเรานะ ขอบคุณมักๆเลย

 

แล้วเจอกันตอนที่ 12 นะครับ!! :)


Thank U

 

Twitter : @itsokaymb (ทวิตเตอร์หลัก)

@iamvatha (ทวิตเตอร์นิยาย)

 

T
B
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

895 ความคิดเห็น

  1. #846 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 07:11
    อยากรู้จัก ใครที่เคยได้หัวใจม้าก
    #846
    0
  2. #735 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 12:41
    รักฝังใจเลยสินะคนนั้นอะ
    #735
    0
  3. #689 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 23:30
    ใครคือคนนั้นที่มาร์คเคยชอบบบบบบ คงไม่ใช่จินยองใช่ไหมมมมมม
    ถ้าใช่ต้องตายแน่ๆเลยยยยยยย ช่วยด้วยยยยย ใครก็ได้บอกทีว่าไม่ๆๆๆๆๆๆ
    #689
    0
  4. #579 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:51

    สู้ๆเดินน้าจีบต่อไป

    #579
    0
  5. #572 Auyadi (@Auyadi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 02:24
    ขอเดา คิกว่าคนๆนั้น ต้องเป็นจินยองแน่ๆเลย ที่ทำมาร์คฝังใจ 😭
    #572
    0
  6. #548 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 06:41
    ดีใจที่ได้เห็นมุมของมาร์คจากตอนนี้มาก ...ทำให้รู้อะไรบางอย่างด้วย.. ;)
    #548
    1
    • #548-1 Auyadi (@Auyadi) (จากตอนที่ 12)
      15 กรกฎาคม 2562 / 02:23
      ขอเดา คิดว่าคนๆนั้นต้องเป็นจินยองแน่ๆ เลยอ่ะ ที่มาร์คเคยฝังใจ 😭
      #548-1
  7. #401 nanthichachondee (@nanthichachondee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 19:47
    move on ของมาร์คคือจินยองรึป่าวน้าาาาาา
    #401
    0
  8. #369 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 23:14
    อยากรู้อดีตของพี่ที่ต้องมูฟออนเลยอะ แต่ตอนนี้คือให้พี่เดินหน้าจีบแบมให้ได้นะ
    #369
    0
  9. #234 Ptttttch (@Ptttttch) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 20:38

    พี่น่ารักอะ

    #234
    0
  10. #233 InstinctK (@kodkorn26) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 13:25
    น่ารักมากกกก​ ปมมาร์คคือแอบเศร้านะ​ ขอให้มาร์คสมหวังนะคับกับครั้งนี้
    #233
    0
  11. #232 Cherry_07707 (@Cherry_07707) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 08:54
    อกหักมาจากเมกาหรอพี่มาร์คคคค
    #232
    0
  12. #231 Love AmeriThaiKong (@pinkyantz1126) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 01:45

    ว้อยยยยยยยย สนุกมากกกกกกกก
    #231
    0
  13. #230 MM_MB (@maemetggt) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 22:57
    ใครคือคนที่ทำให้มาร์คเป็นแบบนี้ ว่าแล้วว่ามันต้องมีสตอรี่ งุ้ยยยย
    #230
    0
  14. #229 Ppp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 21:03

    อิหรอกกก คือบับบ อยากรู้ว่าอดีตคืออะไร55555

    เป็นกำลังใจให้ค่าาา??’“????

    #229
    0
  15. #228 vandabam (@vandabam) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 02:36
    ยังติดใจกับอดีตของมาร์คอยู่ว่าคืออะไร ตอนแรกเคยเดาว่าเรื่องครอบครัว แต่จากตอนนี้คิดว่าคงไม่ใช่แล้ว คงเป็นเรื่องรักเก่า รอเฉลยจากไรท์อยู่นะคะ ^^
    #228
    0
  16. #227 Big91 (@Big91) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 15:24
    ไหนว่าไม่เคยมีแฟน
    #227
    0
  17. #226 Joyler (@Joyler) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 10:59
    แล้วไหนบอกไม่เคยมีแฟนไง แล้วอดีตบ้าบออะไรอีก
    #226
    0
  18. #225 Mookpet1 (@Mookpet1) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 09:44
    รอติดตามจ้า คงไม่ม่านะ เกิดอดีตตามมาทวง
    #225
    0
  19. #224 fernlovepaint (@fernlovepaint) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 09:24
    อดีตเอามาเป็นบทเรียนนะมาร์ค
    #224
    0
  20. #223 janejizz_mb (@janejizz_mb) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:14
    อดีตก็คืออดีตเนาะ หวังว่าจะไม่กลับมาช่วงที่เค้าคบกันแล้วนะ แบบนั้นเราไม่ปลื้มม
    #223
    0
  21. #222 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:13
    อยากอ่านตอนพิเศษ พาร์ทของมาร์คอ่ะ ที่มาร์คเห็นรูปในไอจีแบม แคปชั่นอยากกินมาร์คแทนอาหารอ่ะ อยากรู้ว่ามาร์คตกใจแค่ไหน? (หมายถึงความรู้สึกของมาร์คตอนตกใจอ่ะนะ)
    #222
    0
  22. #221 kaespicy (@kaespicy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:59
    รออยากอ่านแร้วค่ะไรท์ขอหวานๆน๊าเราชอบ
    #221
    0
  23. #220 MTuan9397 (@MarkBow9397) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:58

    ขออย่างเดียว อย่าให้คนในอดีตหวนกลับมาทำให้คุณบิงซูเสียใจนะ มาร์ค move on คือ move on จริงๆนะ เจอคนที่เค้าพาเราเดินไปข้างหน้าต่อได้แล้ว คนในอดีตก็ปล่อยให้เป็นอดีตไป
    #220
    0
  24. #219 Sweetty_poy (@Sweetty_poy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:11

    งื้อ หวังว่าจะไม่ม่า กลัวคนๆนั้นของมาร์คจะมาทำแบมเสียใจจัง แต่เค้าน่ารักกันมากเลยอ่ะเนอะตอนนี้

    #219
    0
  25. #218 Ananya_mon (@Ananya_mon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 22:10
    หวังว่าคนในอดีตจะไม่หวนกลับมานะ
    #218
    0