#ออนอินสตาแกรม - markbam

ตอนที่ 11 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 394 ครั้ง
    11 มิ.ย. 62

 

11

 

 

           

            “เข้าใจตรงนี้ไหม?”

            ผมหันหน้าไปมองอีกคนที่ในมือกำลังถือปากกาอยู่ ใบหน้าของมาร์คกำลังมองมาที่หนังสือที่วางอยู่ตรงกลางระหว่างเรา สายตาโฟกัสกับสิ่งที่ผมกำลังสอน โต๊ะกลางหน้าโซฟาในห้องนั่งเล่นถูกผมแปลงเปลี่ยนเป็นโต๊ะติวหนังสือไปอย่างอัตโนมัติ ผมกับมาร์คนั่งอยู่กับพื้นในขณะที่เราทั้งคู่ใช้หลังพิงไปที่โซฟา

 

            “อืม เข้าใจ”

            “โอเค งั้นต่อไปเลยนะ”

            ผมเลือกที่จะเริ่มสอนวิชาภาษาไทยก่อน เพราะเป็นวิชาที่น่าจะอ่อนที่สุดสำหรับมาร์คแล้ว เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่ามาร์คยังไม่หลุดโฟกัสออกจากเรื่องเรียนเลยแม้แต่น้อย เขาตั้งใจเรียนมาก ตั้งใจแบบมากๆเลยด้วย แถมยังเป็นคนหัวไวอีกต่างหาก เป็นลูกศิษย์ที่สอนง่ายมากๆ

 

           

            “แอบข่มขืนทางสายตาหรอ...” ผมถลึงตาในมาร์คที่ละสายตาจากหนังสือหันมองผมที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่

            “ก็มองลูกศิษย์หน่อยไม่ได้รึไง” ก็ลูกศิษย์ของผมมันน่ามองนิ ผมก็อยากมองอะ (-////-) รอยยิ้มเล็กๆของอีกคนผุดขึ้นมาบนใบหน้า

            “ได้ครับ :)” มาร์คว่าแบบนั้น

            อยู่ๆมือหนาก็ทิ้งปากกาลงบนโต๊ะและหันมาจับเข้าที่แก้มผมทั้งสองข้าง ผมตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆก็ถูกอีกคนจู่โจมอย่างไม่ทันทั้งตัว มาร์คขยับหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าผมที่ถูกล๊อคให้อยู่กับที่ด้วยฝ่ามือของเขาเอง

 

            O/////O

            “เห็นชัดพอไหมครับครู” เสียงทุ้มเปร่งออกมา รอยยิ้มที่แอบเห็นเขี้ยวเอกลักษณ์ประจำตัวของอีกคนนั่นปรากฏขึ้นตรงหน้า ผมตัวแข็งทื่อมองหน้าอีกคนที่กำลังยิ้มมาให้  ในใจก็เต้นโครมครามไม่หยุด

            ผมว่าเดี๋ยวนี้มาร์คเริ่มถึงเนื้อถึงตัวผมมากไปแล้ว บ่อยเกินไปจนผมเริ่มควบคุมใจตัวเองไม่ได้แล้ว แต่ทั้งๆที่เขาทำแบบนี้บ่อย แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่ชินกับการมองหน้าเขาใกล้ๆแบบนี้สักที

 

 

          ตึก

         

          ตึก

 

          ตึก

 

 

            กี่วันแล้วนะที่ผมได้เจอกับมาร์ค หรือมันสามารถนับเป็นเดือนได้แล้ว? ไม่รู้หรอก ผมรู้แค่ว่าผมเพิ่งรู้จักกับมาร์คได้ไม่นาน ไม่นานเท่าผมกับยูคยอม ไม่นานเท่าผมกับดีล และไม่นานเท่าผมกับแม็ก แต่ก็ไม่รู้ทำไม ความรู้สึกของผมมันถึงรู้สึกกับอีกคนได้มากถึงขนาดนี้ ถึงขนาดที่ว่า...

 

 

          หัวใจของผม แทบจะไม่ได้เป็นของผมอีกต่อไปแล้ว

 

 

           

            “อ๊ะ...!!

            ผมตกใจออกมาเมื่ออยู่ๆตัวเองก็ถูกจู่โจมโดยอีกคนอย่างไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากหนาพุ่งเข้ามาบดขยี้ปากของผมอย่างตามใจตัวเอง ตัวของผมแข็งทื่อกว่าทุกครั้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ทั้งๆที่ไม่ใช่จูบแรกแท้ๆ แต่ความรู้สึกผมกลับต่างจากจูบแรกโดยสิ้นเชิง เพราะมันเป็นจูบที่ไม่ใช่เพียงแค่สัมผัสปาก แต่เป็นจูบที่มาร์คใส่อารมณ์ของเขาเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ

            มือข้างหนึ่งของมาร์คเริ่มขยับเขยื้อนไปยังท้ายทอยของผมเพื่อล๊อคไม่ให้หน้าผมถอยออกไปมากกว่านี้ ส่วนอีกมือของมาร์ค ผมก็สัมผัสได้ว่ามันกำลังเคลื่อนจากต้นคอลงไปตามแผ่นหลังออกผม จะเป็นอะไรไหม ถ้าผมปล่อยความรู้สึกของผมไปตามอีกคน

 

            จูบในครั้งนี้เหมือนมันจะไม่หยุดลงง่ายๆ เหมือนกับพายุที่เมื่อมันพัดผ่านเข้ามาแล้ว มันจะไม่ใช่แค่พัดมาและพัดผ่านไปง่ายๆ แต่มันจะทิ้งรอยอะไรไว้ให้เราจดจำ พายุที่ผมกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ก็เหมือนกัน จูบนี้กำลังทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้

 

          บางอย่างที่ว่านั่นก็คือความรู้สึกของอีกคน... ที่ส่งผ่านเข้ามาทำให้ผมรู้สึกเหมือนกัน...

 

 

 

            “อ้าปากหน่อย...”

            มาร์คหยุดทุกการกระทำลง เขาสบตากับผมพร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้ผมแทบจะมุดดินหนี ผมร้องออกมาเบาๆเมื่ออีกคนก้มหน้าลงมากัดที่ริมฝีปากล่าง และนั่นทำให้มาร์คได้โอกาส เขาจู่โจมผมอีกครั้ง ลิ้นหนาเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากของผมอย่างไม่ได้ขออนุญาต... ไม่สิ เขาขอแล้วต่างหาก (-///-)

 

            ริมฝีปากของมาร์คทำหน้าที่ของมันอย่างดิบดีตามที่เจ้านายของมันสั่งการ เสียงฮึมฮัมของอีกคนที่ผมได้ยินทำให้หน้าของผมเริ่มแดงออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ มาร์คกำลังปล่อยอารมณ์ของตัวเองมาให้ผม ในขณะที่ผมได้แต่นั่งเป็นลูกแกะรอให้หมาป่ามากิน

            มือของผมจากที่ไม่รู้จะเอาไว้ตรงไหน มันก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นโอบคออีกคนให้เข้ามาใกล้ อาการตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูกนั่น เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอาการเคลิ้มและคล้อยตามอีกคนไป....

 

 

            “อ๊ะ!” ผมสะดุ้งตัวโยนเมื่อไอเย็นจากฝ่ามือหนาเริ่มแผ่กระจายมาถูกผิวหนัง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มืออีกข้างของมาร์คมุดเข้ามาภายในเสื้อของผม มาร์คค่อยๆลูบไปที่แผ่นหลังของผมช้าๆ ในขณะที่ปากของเขาเริ่มขยับเคลื่อนย้ายมาที่แก้ม เสียงจูบของอีกคนยังคงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

           

 

            ผมว่าผมใส่ความรู้สึกไปกับการกระทำเหล่านี้มากเกินไป...

            และมันมากเกินไป จนผมเริ่มห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่

 

 

            ผมเงยหน้าขึ้นไปตามอารมณ์เมื่อมาร์คเริ่มไล่รอยจูบของเขาลงมาที่คอ เสียงจูบดูดดึงที่ลำคอทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่ามาร์คกำลังแสดงความเป็นเจ้าของ รอยแดงสีกลีบกุหลาบเริ่มเห็นชัดทีละสองสามรอย แขนของผมกอดมาร์คเอาไว้ในขณะที่อีกข้างเริ่มเคลื่อนย้ายไปจับที่กุมผมของอีกคน

            มาร์คขยับแขนของเขาจากข้างหลังมาสัมผัสที่หน้าท้องแบนราบของผมอย่างช้าๆ ผมร้องออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่ออีกคนเริ่มซุกซนมากเกินไป ยอดอกของผมถูกอีกคนจับขย้ำเล่นอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีปากหนาก็เริ่มไล่จูบมาจนถึงไหปลาร้า และ...

           

 

            “มะ...มาร์ค!

            ผมตกใจออกมาจนต้องรีบผละอีกคนให้ออกห่างจากตัว ตัวผมเริ่มสัมผัสได้กับความเย็นของแอร์ในห้องเมื่อมาร์คอยู่ๆก็ค่อยๆถกเสื้อของผมขึ้น มันมากเกินไป... ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างทำอะไรที่มันมากเกินไปแล้ว...

            ผมหน้าแดง มาร์คก็หูแดง เราต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างไม่พูดอะไร มาร์คมองตกใจเล็กน้อยกับการกระทำที่เกิดขึ้น ส่วนผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะจะว่าอีกคนก็ไม่ได้ ในเมื่อตัวเองปล่อยตัวไปกับเขาเอง ฝ่ามือหนาลูบเข้าที่หน้าตัวเองก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูง ผมมองการกระทำนั้นพร้อมกับความเงียบ

 

            มาร์คยืนโดยที่หันหน้าออกนอกระเบียง เขาไม่ได้มองหน้าผม ส่วนผมเองก็ก้มหน้าพร้อมความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย... มันเขินนั่นแหละ เอาง่ายๆ

 

 

            “ดะ...เดี๋ยวมานะ” เขาพูดก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้น

 

            เสียงปิดประตูดังปั้งทำให้ผมหันไปมองจนรู้ว่าเขาหนีเข้าห้องนอนตัวเองไปแล้ว ผมรีบจัดการทรงผมและเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย มือขวาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูมาก่อนจะกดเปิดกล้องและเปลี่ยนเป็นกล้องหน้าอย่างรวดเร็ว

 

 

            นั่นไง.. มาร์คทิ้งรอยไว้ที่คอผมจริงๆด้วย

            รอยแดงที่ปรากฏออกมาสองสามรอยนั่นทำให้ผมหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง ริมฝีปากของตัวเองก็ทั้งแดงและบวมออกมาอย่างเห็นได้ชัด โทรศัพท์ค่อยๆถูกวางลงไปกับโต๊ะ เข่าทั้งสองถูกผมกอดเอาไว้ก่อนจะฟุบหน้าลงไป ไม่ไหวเลย ทำไมผมถึงใจง่ายขนาดนี้

            พอยิ่งคิด ก็ยิ่งเขิน ทั้งๆที่ควรจะดีใจแท้ๆที่มันไม่ได้เลยเถิดไปมากกว่านี้ แต่ทำไมกลับรู้สึกเสียใจขึ้นมาแทนซะงั้นที่อยู่ๆมันก็ถูกหยุดกลางคันโดยตัวผมเอง บ้าเอ้ย! ความคิดของผมมัน...

 

 

          ผมมันเด็กไม่ดีเลยจริง...

           

 

            “นิสัยไม่ดีเลย...”

            “ขอโทษนะ” ผมรีบเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มาร์คทิ้งตัวลงมานั่งบนโซฟา ผมเงยหน้ามองคนที่นั่งสูงกว่าก่อนจะก้มหน้าอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ๆสมองมันก็ดันนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้...

 

            “ยะ..ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” ผมพูดอู้อี้ในลำคอ ไม่รู้หรอกว่าอีกคนจะได้ยินไหม แต่เสียงมันเหลือแค่นี้จริงๆ นี่พยายามสุดๆแล้ว

 

            “แบมว่ามาร์คนิสัยไม่ดี...”

            “มะ...ไม่ใช่! นั่นฉัน...” ฉันว่าตัวเองต่างหากเล่า ที่ปล่อยใจไปให้นายขนาดนั้น

 

            “ขอโทษนะที่ทำแบบนั้น ทั้งๆที่อยากถะนุถนอมมากกว่านี้แท้” ผมมองอีกคนที่ใช้มือจับเข้าที่ท้ายทอยของตัวเอง หูแดงๆของมาร์คในครั้งนี้ ดูชัดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

            “.....”

            “โกรธรึป่าว”

            “ปะ..ป่าว ไม่ได้โกรธ (-/////-)”

            “งั้นแปลว่าทำมากกว่านี้ได้หรอ?” มาร์คพุ่งตัวเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็วเมื่อจบประโยค มือของผมดันไหล่อีกคนทันทีเพื่อไม่ให้เข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้

 

            “ไม่มาร์ค!” ผมตะโกนออกไปอย่างตกใจ มาร์คหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหยุดไป และความเงียบจะครอบคลุมพื้นที่อีกครั้ง

 

            ยอมรับเลยว่าเหตุการณ์เมื่อกี้ผมปล่อยตัวไปตามอารมณ์ที่พุ่งเข้ามา ผมมันก็แค่เด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่มีฮอร์โมนที่แปรปรวน เป็นวัยกำลังโตที่อยากรู้อยากลอง และมีอารมณ์ทางเพศเหมือนคนอื่นๆเมื่อถูกกระตุ้น

 

            และมาร์คคือคนๆนั้น...

            คนที่กระตุ้นมันให้ตื่นขึ้นมา...

 

 

            “กลัวรึป่าว” แก้มของผมถูกสัมผัสอย่างอ่อนโยนโดยอีกคน สายตามาร์คที่สื่อออกมาว่ากำลังเป็นห่วง ไม่ว่ายังไงมาร์คก็ยังอ่อนโยนเสมอ

            “ป่าว... ไม่ได้กลัว” ผมส่ายหน้าไปมาเบาๆ

            “ขอโทษนะ...”

            มาร์คเอาแต่ขอโทษซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น ผมรู้ว่าอีกคนรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น แต่ผมเองก็ไม่ได้โกรธหรือโมโหอะไร เพราะผมเองก็รู้สึกแบบเดียวกับเขาเหมือนกัน...

 

 

            ความรู้สึกของเราทั้งคู่ มันกำลังเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน...

 

 

            สำหรับผม มาร์คคือสุภาพบุรุษคนหนึ่ง เป็นคนหนึ่งที่ผมไว้ใจและเชื่อใจได้ แม้จะเงียบกับคนแปลกหน้า แต่ก็รู้กาลเทศะดีว่าสถานที่แบบนี้ควรทำตัวแบบไหน รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่และอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ เขาพยายามให้เกียรติผมในทุกๆด้านตั้งแต่ไปแนะนำตัวให้แม่ผมได้รู้จัก และตอนนี้ที่เขาเอาแต่ขอโทษเพราะรู้สึกผิด

 

 

            มาร์คทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหรือฐานะ... แต่เขาดีทุกอย่าง ดีทุกอย่างสำหรับผม...

 

 

 

 

            “หิวข้าวรึป่าว...” มาร์คถาม

            “อื่อ นิดหน่อย”

            “งั้นเดี๋ยวทำอะไรให้กิน จะบ่ายแล้วยังไม่ได้กินอะไรเลย”

            “อื่อ” มาร์คขยี้หัวผมเบาๆ ก่อนที่อีกคนจะลุกออกจากโซฟาไป ผมยันตัวเองให้ขึ้นไปนั่งบนโซฟาเพื่อให้สบายตัวมากกว่าเดิม

 

            สายตาของผมหันไปมองมาร์คที่เดินหยิบจับนั่นนี่ในห้องครัว วัตถุดิบต่างๆในตู้เย็นถูกนำออกมาวางเรียงกันตรงเคาน์เตอร์บาร์ เขียงและมีดถูกนำออกมาโดยเจ้าของห้อง ผมมองมาร์คที่เดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนสีกรมมาใส่ ทุกๆกิริยาบทของมาร์คในตอนนี้ มันกำลังถูกบันทึกด้วยสายตาของผม มาร์คคือผู้ชายที่เพอร์เฟคจริงๆ ผมรับประกัน

 

            “อยากกินอะไร...” คนที่กำลังหั่นเนื้ออยู่เงยหน้าขึ้นมาถาม

            “เตรียมของขนาดนั้นแล้วยังถามอีกหรอ” ผมว่าขำๆ มาร์คยกยิ้มขึ้นพร้อมกับลงมือหั่นเนื้อหมูบนเขียงต่อไป

            “ถามไปงั้นแหละ รอกินอย่างเดียวก็พอเราน่ะ”

            แหม... อยากจะกระโดดไปงับคอจริงๆ ผมแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆให้อีกคน มาร์คขำออกมาเบาๆก่อนจะลงมือหั่นนั่นนี่ต่อไป กระทะเทฟล่อนที่ถูกแขวนอยู่ถูกหยิบลงมาวางลงบนเตาไฟฟ้า เสียงติ๊ดๆจากการกดเครื่องดังขึ้นสองสามทีก่อนที่น้ำมันในขวดแก้วจะถูกเทลงไป

 

 

            “ชำนาญจัง” ผมย้ายตัวเองมานั่งท้าวคางมองพ่อบ้านสุดหล่ออยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ การเคลื่อนไหว การหยิบจับสิ่งของต่างๆ หรือแม้กระทั่งการล่อนกระทะไปมาเพื่อให้น้ำมันอยู่ทั่วกระทะนั่น ใครๆดูก็ต้องดูออกว่ามาร์คทำอาหารเก่งและมองชำนาญแค่ไหน

           

            “อยู่คนเดียว ก็ต้องทำอะไรให้เป็นสิ”

            “แสดงว่าเพิ่งทำเป็นหรอ?” ผมท้าวคางมองอีกคนที่กำลังหันหลังเพื่อทำอาหาร เสียงของการทำอาหารเริ่มดังเข้ามาแทรกบทสนทนาเรื่อยๆ รวมถึงเสียงของเครื่องดูดควันที่มาร์คเพิ่งจะกดเปิดอีกด้วย

 

            “จริงๆก็ทำเป็นนานแล้ว....”

            “ทำให้ใครกินอะ?”

            “.....”

            “มาร์ค...?” ผมเอ่ยเรียกเขาอีกครั้งเมื่อไม่ได้รับการตอบกลับมา คิ้วของผมเริ่มขมวดเข้าหากัน สายตาแผ่นหลังของอีกคนที่อยู่ด้านหน้า ก่อนที่เสียงเรียบจะตอบกลับมา

            “คนเดียว....”

            “......”

            “กินคนเดียว...”

            “......”

 

 

            อีกแล้ว...

            บรรยากาศที่เหมือนกำแพงนี่อีกแล้ว ผมเงียบลงไปเองอย่างไม่รู้จะพูดอะไร เมื่อไหร่กันนะที่ผมจะได้รู้เรื่องของอีกคนบ้าง รู้เรื่องทั้งหมด รู้ถึงเหตุผลที่อีกคนย้ายมาเรียนที่นี่...

 

 

ปึก

 

            “เสร็จแล้ว” ข้าวผัดหมูบนจานกระเบื้องสีขาวสะอาดสองจานถูกวางมาตรงหน้าโดยอีกคน ผมก้มมองมันก่อนจะเงยหน้ามองคนที่กำลังส่งยิ้มมาให้

            “......” รู้ว่ารอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนหน้ามาร์คในตอนนี้มันไม่มีจริง... แต่จะให้ผมทำยังไงได้ในเมื่ออีกคนยังไม่พร้อมที่จะเล่า ผมก็ไม่อยากที่จะถาม มาร์คเคยบอกแล้วว่าจะเล่าให้ฟัง เพราะงั้นผมก็ทำได้เพียงแค่รอ...

 

          รอวันนั้นจะมาถึง

 

 

            “เอาไข่ดาวไหม?” ผมพยักหน้าแทนการเอ่ยปากตอบ มาร์คพยักหน้ายิ้มก่อนจะหันหลังไปเปิดตู้เย็น หยิบไข่ออกมาสองฟอง และจัดการเดินไปทอดไข่ดาวให้กับผม

 

            เพียงไม่นาน ไข่ดาวกึ่งสุกกึ่งดิบก็ถูกวางลงบนจานข้าวผัดของผม เคาน์เตอร์บาร์ถูกผมและมาร์คใช้เป็นโต๊ะทานข้าว มาร์คลากเก้าอี้มาอีกตัวก่อนจะมานั่งตรงหน้าผม ข้าวผัดคำแรกโดยเชฟมาร์คถูกผมตักใส่ปาก ก่อนจะเคี้ยวมันให้ละเอียด

 

            “.... อร่อยอะ” ผมยิ้มตอบคนที่กำลังจ้องหน้าของผมอยู่เหมือนกำลังลุ้นรสชาติของข้าวผัดที่เขาทำ          “งั้นก็กินเยอะๆ”

            “อื้ม เยอะอยู่แล้ว”

            ผมกับมาร์คก้มหน้าก้มตาทานข้าวในจานต่อ ข้าวผัดที่มาร์คทำมันอร่อยนะ อร่อยจริงๆเมื่อเทียบกับฝีมือของผม.. ก็เพราะผมทำอาหารไม่เป็นไง เพราะงั้นไม่ว่าใครจะทำให้ผมกิน ผมก็อร่อยหมดแหละ แต่จานนี้ที่มาร์คทำ ผมจะให้อร่อยเป็นพิเศษแล้วกัน.. พิเศษเพราะมาร์คเป็นคนทำ...

 

            จะว่าไป... ผมลืมถ่ายรูปนิ! ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะถ่ายรูปอาหารที่มาร์คทำให้ลงไอจี แต่ก็ลืมไปซะสนิทเลย ก็มัวแต่สนใจเรื่องของอีกคนอยู่นั่นแหละ จนลืมเรื่องของตัวเองไปเลยเนี่ย

            ผมลุกออกจากเก้าอี้วิ่งไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนกองหนังสือ แอพพลิเคชั่นกล้องถูกเปิดขึ้นก่อนจะขยับซ้ายขวาให้ได้มุมภาพที่ต้องการ ผมเห็นมาร์คยิ้มกับการกระทำของผมเล็กๆ แต่ผมไม่สนหรอก ก็อยากถ่ายอะ

 

            “ต้องถ่ายรูปด้วยหรอ...”

            “อื่อ นายทำให้กินทั้งที”

            “แอบดีใจแหะ ที่นายให้ความสำคัญ” ผมเงยหน้าสบตากับมาร์คที่ส่งยิ้มมา ผมแลบลิ้นใส่อีกคนก่อนจะก้มหน้าก้มตาสนใจจอมือถือต่อ

           

 

แชะ!

 

 

            ภาพจานอาหารที่ถูกกินไปแล้วนิดนึงปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ ภาพถ่ายมุมทแยงทำให้มันเห็นจานข้าวทั้งสองจานและแก้วน้ำเปล่าที่วางคู่กัน ผมยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจก่อนจะกดเข้าไปแต่งภาพในแอพที่ชอบ จากนั้นก็กดกลับหน้าจอโฮมเพื่อเปลี่ยนแอพไปยังแอพอินสตาแกรมของผมเอง....

 

 

          ข้าวผัดอร่อยมาก... มากจนอยากลองชิมเชฟเลยว่าจะอร่อยเหมือนข้าวผัดที่ทำรึป่าว..

 

         

            แคปชั่นเลี่ยนๆที่คิดกันแบบสดๆร้อนๆถูกผมพิมพ์ลงไป ก็นะ มาร์คไม่ได้ฟอลโล่ไอจีผมนิ ขอผมลงหน่อยแล้วกัน (-/////-) ผมพิมพ์ไปอมยิ้มไป จากนั้นก็กดโพส!

 

            “เรียบร้อย...” ผมว่าพร้อมวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ

            “งั้นก็กินข้าวต่อได้แล้ว...” เสียงเข้มๆถูกส่งมาให้ เหมือนแม่ผมไม่มีผิดเลย แม่ที่ชอบบอกว่าอย่าเล่นมือถือระหว่างทานข้าว แต่นี่ดูเหมือนจะเป็นคุณพ่อมากกว่านะ..

 

            “อื่อ”

 

 

 

ติ้ง!!

 

           

            เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นทำให้ผมหันไปมองโทรศัพท์ของตัวเอง แต่เสียงที่ดังกลับไม่ได้มาจากเครื่องของผม แต่กลับเป็นเครื่องของอีกคนแทน มาร์คที่นั่งตรงข้ามล้วงหยิบโทรศัพท์จากกกระเป๋ากางเกงของตัวเองขึ้นมา ผมมองการกระทำนั้นนิ่งๆก่อนจะเลิกสนใจและหันมาตั้งหน้าตั้งตากินข้าวในจานต่อ

 

           

เพ่ง!!

 

            “ตกใจหมด!” ผมเงยหน้าขึ้นมองมาร์คที่อยู่ๆก็ทิ้งช้อนกระแทกลงกับจานกระเบื้องกะทันหัน มาร์คใช้มือทุบอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาในขณะที่เจ้าตัวก็เอาแต่ไอเพราะสำลักข้าว

            “แฮ่ก แฮ่ก!

            “เอ้าๆ!! น้ำๆ กินน้ำก่อน” ผมรีบส่งแก้วให้อีกคนดื่มเมื่อเห็นมาร์คมีอาการเหมือนข้าวกำลังจะติดคอ อะไรของเขาวะ ดูมือถือแล้วก็สำลักข้าวขึ้นมาซะงั้น

           

            “ขอโทษที แฮ่กๆ”

            “ใจเย็น กินน้ำเยอะๆ”

            “....” มาร์คดื่มน้ำในแก้วเข้าไปจนแทบหมด ผมลุกไปเปิดตู้เย็นเครื่องใหญ่ก่อนจะหยิบขวดน้ำในตู้เย็นเดินมารินให้มาร์คอีกรอบ

 

            “เป็นอะไรเนี่ย ใครส่งอะไรมารึไงถึงสำลักน้ำจะเป็นจะตายแบบนี้”

            “ปะ...ป่าวๆ”

            “ระวังหน่อยดิ” ทิชชู่บนโต๊ะถูกผมหยิบออกมาลวกๆเพื่อซับน้ำที่เลอะรอบปากของอีกคน ให้ตายสิ เพิ่งจะชมว่าเป็นผู้ชายเพอร์เฟคไปหยกๆแท้ๆ ทำไมถึงกินอะไรไม่ระวังแบบนี้ก็ไม่รู้

 

            “......” ผมเช็ดน้ำที่ไหลเลอะลงมาตั้งแต่ปากจนถึงคางจนสะอาด สายตาของผมมองไปยังอีกคนที่กำลังมองมาเช่นกัน มาร์คมองผมพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

            “มองอะไร..” ผมหลบตาออก ก่อนจะเดินไปทิ้งทิชชู่และกลับมานั่งเหมือนอย่างเดิม มาร์คยังคงมองมาที่ผม ส่วนผมเองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

            ไม่อยากจะบอกหรอก ว่าในหัวของผมตอนนี้ พอมองอีกคนทีไร มันก็พาลคิดไปถึงเรื่องก่อนกินข้าวตลอดเลย -////-

 

 

            “น่ารัก :)

          “......ยะ...อยู่ๆก็พูดเนี่ยนะ”

            “เพราะนายนั่นแหละ... น่ารักไม่รู้จักเวล่ำเวลา”

 

            เอ้า โทษผมซะงั้น ผมแยกเขี้ยวขู่มาร์คไป ให้ตายเถอะพ่อคนนี้ ชอบพูดอะไรแบบที่ผมไม่ทันตั้งตัวออกมาตลอด ไม่รู้ว่าจะโกรธที่อยู่ๆก็พูดดี หรือจะ.... หลงตัวเองก่อนดี ฮ่าฮ่าฮ่า

 

            โทษนะครับ พอดีผมมันหนุ่มรามอินทราที่โคตรน่ารักและมีงานอดิเรกคือทำให้คนทั้งซอยใจสั่นไปทั่วอะ แถมเป็นคนน่ารักพร่ำเพรื่อด้วย

           

 

            “โทษละกันนะที่เกิดมาน่ารัก พอดีแม่ให้มาเยอะ” ผมพูดโอ้อวดให้อีกคนฟัง มาร์คหัวเราะออกมาในลำคอ ก่อนจะใช้มือของเขามาหยิกที่แก้มผมเบาๆเหมือนสะกิด

            “เดี๋ยวนี้หลงตัวเองจัง..”

            “ไม่ให้หลงตัวเองแล้วจะให้หลงอะไรล่ะ พอดีมีหน้าตาให้หลงอะนะ :)” ผมท้าวคางว่า

          “หลงมาร์คก็ได้... หลงฟรี ไม่คิดเงิน แถมหัวใจให้อีกดวง”

 

 

            ผมอมยิ้มกับประโยคของอีกคน จะว่ายังไงดีล่ะ แค่นี้ก็หลงจะตายอยู่แล้ว มาร์คยังอยากจะให้ผมหลงเขาไปมากกว่านี้อีกหรอ... แค่นี้หัวใจผมก็แทบจะรับไม่ไหวอยู่แล้วนะ

 

         

           

 

 

 

 

 

 

;;

 

 

            “วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน”

            และแล้วการสอนวันนี้ของผมก็จบลง เมื่อมาร์คทำแบบฝึกหัดที่ผมบอกเสร็จจนหมด และพอตรวจแล้วคะแนนก็ดีขึ้นมากจนเป็นที่น่าพอใจ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงเย็นแล้ว เป็นเวลาที่ผมควรจะรีบกลับบ้านก่อนมันจะมืด

 

 

            “จะกลับเลยหรอ”

            “อื้ม”

            “กินข้าวก่อนไหม?”

            “ไม่อะ เดี๋ยวไปกินกับแม่ที่บ้านดีกว่า” ผมว่าแบบนั้นในขณะที่มือของตัวเองก็เก็บของของตัวเองลงกระเป๋าเป้ที่สะพายมาด้วย มาร์คนั่งมองผมเงียบๆอย่างไม่ได้พูดอะไร เพียงไม่นานของทุกอย่างก็กลับมาเป็นระเบียบเหมือนเดิม รวมถึงของของมาร์คก็ด้วย

 

            “แล้วพรุ่งนี้จะมาสอนไหม?”

            “คงไม่ นายจะได้พักผ่อนด้วย” ผมมองหน้าอีกคน ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างคนต่างนั่งอยู่เฉยๆ เสียงของเข็มนาฬิกาที่กำลังเดินผ่านไปเรื่อยๆไม่ได้ทำให้ผมรีบร้อนที่จะกลับบ้านนัก

 

            “อ่า งั้นไปเถอะ ฉันไปส่ง” มาร์คว่า เจ้าของห้องลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูง มาร์คหยิบกระเป๋าเป้ไปสะพายอย่างเอาแต่ใจ พอผมบอกว่าไม่เป็นไร อีกคนก็เริ่มทำหน้าดุใส่เป็นคำตอบกลับมาแทน

            สุดท้ายก็ยอมให้มาร์คสะพายกระเป๋าให้จนได้ อีกคนเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์ และโทรศัพท์มายันใส่กระเป๋าของตัวเอง ส่วนผมก็เดินไปใส่รองเท้าผ้าใบยืนรออยู่หน้าประตูเรียบร้อย คีย์การ์ดที่ถูกเสียบอยู่ถูกดึงออกก่อนที่มาร์คจะเปิดประตูให้ผมเดินนำไป

 

 

            แสงทอของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าสาดส่องมาตลอดตามทางเดิน ท้องถนนถูกย้อมให้เป็นสีส้มอร่ามโดยแสงสุดท้ายของวันที่ควบคุมทุกอย่างบนโลก เราทั้งคู่ต่างเดินไปข้างหน้าเพื่อไปยังป้ายรถเมล์สถานีเดิมที่เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างเรา

 

            ผมมองเงาของตังเองที่เป็นสีดำตัดกับสีส้มของแสงที่กำลังทอดยาวไปตรงหน้าเพราะแสงอาทิตย์ที่สาดมาจากทางด้านหลัง เงาของผม และเงาของมาร์ค... ในตอนนี้มันดูเหมือนว่าเรายืนอยู่ข้างกัน ทั้งๆที่จริงๆแล้วผมเป็นคนเดินนำ ผมอมยิ้มกับภาพตรงหน้า ถึงแม้ว่าผมจะเดินนำทำให้มองไม่เห็นว่ามาร์คกำลังเดินตามมารึป่าว แต่ผมก็รู้ได้ว่ามาร์คกำลังตามมา เพราะเงาที่ทอดยาวออกมานี่

           

            แขนขวาของตัวเองกางออกเล็กน้อย รอยยิ้มเล็กๆของผมปรากฏขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้เงาที่ทอดยาวออกมาของผมมันคล้ายกับว่าเราทั้งคู่กำลังจับมือกันอยู่ จะว่าไปผมกับมาร์คไม่เคยจับมือกันเลยรึป่าวนะ? พอโดนจับหรือโดนดึงสักที มาร์คก็มักจะเลือกจับที่ข้อมือของผมแทนการจับมือตลอด ยกเว้นวันนั้นที่ผมขอมือมาร์คให้มาจับมือผมไว้ แต่ถ้าวันนั้นผมไม่ขอ มาร์คก็คงจะไม่จับมือผมแน่ๆ

 

 

พรึบ!

 

 

            O_O” ผมหลุดจากความคิดอย่างฉับพลัน ใบหน้าหันขวับอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆมาร์คก็เดินมาสอดมือของเขาเข้ามามือของผม

            “เห็นเล่นเงาอยู่นาน อยากจับก็บอก” อ่า... เห็นด้วยหรอวะ -///-

            “ปะ...ป่าวสักหน่อย”

            “ข่มขืนฉันผ่านทางสายตาไม่พอ ยังลวนลามเงาฉันอีกหรอ” มาร์คว่า

            อะไรกันเล่า! ใครมันจะไปลวนลามนายฟ่ะ! แล้วเมื่อไหร่หมอนี่จะเลิกหาว่าผมข่มขืนเขาผ่านทางสายตาสักที การที่ผมแอบมองเขา ไม่ใช่ว่าผมข่มขืนเขาสักหน่อย (-_-)

 

            “ลวนลามบ้าอะไรของนาย ปล่อยมือเลย”

            “จับก่อนดิ จะถึงป้ายรถเมล์แล้ว” มาร์คว่าแบบนั้น

            เขาดึงแขนผมให้เดินตามไปโดยที่ไม่ฟังเสียงร้องโวยวายของผมเลยสักนิด ให้ตายเถอะหมอนี่! คนที่ลวนลามมันไม่ใช่ผมแล้ว! มันเป็นมาร์คมากกว่า!

 

 

            ไม่นานเราทั้งคู่ก็มาถึงป้ายรถเมล์ มาร์คจับมือผมมาตลอดทาง มีบางครั้งที่ผมรู้สึกได้ว่าอีกคนใช้นิ้วโป้งถูกที่มือผมไปมา ความรู้สึกอบอุ่นจากผ่ามือเริ่มทำให้ผมไม่อยากปล่อยมือจากอีกคนไป

 

 

            รวมถึงไม่อยากปล่อยอีกคนให้ไปไหนด้วย...

           

           

            “ถึงแล้วนะ”

            “อื่อ” ผมฮึมฮัมในลำคอ ก้มหน้ามองเท้าสองคู่ที่กำลังยืนประชันหน้ากัน

            “ไม่ปล่อยมือหรอ..” มาร์คถาม

            ผมเงยหน้ามามองอีกคนนิ่ง สุดท้ายก็ต้องปล่อย ความรู้สึกอุ่นของอีกฝ่ามือค่อยๆหายไป มือของผมชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกรำคาญ กระเป๋าเป้บนไหล่ของอีกคนถูกส่งคืนให้กับเจ้าของ ผมรับมาสะพาย มาร์คทิ้งน้ำหนักฝ่ามือลงมาบนหัวของผม

 

           

            “ถึงแล้วบอกด้วย....”

            “อื่อ...” ผมพยักหน้าให้กับคนที่มีเสียงที่ทั้งทุ้มและนุ่มตรงหน้า ทำไมนะ อยู่ๆก็รู้สึกไม่อยากกลับขึ้นมาเฉยๆซะอย่างนั้น มาร์คยิ้มมาให้ ก่อนจะเอามือออกจากหัวของผม

 

            “งั้น... กลับได้แล้ว” มาร์คว่า ผมพยักหน้าช้าๆ มือขวาของตัวเองก็โบกลาอีกคนไปมา สุดท้ายก็ต้องกลับ ทั้งๆที่ความรู้สึกของผมยังไม่อยากกลับเลย จะว่าไปทำไมตอนอยู่ในห้องไม่เห็นรู้สึกอย่างนี้เลยนะ ความรู้สึกที่ว่าเริ่มติดมาร์คเข้าให้แล้ว มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

 

            เท้าของผมก้าวไปข้างหน้าช้าๆ ผิดกับความคิดที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เท้าของผมจะหยุด... ผมหันมามองคนข้างหลังอีกครั้ง มาร์คยังอยู่ที่เดิม และเขากำลังมองมายังผม ถ้าให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองละก็ ผมคงคิดว่ามาร์คกำลังยืนรอให้ผมเดินพ้นสายตาเขาไปก่อนแน่ๆ

 

 

            ผมสบตากับอีกคนที่คิ้วขมวดส่งมา สายตาเขาเหมือนกำลังถามว่ามีอะไรรึป่าว สุดท้ายผมก็เริ่มเอาแต่ใจตัวเองจนได้ ทั้งเอาแต่ใจและทำตามใจตัวเอง....

 

 

            “มาร์ค....!

 

 

            “....?....”

 

 

          “ไปกินข้าวบ้านฉันไหม?”

 

 

 




 

          เอาแต่ใจ...

 

          แล้วก็โดนตามใจ...

 

 

 

 

 




            “อืม ไปสิ...”

           

 

 

 

 

 

;;

#ออนอินสตาแกรม

Bambam1a X mtuan


Thank U

 

Twitter : @itsokaymb (ทวิตเตอร์หลัก)

@iamvatha (ทวิตเตอร์นิยาย)

 


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 394 ครั้ง

895 ความคิดเห็น

  1. #845 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 23:11
    คนอ้อยอ่ะม้าก ทนไหวหรอ
    #845
    0
  2. #728 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 00:46
    คือมาร์คไม่ต้องจับแล้วละ
    #728
    0
  3. #688 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 23:12
    ทีนี้มาร์คก็รู้แล้วเนาะว่าแบมว่าคนในไอจีเป็นคนเดียวกันนนน
    แล้วจะแสดงตัวตอนไหนน้ออออ

    ลูกเลาเกือบโดนกินแล้วด้วยย >///<
    #688
    0
  4. #578 Facebook12345 (@Facebook12345) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:26

    น่ารักเกินไปแล้วฟิน

    #578
    0
  5. #571 Auyadi (@Auyadi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 00:29
    โอ๊ยยยย พีค มาร์ครู้แล้วว่าแบมคือคนเดียวกะ ig กรี๊ดดดดดดดดดดดด
    #571
    0
  6. #547 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 06:15
    เหมือนดูการ์ตูนฉากที่ประทับใจแล้วมารวมอยู่ในนิยายเล่มนี้ในคราเดียวกัน-////- นะ น่ารัก เขินว่ะ
    #547
    1
    • #547-1 bb1a1n (@benzswbb) (จากตอนที่ 11)
      13 กรกฎาคม 2562 / 06:16
      *นิยายเรื่องนี้ สิ โอ้ยยยยยย สงสัยอยากให้มีเป็นเล่มซะแล้วมั้ง...
      #547-1
  7. #492 Tuynuy23 (@Tuynuy23) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 11:48

    ข่มขืนฉันผ่านทางสายตาไม่พอ ยังลวนลามเงาฉันอีกหรอ ///// อห. ขำจนเพื่อร่วมงานด่า 55555+

    #492
    0
  8. #459 Issara_J (@Issara123456) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 01:58
    งื้ออออ เขินจะเเย่
    #459
    0
  9. #442 PMarkNBam (@PMarkNBam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 16:23
    งื้อออออออ เขินนนนนน
    #442
    0
  10. #378 BomSucha (@BomSucha) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 09:54
    ทำไมน่ารักกันจัง ความสัมพันธ์แบบค่อยๆไปเรื่อยๆ ชอบรอตอนต่อไปนะคะ
    #378
    0
  11. #358 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:23
    หลงกันเก่งงงงง อ่านแล้วเขินมากจ้าาาา
    #358
    0
  12. #284 ThitiyaDongdaeng (@ThitiyaDongdaeng) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:51
    เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ
    #284
    0
  13. #210 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 20:55
    มาร์คฟอลไอจีแบมใช่ปะ
    #210
    0
  14. #209 Nham Worakamon (@namwrkm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 17:13
    แงง เขินมากกก
    #209
    0
  15. #208 Pitta-Blue (@Pitta-Blue) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 15:41
    อ่านแล้วยิ้มทั้งเรื่อง
    #208
    0
  16. #207 JUNEncn (@JUNEncn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:37
    ยิ่งอ่านยิ่งเขิน ><
    #207
    0
  17. #206 MM_MB (@maemetggt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:22
    รักกัน รักกัน รักกันต์!!!
    #206
    0
  18. #205 DgKookkik (@DgKookkik) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:04
    น่ารักมากเลย อบอุ่น ขอให้น้องแบมพังกำแพงมาร์คได้เร็วๆน้าาาาา
    #205
    0
  19. #203 My MT (@smile-waranya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 20:31

    เขินมากจริงๆๆๆ ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆเดินไปข้างหน้า มันดีจริงๆ
    #203
    0
  20. #198 oesdog (@shoresher) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 09:00
    โอ้ยดีมาก ชอบความค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้
    #198
    0
  21. #195 noungmtꈍ◡ꈍ (@MarkTuanz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:46
    เขินมากแม่
    #195
    0
  22. #194 FangTanarak (@FangTanarak) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:17

    เขินไปหมดเลยยยยย
    #194
    0
  23. #193 KanandKanandKan (@KanandKanandKan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 18:28
    อยากมีถุกจีบบบบบ
    #193
    0
  24. #192 Muaylek_MB9397 (@Muaylek_MB9397) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 15:02
    เขินอ่ะ
    #192
    0
  25. #191 IMBB947g (@IMBB947g) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 14:07
    ลุนแลงต่อใจมากแม๊
    #191
    0