Fake Girl [V x You]

ตอนที่ 3 : Fake 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    21 พ.ย. 63

"คุณชายใหญ่.. กลับมาแล้วสินะครับ"เสียงทักของพ่อบ้านเอ่ยกับผม ในขณะที่ผมกำลังจะก้าวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลคิมแห่งนี้

ผมหันไปมองตามเสียงเรียกที่เอ่ยทักผม ก็ปรากฏเป็นร่างของชายวัยกลางคน เขาโค้งให้ผมเล็กน้อยอย่างนอบน้อมเพื่อทำความเคารพ แม้ผมจะเคยบอกไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับคัดค้านขอปฏิเสธ ผมเลยไม่ได้บังคับเขาอีก

 

อ่า.. ใช่แล้วล่ะ ผมคือคิม แทฮยอง ลูกชายคนโตของตระกูลคิมเองล่ะครับ

แต่.. อีกชื่อนึงของผมก็คือ วี.. ยังไงล่ะ :) 

 

"ครับ สวัสดีนะครับพ่อบ้านกังยู"ผมทักทายชายวัยกลางคนกลับตามปกติ ก่อนจะเดินเข้ามาด้านในห้องโถงใหญ่แห่งนี้

 

"วันนี้ไปเรียนคงจะมีความสุขดีนะครับ"อีกฝ่ายเดินตามผมเข้ามา พลางก็ชวนสนทนาเพื่อไม่ให้บรรยากาศนั้นดูเงียบเกินไป

 

"ครับ ใช่ครับ วันนี้ผมมีความสุขมากๆ"ผมกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงใบหน้าตกใจของเธอคนนั้น ในยามที่ถูกผมตรึงเอาไว้ตรงกลาง

 

"ดูท่าวันนี้คงจะเป็นวันที่ดีสำหรับคนในตระกูลคิมหลายคนเลยสินะครับเลยสินะครับ"พ่อบ้านกังยูกล่าว พลางก็แย้มยิ้มออกมา

 

"หืม? ทำไมเหรอครับ? เกิดอะไรขึ้นที่บ้านงั้นเหรอ?"ผมถามด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินเลี้ยวเข้ามาภายในห้องอาหาร เพราะเห็นว่าตอนนี้ทุกคนในบ้านได้มารวมตัวกันที่ห้องนี้แล้วเรียบร้อย

 

"อืม.. ลองถามคุณท่านดูแล้วกันนะครับ"พ่อบ้านกังยูกล่าว ก่อนจะโค้งให้ผมเล็กน้อย และเดินจากไป

 

"อ้าว เจ้าแท.. กลับมาแล้วเรอะ มานั่งทานด้วยกันสิ"ผู้เป็นใหญ่ของบ้าน คิม แทยังพ่อของผมกล่าวชักชวน ผมเดินเข้ามาที่ตำแหน่งหัวโต๊ะ ซึ่งพ่อของผมเป็นผู้ที่นั่งอยู่ ผมไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมมาหนึ่งชิ้น

 

"ไม่ล่ะครับพ่อ ผมไม่หิว ขอตัวก่อนนะครับ"ว่าแล้วก็นำขนมที่อยู่ในมือเข้าปากไป

 

"ทำไมล่ะ? วันนี้พ่อมีเรื่องสำคัญจะพูดนะ"ผู้เป็นพ่อของผมกล่าว

 

"เรื่องสำคัญที่ว่าคงไม่เกี่ยวกับผมหรอกครับ เพราะถ้าสำคัญกับผมจริงๆ พ่อก็คงโทร.บอกให้ผมรีบกลับมาแล้ว"ผมกล่าวอย่างไม่ค่อยจะใส่ใจนัก ก่อนจะกัดขนมอีกคำนึงเข้าปาก

 

"เหอะ ไอ้ลูกคนนี้ ก็จริงของแกล่ะวะ งั้นจะไปไหนก็ไปไป๊"ชายวัยกลางคนกล่าวไล่ผม ก่อนจะหันไปพูดกับคนที่อยู่เมื่อก่อนหน้านี้ ซึ่งก็มีแม่ของผม ลี แทยอน และน้องชายของผม ลี แบคยอง

 

"เอาล่ะ สิ่งที่พ่ออยากพูดวันนี้ก็คือ.. เรื่องของการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทของเรากับตระกูลยุน ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับลูกนะแบคยอง"ตระกูลยุน..งั้นเหรอ? เพราะชื่อนี้ จึงทำให้ขาของผมที่กำลังก้าวเดินไวๆ กลับก้าวช้าลงไปทันที

 

"ครับ งั้นคุณพ่อก็พูดมาเถอะนะครับ อะไรที่ผมช่วยได้ ผมก็จะช่วยครับ"น้องชายของผม ลี แบคยองกล่าว

 

"อืม.. คือว่า ระหว่างบริษัทของพ่อกับตระกูลยุนน่ะ ต้องการจะร่วมมือกัน เลยจำเป็นต้องมีสิ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันน่ะ พ่อและคุณยุนวังซองเลยตกลงกันว่า จะให้ลูกๆของพวกเราแต่งงานกันน่ะ และทางฝั่งนั้นเขาก็บอกมาแล้วว่าจะให้ลูกสาวคนกลางของเขา ยุน ฮายันมาเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์นี้"ขาของผมหยุดชะงักลงทันทีที่ได้ยินชื่อของเธอ

 

‘นะ..นี่มันอะไรกัน?’

 

"แต่ลูกไม่ต้องกังวลหรอกนะ แค่แต่งงานมีทายาทให้กับตระกูล แล้วหลังจากนั้นก็หย่ากัน และก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก มันก็แค่การแต่งงานทางด้านผลประโยชน์น่ะ แต่ถ้าลูกไม่อยากแต่ง พ่อก็ไม่ว่านะแบคยอง เดี๋ยวพ่อค่อยคุยกับทางนั้นอีกทีนึงก็ได้"

 

‘ตะ..แต่งงาน? มีลูก? แล้วก็ค่อยหย่ากัน? นี่มันหมายความว่ายังไง.. ทำไมต้องเป็นแบคยองกันล่ะ? ถ้าอีกฝ่ายนึงซึ่งเป็นเจ้าสาวคือเธอ… แล้วเธอก็ต้องแต่งงานกับคนอื่น…ซึ่งก็คือน้องชายฉัน…..’

 

 

"พ่อครับ.. พ่อจะให้เด็กม.ปลายแต่งงานเนี่ยนะ? แถมยังให้มีลูกให้อีก นี่พ่อคิดอะไรอยู่?"ผมถามออกไป แม้จะยังคงหันหลังให้อีกฝ่ายอยู่

 

"แล้วจะให้พ่อทำไงล่ะเจ้าแท ถ้าพ่อให้แกแต่งแทน แกจะแต่งไหมล่ะ?"ชายวัยกลางคนกล่าวอย่างประชัดประชัน ไม่ใคร่จะใส่ใจกับคำถามของตนนัก

 

 

"แต่งครับ…"ประโยคเดียวของผม แม้จะหันหลังให้ แต่ผมก็พอรู้ว่าตอนนี้พวกเขาคงช็อกกันไปแล้วเรียบร้อย

 

"นะ..นี่ลูกพูดอะไรออกมาคิมแทฮยอง? ล้อเล่นแม่หรือเปล่าเนี่ย?"น้ำเสียงของแม่ผมดูท่าทางคงจะตกใจเอามากๆ

 

"ไม่ครับ.. ผมพูดจริงๆ ผมจะแต่งแทนแบคยองเอง"ผมหันหน้าแล้วกลับมากล่าวกับทุกๆคน

 

"อืม.. ได้… แต่อันที่จริงน่ะ.. พ่อก็ต้องการให้แกแต่งอยู่แล้ว แต่เพราะคิดว่าแกไม่ยอมไงล่ะ เลยให้แบคยองแต่งแทน"พ่อของผมกล่าวเล่าความจริงออกมา

 

"หึ.. ถ้าเจ้าสาวคือคนนี้.. ผมจะปฏิเสธได้ยังไงกันครับ"ผมกล่าวออกมาตามตรง นั่นจึงทำให้พ่อของผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

‘แต่งงาน…กับเธอ? แล้วก็..มีลูก..กับเธอ? หึๆ’ ใบหน้าของผมฉายแววเจ้าเล่ห์ในทันใด เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้

 

.

 

.

 

"ฮัดชิ้ว!"จู่ฉันก็จามออกมาโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่กำลังทำความสะอาดห้องใหม่ของตัวเอง

 

‘รู้สึกเหมือนมีใครกำลังคิดถึงฉันในทางไม่ดีเลยแฮะ บรื๊อ..’ ฉันคิดพลางก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั่งร่างกาย ทั้งๆที่ปกติไม่ค่อยจะรู้สึกนัก

 

‘ช่างเถอะ คงคิดไปเองแหละมั้ง’ ฉันเลิกที่จะใส่ใจ ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดต่อ

อ่า..ใช่สิ ตอนนี้ฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องในคฤหาสน์แล้วเรียบร้อย โดยคำสั่งของผู้เป็นพ่อกำมะลอ

 

‘คงกลัวว่าจะขายหน้าสินะ แล้วก็คงกลัวว่าตระกูลคิมจะรู้ถึงความไม่เท่าเทียมนี้ของพวกมัน เลยตั้งใจที่จะให้ฉันย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ หึ..’ ฉันคิด พลางก็ตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาดต่อ จนมันเสร็จในที่สุด 

 

‘ฟู่.. ในที่สุดก็เสร็จ… เหอะ บอกซะดิบซะดี ว่าจะให้ฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องห้องใหม่ แต่พอเข้ามาอยู่จริงๆ ก็กลับกลายเป็นว่าฉันต้องมาทำความสะอาดเอง เพราะมันทั้งรกและสกปรก แม้แต่คนช่วยก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ แต่ก็นะ…ยังดีที่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ยังใช้ได้และมีอยู่ครบ’ ฉันคิดพลางก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง

ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย เพราะเตียงนี้มันนุ่มกว่าฟูกที่ฉันใช้นอนเมื่อก่อนเสียอีก

 

‘อ่า.. เพลียจัง แต่ก็สบายดีแฮะ อย่างน้อยวันนี้..ก็ยังมีเรื่องดีๆขึ้นมาสักหน่อยล่ะนะ หลังจากที่ต้องเจอแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้มา……. ละ..แล้วทำไมฉันต้องคิดถึงหน้าไอ้บ้าโรคจิตนั่นด้วยล่ะเนี่ย!!’ ฉันพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เมื่อนึกถึงใบหน้าของสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายมาในวันนี้

 

‘ทั้งกวนประสาท! ทั้งหื่นกาม! ทั้งโรคจิต!! ต้องเป็นคนแบบไหนกัน ถึงจะหน้าด้านหน้าทนได้ขนาดนี้น่ะ!!!’ฉันต่อว่าเขาอย่างหงุดหงิดในใจ

 

‘ไอ้โจรขโมยแก้ม!!’

 

.

 

.

 

“ฮัดชิ้ว!!"เสียงจามดังลั่นไปทั่วห้องของชายหนุ่ม

 

‘อะไรกัน..? ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่าอยู่แบบนี้นะ?’

 

เขาได้แต่สงสัยอยู่ในใจ ทว่าไม่สามารถให้คำตอบนี้ได้

 

.

 

.

 

.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #2 fernderland (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 00:09

    รอตอนต่อไปนะค้าบ
    #2
    1
    • #2-1 IRY.(จากตอนที่ 3)
      22 พฤศจิกายน 2563 / 08:01
      ขอบคุณค่าา♥️♥️
      #2-1