[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 55 : ตรวจสอบ Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    22 ธ.ค. 63

ตอนที่ 51

 

ตั้งแต่วันที่อิเซเฟลเดินหนีไปวันนั้นเฟยเซี่ยก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก


ทำไมอิเซเฟลถึงได้กลับมาอีกกัน?


เขาได้ยินมันหรือเปล่า? ไม่ได้ยินใช่ไหม?


ถ้าไม่ได้ยินทำไมถึงเดินหนีไปละ?


แล้ว..ถ้าได้ยินทำไมแค่มองแล้วเดินไปละ?


ในหัวของเขามีแต่คำว่าทำไมเต็มไปหมด ต่อให้ตอนนี้เขาได้ทริปจากลูกค้ามากมายแค่ไหนก็ไม่อาจทำให้ความมืดมิดในใจหายไปได้ และเมื่อมองไปรอบๆโนอาห์ที่เต็มไปด้วยความมืดแม้ยามกลางวันและกลางคืนใจของเขาก็ยิ่งหม่นหมอง


“เฮ้อ..”


“ถอนหายใจก็ไม่ผิดหรอกนะ แต่ทำไมต้องมานั่งถอนหายใจในโลงของฉัน!” จินที่ได้ยินเฟยเซี่ยถอนหายใจมารอบที่ร้อยกว่าก็พูดขึ้นอย่างทนไม่ไหว


“ก็ถ้าไม่นั่งขวางไว้นายก็นอนน่ะสิ!


“เวรเอ้ย! แหกตาดูบ้างไหมว่ามันกี่โมงแล้ว!” จินสบถก่อนจะปีนโต๊ะขึ้นไปชี้นาฬิกาบนผนัง


“เวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่สามารถทำให้ฉันหายสับสนได้เลย” เฟยเซี่ยเงยหน้าขึ้นมองก่อนรำพึงรำพัน


“....”


“การจะคิดอะไรมันต้องใช้เวลา แต่เวลาที่ผ่านมาฉันยังหาคำตอบไม่ได้เลย”


“....”


“มันเหมือนฝันร้ายที่ตามติดมาแม้ว่าฉันยังตื่นอยู่”


“...”


“นายเปลี่ยนท่าทางบ้างได้ไหม?” เฟยเซี่ยบ่นขึ้นมา “อย่าพยักหน้าทั้งที่ยังหลับตาสิ”


จินที่กำลังพิงกำแพงหลับตาอยู่รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา หากเขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคงไม่ยอมให้ฮิวจ์ไปนอนห้องตัวเองหรอก นี่มันเหมือนกับการส่งลูกแกะเข้าถ้ำเสือและเขาก็คือแกะตัวนั้น


“จิน...” เฟยเซี่ยทุบโลงเรียกอีกฝ่าย


“อย่าลืมว่าใครเป็นคนช่วยนายไว้ตอนที่นายจะเลิกกับฮิวจ์! อย่าลืมว่าใครช่วยคลี่คลายปัญหาเรื่องเดียกับราชาเอลฟ์! อย่าลืม..เอ่อ..ห้ามลืมนะห้ามลืม!


“ฉันไม่ลืม แต่ถ้านายปล่อยให้ฉันนอนฉันจะจำมันได้ดีกว่าเดิม” จินโอดครวญขึ้นมา


“ไม่ใช่ว่านายชอบไปก่อกวนชาวบ้านในตอนกลางคืนหรอ?” เฟยเซี่ยถาม


“นายอยากให้ฉันทำเหมือนที่นายเคยทำไหม?” จินหรี่ตามองอย่างคุกคาม


“....” เฟยเซี่ยชะงักไปก่อนจะรีบพูดขึ้น


“ตอนนั้นฉันใช้แค่หมอนนะ! จำไว้ด้วย! 

 

เฟยเซี่ยลุกออกจากโลงศพและเดินออกจากห้องของจินด้วยความเบื่อหน่าย ความเงียบสงัดยามดึกทำให้โรงแรมแห่งนี้ลี้ลับขึ้นเป็นกอง ขณะที่เฟยเซี่ยกำลังเดินทอดน่องอยู่นั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองมีเพื่อนอยู่ชั้นบนสุด ชั้นที่อยู่ใกล้กับพระเจ้ามากที่สุดอยู่หนึ่งคน แม้ว่าจะเคยพบเจอกันแค่หนเดียวก็เถอะแต่คนคนนั้นให้ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย


เฟยเซี่ยก้าวขาขึ้นบันไดอย่างไม่มีจุดหมายจนกระทั่งรู้ตัวทีเขาก็เห็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่ส่องแสงสีทองอร่ามออกมา และที่ข้างสระน้ำเมตาทรอนยืนปล่อยเส้นผมสีทองสยายอยู่กลางหลัง


“นายยังไม่นอนหรอ?” เฟยเซี่ยส่งเสียงทักทำให้เมตาทรอนหันมามองพร้อมกับรอยยิ้ม


“มนุษย์ต่างหากที่ต้องพักผ่อน”


“ฉันนอนไม่หลับ” เฟยเซี่ยถอนหายใจก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างสระ


“เรื่องอิเซเฟล?”


“นายรู้ได้ไง?” เฟยเซี่ยถามอย่างตกใจ


“หากนายได้พบเจอคนแปลกหน้าแต่ดันคิดถึงบางสิ่งบางอย่างของใครซักคนขึ้นมาแทน แสดงว่าเขาต้องสำคัญกับนายมาก หรือเหตุการณ์นั้นมันเชื่อมโยงกับบางอย่างที่สำคัญสำหรับนาย”


“ไม่ใช่ซักหน่อย” เฟยเซี่ยอุบอิบปฏิเสธด้วยความเขิน


“การโกหกเป็นบาปนะ โดยเฉพาะต่อหน้าทูตสวรรค์” เมตาทรอนพูด


“นายเป็นทูตสวรรค์แบบไหน?”


“แล้วนายรู้จักแบบไหนบ้างละ?”


“เครูบ[1] อัครทูตสวรรค์ทั้งเจ็ด[2] แล้วก็.. เทวทูตตกสวรรค์..”เฟยเซี่ยพูดเสียงแผ่วในประโยคหลัง


“ฉันคือ เสราฟิม[3] ” เมตาทรอนหลุบตาลงก่อนจะตอบ


นั่นเป็นเทวดากลุ่มใหญ่ที่สุดในชั้นบนเลยไม่ใช่หรอ?


“ทำไมนายถึงไม่อยู่บนสวรรค์ละ หรือว่ามาเป็นตัวแทนของพระเจ้า?” เฟยเซี่ยถาม


“เปล่า ฉันมาพักผ่อน” เมตาทรอนยิ้ม


“พักร้อนหรอ?”


“อืม..ฉันรู้สึกเหนื่อยเกินไปน่ะ” เมื่อเฟยเซี่ยสังเกตดูแล้วก็พบกับใบหน้าที่อิดโรยของเมตาทรอน


เหนื่อย...? เพราะต่อสู้กับนรกหรอ ? เฟยเซี่ยจำได้ว่าทูคสวรรค์กับนรกอยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานแล้ว แต่ก็ยังมีบางพวกที่เจอกันทีไรก็ต่อสู้กันทุกครั้ง เหตุผลคือ..มันชิน


“เอ่อ.. งั้นฉันไม่รบกวนนายดีกว่า” เขาดันตัวลุกขึ้นด้วยเพราะเข้าใจ เมตาทรอนไม่ได้ตอบรับแต่หันมาถามเขาแทน


“นายอยู่ที่โนอาห์มาสองสามเดือนแล้วใช่ไหม?”


“สองเดือนครึ่ง” เฟยเซี่ยตอบก่อนจะก้าวขาออกมา แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกแต่เขาก็เข้าใจความหมายของการถาม


หนึ่งปีมีสิบสองเดือน เขาเหลือเวลาเพียงเก้าเดือนครึ่งเท่านั้น หากถามตั้งแต่วันแรกที่เขามาที่โนอาห์เขาคงบอกว่าเก้าเดือนครึ่งมันยาวนานนับปี แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกว่ามันช่างสั้นเหลือเกิน และแน่นอนว่าเขาจะสร้างความทรงจำเก้าเดือนครึ่งนี้ให้อยู่กับเขาตลอดไป ส่วนอิเซเฟลคงจะไม่ห้ามเขาหรอกหากเขาอยากทำอะไรตามใจน่ะนะ

 

..

 

จินเปิดประตูมาในตอนเช้าก็พบกับเฟยเซี่ยที่นอนหมอบอยู่หน้าประตูห้องของเขาด้วยใต้ตาที่ดำคล้ำ


“ทำไมนายไม่ไปที่ห้องอิเซเฟล”


“ฉันกลัว”


“กลัวอะไร?” จินเลิกคิ้วถาม


“ถ้าเขาไม่ยอมฉันจะทำไง ถ้าเขาเกลียดฉันละ? ถ้าเขามองฉันอย่างเย็นชา พูดกับฉันอย่างไร้เยื่อใย..”


“ฉันก็อยากให้นายเย็นชาเสียบ้าง!” จินโพล่งขึ้นขัดเฟยเซี่ย


“..อย่าใส่ผักชีนะ มันไม่เข้ากัน”


วอท.. จินถอนหายใจก่อนนึกถึงแผนที่คิดไว้แล้วลากเฟยเซี่ยมาที่แจกันดอกกุหลาบ


“ดึงความกล้าหาญออกมา! ความรักคือความสวยงามที่สุดบนโลกใบนี้ และดอกไม้ก็เป็นตัวแทนของความรักที่งดงาม” จินก้มลงสูดดมกุหลาบแดงที่ถูกตัดแต่งอย่างดี


“ดูสิ.. สีของมันสดใสและสวยงามแค่ไหน มันเหมือนกับเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกาย”


“เลือดของฉันปนเปื้อนด้วยสีดำด้วยไหม?” เฟยเซี่ยถามพร้อมกับคว้าเอาดอกกุหลาบดำขึ้นมา


“จิ๊..นายนี่มันไม่เข้าใจความรักเลยหรือไง นายรู้ไหมว่ากุหลาบสีดำหมายถึงอะไร?”


“รู้” เฟยเซี่ยถามก่อนจะนึกถึงเสียงแฟนเก่า “แม้ตายก็จะรัก”


“โบราณมาก” จินเบ้ปากเหยียดนิ้วออกมาส่ายตรงหน้าก่อนจะพูดต่อ


“ความหมายของมันคือ ต่อให้คุณเป็นปีศาจฉันก็ยังอยากครอบครองคุณ!


ได้ยินคำตอบแล้วเฟยเซี่ยก็คิ้วกระตุกก่อนจะถามขึ้น


“ที่นายเอามาให้ฉันเพราะขายไม่ออกใช่ไหม?”


“ฉันดูเป็นคนแบบนั้นหรอ?” จินถาม


“ก็ไม่หรอก..แต่นายดูเป็นแวมไพร์ประเภทนั้น” เฟยเซี่ยพูดหน้าตาย

 

..

 

กลับมาที่ข้างสระว่ายน้ำอีกครั้ง จินหันมามองเฟยเซี่ยก่อนจะพูดกำชับ


“จำไว้ว่านายต้องพูดอย่างกล้าหาญ พูดให้ชัดเจน ถ้านายกล้าพูดว่ากินช้อนอีกครั้งละก็...”


“นายก็จะพูดว่าการพบกันที่นี่เป็นเรื่องบังเอิญอีกงั้นหรอ?” เฟยเซี่ยโต้กลับทันที


“ไม่ต้องห่วง คราวนี้ฉันจะหนีไปอย่างรวดเร็ว”


“เดี๋ยวก่อน” เฟยเซี่ยรั้งเขาไว้ “มีบางอย่างที่ฉันต้องบอกนาย”


“อะไร?”


“คืนนั้นที่เรามีแคมป์ไฟ”


“แล้ว?”


“เขาได้ยินมัน..” เฟยเซี่ยหลุบตาลงมองกุหลาบในมือแล้วอ้อมแอ้มพูด


“...ได้ยินอะไร?”


“นั่น..สิ่งที่เขาได้ยินมัน..”


“คืออะไรละ?”


“นั่นแหละ!


“ไม่ว่าจะเรื่องประจำเดือนหรือการตั้งครรภ์ นายก็บอกมาเหอะ” จินเริ่มเหนื่อยใจ


“...” เฟยเซี่ยคิดเปรียบเทียบเรื่องตนกับสองอย่างนี้แล้วพบว่ามันดูเล็กน้อยไปเลยจึงยอมบอก


“ฉันพูดบางอย่างไปแล้วเขาได้ยิน”


“พูดว่าอะไร”


“อิเซเฟล..ยอมฉันเถอะ”


ทันทีที่เฟยเซี่ยพูดจบประตูห้องของอิเซเฟลก็เปิดออกพร้อมกับร่างของเจ้าของห้อง เฟยเซี่ยรีบยกกุหลาบขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้


“เขาได้ยินอีกแล้ว”


“...” หลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่งจินก็เอนหน้ามามองเขาหลังช่อดอกไม้ก่อนจะพูดขึ้น


“มีที่ว่างพอจะบังฉันด้วยไหม?”


เสียงฝีเท้าของอิเซเฟลดังเข้ามาใกล้พวกเขาเรื่อยๆ เฟยเซี่ยจึงยื่นดอกไม้ไปทางจินก่อนจะหัวเราะออกมา


“ฮ่า ฮ่า ดอกไม้นี่นายให้ฉันจริงๆหรอ?”


“ใช่ๆ ฉันให้นาย ให้แบบไม่มีเหตุผลด้วย” จินที่ยังหาสติตัวเองไม่เจอก็รีบตอบออกไป


เกิดเดทแอร์ชั่วขณะหนึ่งก่อนเฟยเซี่ยจะหัวเราะออกมาแห้งๆ


“เอ่อ แหะๆ นายต้องจ่ายไปเยอะมากแน่ๆ”


“ไม่หรอก ฉันไม่ได้จ่ายอะไรเลยแค่ไปตัดมันมาจากในสวน”


เป็นอีกครั้งที่ความเงียบเข้าครอบงำ เฟยเซี่ยอยากจะยกมือขึ้นไปกระชากหัวไอ้กร๊วกตรงหน้านี่มากๆ เขาพยายามเค้นสมองหาคำพูดมารักษาสถานการณ์


“ฮ่า ฮ่า แต่นายให้ถูกเวลามากฉันกำลังอยากได้ไม้กวาดพอดีเลย”


“อ่า..ถูกต้อง ดอกกุหลาบดำนี่เหมาะสำหรับการกวาดพื้นที่สุด พวกมันแข็งแรงและทนทานมาก ฉันก็ใช้มันเหมือนกัน”


..


เฟยเซี่ยคิดคำพูดไม่ออกจึงเงียบลงพอดีกับอิเซเฟลที่มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา จินใช้ศอกกระทุ้งสีข้างเฟยเซี่ยเรียกสติทำให้คนโดนเรียกต้องรีบกวาดตามองหาเรื่องที่จะชวนคุย


“นายขายชุดชั้นในนี้ไหม?”


“...” จินชะงักไปกับหัวข้อสนทนาของเฟยเซี่ย ส่วนคนพูดตอนนี้ก้มหน้าหลบสายตาของอิเซเฟลทันที


เวรเอ้ย สิ่งที่เขาพูดนี่แม่ง..ชัดเจนมาก มันเหมือนกับบอกว่าชุดชั้นในที่นายใส่นั้นดูดีจนฉันอยากได้! ทำไมปากของเขาพ่นเรื่องแบบนี้ออกไปโดยไม่คิดทุกทีเลยนะ?!


จินมองเฟยเซี่ยอย่างเห็นใจ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะทรมานน่าดูถึงได้จินตนาการถึงชุดชั้นในของอิเซเฟล เขาจึงอยากช่วย


“อะแฮ่มๆ ขายให้เขาหน่อยได้ไหม?” จินหันไปบอกอิเซเฟล


“...” เฟยเซี่ยแข็งค้าง จนอิเซเฟลผู้ที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น


“มีร้อยเหรียญทองไหมละ?”


[1] เครูบคือผู้ทำหน้าที่คุ้มครองดูแล

[2] อัครทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดประกอบด้วย มิคาเอล กาเบรียล ราฟาเอล อูรีเอล เซราฟิเอล เรมีเอล ราเกล

[3] เสราฟิม มักจะอยู่รายล้อมบัลลังค์แห่งพระเจ้า คอยร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า

................................


กางเกงในก็เป็นที่ต้องการของท่านเฟยเช่นกัน 55555555555555555555 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #401 submonstar (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 23:09
    ขำไม่ไหวแล้ว กุหลาบที่ไหนเขาเอามากวาดพื้นเนี่ย โอ้ยยย555555
    #401
    0
  2. #399 bomzakuki82 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 21:31

    5555 ไม่ไหวแ

    ล้ว สงสาร

    #399
    0
  3. #393 haruhana_n (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 12:44
    โอ๊ยยยย ตี้เกินนน จะจีบเขาสำเร็จไหมเนี่ย 5555
    #393
    0
  4. #389 Oraphichaya (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 17:08
    ขำไม่ไหว อ่านรวดเดียวเลย คนแปลเก่งมาก 5555555555
    #389
    0
  5. #386 PRF. (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 17:35
    อยากอ่านต่อล้าววววว
    #386
    0
  6. #383 Aditt (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 00:51

    อุ้วววงงว
    #383
    0
  7. #357 NANTAPAN:) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 12:04
    โบ๊ะบ๊ะกันไปไหนนน 55555555
    #357
    0
  8. #348 Gear_77 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 21:31
    โอ้ยยย มันจะน่าสงสารเกินไปแล้ว จังหวะซิทคอมมาก 5555
    #348
    0
  9. #347 04140606 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 12:30
    ขำไม่หยุดเลยอะ5555
    #347
    0
  10. #345 IamOnTheWay2Hell (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:04
    ไม่รู้จะขำหรือสงสารดี555?
    #345
    0
  11. #344 Lormielis (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:15
    ลำบากหน่อยนะ55555
    #344
    0
  12. #326 Gemini_gift (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:40
    มันจะอาไรขนาดนั้น5555
    #326
    0
  13. #324 realtoey (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:03
    ตลกเฟยอ่า 55555
    #324
    0
  14. #323 Aditt (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 13:51
    โอยยยเลิ่กลั่กไปใหญ่ 55555
    #323
    0
  15. #322 aomctmz. (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 13:17
    ตล๊กกกกก
    #322
    0