[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 54 : สถานะ Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    29 ม.ค. 63

ตอนที่ 50


ดูเหมือนการที่ชาร์มาลลวนลามอันโตนิโอ้นั้นจะไม่ทำให้คนถูกลวนลามรู้สึกอะไร เพราะตอนนี้อันโตนิโอ้ยังคงปิ้งบาร์บีคิวอยู่หน้าเตาไฟเหมือนเดิม เฟยฉางที่เดินออกจากเต้นท์มาก็สาวเท้าไปหามีท่าทีคุกคาม


“จะมากเกินไปแล้วนะ!


อันโตนิโอ้เงยหน้าขึ้นมามอง เฟยฉางก็รีบตีหน้าเศร้า


“นายทำแบบนี้กับชาร์มาลได้ไง? นายยังมีคุณธรรมอยู่ไหมฉันอุส่านับถือนายนะ!


“...” บนหน้าของอันโตนิโอ้ปรากฏเครื่องหมายคำถาม เฟยฉางจึงพูดต่อ


“นายรู้ไหมว่าตัวเองทำอะไรผิด” พูดจบก็คิดในใจ นายไม่รู้อยู่แล้วเพราะฉันกำลังจะโบ้ยให้นายไง


“หมายถึงอะไร?” อันโตนิโอ้ถามอย่างไม่เข้าใจ


“นายรู้ไหมว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน?”


“....”


“แล้วนาย!” เฟยฉางชี้หน้าเขา “ยังปล่อยให้เขาเป็นแบบนั้น”


“จินพาไปแล้วไม่ใช่หรอ?” อันโตนิโอ้พูดอย่างไม่แน่ใจ เฟยฉางได้ยินอย่างนั้นก็เปลี่ยนท่าที


“นายไม่รู้หรอว่าจินนิสัยยังไง นายอยากให้ชาร์มาลเจอแบบเดียหรอ?”


“ไม่ใช่ว่านายบอกให้จินทำหรอ?”


“...” เฟยฉางถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ


“นายอย่าพูดแทรกระหว่างที่ฉันกำลังพูดอยู่ได้ไหม?”


“นายหยุดพูดหลายหนแล้ว” อันโตนิโอ้สวนกลับทำให้เฟยฉางจ้องเขาเขม็ง ทำไมถึงได้จับผิดกันอยู่ตลอดเลย


“ตีกันเลย!” เลย์ตันที่แอบอยู่ด้านหลังโพล่งขึ้นแต่ไม่ได้เรียกความสนใจของคนทั้งคู่ไปได้


“งั้นเราเลิกคุยกันเรื่องนี้แล้วมาคุยเรื่องชาร์มาลก่อนดีไหม เขามีปัญหาหลังจากกินอาหารของนาย นายจะทำยังไง?” เฟยฉางถามด้วยท่าทางเอาเรื่อง


“ปัญหานั่นคืออะไร?” อันโตนิโอ้ถาม


“ช่วงฤดูใบไม้ผลิ [1]” เฟยฉางตอบ


[1] ช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นคำเปรียบเปรยเกี่ยวกับอาการของชาร์มาลที่โดนยาปลุกเล่นงานจนเกิดความกระสันขอรับ


อันโตนิโอ้ชะงัก จากความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่ไม่เคยพบเจอใครที่ไหนที่กินอาหารแล้วจะเกิดช่วงฤดูใบไม้ผลิ เท่าที่มีก็เพียงอาการท้องเสียบ้าง อาหารเป็นพิษบ้าง


“ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นและบางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจ เพราะฉะนั้นตอนนี้นายต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้ก่อน อย่าเพิ่งไปตรวจสอบบาร์บีคิว” เฟยฉางรีบเอ่ยขัดความคิดของอันโตนิโอ้ที่กำลังพลิกส้อมเหล็กสำรวจชิ้นเนื้อ


“แล้วนายอยากให้ทำยังไง?” อันโตนิโอ้ถาม


“คนในเต้นท์บอกว่าให้ใช้น้ำเย็นล้างก็จะหาย เอาละ ฉันจะจัดการบาร์บีคิวอันนี้แทนนายเอง” เฟยฉางมองไปที่สเต็กแบบไม่ละสายตาพร้อมกับตอบออกไปอย่างไม่รู้ตัว


อันโตนิโอ้มองมือของเฟยฉางที่ถูกยื่นมากับริมฝีปากที่ดูดเข้าหากันจนเกิดเสียงก่อนจะยอมส่งส้อมเหล็กที่มีเนื้อบาร์บีคิวอยู่ให้และลุกเดินออกไป


“เขายื่นมันให้นายแสดงว่าเขาเชื่อในสิ่งที่นายบอก” เลย์ตันรีบพูดขึ้น


...............


เลย์ตันถูกแย่งเต้นท์ไปด้วยฝีมือของเฟยฉาง ในขณะที่อาซาที่รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเพราะเต้นท์นั้นมันเล็กเกินกว่าที่เขาจะยัดตัวเองเข้าไปได้ ในเต้นท์ของเลย์ตันจึงเหลือเพียงอันโตนิโอ้และชาร์มาลที่อยู่ในสภาพคล้ายกุ้งสุก


ฮิวจ์ที่เห็นเฟยฉางยังไม่ได้กินอะไรเลยตลอดทั้งคืนก็สงสารและคิดจะแบ่งอาหารให้เป็นการตอบแทนสำหรับคืนที่เร่าร้อนของเขาและจินคืนนั้น


“นายเคยได้ยินประโยคที่ว่า ลูกของคนจนจัดการได้ทุกเรื่องไหม?”


“...เคย”


“นายรู้ไหมว่ามันแปลว่าอะไร?”


“เอ่อ..มันหมายความว่า ลูกของคนจนทำทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว”


“....” เมื่อตอบออกไปแล้วอีกฝ่ายเงียบทำให้เฟยฉางต้องเงยหน้าขึ้นมามอง


“มันหมายความว่า เมื่อคนคนหนึ่งขาดความช่วยเหลือจากผู้อื่นจะทำให้สามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาได้”  เฟยฉางพยักหน้าเข้าใจกับความหมายที่จินบอก


“นี่คือคำถาม ทำไมนายไม่ใช้สิ่งที่นายมี?”


“พูดเก่งหรอ?” เฟยฉางถามอย่างไม่แน่ใจ จินขบฟันกับความโง่ของอีกฝ่ายก่อนจะโพล่งขึ้น


“ยั่วยวน!


“...”


 

ในที่สุดเฟยฉางก็ได้กลับมาที่เต้นท์ของตัวเอง เขากลับมาพร้อมกับอาหารที่ฮิวจ์แบ่งมาให้ โชคร้ายคือพริกไทยขวดนั้นถูกชาร์มาลใช้ไปแล้วแผนการทุกอย่างจึงต้องหยุดไว้ และเมื่อคิดซ้ำไปซ้ำมาเท่าไหร่สุดท้ายก็เหลือหนทางเดียวนั่นคือสิ่งที่จินเพิ่งบอกมา

 

เวลาล่วงเลยผ่านไป

 

แม้ท้องฟ้าจะยังคงมืดมิดเหมือนเดิมแต่ลมที่พัดผ่านนั้นกลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เฟยฉางคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ในการหว่านล้อมอิเซเฟลที่ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่


“เอ่อ..มันก็ดึกมากแล้ว เราไปนอนกันดีไหม?” เอ๊ะ..คำว่า เรานี่ดูเจาะจงไปหรือเปล่า


“นายยิ้มอะไร?” อิเซเฟลปิดหนังสือเงยหน้าขึ้นมาถามเขา เฟยฉางยิ้มค้างก่อนจะตอบ


“เอ่อ..ฉันรู้สึกมีความสุขขึ้นมาเมื่อคิดว่ากำลังจะได้นอนน่ะ อา..ง่วงแล้วไปนอนก่อนนะ” เฟยฉางรีบคลานเข้าไปในเต้นท์และล้มตัวลงนอนทันที ผ่านไปไม่ถึงครึ่งนาทีอิเซเฟลก็ตามเข้ามา


เฟยฉางพยายามอย่างมากที่ข่มความรู้สึกตื่นเต้นไว้ข้างใน เขาขยับไปชิดกับขอบเต้นท์ฝั่งหนึ่งจนอิเซเฟลทิ้งตัวลงนอนแล้วเขาจึงขยับเข้าไปใกล้และใช้แผนเบสิคทั่วไป


“มันหนาว”

 

เมื่อจินเห็นเฟยฉางและอิเซเฟลเข้าเต้นท์ไปแล้วเขาก็หันมาพูดกับฮิวจ์


“เราควร...”


เสื้อผ้าของฮิวจ์ร่วงหล่นลงพื้น ส่วนจินรีบพุ่งไปข้างหน้าและคว้าความว่างเปล่าตรงหน้ามากอดไว้


“โอ้ย” ฮิวจ์ร้องขึ้นด้วยความเจ็บ


“แบบนี้ก็ดีนะ ฉันชอบ”


“นายเห็นฉันได้ไง?” ฮิวจ์ถามอย่างสงสัย


“นายคิดว่าฉันวาดหัวใจเป็นสีขาวหรือไง?” จินหัวเราะพร้อมกับใช้นิ้วเขี่ยบนรูปหัวใจที่ลอยอยู่กลางอากาศ

 

....


อาซามองเลย์ตันที่ไล่ติดกาวตามมุมเต้นท์ก่อนจะพูดขึ้น


“มันไม่มากไปหรอ?”


“ไม่นะ” เลย์ตันตอบ


“งั้นขอฉันใช้บ้างได้ไหม?”


“นายไม่จำเป็นต้องใช้หรอก นายคงปลิวไม่ได้” เลย์ตันตอบพร้อมกับกวาดตามองร่างใหญ่โตของอาซา


...


ลมหายใจของอิเซเฟลเป็นสม่ำเสมอและเบาบางมากจนทำให้เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับอยู่หรือเปล่า เฟยฉางนอนจ้องเพดานเต้นท์พร้อมกับใช้ความคิดอย่างหนัก


วิธีที่เคยเห็นในทีวีก็มีแต่การแกล้งนอนดิ้นแล้วยกแขนขาขึ้นไปก่ายเกยคนข้างๆไว้ เมื่อเขาลองจำลองภาพในหัวถึงตำแหน่งการวางขาของตัวเองแล้ว เขาก็ยกขาขึ้นไปพาดกับอีกฝ่ายก่อนจะลังเลเมื่อไม่รู้ว่าควรเอาแขนขึ้นไปพาดด้วยไหม ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดเขาก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจ


อิเซเฟลเป็นพวกอารมณ์เสียตอนเช้าหรือเปล่า?


เอ่อ..มันจะดีกว่าไหมถ้าเขาเลื่อนแผนออกไปก่อนจนกว่าจะแน่ใจเกี่ยวกับอิเซเฟล?


คิดได้อย่างนั้นเฟยฉางก็ยกขาตัวเองออก


คร่อกกกก คร่อกกกก เสียงกรนสะหนั่นดังมาจากทางอาซา อิเซเฟลขยับตัวเล็กน้อย


เอ๊ะ?


เป็นไปได้ไหมว่าเขายังไม่หลับ?


หัวใจที่แห้งเหี่ยวของเฟยฉางก็กลับมาฟูพองและเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง


ถ้าอิเซเฟลไม่ได้หลับนั่นหมายความว่าในตอนเช้าเขาคงไม่อารมณ์เสียแน่ๆ และเป็นไปได้ว่าอิเซเฟลคงทำเพียงเอาขาเขาลงจากตัวเท่านั้น


เฟยฉางเลือดสูบฉีดไปทั้งร่าง นี่คือโอกาสทอง! เขาจึงยกขาขึ้นไปก่ายอีกครั้ง อิเซเฟลที่นอนอยู่ไม่ไกลทำให้เขาเห็นทุกสัดส่วนบนใบหน้าที่งดงามได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องจินตนาการ ภาพที่เห็นมันช่างล่อตาล่อใจรวมถึงกล้ามเนื้อที่เคยเห็นนั่นด้วย แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเฟยฉางก็ต้องแข็งค้างเมื่อถูกอิเซเฟลคว้าเข้าไปในอ้อมแขน  


ตึกตัก ตึกตัก


หัวใจของเขาคล้ายกับมีม้าป่าควบฝีเท้าหนีอยู่ มันกระแทกเข้ากับหน้าอกอย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาเองก็อยู่ชิดติดกับช่วงหน้าอกของอิเซเฟล ยังไม่ทันที่จะได้เงยหน้าขึ้นมองเขาก็รู้สึกถึงมือของอีกฝ่ายที่สอดเข้าใต้สะโพก


เฟยฉางเบิกตากว้างแทบจะหยุดหายใจ นี่เขาจะถูกโยนออกไปหรือเปล่า?


ในตอนนั้นเองก็เกิดลมพายุลูกเล็กๆสีดำพัดผ่านมา ทำให้เต้นท์ที่ตั้งอยู่ปลิวไปกองอยู่ด้านหนึ่งราวกับโดนไม้กวาดดวาดออกไป ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่เฟยฉางยังไม่ทันตั้งตัว สติของเขาหลุดลอยไปตั้งแต่อิเซเฟลจับเอวเขาไว้แล้ว

 

สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของทุกคนคือด้านหน้าของแผนกต้อนรับ ฮิวจ์ดึงผ้าห่มมาห่อตัวเองไว้ก่อนจะพูดขึ้น


“เต้นท์ละ?”

“มันปลิวไปหมดแล้ว” จินพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย อาซาขยี้ตาก่อนจะหันไปมองเลย์ตันที่ถูกคว้าไว้ทัน


“กาวของนายไม่ดีเลย”


หากอาซาไม่คว้าไว้เลย์ตันคงปลิวไปพร้อมกับเต้นท์แล้ว ด้วยความตื่นตกใจเขาจึงตะโกนขึ้น


“พระเจ้า มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”


“มันเป็นลมสีดำ” จินคลายความสงสัยของเลย์ตันก่อนจะหันไปจ้องอิเซเฟล


“ลมสีดำมีแค่ตรงทางเข้าของนรกเท่านั้น และร้อยปีจะเกิดขึ้นหนหนึ่ง” อิเซเฟลอธิบาย


“แล้วมันมาที่นี่ได้ยังไง?” จินถามอย่างเคร่งเครียด


“มีคนเปลี่ยนทิศทางมัน และวันนี้ครบร้อยปีพอดี”


“มีคนตั้งใจทำ?” จินขมวดคิ้วฉับจ้องอิเซเฟลอย่างต้องการคำตอบ แต่คนถูกจ้องกลับไม่พูดอะไรออกมาอีก


“ฮะ?..คนคนนั้นไม่พอใจที่เรากินบาร์บีคิวกันที่นี่หรอ?” อาซาถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ


บรรดาผู้ที่พักอยู่ชั้นบนก็เริ่มโผล่หัวออกมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น


“สกัดกั้นลมก่อนจะเปลี่ยนทิศไปทางอื่น คนที่ทำได้ในทั้งเก้าโลกดูเหมือนจะมีแค่ไม่กี่คนนะ” จินพูดด้วยอารมณ์คุกกรุ่น


“ฝ่ายต่อต้านหรอ?” เลย์ตันถามขึ้น


...


เงาด้านนอกโนอาห์ดูเหมือนจะมืดครึ้มมากกว่าเดิมเสียอีก และเมื่อที่นี่ไม่มีเต้นท์ให้พักกันอีกแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันไปยังห้องของตัวเองเพื่อพักผ่อน จินที่ตั้งใจจะเดินกลับห้องตัวเองก็หันมาเห็นเฟยฉางที่นั่งยองๆเท้าคางเข้ากับเข่าอยู่


“ไม่ไป?”


“อือ” เฟยฉางยิ้มอย่างเศร้าสลดทำให้จินอดไม่ได้ที่จะสงสารและให้กำลังใจเขา


“โลกนี้ยังมีความหวังเสมอ!


โอ้..ฉันก็หวังว่าความหวังนั้นจะไม่ไปมุดอยู่ในช่องว่างมิติซักช่องหรอกนะ เฟยฉางถอนหายใจก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนและตะโกนออกมาเสียงดังลั่น


“อิเซเฟล! ยอมฉันเถอะ!” หลังจากได้ตะโกนไปแล้วเขาก็รู้สึกโล่งขึ้นมาคล้ายกับความอึดอัดถูกปลดปล่อย แต่เมื่อเขาหมุนตัวกลับมาก็ต้องแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้าง


อิเซเฟลยืนจ้องเขาอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าว่างเปล่าก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป

 

...

ขออภัยที่มาช้าขอรับ..เชิญอ่านได้เลยขอรับ!!  

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #343 Lormielis (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:09
    พูอออกไปซะดังเลย 5555
    #343
    0
  2. #325 Gemini_gift (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:34
    อายไหมละ555555 เจ้าตัวยืนอยู่ข้างหลังเลยจ้า
    #325
    0
  3. #321 deta-z (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 22:01
    แหนะๆ😆
    #321
    0
  4. #320 hauka (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 20:26
    ค้างอ้าาาาาาา~~~
    #320
    0
  5. #319 Aditt (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 14:54
    เฟยว้อยยยยยยย5555
    #319
    0