[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 50 : ยินยอมแบบน่าสงสัย Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    16 ม.ค. 63

ตอนที่ 46 การยินยอมอย่างน่าสงสัย [II]

Translated by Tracy

อะไรจะเลวร้ายไปกว่าการมีเพื่อนที่ไม่ดี? กับผลที่ตามมา


....


เมื่อพวกเขาสบตากันความคิดมากมายของเฟยฉางก็แตกกระเจิง ก่อนจะพุ่งเข้าไปหมายจะบีบลำคอของจินแต่ก็ถูกปัดออกอย่างง่ายดาย


“ถ้าเขามีดี ทำไมไม่ลองอีกสักครั้งสองครั้งละ?” ตอนแรกเฟยฉางก็คิดไว้บ้างว่าจะออกจากห้องมาพร้อมกับอิเซเฟลให้จินเข้าใจผิด ไม่คิดว่าจะกลายเป็นจริง อิเซเฟลเก็บปีกตัวเองอย่างเฉยเมย


“ฉันว่านายคงว่างเกินไป” รอยยิ้มก่อนหน้านี้หายไปจากหน้าจินทันที


“ไม่ ไม่ แค่ตอนนี้เวลาพัก” เขาโยนขวดไวน์เล่นด้วยมือเดียว นั่นเอามาจากไหนวะน่ะ?


“ฮิวจ์ไปไหน” จินหยุดแกว่งขวดก่อนจะตอบออกมาตะกุกตะกัก


“เขา..ลา”


“บางทีนายควรจะทำแทนในส่วนของเขาระหว่างที่พัก” จินอ้าปากจะค้านคำอิเซเฟลก็พูดต่อ

“หรือต้องไปเรียกฮิวจ์มาทำงาน”


“....” มุมปากของจินกระตุก


“ไม่..เอ่อ..ไม่มีปัญหา” เมื่อได้ยินอย่างนั้นอิเซเฟลก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาดึงเข็มกลัดทองสลับเงินออกมา สายตาของจินและเฟยฉางเป็นประกายขึ้นมาทันที


“นี่เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน!” เฟยฉางพูดขึ้นอย่างยินดี


“ฉันอยู่กับนายมานาน นายควรให้ของขวัญฉันจริงไหม?” ถึงจินจะยังกรุ่นๆอยู่บ้างแต่สิ่งตรงหน้าล่อตาล่อใจเหลือเกิน


ทั้งสองจับจ้องตามมือของอิเซเฟลที่ยื่นมาด้วยแววตาลูกหมา ไม่ว่าเขาจะโยกมือไปทางไหนดวงตาทั้งสองคู่ก็เลื่อนตาม ภายใต้สายตาที่กระหายของจิน อิเซเฟลกลัดมันลงบนผมที่ยุ่งเหยิงของเฟยฉาง มันค้างเติ่งอยู่บนผมยุ่งๆนั่น จินมองหน้าทั้งคู่สลับกันก่อนจะเอ่ย


“นายจ่ายสำหรับเมื่อคืนนี้หรอ” พอพูดจบจินก็วิ่งหนีไปทันที เฟยฉางมองตามก่อนจะหัวเราะแข็งๆออกมา


“เหอะ ๆ เขามันเด็กไร้การศึกษา ปล่อยเขาไปเถอะ” เฟยฉางพูดก่อนจะหยิบเข็มกลัดออกมาจากหัว

“ขอบคุณสำหรับวิธีนี้”


“ค่าใช้จ่ายจะถูกหักจากเงินเดือน”


“จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ” เฟยฉางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ในเมื่อเงินนั้นมันเอาไปใช้จริงไม่ได้เสียหน่อย


“ค่าอาหารกับที่พักก็มาจากเงินเดือนของนายนะ”


“...” เมื่อโดนเตือนสติ เฟยฉางก็คิดถึงเรื่องนี้ทันที เขายังต้องใช้เงิน 700 เหรียญในการดำรงชีพที่นี่


“นายหักเท่าไหร่” เขารีบถามทันที


“ลาหนึ่งปี”


“...ทำไมต้องเอาวันลาไปตลอดเลย” เขาอุส่าวางแผนไว้ว่าจะไปโลกเอลฟ์อีก ถึงจะได้เห็นแค่ป่าหลงลืมกับบิบิก็เถอะ


“หวังอะไรจากฉันหรือเปล่า?” อิเซเฟลถาม


“ก็มีแหละ” เฟยฉางตอบ


“เช่น เสื้อผ้าดีๆ ฝึกความสามารถ หรือ ทัก..ตลาดของตัวเอง” อิเซเฟลได้ยินก็มีสีหน้าว่างเปล่า


“นายเอาเวลาล้อเล่นไปทำงานจะดีกว่า”


“...” เขาไม่ได้ล้อเล่นซักหน่อย จริงอยู่ที่เขาเป็นพวกชอบเฮฮา แต่เขาก็มีเหตุผลนะ เฟยฉางยกมือขึ้นมาปิดหน้าทำท่าเศร้าสร้อย อิเซเฟลเห็นแบบนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป


“เฮ้อ” เฟยฉางลดมือลงจากหน้าก่อนจะถอนหายใจ


.......


เขาเดินกลับห้องอย่างปลอดโปร่งและในตอนที่กำลังจะหันไปปิดประตูก็มีมือหนึ่งยื่นมาขวางไว้ คือจิน เฟยฉางขยับยิ้มปล่อยมือจากลูกบิด


“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย” จินมองเขาอย่างระแวงขณะที่เห็นเฟยฉางเดินเข้าไปในห้องก่อนจะกลับมาพร้อมกับเก้าอี้


“ฉันก็มีเรื่องคุยกับนาย รอถูกเชือดได้เลยไอ้เวร!” เฟยฉางคำรามก่อนกระแทกเก้าอี้ลงตรงหน้าจินอย่างแรง จนจินเผลอหดตัวเพราะคิดว่าจะโดนทุ่มใส่ ก่อนคนทำจะหมุนตัวเดินหนีไปหยิบเสื้อผ้าและเข้าไปในห้องน้ำ


เฟยฉางยืนจ้องประตูห้องน้ำอยู่ครู่หนึ่งจนมั่นใจแล้วว่าอีกคนคงไม่พังประตูเข้ามาก็เริ่มอาบน้ำทันที กว่าจินจะรู้ตัวว่าตัวเองถูกเมินเฉยก็ตอนเฟยฉางออกจากห้องน้ำมาหลังจากผ่านไปเป็นชั่วโมง โชคดีที่เขาเป็นคนมีความอดทนจึงนั่งรออยู่บนเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ


“ถ้าจะมาขอโทษก็ควรจะมีของขวัญดีๆซะก่อน ฉันอาจจะใจดียอมรับคำขอโทษก็ได้”


“นายจะโอเคจริงๆหรอถ้าฉันเอาของขวัญมาให้?”


“ฉันเหมือนคนโง่ไหม?” เฟยฉางเหยียดยิ้ม


“แล้วเรื่องนั้นละ.. ให้ฮิวจ์อยู่ข้างบน?” รอยยิ้มของเฟยฉางจางลง


“ฉันจะ...” เฟยฉางชะงักก่อนก้าวถอยหลังอย่างช้า ๆ พอถึงหน้าประตูก็เขย่ามันอย่างบ้าคลั่ง


“ช่วยด้วย!” จินส่งเสียงหัวเราะมาจากด้านหลัง


“ตะโกนไปเถอะ ไม่มีใครมาช่วยหรอก” เฟยฉางรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา


“โอเค นายชนะ อยากจะพูดอะไรก็พูดมา หยุดทำให้ฉันกลายเป็นบ้าได้แล้ว”


“ฉันทำให้นายเป็นบ้าตอนไหน?” จินเลิกคิ้ว


“นายต้องการอะไรกันแน่?”


“นายรู้ไหมว่าทำไมอิเซเฟลถึงตกลงมาจากสวรรค์?”


“เพราะความเย็นชา” เฟยฉางตอบอย่างมั่นใจเพราะเขาได้รับรู้ความจริงมาแล้ว


“เป็นเพราะ - เดี๋ยวนะ นายรู้ได้ไง?”


“มีคนบอกฉัน” เฟยฉางยิ้มเยาะ


“อิเซเฟลบอกนายหรอ? ไม่ นั่นเป็นไปไม่ได้ ทำได้ไง?” จินพูดอย่างสับสนและสงสัย


“นายดักฟังตอนฉันนอนคุยกันหรอ?” เฟยฉางถามพร้อมกับจ้องเขม็ง


“ใครมันจะไปมีเวลามาดักฟังพวกนายนอนคุยกันวะ ถึงการนอนคุยกันมันน่าสนใจมากเลยนะ เอ้ย นั่นไม่ใช่ประเด็นดิ ตกลงนายรู้ได้ไงว่าบาปของเขาคืออะไร เรื่องนี้ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติส่วนตัวของอิเซเฟลเลยนะ”


“เมตาทรอนบอก” เฟยฉางตอบความจริงไป


“...” จินช็อคแข็งค้างไปแล้ว ราวกับสิ่งที่ได้ยินมันเป็นภาษารัสเซีย


“พอฉันออกมาจากห้องเขา ฉันก็โดนพวกนายลักพาตัวมา” เฟยฉางอธิบายต่อ ถ้าเขารู้ว่าจะโดนพวกจินทำอย่างนี้คงไม่ออกจากห้องเมตาทรอนมาหรอก


“ห้อง?” เฟยฉางเริ่มมีท่าทางหงุดหงิดจินจึงพูดต่อ

“อ้อ ใช่ๆ ห้องของเขา แต่ทำไมเมตาทรอนถึงเล่าเรื่องอิเซเฟลให้นายฟัง?”


“ไม่รู้ดิ บางทีอาจจะเหงามั้ง คงอยากมีคนพูดด้วย” เฟยฉางเองก็ไม่รู้เหมือนกัน


“...เหงา?” จินขมวดคิ้วพร้อมกับลูบหน้าตัวเอง

“เอาเป็นว่าเขาเหงาเหมือนที่นายบอก แต่เขาได้บอกไหมว่าทำไมบาปของอิเซเฟลถึงเป็นเย็นชา?”


“เขา..ไม่ได้บอก” เฟยฉางตอบกลับ คู่สนทนาเงียบไปแต่ในใจกำลังยินดีที่ตัวเองกลับมาคุมการสนทนาได้อีกครั้ง


“เป็นเพราะอิเซเฟลเห็นเทวทูตตายต่อหน้า”


“...เขาควรหลับตาแทน?” เฟยฉางถามกลับ จินเลยทุบลงบนโต๊ะ


“นายไม่เห็นประเด็นหรอ!


“มีอะไรอีก?” เฟยฉางเลิกคิ้วถาม


“อิเซเฟลช่วยชีวิตเขาได้”


“นายอยากสื่อเชี่ยอะไรกันแน่ ทำไมไม่พูดมันมาให้หมดเลยทีเดียววะ?” ดวงตาของจินเป็นประกายขึ้นมาทันที


“ฟังนะ พระเจ้าถามเขาว่าทำไมเขาถึงยืนดูเฉยๆ ในเมื่อหนึ่งชีวิตกำลังจะตาย รู้ไหมว่าเขาตอบว่าไร”


“เพราะเทวทูตไม่มีเงิน? บอกมาเร็วๆ” เฟยฉางเร่ง


“เขาบอกว่า ฉันไม่รู้” เฟยฉางขมวดคิ้วหลุบตาลงมองเข็มกลับบนอก ก่อนจะพูดปกป้องอิเซเฟลตามความรู้สึก


“คนเราผิดพลาดกันได้ทั้งนั้นแหละ!” จินเลือกที่จะเมินคำพูดของเฟยฉาง


“จากนั้นพระเจ้าก็บอกว่า หัวใจของเจ้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง ความเยือกเย็นนี้ไม่เหมาะกับสวรรค์” นี่มันเหมือนกับการโดนไล่ออกเลยไม่ใช่หรอ? เฟยฉางเริ่มเครียดแทนอิเซเฟล


“อิเซเฟลเลยถามพระเจ้ากลับว่า.. พระเจ้าเองก็เย็นชาเช่นกันไม่ใช่หรือ เพราะมองอดัมกับเอวาทนทุกข์อยู่บนโลกมนุษย์ มองดูคาอินฆ่าน้องชายตัวเองเพื่อนำเลือดมาประทังชีวิต” จินเลียนเสียงเป็นอิเซเฟลขณะที่เล่า คล้ายดึงเฟยฉางให้จินตนาการตาม


“แล้วไงต่อ?” เฟยฉางถามเมื่อจินหยุดพูด


“แล้วอิเซเฟลก็โดนส่งมาที่โนอาห์อาร์ค สถานที่ที่มีแต่บาปทั้งเจ็ดประการและอสูรในนรก”


เฟยฉางรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ของอิเซเฟลทันที เขาถอนหายใจ


“นายรู้ใช่ไหมว่าอิเซเฟลชอบว่ายน้ำ” เฟยฉางพยักหน้ารับกับคำถามนั้น หากที่นี่มีสโมสรว่ายน้ำหมอนั่นคงเป็นประธานสโมสรแน่ๆ


“นั่นคือประสงค์ของพระเจ้า”


“..ฉันไม่คิดว่าพระเจ้าจะชอบซิกแพค” จินกัดฟันข่มอารมณ์ตัวเองในตอนที่ได้ยินคำพูดของเฟยฉางก่อนจะพูดต่อ


“พระเจ้าบอกว่า เมื่ออยู่ในน้ำเขาจะรู้สึกถึงความอบอุ่นและความรัก”


“มันใช่หรอ?”


“นายคิดว่าใช่ไหมละ?” จินเลิกคิ้วถามกลับ


“ฉันคิดว่า คงดีถ้าเติมพวกน้ำมันหอมระเหยลงไปในน้ำ” เฟยฉางแนะนำสิ่งมีประโยชน์ก่อนวางมือไว้ที่ลูกบิด


“แล้วก็ขอบคุณสำหรับเรื่องพวกนี้ นายไปได้แล้ว”


“ยังไม่จบเลยนะ”


“ค่อยมาเล่าที่หลังได้ไหม?” เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างที่จะหนักหนาพอสมควร


“ก็ได้” จินกระแอมกระไอก่อนพูดต่อ


“งั้นครั้งต่อไป เรามาคุยกันเรื่องหัวข้ออื่น แล้ว..นายรู้ไหมว่าอิเซเฟลไม่เคยสัมผัสมนุษย์มาก่อน” ความรู้สึกบางอย่างจู่โจมเข้ามาในใจของเฟยฉาง เขาพยายามอย่างมากที่ไม่แสดงมันออกมา


“จริง?”


“จะยิ้มก็ยิ้มเถอะ”


“ไม่ได้จะยิ้ม” เฟยฉางลูบหน้าตัวเองเรียกสติ


“ฉันไม่เคยเห็นเขากอดใครนอกจากนาย”


“...” เฟยฉางยังคงลูบหน้าตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า


“เชื่อเถอะ ว่าเขารู้สึกบางอย่างกับนาย”


“นายเคยพูดคุยกับมนุษย์แบบฉันมาก่อนไหม?”  จินส่ายหัวกับคำถามนั้น


“งั้นนี่ก็ไม่ใช่ความพิเศษอะไรหรอก” จินไม่ได้ลุกจากเก้าอี้แต่กลับขยับยิ้มบางๆออกมา


 “บางที นายอาจจะเป็นคนเดียวที่สร้างปาฏิหาริย์นั้นขึ้นมา”


“คนเรามักจะหลอกล่อคนอื่นด้วยคำพูดเพื่อจะเหยียบย่ำพาตัวเองขึ้นไป แต่สุดท้ายก็จะตายเพราะคำพูดตัวเอง”


“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยอมตายหรอก” จินยิ้มอย่างร่าเริง


เฟยฉางส่งข้อความทางสายตา : คู่หู นายปล่อยให้ฉันเผชิญกับหมาป่าเพียงลำพังไม่ได้


จินส่งสายตาที่กระตือรือร้นกลับ : ฉันไม่ทิ้งให้นายเผชิญหน้ากับหมาป่าหรอก แต่ฉันจะให้นายมีความสุขกับจินตนาการของตัวเอง!


เฟยฉางละสายตาออกไปมองทางอื่นอย่างว่างเปล่าพร้อมกับถอนหายใจ


“นายต้องการอะไร?”


“ฉันต้องการนาย อยากให้นายทำให้อิเซเฟลรู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็นยังไง!” จินพูดอย่างตื่นเต้น


“ทำไม?” เฟยฉางกัดปากตัวเองก่อนฉุกคิดอะไรได้และชี้นิ้วที่สั่นเทาไปทางจิน


“นี่มันเป็นแผนการของนายใช่ไหม! นายพยายามพูดให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองสำคัญแล้วล่อลวงให้ฉันทำตามความต้องการ นายทำให้สมองฉันรวนจนจะบ้าอยู่แล้ว!

นี่มันน่าตกใจมาก! สกิลการปั่นประสาทอย่างนี้หมอนี่ก็ทำเป็นด้วยหรอ?


“เปล่าเสียหน่อย” จินปฏิเสธ


“ถ้าจะเสียเวลาวางแผนปัญญาอ่อนอย่างนี้ ก็เอาความสามารถของตัวเองไปทำละครโอเปร่าเถอะ!” เฟยฉางพูดอย่างเกรี้ยวกราดก่อนจะเสริม

“แต่ฉันไม่เป็นตัวแสดงหลักนะ!”  


....... 


เพราะท่านจินอยู่กับท่านเฟยฉางมาก สกิลการปั่นประสาทจึงติดมาขอรับ 555555555555555 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #314 Lormielis (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 13:41
    มันตลกอ่ะ5555555
    #314
    0
  2. #258 หมาป่าผู้กระหายเลือด (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 15:57
    หลังจากที่เป็นพ่อสื่อมานาน ตอนนี้นายได้รับผลตอบแทนแล้วเฟยฉาง5555
    #258
    0
  3. #253 Aditt (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 00:11
    อ่านรวดเดียวเลย สนุกมากกกกกกกกกก ขอบคุณนะคะ

    ช่วงแรกๆจะมีงงๆหน่อยว่าท่อนนี้ใครพูดแต่หลังๆโอเคขึ้นค่ะ สำนวนดีนะ
    #253
    0
  4. #249 Kn_nann (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 19:03
    ปั่นเก่งทั้งคู่555555
    #249
    0
  5. #247 For me.👑🍁 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 14:42
    จินผันตัวมาเป็นคนชงซะแล้วววว ยัยเฟยเอ้ยยอมๆไปเถอะ
    #247
    0