[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 45 : การแลกเปลี่ยน Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    9 ม.ค. 63

ตอนที่ 41 การแลกเปลี่ยนลม [I]

....

 

ในที่สุดแสงดาวสลัวๆก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดอันกว้างใหญ่ ด้วยเพราะการเดินทางด้วยความเร็วทำให้แสงดาวนั้นขยายกว้างจนเห็นเป็นคฤหาสน์เพดานสูงขนาดใหญ่


เพียงแค่เฟยฉางคิดถึงห้องนอนของเขา คิดถึงอาหารที่อันโตนิโอ้ทำ คิดถึงเพื่อนร่วมงานในโนอาห์อาร์ค ความอบอุ่นก็แผ่กระจายภายในใจของเขา


“ดูนั่นสิ! มีคนรอรับพวกเราด้วย!” ชาร์มาลชี้ไปที่แผนกต้อนรับและพูดขึ้น เฟยฉางเอนตัวออกมาดูก็พบกับร่างเล็กๆที่แผนกต้อนรับ


“นายรู้ไหมว่าเขาคือใคร?” ชาร์มาลถามอย่างตื่นเต้น


“นายเห็นความสูงเขาแล้วไม่รู้หรอ” เฟยฉางถามกลับ


“เลย์ตัน เผ่าคนแคระ?” ก่อนที่จะมาเป็นตัวแทนจากโลกเอลฟ์ ชาร์มาลเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของโนอาห์อาร์คจากเดียแล้ว และเมื่อเฟยฉางพยักหน้ารับเขาก็รู้สึกผิดหวังทันที


“นายบอกไม่ใช่หรอว่าโนอาห์อาร์คมีแต่ไอดอลของนาย” เฟยฉางหยอกล้ออย่างอดไม่ได้


“ไอดอลของฉันมีแค่ จิน อิเซเฟล อันโตนิโอ้ ไม่ใช่เขาเสียหน่อย” เมื่อได้ยินชื่อของอิเซเฟล หัวใจของเฟยฉางก็เต้นกระหน่ำ


ไม่กี่นาทีต่อมา รถม้าก็ลงจอดที่ด้านหน้าแผนกต้อนรับ เฟยฉางกระโดดลงจากรถม้าก้าวเข้าไปหาเลย์ตันและเดินวนรอบตัวเขา


“ทำไมนายถึงมารอรับเราละ?” เฟยฉางถาม


“แขกเยอะมาก และเราทุกคนก็ยุ่งเกินกว่าจะมารอรับได้” เลย์ตันบ่น ในคำว่า เราของเลย์ตันนั้นไม่รวมตัวเขาเอง เพราะเขาเป็นวิศวกรจึงไม่ได้ถูกเรียกใช้งานบ่อยนัก เลย์ตันหันไปมองชาร์มาล


“เขามาแทนเดียใช่ไหม?” ชาร์มาลเลิกคิ้วและเลียนแบบการกระทำของเฟยฉาง เขาเดินวนรอบเลย์ตัน


“ผมชื่อชาร์มาล เป็นเจ้าชายลำดับที่สามของเอลฟ์” เลย์ตันเห็นการกระทำของคนทั้งคู่ก็รู้สึกหงุดหงิด แต่เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าชายลำดับที่สาม เขาก็กลืนความไม่พอใจนั้นลง


“แนะนำผมด้วยนะ” ชาร์มาลยิ้ม


“แนะนำอะไรกัน ท่านเป็นถึงเจ้าชายเอลฟ์  ความรู้และความสามารถนั้นคงมากมายนัก ผมต่างหากที่ต้องขอคำแนะนำ”


“ผมเพิ่งมาถึงและมีหลายอย่างที่คุณยังต้องสอนผม”


“เจ้าชายช่างสุภาพเรียบร้อยเหลือเกิน”


“ชมเกินไปแล้ว” เฟยฉางฟังคำทักทายของพวกเขาแล้วขนลุกจนทนไม่ไหวรีบขัด


“นายบอกว่าที่นี่ยุ่ง ทำไมยุ่งละ?”


“เพราะมนุษย์หมาป่ามาเต็มไปหมด” เลย์ตันเลียริมฝีปากตัวเอง


“ห๋า? กรุ๊ปทัวร์หรอ?” เขาไม่ได้คาดหวังว่าเดียจะหากรุ๊ปทัวร์ได้เร็วขนาดนี้นะเนี่ย


“หมาป่าเยอะไม่พอยังคลั่งเพราะแสงจันทร์อีก” เฟยฉางเม้มปาก


“งั้นตอนนี้...บนโนอาห์มีพวกคลั่งจำนวนมากที่ต้องกินเนื้อมนุษย์และดื่มเลือดเวลาเห็นดวงจันทร์ใช่ไหม?”


“จำนวน หกสิบเจ็ด” เลย์ตันพูดจบเฟยฉางก็เดินไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม เขาเห็นมนุษย์หมาป่าที่มีท่าทางแปลกๆเดินไปเดินมาเต็มไปหมด


“อาการนี้มันเป็นพันธุกรรมไม่ใช่หรอ ทำไมถึงมีเยอะขนาดนี้ละ” เฟยฉางพึมพำกับตัวเอง จังหวะที่เขาหมุนตัวกลับมาเขาก็พบกับชาร์มาล


“นายมาไง?”


“ตามนายมา”


“...ตามมาทำไม”


“รอนายจัดห้องให้ไง” ชาร์มาลตอบก่อนจะเลิกคิ้ว “นายไม่ใช่ผู้จัดการแผนกต้อนรับหรอ? เดียบอกฉันอย่างนั้นนะ หรือว่าผิดคน?”


“ไม่ๆ เขาพูดถูกแล้ว” เพราะไม่ได้ทำงานแบบในโลกมนุษย์มานานแล้ว นานจนเขาเกือบลืมไปว่าเขามีหน้าที่อะไร


“นายอยากได้ห้องแบบไหน?”


“ถัดจากจิน” เฟยฉางมองเขาก่อนพูดอย่างจริงจัง


“จินกับแฟนอยู่ห้องติดกัน ดังนั้นถ้านายไปอยู่ใกล้ห้องคนสำคัญเขาคงจะไม่ดี ฉันไม่แนะนำ”


ชาร์มาลฟังคำนั้นแล้วกระพริบตาสองสามทีก่อนยิ้ม

“งั้นขอห้องติดกับอิเซเฟล”


ห้องติดกับอิเซเฟลหรอ? เฟยฉางระงับความรู้สึกแปลกๆที่โผล่ขึ้นมาในใจอย่างรุนแรงก่อนจะพูดเสียงเบา

“ห้องติดกับอิเซเฟลเป็นสระน้ำใหญ่ๆ ถ้านายเป็นเงือกฉันจะพิจารณาให้อีกที”


ใบหน้าของชาร์มาลมุ่ยลงอย่างผิดหวัง

“ฉันไปอยู่ห้องเก่าของเดียก็ได้” เฟยฉางรู้สึกเบิกบานขึ้นมาทันที เขาพยักหน้ารับอย่างแข็งขันก่อนจะนึกขึ้นได้


“นายไม่อยากอยู่ติดกับอันโตนิโอ้หรอ?” ชาร์มาลเบิกตากว้างมองเขา


“จริงด้วย!” เฟยฉางขยับยิ้มอย่างพึงพอใจ


“งั้นฉันจะพานายไปข้างบนนะ” เพราะเหตุการณ์วันนั้นที่อันโตนิโอ้แพ้ให้กับโอเมดันโด้ มาถึงเวลาที่จะส่งน้องชายให้ไปทำการสงบศึก ส่วนชาร์มาลนั้นเดินตามเฟยฉางอย่างมีความสุขโดยไม่ทันสังเกตรอยยิ้มบนใบหน้าของเฟยฉาง

...........

เมื่อส่งชาร์มาลเข้าถ้ำเสือเรียบร้อย เฟยฉางก็ลงชั้นล่างมาเพื่อหาของกิน เขาเห็นฮิวจ์รุ่นเด็กกำลังเอาหน้าแนบอยู่กับราวบันไดและมองมาพอดี


“ฮิวจ์ ทำอะไรน่ะ?” เขาเดินเข้าไปถาม


“ฉันรอจิน” ฮิวจ์หันมาตอบด้วยดวงตาใสแจ๋ว


“จิน? เขาไปไหนละ?” เฟยฉางเลิกคิ้ว จินคงไม่ได้คุกคามทางเพศเด็กหรอกนะ


“ไปทำงาน” ฮิวจ์ตอบ เฟยฉางก็ยิ้มรับ


“ไหนๆก็ว่างแล้ว มาคุยกันหน่อยไหม?” หากเป็นฮิวจ์ก่อนหน้านี้ คงไม่ตกลงแน่ถ้าเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายของเฟยฉาง น่าเสียดายที่ฮิวจ์รุ่นเด็กกำลังอยู่ในช่วยเจริญเติบโตจึงตามไม่ทัน พยักหน้ารับอย่างยินดี


“ได้เลย! ฉันไม่ได้คุยกับใครนอกจากจินมานานแล้ว”  ไอ้เกย์หัวงู เขาไม่ควรค่าต่อรอยยิ้มนี้เลย


“นายจำเรื่องเดียกับจินได้ไหม?” รอยยิ้มสดใสหายไปจากใบหน้า ฮิวจ์พยักหน้าอย่างช้าๆ เฟยฉางจึงยกมือขึ้นตบไหล่เล็กเบาๆก่อนจะวางค้างไว้


“มันไม่ใช่ความผิดของนาย ในตอนนั้นพวกเขายังอยู่ในวัยคึกคะนองแถมยังมีคำสาปติดตัวเดียมาอีก เรื่องมันถึงเป็นอย่างนี้ แต่ว่า เพื่อทำลายความรู้สึกของราชาเอลฟ์แล้ว เดียถึงเลือกที่จะทำ เอ่อ ฉันไม่ได้โยนความผิดไปให้จินนะ ฉันแค่คิดว่าเดียก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน”  


“ฉันรู้แล้ว” ฮิวจ์ทำปากยื่น


“งั้น นายยกโทษให้จินไหม?” เฟยฉางถามอย่างระมัดระวัง แม้ว่าเขาอยากจะเอาคืนจินหลายๆอย่างแต่ก็ไม่อยากให้เรื่องนี้มันลุกลามไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาแย่แน่ๆ และเขาก็ทนไม่ได้ถ้าเห็นฮิวจ์เศร้า


“นั่นมันเป็นอดีตก่อนที่ฉันจะมาอยู่ที่นี่ อีกอย่างเดียก็สวยด้วย ไม่แปลกที่เขาจะชอบ” เฟยฉางถอนหายใจที่ฮิวจ์เข้าใจเรื่องทั้งหมด


“ฉันไม่รู้ว่านายรู้เรื่องนี้ไหม” ฮิวจ์หันมาสนใจเขาทันที


“อันนี้แค่เดาเฉยๆนะ” เขาลดเสียงเป็นกระซิบและพูดต่อ “ตอนเขาอยู่กับเดีย เขาคือ..เอ่อ..ข้างล่างอะ”


“ข้างล่าง..?” ฮิวจ์กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเข้าใจความหมายที่เฟยฉางจะสื่อ ก่อนใบหน้าเขาจะถูกย้อมไปด้วยสีแดง


“ตอนอยู่กับนาย เขายอมอยู่ข้างล่างให้ไหม?” ฮิวจ์ส่ายหัวและก้มหน้าลง ก็คิดอยู่แล้วละ จากสิ่งที่เคยได้ยินจากอุปกรณ์โดมิโนคราวนั้น เขาก็ได้ยินอย่างชัดเจนแล้ว แต่ต้องแสร้งทำเป็นประหลาดใจ


“ฉันไม่คิดเลยว่าจินจะได้ทั้งสองแบบ” ฮิวจ์เตะราวบันไดอย่างไม่พอใจ ส่วนเฟยฉางกำลังมีความสุขที่ปลาฮุบเหยื่อที่วางไว้


“จริงๆแล้วเขาเคยบอกว่าครั้งสุดท้ายจะให้ฉัน”


ครั้งสุดท้ายหรอ?... เฟยฉางคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะนึกออก นี่คงเป็นสาเหตุที่จินปฏิเสธจะเล่าให้เขาฟังในตอนนั้น


“แล้วได้ทำไหม?” ฮิวจ์ส่ายหน้าและซึมลง


“ฉันเกลียดคนกลับกลอกที่สุดเลย!” เฟยฉางพูดพร้อมกับเท้ามือที่สะโพก “เดี๋ยวฉันจะไปคุยให้นายเอง!


“จริงหรอ?”  ไม่จริง เฟยฉางกลืนคำพูดตัวเองลงคอ


“แต่ว่า..เขาอาจจะไม่ชอบใจเท่าไหร่ถ้ารู้ว่าฉันรู้เรื่องนี้”


“ฉันควรทำไงดี?”


“นายต้องต่อสู้เพื่อตัวเองบ้าง”


“ฉันจะทำอะไรได้? ทุกครั้งที่จะทำฉันก็โดนผลักขึ้นไปบนเตียงแล้วทุกอย่างก็...” ฮิวจ์พึมพำ


“ไม่เป็นไร ฉันจะสอนเคล็ดลับให้เอง” เฟยฉางจับไหล่ของเขาแล้วพูด


“คืออะไร?”


“หนึ่งร้องไห้ สองตัดพ้อ สามแขวนคอ!” มันเป็นวิธีเบสิคที่มีมานานแล้ว แต่ยังไม่หายไปแสดงว่ามันมีประสิทธิภาพ!


“สามกลลวง?” ฮิวจ์ฟังอยู่เงียบๆก็พูดขึ้น


“จริงๆแล้วแสร้งทำเป็นอย่างนั้นก็พอ” เฟยฉางพยายามกล่อม


“ฉันกลัวว่าฉันจะทำไม่ได้” ฮิวจ์บอกอย่างเขินอาย เฟยฉางเองก็นึกภาพฮิวจ์ตะโกนตัดพ้อไม่ออกเหมือนกัน เขาจึงคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ


“จำไว้แค่ว่า ต้องร้องไห้”


“ร้องไห้?”  เฟยฉางยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะพูด


“ใช่ ถ้าเขาไม่ยอม นายก็ร้องจนกว่าเขาจะยอมนอนอยู่บนเตียงเฉยๆให้นายเชือด!

 

....

 

ท่านเฟยฉางขอรับ...เคยได้ยินประโยคที่ว่า ดาบนั้นคืนสนองไหมครับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #373 บิลเลียส (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:48
    สั่งสอนเค้าไปแบบนี้แล้วตัวเองจะโดนเชือดมั้ย
    #373
    0
  2. #309 Lormielis (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 12:58
    สั่งสอนได้ดี
    #309
    0
  3. #217 IKYUBINO (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 13:54
    ฮิวจ์เวอร์ชั่นนี้น่ารักกกกก
    #217
    0