[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 38 : การเดินทาง Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    31 ธ.ค. 62

ตอนที่ 34 การเดินทาง [II]

 

การเดินทางของมนุษย์สู่เมืองเอลฟ์

 

....

 

ระหว่างที่รอเดียมาชวนไปโลกของเอลฟ์ เฟยฉางยังคงจิตตกอยู่กับเรื่องเงินที่นำไปใช้ในโลกของตัวเองไม่ได้ เขาอยากจะโยนตัวเองออกไปนอกหน้าต่างและโบยบินอย่างอิสระ และในคืนนั้นก็เป็นอย่างที่คิดไว้ ( เขารู้ว่าเป็นกลางคืนเพราะนาฬิกาข้อมือ ) เดียมาหาเขา

 

“ฉันมาชวนนายไปโลกเอลฟ์กับฉัน” เดียพูดอย่างเขินๆ


“ถ้าฉันไปกับนายที่นี่จะยุ่งเกินไปหรือเปล่า?” เฟยฉางลูบคางตัวเอง


“ยุ่งหรอ?” แขกคนอื่นๆก็ไม่มี นอกจากเมทาตรอนซึ่งไม่เคยโผล่มาให้เห็นสักครั้ง


“ก็..อนาคตอาจจะมีแขกเยอะ”


“ช่วงสามวันนี้ไม่มีการจองห้องพัก นายไม่ต้องห่วง” โอ๊ะ เขาเกือบลืมไปแล้วว่าเดียก็เป็นผู้จัดการฝ่ายขาย


“ฉันจะไม่เจออะไรรุนแรงใช่ไหม?” เฟยฉางประท้วงออกมาเบาๆ “ถ้าราชาเอลฟ์ไม่อยากให้ฉันไปที่นั่นละ”


“ที่จริงแล้ว ฉันอยากให้นายไปช่วยฉันน่ะ” เดียส่งยิ้มมาให้อย่างอ่อนโยนเพื่อให้เขาเก็บปากตัวเอง


“นายเป็นพวกล่อลวงใช่ไหม”


ในปกติแล้วเฟยฉางคุ้นเคยกับใบหน้าเย่อหยิ่งเหมือนสุนัขตัวเมียของเดียมากกว่า พอมาเจอโหมดอ่อนโยนอย่างนี้เขาก็อดรู้สึกอึดอัดไม่ได้ แต่ภายในหัวใจเขากลับอบอุ่นและฟู่ฟ่าขึ้นมา


“แล้ว..พวกเงินเดือนละ”  ฤดูร้อนอันอบอุ่นภายในดวงตาของเดียแปรเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวทันที


“ที่พักและอาหารมีให้” เฟยฉางหลุบตาลงมองรองเท้าตัวเองอย่างเศร้าๆ เขาไม่ได้อะไรเลยนอกจากที่พักและอาหาร เหมือนเป็นหมูนั่นละ


“ฉันไปขอลาแล้ว และเราจะเดินทางกันพรุ่งนี้”

 

“นี่ถือว่าเป็นคำถามไหม?”


“ฉันไม่ได้ถาม แต่ฉันบอกให้นายรู้”

เขาจะทำเชี่ยอะไรได้ แล้วความอ่อนโยนก่อนหน้านี้คืออะไร? หรือมันถึงเวลาที่เขาควรไปพบจักษุแพทย์วะ?


.........


ในวันรุ่งขึ้นเขาใส่เสื้อผ้าลงไปในกระเป๋าที่สั่งให้เลย์ตันทำให้สองชุดแล้วลากไปที่ทางเข้า กระเป๋าของเดียค่อนข้างเล- ไม่มีเลยนี่หว่า


“ทำไมนายถึงแบกกระเป๋าใบใหญ่ขนาดนี้?” เขาถามเมื่อเดินมาเห็น เฟยฉางหัวเราะเบาๆพร้อมกอดกระเป๋าตัวเองไว้


“ก็แบบ..เผื่อพวกเอลฟ์จะให้ของขวัญอะไรมา” ในเมื่อเขาไม่ได้เงินแต่อย่างน้อยก็ควรมีของขวัญถูกไหม? มันต้องมีการเตรียมรับมือกับทุกอย่างไว้เสมอสิ


เดียปล่อยให้เฟยฉางทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ทั้งสองคนเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์และพบกับอิเซเฟล

 

“นายจะไปด้วยไหม?” เฟยฉางถามด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจ เขายังคิดถึงเรื่องเงินที่ใช้ในโลกเขาไม่อยู่ มันก็แค่กระดาษเท่านั้นเอง ความชื่นชมในร่างกายของอิเซเฟลนั้นลดฮวบ


“ฉันจะพานายไปที่นั่น”


“ฉันปฏิเสธได้ไหม?” เฟยฉางหันไปหาเดีย


“ได้ แต่นายต้องไปที่นั่นเองนะ” เฟยฉางหุบปากอย่างขุ่นเคือง ไม่จ่ายเงินให้เขาไม่พอเดียยังหันไปท่องคาถาอะไรสักอย่างก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเป็นสายฟ้าและพุ่งออกไปสู่ความมืด เฟยฉางหันกลับมาก็เจอกับใบหน้าไร้ความรู้สึกของอิเซเฟลที่มองมาอยู่เช่นกัน

 

“ไปกันเถอะ” เฟยฉางพึมพำขึ้น ทันใดนั้นอิเซเฟลก็กางปีกและบินขึ้นด้านบนเฟยฉางเงยหน้ามองตาม ในตอนนี้เขาเห็นคล้ายกับนกอินทรีที่ดำดิ่งลงมาและก็ต้องตกใจเมื่อโดนคว้าเอวก่อนพุ่งทยายออกสู่ความมืด กระเป๋าเดินทางถูกปล่อยทิ้งลงพื้นพร้อมกับข้าวของที่กระจายออกมา

 

ความมืดที่ปกคลุมเหมือนกับผ้าสักหลาดหนาๆ ซึ่งไม่เพียงปกปิดตาของเขาเท่านั้น แม้กระทั่งปากและจมูกของเขาก็คล้ายโดนกดทับจนหายใจไม่ออก เฟยฉางรู้สึกเหมือนว่าหน้าอกของเขากำลังถูกบีบอัดอย่างไม่สบายตัว เขาจับมือของอิเซเฟลที่อยู่บนเอวอยากจะพูดบอกอะไรสักอย่างแต่ไม่สามารถพูดได้


ฟาค! ตอนนี้เขากำลังจะขาดใจตาย แทนที่จะได้กลายเป็นวีรบุรุษแห่งภูมิลำเนา เขาต้องกลายเป็นผีไม่มีญาติแน่ๆ ในหัวของเฟยฉางเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง จนไม่ทันสังเกตว่ามือที่เอวกำลังจับเขาพลิกไปอีกทาง จนกระทั่งริมฝีปากที่เย็นเหยียบและนุ่มกดทับลงมาบนปากที่สั่นเทาของเขา


ใจของเฟยฉางเต้นกระหน่ำ


เกิดอะไรขึ้น?


ฝันหรอ?


ฝันเปียก?


เขายื่นมือออกมาสัมผัสสิ่งที่คล้ายกับขนนกและนุ่มเบา นี่คือเป็นฝันจริงๆสินะ เฟยฉางคิดว่าตัวเองกำลังฝันจริงๆ ก่อนที่แรงกดบนริมฝีปากจะหายไปอย่างช้าๆ


“ค่อยๆหายใจ” เสียงทุ้มของอิเซเฟลดังขึ้นข้างหู ปลายจมูกของเขาปัดป่ายอยู่ข้างแก้มเย็น


..มันเป็นของจริงหรอ?

 

เอ่อ..

 

มันไม่ใช่ฝัน..?

 

เฟยฉางยังคงมึนงงโดยไม่รู้ว่าริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกันเป็นระยะถึงห้าครั้ง จนกระทั่งมีแสงสีขาวที่สว่างจ้าโอบล้อมรอบกาย

 

เฟยฉางตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นท้องฟ้าสีครามและทุ่งหญ้าสีเขียว เดียกำลังคุยกับเอลฟ์ในเครื่องแบบอยู่และเมื่อเห็นเขาตื่นขึ้นมาเดียก็พยักหน้าให้ เฟยฉางลุกขึ้นยืนตบเศษหญ้าบนร่างกายเขาและมองไปรอบๆ  


“นายมองหาอะไร?” เดียถามหลังจากคุยกับเอลฟ์คนนั้นเสร็จ


“อิเซเฟล...อยู่ไหน?”


“กลับไปแล้ว”

 

ก็ไม่แปลกที่จะไม่เจออิเซเฟล แต่ทำไมใจของเขาถึงรู้สึกว่าผิดหวัง

 

“ไปเถอะ ปราสาทเอลฟ์อยู่อีกไม่ไกลเราต้องไปถึงก่อนดวงอาทิตย์ตก” เฟยฉางเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์มานานแล้ว


“นี่เป็นดวงอาทิตย์เดียวกันกับที่โลกมนุษย์ไหม?”


“แล้วมันมีดวงอาทิตย์อื่นอีกหรอ?” เดียตอบอย่างหงุดหงิด


“แล้วทำไมเราถึงไม่เห็นโลกของนายผ่านดาวเทียม” เฟยฉางพยายามอย่างยิ่งที่จะเบนความหงุดหงิดนั้นไปเรื่องอื่น


“แต่ละโลกแตกต่างกันและมีเหตุผล”


“เอิ่ม..อธิบายให้มันเข้าใจง่ายๆได้ไหม?”


“นายมองไม่เห็นเพราะว่ามองไม่เห็น”


“เออ..เข้าใจเลย” เฟยฉางกำมือจนข้อนิ้วลั่น


“งั้น..นายกำลังพูดอะไรกับเอลฟ์นั่น?”


“นาย”


“ฉัน? อา.. หรือพวกเขาอยากให้อะไรฉัน?” เขาเสียใจที่ไม่ได้พกกระเป๋ามาด้วย


“ไม่ เขาอยากจับนาย”


“...ฉันดูเหมือนพวกลี้ภัยหรอ”


“นายไม่มีบัตรผ่าน”


“...แต่นายชวนฉันมา”


“นั่นเป็นเหตุผลที่ตอนนี้นายไม่ได้อยู่ในคุก”


“แค่ตอนนี้? นายหมายความว่าไง”


“นายต้องให้โอเมดันโด้ยกโทษให้นายก่อน”


โอเมดันโด้? หวังว่าเขาจะอารมณ์ดีอยู่นะ ดูเหมือนว่าอยู่ดีๆเฟยฉางงานก็เข้าแบบไม่ทันได้เตรียมตัว


ปราสาทเอลฟ์นั้นเล็กว่าที่คิดไว้ มันใหญ่พอๆกับคฤหาสน์หลังใหญ่ของมนุษย์


“เอลฟ์ดำเริ่มชื่นชอบความหรูหราหลังจากที่พวกเขาได้รับอิทธิพลจากความบาป” เดียอธิบาย


“แล้วเมื่อก่อนเอลฟ์แห่งแสงอยู่กันยังไง?”


“ไม้”


“ไม้บริสุทธิ์น่ะหรอ?”


“ใช่”


“เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก”


“ใช่”


เมื่อเดียมาถึงประตูของปราสาทเอลฟ์ ยามก็โค้งคำนับให้อย่างเคารพนอบน้อมเพราะรู้ตัวตนของเขาอย่างดี การลงโทษในคุกก็ใกล้เข้ามาทุกขณะเฟยฉางจึงหยุดและยืนนิ่งอยู่กับที่ เพียงไม่นานเดียก็เดินย้อนกลับมา


“เป็นยังไงบ้าง ฉัน..เข้าข้างในได้ไหม?” เดียส่ายหัว


“โอเมดันโด้ไม่อยู่ที่นี่ เขาไปตามล่า ล็อคตินี่อยู่”


“ตามล่าล็อคตินี่หรอ?” เฟยฉางเริ่มวิตกกังวล ทั้งๆที่เป็นวันหยุดงานได้มาท่องเที่ยวต่างโลกแต่เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในวันหยุดพักผ่อน


“ใครคือล็อคตินี่? โอเมดันโด้ตามหาเขามานานแค่ไหนแล้ว?” นี่เป็นหนึ่งผู้ลี้ภัยหรือเปล่า เหมือนกับเขาไหม


“ล็อคตินี่เป็นพี่ชายของโอเมดันโด้” เดียตอบพร้อมกับเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเฟยฉาง เขามองอย่างเห็นใจ


“เขาเป็นคนทรยศที่อับบาดอนพูดถึง” 


เฟยฉางได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก


“งั้นก็รอเขาที่นี่”


“นายรอที่นี่แล้วกัน ฉันจะไปดูหน่อย” เฟยฉางจับแขนเขาไว้ทันที


“เราจะไปด้วยกัน”


นายพูดเล่นใช่ไหม? รอบๆนี้หูตาเต็มไปหมด มีความเป็นไปได้สูงนะว่าถ้าเขาอยู่เพียงลำพังอาจจะถูกส่งเข้าคุก เดียเหมือนอ่านความคิดเขาได้จึงพยักหน้า


พลบค่ำกำลังจะมาถึงในไม่ช้า ดวงอาทิตย์คล้อยไปทางทิศตะวันตกสาดส่องมาให้เห็นเงาของคนทั้งสองอยู่บนพื้น


“ทำไมนายถึงคุยกับยามคนนั้นนานนัก”


“พูดถึงนายนั่นแหละ ฉันต้องอธิบายว่านายมาจากไหน”


“ถ้าสมมติว่าโอเมดันโด้ไม่ยกโทษให้ฉัน ฉันจะต้องถูกยามที่ปราสาทตามล่าไหม?”


“ไม่”


“จริงหรอ?”


“อืม.. จริงๆแล้วหน่วยทหารม้าต่างหากที่จะตามล่านาย”


“เอ่อ...หน่วยทหารม้าของเอลฟ์มีเท่าไหร่?”


“ประมาณสองสามหมื่น..มั้ง?”


“พวกเขาเป็นเอลฟ์ที่ใจดีและอ่อนโยนหรือเปล่า?”


“ไม่ พวกนั้นเป็นเอลฟ์มืด”


“..ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันไม่วิ่งแน่ๆ”


“นายจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ฉันไม่ได้สนใจ”


ท้องของเฟยฉางเริ่มคำรามเมื่อถึงเวลาห้าโมงครึ่งตามความเคยคิด


“เราถึงหรือยัง?”


“นายเพิ่งถามไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว”


“เป็นเพราะคำตอบนายเมื่อสามนาทีที่แล้วคือไม่รู้”


“และนายคิดว่าสามนาทีต่อมาคำตอบจะเปลี่ยนหรอ”


“ก็ไม่หรอก แต่ก็หวังนิดๆ” เฟยฉางบีบลงบนต้นขาที่ตอนนี้ตะคริวกินแล้ว เสื้อสูทของเขาถูกถอดออกมาผูกไว้ที่เอว ส่วนขากางเกงก็ม้วนขึ้นมาสองสามทบคล้ายชาวประมง ตรงข้ามกับเดียที่ยังคงมีสภาพเรียบร้อยเหมือนเดิม หน้าผากของเขาก็แห้งสนิทไม่มีร่องรอยจากเหงื่อเลยแม้แต่น้อย


เฟยฉางจ้องมองด้วยความแปลกใจขณะที่เช็ดเหงื่อตัวเองออกจากกรอบหน้า


“นายควบคุมความร้อนของร่างกายด้วยลิ้นหรอ?” เดียชะงักทันที


“ฉันล้อเล่นนา..” เฟยฉางยิ้มแหยเชิงขอโทษ


“เขาอยู่ที่นี่” เดียพูด


“อะไร?” หลังจากที่หันไปถาม เฟยฉางก็เห็นรถม้าโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าลอยค้างอยู่กลางอากาศ เปลวไฟที่ดุดันแผดเผาอยู่ใต้กีบม้าที่เต้นรำเป็นจังหวะอยู่ด้านบน โอเมดันโด้อยู่ด้านบนของรถม้า เส้นผมสีดำเงาโบกสะบัดตามแรงลมอยู่ด้านหลังทำให้ภาพที่เห็นเต็มไปด้วยพลังและสง่างาม

 

 

 ..................................................................... 


จ๊ะเอ๋ แวะมาลงให้ตอนนึงขอรับ!! ตอนหม่าย หม่าย ส่งท้ายปีนะขอรับ !! 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #375 Aom Villa (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 16:56

    เขิลอะ
    #375
    0
  2. #302 Lormielis (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 12:09
    เป็นการเดินทางที่....
    #302
    0
  3. #203 Pak-Duk (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 19:07
    กรี๊ดดดด เขาจูจู๊บกันนนงฟงฟวกสกสสงหงกวกหหงบบำยว
    #203
    0
  4. #199 Sigmar F (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 21:36
    เเม่จ้าววววววว เค้าจูบกันแล้วววววววว เอื้อ!!!!!!#ตายอย่างสงบศพสีชมพู
    #199
    1
    • #199-1 จื่อลู่.(จากตอนที่ 38)
      2 มกราคม 2563 / 21:40

      เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน..~ ขอรับ
      #199-1
  5. #190 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 17:21

    ขอบคุณค่า

    #190
    0