[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 35 : บีบบังคับ Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    17 พ.ย. 61


 

 

               เดียเดินเข้าไปในห้องครัวโดยไม่ปริปากอะไร หยิบแอปเปิ้ลออกจากตระกร้าลงในอ่างเพื่อล้างทำความสะอาด มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาแต่เขาจำเป็นต้องทำเมื่ออันโตนิโอ้ได้รับบาดเจ็บ

 

          เฟยฉางที่ยังคงติดตามเขาด้วยความหวังว่าจะหาโอกาสหลอก...เอ่อ..เกลี้ยกล่อม – ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยความสมบูรณ์แบบของแผนตัวเองแล้วเมื่อได้เห็นเดียและอันโตนิโอ้ทำงานอย่างเข้าขากันได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไร

 

          นิทานส่วนใหญ่ชอบจบลงแบบคลุมเครือ และ แบบรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น อย่างในลิตเติ้ลเมอร์เมด เช่น ในใต้สมุทรเธอได้เป็นเจ้าหญิงที่สวยหวานและสง่างาม ได้ทั้งหมดที่ควรจะได้ แต่เธอกลับยอมดื่มยาพิษเพื่อได้ขึ้นไปบนบก เพื่อ? เพราะที่นั่นมีเจ้าชายรูปงาม แล้วเจ้าชายรูปงามนั่นก็ไม่ได้รักเธอเหมือนที่เธอรัก เธอเลยกลายเป็นฟองน้ำในทะเลในตอนจบและเรื่องราวแบบนี้ยังเรียกว่ามันเป็นแฮปปี้เอนดิ้งได้อีกหรอ?!

 

“นายอยากกินอะไร?” เฟยฉางเลิกคิ้วหันมองไปรอบห้องอย่างต้องการจะหาคนอื่นแต่ปรากฏว่าคนที่อันโตนิโอ้คุยด้วยคือเขา

 

“เอ่อ...นายมีขนมกรอบแกรบไหม?”

 

“ไม่”

 

“อะไรนะ? ทำไมละ?” เฟยฉางอ้าปากค้าง บนโนอาห์ไม่ได้มีทุกอย่างหรือ?

 

“ไม่รู้ดิ แต่ที่นี่ไม่มี”

 

“แล้วอย่างแพนเค้กต้นหอม แพนเค้กไข่เจียว หมั่นโถว พัฟใส้ฟัก เค้กฟักทอง มีใช่ไหม?”

 

“มี” อันโตนิโอ้ตอบหน้านิ่ง

 

ตั้งแต่เฟยฉางได้ก้าวมาอยู่ที่นี่ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองควรซื้อหวยบ้าง

 

“แล้ว..นายอยากได้พวกนั้น?” อันโตนิโอ้ถามพร้อมหาแป้งเพื่อทำขนม

 

“ไม่” คำตอบของเฟยฉางทำให้อันโตนิโอ้แผ่ความกดดันออกมาแม้ใบหน้าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลง ทำให้เขาต้องรีบเลี่ยงไปหาเดียที่กำลังล้างแอปเปิ้ลแทน

 

“อยากให้ช่วยอะไรไหม?” เดียไม่สนใจเขา

 

“ไปกวาดพื้น” อันโตนิโอ้ชี้นิ้วสั่งไปที่ไม้กวาดหลังประตูทางเข้า เฟยฉางคว้าไม้กวาดมาได้ก็กวาดวนอยู่รอบตัวเดีย

 

“นายไปกวาดที่อื่นบ้างไม่ได้หรือไง?” อันโตนิโอ้พูดอย่างหัวเสีย

 

“มีประโยคนึงจากที่ๆฉันจากมาก” เฟยฉางอ้าง “เราควรใส่ใจส่วนที่เป็นจุดศูนย์กลางมากที่สุด”

 

เมื่อพูดจบเดียก็ได้ล้างแอปเปิ้ลเสร็จแล้วและกำลังจะย้ายไปปลอกผิวมัน เฟยฉางเหมือนได้โอกาส

 

“เดี๋ยว ให้ฉันทำเถอะ! ฉันปลอกเปลือกได้ดีสุดๆเลยนะ แถมเคยเป็นแชมป์จนได้ที่ปลอกเป็นรางวัลเลย รู้เปล่า”

 

“แข่งทำอาหาร?” อันโตนิโอ้ถาม

 

“ไม่ใช่ มันเป็นการแข่ง Mommy’s Little Helper ในโรงเรียนประถม และรอบแรกคือการแข่งกันปลอกเปลือก”

 

“....”

 

อย่างไม่ทันคาดคิดเดียก็มอบแอปเปิ้ลให้เขาพร้อมกับเดินออกไป เฟยฉางมองตามด้วยตาเป็นประกาย

 

“เอิ่ม..” เฟยฉางขยับยิ้มแข็งๆ เอาแอปเปิ้ลยี่สิบลูกกับมีดปลอกผลไม้ส่งให้อันโตนิโอ้

 

“ฉันไปเข้าห้องน้ำได้ไหม?”

 

อันโตนิโอ้ลับมีด “เร่งด่วน?”

 

เฟยฉางพยักหน้าอย่างหงุดหงิดเล็กๆ “มาก”

 

“ฉันช่วยนายตัดส่วนรีบเร่งนั่นได้นะ” แสงสะท้อนออกจากมีดเป็นแสงวิบวับ และเรียกความหวาดกลัวจากเฟยฉางได้เป็นอย่างดี เขากลืนน้ำลายลงอึกใหญ่

 

“ฉัน..ฉันคิดว่าปลอกเปลือกแอปเปิ้ลเร่งด่วนกว่า ว่าไหม? ฮะ ฮะ”

 

ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเขาก็ปลอกเปลือกแอปเปิ้ลเรียบร้อยสมบูรณ์แบบตามคำสั่งของอันโตนิโอ้ก่อนจะหลบหนีออกมา เขาแปลกใจที่เดียไม่ได้เดินออกจากห้องอาหารแต่กลับนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างแทน..

 

นี่ละโอกาส!

 

เฟยฉางสูดลมหายใจจัดเสื้อผ้าหน้าผมเรียกกำลังใจตัวเอง เขาลอบสังเกตุเห็นบนโต๊ะที่เดียนั่งอยู่มีเพียงแจกันแต่ดอกไม้กลับถูกเด็ดกลีบจนกระจายเต็มพื้นโต๊ะ

 

นี่เป็นสัญญาณของคนคิดไม่ตกหรือเปล่า? เฟยฉางเอื้อมมือไปดึงเก้าอี้ที่อยู่ถัดจากเดีย แต่นึกขึ้นได้รีบย้ายตัวเองไปอยู่ฝั่งตรงข้ามแทน

 

“อะแฮ่ม..” เขาส่งเสียงเรียกอีกคน

 

“มันเป็นคี่” เดียขัดจังหวะก่อนที่เขาจะเริ่มพูด

 

“หะ?” เฟยฉางมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ “อะไรคี่?”

 

“จำนวนของกลีบดอกไม้” เฟยฉางชะงัก

 

“อา...นายหมายถึงจำนวนกลีบเยอะไป?” หรือดอกนี้แตกต่างจากดอกอื่นๆ? เฟยฉางจ้องที่กลีบดอกไม้บนโต๊ะเขม็งพยายามหาจุดผิดปกติ


“ฉันสบานกับตัวเองว่าหากมันเป็นคี่ฉันจะไม่ได้เห็นเขาอีก และเป็นคู่ถ้าได้เจออีกครั้ง”

 

     เฟยฉางถอนหายใจให้กับความซวยของเดีย ขนาดมันมีโอกาสห้าสิบห้าสิบเดียยังล้มเหลว เดี๋ยวก่อนนะ เดียบอกว่าเขาสาบานใช่ไหม มันไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ไปเจอกับราชาเอลฟ์อีกใช่ไหม? แผนของเขากำลังพังครืนลงมาโดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยหรอ

 

ไม่ ไม่ได้เขาต้องทำให้มันไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

“นายแน่ใจนะว่าคี่?”  เฟยฉางเริ่มนับทีละชิ้นและแอบเอากลีบหนึ่งยัดเข้าใต้แขนเสื้อตัวเอง

 

“นายทำแบบนี้กับทับทิมและแอปเปิ้ลด้วยใช่ไหม”

 

ฟาค .. จับได้คาหนังคาเขา เฟยฉางยกนิ้วขึ้นถูกจมูกและยิ้มแห้ง

 

“แค่อยากให้มันตลกเฉยๆ..”

 

เดียหันหลังหนี

 

“ไม่ได้จริงจังกับคำสาบานนั่นใช่ไหม?” เฟยฉางสลัดความกังวลออกจากใบหน้า


“ทำไมนายไม่นับกลีบ?”

 

เฟยฉางกระพริบตาปริบๆกับคำพูดของเดียก่อนก้มลงเริ่มนับกลีบอย่างจริงจัง

 

“...13...14....15” ชิท.. เดี๋ยว นี่ถ้านับกลีบดอกไม้ในแขนเสื้อเขา

 

“มันเป็นคู่! นายจะไปเจอกับราชาเอลฟ์อีกครั้งใช่ไหม?” ดูเหมือนว่าดวงของเดียจะไม่สั้นกุดเท่าไหร่ เขาผละมือออกจากดอกไม้

 

“อย่าบอกนะ.. ว่านายยังกังวลเกี่ยวกับเรื่องจิน?”

 

     เหมือนมีประกายไฟส่งออกมาจากตาของเดีย เฟยฉางคิดว่าถ้าเขาไม่ได้ผิวหนาและมีภูมิคุ้มกันมากพอ มีโอกาสสูงมากที่เขาอาจจะโดนเป่าสมองกระจุย

 

     แต่ให้ตายเถอะ... เดียมีปฏิกิริยากับชื่อจินมาเลยทีเดียว ไม่ว่าตอนนั้นที่พูดว่าจินอยากกลับมา เดียก็พร้อมจะไปหาอันโตนิโอ้ตามที่เขาบอก และคราวนี้กลับส่งประกายสายฟ้าออกมาเพียงเพราะชื่อของจิน?

 

“ด้วยความสัตย์จริง” เฟยฉางประทับใจกับมันสมองตัวเองมาก “ฉันไม่คิดว่านายควรใส่ใจมากเกินไป มันก็แค่เหมือนการจับไม้สั้นไม้ยาว”

 

เขาควรได้รางวัลเกี่ยวกับการรักษาความนิ่งไว้ได้แม้จะเจอความกดดันมหาศาลขนาดนี้

 

“จินบอกนายอย่างนั้น?” เดียพูดเสียงขุ่น

 

“เขารู้สึกผิดมาก” บทสนทนายังคงเดินได้อย่างต่อเนื่อง “ตอนนี้เขากับฮิวจ์ทำให้ทุกคนกลายเป็นเบาหวาน โดยที่นายยังคงโดดเดี่ยว อาจจะตลอดไป และตลอดกาล รู้ไหม?”

 

ความขมุกขมัวที่ปกคลุมไปทั้งใจของเดียละลายไปอย่างรวดเร็ว

 

“ไม่ใช่ความผิดของเขา”

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่เมื่อเร็วๆนี้เหมือนเขาจะเกิดไอเดียบางอย่าง” เฟยฉางลูบหน้าตัวเองพยายามยิ้มแย้มแจ่มใส “เขาว่าจะเปิดใจให้นายไปเป็นนายหญิง และทั้งสามคนจะมีความสุขและอยู่ด้วยกันตลอดไป” ในที่สุดนิทานที่ลงท้ายด้วยเทพนิยายของกริมม์ก็ได้ใช้ประโยชน์

 

การแสดงออกจากเดียชวนให้นึกถึงโอเมดันโด้ ตอนที่ได้ยินว่าเดียได้นอนกับใครบางคน ดูเหมือนว่าทุกคนจะแสดงความโกรธออกมาได้เกือบจะเหมือนกันหมด

 

“แต่ว่า..” เฟยฉางแทรกขึ้นก่อนที่โต๊ะจะติดไฟ


“ความคิดนี้ก็ถูกปัดทิ้งไปทันที”

 

“เพื่อฮิวจ์?”

 

“ไม่ใช่ เพื่อนายและราชาต่างหาก” มีกฎอยู่หนึ่งข้อ เมื่อมีโอกาสแล้วต้องรีบไขว่คว้าทันที เดียก้มลงมองบนโต๊ะกลมตรงหน้า

 

“เขารู้”

 

“เรียกมันว่ามารยา!” เฟยฉางโพล่งขึ้นมา

 

“เอิ่ม...” เฟยฉางพยายามควบคุมตัวเองกลับมา “ฉันหมายความว่าเราจำเป็นต้องลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเพื่อสร้างอนาคตที่สวยงามและบริสุทธิ์น่ะ”

 

“แล้ว..เราจะทำยังไง?”

 

“อืม...ฉันว่าเริ่มด้วยการทำให้เขาเข้าใจ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเพราะผลกระทบจากสิ่งที่นายโดนมา แล้วก็บอกว่า หัวใจและจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของนายพร้อมที่จะเริ่มต้นกับเขา”

 

“ใครบอกว่า หัวใจและจิตวิญญาณของฉันพร้อมจะเริ่มต้นกับเขา?” เดียเถียง

 

“เพื่อน เราต้องจริงจังกับเรื่องนี้หรอ แค่วางกับดักมารยาแค่นั้น”

 

เดียทำท่าอยากโต้แย้งแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่บ่นออกมา


“ฉันก็โกรธที่เขาฟังแต่พี่ชายของตัวเอง ฉันไม่คิดว่ามันจะจบลงด้วยกันต้องแยกกันเพราะการแกล้งไม่แยแสของฉัน มันสายไปแล้ว”

 

ทำไมนายไม่บอกอย่างนี้ก่อนเล่า?! ถ้าพูดแบบนี้ตั้งแต่แรก จินคงถูกฝังไปนานแล้วและฮิวจ์จะได้มีอิสระและพบเจอคู่ที่ดีด้วยเช่นกัน เสียดายจริงๆ


“แล้วฉันจะทำยังไงให้เขาเชื่อ .. ว่าฉันชอบเขามาตลอด?”

 

เฟยฉางกลืนน้ำลายลงคอ ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับความอายนั้นด้วยตัวเองจึงจะสามารถก้าวผ่านไปได้ ก่อนจะพูดออกมา


“มีทางออกที่ง่ายมากๆ แค่สารภาพ
!” ตาเดียเบิกกว้าง

 

“อืม..แต่ก่อนอื่นนายต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน เกี่ยวกับเรื่องนั้น คนที่นายนอนด้วยเป็นนานี่ไม่ใช่จิน”

 

“ทำไม?” เดียหน้ามืดครึ้มทันที

 

“นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้โอเมดันโด้เชื่อว่านายได้รับผลกระทบจากสิ่งที่นายโดนมาจริงๆ”

 

“ฉันไม่ทำ”

 

“ฟังนะ พวกเราทุกคนรู้ว่านายไม่มีทางชอบคนแบบจิน แต่ราชาไม่รู้ รูปร่างของจินมันก็ค่อนข้างที่จะดีเลยด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวลโอเมดันโด้อาจจะไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยก็ได้ แต่ฉันคิดว่ายังไงเขาก็ต้องสงสัยเกี่ยวกับความรู้สึกนายแน่นอน”

 

เดียคิดถึงการกระทำของโอเมดันโด้แล้วลังเลใจ

 

“แต่กับนานี่มันแตกต่างกัน” เฟยฉางกล่าว “ฉันไม่คิดว่าจะมีใครเชื่อว่า เขาสามารถเอาชนะราชาเอลฟ์ในใจนายได้”

 

เดียพยายามนึกถึงรูปลักษณ์ของคนแคระนานี่แต่นึกได้แค่คร่าวๆเท่านั้น

 

“แน่นอนว่า ที่สำคัญที่สุดคือ คนแคระนานี่เสียชีวิตไปแล้ว แม้ว่าราชาเอลฟ์ต้องการจะไล่ล่ามัน..”

 

เดียทวนประโยคในใจ ถ้าเขาต้องการจะไล่ล่าคนแคระ?

 

“นายอยากให้เขาทำอย่างนั้นหรอ?”

 

“แน่นอนว่าไม่”

 

“.....”

 

“เมื่อนายตกลงปลงใจไปแล้ว เขาจะให้เขาความสำคัญกับนายมากกว่า และไม่กล้าตามล่าคนแคระ”เฟยฉางกล่าวพร้อมกับยิ้มร้าย

“มันขึ้นอยู่กับนาย”

 

เดียไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดในทันที และครุ่นคิดอย่างหนัก เฟยฉางเลือกที่จะเงียบและรอโดยไม่เร่งรัดใดๆ ก่อนที่เดียจะทิ้งระเบิดก้อนใหญ่

 

“นายมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจิน”

 

“...” มือที่เท้าคางอยู่ลื่นหลุด “นายมองจากอะไร?”

 

“คนจำนวนมากที่มาและไปบนเรือโนอาห์ แต่นายเป็นคนแรกที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน”

 

นั่นเพราะจินปากไม่มีหูรูดและล่อลวงง่ายต่างหาก เขาไม่สามารถจะบอกออกไปได้ “เอ่อ..นั่นเป็นเพราะ..อืม”

 

“ขู่?” สายตาของเดียจับจ้องอยู่บนกลีบดอกไม้แล้วยิ้มออกมา เฟยฉางอ้าปากค้างและพบว่าตัวเองไม่สามารถขยับตัวได้เลยเมื่อปะทะกับรอยยิ้มอันสดใสเหมือนแสงตะวันยามรุ่งสาง




---------------------------------------------


มาแล้วขอรับ หากเจอคำผิดโปรดชี้แนะไว้ด้วยนะขอรับบบบบบบบ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #300 Lormielis (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 10:34
    555555
    #300
    0
  2. #221 N เอ็น (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 00:41
    ตัวป่วนนน
    #221
    0
  3. #138 TamanegiJa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 19:11
    สังเกต ไม่มีสระ ุ นะคะ
    แดงก่ำ ไม่ใช่กล่ำ น้า
    เฟยฉางร้ายกาจ5555 สนุกมากค่ะ
    #138
    0
  4. #123 knom9297 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 16:51
    มาแล้วววว
    #123
    1
    • #123-1 Hakuja.(จากตอนที่ 35)
      17 พฤศจิกายน 2561 / 16:55
      เย้ๆ มาแล้ว
      #123-1