[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 3 : แนะนำตัว Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 700 ครั้ง
    22 ธ.ค. 63


 

     เฟยเซี่ยรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันทีที่เผลอเรียกอีกฝ่ายว่ามนุษย์นก เพราะเขาดันนึกถึงนกขึ้นมาตอนเห็นปีกใหญ่ๆนี่ เคยมีคำกล่าวที่ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ขี่ม้าจะเป็นอัศวินในชุดเกราะ ทำนองเดียวกันคือ ไม่ใช่ทุกสิ่งที่มีปีกจะเป็นเทวทูตสวรรค์ เฟยเซี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองคิดน้อยไปหน่อยจนอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อครู่

 

เฟยเซี่ยยังคงมองนิ่งอยู่ที่ปีสีดำอันใหญ่จนนึกถึงบางอย่างได้ ชื่อเรียกของพวกมีปีก เทวทูตตกสวรรค์!!

 

“เอ่อ..ฉันแค่ล้อเล่นนะ” เขาพูดเสียงอ่อยอย่างระมัดระวังทั้งยังคอยดูท่าทีของอีกฝ่ายด้วย เมื่อเทียบกับไททันและมนุษย์ล่องหนแล้ว เขารู้สึกว่าเทวทูตตกสวรรค์เป็นที่รู้จักมากกว่าเพราะเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงในชั้นเรียน

 

“มนุษย์คนใหม่?” อิเซเฟลเพียงมองเขาอย่างเย็นชา


“ถ้าฉันพูดว่าไม่ใช่ นายจะให้ฉันกลับบ้านไหม?” ชั่วพริบตาที่เฟยเซี่ยคล้ายเห็นแสงสว่างแห่งความหวังอยู่รำไร


“โนอาร์อาร์คไม่หยุดอยู่กับที่ แต่จะเวียนกลับมาที่โลกทุกๆปี ในวันที่ 1 เมษายน” ความหวังของเขาปลิวหายไปทันที ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้


“นายรู้เรื่องพวกย้อนเวลาไหม? นั่นอาจจะทำให้ฉันย้อนกลับไปยังโลกมนุษย์ได้”


“ทำไม?” อิเซเฟลถาม


“เพราะว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจะมา”


“นั่นเป็นปัญหาของนาย”  เฟยเซี่ยจ้องอีกฝ่ายนิ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ


“ไม่เอาน่าพวก ก็เห็นอยู่ว่าเรามีผมสีดำเหมือนกัน ตาก็เหมือนกัน ยกเว้นให้หน่อยไม่ได้หรอ?”


“ฉันไม่ใช่มนุษย์” คำตอบของเขาทำให้เเฟยเซี่ยค่อนข้างหัวเสีย เพราะน้ำเสียงของอิเซเฟลนั้นพูดราวกับ ฉันไม่ใช่หมา อย่างไรอย่างนั้น เห็นเขาเป็นสัตว์มีปลอกคอหรือยังไงเนี่ย เมื่อความโกรธปะทุออกมาเขาก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อีก แน่นอน เฟยเซี่ยควบคุมความโกรธไว้ไม่อยู่แล้ว เขาคล้ายได้ยินเสียงหม้อเดือดอยู่ในหัว ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ก็หายไปหมด

 

“ฮึ้ย! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมนายถึงได้กลายเป็นเทวทูตตกสวรรค์แบบนี้ คงภาคภูมิใจมากสินะที่ได้ทำบาปและตกมาอยู่ที่นี่!” คิดว่าตัวเองมีปีแล้วจะทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นได้หรอ? ไก่ก็ยังมีปีนะโว้ย แต่บางครั้งเราก็มองไม่เห็นปีมัน อย่าง KFC ไง เฟยเซี่ยพูดต่อในใจ


“ถ้าฉันภูมิใจกับเรื่องพวกนั้น แล้วนายก็คงเป็นเพียงก้อนเนื้อที่หลงเข้ามาในช่วงเวลาที่บิดเบือนสินะ” อิเซเฟลมองเขานิ่ง เฟยเซี่ยเข้าใจทันทีว่าตัวเองกำลังถูกข่มขู่จึงรีบเบนสายตาหนีทันที


“ฉันจะพาไปดูรอบๆโรงแรม” เขาพูดจบก็หันกลับทันทีไม่ได้สนใจว่าเฟยเซี่ยจะตามมาหรือไม่ ... แน่นอน เขาเดินตาม หม้อที่เดือดปุดๆเมื่อกี้โดนแช่เข็งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

     เขาเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ ปีกใหญ่ของอิเซเฟลถูกเก็บไปแล้ว เฟยเซี่ยอยากจับอีกคนถอดเสื้อแล้วดูด้านในจริงๆว่ามีช่องเล็กๆสำหรับปีกหรือเปล่า หรือมันสามารถงอกออกมาได้เลย

 

“นี่คือส่วนต้อนรับ” เสียงของอีกฝ่ายเรียกสติเฟยเซี่ยอีกครั้ง เขาถูกพามาที่ห้องชั้นดาดฟ้าและดวงตาของเฟยเซี่ยก็เบิกกว้างทันที ที่นี่สามารถมองเห็นภายนอกโลกได้ชัดมาก ไม่ว่าจะมาขึ้นลงซ้ายขวาเขาก็ไม่เห็นอะไรนอกจากสีดำ มีเพียงแสงไฟจากภายในโรงแรมเท่านั้นที่ส่องสว่างเพียงสิ่งเดียว

 

“ท..ที่นี่มันคืออะไร?” เฟยเซี่ยพูดติดอ่างขึ้นมาทันที ที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ ถ้าหากเป็นนอกอวกาศก็ควรจะมีดาวต่างๆที่ส่องแสงบ้างสิ


“ช่องว่างระหว่างโลก ที่นี่คือจุดศูนย์กลางของสวรรค์ นรก โลกมนุษย์และอื่นๆ” อิเซเฟลตอบ


“แล้วพวกนายก็ทำธุรกิจที่นี่?” มันเป็นนิสัยส่วนตัวของเฟยเซี่ยที่ต้องพิจารณาทำเลของโรงแรม การเดินทาง รวมทั้งปริมาณลูกค้าที่เข้าพัก ลูกค้าที่ไหนจะเข้ามาในโรงแรมที่คล้ายถูกทอดทิ้งอย่างนี้กัน!?


“โลกทุกโลกมีก๊าซธรรมชาติที่แตกต่างกัน มันจะปะทะกันทุกเช้าและเย็นในเวลาของโลกมนุษย์ การไหลเวียนของอากาศภายในรอยแยกนี้รุนแรง โดยเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตจากโลกมนุษย์ สวรรค์ และนรก ยกเว้นพระเจ้า ปีศาจและเทวดาเท่านั้นที่จะผ่านมาได้อย่างปลอดภัย” มันไม่ยิ่งทำให้ธุรกิจดำเนินไปยากกว่าเดิมหรือ? แม้ว่าจะเพิ่มพวกที่สามารถผ่านเข้ามาไว้ด้วยกันแล้ว มันก็ยังมีเพียงไม่กี่คน ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เห็นแขกสักคนภายในโรงแรมนี้


“แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้การสื่อสารระหว่างโลกกลายเป็นเรื่องสำคัญ มีครั้งหนึ่งที่อากาศในช่องว่างนี้เกือบฆ่าพวกนักผจญภัยบางคนของพวกเขาระหว่างการเดินทาง พระเจ้าจึงใช้อำนาจในมือสร้างเรือโนอาห์ขึ้นมาเพื่อช่วยพวกเขาไว้” พอฟังมาถึงตรงนี้เเฟยเซี่ยก็นึกถึงเรื่องน้ำท่วมใหญ่ในพระคัมภีร์ มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงในโลก แต่มันเกิดขึ้นในรอยแยกนี้ต่างหาก


“เมื่อได้รับการอนุมัติจากทั่วโลก โนอาห์ก็ถูกทิ้งไว้ที่นี่เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางภายใน” แบบผูกขาด[1] หรือ เป็นองค์กรการกุศลละทีนี้?


“ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด?” เฟยเซี่ยถาม แม้พระเจ้าและสัตว์ประหลาดพวกนี้ไม่จำเป็นต้องกินเหมือนมนุษย์ แต่โทนี่ยังคงมีสุขภาพดีและยังดูดีมากแม้จะหายไปเป็นอาทิตย์ก็ตาม ดังนั้นอาหารที่นี่ต้องดีกว่าโรงแรมเก่าเขาแน่ๆ


“เราคิดค่าบริการ” แม้จะเป็นเพียงคำตอบสั้นๆแต่เฟยเซี่ยก็เข้าใจความหมายทันที


“หมายถึง โนอาห์เก็บค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการใช่ไหม?”


“อืม” นี่มันแบบผูกขาดนี่

 


     มีเรื่องหนึ่งที่ว่าด้วยเรื่องกฎหมายต่อต้านการทำธุรกิจแบบผูกขาดในโลกมนุษย์ และตอนนี้เขากำลังคิดถึงเรื่องนั้น สถานที่นี้อาจจะไม่มีอะไรที่เหมือนกับบนโลกแต่นั่นหมายความว่ายังไงละ? หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือการใช้บริการในธุรกิจของตัวเองคุณสามารถเพิ่มราคาตามความพึงพอใจของตัวเองได้ ง่ายๆว่า เท่าไหร่ก็ได้ตามใจฉัน ในช่วงเทศการณ์ปีใหม่คุณยังสามารถลดราคาได้อีก 12% แต่อย่าคิดว่าแขกจะได้รับส่วนลดนั้น

 

 

แล้วเขาก็นึกบางอย่างออก

 

“ในโฆษณารับสมัครพนักงานนายบอกว่า เงินเดือนของผู้จัดการ 1700 เหรียญ?”


“ใช่” ใจของเฟยเซี่ยเต้นแรงขึ้นมาทันที ตราบใดที่เขายังทำงานอยู่ที่นี่ ในปีหนึ่งเขาทำเงินได้มากกว่าสองหมื่นเหรียญ สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ เมื่อเทียบกับเวลาบนโลกมนุษย์แล้ว มันแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น เขาจะได้เงินสองหมื่นเหรียญภายในหนึ่งอาทิตย์ มันยิ่งกว่าถูกหวยอีก!


“ความปลอดภัยของฉันตลอดหนึ่งปีละ...” ยังไงเขาก็อยากมีชีวิตอยู่เพื่อใช้เงินนะ


“ที่นี่อยู่กันอย่างสันติ เพื่อความเท่าเทียมกันจึงจำเป็นต้องมีตัวแทนของแต่ละโลกหนึ่งคน และหลังจากที่อดัมตายไม่มีผู้นำคนไหนมาเป็นตัวแทของโลกมนุษย์ได้ แต่พระเจ้ายังทรงยืนยันที่จะให้มีมนุษย์เข้ามาเป็นส่วนร่วม นี่คือเหตุผลที่นายมาอยู่ตรงนี้และ โนอาร์อาร์ค ต้องมีมนุษย์ก่อนวันที่ 1 เมษายนของทุกปี”


การรักษาคำพูดและซื่อสัตย์ดูเหมือนว่าจะมีความสำคัญพอสมควรในหมู่ของพวกเขา 
เฟยเซี่ยคิด พวกสหประชาชติ NATO และ EU คงไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหาของที่นี่เช่นกัน เพราะนโยบายแตกต่างกัน

 

“อา..ฉันถามได้ไหมว่าทำไมถึงเป็นฉัน?” อิเซเฟลหันกลับมามองเฟยเซี่ย ที่ชี้ตัวเองอยู่


“เลือกฉันที่ตรงไหน? สติปัญญา กายภาพ หรือประวัติทางการศึกษา แต่ไม่ว่านายจะดูฉันจากส่วนไหน ฉันก็มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์อยู่ดี”

 

“บังเอิญ” อิเซเฟลบอก

 

“หะ?” เฟยเซี่ยมองอีกคนอย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้ไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช่ไหม?

 

“โทนี่ต้องกลับบ้าน เราเลยหยุดกันอยู่ที่นั่นพักนึง”

 

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายเผ่าพันธุ์ จากมนุษย์ทั้งหมดจะถูกเลือกเพียงคนเดียว มันควรจะมีวิธีเลือกที่พิเศษไม่ใช่หรอ? แม้แต่ข้าราชการพลเรือนหรือบริษัทต่างๆยังต้องสอบพร้อมสัมภาษณ์เพื่อให้ตัวเองถูกเลือก แต่นี่...เขาแค่สุ่มคนสำหรับงานนี้เนี่ยนะ? เฟยเซี่ยอยากจะร้องไห้ แล้วทำไมโทนี่ต้องกลับบ้าน? ทำไมไม่ขอลาพักร้อนเอา?


“ความอดทนนายสูงกว่าค่าเฉลี่ย” อิเซเฟลพูดขึ้นอีกครั้ง


“...”


ความอดทน?


“นายหมายถึงถ้าฉันร้องไห้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นยักษ์ นายจะให้ฉันกลับไปใช่ไหม?” เขาขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ถามออกมา


“อาซา”


“อะไร?”


“เขาชื่อ อาซา”


“โอเค อาซา อาซาคริโต้ส นายรู้ไหมว่าฉันความจำดีมาก เอ่อ กลับไปสิ่งที่ฉันถามก่อนหน้านี้ ถ้าฉัน...”


“ไม่”


“ทำไม?”


“เพราะนายไม่ใช่คนขี้ขลาด”

 

เฟยเซี่ยตัดสินใจว่า หลังจากที่เขากลับบ้านไปแล้วสิ่งแรกที่จะทำคือพยายามทำตัวให้ขี้ขลาดหวาดกลัวให้มากกว่านี้ พอได้คำตอบแล้วเขาก็หันมาสนใจรายละเอียดอื่นต่อ


“อ้อ ใช่ ทำไมนายถึงพาฉันมาตรงนี้?”


“ที่นี่คือเคาน์เตอร์ฟร้อน”


“โอ้” เฟยเซี่ยพยักหน้ารับและเริ่มเดินตามอีกฝ่าย อิเซเฟลชะงักหันกลับมามองด้วยใบหน้าที่ฉายความหนักใจบางอย่าง


“เคาน์เตอร์ในความหมายของนายไม่เหมือนของฉันใช่ไหม?”


“ใช่”


“อะไรละ? การลงทะเบียนหรอ?” พวกเขาไม่สามารถให้วีไอพีกับลูกค้าทุกรายงี้หรอ?


“การลงทะเบียนไม่จำเป็น แค่ตรวจสอบบัตรการเดินทางของพวกเขาแล้วค่อยจัดสรรห้องพัก”


เฟยเซี่ยขมวดคิ้ว มีบางอย่างไม่ถูกต้อง


“แล้วทำไมฉันถึงไม่เห็นเจ้าหน้าที่?”


“เพราะไม่มี” อิเซเฟลตอบ


“เจ้าหน้าที่ต้องดูแลแขก แล้วก็ พนักงานเข็นกระเป๋าละ?”


“ไม่มี...”


“อย่าบอกนะว่าไม่มีทั้งผู้ช่วยผู้จัดการ พนักงานต้อนรับ พนักงานโทรศัพท์ แคชเชียร์”


“พวกเราไม่มี”


“นายจะให้ฉันเป็นผู้จัดการคนเดียวโดยไม่มีลูกน้องเนี่ยนะ? ฉันคนเดียวที่แผนกต้อนรับ?” เฟยเซี่ยตัวแข็ง


“ใช่”


“....”


ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเงินเดือนถึงเกือบสองพันเหรียญ เงินทั้งหมดเพราะเขาทำคนเดียวยังไงละ! เฟยเซี่ยมองอิเซเฟลอย่างหมดแรง


“พวกนายมีสหภาพแรงงานไหม?”


“ไม่มี”


“มีสถานที่ให้ลูกค้ายื่นคำร้องเรียนไหม?”


“ไม่มี”


นี่มันข้ามเส้นความผูกขาดไปแล้ว มันคือการโจรกรรมตอนกลางวันมากกว่า!


“แล้วนายมีเชี้ยอะไรบ้าง!?”


“เพื่อนร่วมงาน” อิเซเฟลพูดขณะที่กำลังเดินกลับไปตามทางที่พวกเขามา


“ฉันจะพานายไปเจอพวกเขา”

 

ฮิวจ์มนุษย์ล่องหนที่มักล่องหนแบบเอาแน่เอานอนไม่ได้ โอ้ เดี๋ยวนะ...เขาเป็นคนจัดห้องพักนี่ นอกจากนั้นยังมีไททัน อาซา ผู้มีสเปรย์พ่นทุกครั้งเมื่อขยับปากพูด อย่างน้อยก็เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ดูน่าเชื่อถือ แล้วก็ จิน..คนที่แต่งตัวแปลกๆไม่รู้ว่ามีหน้าที่อะไร แต่เขาเป็นเกย์ เฟยเซี่ยสรุปได้ว่าอาจจะดีก็ได้ถ้าไม่มีลูกน้อง มันคงสงบดี

 

.....


[1] ผูกขาด [monopoly] หมายถึง ระบบผูกขาด เอกสิทธิ์ ซึ่งเอกสิทธิ์ก็แปลว่า สิทธิพิเศษที่ให้แก่บุคคลโดยเฉพาะ ในอันที่จะได้รับการยกเว้นบางประการ ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการ ทำให้บุคคลนั้นมีความชอบธรรมอันจะอ้างเอาประโยชน์พิเศษยิ่งกว่าคนอื่น 


ปรับภาษาการแปล : 29/12/62

Cr.

Translators: Rook and Satellite 

Editor: Addis

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 700 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #416 beBBule (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 14:59

    ลั่นกับคำว่า kfc555 น้องคือสติค่อนข้างมั่นคงมาก

    #416
    0
  2. #380 pwarsa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 12:44
    โจรกรรม555555555
    #380
    0
  3. #331 你我 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:31

    ททำหน้าช็อค น้องเอาเทวฑูตที่ถึงแม้จะตกสวรรค์ไปเทียบกับไก่เรอะ!!!

    #331
    1
    • #331-1 graceTR(จากตอนที่ 3)
      30 เมษายน 2563 / 02:24
      เทวฑูตมีค่าเท่ากับไก่ทอดKFCหนึ่งชิ้นค่ะ555
      #331-1
  4. #271 Lormielis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 21:52
    ขาดแคลนแรงงานมากจิงงงง 5555
    #271
    0
  5. #228 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 12:00
    เพื่อนร่วมงานแต่ละคนคือ 5555
    #228
    0
  6. #196 pronatchaleerach (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 05:13
    ชอบคำที่แปลให้ระหว่างบทมากค่ะ ทำให้เราไม่งงแล้วมานั่งคิดว่าอันนั้นมันคืออะไรในใจตอนกำลังอ่านอยู่ ขอบคุณนะคะ :3
    #196
    0
  7. #164 Kunmang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 09:32
    ศัพท์เฉพาะบางคำไม่ต้องพยายามแปลเป็นไทยก็ได้ค่ะ ใส่ภาษาอังกฤษมาเลยก็ได้เพราะคนอ่านก็รู้อยู่แล้ว ตอนจะใช้คำเพื่ออรรถรสก็ไม่ต้องวงเล็บบอกผู้อ่านให้ทราบก็ได้ค่ะ เราอ่านเองได้ เพราะว่าอ่านเจอ TL บ่อยมากบางคำเราก็รู้อยู่แล้วอ่ะ ให้คำแนะนำการอ่านเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ถ้าไม่จำเป็นมันจะรำคาญหน่อยๆ หรือถ้าอยากจะใส่เผื่อคนอ่านแนะนำว่าควรใส่เลขอ้างอิงที่คำ แล้วค่อยมาอธิบายท้ายตอนดีกว่านะคะ ขอบคุณที่แปลนะคะ แปลดีแล้วค่ะ อ่านเข้าใจ สู้ๆ ค่ะ
    #164
    0
  8. #67 RyomasU (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 12:44
    ชอบค่ะ พลอตเก๋ดี ตลกด้วย
    #67
    0
  9. #57 MaliLa 111 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 03:23
    สนุกอ่ะ นึกถึงความสุ่นวายข้างหน้าได้เลย
    #57
    0
  10. #35 minggg- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 00:35

    เพื่อนร่วมงาน T_T

    อยากได้คนมาทำงานมากกว่าา 55555

    #35
    0
  11. #25 mothergod (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 07:15

    เหนื่อยเลยยย
    #25
    0
  12. #18 KR-Rainstorm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 09:02
    น่าสนุก และน่าปวดหัวแทน 555
    #18
    1
    • #18-1 Hakuja.(จากตอนที่ 3)
      1 กันยายน 2561 / 16:18
      ข้าน้อยแปลไปก็นึกสงสัยไป คนอะไรมีเรื่องได้ทุกวันนะขอรับ 5555
      #18-1
  13. #17 อลิศ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 23:54
    น่าติดตามมากค่ะอย่าทิ้งเรื่องนี้เน้อ
    #17
    1
    • #17-1 Hakuja.(จากตอนที่ 3)
      1 กันยายน 2561 / 16:18
      ไม่ทิ้งแน่นอนขอรับ อย่าทิ้งข้าน้อยไปเช่นกันนะขอรับ
      #17-1