[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 25 : ความมุ่งมั่น Part 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    10 ก.ย. 61


 

___________________________

 

     โอเมดันโด้เดินมาอย่างช้าๆพร้อมหวีปลายผมที่เหลือมัดจากการถักเปียด้านหลัง โดยรวมแล้วถึงเขาจะดูเพรียวบางแต่ก็ยังดูแข็งแรง เฟยฉางเชื่อว่าภายใต้เสื้อผ้านั้นต้องมีหกแพ็คแน่นอน

 

“นินทาหรอ?” โอเมดันโด้ถามด้วยรอยยิ้ม

 

“อา..ใช่ อยากร่วมด้วยไหม?” เฟยฉางตอบไปอย่างอัตโนมัติก่อนจะชะงัก

 

จินหันมองเฟยฉางคล้ายพูดว่า นายตายแน่ ก่อนที่จะถอยไปด้านหลังพร้อมลากฮิวจ์มาด้วย เฟยฉางทำเป็นไม่สนใจจินเมื่อได้ยินโอเมดันโด้ถามเลย์ตันว่า

 

“เงินสำหรับเดือนนี้ได้หรือยัง?

 

เลย์ตันพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ฉันได้แล้ว”

 

“แล้วทำไมนายยังอยู่นี่?” เลย์ตันรีบปลีกตัวออกในทันที เฟยฉางกวาดตามองไปที่ว่างรอบตัวและหัวเราะแห้งๆ

 

“ดูเหมือนว่าฉันไม่มีอะไรจะทำแล้ว”

 

“นายไม่ได้บอกว่านายอยากซุบซิบกับฉันหรอ?” โอเมดันโด้ยิ้มบางๆ

 

ซุบซิบกับหัวข้อที่เพิ่งนินทาไปเมื่อกี้น่ะนะ? เข้าอยากจะหนีไปกินน้ำยาฟอกขาวเสียเดี๋ยวนี้ 

 

(TL ; ส่วนนี้ข้าน้อยคิดว่าเป็นไฮเตอร์บ้านเราขอรับ )

 

เฟยฉางตีหน้าขรึมใส่พร้อมพูดว่า “ที่จริงฉันด่าพวกเขาไปแล้วว่า มันเป็นเรื่องไร้ยางอายและน่าเกลียดที่จะพูดเกี่ยวกับข่าวลือที่ยังไม่ได้ยืนยันเบื้องหลังคนอื่น”

 

“ยกเว้นคำสาปที่บอกว่าฉันเป็นคนทำ นอกนั้นเป็นเรื่องจริง”

 

อา.. เขาอยากออกจากสถานการณ์ที่อึดอัดนี้ เฟยฉางคิดด้วยความหดหู่

 

โอเมดันโด้ดึงเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงพร้อมกับจ้องมองเฟยฉางที่ยืนอยู่แล้วพูดน้ำเสียงร่าเริง “นายอยากให้ฉันเชิญนั่งไหม?

 

เฟยฉางไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากลงนั่งพร้อมกับลมหายใจของคนที่ใกล้ตาย

 

“ฉันชอบเดียมาก” โอเมดันโด้เริ่มพูด

 

“ไม่แปลกใจเท่าไหร่” เฟยฉางตอบโดยไม่พลาดจังหวะ

 

“ฉันชอบเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สบตากับเขาในสนามรบ” โอเมดันโด้เล่า “ดวงตาของเขาดูดุร้ายในกองเลือดที่กระจัดกระจาย”

 

เฟยฉางไม่แน่ใจว่าควรตอบอะไรออกไป นี่มันใช่ สตอกโฮล์ม ซินโดรมหรือเปล่า? เขารู้สึกเห็นใจเดียขึ้นมา

 

(TL ; Stockholm Syndrome เป็นอาการทางจิตที่มักจะเกิดขึ้นกับตัวประกันที่ถูกจับไป คล้ายกับหนังที่พระเอกจับนางเอกไปทำร้ายร่างกายหรือกังขังหน่วงเหนี่ยวแต่สุดท้ายกลับเห็นใจพระเอก และลงเอยกับพระเอกด้วยดีขอรับ )


“สายตาของนายเฉียบแหลมมากที่สามารถมองหาสิ่งนั้นได้ท่ามกลางทะเลเลือด”

 

“แต่เขาชอบทำท่ารังเกียจอยู่เสมอ แม้กระทั่งฉันได้กลายเป็นราชาของเขาแล้ว”

 

ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอก ใครจะชอบศัตรูบ้าง? ทำไมนายไม่ลองไปหา แบทแมนกับโจ้กเกอร์ดูละ?

 

“เดียนี่แย่จริงๆเนอะ” โอเมดันโด้มองมาที่เขา

 

“เดียขี้อาย ดังนั้นแม้ว่าเขาจะคิดอะไรอยู่ในหัว ก็ไม่มีความกล้าพอที่จะคายออกมานายรู้ไหม” เฟยฉางรีบแก้คำพูดทันที

 

โอเมดันโด้พยักหน้าอย่างพอใจ “ฉันก็คิดอย่างนั้น"

 

ความกดดันเมื่อกี้จางหายไปเล็กน้อย เฟยฉางคิดว่าตอนนี้เหมือนพวกเขากำลังแบ่งปันเรื่องซุบซิบกันจริงๆ

 

“ฉันวอแวอยู่รอบตัวเขามาหลายปี จนกระทั่งวันนึงเขายอมกินขนมปังนึ่งที่ฉันทำเอง” 

 

.......

 

เฟยฉางเอาหัวโขกโต๊ะ

 

เขาไม่รู้ว่าควรห่วงเรื่องความจริงที่ว่า ราชาเข้าครัวเพื่อสร้างความประทับใจให้กับสิ่งที่สนใจ หรือ ความจริงที่ว่าเขาสามารถส่งมอบขนมปังได้หลังจากผ่านมาแล้วหลายปี

 

“เดียชอบกินมัน” โอเมดันโด้พูดเสริม

 

เฟยฉางพยักหน้าช้าๆ “นายแน่ใจหรือเปล่าว่าเดียชอบ ไม่ใช่เพราะกลัวนายพังครัวถ้าทำอะไรที่ยากกว่านี้”

 

โอเมดันโด้จ้องเขาด้วยสายตานิ่งลึก ทันทีที่รู้ตัวว่าเขาอาจจะก้าวข้ามเส้นไป แต่เมื่อเขากำลังจะอ้าปากขอโทษ โอเมดันโต้ก็แทรกขึ้นมาก่อน

 

“ใช่จริงๆ เดียเป็นพวกเห็นใจคนอื่นแต่ไม่พูด”

 

เฟยฉางปิดปากของเขาลงทันที ในตอนนี้เหมือนเท้าเขาก้าวเข้าไปห่างจากเส้นกว่าเดิม

 

“ไม่เคยพูด” โอเมดันโด้พูดต่อ “ในความจริงแล้วคนที่ร่ายคำสาปเป็นสมาชิกในครอบครัวของฉันเอง พี่ชายของฉันอยากให้ฉันสมหวัง”

 

นายแน่ใจหรอว่าแค่สมาชิกคนนึงในครอบครัวของนาย ไม่ใช่แค่ลูกน้องของนาย? ความคิดของเฟยฉางถูกแต่งแต้มด้วยความเกลียดชัง

 

“หลังจากที่เขาถูกสาป เขาก็ตั้งใจมาที่โนอาห์” ดวงตาของโอเมดันโด้ดูหม่นแสงไปชั่วขณะ มีอะไรแย่กว่าเห็นสิ่งงดงามเศร้า?

 

มันคือการเห็นราชาแห่งเอล์ฟผู้สวยงามเศร้า เฟยฉางเอาแขนไปปาดที่ดวงตาร้องไห้เบาๆและสำลักน้ำตาเมื่อได้ยินโอเมดันโด้พูดขึ้น

 

“ถ้านายร้องไห้ไม่ได้ ก็หยุดทำท่าซะ”

 

เฟยฉางค่อยๆลดแขนลงออกจากใบหน้าที่แห้งสนิท

 

“นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงบอกเรื่องนี้กับนาย?” เฟยฉางเหลือบมองอีกฝ่ายก่อนมองออกไปที่ด้านนอกความมืดที่ไม่มีวันสิ้นสุด คำพูดธรรมดาคงพูดออกมาไม่ได้แน่ๆ

 

“นั่น..เป็นเพราะว่า..”

 

“ฉันเข้าใจ!” เฟยฉางรีบขัดขวางทันที “นายต้องการสถานที่ที่เก็บความลับใช่ไหม ไม่ต้องห่วง ฉันชอบเก็บปากเก็บคำอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า สบายมาก”

 

“ฉันจะเก็บปากจริงๆ ถ้ายังกล้าขัดจังหวะฉันอีก” เฟยฉางเลิกหัวเราะทันที

 

“ฉันได้ยินมาจากบอร์ฆาว่านายมีไอเดียที่น่าสนใจมากมาย”

 

บอร์ฆาตื่นขึ้นมาแล้วหรือ? ตอนนี้เฟยฉางรู้ตัวดีว่าตอนนั้นเขาออกจากที่นั่นทันทีที่ส่งแขกใหม่เข้าห้องพักเรียบร้อยแล้ว จึงไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

 

โอเมดันโด้อาจแค่ขู่ แต่ยังไงเขาหวาดกลัวเหมือนกัน ได้ยินคำพูดแบบนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าปีศาจน้อยจะพูดอะไรออกมาบ้าง เฟยฉางเริ่มคิดว่าพวกเขาจะอยู่กันกี่วัน บางทีเขาต้องหาที่ซ่อนตัวซักพัก

 

“ฉันต้องการให้นายช่วยอะไรบางอย่าง” โอเมดันโด้หยุดครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “แน่นอนว่านายจะไม่ช่วยก็ได้”

 

ไม่ช่วยก็ได้? เฟยฉางคงต้องโง่มากถึงเชื่ออะไรแบบนั้น นายไม่จำเป็นต้องช่วย แต่ฉันไม่สามารับประกันชีวิตของนายได้หากนายไม่ช่วยนั่นอาจจะใกล้เคียงความหมายมากกว่า

 

“นี่ นายสามารถใช้วิธีนี้ได้ มีตัวเลือกอีกมากถ้านายต้องการ นี่คือยาพิษ และ กริซอยู่ตรงนั้น เลือกสิ”

 

แน่นอนว่าเฟยฉางไม่ชอบสถานการณ์อย่างนี้เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการพูดว่า

 

“การที่ได้รับเลือกให้ทำงานเพื่อท่าน ราชาแห่งเอลฟ์ ทำให้หม่อมฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก แน่นอนว่าบรรพบุรุษของหม่อมฉันก็คงคิดเยี่ยงนั้น” บรรพบุรุษคงลบเขาออกจากวงศ์ตระกูลเพราะเคราะห์กรรมที่เลวร้ายของเขาแน่ๆ

 

โอเมดันโด้พยักหน้าอย่างพอใจ เฟยฉางเริ่มคิดว่าความกังวลต่อข่าวโคมลอยก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องจริงเสียแล้ว

 

“มันเป็นเวลาที่นานมากแล้ว และฉันก็ไม่อยากจะรออีกต่อไป ฉันต้องการให้เดียยอมรับฉัน นายทำได้ไหม?

 

นรกนะสิที่เขาทำได้ เขามีประสบการณ์แค่ในฐานะนักเรียน กับผู้จัดการล็อบบี้ตลอดยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา แล้วเขาจะทำเรื่องห่านี้ได้ยังไง?

 

“ฉันทำได้!” เขาตอบอย่างชัดถ้วยชัดคำ

 

………………….

 

หลังจากโอเมดันโด้ออกไป เฟยฉางก็คิดถึงคำถามที่โคตรสำคัญมากๆ ก่อนที่เขาวิ่งไปที่ห้องของจิน แต่ไม่มีใครอยู่หลังจากพยายามเคาะเป็นเวลานาน ฮิวจ์ก็เหมือนกัน หรือบางทีเขาควรเข้าห้องพักเพื่อความปลอดภัยเหมือนกัน? เฟยฉางวิ่งไปที่บาร์แล้วกวาดตามอง

 

ศพของอันโตนิโอถูกแขวนจากหน้าต่างบาร์ เขารีบวิ่งไปที่หน้าต่างด้วยความตกใจ ทันใดนั้นเขาก็เห็นเงาของโอเมดันโด้ค่อยๆลอยลงมา

 

ได้โปรดอย่าให้เขาโชคร้าย ได้เห็นฉากฆาตกรรมนี้เลย

 

ได้โปรดอย่าให้เขาโชคร้าย กลายเป็นพยานในช้อหาฆาตกรรมนี้เลย

 

เฟยฉางรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง ขณะที่ โอเมดันโด้เดินผ่านหน้าต่างบาร์อย่างสบายๆ

 

เพราะความสมบูรณ์แบบของคนในวิชาชีพนี้ ทำให้ปากของเขาปิดแน่นแม้กำลังเผชิญกับเรื่องร้ายแรงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

เขาควรแกล้งทำเป็นว่าไม่เห็นอะไร หรือจะไปเรียกอิเซเฟลมาจัดการดี?

 

ในที่สุดจิตสำนึกที่ดีก็เอาชนะความกลัว เขาค่อยๆหันกลับลงไปอย่างรวดเร็ว

 

....และเขาเห็นดวงตาหลายคู่

 

เฟยฉางรีบวิ่งทันทีเมื่อเห็น โอเมดันโต้ไปแล้วแน่ๆ อาซาพาอันโตนิโอขึ้นมาจากขอบหน้าต่าง จินและฮิวจ์วิ่งตามหลัง ไม่เหมือนคนอื่นๆ

 

เลย์ตันวิ่งมาคว้าเขาดึงไปอีกทางหนึ่ง นับตั้งแต่เฟยฉางเริ่มก่อตั้งหลักสูตรที่เรียกว่า ซุบซิบ เขามักมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นทุกครั้ง

 

กลัวว่าเลย์ตันจะถามอะไรมากความ เฟยฉางรีบพูดทันที “เดียอยู่ไหน?

 

เลย์ตันคิดเพียงเล็กน้อยก่อนตอบ “เขาเดินออกไปเหมือนโกรธอะไรซักอย่าง”

 

“ราชาเอลฟ์อยู่ไหน?

 

“เขาก็เดินออกไปเหมือนโกรธมากเหมือนกัน”

 

เลย์ตันหยุดไปนิดแล้วพูดต่อ “ฉันมาช้าเลยไม่เห็นทั้งหมด”

 

“....” ผู้ชายคนนี้ไม่มีค่าอะไรไปมากกว่าเขาเลยจริงๆ เฟยฉางพาเขาไปหาฮิวจ์และจินอย่างไม่เห็นแก่ตัว

 

จินมองเขาอย่างไม่ชอบใจนัก นี่เป็นสิ่งที่เหมือนกับ Schadenfreude เขาและจินอาจจะคิดเช่นเดียวกัน หากเรื่องอื้อฉาวที่เดียและอันโตนิโอ้จับมือกันรับรู้ไปถึงหูของ ราชาเอลฟ์ และอีกฝ่ายก็ตามมาฆ่าด้วยความโกรธ เป็นได้ว่านั่นเพราะ...

 

(TL ; Schadenfreude เป็นภาษาเยอรมัน หมายถึง ดีใจเมื่อเห็นผู้อื่นมีความทุกข์ เป็นคำศัพท์ที่บ่งบอกถึงความชั่วร้ายในจิตใจมนุษย์ ไม่สามารถแปลเป็นภาษาอื่นได้ขอรับ อ้างอิงจาก lifestyle.campus-star.com/knowledge/39933 ขอรับ )

 

“ฉันมีเรื่องที่ต้องพูดกับนาย” จินกล่าว เฟยฉางยืดอกขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ

 

แต่ในชั่วพริบตา เขาก็ถูกดึงคอเสื้อและหายไปภายในความวุ่นวายของทั้งหมด

 

ทุกอย่างมืดสนิท

 

อา..ไม่มีไฟ ถึงแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นก็ตาม เฟยฉางก็รู้สึกว่าจินอยู่ด้านหลัง

 

“เมื่อนานมาแล้ว” เฟยฉางพูดเสียงเข้ม “พระเจ้าเคยบอกว่า จงสว่าง และมันก็สว่างขึ้นมา

 

????

 

“ถ้าฉันพูดว่า จงสว่างละ?

 

คลิก! จินเปิดไฟ “ฉันไม่เคยเห็นคนพยายามขอไฟแบบโง่ๆอย่างนี้”

 

เฟยฉางตอบว่า “ฉันก็แปลกใจอย่างนี้ตอนที่เห็นแวมไพร์ครั้งแรก”

 

“นายไม่เคยเจอแวมไพร์มาก่อน?” จินถามด้วยความตกใจ

 

“อ้าว ไม่ได้มีแค่นายตัวเดียวหรอ?

 

ภายในห้องเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจินจะมีทีท่าลังเลแล้วพูดขึ้น “จริงๆแล้วฉันมีอะไรอยากจะพูดกับนาย”

 

“ฉันมีบางอย่างจะพูดก่อนที่เราจะคุยกัน” เฟยฉางกล่าว

 

“พูดสิ”

 

“ฉันคิดว่านายเคยกดขี่ฉันเป็นเวลานานมากแล้ว บางอย่างที่มอบหมายให้ฉันกับเรื่องปีศาจน้อย”

 

 เฟยฉางยิ้มหวาน

 

________________________ 


มาแล้วขอรับ .. รอพาร์ทสองต่อหรือเปล่า... ผิดผลาดตรงไหนต้องขอประทานอภัยด้วยนะขอรับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #370 บิลเลียส (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:33
    เดียโกรธแน่ เพราะสิ่งเดียวที่เดียขอจากพระเอกคืออย่าทำอะไรลับหลัง
    #370
    0
  2. #292 Lormielis (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 08:17
    จิงจังกับการเปิดไฟ 5555
    #292
    0
  3. #248 fighting writeee♡ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 17:26
    ขอไฟver.อ้อมโลก
    #248
    0
  4. #98 mizasa_G (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 23:43
    เกลียดวิธีขอไฟอ่ะ5555555
    #98
    0
  5. #97 naok (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:26
    ทำไมรู้สึกสงส่ารเดียขึ้นมา
    #97
    0
  6. #96 RyomasU (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:09
    ทำไมเพื่อนร่วมงานแต่ละคนถึงได้มีแต่ปัญหาเนี้ยย เดียกับราชาเอลฟ์คู่กันสินะ รอดูแผนจับคู่ของเฟยเลยว่าจะป่วนขนาดไหน 555
    #96
    0
  7. #95 flyris (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 22:05
    พยายามเข้านะคะ
    #95
    0