[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 24 : ความมุ่งมั่น Part 1 + Talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    10 ก.ย. 61

นี่มันโรมิโอกับจูเลียต... ?

__

 

               ผมยาวสีดำเงาวาวราวกับของอิเซเฟล ร่างกายบอบบางสูงโปร่งและงดงาม แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือหูแหลมสองข้างเหมือน เดีย เอลฟ์ควรเป็นกลุ่มที่มีจิตใจดี แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกอย่างนั้นเมื่อเห็น เลน์ตันถอนหายใจด้วยความโล่งอก

 

“โอเมดันโด้!

 

“ใครหรอ?

 

“ราชาเอลฟ์” เลย์ตันตอบเสียงเบา

 

ราชาเอลฟ์งั้นหรือ ? เฟยฉางหันไปมองเดียที่ยืนเหมือนจะนิ่ง แต่เขาพบว่าอีกฝ่ายกำลังสั่นเหมือนกับโทรศัพท์กำลังสั่น สายตาของ อัลเมดันเต้จับจ้องไปที่เดีย “สบายดีไหม?

 

“ตามมารยาท นายควรจะทักทายฉันก่อนหรือเปล่า?” อิเซเฟลกล่าว

 

โอเมดันโด้ยักไหล่ “ฉันเคยมีมารยาทหรอ?

 

เฟยฉางชื่นชมความหน้ามึนของเขามาก นึกว่าจะมีเพียงมนุษย์เสียอีกที่เป็นแบบนี้ โดยลักษณะของภูตแล้วเขาคาดไม่ถึงจริงๆ

 

“แล้วไอ้ลูกชายตูดหมึกของฉันไปไหน?” อับบาดอนเอ่ยแทรก

 

.......

 

 

ทุกคนหยุดชะงักและหันไปมองเฟยฉางอย่างพร้อมเพียง เฟยฉางหัวเราะแห้งๆ

 

“ฝ่าบาท ลูกชายของท่านอาจจะสนุกมากเกินไปในวันนี้ เขากำลังพักผ่อนอยู่พะยะค่ะ”

 

“...ฉันไม่เคยเห็นเข้าเหนื่อยล้ามาก่อนจริงๆ น่าสนใจมาก” ถ้าคุณรู้ความจริง ฉันกลัวว่ามันจะไม่น่าสนใจอย่าที่คุณคิดนะสิ

 

โชคดีที่อับบาดอนไม่ได้ซักไซ้เพิ่มเติมอีก และหันไปมองจินแทน

 

“เฮ้! เจ้านายของนายเป็นไงบ้าง?

 

“ไม่มีอะไรเขากำลังมีความสุขกับการนอนหลับ เพราะไม่ฝันร้าย”

 

ในอีกด้าน โอเมดันโด้ก็เดินไปหาเดีย “นายยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลย"

 

ใบหน้าของเดียบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น “ถ้าคำถามของนายไม่รวมวันนี้ ฉันสบายดี”

 

โอเมดันโด้เลิกคิ้วเล็กน้อย “ก็ดี”

 

เฟยฉางหันไปถามเลย์ตันเบาๆว่า “พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่?

 

เลย์ตันตอบกลับด้วยเสียงเบาเหมือนกัน “ไม่ใช่เรื่องของนายนะ”

 

สายตาของโอเมดันโด้หันมาเห็นเฟยฉางแล้วเบิกตาขึ้น

 

“มนุษย์?

 

“ครับ ใช่ครับ ผมเป็นมนุษย์” เฟยฉางรีบตอบ

 

“นายน่าเกลียดมาก”

 

เฟยฉางรู้สึกเหมือนตัวเองโดนฟ้าผ่า เขาช็อคจนเผลอถอยหลังไปก้าว

 

“มนุษย์” เหมือนอับบาดอนเพิ่งสังเกตเห็นเขาทั้งๆที่เดินผ่านไปแล้วครั้งหนึ่ง เฟยฉางจ้องมองไปที่เขาก่อนพยักหน้า

 

“ฉันคิดว่านายก็โอเคนะ” เขาพูดหลังจากไตร่ตรองอยู่ไม่กี่วินาที

 

เฟยฉางกำลังจะร้องไห้ “ขอบคุณสำหรับคำชมเชย สายตาของคุณเฉียบแหลมมาก”

 

“นายน่ารำคาญตาน้อยกว่าเจ้าเด็กมิคาเอล” .. เขาควรจะรู้สึกยังไงดี เป็นเกียรติหรือเสียใจ?

 

เฟยฉางเหลือบไปมองอิเซเฟลแล้วขยับเข้าไปใกล้ๆ เมื่อได้รับสัญญาณอิเซเฟลก็พูดขึ้น

 

“บอร์ฆาได้รับการสอนบทเรียนหลายอย่างมาก”

 

“....ขออนุญาติฝ่าบาท แต่ทำไมนายถึงพูดอย่างนี้วะ?” เฟยฉางหันไปกระซิบถามอิเซเฟล อับบาดอนหยุดและฟัง ในขณะที่ โอเมดันโด้เดินไปรอบๆ

 

“ก็เขาถาม” อิเซเฟลตอบ เฟยฉางเลิกหวังกับอิเซเฟลแล้วหันไปหาฮิวจ์แทน

 

“นายมีที่หลบระเบิดไหม?

 

“อะไรนะ?

 

“ห้องลับหรืออะไรก็ได้ มีไหม?

 

“ห้องแบบที่นายเคยตกไปนั่นไงได้ไหมละ?” จินถามกลับ

 

... ถ้าเขาโชคดีแบบนั้นเขาคงได้ถูกหวยรวยเป็นมหาเศรษฐีแล้ว ไม่ได้มาวนเวียนอยู่ในโนอาห์นี่หรอก เฟยฉางค่อยๆขยับตัวไปซ่อนที่ด้านหลังอาซา ในขณะที่อิเซเฟลเป็นคนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด เฟยฉางได้แต่รอการระเบิดเท่านั้น

 

               หลังจากฟังเรื่องทั้งหมด อับบาดอนกลับถอนหายใจแทนที่จะระเบิดอารมณ์ใส่ “ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ฉันคงไม่เสียเวลาไปเลียขาไอ้ราฟาเอลอยู่ตั้งนาน”

 

เครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ปรากฏบนหัวของเฟยฉาง

 

“พวกนายสั่งสอนได้ดี” เครื่องหมายคำถามกลายเป็นเครื่องหมายตกใจทันที

 

“ฉันไม่อยากได้ครูที่ตามใจบอร์ฆาเพียงเพราะเขาเป็นลูกของฉัน ดังนั้นฉันจึงไปขอร้องราฟาเอลที่เกลียดชังฉันมาก เพื่อทำหน้าที่นี้”

 

               บอร์ฆานี่เป็นลูกเลี้ยงหรือเปล่า? หรืออาจจะเกิดมาแบบไม่ได้ตั้งใจ หรือเป็นลูกของครอบครัวศัตรูอื่น เขาจึงโหดเหี้ยมกับลูกแบบนี้ ?

 

อิเซเฟลพยักหน้ายืนยันคำพูดตัวเอง “ราฟาเอลเป็นทางเลือกที่ดี”

 

นาย..อิเซเฟล ทัศนคติของนายคือไม่สนใจลูกคนอื่น ความศรัททาของเฟยฉางเกี่ยวกับฟอลเลนตกสวรรค์นี้แตกสลาย ความหวังสุดท้ายอยู่ที่ ราฟาเอลคนดีในนามเทวดา

 

“ลูกเวรนั้นหนีมาเพราะทนความโหดร้ายของ ราฟาเอลไม่ไหว ฉันไม่คิดว่าจะเป็นที่นี่ แต่ทางเลือกของเขาน่าสนใจดี”

 

ความหวังของเฟยฉางลอยหายไป


____________________________

 

     หลังจากได้พา โอเมดันโด้ และ อับบาดอนไปที่ห้องพักได้แล้ว เฟยฉางและทุกคนในทีนี้พากันมารวมตัวกันชั่วคราวเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น มิตรภาพของพวกเขาแน่นแฟ้นขึ้นมาหลังจากได้สอนบทเรียนให้กับบอร์ฆาร่วมกัน

 

“ฉันรู้สึกเหมือนความสัมพันธ์ของคิงเอลฟ์กับเดียไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เฟยฉางริเริ่มพูดให้คนอื่นคล้อยตาม แต่คำตอบที่ได้คือความเงียบงัน

 

เฟยฉางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดเสริมเข้าไปอีก “นายคิดว่า เมื่อก่อนมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาหรือเปล่า?

              

“.......”

 

เมื่อถึงจุดนี้เฟยฉางเริ่มรู้สึกโมโหกับปฏิกิริยานิ่งเงียบของทุกคน “การจะนินทาต้องมีคนพูดนะเว้ย!”

 

“แต่ฉันไม่รู้อะไรเลย” ฮิวจ์พูดอย่างไร้เดียงสา จินเริ่มเผยอปากเหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง เฟยฉางจับจ้องนิ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่จินกลับปิดปากลงอีกครั้ง

 

“นาย! พูดมันออกมา เดี๋ยวนี้เลย พูด!” เฟยฉางคำรามกระชากเสื้อเลย์ตันแล้วเขย่า

 

“โอเคๆ ฉันจะพูดเดี๋ยวนี้” เลย์ตันตอบเบาๆ เพราะเวียนหัวจากการโดนเขย่าจากเฟยฉาง เฟยฉางเลยยอมปล่อยเสื้อเลย์ตันแล้วรอฟัง

 

“มันจะง่ายกว่านี้ถ้าให้ความร่วมมือแต่แรก”

 

“...มันเป็นความผิดของฉันหรอ” เลย์ตันพึมพำนวดขมับ

 

“อย่าบอกนะว่า นายมีส่วนทำให้ราชาและเดียได้เสียกัน!?

 

มุมปากเลย์ตันคว่ำตก “ฉันเพียงแค่รายงานเรื่องเดียเดือนละครั้ง”

 

จินขมวดคิ้ว “นายไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับเดียและอันโตนิโอ้ใช่ไหม?

 

เลย์ตันพยักหน้าเบาๆ พวกเขาขมวดคิ้วแน่น

 

“นาย! คนทรยศ!” เฟยฉางชี้ไปที่เลย์ตัน “นายขายเพื่อนของนายออกไปได้ยังไง? คนแบบนายคือเหตุผลว่าทำไมถึงมีการทารุณและขายขี้หน้าในที่สาธารณะ!”

เลย์ตั้นยังคงจับจ้องอยู่บนพื้น

 

“...ทำไมนายไม่บอกเราเรื่องของเดีย?” เฟยฉางถอนหายใจ “เขาขโมยคู่หมั่นนายแล้วทิ้งเธอหรอ? หรือเขาบอกว่าจะวางแผนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ถ้านายมีเหตุผลเราอาจจะให้อภัยนาย”

 

เลย์ตันมุดตัวลงไปใต้โต๊ะด้วยความละอาย “เขาตกลงจะให้ฉันเดือนละยี่สิบเหรียญทอง”  เสียงที่พึมพำมาจากด้านล่างทำให้ทุกคนชะงักงัน

 

.................

 

“นายมองหาใคร?” เฟยฉางพูดพร้อมกับดึงมือเขาขึ้น

 

ฮิวจ์  จิน และเลย์ตัน “.....”

 

หลังจากช่วงเวลาของอารมณ์ผ่านไปซักระยะ จินก็นำหัวข้อใหม่ยกเข้ามาในกลุ่ม

 

“เอลฟ์ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัตว์เลี้ยงของพระเจ้า และพวกเขาก็อยู่ข้างกายพระเจ้าในครั้งสงครามศักดิ์สิทธิ์ที่ลูซิเฟอร์เป็นฝ่ายก่อ ด้วยเหตุนี้ทำให้มีเอลฟ์หลายตนกลายเป็นพวกทรยศและกลายเป็นเอลฟ์มืดในที่สุด”

 

“ประเด็นคืออะไร?” เฟยฉางถาม

 

“ฉันบอกถึงเบื้องหลัง” จินตอบ

 

“ฉันไม่ได้จะอพยพไปที่นั่น” เฟยฉางกล่าว

 

จินไม่สนใจเขา “เพื่อที่จะแยกแยะและเห็นความแตกต่างระหว่างเอลฟ์แห่งแสง กับ เอลฟ์แห่งความมืดได้”

 

ฮิวจ์เห็นเฟยฉางกำลังสงสัยเลยรีบอธิบาย “เดียเป็นเอลฟ์แสง ส่วนราชาเป็นเอลฟ์มืด”

 

เฟยฉางหันกลับมาสนใจอีกครั้ง “นี่มันโรมิโอกับจูเลียต?

 

จินยังคงสอนบทเรียนประวัติศาสตร์ต่อ “ไม่เหมือนกัน นี่คือสงครามเพื่อที่จะชิงตำแหน่งราชาเอลฟ์ ระหว่าง ไลท์เอลฟ์ และ ดาร์คเอลฟ์ การต่อสู้เริ่มมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว”

 

เฟยฉางหันไปมองฮิวจ์

 

ฮิวจ์ส่ายหัวเชิงขอโทษ “ฉันไม่รู้”

 

จินหันไปมองเฟยฉางพร้อมยักคิ้ว เฟยฉางเลยหันไปเขย่าไหล่เลย์ตันแทน “นายเล่า”

 

เลย์ตันเลยต้องอธิบาย “โอเมดันโด้นำทัพฝ่ายมืดเข้าไปสู่สงครามและชนะกลับมา ได้กลายเป็นราชาแห่งเอลฟ์”

 

“เดียเป็นนายพลของกองทัพฝ่ายแสง แต่ราชาเอลฟ์มักหยุดสายตาไว้ที่เขาเสมอ”

 

“เห็นไหม นี่ละคือข้อดีของความบริสุทธิ์” เฟยฉางพยักหน้า

 

“ไม่มีร่องรอยของความงามเหมือนเดิม” จินมองและพูดถากถาง

 

เฟยฉางตบลงโต๊ะอย่างแรง แต่ก็ต้องชักกลับมาลูบด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับ

 

“นายคิดว่า โอเมดันโด้อยากเลี้ยงเดียไว้ไหม?  เฮ้อ เอลฟ์คิงอาจดูเหมือนมนุษย์ แต่ก็ทำสิ่งที่ไม่คาดฝัน คงไม่น่าแปลกใจถ้าเห็นซุ้มสัตว์มีหูแหลมที่แตกต่างจากมนุษย์

 

.............................

 

เมื่อเห็นหน้าตาของฮิวจ์ที่มืดครึ้มของฮิวจ์ จินก็รีบเอ่ย “ไม่ใช่ มันเป็นคำสาป”

 

“นอกจากนี้ก็ไม่แม้แต่จะได้กิน” เฟยฉางพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสลด

 

“...” จินก็เสียใจเช่นกันเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

 

“ฉันไม่ใช่คนร่ายคำสาป”

 

เสียงขอโอเมดันโด้โผล่มาจากด้านหลังของพวกเขา เฟยฉางค่อยๆหันไปทางด้านหลังแล้วชะงักค้าง

 

มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกจับได้ว่าถูกพูดถึงลับหลัง?

 

ซึ่งนั่นก็คือ การพบว่าอีกฝ่ายมีพลังมหาศาลแค่ไหน

 

_____________________________________

 

ไว้อาลัยให้แก่ท่านเฟยขอรับ


เอาละ มาเข้าสู่ช่วงท้อคกันดีกว่า 


ข้าน้อยได้ไปเจอต้นฉบับภาษาจีนเมื่อวานนี้ขอรับ แล้วลองเอาภาษาจีนมาทรานในกูเกิลดู


ปรากฏว่า เผ่าพันธุ์ของเดียนั้น มิใช่เทวดา หรือ ภูต แต่อย่างใด เป็นเอลฟ์ขอรับ แต่ต้นฉบับภาษาอังกฤษ แปลไว้ว่า แฟรี่ นั่นคือเทวดา หรือนางฟ้า


ข้าน้อยเลยทำการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของเดียในทุกๆตอนกลับคืนเป็นเอลฟ์แล้วขอรับ 


ขออภัยท่านผู้อ่านหากทำให้สับสน และตรงส่วนใดที่อ่านและไม่เข้าใจ สามารถคอมเม้นต์ถามได้หมดนะขอรับ 


ข้าน้อยยินดีตอบ สุดท้ายนี้ จะแจ้งว่า จากที่เคยลงครั้งละสองตอน อาจจะเหลือวันละตอน เพราะเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น


จึงทำให้ข้าน้อยต้องพยายามแปลและเกลาภาษาอย่างหนัก ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามขอรับ 


ปล. เรื่องฉากท่านเฟยกับท่านอิเซ ไม่แน่ใจเลยขอรับว่าจะได้ตะมุตะมิกันเมื่อไหร่ โปรดรอไปพร้อมๆกันนะขอรับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

417 ความคิดเห็น

  1. #291 Lormielis (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 08:09
    555555
    #291
    0
  2. #94 RyomasU (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 10:44
    เรื่องเก่า(บอร์ฆา)จบ เรื่องใหม่มาสินะ 555
    #94
    1
    • #94-1 Hakuja.(จากตอนที่ 24)
      10 กันยายน 2561 / 14:18
      แปลไปก็พบความวุ่นวายรุงรังมาตลอดเลยขอรับ 555
      #94-1
  3. #93 mothergod (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 06:43
    โอโห จบสิ้นแล้ว
    #93
    1
    • #93-1 Hakuja.(จากตอนที่ 24)
      10 กันยายน 2561 / 14:18
      โดนเจื๋อนแน่ๆขอรับ
      #93-1