[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 22 : วิกฤต Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    8 ก.ย. 61



เมื่อช่วงเวลาแห่งการพ่นน้ำลายมาถึง อาซาผู้มีคุณธรรมขั้นพื้นฐานมาตั้งแต่เกิด ได้แบ่งปันดูแลเขา ให้มีส่วนร่วมในบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร และส่วนที่น่าประทับใจจริงๆคือ เขาแชร์แม้กระทั่งน้ำที่ตัวเองดื่ม เฟยฉางปาดคราบน้ำลายบนใบหน้า เช็ดไปก็มองอาซาที่น้ำไหลรั่วออกจากปาก

 

เขาไม่ได้อยากได้มัน...

 

สมกับเป็นคนที่ทำงานกับอาซามาเป็นเวลาหลายปี ทันทีที่อาซาเปิดปาก เลย์ตันก็เปิดตูดแนบไปอีกฟากของห้อง นั่งอยู่ในมุมของเขาสวาปามน่องไก่อย่าเอร็ดอร่อย แต่ไม่ลืมที่จะมองดูรอบๆจนแน่ใจว่านั่นคือถังขยะ

 

บอร์ฆาหยิบกระดูกที่ตกลงบนหัวด้วยความรังเกียจ ขณะที่เขากำลังลุกขึ้นแล้วตะโกนออกมา เขาก็ได้ยินเสียงเฟยฉางขึ้นมาก่อน

 

“เลย์ตัน! นายทำอะไรน่ะ?!

 

เลย์ตันชะงัก “กินน่องไก่ทอดอยู่ ทำไม?

 

เฟยฉางรีบวิ่งไปหยิบจานหนี

 

“น่องไก่มีกระดูกเยอะเกินเดี๋ยวนายก็สำลักหรอก ทำไมไม่กินนักเก็ตแทน? นักเก็ตไก่จะดีกว่านะไม่มีกระดูกด้วย”

 

เลย์ตันมองตามจานในมือเฟยฉาง “แต่ฉันชอบน่องไก่ทอดมาก..”

 

ก่อนที่จะพูดจบประโยค เฟยฉางก็เททั้งจานลงในถังขยะต่อหน้าต่อตา

 

……

 

เขาชอบน่องไก่มากๆเลยนะ..

 

__________________________________

 

               บอร์ฆาตัดสินใจว่าจะอดทนต่อ ขณะที่เขาหยิบจานน่องไก่ทอดขึ้นมา เพราะอันโตนิโอ้เป็นพ่อครัวที่เก่งกาจ แค่กลิ่นและสีของมันก็ทำให้ลายไหลเต็มปาก บอร์ฆากำลังจะอ้าปากกัดทันใดนั้นเขาก็โดนน้ำซุปร้อนๆลาดรดบนตัว

 

กลิ่นหอมของมันโชยเข้าจมูก ชิ้นกุ้ง ปลาหมึกและส่วนผสมอื่นๆไหลลงจากเส้นผมลงไหล่ไปถึงเสื้อผ้าของเขา ไม่ต้องสงสัยมันคงจะอร่อยกว่าน่องไก่ในมือเขาแน่ และแม้จะไม่มองจานไก่ในมือเขาก็นึกสภาพตอนนี้ออกเป็นยังไง

 

เฟยฉางตะโกนอีกครั้ง “อาซา! นายทำอะไร!” เสียงของเขาในตอนนี้ดังกว่าเดิม อาซาผู้โง่เขามองมาอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายโมโหทำไม

 

“ซุปมันเปรี้ยว อาจจะบูด”

 

“ก็แค่ปล่อยมันไว้อย่างนั้นไม่ได้หรอ! ทำไมนายถึงเท? ไม่รู้หรือไงว่ามันจะซึมออกหะ?” เฟยฉางพูดจาเหมือนกำลังดุด่าอาซาอยู่ แต่ภายในเขากำลังมีความสุขเหมือนอยู่กลางทุ่งดอกไม้

 

“ฉันไม่รู้” อาซาพูดด้วยใบหน้าเซ่อซ่า

 

               มือที่จับน่องไก่อยู่สั่น เปลวไฟแห่งความโกรธเหมือนต้มซุปอยู่บนหัว เฟยฉางรู้สึกได้ถึงความร้อนในระยะห้าหกเมตร เขารีบหันไปกระตุ้นจินทันที

 

“จิน! ดื่ม ดื่มเข้าไปอีก เอ้าดื่มซะ!” เขาหันไปขยับตาให้ฮิวจ์

 

“ฉันว่านายควรพอได้แล้วนะ หน้านายแดงแล้ว” ฮิวจ์พูดด้วยน้ำเสียงโกรธๆ  

 

หน้าแดง? บอร์ฆาตัดสินใจที่จะรออีกซักหน่อยเมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากด้านนอก ถึงวิธีนี้จะทำให้แผนได้ดำเนินต่อไปได้ แต่ของที่เทเข้ามาในนี้ มันต้องมีคนชดใช้! เลย์ตัน อาซา เขาจำชื่อพวกนี้ไว้!

 

___________________________________________________

 

ด้านนอก

 

เฟยฉางขยิบตาให้ฮิวจ์อีกครั้ง มีเค้กอยู่ในมือของฮิวจ์ เลย์ตันทำท่าอยากจะแช่แข็งฮิวจ์ บอกตามตรงว่าเขาอิจฉาเล็กๆเพราะการโยนกระดูกไก่ไม่ได้เป็นวิธีที่น่าพอใจเท่ากับการปาเค้ก

 

               ในตอนนั้นจินก็เข้ามากอดฮิวจ์ไว้จากด้านหลังแล้วคว้าของมือเหวี่ยงมันไปทางถังขยะ เค้กบินเข้าไปในลังแม่นอย่างกับจับว่า

 

หัวของบอร์ฆาเหมือนโดนโปะด้วยของเหนียว หนา และครีม และเขาคิดว่าอดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว อะไรจะดีไปกว่าออกจากที่ซ่อนที่เหมือนเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ อย่างมากสุดก็อาจได้สู้กับจิน พอเขาจะลุกขึ้นยืน ไม้ฝาขนาดใหญ่กว่าลังก็กดหัวเขาลง บังคับให้เขากลับมานั่งเหมือนเดิม

 

“โอ้ย” บอร์ฆายกมือขึ้นกุมหัว เฟยฉางปิดฝาด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมตะโกนขึ้น

 

“พวกนายทุกคนห้ามเอาอะไรมาทิ้งในนี้! ใครกล้าทิ้งอีกฉันจะเอาอันที่ทิ้งนั้นละปามันใส่!

 

ทำไมนายไม่ทำแบบนี้แต่แรก? บอร์ฆาคิดอย่างข่มขืนแล้วยกมือถูหัวตัวเอง

 

___________________________________________________

 

จินยกนิ้วให้เฟยฉางสำหรับการแสดงที่ยอดเยี่ยม ไม่แปลกใจเลยที่พระเจ้าทรงยืนกรานที่จะให้มีมนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในโนอาห์ต่อไป แม้จะมีความเประบาง ไม่รับรู้เรื่องเก้าโลกก็ตาม เขาไม่เคยเข้าใจมาก่อนยันตอนนี้

 

               เพราะมนุษย์ที่มีความไร้ยางอายและโคตรเจ้าเล่ห์เรียกว่า ฉีเฟยฉาง

 

เลย์ตันพยักหน้ารับด้วยความกลัว

 

เฟยฉางยอมรับคำชมแบบประชดประชัน

 

ฮิวจ์ก็ถอนหายใจ มีเพียงอาซาที่ตอนนี้เฝ้าเตาย่างเสต็กอย่างจริงจัง ถูกกันออกจากสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

 

___________________________________________________

 

ทั้งกลุ่มต่างพากันกินจนอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า เลย์ตันหันมากระซิบเบาๆ “ถึงเวลาหรือยัง?

 

ปีศาจตัวน้อยนี้อาจจะรอไม่ไหวอีกต่อไป

 

เฟยฉางส่งสายตาให้จินพร้อมขยิบตา จินจึงวางมีดและส้อมของเขาลง “โอ้ พระเจ้า” เขาพูดเสียงดัง

 

“ทำไมนายถึงมีสองคนฮิวจ์”

 

ฮิวจ์กรอกตา ภาพความทรมาณจากการปวดขาของผู้ที่ซุ่มอยู่ในลังผุดขึ้นในหัว

 

“อ๊ะ เฟยฉาง ทำไมนายมีสามหัว? ไม่ เอ๊ะ 4 ไม่สิ นายไม่ใช่เฟยฉาง นาย...นายคืออาซา” จินเดินเข้าไปใกล้ถังขยะขณะพูดอยู่คนเดียว

 

เฟยฉางและเลย์ตันค่อยขยับไปด้านหลังอาซาอย่างเงียบๆ เจ้าตัวเพียงเหลือบตามองก่อนจะหันกลับไปสนใจเสต็กต่อ

 

จินกระโจนเข้าใส่ลังและเรอออกมา “ทำไมลังนี้มันขวางหูขวางตาจัง ขัดตาชะมัด”

 

“นายกำลังจะทำอะไร” เฟยฉางแทบจะร้องไห้

 

บอร์ฆาก็อยากที่จะถามเหมือนกัน แน่นอนว่าเพราะเขาอยู่ในนี้ทุกกลิ่นจึงถูกสูดดมในทันที ก็อดแดม! เขาเตะลังอย่างแรงและหนักหน่วงหวังที่จะออกไป แต่ก็ทำไม่ได้เลยนอกจากหัวที่กระแทกเข้ากับอะไรซักอย่าง

              

               มันเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่! จินถึงกับวางสิ่งกีดขวางไว้บนกล่อง เลวทรามที่สุด เขาพยายามต่อยมันเต็มแรง

 

“จิน ไอ้สารเลว ปล่อยฉันออกไป!

 

นอกจากเฟยฉางแล้ว เลย์ตันกับจินกำลังช่วยกันดันลัง

 

“ไม่ ไม่ จิน นายกำลังทำอะไร?  ทำไมนายทำแบบนี้ มันไม่ดีที่จะทิ้งหรอก!” เฟยฉางตะโกนบอก

 

ทิ้ง? ความน่ากลัวผุดขึ้นมาในสมองบอร์ฆา ถ้าถูกโยนลงไปในรอยแยก และความคิดนี้ทำให้ขนทั้งตัวของเขาลุกชันทันที เขาถีบและทุบไปที่ผนังแรงขึ้น

 

“ปล่อยฉันออกไป ไอ้เวร! ให้ฉันออกไปเดี๋ยวนี้!!

 

ลังถูกดันไปถึงหน้าต่าง เฟยฉางยกนิ้วขึ้น “หนึ่ง สอง สาม!

 

ลังถูกดันออกไปข้างนอกทันที เฟยฉางมองลังที่ลอยออกไปพร้อมกับโบกลามัน

 

ฮิวจ์หันไปหาจินทันที “นายเอาที่กีดขวางออกก่อนจะโยนไหม?

 

....

 

 

“ชิท!!” จินตะโกนขึ้นหลังจากหยุดคิดไปพักนึง สิ่งกีดขวางนั้นยังอยู่ที่เดิม บอร์จาจะไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ ดังนั้นมันจึงไม่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆภายใต้รอยแยก หน้าเฟยฉางและเลย์ตันครึ้มขึ้นทันที

 

“ฉันจะลากมันกลับมา “ จินกระโดดออกจากหน้าต่าง

 

ทุกอย่างยั่งคงนิ่งเงียบอยู่ประมาณสามวิก่อนเฟยฉางจะหัวเราะออกมาเบาๆ


“นอกเหนือจากข้อสรุปที่น่าสยดสยองนี่แล้ว แผนการนี้ถือว่าทำได้ดีมาก”

 

___________________________________________________

 

     หลังจากผ่านความยากลำบากมามากมาย จินก็สามารถลากลังกลับมาได้ ระหว่างเก็บกู้กล่องเขาด่าตัวเองเป็นพันครั้ง การทิ้งขยะแบบนี้เป็นเรื่องไม่ดีไม่ว่ากับสายพันธุ์ไหน แต่ทำไมต้องเป็นสีดำ? รู้ไหมว่าเขาต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหาเจอ มันเหมือนกับการพยายามจับปลาไหล

 

เฟยฉางสังเกตว่าลังมันเงียบผิดปกติ “ใช่เขาแน่นะ?

 

“เขาพยายามเคาะอยู่ตลอดในตอนแรก หรือเพราะความกลัวเลยเงียบไป?

 

เฟยฉางแสดงสีหน้ารู้สึกผิดขณะรับกล่องมาวางลงบนเก้าอี้ “ก็อาจจะ”

 

ฮิวจ์มีความเห็นแตกต่างจากคนอื่น “ฉันคิดว่าเราควรปล่อยเขา เพราะยังไงเขาก็เป็นเด็ก”

 

“ที่บ้านฉัน เราไม่เรียกคนแบบเขาว่าเด็ก”

 

“แล้วเรียกว่าอะไร?” เลย์ตันถาม

 

เฟยฉางตอบด้วยเสียงหนักแน่นและจริงจัง “ไอ้แก่เวร”

 

___________________________________________________

 

อาซาเดินตรงมาที่กลุ่ม “พวกนายทำไรอยู่?

 

“ไม่มีอะไร” เฟยฉางอธิบายหน้าซื่อตาใส “เราเพิ่งทิ้งขยะ”

 

อาซาทำหน้างง แต่เฟยฉางไม่ได้อธิบายนอกจากจับแขนเลย์ตันแล้วพูดว่า

 

“ไปกันเถอะ ไปหาอะไรกินกัน ก่อนที่อาหารจะเย็น” ตอนนี้ทุกคนก็พากันนึกถึงอาหารที่ถูกลืมไปก่อนหน้านี้

 

หลังจากกินอาหารเสร็จเฟยฉางก็นึกอะไรบางอย่างได้

 

“หือ... กล่องไปไหน?

 

“บางทีเขาอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วกลับบ้านเองมั้ง” เลย์ตันพึมพำ

 

“นายคิดว่าเขาจะไปโดนไม่สั่งเสียอะไรงั้นหรอ?

 

เขามองไปที่จิน “เห็นลังไหม?

 

“โอ้ กำลังพูดถึงถังขยะกันใช่ไหม” อาซาพ่นขึ้น ทุกคนพยักหน้า

 

“นายไม่ได้บอกจะทิ้งขยะหรอ? ฉันเลยโยนมันทิ้งไปแล้ว” ทุกคนชะงัก

 

“ฉันเกลียดลัง ฉันเกลียดปาร์ตี้วันเกิด และที่เกลียดมากที่สุดคือแผนโง่ๆของคนโง่” จินด่ากราดออกมาอย่างข่มขืนขณะที่เขาปีกออกจากหน้าต่างเป็นครั้งที่สองในคืนนั้น

 

เฟยฉางมองเพดานนิ่ง

 

___________________________________________________

 

     หลังลังกลับเข้ามาในโนอาห์อีกครั้ง คราวนี้ทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าควรนำบอร์ฆาออกมา เพียงแต่ถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นพวกร่วมแผนการที่ไม่มีใครคิดว่า จะมีครีมปกคลุม กับน้ำซุปที่ชุ่มโชก แถมคนที่โดนยังเป็น..ราชาปีศาจน้อย

 

“นายรู้ไหม ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเขาเป็นจ้าวปีศาจ บอร์ฆาอาจจะเป็นเด็กปกติ” เลย์ตันพูดขึ้นทำลายความเงียบ

 

เฟยฉางเกาคางของเขา “ตอนนี้เราต้องคิดถึงวิธีการป้องกันไม่ให้เขาได้พบกับพ่อ”

 

ทุกคนในห้องจ้องมาที่เขา เขาจึงพยายามฝืนยิ้ม  “เออ เข้าใจแล้ว จะพยายามแล้วกัน”

 

“นายก็ควรรีบเข้าละ” เดียกล่าวมาจากด้านหลัง เฟยฉางสะดุ้งด้วยความตกใจ

 

“นายไม่ได้หมายถึง..”

 

“อับบาดอนกำลังจะมา” ทันทีที่เดียยืนยันทุกคนก็ยืนเงียบกริบ ระบบย่อยอาหารของเฟยฉางเริ่มตีรวนจนมวนท้องไปหมด รีบกระโดดไปอ้อนวอนเดีย

 

“เราไม่รับไม่ได้หรอ”

 

เดียจ้องเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า หลังจากการแข่งจ้องตาผ่านพ้นไปเฟยฉางก็เหงื่อที่ไหลซึมด้วยความกดดัน

 

“เมื่อไหร่?

 

“มีเวลาเตรียมตัวสามชั่วโมง”



___________________________________________________


พาร์ทนี้ค่อนข้างใช้เวลาต้องขออภัยขอรับ เพราะบางครั้งภาษาอังกฤษต้นฉบับก็แปลมาแปลกๆ 


ข้าน้อยก็ฉงนอยู่หลายคำ กว่าจะเรียบเรียงออกมาได้ 


ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังติดตามอย่างต่อเนื่องนะขอรับ.


ปล. เจอคำผิดหรือคำไหนที่คิดว่ามันยังขัดหู ขัดตา แนะนำได้นะขอรับ น้อมรับทุกความเห็น

//คาราวะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #289 Lormielis (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 07:51
    ตายแร้ว!พ่อมันมา 55555
    #289
    0
  2. #88 RyomasU (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 11:41
    บอร์ฆาตอนนี้น่าสงสารจังลูก 5555
    #88
    0
  3. #85 Chandelier (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 19:09

    พสนุกค่ะ อ่านรวดเดียวเลย บอร์ฆาคงไม่ได้สลบไปแล้วจากการขาดอากาศหายใจใช่มั้ย? สงสารแฮะ

    #85
    0