[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 20 : Promotion Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 272 ครั้ง
    6 ก.ย. 61


 

สองใบหน้าที่มีขนาดแตกต่างหันมามองกันเพียงครู่ก่อนเฟยฉางจะยักไหล่

 

“นายอาจจะคิดว่าฉันสร้างโคลนนิ่งเพื่อเอาประทัดขึ้นไปชั้นบน”

 

บอร์ฆามองข้ามท่าทางยักไหล่ของอีกฝ่ายก่อนรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน เสียงรองเท้าที่กระทบกับพื้นหินอ่อนดังขึ้นซ้ำๆ เฟยฉางวิ่งตามเงาของเขาไปติดๆ จะพลาดโอกาสที่จะได้เห็นเรื่องน่าตื่นเต้นนี้ได้ยังไง?  โดยเฉพาะกับเรื่องที่เขาเขียนขึ้นมา กำกับและแสดงเอง น่าเสียดายจริงๆที่ในเวลานี้ไม่มีป๊อปคอร์น

 

     ประตูห้องของเลย์ตันเปิดกว้าง ราวกับมีป้ายบอกว่า เชิญเข้ามาข้างใน ไม่มีค่าเข้า ด้วยความเร่งรีบบอร์ฆาเกือบวิ่งเข้าไปในกองประทัดที่ถูกกวาดออกมา ก่อนจะมีเสียงที่ฟังดูทึ่มกว่าขวานของตัวเองดังออกมา

 

“ฟัค ฟัค ฟัค ฟัค -”

 

ยาวจนเฟยฉางเหนื่อยที่จะนับ เขารีบปัดเรื่องไร้สาระนี้ทันที เพราะอย่างเลย์ตันอาจจะย้ำคำนี้ต่อไปอีกสามสิบสี่สิบครั้งต่อหนึ่งลมหายใจนั่นละ

 

ความสามารถของปอดเขาตรงกันข้ามกับสัดส่วนของตัวเอง  และสติปัญญาของพวกเขา (หมายถึงคนแคระทั้งหมดขอรับ) ก็ตรงกันข้ามกับความสูง

 

“จิน! แม่แกตายหรอไอ้เลว! ครั้งต่อไปถ้าฉันจับแกได้ฉันจะสับตูดแกด้วยขวานของฉัน!!

 

เฟยฉางชะงักนิ่งประเมินสิ่งที่ได้ยินตรงหน้า สิ่งดีๆมักจะมาทีหลัง หึหึ

 

 

ไอ้จิน ไอ้โง่เง่า ไอ้ตูดหมึก! แกกล้าทำกับผ้าห่มของฉันอย่างนี้ได้ยังไง!? ฉันสาบานว่าแม้จะต้องตามล่าแกฉันก็จะไปให้ถึงสุดขอบจักรวาล ฉันจะเทน้ำเดือดลงคอของแก ให้แกกลายเป็นขวดน้ำร้อนขนาดใหญ่!!

 

.... มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างเลย์ตันและจินที่เขาไม่รู้หรอ?

 

บอร์ฆาไม่สามารถฟังมันต่อได้อีก “นายหมายถึง จินเป็นคนทำมันหรือ” เขาขัดจังหวะ

 

เลย์ตันสะดุ้งราวกับว่าไม่ได้ทันสังเกตเห็นว่ามีคนมาเยือน ก่อนจะเงียบลง

 

“ทำไมนายถึงคิดว่าจินทำ?

 

“เขาซื้อประทัดยาวเป็นโซ่จากฉันในราคาสามสิบเหรียญทองเมื่อบ่าย ถ้าไม่ใช่แล้วใครจะทำ?” เลย์ตันพึมพำ “นายคิดว่าฉันจะระเบิดห้องตัวเอง?

 

“นายน่าสงสัย” บอร์ฆากล่าวพร้อมลูบคาง เฟยฉางเริ่มอยู่ไม่ติด

 

“ทำไมนายไม่สงสัยว่าเขาทำด้วยตัวเอง?

 

บอร์ฆาขมวดคิ้ว “เพราะมนุษย์มักโง่เป็นพิเศษ”

 

เฟยฉางชะงัก ก้มหน้ากัดฟันไว้ “เรายินดีต้องรับ นายมาได้ตลอดเวลา”

 

ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เห็นได้ว่า จินเป็นคนทำผิด บอร์ฆาเอนเอียงมาทางนี้เสียแล้ว

 

เลย์ตันทรุดลงพื้นทันที่ที่พ้นร่างบอร์ฆา เฟยฉางหันมายกนิ้วให้ “เยี่ยมมาก!

 

“นายไม่รู้หรอกว่าฉันกลัวขนาดไหน” เลย์ตันพูดอย่างอ่อนแรง เขาตบหน้าอกตัวเองเรียกขวัญ

 

“...นายกังวลอะไร? การแสดงของนายเทียบเท่ากับผู้ที่ได้รางวัลออสการ์เลยนะ”

 

“ฉันผิดหวังมาก”

 

“....อย่าดูถูกผู้ที่ได้รับรางวัลออสการ์แบบนี้”

เลย์ตันพูดไม่ออก

 

“ผิดหวัง? เหอะ เหอะ ฉันคิดว่านายทำได้ดีมากแล้ว” เงาดำทาบทับมาจากด้านหลังเมื่อหันไปก็พบว่าเป็นจิน เฟยฉางหันมองรอบๆ

 

“ฮิวจ์อยู่ไหน?

 

“อยู่นี่” เสียงฮิวจ์ดังออกมาจากตรงไหนซักที่ จินวาดแขนโอบรอบตัวเขา

 

“มองไม่เห็นหรอก โหมดล่องหน”

 

“นายเป็นคนที่ไม่ยอมให้ฉันใส่เสื้อผ้าออกมาข้างนอก” จินโบกมือ

 

“ไม่ใช่อย่างนั้น แค่ทำแผนให้มันสมบูรณ์แบบ” มือลากไปตามคอเสื้อของเขา ก่อนจินจะทำหน้าเหี้ยม “เรื่องปกติเป็นสิ่งต้องห้าม!

 

“ฉันแค่สงสัยว่าฮิวจ์บอกนายเรื่องแผนของเราไหม”

 

จินปล่อยเขาแล้วยิ้ม “ลองคิดถึงความสัมพันธ์ของพวกเราสิ นายคิดว่าไง?

 

“พวกนายแสร้งทำ?” เลย์ตันถาม จินหัวเราะ

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เรา..โอ้ย!” รองเท้าโปร่งใสของฮิวจ์กับรองเท้าของเฟยฉาง กระทืบลงบนหลังเท้าเขาในเวลาเดียวกัน

 

ถ้าเลย์ตันช่วยอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับการทะเลาะเบาะแว้งปลอมๆของจินและฮิวจ์ คงได้สมาชิกโรคจิตเพิ่มอีกสองคน เขาเฝ้าดูความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดด้วยความรู้สึกอึดอัด

 

“เราเพิ่งแกล้งทำขึ้นเมื่อกี้” จินกล่าว “แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เราต้องห่วงแล้ว แต่ฉันสงสัยว่านายพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขวี้ยงขวานใส่ก้นของฉันก่อนหน้านี้?” รอยยิ้มเขาเริ่มบิดเบี้ยว

 

“คิดว่าฉันจะใช้ขวานสับนายได้?

 

“ไม่” จินตอบออกไปอย่างไม่รู้ตัว

 

“ดังนั้นก็เลิกคิด ที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้มันไร้สาระ”

 

 “แล้วจะไล่ตามฉันไปยันขอบจักรวาลเพื่อเทน้ำลงไปในคอของฉัน ให้ฉันกลายเป็นขวดน้ำร้อนขนาดใหญ่หรือ?

 

“นายอยู่เรือโนอาห์ ไม่มีจุดสิ้นสุดของจักรวาล”

 

“แล้ว?

 

“ไร้สาระเช่นกัน”

 

เฟยฉางเหมือนต้องพิจารณาเรื่องสติปัญญาของคนแคระเมื่อกี้นี้ใหม่ เป็นไปได้ว่าในสงครามครั้งต่อไประหว่างเก้าโลก ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของมนุษย์ในแง่มันสมอง อาจจะเป็นคนแคระ

 

“ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่สร้างขึ้น แต่นายจะไม่รู้สึกแย่ที่ไม่บอกฉันหน่อยหรอ?

 

“มันเป็นความคิดของเขา” เลย์ตันกล่าวพร้อมชี้ไปที่เฟยฉางอย่างไม่ลังเล จินหันมองอย่างรวดเร็วเมื่อพบเป้าหมายใหม่

 

เฟยฉางกระแอมก่อนพูดขึ้น “จริงๆมันเป็นแบบนี้..”

 

“ฟังอยู่” จินเลิกคิ้ว

 

“นายรู้ไหมว่าทำประทัดยังไง?

 

“ไม่ แล้วทำไม?

 

“แล้วนายคิดหาหนทางที่จะให้บอร์ฆาออกไปจากที่นี่ได้ไหม?

 

“แค่คว้าคอเสื้อขึ้นแล้วเหวี่ยงมันออกนอกหน้าต่าง นับไหม?

 

“นายสามารถรับประกันได้ไหมว่าเขาเต็มใจที่จะออก?

 

“ทำไมไม่ปิดหูปิดตาไปบ้าง?

 

“ทำไมนายไม่บอกแค่ว่า ฉันไร้ประโยชน์’ ?

 

เฟยฉางโบกมือปัดอย่างรำคาญใจ “นายมันไร้ประโยชน์จริงๆ”

 

จินชะงักหรี่ตามอง

 

“...อย่างน้อยนายก็ต้องเป็นโล่ให้เราบ้าง” เฟยฉางวิเคราะห์ต่อ “ฉันคิดว่าบอร์ฆากลัวนายอยู่นิดหน่อย”

 

“ขอบคุณมากสำหรับขุดหาเรื่องที่ใช้ได้ของฉัน” จินเริ่มสับสน

 

“ถ้าไม่นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนี่ ผลสรุปค่อนข้างดีนะ” ฮิวจ์พูดขึ้น

 

“โอ้ ไม่ นี่ไม่ใช่ข้อสรุป นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น” เฟยฉางแก้

 

เลย์ตันปรบมือทันที “แล้วครั้งต่อไปงานของเราคืออะไร?

 

แม้จะกลัวตายแต่เลย์ตันเป็นสมาชิกที่สนับสนุนทีมและร่วมมือมากที่สุด จินส่งเสียงเหอะหะในคอเมื่อโดนดูถูก ใบหน้าของเขาบึ้งจึงขณะที่นั่งเอนหลังรอฟัง

 

เฟยฉางกำมือแล้วทุบลงบนมืออีกข้างของตัวเองอย่างมาดมั่น

 

“ตอนนี้ กลับห้องใครห้องมันแล้วนอนก่อน”

 

“.....” ทุกคน

 

_____________________________

 

สิ่งแรกที่ทักทายเขาทันทีที่โผล่ออกมาจากห้องในตอนเช้า เป็นเสียงคำรามกึกก้องด้วยความโกรธของบอร์ฆา นี่คือหลักฐานว่าจินอาจทำอะไรซักอย่างนอกจากการเป็นโล่เนื้อสัตว์

 

มันเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกำมะถันและวาซาบิ เขารับรู้ได้ทันทีที่ได้ยินเสียงของบอร์ฆา และมันก็ประสบความสำเร็จ

 

เฟยฉางเอียงคอและคิดหนักว่าขั้นตอนต่อไปเขาจะทำอะไรดี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตาอันโกรธเคืองของบอร์ฆา สัญชาตญาณมนุษย์บอกให้เขาออกให้ห่างจากเรื่องนี้ แต่เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง

 

เมื่อกำลังจะเดินย้อนกลับเข้าห้องเขาได้ยินเสียงบางอย่างกระทบเข้ากับหัวของเขาทางด้านหลัง และเขาก็ทรุดลงพื้น เมื่อเอื้อมมือกลับไปแตะตรงบริเวณที่เจ็บหนึบแล้วชักกลับมาดูก็พบกับของเหลวเหนียวสีแดงสด  

 

               เฟยฉางจิกมือลงพื้นด้วยความเจ็บปวด พวกเขาโดนจับได้แล้วหรอ? เฟยฉางรู้สึกว่าความเจ็บกำลังแผ่กระจายไปทั่วทั้งหัวของเขา และเริ่มสาปแช่ง ใครเป็นคนทรยศ?’

 

บอร์ฆาเดินมาถึงตัว “หืมม ฉันนี่ก็ซุ่มซ่ามเหลือเกิน แต่โชคดีจริงๆที่มีคนทำให้ฉันหายโกรธ”

 

               เฟยฉางได้ตัดสินใจแล้วว่าจะขอให้เลย์ตันช่วยสร้าง ปูมหรือเครื่องรางให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความช่วยเหลือมาช้าเหลือเกิน เข็มนาฬิกายังเดินเช้าลง ทุกๆนาทีเหมือนเป็นวัน และทุกๆวันเหมือนเป็นปี

(TL; ปูมคือ ตารางแผนที่แสดงการเคลื่อนไหวของดาวพระเคราะห์ประจำวันขอรับ หรือที่เราเรียกกันว่า ปฏิทินโหราศาสตร์ )

 

               หลังจากไม่กี่ปีแห่งการรอคอยเฟยฉางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครซักคนเดินตรงมาใกล้กับร่างกายที่เย็นเยียบของเขา เสียงหัวเราะอย่างห้ามไม่ได้ดังมาจากจิน

 

“โอ้ พระเจ้า! ใครกันที่ทำแบบนี้ ใครที่อิจฉาปัญญาอันบริสุทธิ์ในสมองมนุษย์?

 

“อย่ามัวเล่นได้ไหม รีบไปพาเดียมาที่นี่สิ” ฮิวจ์พูด

 

“ฉันหรอ? โอ้ว..” จินส่งเสียงแบบไม่เต็มใจ ฮิวจ์นั่งลงข้างๆเฟยฉาง

 

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเดียก็มาแล้ว” ฮิวจ์พูดเบาๆข้างหู

 

               เฟยฉางเก็บน้ำตาไว้แทบไม่อยู่ ลมเบาๆที่พัดมาทำให้รู้สึกสบายขึ้นมาบ้าง มันแค่ลมที่ตกลงมาบนแผลของเขาพอดี ทางจินแม้จะรู้สึกอึดอัดใจบ้าง แต่เดียก็มาถึงในเวลาไม่นาน และเริ่มรักษาเฟยฉางทันที

 

               เฟยฉางลุกขึ้นอย่างช้าๆและตรวจสอบที่ด้านหลังกะโหลกตัวเอง แผลหายไป

 

“แต่ทำไมฉันยังรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้?” จินจ้องเขม็งไปที่ก้อนเลือดบนพื้น

 

“เพราะนายเสียเลือดเยอะ”

 

“ฉันคิดว่า ความเข้าใจเรื่อนี้ของฉันกับนายอาจแตกต่างกันนิดหน่อย”

 

ฮิวจ์ดึงแขนเสื้อจิน “นายสัญญาว่าจะไม่ดื่มเลือดอีก”

 

จินละสายตาออกจากกองเลือด “รู้แล้ว ฉันแค่ดื่มเครื่องดื่มที่รสชาติเหมือนเลือดเท่านั้น”

 

แต่ไม่ว่าเขาจะลิ้มรสรสชาติแบบไหนเข้าไป ก็ไม่สามารถหลอกจมูกและท้องตัวเองได้ เฟยฉางเข้าใจว่าจินมีนิสัยที่แปลกประหลาด ที่ชอบหาวิธีเลียนแบบรสชาติของอะไรหลายๆอย่างด้วยส่วนผสมที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยซักนิด

 

“นายได้รับบาดเจ็บได้ยังไง?” ฮิวจ์ถามอย่างห่วงใจ ในขณะที่เฟยฉางสั่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

 

จินยักไหล่ “นอกจาบอร์ฆา ใครที่นี่จะกล้าทำอะไรแบบนี้ แต่นายควรคิดว่าตัวเองโชคดีนะ ที่เสียแค่เลือด ไม่ใช่สมองเหลวๆของนาย บอร์ฆาอาจจะเอามันไปใส่ไว้ในขวด”

 

ความเงียบจู่โจมพวกเขาชั่วคราว คนอื่นๆมองกองเลือดแล้วรู้สึกรังเกียจขึ้นเล็กน้อย

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเช็ดมันเอง” ฮิวจ์พูด เพราะเขารับผิดชอบเรื่องจัดการห้องพัก การบำรุงรักษาพื้นที่สาธารณะก็เป็นความรับผิดชอบของเขา

 

จินหันไปทางเฟยฉางอย่างไม่พอใจ “คราวหลังอย่าทำพื้นสกปรกอีกถ้านายได้รับบาดเจ็บ”

 

เฟยฉางกัดฟันแน่น “ไม่ต้องห่วง ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย”

 

ในโลกนี้ไม่มีใครที่ได้ในสิ่งที่ต้องการไปเสียทุกอย่าง

 

_____________________________

 

 เมื่อได้ยินเสียง “เข้ามา” จากภายในห้องของบอร์ฆา เฟยฉางก็ดันประตูเข้าไปและ –

 

รองเท้าแตะพุ่งเข้ามาหาใบหน้าของเขาด้วยความเร็ว 100 kph แรงกระแทกทำให้เลือดเขาพุ่งออกจากจมูก








____________________________

____________


ทำไมข้าน้อยรู้สึกสงสารท่านเฟยฉางนะขอรับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 272 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #402 poonimZ45 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 22:48
    คือแบบ...ต้องเสี่ยงตายขนาดนี้เลยไหม? เหมือนจะลืมกันไปหมดแล้วอ่ะว่าน้องเป็นมนุษย์
    #402
    0
  2. #342 Apnoii123 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:35
    ความปลอดภัยของพนักงานอยู่ตรงไหน.....?
    #342
    0
  3. #287 Lormielis (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 07:35
    เล่นแรงมาก
    #287
    0
  4. #147 ตื่นสายใต้สะพานลอย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:46
    สงสารน้อง
    #147
    0
  5. #83 RyomasU (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:15
    เฟยเดือดแล้วววววววสินะ 555
    #83
    0
  6. #65 knom9297 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 19:32
    เดี๋ยวๆๆๆๆใจเย็นๆดิเฟยฉางงง
    #65
    0