[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 19 : การต่อสู้ Part 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,990
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    6 ก.ย. 61

 

เฟยฉางมองส่วนที่เผยออกมาของเลย์ตันและใบหน้าที่แดงกล่ำของเขา ตามสัดส่วนความสูงของคนแคระแล้ว มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เฟยฉางคิด เลย์ตันรีบลุกกระชับเสื้อคลุมไว้แน่น

 

“ไสหัวออกไปจากห้องของฉัน!” เขาคำรามเสียงดังชี้ไปที่ประตู

 

“พวกเราเป็นเพื่อนกันนี่ ทำไมถึงห่างเหินอย่างนี้ละ?” เฟยฉางยิ้ม “ไม่เอาน่า ก็แค่โชว์อะไรนิดหน่อยเอง คิดซะว่าอาบน้ำในห้องอาบรวมแล้วกัน!

 

“ห้องของฉันเหมือนที่อาบน้ำรวมหรอ?

 

“...ก็... ฉันมองไม่เห็นมันซักหน่อย นายจะให้ฉันทำยังไง?” เฟยฉางถอนหายใจ “มันไม่ใช่ว่าฉันอยากจะทำอะไรกับนายนะ”

 

คำพูดของเฟยฉางเหมือนเชื้อเพลิงอย่างดี เลย์ตันโกรธจัด “แล้วมันเรื่องเชี้ยอะไรที่นายวางแผนจะทำกับฉัน!?

 

“....”

 

เฟยฉางถูกเตะไปที่ประตูทันที เขาหันกลับไปมองเลย์ตันที่กำลังหาอะไรซักอย่างในกล่อง

 

“นายกำลังหาอะไร?” หรือคนแคระจะเก็บชาไว้ในกล่อง? เฟยฉางคิดแล้วพูดต่อ “ไม่เป็นไร แค่โค้กก็พอ”

 

เลย์ตันลุกพรวดขึ้นมารอยยิ้มเหี้ยมเกรียมติดอยู่ที่ริมฝีปาก ตาเฟยฉางมองต่ำลงไปที่ขวานสนิทเขรอะในมือของอีกฝ่าย ใบหน้าของเฟยฉางซีดลง

 

“เอ่อ...ฉันโอเคดี ไม่มีชาก็ไม่เป็นไรเลย ถ้าไม่สะดวกจริงๆ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้ นายรู้ใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร?

 

“ออกไป”

 

เฟยฉางค่อยๆถอยหลังออกไป เปิดประตูข้างหลัง ขณะที่เท้ากำลังจะก้าวออกเขาก็พูดขึ้น

 

“นายไม่อยากกำจัดบอร์ฆาหรอ?

 

ทุกอย่างหยุดชะงัก เลย์ตันมองเฟยฉางอย่างครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า เฟยฉางถอนหายใจ

 

“เข้ามา” ขวานถูกโยนกลับเข้าไปในกล่องคนที่อยู่ข้างนอกก็รีบวิ่งเข้ามาแล้วปิดประตู

 

______________________________________________

 

เลย์ตันออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งหลังใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว “แผนของนายคืออะไร?

 

ครึ่งนาทีแห่งความเงียบผ่านไป

 

“อย่าบอกฉันว่านายมีเป้าหมายแต่ไม่มีแผน” เลย์ตันพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายกับบอกว่า เชื่อมึงเลยเฟยฉาง

 

“แผนของฉันอาจต้องใช้เครื่องมือของนาย”

 

เลย์ตันย่นหัวคิ้ว “อะไรที่นายต้องการ?

 

“นายมีอาวุธอะไรบ้าง เช่น ระเบิดปรมานู หรือ อาวุธนิวเคลียร์?” เลย์ตันส่ายหน้า

 

..ไม่ได้เป็นคนแคระเหมือนพวกในหนังไซไฟที่ถนัดในการตีอาวุธทั้งหลายแหล่หรอ? หรือเพราะที่ต้องมาอยู่ในโนอาห์เพราะเขาโง่เกินไป?

 

ภาพของห้องปฏิบัติการคนแคระ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำสิ่งต่างๆ พังพินาศไม่เป็นท่า ในความคิดของเขาผู้นำในการกระทำพวกนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาเลย์ตัน จบ..จบแล้ว

 

เขาไม่รอให้เลย์ตันตอบอะไรออกมาอีกเลยถามต่อ “แล้ว AK-74?ละ”


( TL ; AK-74 คือ ปืนไรเฟิลจู่โจมที่ถูกออกแบบโดยนักออกแบบชาวรัสเซียขอรับ )

 

“.....”

“คุณมีอาวุธอย่างอื่นอีกไหมนอกจากขวานนั่น?

 

เลย์ตันคว้ากล่องมาอีกครั้งแล้วล้วงมือเข้าไป มันดูคุ้นเคยเหมือนเฟยฉางเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

“มีที่เหมือนกับในห้องครัว”

 

โอ้..ใช่สิ นี่มันไม่ใช่มีดที่อันโตนิโอ้ใช้สับผักหรอ? ดูการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเฟยฉางแล้วเลย์ตันก็เลยอธิบาย

 

“ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังค้นหาวิธีที่จะทให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น ฉันเลยไม่มีอาวุธที่ดีนัก”

 

“อา..ฉันเข้าใจแล้ว ฉันเดาได้ แม้แต่กฎหมายยังแบ่งออกเป็นหลายแบบ เช่น กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา” แต่ตอนนี้เขาต้องการใช้กฎหมายอาญา! กฎหมายแพ่งไม่สามารถช่วยได้หากพวกเขาไม่ใช้การโจมตีด้วยคำพูด

 

...โจมตีด้วยคำพูด..งั้นหรอ?

 

เหมือนกับมีหลอดไฟสว่างปิ้งขึ้นมาในหัวของเฟยฉาง เลย์ตันรู้สึกตัวสั่นขึ้นมาเมื่อเห็นรอยยิ้มของเฟยฉางก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำใส่เสื้อผ้าเพิ่มอีกชั้น

 

___________________________________

 

เฟยฉางกำลังพยายามปรับ DLD โดยมีเลย์ตันยืนอยู่ข้างๆด้วยความกระวนกระวาย “นายได้ยินอะไรไหม?

 

( TL ; จำเจ้าเครื่องนี้ได้ไหมขอรับ Domino Listening Device หรือ DLD นั่นเองขอรับ )

 

เฟยฉางกรอกตาอย่างรำคาญใจก่อนจะจ้องเชิงบอกให้ หุบปากต่อมาไม่นานเฟยฉางก็พยักหน้ารัว

 

“เขากรน”

 

“กรน?” เลย์ตันถามด้วยความประหลาดใจ

 

“นี่ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาถามเรื่องรายละเอียด ฮิวจ์ ลุกขึ้น”

 

ฮิวจ์ลังเล “เขายังเป็นเด็กอยู่ นายไม่คิดว่าเรื่องนี้เกินไปหน่อยหรอ?

 

“แต่ฉันยังไม่ถึงสามสิบ” เฟยฉางแย้งชี้เข้าตัวเอง ชั่ววินาทีไม่มีใครขยับ

 

ฮิวจ์รู้สึกฮึดขึ้นมาเล็กน้อยหลังถอนหายใจไปเฮือกใหญ่ เขารับโซ่ที่ทำจากประทัดสีแดงสดใสยาวจากเลย์ตัน

 

“ที่ฉันต้องคือ เอาไปใส่ในห้องเขา ถูกไหม?

 

“มันจะดีมากถ้านายเอาไปยัดไว้ใต้ผ้าห่มเขาด้วย”

 

เฟยฉางเห็นสีหน้าไม่พอใจของฮิวจ์ชัดเจน “ฉันหมายความว่าที่ด้านบนของผ้าห่มก็ดีเช่นกัน”

 

“..แต่การวางไว้ที่อื่นมันจะไม่มีผลอะไรเลยเหมือนกัน” เฟยฉางพึมพำ

 

“วางไว้ข้างเตียงก็คงเหมือนๆกันมั้ง”

 

“วางมันไว้ที่หัวเตียงก็ดี”

 

ฮิวจ์หันมองรอบๆก่อนจะเงียบไป เฟยฉางและเลย์ตันเฝ้าดูเขาอย่างตื่นเต้นตอนที่เสื้อผ้าร่วงหล่นทีละชิ้นจนกระทั่งเหลือเพียงโซของประทัดที่ลอยตัวห่างจากพวกเขา

              

เลย์ตันมองตามฮิวจ์แง้มประตูเข้าไปด้านในแทบไม่ละสายตา “เขาจะไม่ถูกจับได้ใช่ไหม?

 

“ไม่ใช่ว่านายรู้จักฮิวจ์นานแล้วหรอ?

 

“แต่เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน”

 

เฟยฉางชะงักก่อนถอนหายใจ “เราได้เสียทรัพยากรที่ดีอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว”

 

               หลังผ่านไปครู่ใหญ่ประตูก็ปิดลง และอีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นก่อนหน้านี้ก็ถูกหยิบขึ้นมาสวมอย่างปราณีตอีกครั้ง เลย์ตันเอาไฟแช็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรเฟยฉางคว้ามือไว้ก่อน

 

“เฮ้ๆ นายจะไม่ให้เกียรติฉันหน่อยหรอ? เรื่องน่าสนุกแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนะ”

 

“แล้วทำไมต้องเป็นนายไม่ใช่ฉัน?

 

“เพราะฉันเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นผู้บงการไงละ โถ่ พอๆ ไม่มีเวลาแล้ว” เฟยฉางคลานไปที่ส่วนปลายของฉนวน ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ในที่นี้เป็นพื้นหินอ่อนไม่อย่างนั้นคนติดไฟไหม้หมดแน่

 

ผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งสามเฝ้ามองไฟที่เริ่มเลียชนวนเข้าไปอย่างช้าๆ เมื่อเปลวไฟลามไปถึงประตู เฟยฉางและเลย์ตันก็เหงื่อเย็นแตกชนวนอาจจะลอดประตูได้ แต่เปลวไฟไม่ใช่

 

พวกเขากำลังกังวลเกี่ยวกับประทัดกลัวมันจะดับภายในประตู แต่เพียงไม่นานเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น เฟยฉางและเลย์ตันหยุดชะงักมองหน้ากันแล้วอยากจะกระโดดโลดเต้นกับชัยชนะ แต่ฮิวจ์ผู้มีสามัญสำนึกสูงยังเงียบสงบก่อนกล่าวว่า

 

“เราต้องไปจากตรงนี้"

 

คำว่า หนีไม่ได้อยู่ในสารระบบของหัวเฟยฉางเลยซักนิดและยังไม่ทันได้ตัดสินใจ ประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับบอร์ฆาที่เดินออกมา เฟยฉางและเลย์ตันรีบทรุดตัวลงบนพื้นเพื่อหลบขณะที่จับมือกันไว้แน่น เสื้อผ้าของฮิวจ์ร่วงหลนจนเหลือแต่ตัวโปร่งใส

 

ทั้งสองคนยังคงนอนแนบกับพื้นดิน เสียงเดินของบอร์ฆาดังขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามีเสียงดนตรีเขย่าประสาทด้วยในตอนนี้ นี่คงเป็นกริมเดอะริปเปอร์ในโลกแห่งความจริง

 

ทันใดนั้น –

 

เสียงอิเซเฟลดังมาจากชั้นบน “นายทำอะไรกับห้องของนาย?

 

เสียงเดินหยุดลงก่อนเสียงบอร์ฆาจะดังขึ้น “นาย อิเซเฟล?

 

“..น่าจะเป็นฉันที่ถามไม่ใช่หรอ! นายทำอะไรกับห้องของฉัน?!” บอร์ฆาพูดต่อ

 

“ในฐานะลูกชายของจ้าวปีศาจแห่งนรกภูมิ ห้องของนายถูกลักลอบเข้าง่ายขนาดนั้นเลยหรอ?” อิเซเฟลถามอย่างเย็นชา

 

บอร์ฆาไม่ตอบ ตอนนี้เขากำลังรู้สึกโกรธมาก

 

“ถ้านายต้องการให้ฉันตรวจสอบ ฉันก็ทำให้ได้”

 

“ไม่จำเป็น” บอร์ฆาพูดเสียงขุ่น “ในฐานะจ้าวปีศาจในอนาคต ฉันจะตรวจสอบด้วยตัวเอง”

 

เสียงฝีเท้าค่อยๆเดินห่างไปก่อนเสียงประตูจะปิดดังปัง เฟยฉางและเพื่อนถอนหายใจ แต่พวกเขายังไม่กล้าขยับจนกระทั่งอิเซเฟลออกไปจากตรงนั้นแล้ว เฟยฉางเก็บขนปีกที่หลุดล่วงเอาไว้ในมือแล้วพูดว่า


“ฉันมีความคิดอื่น”

 

แม้จะประสบเหตุการณ์เฉียดตายมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แต่เลย์ตันก็ยังสนับสนุนเฟยฉางอยู่เหมือนเดิม

 

“นายต้องการทำยังไงต่อ?” เลย์ตันถาม

 

“คราวนี้เราจะปกปิดตัวเองไว้” เฟยฉางพูดด้วยรอยยิ้มที่เลย์ตันเห็นแล้วต้องกระชับเสื้อผ้าตัวเองอีกครั้ง

 

______________________________________________

 

หลังจากนั้นที่ห้องของบอร์ฆาโดนระเบิดประทัดเข้าไปชุดใหญ่ ก็เกิดเสียงประทัดดังขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นที่อื่นมันเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะเล็กๆ

 

               เฟยฉางนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น สายตาของเขามองตรงไปข้างหน้าขณะที่หูคอยฟังเสียงจากเครื่อง DLD เพียงไม่นานก็ต้องตกใจกับเสียงที่ลอดมา “ใครทำกับฉันแบบนี้? ใครมันกล้ามาเล่นตลกกับจ้าวปีศาจอย่างฉัน!?

 

“แกเป็นคนจุดประทัดในห้องของฉันใช่ไหม!? ประตูห้องเฟยฉางถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับบอร์ฆาที่เดินเข้ามา เฟยฉางชี้เลิกคิ้วชี้ไปที่บอร์ฆาเชิงว่าห้องของนายน่ะนะ?

 

“ฉันจะหักนิ้วแกถ้ายังไม่เลิกชี้ฉัน!” บอร์ฆาพูดด้วยน้ำเสียงยโสพร้อมกับเชิดคางขึ้น

 

เฟยฉางรีบลดนิ้วลง “หยุดข่มขู่ฉันเสียที” เฟยฉางพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร

 

“นายไม่รู้หรือว่าจมูกของฉันเจ็บแค่ไหนหลังจากที่นายทำมันหัก? ฉันพยายามจะนอนมาตลอดทั้งวัน แต่กลับเจอเรื่องประหลาดน่ารักๆนี่ .. ได้โปรด ฉันเป็นเพียงมนุษย์ และในวัยเลขสองของฉันมันก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน..”

 

“หุบปาก” บอร์ฆาพูดแทรก เขาขี้เกียจฟังเรื่องพูดพร่ำของเฟยฉาง

 

“ฉันไม่ได้โยนประทัดใส่ในห้องของนาย” เฟยฉางหยุดพูดเพียงครู่ก่อนจะพูดต่อ

 

“ฉันมาที่นี่เกือบเดือนแล้วมันเงียบสงบจะตาย นายอาจจะไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงตดตอนกลางคืน นับประสาอะไรกับพลุ”

 

“แกจะบอกว่าฉันโกหก?” บอร์ฆาจ้องเขม็ง

 

“ไม่ .. ฉันแค่ถาม” เขาพูดเสียงแผ่ว

 

“ฮึ่ม! ฉันเคยเห็นนายใช้วิธีพวกนี้หลอกคนมากมาย แต่ไม่คิดมาก่อนว่านายจะกล้าใช้กับฉัน”

 

“...นายจะบอกว่าฉันเป็นคนโยนประทัดเข้าห้องนาย?

 

การแสดงออกของบอร์ฆาตอนนี้ก็เพียงพอแล้วเขาไม่ต้องพูดอะไรอีก

 

“เอาละ สมมติว่าฉันเป็นคนทำมัน ทำไมฉันถึงอยู่ในห้องของตัวเอง? แม้ว่าฉันจะทำมันทำไมฉันถึงปฏิเสธ? มันไม่เห็นจะเข้าท่าตรงไหนเลย” ไม่รับซักอย่างใครก็ทำอะไรไม่ได้

 

“เพราะ...” คำพูดที่เตรียมจะพูดถูกขัดจังหวะทันทีเมื่อบอร์ฆามองมาที่เฟยฉางเหมือนอย่างเย็นยะเยือก เขาเงยหน้ามองก่อนเสียงประทัดดังขึ้นจากชั้นบน

 

...คืนนี้ช่างเป็นคืนที่วุ่นวายจริงๆ

 

______________________________________________

มาต่อแล้วนะขอรับ ครบ 100% กำลังแปลส่วนต่อไปขอรับ 

ข้าน้อยจะแปลแบบรายวัน ตอนสองตอนแล้วลงเลย ดังนั้น

หากพวกท่านเจอคำผิดหนใด โปรดแจ้งด้วยนะขอรับ 

// คาราวะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #286 Lormielis (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 07:20
    สนุกสนาน5555
    #286
    0
  2. #82 RyomasU (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 08:54
    โคตรแสบเลย แต่ชอบตอนที่เฟยชี้มาที่ตัวเองแล้วบอกยังไม่ถึงสามสิบ คือฮา + เงิบ มาก
    #82
    0
  3. #64 Avista (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 12:05

    ขอบคุณจ้า
    #64
    0
  4. #54 knom9297 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 23:18
    ต่อเลยเจ้าค่ะ
    #54
    0