[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 16 : ผลพวง Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    9 ก.ย. 61


 

 

อย่าสมคบคิด

 

__________________________________________


 

จินยืนนิ่งครึ่งนาทีก็ถามว่า “เราไม่ควรไปตามดูเขาหรอ?

 

“นายชั่วมาก” เฟยฉางพูดด้วยสีหน้ารังเกียจเล็กน้อย

 

“แน่ใจหรอว่าจะใช้คำนั้นเรียกแวมไพร์ขุนนางอย่างฉัน?

 

“ฉันคิดว่านายอยากจะได้คำชม”

 

“ฉันไปทำอะไรที่ทำให้นายคิดว่าฉันเป็นคนชั่ว?” จินเลิกคิ้ว

 

“นายไม่ต้องทำอะไรฉันก็คิด” เฟยฉางตอบชัดถ้อยชัดคำ จินกัดริมฝีปากล่างจนเห็นเขี้ยวแหลมคมเหมือนใบมีดสองอันวาววับ

 

“ฉันสงสัยมานานแล้ว นายรู้สึกแปลกๆไหมเวลาที่ฟันนายยืดหดได้?” จินมองตาขวางเป็นการเตือน

 

“ไม่ แค่จักจี้นิดหน่อย ที่จริงมันทำให้ฉันอยากกัดคนด้วย”

 

“ฉันคิดว่านายควรจะได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า” เฟยฉางเหน็บจินก่อนหันหลังกลับเดินเข้าครัว

 

__________________________________________


วันนี้ห้องอาหารเงียบผิดปกติและยังรกร้าง เฟยฉางคุกเข่าลงทางเข้าแล้วค่อยๆคลานเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ความเงียบนี่น่ากลัวราวกับมันกำลังก่อพายุขนาดใหญ่ จินค่อยๆเข้าผ่านประตูไปทางอื่น

 

ด้านในเดียกำลังยืนอยู่ติดกับเตา

 

“เยี่ยม!” จินชูกำปั้นขึ้นฟ้า เฟยฉางขมวดคิ้ว

 

“เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย”

 

“ฉันนับถือความมีสปีริทของเขา”

 

“ถ้านายยังไม่เงียบพวกเขารู้ตัวแล้วเดินมาหาแน่”

 

ราวกับมีเครื่องดักฟังอันจิ๋วอยู่บนหูของเดีย เดียหันมองไปรอบห้องทำให้ผู้แอบฟังทั้งสองต้องเงียบปากลงในทันที  อันโตนิโอ้เงยหน้าขึ้น

 

“มองหาอะไร?” ดวงตาของเดียยังจับจ้องอยู่ที่ทางเข้า

 

“ไม่มีอะไร”

 

“ฉันได้กลิ่นมนุษย์” อันโตนิโอ้พูดแล้วทำท่าดมกลิ่น เฟยฉางรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัวทั้งๆที่เหงื่อแตกเพราะความกลัวว่าจะถูกจับได้

 

“ไม่ต้องไปสนใจ” เดียพูดเบาๆ อันโตนิโอ้ก็หันมาสนใจปรุงเสต็กเหมือนเดิม

 

ในความคิดของเฟยฉาง ถ้าเดียใช้เวลาทุกวันในการหยิบผลไม้ อันโตนิโอ้ก็ใช้เวลาทั้งวันในการปรุงอาหาร เขามักจะนำของเหลือใช้ในชั้นมาทำได้เรื่อยๆ เดียเฝ้าดูอันโตนิโอ้ทำงานอย่างเงียบๆ เสต็กถูกตักขึ้นวางบนจานและดันไปทางเดีย

 

“ต้องการอะไร?

 

“ฉันไม่กินเนื้อสัตว์”

 

“นายควรจะเปลี่ยนอาหารบ้าง ไม่ใช่กินแต่พืชผัก มันทำให้ความสุขในการได้ลิ้มรสลดน้อยลงนะ”

 

“ฉันเป็นเอลฟ์แสง ไม่ใช่ เอลฟ์มืด”

 

อันโตนิโอ้เพียงยักไหล่และคว้าช้อนส้อมออกมาจากชั้นบนบางส่วน ในขณะที่เขากิน เดียมีสีหน้าลังเลขึ้น จนสเต็กหมดจาน

 

“นายมาที่นี่เพื่อพูดอะไร?” อันโตนิโอ้ถามระหว่างเก็บจาน “นายเคยออกไปจากที่นี่ทันทีที่เห็นฉันกิน”

 

เดียหลุบตามองพื้น เพราะทิฐิในชาติพันธุ์ตัวเองทำให้มันยากที่จะพูดออกมา เฟยฉางกำมือเกร็งด้วยความลุ้นจนข้อขาว เดียถอนหายใจ

 

“ไม่ ไม่มีอะไร ฉันแค่จะมาถามว่าต้องการผลไม้อะไรหรือเปล่า ฉันจะไปแล้ว”

 

“รอเดี๋ยว” เสียงอันโตนิโอ้ที่ดังออกมาตรงกับความคิดของเฟยฉาง

 

“นายยังไม่ถามฉันเลยนะ”

 

“อะไร?

 

“นายบอกว่า นายมาถามว่าต้องการผลไม้ไหม แต่นายยังไม่ได้ถามเลย”

 

“เพราะฉันไม่ต้องการถามนายอีก” เดียพูดก่อนหันหลังเดินออกมา ทันใดนั้นเอง จินก็ถูกผลักเข้าไปด้านในประตูอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาตั้งใจจะหันกลับออกมาแต่อีกฝ่ายกลับขวางไว้แล้วร้องไห้คร่ำครวญ


“นายทำแบบนี้ไม่ได้นะ นายทำแบบนี้กับฮิวจ์ไม่ได้
!

 

...เขา.. ทำอะไรฮิวจ์??  จินมองเฟยฉางที่แสดงความเสียใจและโกรธออกมาด้วยความมึนงง

 

“นายจะทำกับเขาแบบนี้ได้ไง? ฮิวจ์ควรได้รับสิ่งนี้หรอ ความอ่อนโยนและมีน้ำใจของเขาที่มีต่อนาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเขี้ยวแหลมๆของนาย นายคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆหรอ?” เฟยฉางกล่าวด้วยท่าทางโอเวอร์แอคติ้ง “เขาเสียงต่อการเป็นบาดทะยักทุกครั้งที่จูบนายรู้ไหม?

 

.....บาดทะยัก? จินยิ่งมึนหนักเข้าไปใหญ่

 

“และ!” เฟยฉางตะเกียดตะกายลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งไปหาเดีย “นี่คือความรักที่แท้จริง! นายรู้จักพวกเขามานานแล้วนะ แล้วนายยังคิดจะแยกพวกเขาออกจากกันอีกหรอ!? ทั้งๆที่นายเรียกพวกเขาว่าเพื่อน!?

 

...แม้แต่ความคิดของแวมไพร์อันสูงส่ง การเป็นเพื่อนกับมนุษย์หมาป่านั้นน่าขัน ..

 

“นายไม่ควรที่จะแสดงความยินดีกับพวกเขาหรอ?” เฟยฉางหันไปหาเดียจนพูดจบก่อนจะหันกลับมามองจิน

 

สมองจินกำลังสับสน เขางงกับความสัมพันธ์ที่ได้ยินมา เขาค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นมองเดียอย่างระมัดระวังในการถาม “นายอยู่ด้วยกันจริงหรือ?

 

ทั้งห้องเงียบ เฟยฉางจึงแสร้งไอ

 

“...ใช่” เดียกล่าว ใบหน้าของอันโตนิโอ้เต็มไปด้วยคำถาม

 

จินหมุนตัวเองไปรอบ เขาใช้มือเท้าเข้ากับกรอบประตูและเขย่าหัวไปมา “ฉันไม่อยากจะเชื่อ .. เรื่องนี้..ฉันไม่อยากเชื่อจริงๆ นายอยากให้ฉันเชื่อเรื่องเหลือเชื่อนี่จริงๆหรอ?

 

“แล้วต้องทำยังไง?

 

“มันขึ้นอยู่กับนาย” จินพูดอย่างจริงจังทันที หวังว่าพวกเขาจะสามารถทำให้ฮิวจ์เชื่อได้เช่นกัน และจากนั้นความเข้าใจผิดของพวกเขาก็คลี่คลาย เขาจะได้กอดฮิวจ์อีกครั้ง

 

ความคิดของเขาไม่ได้อยู่ที่สถานการณ์ตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว

 

เดียมองสีหน้าที่แสดงออกมาชัดเจนของจินแล้วได้แต่ทำหน้าเอือมใส่ “นายหมายถึงอะไร?

 

“จิน ถึงเวลาที่ต้องตื่นมาโลกแห่งความจริงแล้ว” เฟยฉางปรบมือ “ไม่ว่านายจะเข้าไปยุ่งมากเท่าไหร่ เดียก็ไม่เคยชอบนาย นายควรก้าวออกไปข้างหน้า สิ่งดีๆที่อันโตนิโอ้กับเดียมี คือความรักที่แท้จริง นายควรจะแสดงความยินดีกับพวกเขา”

 

“....” ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการบอกกล่าวแล้วว่าเขาหมายถึงอะไรทีนี่จินจะ..เข้าใจใช่ไหม?

 

“คุณควรไป จากไป และหยุดเข้ามาเป็นมือที่สามสำหรับพวกเขา แค่ไป จิน”

 

จินเล่นตาม “เออ ก็ได้ ฉันจะจากไป ไม่ๆ ฉันหมายความว่าจะไปในตอนนี้ แต่ฉันไม่ยอมแพ้แน่ ได้ยินไหม? ฉันจะกลับมา!

 

เฟยฉางถอนหายใจ

 

“นี่พวกเอ็งกำลังเล่นอะไรกันวะ?” อันโตนิโอ้เริ่มมีสีหน้างงและหงุดหงิดขึ้นมา

 

“ฉันจะอธิบาย” เดียถอนหายใจ

 

“นายอธิบายไปนะ ฉันจะไปข้างนอกหน่อย อยากสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง จะได้อารมณ์เย็นลง”  เฟยฉางคลายเนคไทตัวเองออกแล้วเดินออกไปข้างนอกเพื่อพบจินที่ยืนอยู่ตรงนั้น

 

“นี่มันบ้าอะไร? ทุกอย่างัมนเป็นแผน” จินหันกลับมามองด้วยดวงตาแดงกล่ำ

 

“...ฉันยังยืนยันคำเดิมว่านายควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า”

 

“อย่าให้ฉันต้องกัดนายถึงตาย” จินพูดแล้วแยกเขี้ยวที่เปื้อนเลือดตัวเอง เฟยฉางกระโดดหนี

 

“นายจะฆ่าตัวตายด้วยการกัดลิ้นหรอ?

 

“ไม่ มันเป็นอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ ตอนที่ฉันพยายามจะจับฮิวจ์ไว้”

 

แม้จะใช้คำว่า อุบัติเหตุ ก็ตาม แต่เฟยฉางก็ได้คิดอะไรขึ้นมาได้

 

“นายหมายถึง... เมื่อกี้ฮิวจ์อยู่ในห้องอาหาร?” เขาถามอย่างช้าๆ

 

“ใช่”

 

....

 

เอาละ

 

“นายรู้ไหม” เฟยฉางกล่าวขึ้น “บางคนในโลกนี้ก็ไม่สามารถเป็นโจรได้ เพราะพวกเขาเกิดมาพร้อมกับความโชคร้าย”

 

จินก้มหน้ากัดฟัน “เรื่องมันแย่ตั้งแต่ได้เจอนาย..”

 

“จะ..ใจเย็นน”

 

“นายมีความคิดดีๆไหม?

 

“มี” เฟยฉางถอนหายใจ

 

“ฉันหวังว่ามันจะดีกว่าความคิดอื่นๆของนาย”

 

“ฉันไม่รู้ว่าดีกว่าไหม แต่มันเป็นความคิดสุดท้าย”

 

“มันคืออะไร?

 

“ทำความสะอาดกับฮิวจ์”

 

__________________________________________


ที่หน้าห้องฮิวจ์

 

จินมองเฟยฉางอย่างเคร่งเครียด เฟยฉางเลื่อนมือที่จะยกกดกริ่งหน้าประตูออก

 

“ทำไมนายมองฉันอย่างนั้น?” เขาถามพร้อมหันไปมองรอบๆ

 

“แบบไหน?

 

“เหมือนนายมองหานักบินพลีชีพน่ะสิ”

 

จินนิ่งพักนึงก็ถอนหายใจอย่างปลงตกหลับตาลง เฟยฉางยกมือจะกดกริ่งอีกครั้งแต่ก็ยังไม่กล้ากด

 

“ไม่เป็นไรน่า แค่เปิดตา”

 

“ทำไม?” จินลืมตา

 

“เพราะนายดูเหมือนว่านายจะเงียบเป็นเหมือนกัน”

 

“....”

 

__________________________________________


ฮิวจ์เปิดประตูให้เพียงเฟยฉางเข้ามาด้านใน จินที่แม้จะดูหงอยซึมกว่าที่เคยแต่ฮิวจ์ก็ไม่ยอมให้เข้าไปอยู่ดี เขารู้สึกเจ็บปวดและอิจฉา เขาอยากที่จะเข้าไปเห็นหน้าคนรักอีกครั้ง

 

ได้ยินเสียงคลิกที่ประตูด้านหลังเฟยฉางก็ถอนหายใจ “ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน”

 

“ไม่” ฮิวจ์พูดเบาๆ เทน้ำส้มใส่แก้ว “ไม่ใช่ความผิดของนาย”

 

เฟยฉางก้มลงมองแก้วที่ฉายภาพสะท้อนตัวเองออกมาในของเหลวสีส้ม คนที่อ่อนโยนและใจดีอย่างฮิวจ์ กับคนลามกทุเรศอย่างจินเข้ากันได้จริงๆหรอ?

 

เขาเริ่มคิดว่าที่ตัวเองมาตอนนี้ มันดีจริงๆไหม

 

“ฉันไม่ชอบที่เขาปิดบังฉัน” ฮิวจ์งึมงำ

...

 

เฟยฉางถอนหายใจ

 

“นั่นคือทั้งหมดที่นายอยากพูด?” ฮิวจ์ถามเสียงแข็ง

 

“ไม่ ฉันมาเพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องครัว ความจริงคือจินพูดเพื่อให้เดียและอันโตนิโอ้แสดงตามบทบาทที่เราสร้างขึ้น นายจะได้เชื่อว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับจินอีก..” เฟยฉางยักไหล่ “แต่พอนายโผล่มา มันก็ไม่เป็นไปตามแผน”

 

“ฉันรู้” ฮิวจ์พูดด้วยรอยยิ้ม

 

... เดี๋ยวนะ.. รู้งั้นหรอ?

 

เฟยฉางหยุดตีตนไปก่อนไข้ “แล้วนายไม่รู้อะไร?

 

“ฉันไม่รู้ว่าตอนที่แผนทั้งหมดล้มเหลวแล้วเขาจะขอโทษและอธิบายยังไง” เหมือนฮิวจ์ปล่อยหมัดแยบออกมา

 

เฟยฉางเปิดประตูออกมามีสีหน้ามืดมิด จินที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกหมดหวัง เขาเหลือบตามองท่าทางเศร้าสร้อยนั้นก่อนจะยิ้มขึ้นมาชี้ให้จินเข้าไปในห้อง เพียงชั่วพริบตาเฟยฉางก็โดนโยนไปทางห้องโถง ตามมาด้วยเสียงประตูที่อยู่ด้านหลังปิดเสียงดัง เขาก้มลงมองปลายเท้าตัวเอง ไหนประโยคที่บอกว่า.. ‘bros before hoes’?

(TL ; คำนี้เป็นวลีนะขอรับ bros before hoes หรือ hoes before bros ในอย่างแรกกรณีพูดถึงเพื่อนผู้ชาย หรือ ฝ่ายรุก ซึ่งแปลว่า เพื่อนต้องมาก่อนแฟน นะขอรับ )

 


__________________________________________


ท่านจินเป็นคนเยี่ยงนี้เองสินะขอรับ -_-

ปล.มาช้าดีกว่าไม่มาและมาสองตอนรวดเลยขอรับบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #283 Lormielis (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 06:00
    จริงๆแล้วฮิวว์เองก็เป็นคนแบบนี้สินะ 55555
    #283
    0
  2. #222 No_nueng (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 23:09
    รู้สึกชอบวลีนี้จังเลยย
    #222
    0
  3. #79 RyomasU (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 07:46
    ร้ายกาจจจจกันหมดสินะ ยกเว้นเดีย 55555
    #79
    0
  4. #48 minggg- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 01:11

    ทำไมไม่มีใครซื่อเลยเหรอเนี่ยยยยย

    #48
    0