[นิยายแปล] Spirit Hotel

ตอนที่ 14 : หลอกลวง Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 351 ครั้ง
    9 ก.ย. 61

มาแล้วขอรับบบบ 



 

               หลังจากเฟยฉางปฏิเสธเครื่องดื่มอันสร้างสรรค์พวกนั้นแล้ว จินก็ปล่อยให้เขาได้ดื่มวิสกี้ตามปกติ เฟยฉางใช้นิ้วคนน้ำแข็งในแก้วอย่างเชื่องช้าจนเริ่มรู้สึกง่วงนอน

 

“อย่ามาหลับที่นี่” จินเตือนขณะขัดแก้วไวน์

 

“งั้นเล่าเรื่องอะไรให้ฟังหน่อย” เฟยฉางหาว มือของจินหยุดชะงัก

 

“ในฐานะที่ฉันเป็นสมาชิกคนหนึ่งของขุนนาง นายมีสิทธิอะไรมาขอให้ฉันเล่าเรื่อง? ฉันไม่ใช่สาวในชุดผ้ากันเปื้อนนะ” เฟยฉางฟุบหน้าลงบนเคาน์เตอร์พร้อมหาว

 

“นายจะหายง่วงไหมถ้าฉันหยิบมีดออกมาวาง”

 

“มันอยู่ที่ว่านายวางยังไง”

 

จินดึงมีดออกจากลิ้นชักวางมันลงข้างใบหน้าเฟยฉางจนเกือบจะโดนหน้าเขาอยู่แล้ว มือที่จับมีดอยู่ของจินขยับบิดพลิกไปมาจนเกิดแสงประกายตามขอบคม เฟยฉางดันตัวขึ้นด้วยความตกใจเขารีบเช็คดูใบหน้าตัวเอง

 

“ฉันรู้ว่านายอิจฉาความหล่อขอฉัน แต่ฉันไม่คิดว่านายจะอิจฉาขนาดนี้”

 

“นายอยากให้ฉันโยนมีดนี้ใส่นายแทน?

 

แค่กๆ “ไม่ๆ ฉันหมายความว่าจริงๆแล้วนายก็หล่อนะ” จินแกว่งมีดไปมาบนอากาศ

 

“หญิงจากตระกูลเลือดที่สวยงาม~ เหมือนแม่น้ำ ชายหนุ่มตระกูลเลือดแข็งแกร่งราวกับภูเขา ...” เฟยฉางร้องเพลงโดยฉับพลัน โปรดดู The Girl from Ali Mountain เพื่ออรรถรส

 

จินขมวดคิ้ว “ฉันจำได้ว่าเคยบอกนายว่าฉันเป็นเกย์”

 

“..เด็กชายที่มองไม่เห็นมีความสวยงามราวกับเป็นแม่น้ำของชายหนุ่มจากตระกูลเลือดที่แข็งแรงเหมือนภูเขา..” เฟยฉางรีบเปลี่ยนเนื้อร้อง ทุกอย่างหยุดขะงัก

 

จินถอนหายใจแล้ววางมีดกลับเข้าลิ้นชัก “นายอยากฟังเรื่องอะไร?

 

“นายรู้จักเจ้าชายกบไหม?

 

“...รู้จัก”

 

“ฉันอยากฟังเรื่อง Snow White..”  (TL ; ท่านเฟยฉางทำไมกวนบาทาเยี่ยงนี้ขอรับ 555 )

 

“...ฉันไม่รู้จักเรื่องนั้น”

 

“ทำไมไม่เล่าเรื่องนายกับเดียอะ?

 

“ทำไมฉันต้องบอก?” จินกรอกตา และก่อนที่เฟยฉางจะส่งเสียงประท้วง จินก็เทไวน์ลงแก้วด้วยท่าทีสบายๆ


“เดียเข้ามาที่นี่หลังจากที่ฉันเริ่มทำงาน สองร้อยหกสิบสามวัน”

 

“...”

 

“เผ่าพันธุ์ทั้งหมดมีเพียงเทวทูตและเทพธิดาเท่านั้นที่มีความงามเท่ากับตระกูลเลือด” จินกล่าวอย่างภูมิใจ

 

ทำไมนายไม่บอก ; เผ่าพันธุ์ที่เหลือ เช่น คนแคระ กับ ไททัน และมนุษย์ต่างมีลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันไป จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งทำให้เรื่องความน่าดึงดูดใจของพวกเขาเป็นเรื่องยากที่จะกำหนดได้

 

“แต่เดียเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดในบรรดาที่ฉันเคยพบ ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลเลือดที่ให้ความสำคัญกับความรัก ฉันจะปล่อยโอกาสแบบนี้ไปได้ยังไง? ดังนั้นวันที่สองหลังจากเดียมาฉันก็ประกาศความตั้งการจากส่วนลึกของตัวเองพร้อมกับกุหลาบเก้าสิบเก้าดอก”

 

“เขาไม่ชกนายเอารึไง?

 

จินจ้องมา “นายประเมินเสน่ห์ของพวกเราชาวตระกูเลือดน้อยไปแล้ว .. เขาใช้ช่อดอกไม้นั่นฟาดหน้าฉัน..”

 

“ฉลาด ไม่เสียเวลาหาอาวุธให้ยุ่งยาก ใช้สอยของที่มี”

 

“....”

 

“ฉันหมายถึง สมาชิกคนหนึ่งจากตระกูลเลือดชั่งมีความฉลาดรอบรู้อย่างที่คาดไว้ นายรู้ไหมว่ากุหลาบปลอดภัยกว่าเพชร” จินไม่สนใจเขาแล้วเทไวน์เพิ่มอีกแก้วหลังจากดื่มเสร็จเขาก็พูดต่อว่า

 

“นายรู้ไหมว่าคนทุกคนมีแนวโน้มที่จะขี้อายและไว้ตัว แม้ว่าจะถูกเปลวเพลิงแห่งรักครอบงำจนภายในของพวกเขาหลอมละลาย แต่เขาก็ยังปฏิเสธที่จะแสดงออกมาให้เห็น”

 

“เดียเป็นอย่างนั้นหรอ?

 

“เอ่อ.. เขาแตกต่างไปนิดหน่อย ความจริงเขามาที่นี่เพื่อหลีกหนีจากอิทธิพลเวทย์มนต์สะกดรักน่ะ แต่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน”

 

เฟยฉางเลิกคิ้ว “เวทย์มนต์สะกดรัก?

 

“มันเป็นคาถาระดับสูงมาก ผู้ร่ายต้องอยู่ในระดับเดียวกับฉันเป็นอย่างน้อย”

 

“แล้วนายระดับอะไร?” ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เฟยฉางต้องถามออกไป เขาอาจจะรู้ชื่อ รู้เรื่องแข่งขัน แต่พวกเรื่องเล่าดำมืดแบบนี้ เขายังไม่เคยได้ยิน

 

“นายแน่ใจนะว่านายจะเข้าใจถ้าฉันบอก” จินย่นหัวคิ้ว

 

“แน่นอน นายเล่ามาเถอะน่า”

 

“การสะกดความรัก เป็นการทำเพื่อความปรารถนาของตัวเอง เพราะอยากครอบครองจึงใช้มนต์พวกนี้ร่ายใส่คนที่ชอบ ให้พวกเขาตามติดเราเป็นเวลาสามวันเต็ม...” เสียงของเขาค่อยๆลดลงไปจนจบ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องที่ดี

 

... ในที่สุดเฟยฉางก็เข้าใจว่าทำไมเดียถึงยอมคบกับจินเป็นเวลาสามวัน.. เสียงของบางอย่างดังมาจากด้านหลัง เฟยฉางหันไปก่อนจะเบิกตากว้าง

 

“ฮิวจ์!” จินรีบวิ่งผ่านเฟยฉางเพื่อตามร่างที่หายไปตามทางห้องโถง ทุกอย่างเงียบกริบแล้วเฟยฉางก็คิดได้ว่า เขาอาจจะทำอะไรไม่ดีไปหรือเปล่า..

 

_______________________________

 

               แม้จะกลับมาถึงห้องตัวเองแล้วเฟยฉางก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าเขาไม่ร้องขอให้จินเล่าเรื่องของเดีย จินก็คงไม่พูดเรื่องพวกนี้ออกมา แล้วฮิวจ์..ก็อาจจะไม่ได้ยินเรื่องพวกนี้ ยิ่งคิดเฟยฉางก็รู้สึกเหมือนจินเอามีดมาจ่อคอใกล้เรื่อยๆ บางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าเขาเริ่มซ่อนตัวซักระยะหนึ่ง เฟยฉางขุดชุดเสื้อผ้าที่สะอาดในตู้และรีบวิ่งขึ้นบันได

 

เขาไปหาเลย์ตันไม่ได้เพราะเฟยฉางเพิ่งแกล้งเขามาเมื่อเช้า

 

เป็นเดียก็ไม่ได้ เพราะเขายังกลัวที่จะอยู่ใกล้ชิด มันเหมือนเป็นการเติมน้ำมันลงในกองถ่านให้ลุกโชน

 

อันโตนิโอ้... เฟยฉางส่ายหน้า เขาคงหนีไม่ทันแน่ถ้าอีกฝ่ายเกิดคลุ้มคลั่งกลายเป็นหมาบ้า

 

อาซา..ดีทุกอย่างยกเว้นเรื่องกรนที่ทำให้เฟยฉางอยากจะฆ่าตัวตาย ครั้งหนึ่งเขาเดินผ่านหน้าห้องของอาซาในตอนกลางคืน เป็นอันต้องตกใจมันคล้ายกับเสียงรถวิ่งผ่านมาจากด้านหลังของประตู

 

ดังนั้น..คนที่เหลือก็... เฟยฉางเคาะประตู เพียงไม่นานประตูก็เปิดออกก อิเซเฟลอยู่ในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบสะโพกอย่างหมิ่นเหม่ ใบหน้าว่างเปล่า ตามลำตัวมีฟองสบู่ประปราย

 

“ฉันมีเรื่องสำคัญมากจริงๆที่ต้องถาม”

 

“อะไร?

 

เขามองซ้ายมองขวา “ไปคุยข้างใน” เฟยฉางรีไถลตัวเองเข้าไปในห้องของอิเซเฟล ประตูห้องน้ำยังเปิดอ้ากว้างพร้อมกับควันของไอน้ำฟุ้งกระจาย กลิ่นหอมสดชื่นจากสบู่กระจายไปในอากาศ

 

“นายกำลังอาบน้ำ?

 

“อืม..นายบอกว่ามีคำถาม...?

 

“ไม่เป็นไรๆ นายไปอาบน้ำก่อนก็ได้” เฟยฉางจัดเสื้อผ้าสำรองของเขาที่เก้าอี้ อิเซเฟลยอมเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ แม้จะมีท่าทางไม่พอใจก็ตาม เฟยฉางรู้สึกสั่นขึ้นมาเล็กน้อยและหยุดลงเมื่อประตูห้องน้ำปิด

 

               อิเซเฟลอาบน้ำอย่างรวดเร็วเมื่อโผล่ออกมาจากห้องน้ำสิ่งที่เขาเห็นคือ ผ้าห่มสำรองในตู้ถูกเอาออกมากางไว้ที่พื้น ส่วนคนที่บอกว่ามีปัญหาสำคัญมากๆกำลังงีบหลับอยู่บนนั้น ดูท่าคำถามคงจะเลือนหายไปในความมืดแล้ว

              

               เขาซ่อนตัวอยู่ที่นั่นตลอดคืน แต่เขาไม่สามารถซ่อนได้ตลอดไปแม้อิเซเฟลจะยอมปิดตาลงข้างหนึ่งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแต่เขาไม่สามารถทนต่อความหิวได้ เขากำลังจะหิวตาย! ก่อนที่อิเซเฟลจะเดินออกไปได้พูดออกมาประโยคหนึ่ง

 

“สามนาที”

 

นี่เป็นสามนาทีสุดท้ายที่แสนสบายของเขาหรอ? เฟยฉางเฝ้ามองนาฬิกาข้อมืออยู่ครู่หนึ่งก็นึกได้ว่าเวลาช่างผ่านไปไว แม่ง..เขาไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืน! เวลาที่ผ่านไปแล้วไม่อาจย้อนกลับมา... เฟยฉางเดินออกจากห้องของอิเซเฟลอย่างไม่เต็มใจนัก เขาพบว่าจินนั่งยองๆอยู่หน้าห้องน่าจะนั่งมาตลอดทั้งคืน แม้จะผ่านไปแค่คืนเดียวแต่จินเหมือนคนไม่มีที่อยู่อาศัยในเอธิโอเปียมาปีนึงแล้ว

 

“ฉันอยู่ตรงนี้แล้วกัน จิน..ฉันเห็นใจนายนะ.. แต่ว่า นายจะมาโทษทุกอย่างที่ฉันไม่ได้”  เฟยฉางพยายามที่จะใช้คำให้นุ่มนวลที่สุด

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายของฉัน ฉันเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง และในช่วงยี่สิบห้าปีที่ผ่านมาของการเป็นมนุษย์ ฉันก็ไม่เคยพบคนที่สามารถปล่อยแสงผ่านร่างกายได้ แม้แต่กระจกยังมีขอบ นายรู้ไหม?

 

ใบหน้าของจินฉายความหงุดหงิด “ฮิวจ์ไม่สนใจฉันเลย”

 

“นายเคยได้ยินคำพูดนี้ไหม? คู่รักที่พยายามต่อสู้เพื่อผ่านอุปสรรคมักจะทำให้ความรักนั้นแข็งแกร่ง ต่างจากคู่ที่ไม่ทำอะไรเลย”

 

“เขาไม่เคยเมินฉันมาก่อนไม่ว่าจะโกรธแค่ไหน”

 

“เอ่อ... มีครั้งแรกสำหรับทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่าเวอร์จิ้นหรอ”  จินหันมองตาขวางนัยน์ตาเป็นสีเลือด เฟยฉางเผลอกลั้นหายใจ ภาพสนามรบเปื้อนไปด้วยเลือดและมีเขาเป็นหนึ่งในซากศพฉายขึ้นมา

 

“อันที่จริง.. ฉันก็พอจะคิดอะไรดีๆออก แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย” เฟยฉางถอนหายใจ วันนี้เป็นวันพิเศษและเขาต้องทำให้มันเป็นวันพิเศษที่สุด นัยน์ตาของจินเป็นประกายทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

 

“อะไรละ? ฉันคิดว่าฮิวจ์จะไม่โกรธฉันจริงๆ..” จินมองออกไปพื้นที่ว่างเปล่า

 

“ไม่ .. เดี๋ยวนะ” เฟยฉางรีบพูดต่อ “ตอนที่นายพัวพันกับเดีย ฮิวจ์ยังไม่ได้มาที่นี่ ใครจะไปรู้อนาคตละ?

 

“ฉันพูดไปเมื่อคืนมากกว่าสามร้อยครั้ง”

 

“นายต้องเน้นย้ำว่ากับเดียเพียงพลั้งเผลอ แต่กับฮิวจ์คือความรักอย่างแท้จริง”

 

“ฉันบอกอย่างนั้นมากว่าห้าร้อยครั้ง”

 

“แล้ว..คำพูดดีๆมันสำคัญตรงไหนละ? นายต้องทำให้เขาเชื่อต่างหาก แค่คำพูดมันไม่สำคัญหรอก” จินมองเฟยฉางด้วยสายตาเย็นเหยียบ

 

“เฮ้ย ฉันเชื่อนายนะ ว่านายจริงจังน่ะ” เฟยฉางรีบเอ่ยแก้ตัว

 

“แล้วฉันจะทำให้ฮิวจ์เชื่อได้ไง?

 

เฟยฉางเกาคางตัวเอง “ให้ความจริงเป็นตัวตัดสินนาย”

 

“อย่าบอกนะว่าเวลาจะแก้ไขทุกอย่าง”

 

ให้ตายเถอะ ทำไมหมอนี่มันโง่ขนาดนี้ เฟยฉางถอนหายใจ “คนอย่างฉันยังคิดได้แล้วทำไมนายคิดไม่ได้? ฉันหมายถึง ถ้าเดียมีคนอื่นหรือเริ่มเปิดใจให้ใคร ฮิวจ์ก็จะได้รับรู้ไงว่านายมีแค่เขา”

 

จินหันขวับ “ความคิดดีมาก”

 

“ไม่ ไม่ใช่ฉันแน่นอน” เมื่อเห็นสายตาคาดหวังจากจิน เฟยฉางก็รีบปฏิเสธ

 

“อย่าลืมสิว่าใครเป็นคนทำให้ฉันต้องเจอเรื่องแบบนี้” จินพูดด้วยความเคือง

 

เฟยฉางเลียริมฝีปากที่แห้งผาดก่อนอธิบาย “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วย แต่เดียไม่ได้ชอบฉันนี่”

 

“เดียเด็ดนะ”

 

“....”

 

“แล้วนายคิดว่าใครทำได้?

 

ตอนแรกเฟยฉางคิดจะแนะนำอิเซเฟล แต่ต้องยอมรับว่าถ้าทั้งคู่กลายเป็นคนรักกัน ทุกคนคงจะต้องเจ็บตาเพราะออร่าที่เปล่งประกายออกมาจากตัวทั้งคู่แน่ๆ

 

“อันโตนิโอ้” จินชะงัก

 

“ทำไม?

 

“ลักษณะเขาน่าเชื่อถือว่าอาซา และล่อลวงง่ายกว่าอิเซเฟล”

 

“...เป็นอันโตนิโอ้งั้นหรอ...แล้วนายจะโน้มน้าวเขายังไง?

 

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเฟยฉาง “แล้วนายจะได้เห็น”


_______________________________


ท่านเฟยฉางคิดจะทำอะไรอีกแล้วนะขอรับ... 

รอติดตามชมตอนต่อไป อะหิ อะหิ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 351 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

416 ความคิดเห็น

  1. #368 บิลเลียส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 20:46
    ทำไมแกไม่เสนอตัวเองล่ะ
    #368
    0
  2. #281 Lormielis (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 05:43
    แต่ละอย่างที่เธอทำ5555
    #281
    0
  3. #144 ตื่นสายใต้สะพานลอย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 20:05
    แผนสูงงงง
    #144
    0
  4. #111 Clionelith (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 01:06

    คือฉากเจออิเซเฟลแต่ละอันคือแบบ ขึ้นจากสระน้ำงี้ พันผ้าขนหนูออกมาเปิดประตูงี้ อะเฮือกกกก//กุมจัยยย

    #111
    0
  5. #77 RyomasU (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 07:30
    เฟยยยย นายยิ่งทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นกว่าเดิมป้าวเนี้ยยยย
    #77
    0
  6. #46 minggg- (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 01:06

    ทำไมมันร้ายถึงเรื่อยยๆๆๆ

    #46
    0