บ่วงพรหมจรรย์(ตีพิมพ์กับ สนพ touch publishing)

ตอนที่ 1 : บ่วงพรานล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ก.ย. 53

 ตอนที่ 1 บ่วงพรานล่า

ร่างหนาแกร่งเปล่าเปลือยของคีรภาสนอนคว่ำกับที่นอนหนานุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาซบอยู่กับหมอนใบโต หลังเปล่าเปลือยอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยอย่างคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มันส่งให้คนที่นอนอยู่น่ามองราวรูปปั้น ผิวกายเขานั้นออกทองแดง อย่างคนที่อยู่ท่ามกลางแดดทั้งที่ คีรภาสนั้น ได้ชื่อว่าเป็น หนุ่มเจ้าสำราญเลยก็ว่าได้ เอวสอบที่แนบอยู่กับที่นอนหนานุ่มสีขาวสะอาดนั้นช่างเซ็กซีน่ามอง ผ้าห่มสีสะอ้านนั้นปิดอยู่อย่างหมิ่นเหม่

ที่รัก น้ำเสียงสุดเซ็กซี่ของคนที่พึ่งตื่น ใบหน้าที่ซบอยู่ที่หมอนสะบัดมาอีกด้านเผยดวงหน้าคมคร้ามสุดหล่อเหลาของเขา ดวงตาปิดสนิท หากทว่าฝ่ามือกลับควาญหาร่างนุ่มนิ่มที่กกกอดมาทั้งคืน

ที่รักจ๋า เสียงหวานนั้นสำทับมาอีกที คีรภาสนั้นไม่รู้เลยมั้งตัวเองแทบจะไม่เคยเรียกใครว่าที่รักเลยสักครั้ง แต่เพราะว่าฝันแสนหวานว่าเขานั้นได้พบรักแรกพบอันน่าพิสมัยกับสาวสวยที่เรียกได้ว่าหยาดเยิ้มหยดย้อย

ไม่นานเจ้าของความฝันที่ทำให้คีรภาสต้องเรียกเธอว่าที่รักก็เดินเข้ามาทรุดนั่งที่ข้างเตียงพร้อมกับประตูห้องนอนที่ถูกกระแทกเปิดเข้ามาคีรภาสแทบถูกเรียกได้ว่าเหวี่ยงอย่างแรงจนกำยำของเขานั้นถลาลงจากเตียง เพราะว่าความที่ไม่ได้ทันตั้งตัวแต่แรกอยู่แล้ว

คุณหญิงทำอย่างนี้ทำไมครับ

หญิงหรือ นันทวรรณ เจ้าของชื่อ สาวน้อยร่างบอบบางที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำของเจ้าของร่างหนาที่อยู่ที่พื้นเท่านั้นคลุมกายกำลังบีบน้ำตาร้องไห้

ขอโทษทีนะคะ หญิงแต่งงานไม่ได้ หญิงเป็นของผู้ชายคนนี้แล้ว เสียงสั่นเครือ เธอนั่งกลางเตียง คีรภาสนั้นพึ่งเห็นเธอคนนี้อย่างจริงจังก็ตอนนี้ ใบหน้าสวยพริ้ง เรียวปากเย้ายวน พวงแก้มเธอนั้นดูนิ่มนวลเป็นพวง ดวงตาสวยพราวมีประกายราวกับเพชร

หญิงแต่งงานกับอาเพชรไม่ได้ หญิงเป็นของเขาแล้ว เธอยังละล่ำละลักบอกชายร่างโตสามสี่คนที่ยืนอยู่กลางห้อง ไม่ทันที่คีรภาสจะได้เอ่ยอะไรอีก ประตูบานเดิมที่ถูกชายร่างโตที่เหวี่ยงเขาลงมาที่พื้นก็มีนักข่าวกรูเข้ามาที่ห้องพร้อมแสงเสียงระรัวชัตเตอร์เข้าหาเขากับสาวน้อยคนที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างขอโทษดวงตาเรียวสวยของเธอนั้นตรึงตาเขาอยู่นิ่งแต่ว่ามันไม่สามารถสยบความโกรธกรุ่นที่กำลังก่อตัวตอนนี้ได้เลย

หยุดอย่าถ่ายครับออกไป ไม่อย่างนั้น ผมจะแจ้งความจับพวกคุณทุกคน เสียงบอดี้การ์ดของเธอไล่นักข่าวพวกนั้นออกจากห้องก่อนที่ประตูบานหนาจะปิดลงอีกครั้ง

อย่าบังคับหญิงเลย หญิงเชื่อว่าถ้าปู่รู้ว่าหญิงมีเจ้าของแล้ว ปู่จะไม่มีทางบังคับหญิงอย่างนี้ ท่านไม่มีทางให้หญิงแต่งงานทั้งที่หญิงนอนกับผู้ชายคนนี้แล้วแน่ๆ

ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงร้องไห้สะอื้นออกมาอีกครั้ง ฝ่ามือน้อยกำแน่น น้ำตานั้นรินอาบแก้ม สายตานั้นวิงวอนผู้ชายร่างโตทั้งสามคน คีรภาสเมื่อกวาดสายตามองผ่านๆ ชายทั้งสามเขาก็ผุดลุกขึ้นเต็มความสูงอวดร่างกำยำ ไร้ไขมันส่วนเกินหากทว่ามันเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยเป็นลอน สายตาปรืออย่างคนพึ่งตื่นหายไปแล้วตอนนี้ ดวงตาดุเข้มที่ดูสงบนิ่งน่ากลัวนั้นจับจ้องมองร่างอันสั่นเทาอยู่บนเตียงมันเต็มไปด้วยความสงสัย

 นันทวรรณหลบสายตอย่างขลาดๆพวงแก้มอิ่มย้วยน่ามองนั้นแดงปลั่งขึ้นมาทันที

จะมีห่าเหวอะไรก็เชิญ ฉันขอแต่งตัวก่อนน้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจน่ากลัว สามารถออกคำสั่งกับชายร่างทั้งสามได้อย่างง่ายๆ ร่างผึ่งผายนั้นก้าวเดินตรงไปที่เตียงกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของเขาพร้อมสะบัดหัวแรงๆ ไล่อาการเมาค้างนั้นให้หายไป เขาหรี่ตาคาดโทษเธอระหว่างที่ก้าวย่างมาที่เตียงกว้าง

เสื้อผ้าคุณอยู่ที่ปลายเตียง เสียงนั้นสั่นเมื่อบอกสิ่งที่เขากำลังมองหาอยู่ และเขาก็ไม่คิดที่จะเอาอะไรปกปิดกายเลยระหว่างที่ทมองหาเสื้อผ้าด้วยยังคงอวดร่างเปลือยน่ามองแก่สายตาทุกคู่

ฮื่ม มีเสียงครางกระฮึ่มลอดออกมาจากเรียวปากเข้มระหว่างที่เขานั้นก้าวตรงไปหาเสื้อผ้าสะบัดมันแรงๆ ดึงทึ้งขึ้นมาสวมกาย พยายามทบทวนอยู่เงียบๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขา

เราสามคนตัดสินใจไม่ได้ เราต้องพาคุณหญิงไปหาคุณปู่ก่อน

ทำไม แค่นี้ยังไม่พออีกหรือไง หญิงไม่ยอมมีสามีหลายคนแน่ หญิงจะมีเขาแค่คนเดียว

มือที่กำลังดึงกางเกงขึ้นสวมนั้นชะงักนิดหนึ่ง คีรภาสนั้นทบทวนว่าเขานี่ได้ชื่อว่าเป็นสามีเธอคนนี้เชียวหรือจำไม่ได้ว่าสาวสวยที่เขาเจอเมื่อคืนนั้นคือเธอคนนี้

ขอโทษนะ ผมไม่ว่างเป็นสามีใครทั้งนั้น ขอตัว

คีรภาสสะบัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง คว้าเสื้อนอกขึ้นมาถือ ไม่ได้สวมเสื้อเพราะว่าถูกเธอแย่งไปซะแล้ว จึงได้เพียงอวดร่างกำยำไม่อายใคร ทั้งใจเดินผ่านชายร่างยักษ์ทั้งสามแต่ว่ามือของใครคนหนึ่งก็วางลงที่ไหล่กว้างซะก่อน

  ไม่ได้ครับ คุณจะไปไหนไม่ได้ คุณต้องไปกับเราก่อน

ไม่เพียงมือเท่านั้นที่แตะลงที่ไหล่กว้างหากทว่าประบอกปืนก็ยังจ่อยู่ที่ด้านหลังของเขาทำเอาร่างกำยำนั้นเกร็งขึ้นมานิดหนึ่ง ก่อนที่จะปล่อยตัวสบายๆ เขาถอนหายใจยาว ไม่ได้กลัวปืนกระบอกนี้เลยด้วยซ้ำ แต่ว่าตอนนี้อยากรู้ว่าสาวน้อยคนที่นั่งสะอื้นอยู่ที่เตียงกว้างคนนี้เป็นลูกหลานใครทำไมเธอต้องมีคนตามคุมเข้มขนาดนี้และทำไมเธอต้องทำกับเขาอย่างนี้

คร้าบตามสบายเลย กระผมไม่กล้าหือหรอกตอนนี้กระผมตกเป็นสามีเจ้านายพวกคุณไปแล้ว

เขาหมุ่นตัวกลับมาจ้องมองตรงไปที่เตียงกว้าง ที่ตอนนี้คุณหนูผู้สูงศักดิ์กำลังก้าวลงจากเตียงด้วยทวงท่าขลาดอาย เรียวขาสวยนั้นโผล่พ้นจากสาปเสื้อของเขามันชวนมอง รูปร่างเธอช่างอรชรอ้อนแอ้นชมกับที่ต้องมีคนตามเฝ้าควบคุมตัวอย่างนี้ แต่ถึงยังไงคีรภาสก็อยากรู้ว่าเธอหนีมาอยู่บนเตียงกับเขาที่โรงแรมได้ยังไง

หญิงขอเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแปบเดียว

คนพูดนั้นก้มหน้าต่ำ พยายามลากขาเรียวสวยที่แทบจะพันกันเดินตรงเข้ามาหาคีรภาสก่อนที่จะเขาเรียวปากน้อยนั้นชนเข้าที่แก้มของเขา คีรภาสอดที่จะเลิกคิ้วสูงไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ ทั้งที่เขาแสดงออกว่าไม่พอใจและไม่ยินดีที่จะรับผิดชอบต่อเธอ แต่ว่าเมื่อเรียวปากนุ่มที่พึ่งเรียกได้เลยว่ากระแทกลงที่แก้มสากของเขา คีรภาสก็อยากรู้จังเลยว่าเธอวิ่งหนีสามีคนไหนมา แล้วเรื่องราวเมื่อคืนนี้มันมีอะไรเกิดขึ้น

ร่างสูงนั้นก้าวเดินตรงไปที่เก้าอี้ทิ้งกายลงนั่ง มือก็อดที่จะยกขึ้นลูบที่แก้มสากของตัวเองไม่ได้ ทั้งปากทั้งแก้มของเธอนุ่มนิ่มน่าสัมผัส จนคีรภาสอดคิดไม่ได้ว่ากายสาวที่อยู่ใต้เสื้อของเขาเมื่อสักครู่มันจะน่าปรารถนาขนาดไหน เขาไขว้ขาเอนกายอย่างสบายสายตานั้นก็กวาดมองชายร่างโตทั้งสาม

คีรภาสพึ่งเคยใจเย็นขนาดนี้มาก่อนเพียงเพราะจะถามเธอคนที่พึ่งขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าคนนั้นว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่ เธอคิดที่จะให้เขาเป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือ หรือข้ออ้างหลบลี้หนีภัยจากปู่ของเธอ แต่คีรภาสอยากบอกเธอว่าเธอเลือกคนผิดซะจริงๆ

ฉันขอคุยโทรศัพท์หน่อยได้ไหม

ไม่ได้! อย่ามาตุกติกเลย คิดว่าคุณหนูของเขาเป็นของเล่นหรือไงไม่ง่ายหรอก คุณหนูของเขาบริสุทธิ์ยิ่งกว่าผ้าขาวซะอีก

คีรภาสยิ้มเยาะนิดหนึ่งผ้าขาวชนิดไหนที่มาอยู่บนเตียงกับเขาถึงเขาจะไม่แน่ใจเท่าไหร่เรื่องเมื่อคืนแต่ว่า ไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนที่จะทำอย่างนี้ยิ่งมาทำกับเขาด้วยแล้ว

ไม่นานเท่าไหร่นันทวรรณก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำพร้อมชุดใหม่ ชุดเดรสที่ดูเรียบร้อยสมตัวของเธอ ผมยาวสวยนั้นถูกรวบเอาไว้เป็นมวยตรงด้านหลังอย่างลวกๆ คีรภาสสังเกตได้อย่างหนึ่งว่าเสื้อผ้าเธอไม่ยับเลย ของเขาด้วยเช่นกัน

เสื้อของคุณคะ ขอบใจที่ให้สวม

เธอยื่นเสื้อมาคืนเขา คีรภาสถึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้สวมเสื้อ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกระชากเสื้อตัวนั้นมาจากเธอมือเธอสายตานั้นจ้องเขม็งที่ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งจนสวยหมดจดไร้ที่ติด เขาดึงเสื้อที่เธอพับมาอย่างเรียบร้อยมาสวมอย่างกระแทกกระทั้นก่อนที่จะถูกบังคับด้วยสายตาจากลูกน้องของเธอให้เดินตามออกมา

เธอเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันอยากได้สามีจนต้องเอาลูกน้องมาขู่ฉัน กระซิบรอดไรฟันระหว่างเดินตามเธอเข้าไปในลิฟต์ เมื่อลงมาด้านล่าง มีรถคันหรูจอดรออยู่ คีรภาสนั้นโบกมือไล่ลูกน้องของเขาที่เตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นไม่ให้เข้ามา เขาอยากรู้ว่าตัวเองกำลังจะไปไหน กำลังจะถูกเธอพามาเล่นเป็นอะไร

อุ๊ย! เสื้อยับ

นันทวรรณไม่ได้ตอบแต่ว่ากลับหันมาลูบที่อกเสื้อและติดกระดุมเสื้อให้เขาซะเอง ช้อนสายตาหวานหยดขึ้นมองคนหน้าบึ้งดุตรงหน้า ฝ่ามือน้อยอ้อมมาจัดปกเสื้อให้เขาไม่ใยต่อสายตาเข้มเอาเรื่อง ดวงตาเธอไหวนิด

อย่ามัวแต่สนุกอยู่ สาวน้อยฉันไม่สนุกเท่าไหร่ ทำไมฉันต้องมาเป็นสามีกำมะลอด้วย เสียงนั้นกระซิบลอดไรฟันยามเมื่อเธอโน้มตัวจัดเสื้อให้เขา ที่ทำอย่างนั้นเพราะว่านันทวรรณไม่ต้องการให้บอดี้การ์ดของเธอได้ยินที่เธอคุยกับเขาแต่กลับกลายเป็นว่าเธอเอากลิ่นหอมรัญจวนไปยั่วยวนเขาแทน

ฝ่ามือแกร่งของคีรภาสนั้นยกขึ้นกระชับที่เอวบางแทบจะทันทียิ่งเธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ดูเหมือนว่าเขาก็จะเผลอตัวไปกับเธออยู่เรื่อย 

หยุดมือแกอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าริอาจมาลวนลามคุณหนูของเรา

ปืนที่ลูกน้องเธอเคยเก็บไปแล้ว ถูกชักออกมาอีกครั้ง ปลายกระบอกมันจ่อมาที่เขาคีรภาสนั้นหมดความอดทนกับลูกน้องช่างขู่คนนี้ซะเหลือเกิน เขากระชับแน่นที่เอวบางรั้งเพียงเบาๆ ร่างเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่ที่ตักของเขาแนบเรือนร่างอรชรกับอกแกร่งของเขา

ทำไม ฉันเป็นสามีเธอก็ยอมอยากจับ อยากแตะกันเป็นธรรมดา เสียงนั้นกระด้างนิดๆ เมื่อเขาเอ่ยกับลูกน้องหน้ายักษ์ของนันทวรรณ เธอตั้งใจจะดิ้นหนีแต่เพราะกลัวว่าลูกน้องจะไม่เชื่อเรื่องที่เกิดในโรงแรม เธอจึงได้เพียงนิ่งรับรู้ฝ่ามือแกร่งที่ลูบไล้ที่เอวบางของเธอ กายแกร่งที่เธออิงแอบแนบชิดอยู่

หยุดพูดอย่างนั้นกับคุณหนูของเราสักที

พอเถอะคะ นันทวรรณหันไปปรามคนของเธอก่อนที่จะแกะมือราวกับปลาหมึกตวัดสายดุเข้าหาเขากลับถูกเรียวปากหนาแทบประทับลงมาสัมผัสกลีบปากหวานของเธอ บดเคล้าลงมาอย่างหยาบกระด้าง

คีรภาสสัมผัสแรงสั่นเทาจากคนในอ้อมแขนได้แทบจะทันที เรียวปากน้อยก็สั่นระริกแนบชิด เขาถอนเรียวปากออกห่างยิ้มตรงมุมปากนิดๆ

คุณหนูกระผมจะเป็นสามีคนหนูได้ยังไง แค่จูบ คุณหนูยังทำไม่เป็น ตัวสั่นราวกับลูกนก กระซิบพร้อมรอยยิ้มยกร่างเธอเธอลงมานั่งข้างๆ ตามเดิมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่สั่นไหวระริกของเธอแต่ว่าก่อนที่เขาจะได้ข่มขู่เธอ หมัดหนักๆ จากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็สาดซัดเข้าใส่หน้าเขาจนใบหน้าคมเข้มนั้นสะบัดแรงๆ

พี่ชลหยุดเถอะ เขาเป็นสามีของหญิงอย่างที่หญิงบอก เขามีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวหญิง

ไม่ใช่! เราจะไม่รับจนกว่าปู่ของคุณหนูจะยอมรับ

ปู่ไม่ยอมรับก็ช่าง แต่ว่าหญิงก็เป็นของเขาไปแล้ว เสียงเล็กที่ดูแข็งไม่ยอมท่าเดียว เธอช่างยืนยันหนักแน่นจนคีรภาสนั้นไม่แน่ใจแล้ว ทั้งความฝันอันอ่อนหวานเมื่อคืนนั้น จนเขาอดที่จะเผลอเรียกเธอมาที่รักออกมาไม่ได้

บอดี้การ์ดของเธอเงียบเสียงลงทันทีเมื่อเห็นคุณหนูที่ไม่เคยเลยที่จะเอ่ยเสียงดังเกินกว่าตัวนั้นประกาศก้องเสียงดัง ใบหน้าสวยที่ดูเรียบร้อยนั้นแดงซ่านเพราะว่าพยายามข่มทั้งความอาย ทั้งความโกรธและสุดท้ายความกลัวเอาไว้ก้นบึ้งของหัวใจ

ช่างมั่นใจจังเลยนะคุณหนู ท่าจะลักหลับซะละมั้ง เสียงเปรยเบาๆ พอที่จะได้ยินกันสองคน นันทวรรณสบัดหน้าหลบแทบจะทันที

นันทวรรณหลานสาวคนเดียวของเศรษฐีผู้ดีเก่าอย่างคุณปู่เปรม เพราะความที่ปู่หัวเก่าโบราณ เพียงเพื่อต้องการให้สมบัตินั้นไม่ตกไปไหน และต้นตระกูลหัสดายุราสไม่ไปปนกับคนข้างน้อง ปู่จึงตั้งใจจับเธอให้แต่งงานกับอาของเธอเอง ถึงเธอจะรักและตามใจปู่มากขนาดไหน เธอก็ไม่สามารถทำตามที่ปู่ต้องการได้ มันผิดศีลธรรมมันบาปเธอรับไม่ได้ นันทวรรณยอมเป็นหลานที่เนรคุณดีกว่าที่ยอมตามที่ปู่สั่ง

เมื่อวาน ปู่นั้นเธอไปหาที่โรงแรมเพียงเพื่อที่จะประกาศเรื่องแต่งงานให้เธอได้รู้ ทางเดียวที่เธอคิดออกตอนนั้นคือเธอต้องแต่งงานกับใครก็ได้ เพียงเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องแต่งกับอาแท้ๆ ของตัวเอง

ค่ะยิ่งกว่ามั่นใจ เสียงนั้นสั่นแต่ก็พยายามที่จะให้มันดูนิ่งเงียบ

คีรภาสกวาดสายตามองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างมือยกขึ้นคลึงที่แก้มของเขาเพราะว่าฤทธิ์จากหมัดหนักๆ ของผู้ชายตรงหน้า

ท่วงท่าของเธอดูสง่างามนิ้วเรียวสวยนั้นเขารับรู้แล้วว่ามันแสนนุ่มนิ่ม และเรียวสวย เธอคงไม่ได้ทำงานหนัก สมเป็นคุณหนูอย่างที่ลูกน้องของเธอเรียก ผิวพันธ์นั้นดูบอบบางขาวใสอย่างคนที่เอาใจใส่อย่างดี ถ้อยคำที่เธอเปล่งออกจากเรียวปากน้อยนั้นนุ่มนวลน่าฟัง คีรภาสยอรับว่าเรียกเธอนั้นฟังแล้วรู้สึกไม่อยากโกรธเลยมันสมตัวเธอที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม

รถที่เขานั่งมาก็ดูหรูมีระดับสรุปจากสายตาของเขาแล้วคีรภาสนั้นก็ยิ้มนิดๆ ที่มุมปากเธอคงเป็นลูกคุณหนูผู้อยากออกจากกรงทอง และกำลังเล่นตลกกับชีวิตของตัวเอง วันนี้เขาว่างจึงอยากดูเรื่องที่คุณหนูแสนสวยคนนี้ก่อสักหน่อย คีรภาสหันหลังนิดเขารู้ว่าลูกน้องของเขานั้นขับรถตามมาแต่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในรถนี้คงไม่ทันได้สังเกตเท่าไหร่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2553 / 15:02

    แค่เริ่มก็น่าสนใจแล้วค่ะ

    #2
    0
  2. #1 winoo (@renuka) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กันยายน 2553 / 13:58

    บทแรกก็เริ่มบรรเลงเพลงรักแล้วเหรอนี่ 

    #1
    0