เจ้าสาวของหมวดเสือ (ชุดคุณนายบ้านนอก #2)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 - หมวดเสือออกลาย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

คนที่บอกว่าไม่มีทางที่จะลงทุนใส่เสื้อผ้าสวยๆไปให้เขาดู แต่เอาเข้าจริงๆ  อารตีกลับเสียเวลาเกือบสองชั่วโมงไปกับการเลือกชุดที่จะใส่ไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านของคุณย่า ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่มีชุดที่สวยถูกใจเธอเลยแม้แต่ชุดเดียว เลือกไปเลือกมาก็ได้ชุดสีขาวอมชมพูความยาวครึ่งเข่า ที่คาดผมสีขาวเรียบๆไม่มีลวดลาย ต่างหูทองแท้คู่จิ๋วและรองเท้าส้นสูงสีขาวเข้าชุดกัน

พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเธอก็นั่งลงตรงโต๊ะเครื่องแป้ง มองดูหน้าตัวเองในกระจก เป็นครั้งแรกที่เธออยากจะมีหน้าตาสะสวยกับเขาบ้าง ไม่ใช่หน้าตาธรรมดาเช่นนี้

อารตีสลัดศีรษะไปมาอยู่ชั่วครู่หนึ่ง นึกตำหนิพ่อเจ้าชู้ไก่แจ้ที่ทำให้เธอมีความคิดบ้าๆเช่นนี้ เลยประชดอีกฝ่าย ซึ่งเขาไม่มีทางรับรู้ได้ ด้วยการแต่งหน้าที่บางเบาแค่แป้งรองพื้นและลิปกลอสสีชมพูอ่อน เมื่อแต่งหน้าเป็นที่พอใจ หญิงสาวจึงลุกขึ้นหมุนซ้าย หมุนขวา หน้า หลัง ไปห้ารอบ

อีกห้านาทีหกโมงเย็นเสียงกริ่งก็ดังขึ้น เธอเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วจึงคว้ากระเป๋าถือสีขาวเข้าชุดที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก ถ้าหากได้เห็นสายตาชื่นชมของเขา แค่เพียงสักนิดก็คงจะดี

เมื่อเธอเปิดประตูให้ร้อยโทพยัคฆ์ สิ่งที่ได้มากลับตรงกันข้าม

“ใครเนี่ย เหมือนเด็กมหา’ลัยเลย” คำแรกที่เขาทักทายก็ทำเอาใจดวงน้อยห่อเหี่ยว “คุณนี่แปลกคน คนอื่นเขามีแต่โตวันโตคืน แต่คุณกลับถอยหลังเข้าคลอง ไม่นึก...”

“เดี๋ยวคุณย่าจะรอนาน เราไปกันเถอะค่ะ” เธอพูดขึ้นน้ำเสียงเรียบๆ ปราศจากอารมณ์ จากนั้นก็เดินนำหมวดพยัคฆ์ไปที่รถ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอทำเอาผู้หมวดงุนงงไปหลายอึดใจ ไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน เขาเดาไม่ออกจริงๆ แปลกคนเหลือเกิน แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง จึงให้อภัย...ไม่ได้ติดใจสงสัยอีกต่อไป

เมื่อนั่งอยู่ในรถสองต่อสอง อารตีเงียบเฉยเสียจนร้อยโทพยัคฆ์ต้องเป็นฝ่ายชวนคุย

“เห็นคุณย่าบอกว่าคุณเป็นนักบัญชีทำงานอยู่ที่ธนาคาร คุณนี่ขยันนะขนาดทำงานประจำแล้วยังทำงานพิเศษอีก” น้ำเสียงของเขาแสดงความชื่นชม

“ค่ะ ฉันไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ก็ต้องดิ้นรนเป็นธรรมดา คนอื่นที่ฉันรู้จักก็ทำเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ”

คำพูดของเธอทำเอาร้อยโทพยัคฆ์ถึงกับร้อนตัว เพราะเขาเกิดมาบนกองเงินกองทอง จึงไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก ถึงครอบครัวจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษแต่เขาก็ไม่ได้มีส่วนช่วยใดๆทั้งสิ้น แต่พอถึงเวลาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นปลายปี เขากลับได้รับเงินจำนวนมากโดยที่ไม่ต้องลงทุนหรือลงแรงแม้แต่นิดเดียว

คิดแล้วก็ละอายใจต่อเด็กสาวที่นั่งข้างๆ คนที่เขาคิดว่าเป็นแค่ ‘เด็ก’ แต่ความคิดความอ่านกลับตรงกันข้ามเป็นผู้ใหญ่กว่าเขาเสียอีก เพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลงหมวดพยัคฆ์จำต้องเปลี่ยนเรื่องพูดด่วน

“คุณเป็นเด็กที่คุณย่าอุปถัมภ์ก็ถือว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะฉะนั้นคุณควรจะเรียกผมว่าพี่เสือ และผมจะเรียกคุณว่าน้องรตี”

อารตีทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพูด “คำพูดของคุณเหมือนคำสั่ง หรือว่าคุณถนัดแต่ออกคำสั่งเลยคิดว่าทุกคนต้องทำตาม” เป็นครั้งแรกที่เธอหันมามองเขาเต็มตา แววตาเธอช่างอวดดีเหลือเกิน

หมวดพยัคฆ์อยากจะจับแม่สาวอวดดีมาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอนให้สะใจสักที แต่เพราะต้องรักษาความเป็นสุภาพบุรุษเขาจึงต้องอดทน...แต่เธอจะรู้ไหมว่าขีดความอดทนของเขามีน้อยกว่าคนทั่วไป

ใจเย็นไว้นายเสือ เธอเป็นแขกของคุณย่า

คำว่า ‘คุณย่า’ เป็นเหมือนคำศักดิ์สิทธิ์ทำให้นายทหารหนุ่มใจเย็นขึ้น

“ถ้าคุณรตีจะคิดยังงั้นผมคงบังคับคุณไม่ได้”

พูดเสร็จเขาก็เอื้อมมือไปเปิดเพลง เสียงไวโอลินที่บรรเลงทำให้จิตใจของอารตีดีขึ้นเล็กน้อย คิดตำหนิตัวเองที่โมโหเรื่องไม่เป็นเรื่อง แค่เขาไม่ได้แสดงว่าชื่นชมต่อความงามที่เธอพยายามเสริมแต่งก็น้อยใจขนาดนี้เชียวหรือ อารตีจึงเป็นฝ่ายชวนคุยบ้าง

“คุณชอบเสียงไวโอลินเหรอคะ” ท่าทางที่เป็นมิตรของเธออย่างกระทันหันทำให้ร้อยโทพยัคฆ์ปรับตัวแทบไม่ทัน อายุแค่นี้ทำไมอารมณ์เธอเปลี่ยนเร็วเหมือนผู้หญิงวัยทอง...วัยที่หมดประจำเดือนไปได้

“ไม่ใช่ของผมหรอก พอดีผู้หญิงที่ผม...” เขาเกือบจะหลุดปากว่า ‘ควง’ แต่โชคดีที่ยั้งไว้ได้ทัน “คือเพื่อนผู้หญิงของผมคนหนึ่งเธอชอบฟัง บังเอิญเธอลืมไว้”

อารตีพอจะเดาออกว่า ‘เพื่อนผู้หญิง’ นั้นหมายถึงใคร พอคิดได้แค่นี้ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดๆตรงหัวใจ

 “ทำไม คุณชอบเสียงไวโอลินเหรอ” เขาหันมามองหน้าเธอแวบนึง ก่อนจะหันกลับไปใส่ใจกับการขับรถ มุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง บ้านของคุณย่า

เธอพยักหน้า “ค่ะ เคยฝันว่าอยากจะเรียนไวโอลินแต่พอเห็นค่าเรียนแล้วเลยเลิกคิด”

“ทำไมคุณถึงชอบเสียงไวโอลิน”

“คงเป็นเพราะเสียงหวานเศร้าๆมั้งคะ”

“ผมว่าเข้ากับบุคลิกของคุณมาก หวานปนเศร้า ยกเว้นวันนี้”

“ทำไมคะ วันนี้ทำไม”

“วันนี้คุณหวานอย่างเดียว”

คำพูดสั้นๆของเขาทำให้อารตีเบือนหน้ามองดูข้างทางซ่อนรอยยิ้ม เป็นจังหวะเดียวกับร้อยโทพยัคฆ์ที่หันมามอง ทันได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอพอดี เขาอดจะคลี่ยิ้มบางๆไม่ได้ ถึงเธอจะเป็นเด็กแต่เธอก็เป็นผู้หญิง

นั่งรถไปได้สักพักคนทั้งสองก็มาถึงยังบ้านของคุณย่า คฤหาสน์หลังโตกลางเมืองเชียงใหม่ อาณาบริเวณกว้างขวางและบรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นยืนเบียดเสียดดูเหมือนป่าขนาดเล็กใจกลางเมือง อารตีเคยมาที่นี่หลายครั้งแต่ก็นานมากแล้ว

เมื่อหมวดพยัคฆ์ขับรถไปถึงที่บ้าน เห็นรถโฟว์วิลเหมือนของตัวเองจอดอยู่ ซึ่งเป็นรถของหมวดพายัพเพื่อนสนิท

พอเดินเข้ามาในบ้านหมวดพายัพกำลังคุยกับคุณย่าอย่างออกรส หมวดพายัพรู้จักกับครอบครัวของเขาสมัยที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ระดับประถมจนเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยฯและเข้ารับราชการพร้อมกัน

อารตียกมือไหว้คุณย่า หญิงชรารับไหว้แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร หมวดพายัพก็พูดขึ้นเสียก่อน “เสือควงสาวที่ไหนมาล่ะนั่น” หมวดพายัพมองอารตีด้วยสายตาชื่นชม ทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างหญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

“น้องรตีเป็นเด็กของคุณย่า รตีเพื่อนสนิทของผมร้อยโทพายัพ” หมวดหนุ่มแนะนำให้คนทั้งสองรู้จักกัน

“น้องรตีไม่ต้องเรียกพี่เป็นงานเป็นการขนาดนั้นก็ได้ เรียกพี่พายัพก็พอ” หญิงสาวยกมือไหว้ ส่งยิ้มให้อีกฝ่าย

หมวดพยัคฆ์จำได้ว่าตั้งแต่ไปรับเธอถึงที่บ้าน นั่งรถมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับรอยยิ้มจากเธอตรงๆ แต่หมอนี่เจอกันแค่สิบวินาทียังได้รอยยิ้มพิมพ์ใจขนาดนี้ หมวดหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหงุดหงิดหัวใจเหลือเกิน

คุณย่าปรายตามองหลานชายแค่แวบเดียวก็อ่านทะลุปรุโปร่ง

“ทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้วย่าจะได้ให้คนตั้งโต๊ะเลย พายัพอยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน”

“ผมก็ตั้งใจจะฝากท้องอยู่พอดี ขอบคุณครับคุณย่า”

“ที่บ้านไม่มีข้าวกินรึไง ถึงได้มาขอข้าวบ้านคุณอื่นกินน่ะ” หมวดพยัคฆ์พูดห้วนๆ แบบมะนาวไม่มีน้ำ

คุณย่าส่ายหน้าให้หลานชาย เจออารตีแค่ไม่กี่ครั้งก็ออกอาการหมาหวงก้างถึงขนาดนี้

“เสือพูดให้เพราะหน่อย เกรงใจหนูรตีบ้าง” คุณย่าเตือนสติหลานชาย

หญิงชราถึงจะอายุมากแต่ก็ยังแข็งแรงกระฉับกระเฉง ลุกขึ้นเดินตรงไปที่ห้องครัว

“ข้าวที่บ้านน่ะมี แต่ไม่มีผู้หญิงสวยๆให้ดู” หมวดพายัพให้เหตุผลง่ายๆแก่เพื่อนสนิท

จากนั้นร้อยโทพายัพก็ทำหน้าที่สัมภาษณ์อารตีโดยมีเพื่อนสนิทที่ทำท่าอ่านนิตยสารทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็เงี่ยหูฟังทุกคำพูด

เมื่อสาวรับใช้ตั้งโต๊ะเสร็จ ทุกคนก็นั่งลงรับประทานอาหารเย็น บรรยากาศเหมือนครอบครัวอบอุ่น ทำให้เด็กกำพร้าอย่างอารตีเต็มตื้น ยกเว้นนัยน์ตาสีเข้มของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามที่จับตามองเธอ แต่อารตีไม่ได้สนใจ

หมวดพายัพคอยบริการตักอาหารให้ ชวนคุยอย่างเป็นกันเองจนเธอรู้สึกว่าได้พี่ชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน

“เสือ เดี๋ยวฉันจะไปส่งน้องรตีเอง” หมวดพายัพอาสาทันทีที่มื้อเย็นเสร็จสิ้นลง

 “บ้านนายคนละทางกับคอนโดฯน้องรตี จะไปส่งทำไมให้เสียเวลา” หมวดพยัคฆ์คัดค้าน

“พอดีฉันต้องไปธุระแถวนั้น นายจะได้ไม่ต้องเสียเวลา” หมวดพายัพยืนกราน

 “ไม่ต้อง ฉันมีเรื่องจะคุยกับน้องรตี เดี๋ยวจะไปส่งเอง”

คุณย่ากับอารตีได้แต่นั่งมองสองหนุ่มสลับกัน ท่าทางจะไม่มีใครยอมใครจนคุณย่าต้องเป็นกรรมการตัดสิน

“พายัพไม่ต้องลำบากหรอก เห็นเสือบอกว่ามีธุระจะคุยกับหนูรตี ให้เสือไปส่งน่ะดีแล้ว” พูดเสร็จหญิงชราก็หันไปพูดกับอารตีที่นั่งอยู่ข้างๆ “หนูรตีว่างๆก็มาทานข้าวกับย่ากับพี่เสืออีกนะ คนแก่ก็ยังงี้แหละอยากมีลูกหลานมาอยู่ใกล้ๆ”

“ค่ะ คุณย่า ขอบคุณคุณย่ามากนะคะ” อารตียกมือไหว้ลาหญิงชรา หันไปลาหมวดพายัพอีกคน

“แล้วเจอกันนะคะพี่พายัพ ถ้าวันไหนผ่านไปแถวธนาคารที่รตีทำงาน อย่าลืมแวะไปหารตีนะคะ” อารตีพูดด้วยความจริงใจ แต่หมวดพยัคฆ์กลับคิดว่าเธอกำลังบริหารเสน่ห์ นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงความไม่พอใจวาบผ่าน

“พี่ไม่ลืมแน่นอนครับน้องรตี แล้วพี่จะเป็นเจ้ามือพาเราไปเลี้ยงข้าวกลางวัน”

“จะอยู่ลากันอีกนานไหม” หมวดพยัคฆ์พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มที่

“ฉันจะอยู่ลาทั้งคืนเลยได้ไหมล่ะ” หมวดพายัพได้โอกาสยั่วโมโหเพื่อนสนิทก็ไม่ยอมลดละ จนอีกฝ่ายคว้ากระเป๋าถือของอารตีเดินนำออกไปขึ้นรถ อารตียิ้มเจื่อนวิ่งตามไปเกือบไม่ทัน

พอสองหนุ่มสาวเดินออกจากบ้านไป หมวดพายัพจึงหันมาพูดกับหญิงชรา

“คุณย่าว่าคืนนี้นายเสือแปลกๆ ทำท่าเหมือนเสือหวงก้างไหมครับคุณย่า”

 “เข้าใจพูดนะ...เสือหวงก้าง ย่าว่าเหมือนแม่เสือดุที่หวงลูกมากกว่า” แล้วเสียงหัวเราะของคุณย่าและหมวดพายัพก็ดังขึ้นพร้อมกัน

เมื่อเห็นร้อยโทพยัคฆ์อารมณ์ไม่ค่อยดี อารตีจึงได้แต่นั่งมองตึกรามบ้านช่องและรถราที่วิ่งไปมาบนถนนแทน แต่พอนั่งรถมาสักพักอารตีก็แน่ใจว่าไม่ใช่ทางกลับคอนโดฯของเธอ หัวใจดวงน้อยหวาดหวั่นกลัวเขาจะพาไปทำมิดีมิร้าย

“ทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านของฉันนี่คะ” เธอมองหน้าคนขับอย่างเอาเรื่อง

“คุณย่าบอกให้คุณเรียกผมว่าพี่เสือไม่ใช่เหรอ หรือว่าคุณเป็นโรคความจำเสื่อม” ผู้ชายอะไรปากจัด

“ถามจริงๆเถอะค่ะ พี่เสือพูดยังงี้กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่าคะ”

คนถูกถามส่ายหน้า “น้องรตีไม่ใช่ผู้หญิง...แต่เป็นเด็ก” คำตอบของเขาทำเอาเธออึ้ง กะพริบตาปริบๆไปสามที

“พี่เสือคิดว่ารตีเป็นเด็ก ที่บอกว่าเด็กคือเด็กมัธยมหรือว่าเด็กมหา’ลัยคะ เพราะตอนนี้รตีเรียนจบ มีงานทำแล้วด้วย”

“เด็กกว่าพี่” เธอไม่แน่ใจว่าการสื่อสารระหว่างเธอกับเขา ใครที่มีปัญหา แต่ว่าตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียง

“ตกลงพี่เสือจะพารตีไปไหนคะ”

“ถึงแล้วก็รู้เอง” เขาพูดตัดบท

ท่าทางเคร่งขรึมของเขาทำให้เธอไม่อยากซักไซ้ ได้แต่นั่งเงียบๆ และไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำอะไรที่หักหาญน้ำใจของเธอ เพราะเขาต้องเกรงใจคุณย่า คงไม่กล้าทำอะไรที่สิ้นคิดแน่ 

รถโฟว์วิลกำลังวิ่งเลียบแม่น้ำปิง ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มกว่าๆมองเห็นแสงไฟยามค่ำคืนเปล่งแสงแข่งกับแสงจันทร์นวลตาและแสงดาวบนฟ้า

เสียงเพลงจากร้านอาหารดังแว่วมาเป็นระยะ แล้วรถของเขาก็มาหยุดที่ลานจอดรถริมแม่น้ำปิง ด้านหน้ามองเห็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านหลายจังหวัดภาคเหนือ ดวงจันทร์สีขาวนวลดวงโตลอยเด่นอยู่บนผืนฟ้าสีดำสนิท มองเห็นดวงดาวเหมือนเพชรเม็ดเล็กบนผืนผ้ากำมะหยี่

ร้อยโทพยัคฆ์ปรับเบาะนั่งให้เอนนอนลงเล็กน้อย เขาปิดเปลือกตาลงทำให้มองเห็นขนตางอนยาวหนาเป็นแพ เขาดูเหนื่อยล้า ช่างไม่เหมือนเสือผู้หญิง...คนเจ้าชู้ที่เธอเคยเห็น

อารตีอยากรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แล้วทำไมถึงพาเธอมาที่นี่

“สวยดี” เสียงทุ้มทำให้เธอละสายตาไปจากใบหน้าคมเข้ม มองดูแม่น้ำเบื้องหน้าแทน

“ค่ะ ตอนกลางคืนแม่น้ำปิงสวยไปอีกแบบนะคะ”

เขาลืมตาขึ้น พร้อมกับปรับเบาะขึ้นนั่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่อารตีหันกลับมา

“น้องรตีคืนนี้...สวย”

นัยน์ตาสีเข้มไม่ได้หวานเชื่อมแต่ดูจริงจัง เธออยากจะเชื่อว่าเขาหมายความเช่นนั้นจริงๆ แต่บางอย่างทำให้เธอปักใจเชื่อไม่ลง แต่ก็สร้างความปั่นป่วนให้กับหัวใจดวงน้อย

“ขอบคุณค่ะ” อารตีส่งยิ้มให้เขาอย่างเก้อเขิน ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมคราม ดังเสียจนเธอกลัวว่ามันจะทะลุออกมานอกอก

ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาช้าๆ นัยน์ตาคมสีเหล็กจ้องริมฝีปากบางอมชมพู ลมหายใจของอารตีติดขัดขึ้นมาทันที อยากบอกให้เขาหยุด แต่อะไรบางอย่างทำให้เธอไม่ได้พูดออกไปเหมือนใจนึก       

ใบหน้าของเขาก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ หญิงสาวหลับตาพริ้ม กลั้นหายใจนานหลายวินาทีจนได้ยินเสียงทุ้มพูดขึ้น

“พี่จะพาเราไปส่งบ้าน”

อารตีเปิดเปลือกตาด้วยความงุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจเสียเฉยๆ เพราะมัวแต่คิดหาเหตุผล เธอจึงไม่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย

เอาเถอะ วันนี้แค่นี้ก่อน รุกมากเดี๋ยวแม่ไก่อ่อนจะตื่น

เอ...สงสัยจริงๆว่ารสชาติไก่ตัวนี้จะเป็นยังไง?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

79 ความคิดเห็น