เจ้าสาวของหมวดเสือ (ชุดคุณนายบ้านนอก #2)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 - บุพเพอาละวาด (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

โอ๊ยเดี๋ยวนู่นเสียนี่เสีย แล้วเมื่อไหร่เราจะเก็บตังค์พอล่ะเนี่ยอารตีบ่นอุบอิบกับตัวเอง พลางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง ในมือมีสมุดบัญชีธนาคารซึ่งความเข้มของปกซีดจางลงตามเวลาการใช้งาน 

สาธุ...ขอให้วันนี้งานเข้าด้วยเถอะเธอดีดตัวนั่ง ยกมือไหว้ท่วมหัว

พลันเสียงไวโอลินดังขึ้นข้างตัว อารตีหันขวับยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู ดวงตากลมโตเบิกกว้าง นัยน์ตาไหวระริกเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

พี่นน วันนี้มีงานให้รตีรึเปล่าคะ?” เสียงใสเหมือนระฆังเงินเอ่ยถาม

น้องรตีทำงานธนาคารเงินเดือนก็ได้ตั้งเยอะ แล้วยังจะงกอยากทำงานอีกเหรอ วันเสาร์ทั้งทีนอนพักผ่อนบ้างสิเราเสียงทุ้มหยอกล้อด้วยความเอ็นดู

อ้าว!” คิ้วเรียวสวยเลิกสูง ความหวังดับวูบ แล้วที่พี่นนโทรมานี่ไม่มีงานให้ รตีเหรอคะ แล้วโทรมาทำไม 

เสียงหัวเราะขบขันด้วยความรื่นรมย์ โทรมาหาน้องนุ่งบ้างไม่ได้รึไง

โธ่ทีงี้เรียกน้องนุ่งเลยนะ ตกลงมีหรือไม่มีหญิงสาวเอ่ยถามเสียงแข็ง

อายุแค่นี้ดุให้มันน้อยหน่อยน่ะเรา มิน่าป่านนี้ถึงไม่มีแฟนกับเค้า

ถ้าไม่มีรตีวางสายล่ะ 

เฮ้ย!” คนปลายสายอุทานเสียงดังลั่นเดี๋ยวสิ...มีครับ...มี

ก็แค่นั้นแหละ พี่นนจะให้รตีไปร้องเพลงที่ร้านเหมือนเคยใช่ไหมคะ

ก็ไม่เชิง...คือว่าเด็กเสิร์ฟเพิ่งจะโทรมาบอกว่าต้องพาแม่ไปหาหมอด่วน พี่เลยขาดคนไปคนนึง น้องรตีช่วยพี่หน่อยเถอะนะ พี่หาคนทำแทนไม่ได้เลย วันเสาร์ด้วย...ร้านพี่ยุ่งมากเลย...นะ น้องรตี...ช่วยพี่หน่อย ถือว่าพี่ขอร้องล่ะ

พี่นนก็รู้ว่ารตีเกลียดงานเสิร์ฟ ลูกค้าพี่แต่ละคนเขี้ยวลากดินทั้งนั้น

เราเป็นเด็กเสิร์ฟแค่สามชั่วโมงเอง แล้วพี่ก็รู้ว่าน้องสาวของพี่ฉลาดทันคน ยังไงก็เอาตัวรอดได้สบายมากอยู่แล้ว

ทีงี้เรียกน้องสาวเลยสาวน้อยจมูกย่นหมั่นไส้พี่ชายร่วมโลก ก็ได้...ก็ได้ แค่สามชั่วโมงแน่นะ

สามชั่วโมงไม่ขาด ไม่เกิน ขอบใจมากน้องสาวที่รัก...แล้วคืนนี้เจอกันที่ร้าน

อีกฝ่ายวางสายไปแล้ว อารตีถึงกับระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ถึงจะไม่อยากเป็นเด็กเสิร์ฟแต่ว่าจำนวนเงินที่ร่อยหรอลงทุกวัน ทำให้เธอไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะตั้งใจเอาไว้แล้วว่าอีกหนึ่งปีไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะทำให้ความฝันเป็นจริงให้ได้

อีกสิบห้านาทีจะหนึ่งทุ่ม หญิงสาวขี่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่งไปถึงร้านอาหารกึ่งผับของชานน รุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยที่รู้จักกันมานาน ชานนถือเป็นผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่ง เพราะเมื่อเรียนอยู่ในระดับมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย อารตีทำงานพิเศษร้องเพลงที่ร้านอาหารแห่งนี้ จนเธอเรียนจบเป็นพนักงานบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่ง หญิงสาวก็ยังมาร้องเพลงที่นี่เป็นบางครั้ง

ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนี้เป็นร้านอาหารหรูอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ลูกค้าส่วนใหญ่มีฐานะดี แต่ว่าหลายครั้งก็มีเรื่องลูกค้าลวนลามเด็กเสิร์ฟเพราะน้ำเมาเป็นเหตุ

อารตีสาวเท้าเดินเข้าไปในร้านอาหารทางประตูด้านหลัง ตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะชานนให้คนเอาชุดเด็กเสิร์ฟมาเตรียมไว้ให้เธอในล็อคเกอร์ของพนักงาน

พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จอารตีก็เริ่มงานเด็กเสิร์ฟทันที โชคดีที่ชุดเด็กเสิร์ฟไม่ได้โชว์เนื้อหนังมังสามากนัก ไม่เช่นนั้นเธอคงทำใจลำบาก

วันนี้เป็นวันเสาร์โต๊ะอาหารทุกโต๊ะแน่นขนัด ลูกค้าหนาตามากกว่าวันธรรมดา เสียงพูดคุยกันดังไม่ได้สรรพ ข้างบนเวทีมีนักร้องชายหน้าตาดีขับร้องเพลงสากล เสียงนุ่มทุ้มเข้ากับบรรยากาศ 

น้องรตีมาถึงแล้วเหรอชานนตรงมาทักทายรุ่นน้องจากมหาวิทยาลัย 

อารตียกมือไหว้เจ้าของร้านอาหาร ส่งยิ้มให้อย่างคนคุ้นเคย 

ขอบใจมากนะที่ช่วยพี่ เอาไว้วันหลังพี่จะพาไปเลี้ยงข้าวชายหนุ่มอายุสามสิบต้นๆส่งยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาว

ค้า...พี่ชาย แล้วรตีจะรอ จะได้ควงหนุ่มหล่ออวดสาวๆสาวน้อยหัวเราะร่วน รตีไปทำงานล่ะ สามชั่วโมงนะพี่นน

ครับ...ครับสามชั่วโมงชานนคลี่ยิ้มมุมปาก ส่ายหน้าให้กับรุ่นน้องเมื่ออีกฝ่ายเดินไปรับออเดอร์ลูกค้า

อีกครึ่งชั่วโมงอารตีก็จะเลิกงาน หญิงสาวรู้สึกขอบคุณที่วันนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ยกเว้นก็แต่สายตาคมแฝงความเจ้าชู้ที่จับตามองดูเธอตั้งแต่หมอนั่นก้าวขาเข้ามาในร้าน เธอเดาว่าเขาคงเป็นทหารประจำที่ค่ายทหาร เพราะเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเสื้อยืดสีขาวและกางเกงเครื่องแบบสีเขียว

คนอะไรมองอยู่ได้ ไม่มีมารยาทซะเลย

หญิงสาวรู้สึกไม่ถูกชะตากับคนที่คอยแต่จ้องมอง เธอจึงเลี่ยงไม่เดินไปใกล้โต๊ะที่ชายคนนั้นนั่งอยู่กับเพื่อนเกือบสิบคนที่แต่งตัวเหมือนกัน คาดว่าน่าจะเป็นทหารทั้งหมด ท่าทางของหมอนั่นเจ้าชู้น่าดู...เป็นทหารอีกต่างหาก เพราะที่อารตีเคยได้ยินมานั้น ว่ากันว่าพวกทหารส่วนใหญ่เป็นพวกนิยมสุราและนารี เพราะดาวบนบ่าที่ทำให้สาวๆหลงเสน่ห์ได้ไม่ยาก อารตีเกลียดคนเจ้าชู้ ทั้งเกลียด ทั้งขยะแขยงมากกว่าไส้เดือนและกิ้งกือเสียอีก เพื่อนๆของเธอยังเตือนว่าระวังเกลียดอะไร ก็จะได้อย่างนั้น

ไม่มีทางคนอย่างรตีไม่มีวันได้แฟนเจ้าชู้เด็ดขาด!

รตี!” เสียงเรียกทำให้หญิงสาวตื่นจากความคิด โต๊ะสิบเจ็ด

อารตีลังเลอยู่ชั่วครู่ หันไปกวาดสายตามองหาเด็กเสิร์ฟที่พอจะว่าง แต่ทุกคนต่างเดินไปเดินมาวุ่นกับการเสิร์ฟอาหารและบริการลูกค้าจนเธอตาลายไปหมด โต๊ะหมายเลขสิบเจ็ดอยู่ถัดจากโต๊ะของผู้ชายเจ้าชู้คนนั้น ซึ่งเธอต้องเดินผ่านโต๊ะของเขา แค่สายตาที่มองมายังทำให้เธอรู้สึกหนาวๆร้อนๆ แล้วถ้าสบตากับหมอนั่นตรงๆ แล้วเธอจะไม่แย่เลยหรือ?

หญิงสาวกัดฟันสู้ งานเป็นงาน เธอจะมัวขี้ขลาดตาขาวอยู่ได้อย่างไร อารตีเชิดหน้าขึ้นสูง คว้าถาดอาหารกระชับในมือ ก่อนสาวเท้าไปยังโต๊ะหมายเลขสิบเจ็ดด้วยความมั่นใจ พยายามไม่ใส่ใจกับนัยน์ตาคมที่มองมาเหมือนแสงเลเซอร์ ซ้ำยังเหมือนกับว่าเขาจะเปลื้องเสื้อผ้าสำรวจร่างกายเธอด้วยสายตา

คนอะไรไม่มีมารยาท หน้าตาก็ดี อารตีรู้สึกอคติ ไม่ชอบหน้าหมอนั่นขึ้นมาทันที

เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะตัวนั้นทุกขณะ ทำไมลมหายใจถึงได้ติดขัด หายใจไม่ทั่วท้องอย่างนี้ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หญิงสาวบังคับตัวเองให้มองไปข้างหน้า อย่าสนใจกับสายตาเจ้าชู้ที่มองมาตรงๆ

มองอะไรนักหนา ไม่เคยเห็นคนสวยรึไง

ด้วยความโมโหเธอหันไปสบตาสีเหล็กคู่นั้นตรงๆ นัยน์ตาคมเข้มที่กำลังมองดูเธอด้วยความขบขัน เพราะความประหม่าและไม่ระวัง รองเท้าส้นสูงที่เธอสวมอยู่จึงสะดุด ทำเอาถาดอาหารและเครื่องดื่มลอยเคว้งกระจัดกระจาย เธอคิดว่าตัวเองคงจะหงายหลังล้มลงแน่ๆ

แต่แล้วมือแกร่งของใครบางคนก็รวบคอดกิ่วเอวไว้ รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มของอะไรบางอย่าง เวลาผ่านไปหลายอึดใจ อารตีจึงรู้ว่ากำลังนั่งอยู่บนตักของชายคนนั้น คนที่มองเธอจนเกิดเรื่องเช่นนี้

หญิงสาวลุกขึ้นพรวดพราด ท่ามกลางสายตาเกือบสิบคู่ของนายทหารที่มองมาเป็นตาเดียวกัน วินาทีนี้เธออยากจะขุดดินมุดหนีเหลือเกิน

ขอโทษค่ะอารตีก้มตัวลงขอโทษขอโพยคนที่เธอเพิ่งจะลุกจากตักของเขา

แค่คำขอโทษไม่พอหรอกนะคุณเสียงทุ้มของเขาทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง ภายใต้คิ้วหนาดกดำและขนตางอนยาวเป็นแพคือนัยน์ตาคมแฝงแววเจ้าชู้ จมูกโด่งสวยรับใบหน้า ริมฝีปากหนาหยักได้รูป เครื่องหน้าทุกส่วนสัดมีเสน่ห์ชวนให้จิตใจหวั่นไหว เขาเป็นคนที่หน้าตาดีมากอย่างหาตัวจับยากคนหนึ่ง

อารตีตำหนิตัวเองที่เผลอไผลสำรวจใบหน้าของชายเจ้าชู้ เพราะท่าทางถือดีของเขาทำให้หญิงสาวคิดอคติ

เสื้อผ้าผมเปียกหมดเลยเขาก้มหน้าลงดมกลิ่นที่ติดอยู่บนเสื้อยืดสีขาว กลิ่นเบียร์หึ่งเลย

แล้วคุณจะให้ฉันชดใช้ยังไงล่ะคะ 

ผมมีเสื้อผ้าสำรองในรถ คุณช่วยไปเอามาให้ทีก็แล้วกันพูดเสร็จเขาก็ยื่นกุญแจรถมาให้ บอกหมายเลขทะเบียนเสร็จสรรพ

เมื่ออารตีหมุนตัวเดินออกไป หนึ่งในนายทหารที่นั่งอยู่ตรงข้ามชะโงกหน้าข้ามโต๊ะถามสิ่งที่สงสัย

เสือนายปิ๊งเด็กเสิร์ฟรึไง 

ปิ๊งอะไรกัน ฉันไม่ลดตัวควงกับเด็กเสิร์ฟโว้ย แค่น่ารักดี...เป็นอาหารตาก็แค่นั้นเองร้อยโทพยัคฆ์กระดกแก้วเบียร์เย็นเฉียบขึ้นดื่มพร้อมกับยักไหล่

ไม่ปิ๊งจริงอ่ะ ฉันเห็นนายมองเธอตาไม่กะพริบ เด็กในสต็อคนายหมดแล้วรึไงถึงได้มายุ่งกับเด็กเสิร์ฟ 

ฉันก็บอกว่ามองเฉยๆไงหมวดพยัคฆ์ส่ายหน้าปฏิเสธ ยืนยันเสียงแข็ง

อารตีเดินไปที่รถของชายหนุ่มเพื่อไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าสำรอง รถสีดำขับเคลื่อนสี่ล้อหรือโฟร์วิลจอดอยู่ที่ลานจอดรถ ถึงแม้จะไม่ใช่รถป้ายแดงแต่สภาพของมันก็บ่งบอกได้ว่าเป็นรถเกือบใหม่ เมื่อได้สิ่งที่ต้องการเธอจึงเดินกลับมาที่โต๊ะของเขา

ฉันขอโทษจริงๆค่ะพูดเสร็จเธอก็หมุนตัวจะเดินจากไป

เดี๋ยวคุณยังไปไหนไม่ได้!” น้ำเสียงเผด็จการทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นมาทันที แต่ก็ยังพยายามทำใจเย็น หันกลับมาเผชิญหน้าอีกฝ่าย

ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะแค่เสื้อผ้าเปียกแค่นี้ทำไมเขาถึงได้เรื่องมากนักก็ไม่รู้ แต่ก็ต้องระงับความไม่พอใจเอาไว้ เพราะตัวเองเป็นฝ่ายผิดและอีกฝ่ายก็เป็นลูกค้า

ตามผมมาพูดเสร็จเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง เดินนำหญิงสาวไปยังห้องน้ำชาย คุณรออยู่ที่นี่ก่อน ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จคุณจะได้เอาไปให้ร้านซักรีด แล้วเอาไปคืนให้ผมที่ค่าย 

อารตีไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตามความต้องการของอีกฝ่าย แต่ก็อดบ่นอุบอิบในใจไม่ได้ 

เฮ้อ...คิดว่าคืนนี้จะโชคดีไม่มีเรื่องเดือดร้อนซะอีก   

อีกสองวันถัดมาอารตีขี่รถมอเตอร์ไซต์เอาเครื่องแบบที่ให้ร้านซักรีดทำความสะอาดจนหมดกลิ่นเบียร์ไปคืนให้เจ้าของที่ค่ายทหาร

หมวดเสือมีคนมาขอพบครับ...เป็นผู้หญิงสวยซะด้วยหนึ่งในลูกน้องแจ้งกับเจ้านายถึงแขกที่มาขอพบ

หมวดพยัคฆ์เงยหน้าจากเอกสารกองโต ให้เธอเข้ามาได้ริมฝีปากหยักยกยิ้มอย่างมีเลศนัย รู้ว่าสาวน้อยที่มาขอพบเป็นใคร

อารตีลางานหนึ่งวันเพราะต้องไปช่วยเพื่อนสนิทย้ายบ้าน วันนี้เธอจึงสวมเสื้อผ้าสบายๆเสื้อยืด กางเกงยีนส์สีซีด ผมยาวถูกรวบเป็นหางม้าผูกไว้ด้านหลัง ยิ่งทำให้เธอดูอ่อนกว่าวัย ทั้งที่ปีนี้อายุก็ย่างยี่สิบสี่แล้ว

ฉันเอาเครื่องแบบของคุณมาคืนค่ะเธอพูดขึ้นทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในห้องทำงานของหมวดหนุ่ม 

หมดเรื่องแล้วฉันขอตัวก่อนหญิงสาวไม่อยากจะอยู่กับเขาสองต่อสองเช่นนี้ กลัวว่าจะเผลอไปมีความรู้สึกดีๆให้กับอีกฝ่าย

คืนก่อนคิดว่าเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จึงทำให้นัยน์ตาสีเหล็กหวานเยิ้มอย่างนั้น แต่พอวันนี้เจอกันอีกทีนัยน์ตาคู่เดิมก็ยังหวานหยาดเยิ้มเช่นเดิม แสดงถึงความเจ้าชู้ของเขาได้เป็นอย่างดี

เธอหมุนตัวกลับ กำลังจะเดินออกจากห้อง

เดี๋ยวสิคุณหมวดพยัคฆ์ลุกขึ้นเต็มความสูง อารตีเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเขาสูงมากเหลือเกิน คงจะเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ความสูงของเธออยู่แค่ระดับอกของเขาเท่านั้น 

วันนี้เขาแต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศ มองเห็นดาวสีทองแปดแฉกบนบ่าข้างละสองดวง แสดงว่าเขาต้องมียศร้อยโทหรือผู้หมวดแน่ๆ ส่วนชื่อของเขาอารตียังไม่ทันได้เห็นเขาก็ถอดเสื้อเครื่องแบบออกแล้วพาดไว้บนพนักเก้าอี้ เสื้อข้างในเป็นเสื้อยืดสีขาวเหมือนกับวันที่เธอพบเขาครั้งแรก

คุณมีธุระอะไรกับดิฉันเหรอคะอีกฝ่ายเดินมาประชิดตัวเธอ มันใกล้เสียจนเธอต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว

เขาปรายตามองเธอชั่วอึดใจจึงพูดขึ้น เที่ยงพอดี คุณมาทานข้าวกับผม อารตีอ้าปากค้าง เธอกับเขาไม่รู้จักกัน แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามก็ยังไม่รู้ จู่ๆก็ชวนไปทานข้าว เจ้าชู้อย่างนี้ไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้ 

เร็วๆสิ ผมหิวแล้วนะคุณ

 ฉันไม่ไปกับคุณหรอก เชิญคุณเถอะค่ะพูดเสร็จเธอหมุนตัวกลับ แต่ก็ช้ากว่ามือแกร่งที่คว้าต้นแขนเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอเดินจากไปง่ายๆ

ผมชวนดีๆนะคุณ อีกอย่างคุณต้องรับผิดชอบเรื่องเมื่อคืนก่อนด้วย

ฉันก็เอาเสื้อผ้าของคุณไปส่งร้านซักรีดแล้วมาส่งให้ถึงที่แล้วไง คุณยังไม่พอใจอะไรอีกคนพูดชักสีหน้า

ค่าเสียเวลาไงคุณ ไว้ใจผมได้ รับรองว่าผมไม่ทำอะไรคุณหรอกอารตีกำลังจะปฏิเสธเขาออกไป ถึงผมจะเจ้าชู้แต่ก็เลือกคนนะคุณ

กรี๊ดดด...เขากำลังบอกว่าฉันสวยไม่พอใช่ไหม?

ใช่ ฉันสวยไม่ได้มาตรฐานของคุณ คุณก็ไปชวนคนอื่นเถอะค่ะ

 ไม่ทันแล้ว ผมหิวจะแย่ ก็บอกแล้วไงว่าอย่างคุณผมทำไม่ลงอารตีเกือบจะกรี๊ดออกมาจริงๆ 

หรือว่ากลัว?” หญิงสาวเชิดหน้า ถึงจะกลัวจริงแต่เรื่องอะไรจะยอมรับง่ายๆ 

ถ้าไม่กลัวก็ตามมา!” คนพูดเน้นเสียงหนัก ทำเหมือนกับว่าเธอเป็นลูกน้องของเขา เขาจะสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำตามอย่างงั้นแหละ

แต่เพราะคำสบประมาทอารตีจึงยอมเดินตามคนร่างสูงไป แค่ไปทานข้าวคงไม่นาน...เรื่องจะได้จบๆ

ร้อยโทพยัคฆ์พาอารตีไปทานอาหารกลางวันไม่ไกลจากค่ายทหาร เพราะเขามีประชุมตอนบ่าย ร้านอาหารที่หมวดหนุ่มเป็นคนเลือกถึงจะไม่ใช่ภัตตาคารระดับห้าดาว แต่ก็ไม่ใช่ร้านอาหารประเภทที่เธอจะเลือกใช้บริการ

จากการตกแต่งแม้จะดูเรียบง่าย แต่ของแต่ละชิ้น ภาพวาดบนผนัง โต๊ะ เก้าอี้ จานชามและช้อนส้อมที่เตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบมีคุณภาพดี เธอแน่ใจว่าราคาคงจะไม่ถูกแน่ แต่ไหนๆเขาจะเป็นเจ้ามืออยู่แล้ว อารตีจึงไม่ได้ทักท้วง

คุณชื่ออะไรนายทหารหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่าย หลังจากลอบมองใบหน้านวลเนียนของเธอได้สักพักใหญ่ ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองชักติดใจสาวเสิร์ฟคนนี้เสียแล้ว

คุณไม่จำเป็นต้องรู้เพราะเราคงไม่ได้พบกันอีกคนพูดยกมือขึ้นกอดอก สบตาสีเข้มตรงๆไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทำเอาอีกฝ่ายหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ สาวน้อยอวดดีอย่างนี้ค่อยสนุกหน่อย

ผมถามดีๆนะคุณ

ฉันก็ตอบดีๆนะคุณ

ผมไม่อยากโมโหหิว เรามาสั่งอาหารเลยดีกว่าพูดเสร็จเขาก็หันไปสนใจเมนูอาหารในมือไม่ติดใจสงสัยชื่อแส้ของหญิงสาวอีกต่อไป

หลังมื้อกลางวันที่แสนอึดอัดเสร็จสิ้นลงหมวดพยัคฆ์จึงขับรถพาอารตีกลับมาค่ายทหาร เพราะเธอจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่นี่

คุณจะไม่บอกชื่อผมจริงๆเหรอคนถามยืนกอดอกพิงรถคันโตอย่างสบายอารมณ์

จริงค่ะและหวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีกพูดเสร็จเธอก็เดินจากเขาไป ทิ้งให้อีกฝ่ายตะโกนไล่หลังมา

ยังไงเราก็ต้องพบกันอีก...คุณหนีผมไม่พ้นหรอก!” เสียงหัวเราะอย่างมีชัยของหมวดพยัคฆ์ทำเอาอารตีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ฝันไปเถอะ เจ้าชู้ยังงี้อย่าหวังได้แอ้มอารตีเลย 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

79 ความคิดเห็น