Super Junior Love Stories (SF)

ตอนที่ 9 : SF (KangYe) Because Of You *ฟิคแก้บน*

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 พ.ย. 61

ว่างเปล่า..
.
..
...
....
.....

“คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันครับ”

“ผม..จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ”

“ไม่เกินสามเดือนครับ หมอขอเสียใจด้วยนะครับ”

 หลังจากหมอบอกอาการต่างๆที่ผมเป็นให้ฟังจนจบ ผมก็ลุกออกมาจากห้องด้วยหัวสมองอันว่างเปล่า มันคิดอะไรไม่ออก มันตื้อไปหมด จากคนที่แข็งแรงอยู่ดีๆเหมือนโดนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัว ผมตั้งรับไม่ทัน..
ผมเลือกที่จะไม่รักษาอาการตัวเอง และลาออกจางาน ก่อนจะถอนเงินทั้งหมดอกมา ส่วนหนึ่งเก็บไว้ให้กับทางบ้าน ส่วนอีกส่วนหนึ่ง เอามาไว้กับตัวเองในช่วงนี้
ผมนอนซมเหมือนคนใกล้จะตายอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทึมๆของตัวเอง ใช้ชีวิตนอนเปื่อยๆมองฝ้าเพดานไปวันๆ 

แต่มีคนๆนึงที่จะวนเวียน มาบังคับให้ผมกินข้าวด้วย มาดูแลผม ชวนผมคุยนู่นนี่นั่นยกเว้นเรื่องอาการของผม เขามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสและกลับไปพร้อมกับกอดอุ่นๆที่มอบให้ผมเสมอมา
ยองอุน เขาเป็นเพื่อนสนิทของผม เราสนิทกันในช่วงมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนเข้ามาทักทายผมที่ยืนเด๋อๆคนเดียว แล้วจากนั้นเขาก็คอยดูแลปกป้องเสมอมาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เขาเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงสำหรับผม
...

ผ่านมาแล้วเกือบเดือนกว่าๆ ร่างกายผมเริ่มผอมลงกว่าเดิม ซึมลงไปกว่าเดิม หงุดหงิดจนบางทีก็เผลอไปตวาดเจ้าหมียองอุนนั่นเข้า แต่เจ้าหมอนั่นก็ไม่เคยว่าอะไรผม บางทีก็ปวดไปทั้งตัว ปวดยันกระดูก มันทรมานมากสำหรับผม 
แต่ทุกครั้งที่ปวดจนร้องไห้ก็ได้เขาเข้ามาโอบกอดเสมอ 
มันทรมานจนผมอยากตายไปเลยไม่ต้องมาทนเจ็บปวดไปวันๆแบบนี้
....

“จงอุน ไปทะเลกันไหม?” ในระหว่างทานข้าวเช้ากัน เรียกว่าเขาทานคนเดียวแล้วพยายามให้ผมกินบ้างนั่นแหละ เขาก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา
“พูดอะไรของนาย ดูสภาพฉันด้วย จะให้ไปไหนได้ บ้าเหรอ” ผมหันไปแหวเขาเบาๆ แต่ก็นั่นแหละ เขาก็ยังมีรอยยิ้มและไออุ่นที่ลูบหัวผมเบาๆ
“ไปได้ดิ นะๆ เรายังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันสองคนเลย อยากไป” เขาคะยั้นคะยอผม พร้อมกับอ้างเหตุผลร้อยแปดมา
......
“ไปนะๆเนี่ยถ้าเดินไม่ไหวก็ขี่หลังฉันเอา ดีกว่าไม่ได้ไปไหน อุดอู้อยู่แต่ไหนบ้านไม่สนุกหรอก ฉันขอแค่ไปเที่ยวกับฉันพอ นะจงอุน” 
“อื้ม” และผมก็ยอมแพ้ให้กับคำขอร้องของเขาจนได้ 

สัปดาห์ต่อมา
เขาพาผมขึ้นรถมา ก่อนจะขับรถออกไป เขาคอยดูแลว่าแอร์จะเย็นเกินไปสำหรับผมหรือเปล่า เขาเปิดเพลงกล่อมจนผมหลับไป จนรู้ตัวอีกทีผมก็มานอนอยู่บนเตียงที่ที่พักที่เขาจองไว้ให้แล้ว
“ยองอุนกี่โมงแล้ว” ผมถามยองอุนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ
“4 โมงเย็นน่ะ อยากกินไรยัง” เขาถามผมหลังจากดูเวลาบนโทรศัพท์แล้ว ผมเลยตอบคำถามด้วยการส่ายหัวไป เบื่ออาหารจะตาย
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พาเที่ยว ตอนนี้จะพาไปหาไรกินก่อน มาขี่หลัง” เขาพูดก่อนจะทำท่าทางให้ผมขึ้นไปขี่หลัง
“เวอร์ละ ตอนนี้ฉันเดินได้อยู่หรอกหน่า ไปก็ไป” ผมพูดกับเขาก่อนที่เขาจะยื่นมือมาให้ผมจับและพากันเดินออกไปหาร้านแถวนั้นกิน 
 ..
“หนาวไหม” หลังจากกินข้าวเสร็จ เขาพาผมมานั่งมองชายหาด ลมทะเลเป็นอะไรที่สดชื่นจริงๆแฮะ ชอบจัง
“ไม่เท่าไหร่” ผมตอบออกไปเบาๆก่อนจะปล่อยให้ตัวเองเงียบไปกับความคิดต่างๆในอ้อมกอดคนข้างๆ อบอุ่นจนง่วงไปเลย อยากมีกอดแบบนี้จนวันสุดท้ายจัง...

“จงอุนอ่า” เสียงทุ้มของยองอุนดังขึ้นทำลายความเงียบ แต่ตอนนี้ผมเหนื่อยเกินกว่าจะขานรับเลยส่งเสียงในลำคอไป
“ฉันอยากเล่าให้นายฟังอะ ว่าฉันจำนายได้ตั้งแต่แรกที่เจอ”
“ตอนไหน”
“ตอนนายมาสอบเข้าที่มหาลัย ตัวบางๆใส่แว่นกลมๆแก้มป่องๆยืนงงๆตามเพื่อนไปเรื่อยๆ ตอนนั้นนายน่ารักมากเลยอะ” 
“เหรอ ต้องเขินมั้ยเนี่ย” ผมแอบอมยิ้มเบาๆภายใต้อ้อมกอดอุ่นนี้เขาเองคงไม่ทันสังเกตเห็น
“แล้วนายอะ บอกฉันมั่งดิ”
“… อืม ก็ หุ่นหมีๆเดินยิ้มแป้นมาทักฉัน มาดูแลฉันตลอดตั้งแต่ครั้งแรกอะ” ผมกระแอมไอนิดนึงก่อนจะนึกไปถึงตอนนั้นและพูดออกมา
“ไหวไหมเนี่ย กลับห้องแล้วกันเนอะ” เขาถามผมอย่างเป็นห่วง ผมจึงขอเขาอยู่อย่างนี้อีกแป๊บนึง 
ทะเลในตอนนี้สวยงามและอบอุ่นเหลือเกิน..

หรือเพราะความอบอุ่นของเจ้าของอ้อมกอดนี้ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นจนไม่อยากหายไปกันแน่นะ

..
ตลอด 3 วันที่ผ่านมาเขาดูแลผมดีมาก ดีเท่าๆที่ช่วงชีวิตของคนธรรมดาที่ไม่ได้วิเศษหรือแสนดีขนาดนั้นรู้สึกพิเศษกับสิ่งดีๆที่เขามอบให้
คืนสุดท้ายก่อนเขาพาผมกลับ เขาพาผมไปนั่งที่ชายหาดอีกครั้ง 
ชายหาดที่เงียบสงบไร้ซึ่งผู้คนอื่นนอกจากเราสองคนที่นั่งฟังเสียงคลื่นซัดกระทบเข้าสู่ฟังซ้ำไปซ้ำมาพร้อมกลิ่นอายของทะเลที่ตัดกับเส้นขอบฟ้าที่มืดสนิท แต่วันนี้ท้องฟ้าสวยจัง ดาวเต็มไปหมดเลย
“จงอุน ฉันมีอะไรจะบอกนาย” เขาพูดพลางกอบกุบมือเล็กๆของผมไว้ 
“มีอะไรรึเปล่า” ผมหันไปถามเขาแล้วเราก็สบตากัน แววตาของคนที่ผมมองว่าแข็งแกร่งตลอดมา ตอนนี้กลับดูมีความประหม่าแอบแฝงอยู่
“ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะบอกนายตอนไหน หรือฉันไม่ควรพูดเลย แต่ตั้งแต่วันแรกที่ฉันรู้จักนาย ตั้งแต่วันนั้น.. ฉันก็ไม่เคยรู้สึกรักใครอีกเลย นอกจากนายเลยจงอุน ฉันรักนายมากๆ มากจนไม่รู้จะบอกยังไงให้นายเข้าใจ ถ้ามันทำให้นายอึดอัดฉันขอโทษนะ” เขาพูดเสร็จก็หลบตาผมไป ผมจึงใช้มืออีกข้างที่เขาไม่ได้จับ จับหน้าเขาให้หันมาหาผม
“ยองอุน ตลอดเวลาที่เรารู้จักกัน ฉันก็รู้สึกเหมือนนาย ฉันรักนายมากๆและฉันก็ไม่กล้าบบอกใคร เพราะฉันมันก็แค่ไอ้ตัวแห้งที่ขี้อายและป๊อดมาก แต่นาย นายคือคนเก่งคนกล้าที่ฉันรักมากคนนึงเหมือนกัน แต่..ทำไมนายไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้ เร็วกว่าตอนนี้ ตอนที่ฉัน..” ผมพูดต่อไปไม่ได้เพราะคราบน้ำตาบนหน้าผมกำลังร่วงหล่นออกมาอย่างหนักจนเขารวบตัวผมไปกอด กอดที่แสนอบอุ่น
“ขอโทษ เพราะฉันไม่กล้า ฉันกลัว ขอโทษจริงๆ” เขาพร่ำบอกคำว่าขอโทษไปไม่รู้กี่ครั้งจนผมหลับไปพร้อมอ้อมกอดนั้นอีกครั้ง

Kangin Part

คุณเคยมีประสบการณ์รักแรกพบตั้งแต่แรกเห็นไหมครับ

ผมเจอกับตัวเองและก็ยังตกหลุมรักในรักแรกพบของตัวเองตลอดมา ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ ตอนที่เขาจะไม่อยู่แล้ว

เขาเป็นเด็กผู้ชายรูปร่างผอมบาง ตาเล็กกับหน้าตางงๆของเขาที่มาสอบเข้าคณะเดียวกัน มหาลัยเดียวกับผม ทำให้ผมตกหลุมรักเข้าให้
จนเราได้สนิทกันหลังจากสอบติดด้วยกันทั้งคู่
เขาเป็นคนบอบบาง ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ขี้อายและโลกส่วนตัวสูง กว่าผมจะทำลายกำแพงนั้นได้ ก็ใช้เวลาสักพักนึงถึงจะได้ไปมีสิทธิ์ยืนข้างๆเค้า 
เขาไม่เคยรับรู้ว่าตัวผมคิดกับเขามากเกินกว่าเพื่อนตลอดมา
ผมใช้คำว่าเพื่อนเข้ามาอ้างเพื่อคอยเทียวรับเทียวส่ง เฝ้าดูแลเขาตลอดมา 
ผมไม่ยอมใครมาทำลายความรักที่แสนบอบบางให้บุบสลายอย่างแน่นอน
จนกระทั่ง 

3 เดือนก่อน
เราต่างทำงาน และไม่ได้พักอยู่ด้วยกันเพราะเขาต้องการความเป็นส่วนตัวแต่ผมก็ยังคอยไปเฝ้าดูแลเขาอยู่เรื่อยๆ

“ยองอุน มาหาฉันที่ห้องหน่อย” เสียงสั่นเครือที่โทรหาผมในเย็นวันนั้นผมยังจดจำมันได้ดี เป็นเสียงที่ทำให้ผมรีบคว้ากุญแจรถและรีบขับมายังหอพักของเขาในเวลาไม่กี่นาที

เขาดูสับสนกับการใช้ชีวิตต่อไป ดูไร้ที่พึ่งกับสิ่งที่เขาได้รับรู้มาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ คราบน้ำตากับแววตาที่ดูสับสนกับทุกอย่างทำให้ผมเลือกที่จะกอดเขาผมโอบกอดเขาเอาไว้ ให้รับรู้ว่าผมจะยังอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
เขาตัดสินใจออกจากงานและเลือกที่จะไม่ทำการรักษา เขาแบ่งเงินส่วนนึงให้ครอบครัวและเก็บอีกส่วนไว้เพื่อดูแลตัวเอง ผมไม่คัดค้านอะไรเขา และยอมรับในการตัดสินใจของเขา 
ผมเลือกที่จะคอยมาหาเขาในทุกวัน มาชวนเขากินข้าว ทำให้เขายิ้มออกมาจากมุกโง่ๆเท่าที่ไอ้หน้าหมีคนนี้จะทำได้ ให้เขามีความสุขมากๆ
เพราะรอยยิ้มของเขาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผม
ถึงแม้ว่าบางครั้งเขาจะหงุดหงิดหรือไม่พอใจที่ผมไปวุ่นวายในชีวิตเขา แต่ผมก็เข้าใจเขา แต่แล้วไงล่ะ ผมไม่อยากให้เขาต้องรู้สึกอยู่คนเดียวนี่นา

1 เดือนก่อน 

ผมชวนเขาไปเที่ยวทะเล ตอนแรกเขาอิดออดจะไม่ยอมไป แต่ผมก็ตื๊อจนเค้ายอมไปจนได้ เก่งชะมัดเลยผมเนี่ย 
เราทำอะไรด้วยกันหลายอย่าง
ผมแบกเขาขึ้นหลัง 
ถ่ายรูปให้เขา 
พาเขากินข้าว 
นั่งมองแสงจันทร์กับฟังเสียงคลื่นทะเลในยามค่ำคืน 
กอดกัน 
สารภาพรักกัน
จูบกัน
และสร้างความรู้สึกผ่านทางร่างกายของกันและกันในคืนสุดท้ายก่อนกัน
เราคบกันในที่สุดถึงแม้ตอนแรกเขาจะไม่ยอมก็ตาม แต่ผมให้เหตุผลว่าอย่างน้อยเขากับผมก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะยังไง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมก็จะดูแลให้ดีที่สุดตราบที่จะทำได้

2 วันก่อน

ผมมาเยี่ยมเขาตามปกติ ผมลองเคาะประตูห้องแต่กลับไร้ซึ่งสัญญาณตอบกลับมา แวบนึงในความคิดผมคิดไปถึงสิ่งที่เลวร้ายที่ผมไม่เคยอยากให้เกิดขึ้น ผมพังประตูเข้าไป ก่อนจะเจอกับคนตัวเล็กที่หน้าซีดสลบอยู่กลางห้อง ใจผมหล่นวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ผมพาเขาไปโรงพยาบาลให้ไวที่สุด
คุณหมอบอกว่ามันถึงเวลาของเขาแล้ว
เป็นคำพูดที่ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆมาทุบที่หัวผมอย่างจัง ผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร 
วันนี้คุณหมอให้เข้าไปเยี่ยมเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถึงเวลาของเขา
ผมให้ครอบครัวเขาเข้าไปคุยกันก่อน ก่อนจะเป็นผม
ครอบครัวของเขาพูดคุยกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะออกมาด้วยคราบน้ำตากันทุกคน

“ยองอุนเข้าไปคุยกับเขานะ จงอุนรออยู่นะ” แม่ของเขาบอกกับผมเช่นนี้ ผมยิ้มรับและจะเดินเข้าไป

ภาพตรงหน้าทำให้ผมอดน้ำตาคลอไม่ได้ 
คนตัวผอมที่ผอมอยู่แล้วยิ่งตัวบางเข้าไปใหญ่ หน้าซีดๆและผมที่ร่วงไปจนหมดทำให้เขาดูน่าโอบกอดไว้แน่นๆเพราะผมกลัวเขาจะแตกสลายไปในไม่กี่นาที

“ยองอุน จับมือหน่อยสิ” เขาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงแหบแห้งผมเลยจับมือเขาเอาไว้ด้วยสองมือและนิ้วโป้งลูบแหวนที่ผมให้เขาเมื่อไม่นานมานี้
“ยิ้มให้ฉันหน่อยสิ ยองอุน ไอ้หมีโง่” เขาพยายามพูดติดตลกให้ผมยิ้มออกมา ผมจึงส่งยิ้มให้เขา
“นี่จะไม่พูดอะไรกับฉันหน่อยเหรอ จะยืนนิ่งๆแบบนี้รึไง” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรต่างหากจงอุนนา..
“’งั้นฉันพูดนะ.. ต่อจากนี้ไป อย่าเอาใจยึดไว้กับฉัน ถ้าเจอใครที่ดีเปิดใจให้เขาด้วย นายผูกตัวเองไว้กับฉันนานเกินไปแล้วนะ แล้วก็ฝากดูแลครอบครัวฉันแทนฉันด้วย อืม ใช้ชีวิตแทนฉันด้วยนะ..” เขาพูดทั้งน้ำตาที่ไหลออกมา ไม่ใช่เพียงเขาผมก็ด้วย
“ฉันสัญญาเรื่องที่จะดูแลครอบครัวนาย และจะใช้ชีวิตเพื่อนาย แต่ฉันไม่สัญญาว่าจะเลิกรักนาย ไม่ใช่เพราะฉันผูกใจไว้กับนาย แต่ฉันรักนายจริงๆและรักเหมือนเดิมตลอดมา และตอนนี้ก็รักนาย ฉันรักนายนะคิมจงอุน” ผมสูดหายใจก่อนจะพูดออกมา เขายิ้มรับบางๆก่อนจะพยักหน้า  
“ยองอุน..ฉันง่วงอะ” 
“หลับซะนะคนเก่ง นายเก่งมากเลยนะ” ผมเช็ดน้ำตาที่ปริ่มขอบตาเขา ก่อนจะจูบที่หน้าผากและเขาก็ค่อยๆหลับตาลงช้าๆ ดุเป็นการหลับที่ไม่ต้องตื่นมาพบกับความเจ็บปวดอีกแล้ว
พักผ่อนซะนะคนเก่งของฉัน

หลายปีผ่านไป

ผมดูแลครอบครัวให้เขาได้และกลายเป็นลูกรักอีกคนของบ้านนี้ไปแล้ว
ผมใช้ชีวิตอย่างดีเพื่อเขา
แต่สิ่งที่ผมไม่เคยทำได้เลยแม้จะผ่านไปนานแล้วก็ตาม
คือ
การเลิกรักเขาและการลบลืมเขาออกไปจากหัวใจของผม
ผมก็ยังเป็นผมที่ยังรักและนึกถึงเขาเสมอมา คอยเฝ้านึกถึงวันคืนดีดี คอยแวะเวียนไปเยี่ยมหลุมศพและวางดอกไม้พร้อมพูดคุยกับเขา
และรอว่าสักวันหนึ่ง ผมกับเขาจะได้พบเจอกันอีกครั้งเพื่อรักกัน

--------------------------
Talk
SF ที่แต่งตั้งแต่โซโล่อัลบั้มแรกของเยซองออกมาแรกๆพึ่งแต่งจบเมื่อคืนนี้ 55555 
เลยบนว่าถ้าสอบติดมข.รอบ 2 แล้วจะแต่งSF เรื่องนี้ให้จบ ซึ่งก็ยากเอาเรื่องกว่าจะแต่งให้จบได้ 
ขอบคุณที่อ่านค่า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น