Super Junior Love Stories (SF)

ตอนที่ 2 : The Parting (KyuMin)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61

The Parting 




หลังจากวันเก่าๆผ่านพ้นไป
วันใหม่ก็เข้ามาทักทาย

170121

หลังจากเริ่มต้นปี 2017 มา เราก็ได้มีงานรวมวงกันครั้งแรกที่แฟนมีทติ้ง Lotte แต่แย่นิดหน่อยที่วันนี้ผมดันป่วยเลยสนุกไม่ได้เท่าที่ควร แต่ก็ถือว่าในงานผ่านไปด้วยดี และคนตัวกลมที่นั่งข้างๆผมก็ดูจะไม่ค่อยเกร็งสักเท่าไหร่
และเรายังไม่ทันได้เริ่มพูดคุยกันสักคำ 
ผมก็อยากลองทักพี่เขาดูก่อนนะ แต่ก็ไม่กล้าอยู่ดี
จนงานเลิก ผมไปเข้าห้องน้ำและได้ยินเสียงเหมือนคนกลั้นสะอื้นเบาๆ
นิสัยเดิมของเขาสินะ เครียดหรือกดดันแค่ไหนก็จะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น ผมไม่รู้ทำไมต้องยืนรอให้เขาออกมาจากห้องน้ำก่อน จนเข้ามายืนใกล้ๆผมเพื่อล้างมือ 
ผมควรจะพูดอะไรออกไปไหม

“อาการป่วยเป็นไง โอเคไหม” เขาถามผมออกมาอย่างเบาๆด้วยเสียงที่ผมคุ้นเคยเสมอยามผมป่วย
“ก็ดีครับ แล้ว..พี่ล่ะทุกอย่างดีไหม” ผมลองถามดูเพื่อเขาจะระบายอะไรออกมาบ้าง แต่ก็นั่นแหละครับ อีซองมิน
“อื้ม ก็ดีแหละ พี่ไปก่อนนะ”

ถึงจะทักทายแล้ว แต่หัวใจฉันก็ยังคง..

ไวเท่าความคิดผมคว้าตัวคนตัวกลมมาไว้ในอ้อมกอด ผมแค่ต้องการกอดเขา กอดให้หายคิดถึง กอดให้รู้ว่าเขายังมีผมไม่ว่าใครจะหายไปหรืออะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
“คิดถึงพี่เสมอนะครับ แล้วก็อย่าร้องไห้คนเดียวอีกเลยนะครับ” ผมพูดออกไปจากหัวใจก่อนที่น้ำตาเม็ดนึงจะร่วงหล่นลงมาโดนมือผม
และเขาก็หันกลับมากอดผมอย่างเงียบๆและเนิ่นนานแต่แสนสั้นในความรู้สึก
จนพี่เยซองกับพี่ฮีชอลที่ทำท่าว่าจะเดินเข้ามาในห้องน้ำเดินหนีไปที่อื่นแทน
ผมคิดถึงอ้อมกอดของคนๆนี้เหลือเกิน

อ้อมกอดแห่งความรักและความสุข

หลังจากวันนั้น ผมก็ใช้ชีวิตไปกับตารางงานที่ค่อนข้างเยอะของผมเลยทำให้ไม่ได้เจอเขาอีกเลย มันน่าเสียดายตรงที่อีกไม่กี่เดือนผมกำลังจะเข้ากรมแล้ว แต่เราแทบไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย
และผมก็ยอมรับว่าผมคิดถึงเขามากเช่นกัน
มากจนต้องนึกถึงเขาก่อนนอน
มากจนต้องมานั่งดูคลิปของเรา
มากจนต้องมานั่งดูรูปที่เคยถ่ายด้วยกัน
และเหมือนจะทำได้แค่นั้น

170417

งานรวมงานที่ 2 ของวง งานถ่ายแบบ Lotte ผมรู้สึกขอบคุณ Lotte ก็ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้พวกเราเมมเบอร์ได้มาอยู่ร่วมกัน
ตอนนี้เราต่างมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องแต่งตัว และพี่เยซองก็ถ่ายรูปเราลงเพื่อจะอัพบอกเอลฟ์ของเราว่าจะไลฟ์ไอจีกับเมมเบอร์ด้วยกัน 

“เออ คยู อาจารย์อีบอกฉันว่านายจะเข้ากรม 25 เดือนหน้าเหรอ” พี่ฮีชอลพูดขึ้นมาระหว่างที่คุยกันทำให้คนที่นั่งข้างๆผมอีกคนหันมามอง 
“อ่า ลืมบอก นึกว่าพี่เมเนเจอร์บอกแล้วในแชท แล้วไม่มีใครรู้เหรอ?” ผมตอบออกไปตามตรงก่อนจะแอบสังเกตคนข้างๆที่เงียบไป
“ฉันกับชินดงรู้แล้ว สองคนนี้อะที่ยังไม่รู้” พี่อีทึกชี้มาที่พี่เยซองกับพี่ซองมิน
“ผมไปห้องน้ำแป๊บนะครับ” พี่ซองมินลุกขึ้นออกจากห้องไป ทำเอาทุกสายตาหันมองตามและมองมาที่ผม
“ไม่รู้ด้วยนะงานนี้ เพราะฉันก็พึ่งรู้พอกัน” พี่เยซองพูดก่อนจะไปเล่นกับพี่ฮีชอล

หลังจากถ่ายงานกันเสร็จแล้ว พี่อีทึกกับพี่ชินดงก็กลับไปก่อน เหลือแค่พวกเราสี่คน แต่คู่หู AB ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จนเหลือเพียงเราสองคนที่เงียบจนอึดอัด และก็เป็นเขาที่ทำลายความเงียบ

“จะไปเดือนหน้าจริงเหรอ”เขาถามผมออกมาอย่างนิ่งๆ
“ครับ”และความเงียบก็โรยตัวลงมาอีกครั้ง
“กลับมาอย่างปลอดภัยนะ” เขาบอกผมก่อนจะลุกเตรียมจะกลับไปอีกคน แต่ผมรีบจับข้อมือเขาไว้ ดูผอมลงมากจริงๆเมื่อกี๊ตอนที่โอบเอวก็รู้สึก
“รอได้ไหม สองปี”  ผมถามเขาออกไปตรงๆ
“ฉันรอนายได้เสมอ และฉันก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม นายล่ะ” เขาตอบผมก่อนจะกัดปากอย่างไม่มั่นใจ
“เหมือนกัน วันแรกที่ผมได้รู้จักพี่ยังไง ผมรู้สึกยังไง ผมยังเหมือนเดิมเสมอ ผมก็หวังว่าพี่จะรอผมเหมือนที่ผมรอพี่มาตลอด” แล้วผมก็กอดเขาอีกครั้ง

กอดคนตัวเล็กให้จมไปในอ้อมอกให้ได้ยินเสียงหัวใจของผม เหมือนทุกคืนในแต่ก่อน ยิ่งใกล้วันผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันน้อยเกินไป

หรือเพราะผมคิดถึงและโหยหาในสัมผัสของเขาจากความรักที่เรามีให้กันมาตลอด

ตั้งแต่วันนี้ฉันจะไปยังโลกอีกใบนึง
ในที่ที่เงียบเหงาไม่มีเธอ
ต้องใช้ชีวิต ต้องตามหาตัวเองที่แตกต่างจากเดิมอีกครั้ง

170521

ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนที่อบอุ่น
ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนสำคัญของฉัน

ผมเดินเข้ามาชั้นที่พวกเมมเบอร์อยู่กันใน Sum Café รวมถึงพี่คังอินและคิบอมที่ก็มาด้วย เป็นเหมือนการประชุมวง นัดเจอเลี้ยงส่งผม เจอพวกในกรม และถ่ายงานไปในตัวในวันเดียว

“อ้าว เจ้าของงานมาแล้ว ช้าว่ะเฮ้ย!” เสียงดังเหมือนเดิมพี่ฮีชอล ผมหันไปเห็นตากลมๆที่หันมามองและส่งยิ้มมาให้

อีก 4 วัน สินะ 

คงจะคิดถึงรอยยิ้มแบบนี้มากแน่ๆ

“สบายดีใช่มั้ยครับ”
“อื้ม” เรากอดทักทายกันแป๊บนึงก่อนจะผละออกจากกันและส่งยิ้มให้กันและกัน ก่อนจะเหลือบไปเห็นสายตาพี่ฮีชอลกับพี่เยซองที่จิกมาและเบะปากเบาๆ
ผมนั่งลงข้างพี่เยซองที่เหลือที่ว่างไว้ให้และเป็นที่ตรงข้ามพี่ซองมิน
ก็ต้องขอบคุณเขาละกัน

พวกเราแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเจอ จนผ่านไปเป็นชั่วโมง พวกพี่ๆในกรมก็ขอกลับก่อน รวมถึงพี่คังอินและคิบอมที่กลับไป แล้วพวกเรา 6 คนก็ถ่ายงานกันต่อ

“พี่ซองมิน ผมจะเข้ากรมแล้ว ไม่คิดจะบอกอะไรผมหน่อยเหรอ” ก่อนจะต้องแยกย้าย ผมคว้าข้อมือเขาไว้และถามคำถามที่ผมอยากรู้ออกไป
“ระวังตัว ดูแลตัวเองดีๆ ฉันอาจได้ไปเยี่ยมนายนะ สองปีทั้งฉันทั้งเอลฟ์ก็รอได้แหละ รักนายเสมอ” เขายิ้มบางๆส่งมาพร้อมกับดวงตาที่แดงเรื่อๆผมเลยกอดลาเขาและปล่อยให้เขาเดินจากไป
ผมยืนมองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไปอีกครั้ง
เวลาเหลือน้อยเหลือเกิน

ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนที่ฉันรัก
ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนที่เป็นทุกอย่างสำหรับฉัน

“คุยกันบ้างหรือยัง” พี่ฮีชอลถามออกมาหลังจากพี่ซองมินเดินไปแล้ว
“ก็สองครั้งนั่นแหละครับ” ผมตอบออกไป
“ก็แล้วทำไมไม่นัดเจอกันเล่าห๊ะ” พี่เขาหงุดหงิดใส่ผมหน่อยๆด้วยความห่วง
“ก็อยากอยู่ครับ เดี๋ยวคงได้เจอกันแหละ” พี่ฮีชอลถอนหายใจเบาๆก่อนจะผลักหัวผม
“ให้ไวเหอะ ได้อยู่ด้วยกันใกล้ๆแค่นี้ก็อย่าทำให้มันยาก พี่ไปละ” พี่ฮีชอลพูดก่อนจะกอดลาผมและเราก็แยกย้ายกันกลับ
พร้อมกับคำพูดพีฮีชอลและยืนนิ่งคิดไป

170523

เพลงแห่งความรักที่เคยฟังด้วยกัน
คงค่อยๆถูกลืมเลือนไป
ปล่อยให้ไหลไป ลบเลือนความทรงจำของเธอ
วันที่เหนื่อยยากเล็กน้อยแวะเวียนมาหา
รบกวนใจซักพัก และในวันนี้

หลังจากเสร็จตารางงานผมกลับมาเปิดเพลงฟังอยู่ที่หอคนเดียว ก็เหงาหน่อยๆครับ และด้วยความเหงาหรืออะไรก็ไม่ทราบทำให้ภาพความทรงจำค่อยๆไหลมาเรื่อยๆจนขอบตาผมร้อนผ่าวๆอย่างบอกไม่ถูก  แล้วดันเป็นเพลงที่ผมกับเขาชอบฟังซะด้วยสิ

ฉันแกล้งทำเป็นไม่รู้เวลาที่ฉันเสียใจร้องไห้
และคงหันหลังจากไป

ผมได้ยินเสียงปิดประตูเลยหันไปมอง ผมกำลังฝันหรืออะไรอยู่รึเปล่า ทำไมเขาถึงได้มาอยู่ตรงหน้าผมกัน ผมค่อยๆเดินไปหาเขา 
เขาร้องไห้ทำไมกันนะ หน้าหวานๆที่ดวงตาแดงก่ำและมีคราบน้ำตานี่ไม่เหมาะกับเขาเลย
“มาได้ไงครับ ร้องไห้ทำไมเหรอ พี่โอเคไหม” พี่เขาไม่ตอบอะไรผมนอกจากสายหน้า ผมเลยกอดปลอบเขาอีกครั้ง เราสองคนกอดกันอยู่อย่างนั้นจนพี่เขาเลิกร้องไห้และผละออก
ผมพาเขามานั่งที่โซฟาและลูบดวงตาเขาที่บวมช้ำ
“อย่าร้องไห้สิครับ คนที่ควรร้องไห้น่าจะเป็นผมมากกว่านะ” ผมยิ้มอย่างสดใสไปให้เขาทั้งที่ผมก็อยากร้องไห้พอกัน
“อย่าร้องไห้นะ เข้มแข็งไว้ แค่เดือนเดียวที่นายต้องฝึกหนัก” พี่เขาประคองหน้าผมไว้พลางพยายามพูดให้เป็นปกติที่สุดและใช้นิ้วโป้งไล้ที่ขอบตาผม

ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนที่อบอุ่น
ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนสำคัญของฉัน

ผมจับมือพี่เขามากุมไว้ก่อนที่ผมจะเอนตัวพิงลงไปกับโซฟา
“แล้วพี่มาได้ไง ไม่มีใครว่าเหรอ”
“ไม่ ฉันแค่อยากเจอนายสักครั้ง เพราะเราเจอกันน้อยมากตั้งแต่ตอนนั้น” 
“ก็ไม่น่าทำไหมละ”ผมอดแขวะเขาไปหน่อยๆไม่ได้ หงุดหงิดนะ
“ฉันรักนายนะ แต่..สังคมยังคงไม่เข้าใจมันดีเท่าเรา ฉันเลยต้องทำแบบนั้น” พี่เขาพยายามพูดและเรียบเรียงประโยคให้ผมเข้าใจง่ายที่สุด และผมก็เข้าใจมัน
“พี่รักผม แบบที่ผมรักพี่ไหม” ผมลุกจากโซฟาและหันไปมองหน้าพี่เขาอย่างสงสัยในคำตอบ
และผมภาวนาให้มันคือสิ่งที่ผมอยากได้ยินมาตลอด

“รัก”

เป็นคำสั้นๆที่ทำให้หัวใจผมกลับมาฟูอีกครั้ง และผมก็ประทับริมฝีปากลมไปที่ปากหยักของอีกคน เราส่งผ่านความรู้สึกมากมายหลากหลายให้กัน มีทั้งความนุ่มนวลและอ่อนโยน มันเบาหวิวเหมือนล่องลอยและโอบล้อมไปด้วยความรัก เหมือนที่เราเคยจูบกันในทุกๆวัน
มันเป็นจูบแห่งความรักในรอบหลายปีจนผมรู้สึกได้ถึงน้ำตาของตัวเองและของเขาที่ไหลออกมาพร้อมความรู้สึก

“ย่าส์ คิมคยู! เรามา..” เสียงคนสัก 7-8 คน ดังมาพร้อมเสียงพี่ฮีชอลดังขึ้นในประสาทก่อนจะเงียบไปทำให้เราผละออกจากกันอย่างตกใจ ผมจึงหันไปมอง อ่า พี่อีทึก พี่ฮีชอล พี่เยซอง พี่ชินดง พี่คังอิน คิบอม เฮนรี่ โจวมี่ มาพร้อมของกินในมือที่น่าจะมาเลี้ยงส่งเหมือนกัน

ให้ตายเถอะพวกฮยองพวกนี้หนิ

“คิดจะจูบกันก็ไม่ไปจูบในห้องนอนอะคนเรา อายคนไหมละ” พี่ฮีชอลแซวขึ้นทำเอาคนข้างๆถึงกับหน้าแดงแปร๊ดด้วยความอาย
“เคาะประตูกันหน่อยมั้ยละ คนเขารักกันอยู่” ผมตอบไปอย่างไม่อายแต่คนข้างๆนี่อายจนฟาดแขนผมทีนึง โทษนะเบามาก 
แล้วพวกเราก็มานั่งกินของกินที่พวกเขาเตรียมมาโดยไร้แอลกฮอล์เพราะผมยังเหลือตารางงานอีกในวันพรุ่งนี้วันสุดท้าย รวมถึงนั่งพูดคุยกันเรื่องของผม

“นี่จะให้พวกฉันไปส่งไหมตกลง” พี่เยซองถามขึ้นมา
“ไม่ครับ อยากเข้าเงียบๆ เดี๋ยวนักข่าวมาเยอะ” ผมตอบออกไปเพราะผมไม่อยากให้มันวุ่นวายเอิกเกริกนัก
“ก็ตามใจนายนะพวกพี่ยังไงก็ได้ นี่ก็ถือว่าเลี้ยงส่งจริงๆละกัน” พี่อีทึกพูดกับผมเสร็จก็หันไปจ้องพี่ซองมินอย่างน่ากลัว

ขี้แกล้งอะคนแก่วงนี้

“ครับ?”

“ร้ายนะเราอะ แอบมาเงียบๆคนเดียว นี่ถ้าพวกฉันมาช้ากว่านี้นี่อาจเจอพวกนายบนเตียงแล้วมั้ยเนี่ย” ใครว่าพี่อีทึกมีแค่โหมดจริงจัง โหมดขี้แซะเขาก็มีและทำเอาคนตัวเล็กเขินจนก้มมามุดผม ใจสั่นโว้ย
“เขินแล้วก็มุดเขาอีก เออ คนเรา” 83 Lines นี่สามัคคีกันจริงๆ

เกือบเที่ยงคืนทุกคนก็แยกย้ายกันไป เหลือแค่พี่ซองมินที่อยู่ต่อ พี่อีทึกก็ไม่ได้ว่าอะไร และมีสายตาล้อเลียนมาจากพี่ฮีชอลและพี่เยซอง 

และเราก็มานอนกอดกันอยู่บนเตียงในห้องที่ผมนอนปัจจุบัน
เหมือนชดเชยเวลาที่หายไปนาน

 “ถ้ารู้ว่าจะต้องเสียใจแบบนี้ จะไม่สนใจเรื่องที่ใครจะมองว่าฉันกับนายจะโดนคนมองเรื่องเพศที่สามยังไงหรอก” พี่เขาพูดมันขึ้นมาเบาๆ
“ช่างเถอะครับ แค่เรารักกันก็พอ” 
“อื้ม”
“สัญญากับผมนะว่าจะรอกัน จะยังรักผมอยู่จริงๆ สัญญาได้ไหม”
“ฉันทำได้อยู่แล้ว”
หลังจากพี่เขาตอบรับผมแล้ว ผมเลยมอบจูบแบบที่โซฟาที่มีแต่ความรักของเราสองคน และมอบสัมผัสที่คุ้นเคยให้กับเขาอีกครั้ง
เขาเป็นของผม
ไม่ใช่แค่ตอนนี้
แต่ตลอดไป

170525

ในวันนี้แสงแดดมีแต่ความเยือกเย็น
แต่ขอให้มันรู้สึกด้านชาเมื่อเวลาผ่านไป

หลังจากไปตัดผมเสร็จพ่อ แม่ และพี่อารา พร้อมพี่เมเนเจอร์อีกหลายคนก็มาส่งผม
จริงๆผมกะจะมาเงียบๆแตแฟนคลับเขาก็คงอยากจะมาส่งผมด้วย มากันเยอะมากจริงๆ
ผมบอกลาแฟนคลับไปในเว่ยป๋อและทวิตเตอร์แล้ว
แค่ 2 ปี ผมเชื่อว่าเขาจะต้องรอได้ 
พี่ซองมินและเมมเบอร์ก็ด้วย
ผมเดินลงมาและมีพี่เมเนเจอร์เดินอยู่อีกข้าง
“ซองมินมาแต่แอบในรถพี่” ผมหันไปมองแวบนึงก่อนจะเจอพี่เขาที่ชะงักพอกัน
‘โชคดีนะ ฉันรักนาย’ ผมอ่านปากพี่เขาออกและพยักหน้าให้นิดๆและรีบหันกลับมาเพื่อไม่ให้ใครสงสัย
อีก 2 ปี ผมจะกลับมาเป็น คยูฮยอน Super Junior ของทุกคนอีกครั้ง
ช่วยรอผมด้วยนะครับ
แล้วเราจะต้องได้เจอกันอีก
รัก
โจว คยูฮยอน 

ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนที่ฉันรัก
ในตอนนี้ ลาก่อนนะเธอ
คนที่เป็นทุกอย่างสำหรับฉัน
เพลงรักของเราที่เคยฟังด้วยกัน
คงค่อยๆถูกลืมเลือนไป
ปล่อยให้ไหลไป ลบเลือนความทรงจำของเธอ
ตั้งแต่วันนี้ฉันจะไปยังโลกอีกใบนึง

..

________________________________________________________










13 ความคิดเห็น

  1. #4 choleelee137 (@choleelee137) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 13:58
    มีพาร์ทของคยูด้วย ยังไงทุกคนก็ต้องรออยู่แล้วเนอะ แต่ไม่ต้องกลับมาอย่างเท่ๆก็ได้เรากลัวเพราะได้เห็นตัวอย่างจากเหล่าฮยองแล้วสะพรึงมาก555 ว่าแต่พวกฮยองนี่มาขัดจังหวะจริงๆเนอะคยู
    #4
    0
  2. #2 JuneluvKM (@junelovekyumin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 02:43
    ว้าววว เพิ่งรู้ว่านี่มันพาร์ทของโจวคยู ดีจังเลยฮื้อออ
    the parting ก็เศร้ามากก 
    อยากให้ความเป็นจริงเกิิดขึ้นจริง อยากให้มินรอคยู เหมือนที่เรารอ (อยากให้หย่า กร๊ากกกกก) จะทนอยู่ไปทำไมคนเรา 555555 ขอบคุุณค่ะที่แต่ง 😙
    #2
    0