Super Junior Love Stories (SF)

ตอนที่ 10 : SF ขอ (KangTeuk)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61



ยองอุน วันนี้นายต้องมาให้ได้นะ พี่อยากเจอเรา

ครับ ผมแต่งตัวก่อนนะ

โอเค แล้วเจอกันนะ

ครับ พี่จองซู


ผมกดวางสายไปก่อนจะหันมามองตัวเองในชุดสูทสีดำที่ดูไปได้ดีกับผมที่จัดเซ็ทเป็นอย่างดี ก็ดูหล่อใช้ได้เลยแหละ


ยองอุน มาพี่ผูกไทด์ให้ เนี่ยเราอะพูดไม่สวยเลย


ภาพของผู้ชายคนนึงที่มักส่งยิ้มแสนหวานให้ผมอยู่เสมอในตอนที่เรากำลังเรียนมหาลัยด้วยกันหรือตอนผมไปทำงานใหม่ๆเขามักจะมาผูกไทด์ให้ผมเสมอ แวบเข้ามาในหัว ถึงเขาจะสอนผมอยู่บ่อยๆแต่การให้เขาทำให้มันก็ดีกว่าน่ะแหละ


แต่ตอนนี้ก็ต้องทำด้วยตัวเองให้สวยแล้ว


ผมส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออกไปก่อนจะหยิบกุญแจรถคันที่ผมขับมาไว้ในมือและเดินออกไปจากบ้าน และล็อกบ้านให้เรียบร้อย


ยองอุน นายปิดไฟ ปิดแก๊สเรียบร้อยแล้วใช่เปล่า ล็อกทุกอย่างใช่ไหม ถ้ายังไม่ทำจะแย่เอานะ เสียงเจื้อยแจ้วของใครคนนั้นแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง ผมทำได้แค่ยิ้มขำกับการคิดถึงคนๆนั้น เข้มงวดเก่งที่สุด ทุกเช้าก่อนออกจากบ้านหรือหอพักมหาลัยจะต้องมีเสียงนี้เสมอ


จริงๆตอนนั้นมันก็ดีนะ...


ผมยืนสูดหายใจเข้าลึกๆและดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือ พึ่งบ่ายโมงเอง งานเริ่มตั้งหกโมงเย็น ไปสักสี่ห้าโมงก็ยังทัน


ออกไปหาอะไรกินดีกว่า..


ผมขับรถไปเรื่อยๆก่อนจะเจอร้านที่เคยมากินประจำกับเขาในสมัยก่อน คนที่กินไม่เยอะและอดข้าวเก่งถ้าเจองานหนัก จนเขาต้องบังคับให้กินอยู่บ่อยๆ

พี่จองซู กินข้าวก่อนค่อยทำงานก็ได้


หน่า พี่ขออีกแป๊บเดียวจริงๆเนี่ยแก้ตรงนี้ก่อน คนตัวบางพูดพลางแก้งานในคอมอย่างเอาจริงเอาจัง

พี่บอกผมงี้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนะ พี่ไม่กินผมโกรธจริงนะคราวนี้ ต้องใช้ไม้แข็งแล้วล่ะ

ยองอุนนา อย่าโกรธน้า พี่กินก็ได้ พูดเสร็จก็มากอดจากข้างหลัง คงโกรธลงหรอก


ยังอดอาหารเหมือนเดิมอยู่รึเปล่านะ คนนั้นที่แก่กว่าเขาแต่ก็ดื้อไม่ต่างกัน


ผมหาที่จอดได้แล้วก็เดินเข้าไปในร้าน


ป้าครับ เอาบะหมี่เย็นชามนึงครับ ผมเดินไปสั่งกับป้าเจ้าของร้าน แกยังแข็งแรงอยู่เลยแฮะไม่ต่างจากเมื่อสามปีก่อนเลย

ได้จ้าพ่อหนุ่ม เอ้า ไม่ได้มากินนานเลยนะ นึกว่าไม่ชอบร้านป้าซะแล้วเนี่ย ป้าพูดพลางยิ้มไปจนทำให้ผมอดขำกับการแซวนี้ไม่ได้

ไม่หรอกครับ แค่หาเวลาว่างมากินไม่ได้เฉยๆนะ ร้านป้าอร่อยเสมอนะ ผมตอบกลับไปยิ้มๆ


เออแล้วพ่อหนุ่มมาคนเดียวเหรอ อีกคนที่ยิ้มหวานๆเขาไปไหนแล้วล่ะ อ่า..


เขาไม่ได้อยู่กับผมแล้วน่ะครับ ไปอยู่ที่อื่นน่ะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เอ่อ ผมไปนั่งรอนะครั ผมพูดตัดบทไปก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะ


ยองอุนทำไมชอบปรุงรสจัดจัง กระเพาะนายจะมีปัญหานะกินแบบนี้บ่อยๆ ภาพของคนที่ตัวเล็กกว่าเขากำลังนั่งมองและทำหน้าสยองกับการปรุงรสก๋วยเตี๋ยวเขา

รู้แล้วน่า พี่เหอะกินจืดมาก ผมแซวกลับไปบ้างก่อนจะเจอคนหน้าหวานแลบลิ้นกลับมา

ก็แล้วจะทำไมล่ะ

เปล่าครับ ผมพูดแล้วก็ขยี้หัวคนตัวเล็กตรงหน้าก่อนจะเจอเสียงแหลมแว้ดมาว่าผมยุ่งหมดแล้ว แล้วก็จะเป็นผมที่จัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทาง ก็น่ารักเสมอแหละ ปาร์คจองซูน่ะ


บะหมี่เย็นมาเสิร์ฟแล้ว ผมนั่งมองก่อนจะลองกินแบบไม่ใส่เครื่องปรุงดู อยากรู้ว่ารสชาติที่คนๆนั้นของเขาชอบกินมันเป็นยังไง


ไม่เห็นหวานเลย แต่ทำไมปากเขาถึงหวานจังนะ


ผมแค่นหัวเราะให้กับความคิดแปลกๆที่มักจะแล่นเข้ามาในหัวเสมอตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ที่อยู่คนเดียว

...

ก็ตั้งแต่เขาเลือกที่จะเดินจากไปแบบไม่หันกลับมาอีกเลยนั่นแหละ


ขอบตาร้อนผ่าวจนได้ทั้งที่พึ่งกินบะหมี่เย็นไปได้ไม่กี่คำแท้ๆ แย่ชะมัด

ผมเงยหน้าขึ้นเพื่อกลบความอ่อนแอของตัวเองพลางกะพริบตาสองสามครั้งก่อนจะหลับตาลง ถ้าผมอยู่ตรงนี้ต่อไปคงร้องไห้ให้คนเห็นแน่ๆ ขายหน้าแย่

ป้าครับ เก็บเงินด้วยครับ ผมลืมตาและตะโกนเรียกป้าเจ้าของร้าน

อ้าวพ่อหนุ่มทำไมกินน้อยจังล่ะ

ผมแค่กินไม่ลงน่ะครับ มันมวนท้อง แต่ของป้าอร่อยจริงๆนะครับวันหลังผมจะมากินอีกแน่ๆ ผมพูดพลางชูนิ้วโป้งให้ป้าเขาดู

โอ้ ไม่เป็นไร ป้าขอให้พ่อหนุ่มหายไวๆนะ

ขอบคุณครับ อ๋อ ป้าครับ ขอเบียร์ 2 กระป๋องด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ผมไปก่อนน้า ผมพูดพลางโบกมือลาหลังจากรับเบียร์มาแล้ว

....

ผมขับรถไปเรื่อยๆก่อนจะมาหยุดที่สะพานข้างแม่น้ำแห่งหนึ่ง

เป็นที่ๆมีความทรงจำเกิดขึ้นมากมายจนภาพทุกภาพในอดีตตลอด 8 ปีที่คบกันกับเขาคนนั้นชัดเจนขึ้นมา

....

ปีแรกที่รู้จักกันในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง

สวัสดีพี่ชื่อปาร์คจองซูนะ ปีสาม วันนี้พี่เป็นตัวแทนรุ่นพี่จะมาแนะนำว่าการเรียนสาขานี้เป็นยังไงบ้าง ยินดีที่ได้รู้จักน้องๆทุกคนนะ รอยยิ้มที่มีลักยิ้มข้างแก้ม ผมสีน้ำตาลที่รวบไปข้างหลังพอเป็นพิธี ส่วนสูงที่ตัวเล็กกว่าเขาไปมากพอได้มายืนเทียบกันตอนเล่นเกม กลิ่นน้ำหอมประจำตัว เสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์

เขาตกหลุมรักทุกอย่างในตัวปาร์ค จองซูตั้งแต่วันแรก


แล้วไม่นานก็กลายเป็นไอ้หมีบ้าของพี่จองซูจนได้ เพราะเอาตัวเองเข้าไปวอแวพี่เขาเป็นประจำ


จนงานบายเนียร์เขาก็ลากพี่จองซูออกมาที่นี่และสารภาพรักเข้าให้

โชคดี ที่ตอนนั้น เขากับจองซูใจตรงกัน เลยได้ตกลงคบเป็นแฟนกัน

เราก็เหมือนคู่รักปกติที่คนทั้งสาขาชอบแซวกัน เพราะเรามีความรักให้กันเสมอ

ถึงเขาจะไม่ได้ตัวติดกันบ่อยๆแต่ก็พยายามมีเวลาว่างให้กันเสมอ

....

หลังจากผมเรียนจบไป เราก็ย้ายไปอยู่ด้วยกัน

แต่ด้วยนิสัยของผมที่ชอบดื่ม และเขาที่ไม่ชอบการดื่มและจะนอนไม่หลับทุกครั้งที่ผมออกไปในยามค่ำคืน

เขาที่เก็บทุกอย่างไว้ในใจเพื่อรอวันระเบิดครั้งเดียว และผมที่หัวร้อนง่ายและปากไว

....

เขาเคยเตือนผมด้วยคำพูดที่ผมไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง

ถ้าวันนึงพี่อดทนจนทนไม่ไหว จนพี่ร้องไห้เจียนตายเกิน 3 ครั้ง พี่จะไปแบบที่ยองอุนจะไม่มีวันได้จองซูคนเดิมกลับมา พี่หวังว่าเราจะไม่ทำแบบนั้น

เขาเคยบอกกับผมในวันนึงที่เราทะเลาะกันครั้งแรก สมัยที่ผมงี่เง่ากับเขาตอนเขาวุ่นกับโปรเจคอยู่

ผมรับปากว่าจะไม่ทำให้เขาร้องไห้ด้วยความเสียใจ

สุดท้าย ผมก็ทำให้เขาเป็นแบบนั้น

....

ผมทะเลาะกับเขาเรื่องที่ผมไปกินเหล้าบ่อยๆ น้ำตาเต็มหน้าเขา และผมเลือกที่จะเดินออกไปจากบ้านในคืนนั้น มือที่จับผมไว้ในครั้งสุดท้ายพร้อมกับเสียงสั่นๆที่เขาถามว่า

นายจะไปจริงๆใช่ไหม ถ้าไปพรุ่งนี้พี่จะหายไปจากนาย ตอนนั้นอารมณ์ผมมาก่อนที่จะคิดอะไร ผมหยิบกุญแจและก้าวออกไปจากบ้านของพวกเขา

.....

แล้วหลังจากคืนนั้น ตอนเช้าเขาก็หายไปจากบ้านของเราจริงๆ

เขาไปแบบไม่มีคำบอกลา

มีเพียงข้อความสุดท้ายที่ถูกส่งมาหาผม

เราเลิกกันเถอะนะ ยองอุน

ก่อนที่การติดต่อทุกทางของผมจะถูกบล็อกไปจากเขา รวมถึงเพื่อนของเขาทุกคนก็ปิดปากเงียบเช่นกัน

....

แรกๆผมก็เหมือนไอ้โง่คนนึงที่โดนแฟนทิ้งแล้วจะเป็นจะตาย เคยมองคนที่เป็นแบบนี้ว่าจะตายอะไรนักหนา

สรุปผมก็กลายเป็นไอ้คนขี้แพ้ที่นอนกอดขวดเหล้าแทนกอดตัวเขา

นอนดมกลิ่นห้องเหม็นๆแทนกลิ่นตัวของเขา

และการที่ไม่มีเสียงของปาร์ค จองซูคอยบ่น หรือเล่าเรื่องราวต่างให้เขาฟังนะ เป็นความเงียบที่เศร้าที่สุดแล้ว

จนสุดท้ายไอ้พวกเพื่อนของเขาก็มาทำให้เขามีสติว่า ถึงผมจะทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้ขนาดนี้เขาก็คงไม่กลับมาอยู่ดี

....

ผมกลับมาเป็นยองอุนที่ไปทำงานได้ เฮฮากับเพื่อนฝูงได้ แต่น้ำตาไหลเหมือนคนโง่ทุกครั้งที่คิดถึงปาร์คจองซู และทำได้แค่ยิ้มให้กับความทรงจำเก่าๆระหว่างเรา


1 เดือนก่อน

มีสายโทรเข้ามาในกลางดึกที่ผมนอนไม่หลับ ผมกดรับสายอย่างสงสัยว่าใครเพราะไม่ได้บันทึกเบอร์ไว้


(ฮัลโหล นั่นยองอุนใช่ไหม)

ใจผมกระตุกไปแวบนึง เสียงของพี่จองซู หลายวินาทีที่ผมรู้สึกว่าเสียงของตัวเองหายไปพร้อมกับใจที่เต้นรัว

ครับ

(เดือนหน้าประมาณวันที่ 5 ว่างไหม พี่จะชวนมางานแต่งของพี่อะ มาได้รึเปล่า) น้ำตาหยดนึงร่วงผ่านใบหน้าของผมไป

อะไรนะครับ?” มถามออกไปอย่างคนไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

(พี่กำลังจะแต่งงานน่ะ เลยโทรมาชวนเราในฐานะน้องสาขา มาให้พี่ได้ไหม พี่อยากเจอเรา) เป็นการคิดถึงที่ผมรู้ไม่โอเคเลยสักนิด

ครับ ผมตอบออกไปได้แค่นั้น

(โอเค แล้วเจอกันนะ)

....

เขาวางสายไปแล้ว

และผมก็นอนร้องไห้อยู่อย่างนั้นทั้งคืน

เขาเดินออกไปเริ่มต้นใหม่ได้จริงๆ

และมีเพียงเขา

ที่ยังจะตายอยู่ตรงนี้

สมควรแล้ว

......

เสียงโทรศัพท์เรียกเขากลับมาในช่วงเวลาปัจจุบันหลังจากปล่อยตัวเองให้ร้องไห้ในรถอย่างไม่อายใคร เป็นเบอร์ของคิมจงอุนที่โทรเข้ามา

(มึงจะห้าโมงแล้วนะ จะมาเปล่า)

เออกำลังไป รอกูก่อน

(เออ มึงไหวแน่นะ)

อือ เขาตอบไปแค่สั้นๆเพราะไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาตอบเหมือนกัน

(มึงยังมีพวกกูนะ รีบๆมา กูวางสายละ) อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนที่เข้าใจถึงมันจะด่าผมบ่อยก็ตามเถอะ

ผมขับรถไปยังงานแต่งของพี่จองซู


ถ้าวันนั้นเขาเลือกที่จะยังอยู่กับพี่จองซู

ถ้าคืนนั้นเขาไม่เดินออกไปจากบ้านนั้น

งานแต่งวันนี้ อาจไม่มีขึ้น

หรือเขาอาจจะได้แต่งกับพี่จองซูเองก็ได้


ก็ได้แค่คิด แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะโง่เองที่ปล่อยให้รอยยิ้มของเขาหายไป

เขาเดินเข้าไปในงานด้วยย่างก้าวที่เต็มไปด้วยความรู้สึกไม่โอเคเอาซะเลย

เขาทักทายกับกลุ่มเพื่อนที่ยืนรออยู่

และเขาก็เห็นปาร์ค จองซู ในชุดสูทที่แต่งตัวให้ดูหล่อที่สุด

แต่สำหรับสายตาเขา ปาร์ค จองซู ก็ยังคงเป็นรุ่นพี่ปีสามที่มัดผมรวบพร้อมกับชุดนักศึกษาที่มีเสน่ห์เหลือเกิน


มีเพียงความน่ารักและรอยยิ้มที่สวยเสมอ

....

และรอยยิ้มนั้นกำลังยิ้มให้กับเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ


อ้าว ยองอุน มาๆถ่ายรูปด้วยกัน พี่เขากวักมือเรียกผมไปหา เหมือนวันแรกที่เขาแพ้เกมส์ไม่มีผิด


ผิดที่วันนี้เป็นงานแต่งของปาร์ค จองซู


เขาเดินเข้าไปก่อนจะโค้งให้ทั้งคู่


สบายดีไหมยองอุน ไม่ได้เจอกันนานเลย

ก็ดีครับ

ดีแล้ว สบายดีก็ดีแล้ว พี่เขาพูดพลางแตะไหล่ผมพร้อมบีบเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นไล่น้ำตาอย่างอดไม่ได้

คบกันนานยังครับ ผมถามออกไป

“2 ปีกว่าน่ะ

มีความสุขกันใช่ไหมครับ

อือ เรารักกันดี เขาตอบพลางกุมมืออีกข้างของเจ้าสาว

รักกันนานๆนะครับ ดูแลเขาให้ดีๆด้วยนะครับ เขาน่ะดื้อเก่ง ผมหันไปพูดกับว่าที่ภรรยาของพี่จองซู ถ้าดูแลเองไม่ได้ ก็คงต้องฝากให้เธอดูแลแทนแล้วกัน

จริงค่ะ เขาดื้อจริงๆ ฉันเจอมาเยอะเลย เอาเป็นว่าเรามาถ่ายรูปด้วยกันดีกว่าเนอะ หวานกันชะมัด

เราถ่ายรูปกันไปสองสามรูปตามความต้องการของคู่บ่าวสาว

พี่จองซูครับ ผมเรียกพี่เขาหลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้ว


กอดได้ไหมครับ ผมถามออกไปอย่างเกรงใจ


ได้สิ ผมคว้าคนตัวบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด น้ำหอมกลิ่นเดิม แชมพูกลิ่นเดิม หุ่นเหมือนจะผอมกว่าเดิมแฮะ พี่เขาลูบหลังผมเบาๆราวกับปลอบใจผม


ผมรักพี่นะ คิดถึงพี่มากด้วย ผมพูดออกไปราวกับกระซิบ


อืม พี่รู้ แต่พี่ไม่อยากอยู่ที่เดิมแล้ว พี่ขอโทษนะ แล้วผมจะไม่ให้อภัยพี่ได้รึเปล่า

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมผละจากอ้อมกอดนั้นก่อนเราจะสบตากัน แววตาที่เป็นประกายเหมือนทุกครั้งที่เราสบตากันในทุกค่ำคืนก่อนนอน

ผมขอตัวก่อนนะครับ ผมแวะมายินดีพี่เฉยๆ พอดีติดธุระด่วน ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่อยู่จนงานจบ ผมจับมือของทั้งคู่และโค้งลา มือของปาร์ค จองซูก็ยังคงเป็นมือที่พอดีกับคิม ยองอุนเสมอจริงๆ

ผมเดินออกมาพร้อมกับคำถามของกลุ่มเพื่อนที่ว่าผมโอเครึเปล่า แต่ผมไม่มีแม้แต่คำจะบอกว่าโอเคหรือไม่ เพราะผมโคตรไม่โอเค

ไม่โอเคจนต้องมาร้องไห้เป็นไอ้โง่ที่ลานจอดรถอย่างคนโง่ที่รักษาอะไรไว้ไม่ได้เลย

แม้กระทั่งรอยยิ้มและหัวใจของตัวเอง


_______________________________________________________________________________________________________________

SF คังทึก เรื่องแรก กี๊สสสสสส 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

13 ความคิดเห็น