Fake Angel นางฟ้าจอมปลอม

ตอนที่ 8 : Chapter 2 : And so? Do you still brave to dream? [แล้ว...เธอยังกล้าที่จะฝันไหม?]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 675
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.พ. 55

Chapter 2 : And so? Do you still brave to dream? [แล้ว...เธอยังกล้าที่จะฝันไหม?]


รอบหอคอยสีเทาทะมึน ฝุ่นดินละเอียดจากพื้นปลิวฟุ้งไปทั่ว ลมที่ร้อนและแห้งผากพัดเอาเศษหินเล็กๆครูดปะทะกับฐานหินของหอคอย ส่งเสียงเสียดสีแหลมเล็กที่แสนรำคาญหู บางทีลมก็พัดแรงเสียจนซากหินก้อนมหึมาที่กองสุมอยู่ด้านบนของหอคอยสั่นไหว ราวกับจะพังทลายลงมา วูบหนึ่งลมพัดแรงจนพาหินก้อนขนาดเกือบเท่าตัวมนุษย์ตกลงมาอย่างฉับพลัน น้ำหนักของหินดึงตัวของมันตรงดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของหินกลับมิใช่พื้นดินที่รกร้างว่างเปล่า แต่เป็นร่างของนักเดินทางที่กำลังสำรวจทางเข้าหอคอย

“Double Sonic Slash !!”
สิ้นเสียงของนักรบสาว คลื่นพลังรูปกากบาทก็เข้าปะทะก้อนหินที่ตรงดิ่งลงมา หินก้อนใหญ่แหลกละเอียดกลายเป็นเศษกรวดเล็กๆ นักรบหญิงคนเดิมรีบสะบัดผ้าคลุมของเธอคลุม
Dwarf ตัวเล็กๆที่อยู่ด้านข้าง

แค่ก แค่กๆๆอิลมาเรปิดปากของเธอในขณะที่กำลังสำลักฝุ่นควัน คอของเธอแสบระคายไปหมดจนน้ำตาแทบไหล

โอเคนะฟราก้าถามเด็กน้อยในอ้อมแขน พลางลูบหัวเจ้าม้ามังกรที่วิ่งตามมาด้านหลังเป็นเชิงปลอบว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงเข้าไปข้างในกันดีกว่า อยู่แถวนี้จะมีอะไรตกลงมาอีกไม่รู้ทหารสาวเอ่ยก่อนจูงมือเพื่อนร่วมทางของเธอเดินไปยังบริเวณฐานของหอคอย

เฮ้อ เหนื่อยสุดๆฟราก้าเลือกผนังหินข้างบันไดด้านหนึ่งเป็นที่นั่งพัก ช่วงเวลาที่เดินทางมา 3-4 วัน เธอและเพื่อนร่วมทางทั้งสอง ต้องฝ่าอุปสรรคมาไม่น้อยกว่าจะมาถึงจุดหมาย ไอ้หินบ้านั่น แสบจริงๆทหารสาวพูดพลางปาดเศษกรวดที่ติดตามใบหน้า มือที่เต็มไปด้วยเหงื่อของเธอทำให้กรวดที่เปียกชื้นพันไปกับเส้นผม โอย .\/.” ฟราก้าครางอย่างขัดใจ

ข้าช่วยดีกว่ามั้งอิลมาเรพูดพร้อมช่วยปัดเศษหินออกจากตัวนักรบสาว แฮชชี ไปสะบัดตัวทางโน้นไป” Dwarf น้อยสั่งสัตว์เลี้ยงของเธอ ว่าแต่เจ้าเห็นอะไรจากจี้อันนี้เพิ่มมั้ยอิลมาเรที่กำลังขะมักเขม้นกับการกำจัดก้อนกรวดเริ่มบทสนทนา

จะว่าไงดี ถ้าเป็นภาพเป็นชิ้นเป็นอันละก็แทบไม่มี แต่ว่าข้ารู้สึกแปลกๆนะ ตั้งแต่เข้าใกล้หอคอยนี่ ข้ารู้สึกหัวใจมันเต้นรัวยังไงไม่รู้ เหมือนกับความดีใจ มันไม่ใช่ความรู้สึกของข้า แต่มันหยุดไม่ได้...
ฟราก้าพูดพลางจ้องลึกลงไปในจี้สีดำแดง แววประกายของมันสะท้อนใบหน้าของทหารสาว วูบหนึ่งอิลมาเรเห็นแววตาของฟราก้าหรี่เล็กลงจนแทบจะเหมือนตาของงู ริมผีปากสีส้มอ่อนนั้นหยักยิ้มสูงจนน่าขนลุก อิลมาเรรีบตะปบมือเล็กๆทั้งสองของเธอลงบนจี้ในมือคู่สนทนา

อะ.....อือฟราก้าครางได้สติ ข้า วูบไปอีกแล้วรึทหารหญิงส่ายหัว

เจ้าเห็นอะไร?” อิลมาเรถามในขณะที่ยังกำฝ่ามือของฟราก้าแน่น

สิงโต......สิงโตสีดำ ตราของกองทัพของข้า มันอาจจะเป็นธงของกองทัพแต่ข้าไม่แน่ใจ ธงมันควรจะเป็นสีขาว แต่มัน.....อือ.....ฟราก้ายกมือข้างที่เหลือนวดศีรษะตัวเองไปมาไม่...ถึงภาพมันจะแค่แวบเดียว ทำไมข้านึกต่อไม่ออกนะอิลมาเรคลายมือของเธอออกจี้นี่มันอะไรกันแน่ฟราก้าพูดพลางหมุนจี้ในมือไปมา

มันเป็นสัญลักษณ์ของคนกลุ่มหนึ่งน่ะเด็กน้อยตอบคำถาม ในขณะที่ฟราก้านิ่งเงียบรอฟังคำพูดประโยคถัดไปอย่างสนใจ ฟาราบอกข้า จริงๆแล้วจี้นี้น่ะมีอีกเป็นร้อยๆพันๆอัน มันเป็นสัญลักษณ์ของคนที่ได้รับการยอมรับ ให้เป็นพี่น้อง........มันเป็นสิ่งพิเศษ และที่สำคัญจี้แต่ละอันจะมีเจ้าของเพียงหนึ่งเดียว แน่นอนรวมถึงอันที่อยู่ในมือเจ้าด้วยอิลมาเรพูดพลางชี้ไปยังจี้ที่ส่องประกายระริก

สิ่งนี้น่ะเป็นวัตถุที่อาบไปด้วยเวทมนตร์ มันหลอมรวมเป็นเสมือนส่วนหนึ่งของความนึกคิด เจ้าเข้าใจไหมว่ามันหมายถึงอะไรอิลมาเรตั้งคำถาม

ฟราก้าเกาคางอย่างใช้ความคิด ข้าไม่ค่อยฉลาดด้วยนะ แต่เจ้าหมายความว่าภาพที่ข้าเห็นเป็นความทรงจำของเจ้าของจี้ อันนี้ใช่ไหม?” Dwarf ตัวเล็กพยักหน้าน้อยๆ เดี๋ยวสิ!ฟราก้าฉุกคิดบางสิ่งมันมีภาพของสิงโตดำ...กองทัพ.....แปลว่าภาพที่หลอกหลอนข้า มาจากความทรงจำของคนอื่น...ฟีโนมีน่อน?....” อิลมาเรไม่ตอบเพียงแต่จ้องมองเงียบๆ โอ้ย งง เว้ยหญิงสาวสบถส่ายหน้าหงุดหงิด จี้ที่ได้รับมานี้ นอกจากจะทำให้เธอนึกถึงความทรงจำที่หวาดผวา...อาจารย์.....มันยังทำให้เธอได้เห็นความทรงจำของคนอื่น ที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับสิงโตดำอันเป็นที่รัก.....ทหารสาวระบายลมหายใจพร้อมกับกุมศีรษะของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน

มาเถอะฟราก้ารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ข้อมือ อิลมาเรดึงแขนของเธอเบาๆเจ้าร้องขอที่จะรู้ความจริงไม่ใช่เหรอ นางฟ้าจอมปลอมจะบันดาลให้ความหวังนั้นสมปรารถนาอิลมาเรพูดพลางยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูไร้ความสุขเหลือเกินในสายตาของฟราก้า

แหมข้าพึ่งรู้นะเนี่ยว่ามีนางฟ้าที่เตี้ยขนาดนี้ด้วย~~” ฟราก้าลากเสียงยาวพลางขยี้ผมสีทองของเด็กน้อยไปมา อิลมาเรจิกมือของหญิงสาวพร้อมตวาดแว้ด

ข้าเป็นแค่ผู้ช่วยย่ะ!!ฟราก้าหัวเราะร่า พลางลุกขึ้นเดินตามเด็กน้อยที่วิ่งหนีอย่างโกรธๆไปอีกทาง

-----------------------------------------------------------------------------------------------



นี่....ฟราก้าเสียงเล็กๆแว่วมา
อะไรเสียงตอบห้วนๆของผู้ถูกเรียก

เมื่อไรจะถึงอ้ะ...ข้าเบื่อแล้วนะอิลมาเรตอบยานคาง
เจ้านี่ ไหนเจ้าบอกให้ข้านำทางตามความรู้สึกไงทหารสาวส่ายหน้าหงุดหงิด

แต่เราเดินวนขึ้นลงบันได มา4-5ช.ม. แล้วนะข้าเหนื่อย~~”
ข้ากับเจ้ามังกรนี่มากกว่าที่เหนื่อย เจ้านี่มัน..หมัดของฟราก้ากำแน่น ตัวเธอสั่นริกๆพยายามห้ามใจไม่ให้เขกป๊อกลงไป กลางหัวของเด็กน้อยที่นอนสบายอยู่บนหลังสไตร์เดอร์

แล้วฉับพลันทหารสาวก็คุกเข่าลง เธอยกแขนกันการเคลื่อนไหวของม้ามังกร อิลมาเรก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เด็กน้อยพลิกตัวขึ้นนั่งพลางสังเกตบรรยากาศรอบด้าน ฟังสิฟราก้าเอ่ยในขณะที่เสียงครวญครางแว่วมาตามลม มันเหมือนกับเสียงของสิ่งมีชีวิตที่ทุกข์ทรมานผสมกับเสียงลมหายใจของสัตว์ร้าย ฟราก้าไล่สายตาอย่างนักรบที่เจนสนามไปมาอย่างรวดเร็วรู้สึกเหมือนเราถูกล้อมมั้ย...ทหารสาวกล่าวพลางชักดาบ Stormbringer คู่ของเธออกมาอย่างรวดเร็ว

กว้าก!!
เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมแรงปะทะ ฟราก้ายกดาบในมือข้างหนึ่งรับกำปั้นคู่ที่ฟาดลงมาของปีศาจโครงกระดูก เสียงของท่อนกระดูกทึบตันเสียดสีครืดคราดกับคมดาบ ให้ความรู้สึกราวกับฟันดาบชนหินหนาหนัก เจ้าปีศาจตนเดิมกระชับอุ้งมือทั้งสองแน่นพร้อมกดแรงหมายจะสะบั้นดาบให้หัก แต่นักรบสาวก็ไหวตัวทัน เธอผ่อนแรงถอยดาบตามทิศทางการโจมตีเพื่อลดแรงปะทะ ในขณะที่มืออีกข้างตวัดดาบอย่างรวดเร็วหมายทำลายลำตัวของเจ้าโครงกระดูก แต่ก่อนที่คมดาบจะปะทะฟราก้าก็ต้องกระโดดหลบถอยไม่เป็นท่า โชคดีที่สัญชาตญาณของเธอยังเฉียบคม


ตูม!!!
เสียงพื้นหินสีเทาระเบิดกระจาย ทหารสาวมองภาพตรงหน้าอย่างแหยงๆ สุนัขปีศาจฝังหัวของมันปักในพื้นหินแทนที่จะเป็นท้องของฟราก้า มันคำรามอย่างขัดใจสะบัดหัวขึ้นแรงจนเศษหินพัดปลิวไปทั่ว ฟันคมยาวนับสิบซี่เคี้ยวเศษหินในปากแหลกละเอียด สัตว์ประหลาดทั้ง
2 ตั้งท่าจะจู่โจม ฟราก้าอีกครั้ง

“2 ต่อ 1 เรอะ จะไหวไหมวะเราฟราก้าสบถพร้อมตั้งท่ารับ

มะ..ไม่ ใช่ 2 มั้งฟราก้า ดูนั่นสิอิลมาเรพูดเสียงสั่นพลางชี้นิ้วไปทางด้านหลังปีศาจทั้ง 2 ตัว ภาพที่ปรากฏคือฝูงปีศาจขนาดใหญ่นับสิบตัวพากันย่างสามขุมมาทางพวกเธอ ฟราก้ามองหน้าอิลมาเรเหงื่อตก

อย่ามองข้ายังงั้นสิ เจ้าจะให้Dwarfน้อยน่ารักอย่างข้าสู้สัตว์ประหลาดพวกนี้เหรอ>_<”

น่ารักตรงไหนเนี่ยฟราก้ามองอย่างหมั่นไส้ ไหนเจ้าเป็นผู้ช่วยของ Fake Angel ไม่ใช่เรอะ ทำไรสักอย่างสิฟราก้าพูดพลางก้าวถอยหลังตามจังหวะการรุกของพวกปีศาจ

ผู้ช่วยไม่ได้มีหน้าที่สู้กับปีศาจนะยะอิลมาเรตอบเสียงแหววพลางกอดคอแฮชชีแน่น

เยอะแบบนี้ข้าก็ไม่ไหวเหมือนกันฟราก้ายิ้มหน้าซีดเมื่อ 3 ชีวิตถอยถึงทางตัน  “ข้าว่าพวกเราต้อง..............เผ่น~~~~~~~~” จบประโยคนักรบสาวรีบกระโดดขึ้นหลังสไตร์เดอร์พร้อมกอดอิลมาเรไว้ในอ้อมแขนแน่น ฟราก้าใช้ขาทั้งสองกระทุ้งสีข้างม้ามังกรส่งผลให้มันกระโจนตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

ไปเลยแฮชชีวิ่ง!!!!
อิลมาเรตะโกนสุดเสียง แฮชชีตอบรับคำสั่งจากเจ้านายตัวน้อยของมันด้วยการพุ่งทะยานราวลูกธนูเขาด้านหน้าแหวกฝ่าอากาศพุ่งทะลวงฝูงมอนเตอร์ให้แตกเป็น
2 ฟาก เจ้าสไตร์เดอร์วิ่งทะยานราวพายุ แต่พื้นที่อันจำกัดทำให้ไม่สามารถสลัดฝูงปีศาจที่ไล่ตามมาให้หลุดได้ นอกจากนี้จำนวนปีศาจที่ไล่ตามทั้ง 3 ก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ

ข้าว่ามันแปลกๆนะทำไมมอนเตอร์ถึงมาพร้อมกันเยอะขนาดนี้ฟราก้าพูดอย่างรวดเร็วขณะเหลียวมองด้านหลัง

ข้าจะไปรู้ได้ไงล่า รู้งี้ให้ฟารามาด้วยก็ดี แง้~~” อิลมาเรคราง

“!!!!!!!!!!!!”
ยังไม่ทันที่ทั้ง
2 จะพูดอะไรออกมาอีก พื้นหินบริเวณที่แฮชชีกระโดดเหยียบก็พังทลายลง 2 คนกับอีก 1 ตัว ลอยคว้างกลางอากาศ ด้านล่างนั้นมองไม่เห็นแม้แต่พื้นมีเพียงเงาหลุมลึกสีดำ

อิล.....ฟราก้าพยายามคว้าตัวDwarfน้อยไว้แต่ไม่สำเร็จ และนั่นเป็นภาพสุดท้ายที่เธอเห็น ก่อนจะถูกเศษหินที่ร่วงลงมาพร้อมกันกระแทกให้ลอยกระเด็นไปอีกทางอิลลลลลลลลลลลลลลลลล

เฮี้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า~~~~~~” เสียงหัวเราะแหลมคุ้นหูดังแว่วมาจากปากหลุมที่ทั้ง 3 ตกลงไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------



อืม...อือ..ฮึ
อิลมาเรครางสติของเธอค่อยๆกลับคืนมาเพราะสัมผัสเปียกชื้นสากๆบนแก้ม
อ่า พอแล้วๆแฮชชีเธอปรามก่อนที่น้ำลายเหนียวเยิ้มจะเลอะหน้าไปมากกว่านี้ Dwarfน้อยกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับแสง เธอชันตัวขึ้นนั่งพลางบ่น อ่อย +_+ ปวดไปหมดเลย ฮือ ยัยฟาราบ้าน่าจะมาด้วยกันT^T”

อิลมาเรมองสำรวจไปรอบๆบริเวณที่เธอตกลงมาแฮชชีนอนหมอบให้เธอพิงข้างๆ แสงในห้องมีไม่มากนัก แต่ก็พอที่จะจับภาพของซากกระดูกมนุษย์จำนวนมากมายบนพื้น กระดูกเหล่านี้แห้งกรอบและผุกร่อน เนื้อที่ระเหิดไปในอากาศไม่เหลือไว้กระทั่งกลิ่นเหม็น ชุดที่ซากศพสวมใส่บ่งบอกว่าเป็นพวกนักรบ และสิ่งที่สะดุดตาอิลมาเรมากที่สุดคือ ตราสลักรูปสิงโตดำบนโล่สีเทาเงิน ตรานั้นสั่นไหวน้อยๆทำให้เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากโล่ เด็กน้อยค่อยๆพยุงตัวขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น มีอะไรใต้นี้นะ.....พูดพลางขยับโล่ออกอย่างเบามือ

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าอิลมาเรเป็นมือของนักรบผู้หนึ่ง มือนั้นสั่นเบาๆ “!!!!!ยังไม่ตายนี่เธออุทานพร้อมมองสำรวจรอบบริเวณอย่างละเอียด เหนือมือใต้โล่ข้างนั้นเป็นกองซากหินหักพัง แฮชชีช่วยหน่อยอิลมาเรรื้อเศษหินออกด้วยความรีบร้อนโดยมีเจ้ามังกรคอยช่วยดันหินก้อนใหญ่ๆอีกแรง

ได้....โปรด.......เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากใต้ซากนั้น มันเป็นเสียงทุ้มแน่นและฟังดูอ่อนแรง

ตึง~~”
อิลมาเรออกแรงทั้งหมดผลักหินออกใต้ซากหินนั้นคือร่างของนักรบในชุดเกราะบริกันดิน ใบหน้าซีกหนึ่งของนักรบชรานั้นเน่าและฉีกขาดไปจนเกือบจะเห็นกระดูก
แบบนี้คงไม่รอดแล้วมัง......อิลมาเรพูดเบาๆ ควับ!!มือที่อ่อนแรงคว้ามือเล็กๆอย่างรวดเร็วDwarfน้อยชั่งใจเธอไม่สะบัดมือนั้นออกท่านมีอะไรจะพูดรึ? มีความปรารถนาที่ยังไม่สมหวังสินะ?” อิลมาเรโน้มใบหน้าลงจนแทบจะชิดกับนักรบผู้นั้น บอกความหวังของท่านมาสิ.....เธอกล่าวพลางมองลึกลงไปในดวงตาของนักรบที่ใกล้จะเป็นซากศพนั้น

ได้.......โปรด..........เสียงแหบแห้งอ่อนแรงทว่าแน่วแน่เอ่ย.....................


-----------------------------------------------------------------------------------------------


ฟราก้ากำลังฝันร้าย ในความฝันสีขาวดำเธอมองภาพตรงหน้าผ่านสายตาของผู้อื่น เสียงหัวเราะแหลมเสียดแทงแก้วหูดังก้องไม่ขาดสาย ทหารสาวมองเห็นร่างนักรบมากมายค่อยๆล้มราวใบไม้ร่วง นักรบเหล่านั้นล้วนคุ้นตา แล้วภาพชายผู้หนึ่งที่ยืนประจันหน้ากับเจ้าของดวงตาที่เธอมองผ่านก็ทำให้สติของฟราก้าตื่นตัวทันใดท่านแม่ทัพ..จากนั้นภาพแห่งความฝันรอบกายก็เริ่มหมุนวนรวดเร็ว นักรบสาวเห็นเหล่าทหารชราแห่งสิงโตดำต่อสู้กันเองด้วยความบ้าคลั่ง เธอจำสิ่งที่ครอบงำพวกเขาได้...มันคือคำสาป

เสียงสาปแช่ง แห่งความบาดหมางจงปะทุ Curse Discord”
เสียงอัปลักษณ์ที่แสนจะคุ้นยิ่งกว่าคุ้น ฟราก้ายังคงมองภาพตรงหน้าผ่านสายตาของผู้ที่สาปแช่ง หัวใจของเธอกระตุกสั่น เพื่อนร่วมรบของเธอกำลังล้มตาย พิษร้ายกลายเป็นหมอกกรดสีเขียวเข้ม มันแพร่กระจายไปในอากาศกัดกินเนื้อหนังของซากศพหรือแม้แต่ผู้ที่ยังมีลมหายใจ แล้วฟราก้าก็รู้สึกร้อนราวทรวงอกถูกไฟเผา


ว้ากกกกกกกกกกกกกก
เสียงตะโกนก้องกระทันหันทำให้ร่างใต้ผ้าคลุมหยุดชะงัก นักรบสาวที่สลบไสลบัดนี้ดีดตัวร้องขึ้นมาน้ำตานองหน้า


ฝันร้ายรึ ทหาร?”
มันถามพลางขยับตัวถอยหลังไปหลายก้าวฟราก้าสำรวจตัวเอง จี้ห้อยคอนี้เองที่ปลุกเธอจากความฝัน เธอยันตัวขึ้นคว้าดาบคู่ออกมารวดเร็ว

แก ฟีโนมีนอนใช่มั้ย!!?” ฟราก้าคำรามมองไปรอบห้องอิลมาเร...เด็กที่มากับข้าอยู่ที่ไหน!?”

เนโครแมนเชอร์ไม่ตอบ ตาสีแดงแวววับใต้ผ้าคลุมจ้องจี้ที่คอฟราก้าไม่วางตา มันยื่นมือสีเทาซีดออกมาคว้าอากาศช้าๆ อีกนิดเดียวแท้ๆ เจ้าก็จะกลับมาอยู่ในมือข้า..... มือที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกกำอากาศที่ว่างเปล่า เจ้าคงต้องการให้ข้าลงทัณฑ์สิงโตตัวสุดท้ายก่อนใช่ไหม พริบตามือนั้นก็กำหมัดแน่นจนกระดูกนิ้วหักกระจาย  หอกกระดูก จะทิ่มแทงร่างเจ้า Death Spike”  พลันเศษกระดูกนั้นก็รวมตัวกันราวคมหอกสีขาวพุ่งทะยานใส่ฟราก้าแรงเร็ว

เล่นทีเผลอเรอะ Sonic Blaster
แกลดดิเอเตอร์สาวฟาดดาบคู่ของเธอให้คมดาบปะทะพลังเวทย์ ก่อนมองสำรวจห้องหินทึบตัน
อิลไม่อยู่ที่นี่...ฟราก้าครางเบาๆโล่งใจ จากนั้นจึงกระโจนเข้าหาจอมเวทย์นอกรีตหมายฟาดฟันให้สมแค้น แกทำลายกองทัพของข้า ฟีโนมีนอน!!

แต่เนโครแมนเชอร์ก็ว่องไวไม่แพ้กัน ร่างที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกพริ้วไหวไปมาใต้ผ้าคลุม
พวกมันสมควรเป็นเช่นนั้นแล้ว และเจ้าก็เช่นกัน ทหาร

หมายความว่ายังไง!?” นักรบสาวถามขัดเคือง ข้าไม่รู้จักเจ้าด้วยซ้ำเธอตวัดดาบเกี่ยวเสื้อคลุมของศัตรูจนขาดเผยให้เห็นใบหน้าสีเทาซูบซีดและที่สะดุดตาคือตราสิงโตดำที่ปักอยู่บนชุดใต้ผ้าคลุมนั่น

ฟีโนมีนอนกระโดดถอยหลังทิ้งระยะห่างแปลกใจที่ฟราก้าหยุดการโจมตี
สนใจสิ่งนี้รึ ทหาร?” มันพูดพลางชี้ไปบนอกเสื้อของตนเอง

เจ้าก็เป็นสิงโตดำ......ทำไม?” ฟราก้าถามในขณะที่ยังตั้งท่าพร้อม

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
 ปีศาจฟีโนมีนอนระเบิดเสียงหัวเราะ ข้าเป็นสิงโตดำงั้นรึไม่นึกว่าจะเหลือคนคิดเช่นนั้น....ใช่ แต่ถ้าพูดให้ถูกคือข้าเคยเป็นน่ะ ฮ่า ฮ่า ฟราก้ารู้สึกสับสนมีปริศนามากมายจนเธอเริ่มเวียนหัว ข้าจะให้เจ้าได้เห็น การฆ่าคนที่ไม่รู้เป็นบาปเหลือเกิน จอมเวทย์ปีศาจกล่าว

เป็นบาปที่ไม่ทำให้เจ้าทุกข์ทรมานจนถึงวิญญาณในขณะที่ดับดิ้นไปไงล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
สิ้นเสียงที่น่ารังเกียจนั้นจี้บนหน้าอกของฟราก้าก็เปล่งประกายสีดำแดงบาดตา กลืนสติของเธอไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------



สายฝนโปรยปรายฉ่ำเย็นและเหน็บหนาวทิ่มแทงบาดลึกถึงกระดูก พื้นโดยรอบเป็นทุ่งดินโคลน ธงศึกสีขาวที่ประดับด้วยตราสิงโตสีดำบัดนี้จมอยู่ภายใต้พื้นโคลนที่ผสมด้วยคราบเลือด เมื่อสายฟ้าฟาดผ่านเงาของมนุษย์ 3 ร่างก็ปรากฏ ไม่นับรวมซากไร้ชีวิตของนักรบและสัตว์ประหลาดนับร้อย

หมดทางหนีแล้วฟีโนมีนอนนักรบในชุดเกราะบริกันดินเอ่ยเข่นเขี้ยวเขาคือแม่ทัพแห่งสิงโตดำในวัยหนุ่มนั่นเอง

เห็นแก่ความเป็นเพื่อน จงจำนนแล้วกลับไปรับโทษซะบุรุษอีกผู้หนึ่งเอ่ยสองมือของเขากระชับดาบคู่มั่น

เพื่อนรึ เป็นคำที่น่าขยะแขยงเสียจริงเสียงแหบแห้งของบุคคลที่ 3 ตอบกลับมา มันคือจอมเวทย์นอกรีตฟีโนมีนอน

เจ้ากล้าพูดเช่นนี้รึ!!แม่ทัพหนุ่มตะคอกดาบในมือเขาเปล่งประกายวาบ
เดี๋ยว ข้าอยากรู้เหตุผล ทำไมจึงทรยศต่อกองทัพสหายเอ๋ย..แกลดดิเอเตอร์ผู้ถือดาบคู่ถามในขณะที่เขารั้งตัวแม่ทัพสิงโตดำไว้ ฟีโนมีนอนมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช

ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกเจ้านี่ช่างโง่งมเหลือเกิน ยึดติดกับกองทัพบ้านนอกและสหายที่อ่อนแอกว่าตนมันเยาะเย้ยพลางเต้นไปมา จงดูนี่ พลังของข้า ข้าผู้ได้รับการยอมรับจากท่านผู้ยิ่งใหญ่จอมเวทย์ร้ายชูจี้ดาวหกเหลี่ยมขึ้นเหนือศีรษะอย่างแสนภาคภูมิใจ

นั่นมันตราของลัทธินอกศาสนา Forsaken...” นักรบดาบคู่เอ่ยสีหน้าตกใจ
แก ไอ้โง่ ทิ้งเพื่อนที่ร่วมรบกันมาเพื่อพวกนอกรีตเรอะ!!แม่ทัพตะคอกโกรธเคือง ในขณะที่ฟีโนมีนอนชักสีหน้าบิดเบี้ยว

ที่โง่น่ะพวกแกต่างหาก -ผู้ถูกทอดทิ้ง- คือสายสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกด้อยค่าใบนี้ให้เจิดจรัสต่างหากจอมเวทย์ขยับจี้ในมือไปมาพลางจ้องมองประกายสีดำแดงนั้นอย่างหลงใหลและข้าก็คือหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น หลักฐานก็คือพลังนี้ไงล่ะ!!พลันแสงพิษสีม่วงเขียวก็ระเบิดจากพื้นโดยรอบ ส่งนักรบทั้ง2กระเด็นไปไกล

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นไงข้าแข็งแกร่งใช่มั้ย? พลังที่ยอดเยี่ยมกว่าใคร วันเวลาที่เป็นตัวกระจอกในกองทัพเวลาที่เป็นรองพวกเจ้าอยู่เสมอ ไม่มีอีกแล้ว!เนโครแมนเชอร์กล่าวเริงร่า

เจ้าตีค่ามิตรภาพของเรา 3 คนแค่นั้นหรือ เจ้าจำคำสาบานของเราไม่ได้รึแกลดดิเอเตอร์ถามหนักแน่นในขณะที่พยายามชันกายขึ้น

ไม่ต้องพูดแล้ว มันโดนความโลภครอบงำหลงระเริงในพลังจอมปลอม ข้าจะฆ่ามันแม่ทัพหนุ่มตะโกนกร้าวพุ่งดาบเข้าใส่จอมเวทย์ผู้ทรยศ

ดาบแห่งความสับสน จะสั่นคลอนเจ้า Curse Chaos”
สิ้นเสียงสาปดาบของแม่ทัพสิงโตดำก็พุ่งทะลวง แต่ดาบนั้นหาโดนเป้าหมายไม่มันได้สัมผัสเพียงอากาศว่างเปล่า
มันไม่ใช่ความโลภมันคือความฝันต่างหากล่ะ ข้าใฝ่ฝันถึงวันที่จะแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้ามาแสนนานฟีโนมีนอนเอ่ยปลาบปลื้มพอดับลมหายใจเจ้า2คน และเอาชิ้นส่วนของผนึกแห่งการเห็นจริง (Seal of Revelations) ไปมอบให้นายท่านงานของข้าก็จะเสร็จสิ้นมันกล่าวด้วยเสียงแหบแหลมลิงโลด

หึหึ ข้านึกแล้วว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลัง นายของเจ้าคงจะไม่ปลื้มกับผลงานครั้งนี้หรอกฟีโนมีนอนแม่ทัพหนุ่มกล่าว

ชิ้นส่วนของผนึกที่กองทัพเรารักษาไว้ไม่ได้อยู่ที่พวกข้าแล้ว ข้าส่งมันไปที่ศาสนจักรระหว่างที่เจ้าหลงระเริงกับการทำลายสิงโตดำไงล่ะแกลดดิเอเตอร์สำทับคำ

แผนตลบหลังของนักรบทั้ง 2 เหมือนสายฟ้าฟาด จอมเวทย์อ้าปากค้างความคิดในสมองวิ่งวน

จงนำชิ้นส่วนของผนึกแห่งการเห็นจริงมาให้ได้ มันจะพิสูจน์คุณค่าของเจ้า จงนำมาให้ได้ จงนำมาให้ได้..................เสียงของนายเหนือหัวดังก้อง ร่างของฟีโนมีนอนสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว ถ้าผนึกนั่นถูกส่งไปไกลขนาดนั้นนายท่านต้องไม่พอใจมากแน่ๆ ข้าสาบานว่าจะนำมันไปพิสูจน์ตนเองต่อหน้าพี่น้องวันนี้ จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี?????????? สติของฟีโนมีนอนแทบแตกกระจายเลือดในกายวิ่งวนราวพายุบ้า มันออกวิ่งไม่สนใจนักรบสิงโตดำทั้ง 2 แม้แต่น้อย

ฮิ ฮิ ทำงานพลาดงั้นรึ น่าสงสาร ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ
ตึก ตึก ตึก แฮ่ก แฮ่กๆๆจอมเวทย์วิ่งพล่านไปทั่ว อากาศที่มันหายใจราวก้อนหินหนาหนักกดทับลำคอจนตีบตัน

น่าสมเพชจริงงานง่ายๆแค่นี้กลับทำไม่สำเร็จ เจ้าขยะ
เสียงกระซิบเหยียดหยามยังหลอกหลอนอยู่ในหู มันกำจี้ห้อยคอแน่นราวที่ยึดเหนี่ยวสุดท้าย

ข้าว่าเจ้ารีบหนีดีกว่ามั้ง อีกเดี๋ยวผู้เก็บกวาดของนายท่านก็คงออกล่าเจ้าแล้ว
เส้นเลือดในขมับปูดโปน กล้ามเนื้อใบหน้าบิดเบี้ยว ฟันของมันสั่นกระทบส่งเสียงแสบแก้วหู

เจ้าคือผู้ถูกเลือกจงยกคุณค่าของตนด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ผู้มีพลังคือผู้ชนะ ผู้มีพลังไม่มีคำว่าผิดพลาด
เสียงของเจ้านายยังก้องแต่มันเป็นแค่เพียงความทรงจำ บัดนี้ฟีโนมีนอนถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว มันรู้ชะตาของผู้ถูกล่าดี แต่มันไม่ยอม! จอมเวทย์มุ่งหน้าไปณ.จุดเริ่มต้นที่ๆมันได้รับพลัง เพื่อทวงพลังกลับมาอีกครั้ง

-----------------------------------------------------------------------------------------------


นางฟ้าจอมปลอมออกมาสิ ออกมา ข้ารู้ว่าเจ้าฟังอยู่” ........................................................

-----------------------------------------------------------------------------------------------



ตึก!!!
สติของฟราก้ากลับคืนมาพร้อมความรู้สึกแสบร้อนของสายสร้อยที่บาดผิวเนื้อ ปีศาจฟีโนมีนอนกระชากมันออกจากคอของเธอแรง ทหารสาวจ้องมองปีศาจร้ายไม่วางตา
แก ทรยศ เพื่อสัญลักษณ์บ้าๆนั่นเธอร้องตั้งท่าพร้อมโจมตี จอมเวทย์ทมิฬเพียงเหลือบมองด้วยหางตา

ที่รักของข้า เมื่อเรากลับมาอยู่ด้วยกันข้าก็จะมีพลังที่ไม่เป็นรองใคร
มันยิ้มยิงฟันสกปรกก่อนอ้าปากกลืนจี้เส้นนั้นไปอย่างตะกละตะกลาม ดวงตาของฟีโนมีนอนวาวโรจน์ คึ คึ คึ ฮ่า ฮ่า สมแล้วที่ข้ารอคอยมาแสนนาน คำสาปที่พร่ำภาวนา เริ่มจากเจ้าคนขี้แพ้ที่หนีไปยังเกาะมนุษย์ ตามด้วยแม่ทัพชราน่าสมเพช และตอนนี้เมื่อสังเวยเลือดสิงโตตัวสุดท้าย ข้าก็จะได้รับการต้อนรับสู่ Forsaken ใช่มั้ยท่านผู้นำสาร?

อา ตามปรารถนาของเจ้า
เสียงนั้นแว่วมาเป็นเสียงของบุรุษฟังดูหนักแน่นและมีสเน่ห์อย่างประหลาด ฟราก้าหันขวับตามต้นเสียงแล้วเธอก็ตื่นตะลึง เขาคือดาร์กเอลฟ์ผู้มอบจี้สร้อยคอให้เธอนั่นเอง จอมเวทย์มนต์ดำในชุดตุลาการสีแดงยิ้มเย็น
ปลาตัวสุดท้ายมาติดเบ็ดแล้วสินะ

ทันใดสติของฟราก้าก็ไม่เคยแจ่มชัดเท่าวินาทีนี้มาก่อนเธอเรียบเรียงเรื่องราว
เธอรู้ความจริงแล้ว!!


เจ้าสองคนร่วมมือกันสินะ พ่อของข้า กองทัพของข้า ข้าคือคนสุดท้ายใช่มั้ยนักรบสาวรู้เหตุผลที่เธอโดนขับจากกองทัพ เหล่าทหารชราคงไม่ต้องการให้คนหนุ่มสาวมาต่อสู้ในศึกครั้งนี้ หรือเพราะรู้ว่าไม่อาจสู้ได้ อาจารย์ของเธอ.....พ่อ ความตายที่น่าสงสัยล้วนมีเหตุมาจากคำสาป ดวงตาของฟราก้าร้อนผ่าวเธอจ้องเขม็งไปยังต้นตอของเรื่องทั้งหมด ฟีโนมีนอน ตอนนี้ร่างกายของหญิงสาวสั่นระริกแม้แต่ปลายนิ้วที่กำดาบแน่น เธอโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ย้ากกกกกกกกกก Triple Sonic Slash”
ฟราก้ากวัดแกว่ง
Stormbringer คู่รุกไล่ฟีโนมีนอน
แกทำลายความฝันของข้า ข้าทุ่มเททุกอย่าง ข้าไม่ยอมให้มันจบแบบนี้
เธอตะคอกความโกรธแล่นพล่าน

ฟีโนมีนอนไม่ขยับมันรับการโจมตีมุ่งร้ายอย่างผ่าเผย เมื่อคมดาบฟาดฟันมันร้อง
กรงเล็บปีศาจ จะสูบเลือดเจ้า Vampiric Claw”  แล้วกรงเล็บปีศาจก็พุ่งทะลวงหน้าอกของฟราก้า ฟีโนมีนอนกำลังดูดพลังชีวิตของเธอ ทหารสาวรีบสะบัดตัวหนีทั้งที่เป็นฝ่ายโจมตีเธอกลับบาดเจ็บหนักกว่า

ข้าจะฆ่าเจ้า!! ฟราก้าไม่ยอมแพ้แกว่งดาบรุกไล่อีกครั้ง

นั่นเป็นคำพูดของข้า ทหาร โทษที่พวกเจ้าขัดขวางฝันของข้ามันหนักนัก

ฝันบ้าอะไรของแก ความสำเร็จที่ได้มาจากการทรยศมันจะมีค่าอะไรนักรบสาวตะคอก

สามหาว นังเด็กน้อยการทำทุกอย่างเพื่อบรรลุฝันมันผิดตรงไหน
จอมเวทย์ร้ายขึ้นเสียง
แกทำให้เพื่อนพ้องล้มตาย แกทรยศความไว้ใจของพวกเขาฟราก้าโต้ขณะโจมตีไม่ลดละ

เพื่อนรึ มันมีประโยชน์อะไร เจ้ามีเพื่อนที่ทำให้ความฝันไม่บรรลุจุดหมายเพื่ออะไร?”
ฟีโนมีนอนร้องเสียงแหบแห้ง
ความสำเร็จต้องมาจากการไม่เบียดเบียนผู้อื่นฟราก้าตอบพลางรวมพลังทั้งหมดฟาดดาบคู่เข้าหาศัตรู

เจ้าโง่ ความฝันของเจ้าต่ำค่าเหลือเกิน เจ้าไม่สามารถละทิ้งทุกอย่างเพื่อสร้างให้มันสำเร็จ
ฟีโนมีนอนรับดาบอย่างไม่เกรงกลัว

ดาบคู่ของฟราก้าแทงทะลุร่างปีศาจร้าย มันแสยะยิ้มเริ่มพึมพำคาถาสะท้อนกลับแต่นักรบสาวไหวตัวทัน ใจแห่งความกล้า จิตแห่งศรัทธา Lionheart”  แล้วแสงสีทองก็สว่างวาบจากพื้นดินปกคลุมร่างเธอรวดเร็ว คำสาปร้ายไม่อาจทำอะไรฟราก้าได้

ฟีโนมีนอนกระตุกร่างด้วยความเจ็บปวดจากพิษดาบ
อว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มันร้องโหยหวน

“!!!ข้ามีความฝัน!!!  “!!!ข้ามีความฝัน!!! 
ทั้งสองประสานเสียงกันอย่างไม่คาดมาก่อน ฟราก้าชะงักมือของเธอยังกำดาบคู่ที่แทงทะลุร่างฟีโนมีนอนแน่น วินาทีที่เธอสบตากับปีศาจร้ายเธอเห็นเงาสะท้อนของตนเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวนั่นไม่ผิดเพี้ยนกับจอมเวทย์ทมิฬตรงหน้า สมองของเธอเริ่มกระตุก หัวใจสูบฉีดเลือดรุนแรง ใช่แล้วข้ามีความฝันและเนโครแมนเชอร์ตรงหน้านี้เช่นกัน เมื่อมันพังทลาย ข้า ฟราก้า ก็กลายเป็นปีศาจร้ายเช่นเดียวกับฟีโนมีนอน นักรบสาวโน้มใบหน้าเกือบจะแนบชิดกับศัตรูของเธอ เธอมองลึกลงไปในดวงตาบ้าคลั่งนั่น


ความฝัน ความหวัง ก็คือความโง่เขลา................
เธอครางก่อนถอนดาบคู่ออกจากฟีโนมีนอนฟราก้าถอยหลังล้มลงหมดสิ้นแรง

แปะ แปะ แปะๆเสียงปรบมือดังขึ้นทำลายความเงียบ น่าประทับใจ น่าประทับใจจริงๆ ใครจะคาดคิดว่าตอนจบจะเป็นเช่นนี้ ใช่ไหมนัวร์ (Noia)” เจเร่นั่นเอง จอมเวทย์ดาร์กเอลฟ์เคลื่อนไหวหลังจากสงบนิ่งมานานเขาเดินเข้าไปหาซากร่างของฟีโนมีนอนก้มลงมองด้วยสายตาไร้ความรู้สึกล้มเหลวอีกแล้วสินะ ฟีโนมีนอน

ได้โปรด ขอพลัง ขอโอกาสอีกครั้ง...”  
เนโครแมนเชอร์ตอบไร้เรี่ยวแรง

สวบ ควากกก!! อ้ากกกกกกกกกกกกกก 
แทนคำตอบอุ้งมือของดาร์กเอลฟ์แทงทะลุท้องของฟีโนมีนอน เจเร่ควักจี้อันเป็นสัญลักษณ์แห่งสัญญาออกมา เขาหมุนจี้เปื้อนเลือดตรงหน้าเนโครแมนเชอร์
 “ไม่มีโอกาสให้เจ้าแต่แรกแล้ว ข้าปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่เพราะต้องการรู้ที่ซ่อนของผนึกแห่งการเห็นจริง เจ้าหมดประโยชน์แล้วน้ำเสียงของจอมเวทย์ตุลาการไร้อารมณ์แต่เสียดแทงใจผู้ฟังนัก

ไม่จริง นายท่าน นายท่านต้องไม่ทอดทิ้งข้า ฟีโนมีนอนกรีดร้อง
นายเจ้าไม่สนใจเจ้าแต่แรกแล้ว เหมือนอย่างที่หล่อนพูด เจ้าเป็นเพียงหมากที่ถูกทิ้งเจเร่หรี่ตามองซากตรงหน้าและเจ้าก็แค่เต้นไปตามเกมของข้า สิ่งมีชีวิตอ่อนแอที่ไร้คนเหลียวแล

ฟราก้าได้ยินบทสนทนาของทั้งสองชัดเจน ทุกคำพูดของดาร์กเอลฟ์ทำให้เธอแค้นในอก แต่เรี่ยวแรงของเธอเหลือน้อยเต็มที ร่างกายอ่อนล้าจากการใช้พลังทั้งหมดโจมตีฟีโนมีนอน เธออยากจะตะโกนตอบโต้นักเวทย์แดงเหลือเกิน มะ ไ...ม่.......................

ไม่จริง!!!!!!!!!!!
เสียงที่ใสราวกับคริสตัลในความคิดของฟราก้าตะโกนก้อง
ไม่จริง แม้ชายผู้นั้นจะทำเลวแค่ไหน ก็ยังมีคนให้อภัยเขาอิลมาเรนั่นเองเธอยืนอยู่บนซากหักพังที่เป็นช่องโหว่ของห้องหิน ในมืออุ้มผืนผ้าสีเทาสกปรกขนาดใหญ่ไว้แน่น ด้านหลังของเธอคือม้ามังกรคู่ใจ แฮชชีดูเริงร่าเมื่อได้เห็นจอมเวทย์แดง เจ้ารอนี่แฮชชีอิลมาเรปรามเสียงดุ Dwarfน้อยกระโดดลงไปเผชิญหน้ากับดาร์กเอลฟ์อย่างไม่เกรงกลัว

ถอยไป ข้ามีข้อความมาถึงคนผู้นี้อิลมาเรกล่าวหนักแน่นตาสีส้มของเธอจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่ม
หึ หึ เชิญเจเร่หัวเราะพลางโน้มตัวลงราวกับทำความเคารพราชนิกูล อิลมาเรไม่สนใจเธอเปลี่ยนมาจับจ้องที่ฟีโนมีนอน

อะ.....ไร
ปีศาจร้ายถาม
เจ้าคือฟีโนมีนอนสินะ นี่คือสารถึงเจ้าเธอว่าพลางคลี่ผ้าในอ้อมกอดออก มันห่มคลุมร่างฟีโนมีนอนไว้พอดี

นี่ มัน!!!!!
เนโครแมนเชอร์ร้องตกใจ ผ้าที่คลุมร่างมันอยู่คือธงอันแสนภาคภูมิใจของกองทัพสิงโตดำ

ลุงแม่ทัพฝากให้ข้ามาบอกเจ้า  -สิ่งสุดท้ายที่พวกข้าจะมอบให้เจ้าฟีโนมีนอน เจ้าคือเพื่อนของพวกเรา เมื่อข้าซึ่งเป็นคนสุดท้ายตายไปแล้วความแค้นของกองทัพก็ควรจะดับสูญ ข้าขอมอบธงนี้ให้เจ้าในฐานะพวกพ้อง พวกเราจะรอเจ้าอยู่ที่จุดหมายสุดท้ายของวิญญาณทุกดวง เราจะรอเจ้า สหายเอ๋ย-อิลมาเรกล่าวข้อความที่รับฝากมาชัดถ้อยชัดเจนทุกคำ เธอเม้มริมฝีปากแน่น

จอมเวทย์ดาร์กเอลฟ์มองDwarfน้อยเงียบๆ เขาโยนจี้ลงไปบนหน้าอกของฟีโนมีนอนอย่างไม่ไยดีรับมันไปเป็นเหรียญข้ามแม่น้ำแห่งความตายสิเจเร่กล่าวไม่สนใจฟีโนมีนอนอีกงานของข้าจบแล้ว..........จอมเวทย์หนุ่มมองจ้องอิลมาเรเป็นครั้งสุดท้ายก่อนดีดนิ้ว พลันปรากฏวงเวทย์สีฟ้ารอบเท้า ร่างของเขาค่อยๆเลือนหายไปอิลมาเรมองตามจอมเวทย์อย่างโหยหาแวบหนึ่งเธอยื่นมือออกไปแล้วชะงักกลับ เธอส่ายหัวแรงสับสนในใจ

โตขึ้นนะ อิลมาเรเสียงอ่อนโยนของดาร์คเอลฟ์แว่วมาแผ่วเบา.....

 

อิลมาเรยังคงจ้องมองผนังที่ว่างเปล่า น้ำตาหยดเล็กเริ่มไหลรินมาไม่ขาดสาย เธอหลับตาแน่นก้มหน้าไม่เอ่ยอะไรอีก อิล........ ฟราก้าพยุงตัวเอื้อมมือคว้าเด็กน้อยแต่พลันทหารสาวก็ล้มลง แต่แทนที่เธอจะลงไปกองกับพื้นอ้อมแขนหนึ่งก็รับเธอไว้อย่างแผ่วเบา

2 คนนั้นผูกพันกันด้วยเงื่อนแห่งความซับซ้อนในอดีต ผู้มาใหม่เอ่ยเธอจ้องมองนักรบสาวสลับกับจอมเวทย์ที่ใกล้ตาย เหมือนกับพวกเจ้าทั้ง 2 คน......  นางฟ้าสีแดงประคองฟราก้าไว้อย่างนิ่มนวล ข้าเป็นห่วงก็เลยตามพวกเจ้ามา ฟาราตอบราวกับจะอ่านคำถามในใจฟราก้าออก

 

พลันพื้นหินรอบด้านก็สั่นไหวเพดานหินเริ่มปริร้าวเศษหินถล่มร่วงลงมาช้าๆ ไปเถอะอิลมาเร ที่นี่อยู่ได้อีกไม่นาน ฟาราผายมือไปทางเด็กน้อยพร้อมหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณเรียกเจ้าม้ามังกร เธอพึมพำคาถาเบาๆในขณะที่อักขระสีฟ้าค่อยๆร้อยเรียงเป็นวงเวทย์บนพื้น

ฝีมือเจเร่ สินะ อิลมาเรเอ่ยเธอรู้ดีว่าจอมเวทย์หนุ่มเป็นคนเช่นไร

 

ในขณะที่สติใกล้จะดับวูบลง ฟราก้าเหลียวมองฟีโนมีนอนเป็นครั้งสุดท้ายความรู้สึกอึดอัดที่ไม่อาจบรรยายได้ทะลักราวกับสายน้ำไหล ลำคอของเธอตีบตัน

 

ภาพของปีศาจร้ายที่นอนสั่นเทา คำพูดของอิลมาเรยังคงดังก้องอยู่ในสมองของมัน หึหึหึ เพื่อนรึ เจ้าพวกโง่ ฟีโนมีนอนเอ่ยเสียงแหบแห้ง ของแบบนั้นข้าไม่ต้องการ เนโครแมนเชอร์กัดฟันแน่น นัยน์ตาเบิกโพลงแดงกล่ำ


ข้า ไม่ ต้อง......การ
มันร้องเช่นนั้นจนวาระสุดท้ายแต่มือของมันกลับกำธงแห่งสิงโตดำแน่น ในขณะที่มืออีกข้างพยายามคว้าจับจี้หกเหลี่ยมที่มันรักนักหนา

ข้า ไม่ ต้อง การ


 

-----------------------------------------------------------------------------------------------


 

เฮ้เจ้าน่ะยืนขึ้นสิเด็กชายคนหนึ่งพูดกับเขาที่ล้มคลานอยู่บนพื้นดิน

 

การทดสอบยังไม่จบ อย่ายอมแพ้เด็กชายอีกคนที่ถือดาบ2มือเอ่ย พลางยื่นมือให้เขาจับ

 

ข้าจะเป็นจอมเวทย์ที่เก่งที่สุดของสิงโตดำให้ได้เขาตอบมุ่งมั่น

 

แน่นอน แล้วเรา 3 คนจะเป็นเพื่อนร่วมตายกันตลอดไปทั้ง 3 ประสานเสียง

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

อือแสงแดดยามเช้าปลุกให้ฟราก้าตื่นจากภวังค์
ท่าทางเจ้าจะฝันดีนะเสียงของนางฟ้าจอมปลอมถามแว่ว
ดีที่สุดตั้งแต่เคยฝันมาฟราก้าตอบเธอยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
งั้นเจ้าก็โชคดีแล้วฟาราตอบอ่อนโยน
จะได้เจอพวกเจ้าอีกมั้ยนะฟราก้าถามยกแขนก่ายหน้าผาก แสงแดดอ่อนแต่ช่างแสบตาเหลือเกิน

 

“............................................” ไม่มีคำตอบจากนางฟ้า

ข้าว่าถ้าได้นอนอีกซักงีบ ข้าคงมีแรงเหมือนเกิดใหม่~~~~~” ฟราก้ายังคงพูดเจื้อยแจ้ว

 

 “อิลมาเรบอกว่าอยู่กับเจ้าสนุกมาก พวกเราจะคิดถึงเจ้าเนิ่นนานกว่าจะมีเสียงตอบมาตามลม
งั้นเหรอ ดีแล้ว ถ้าข้าตื่นมาคราวหน้า ข้าคงมีแรงฝันใหม่แน่ฟราก้าเอ่ยก่อนปิดตาลงอีกครั้ง


ขอให้เจ้าฝันดี เสียงอวยพรแว่ว เป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่ฟราก้าจะดิ่งลงสู่นิทรา

 

END CHAPTER 2

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #43 Jeejie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 21:52
    อัพน้ะค้ะ :D
    #43
    0
  2. #35 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 20:18
     T^T ซึ้ง คำว่าเพื่อนจังเรยนะค่ะ >.<

    คนเราถึงแม้ว่าจะทำผิด แต่ถึงยังงัยคนที่เปนห่วงเราลองจากครอบครัวก้อคือ เพื่อน ^^
    #35
    0
  3. #34 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 20:18
    ไรท์ค้าา จะอัพต่อไหมมมมมมมมม 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มกราคม 2554 / 20:24
    #34
    0
  4. #24 blackkimono (@blackkimono) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 / 01:34
    ทำไมอ่านไปอ่านมา ฟีโนมีนอนตัวนั้นคลับคล้ายกอมลั่ม จาก เดอะลอร์ด เข้าไปทุกที (my precious)= w ="
    อืม เป็นเรื่องที่ให้อารมณ์เกมสุดๆ ไปเลยค่ะ สุดท้ายสรุปฟราก้ารอดใช่มั้ยนั่น
    ตะหงิดๆ ว่าอิลมาเร กับ เจเร่ ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกัน จะรออ่านต่อค่า เป็นกำลังใจให้ฟารา ^__^
    #24
    0
  5. #6 sella turcica (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 14:23
    ฟารา...เรื่องนี้สนุกมากเลย จะมีต่อไหมอะคะ
    #6
    0