Fake Angel นางฟ้าจอมปลอม

ตอนที่ 7 : Chapter 2 : Have you ever fear of dream? [เธอเคยกลัวที่จะฝันไหม?]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ม.ค. 53

Chapter 2 : Have you ever fear of dream? [เธอเคยกลัวที่จะฝันไหม?]

ฟราก้า ฟราก้า........เสียงเรียกแผ่วๆ แว่วมาแต่ไกล เด็กสาวเจ้าของชื่อเหลียวมองไปทางต้นเสียงนั้น ในตอนแรกแสงสีรอบตัวเธอยังคงเป็นเพียงภาพขาวดำ 

ฟราก้า!
คราวนี้เสียงนั้นดังตะคอกอยู่ข้างหูส่งผลให้ตาของเธอพร่าเลือน ฟราก้าขยี้ตาและมองดูรอบตัวอีกครั้งคราวนี้ เธอเห็นสภาพรอบตัวชัดเต็มตา ท้องฟ้าสีครามตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว เสียงของคมดาบไม้ที่ปะทะกัน กลิ่นเหงื่อ และไอแดด ทำให้หัวใจของเธอพองโต 

ฟราก้า นัวร์ เจ้าเหม่อจนจะเดินตกเรืออยู่แล้ว!
เด็กสาวสะดุ้งโหยงหันไปหาต้นเสียง แล้วเธอก็ยิ้มร่า อาจารย์

ฟราก้าสำรวจรอบตัวเองอีกครั้ง เธออยู่ในชุดเกราะไม้สีน้ำตาลแดงขุ่นๆ มือข้างหนึ่งแบกสัมภาระ อีกข้างถือดาบเล่มโต2-3เล่ม 

รีบไปสิ ถ้าพลาดเรือเที่ยวนี้ เจ้าจะไปรายงานตัวที่กองทัพไม่ทันนะชายชราที่เธอเรียกว่าอาจารย์ผลักหลังของฟราก้าเต็มแรง ส่งผลให้สาวน้อยล้มหน้าคะมำไปบนกองสัมภาระในเรือ เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนนักรบเฮฮาไปทั่ว 

อูย ตาแก่บ้าฟราก้าพลิกตัวขึ้นนั่งแต่ยังไม่ทันที่เธอจะโวยวาย มือหยาบกร้านนั่นก็ลูบหัวของเธอเบาๆ พยายามเข้าละนักรบชราเอ่ยเมตตาเขายิ้มอย่างปรานี สาวน้อยเอื้อม2มือไปกุมมือใหญ่ที่ลูบผมเธอ รู้สึกได้ถึงไออุ่นที่ชุ่มชื้นหัวใจ

วี้ดๆ!!เสียงหวูดดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าเรือกำลังจะออกจากท่า ฟราก้ากระโดดแผลว ไปกลางตัวเรือ เธอสูดลมทะเลเข้าเต็มปอด มันจักจี้จมูกและขับอารมณ์ของเธอให้แจ่มใสยิ่งขึ้น

กลับมาคราวหน้า ข้าจะเป็นแกลดดิเอเตอร์ที่เก่งกาจ คอยดู!เด็กสาวชูดาบขึ้นสะท้อนกับแสงแดดระยิบระยับ แทนการโบกมือบอกลา อาจารย์ที่รักของเธอ

-----------------------------------------------------------------------------------------------

ย้ากก ตึง!ฟราก้าคำรามขณะฟาดดาบล้มคู่ซ้อมคนหนึ่งกระเด็นไปซบพื้น 

วู้วๆๆ วี้ดวิ้ว ท่านนายกองหญิง ชนะอีกแล้ว วิ้วๆผู้ชมทั้งหลายที่เป็นพลทหารในกองทัพเป่าปากดีใจ บางคู่ก็ชนแก้วเบียร์สนุกสนาน 

ไม่ต้องมาล้อข้าเลยนักรบสาวสะบัดคอเสื้อแมนติคอร์ที่ท่วมเหงื่อของเธอขึ้นลงเพื่อไล่ไอร้อน มือซ้ายของเธอรวบดาบคู่ทั้ง2ไว้หลวมๆ ขณะที่มืออีกข้างรับแก้วเบียร์จากเพื่อนทหารมาดื่ม 

วันนี้แล้วสินะฟราก้าครางพลางเงยหน้ามองธงรูปทรงสามเหลี่ยมที่ปลิวไสว ธงนั้นเป็นสีขาวประดับด้วยพู่ระย้าสีแดงตรงกลางธงปักตราสิงโตสีดำ ใบหน้าที่กำลังคำรามของมันปลุกใจทหารสาวให้ฮึกเหิม

อีกเดี๋ยวผลการคัดเลือกก็จะออกมาแล้วนายทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาตบบ่านักรบสาวทักทาย ข้าแอบได้ยินมาว่าการเลือกคนครั้งนี้ สำคัญกับกองทหารสิงโตดำของเรามาก ไม่รู้เป็นอะไรอยู่ๆพวกผู้อาวุโสก็ประกาศคัดทหารออกกะทันหัน ข้าว่าคนที่ยังเหลืออยู่จะต้องได้รับ ตำแหน่งสำคัญๆหรือไม่ก็ได้เป็นอัศวินแน่ๆเขายกแขนขึ้นบิดขี้เกียจไปมา ขณะหันไปมองนักรบหญิง เจ้าไม่ต้องยิ้มออกนอกหน้าแบบนั้นก็ได้ ข้ารู้ว่า ฟราก้า นัวร์ ไม่มีวันหลุดโผแหงๆ

ข้าดีใจต่างหาก วันนี้ความฝันของข้าก็จะเข้าใกล้ความจริงอีกก้าวแล้ว” ฟราก้าทุบไหล่เพื่อนนักรบยิ้มแย้ม 

ฝัน อะไรรึ?” ทหารหนุ่มถาม 

ข้าสัญญากับอาจารย์ที่ TI ไว้ ข้าจะเป็นนักรบที่เก่งกาจเป็นฮีโร่ในสงคราม จะทำให้อาจารย์ภูมิใจเธอพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ทุกถ้อยคำนั้นหนักแน่น นักรบหนุ่มเพียงมองเธอส่ายหัวไปมา พวกลูกขุนนางอย่างเจ้าอาจจะไม่เข้าใจ แต่การได้เป็นอัศวินแห่งทัพสิงโตดำ ได้ช่วยเหลือผู้คนเป็นความฝันของข้าใช่มันเป็นฝันที่เธอวาดหวังไว้ ทุกครั้งที่จับดาบ เธอหวังเธอจะต้องแกร่งขึ้น ทุกครั้งที่ฟาดฟันมันเหมือนเธอก้าวเข้าใกล้จุดหมายแต่ทว่า..........

พวกเจ้าทั้งหมดไม่ผ่านการคัดเลือกนักรบชราในชุดเกราะบริกันดินกล่าวกลางลานประลอง ต่อหน้าบรรดาทหารหลายสิบคน 

เอ๋!!?” ฟราก้าครางด้วยความตกใจ ในขณะที่เสียงของเพื่อนทหารที่อยู่รอบๆเธอเริ่มเซ็งแซ่ 

เงียบ!!
เสียงนักรบคนเดิมตะโกนก้องทำทหารฝึกหัดหลายคนสะดุ้งโหยง กลับไปเก็บข้าวของได้แล้ว นับแต่เวลานี้พวกเจ้าทุกคนไม่ใช่ทหารแห่งทัพสิงโตดำนักรบเฒ่าสะบัดตัวหันหลังอย่างองอาจ ในขณะที่บรรดาทหารอาวุโส พากันทยอยเดินกลับค่าย

เดี๋ยวข้าไม่ยอมรับ ไม่มีเหตุผล ฟราก้าตัดสินใจตะโกนไล่หลังเรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง

ท่านแม่ทัพ ท่านจะขับพวกเราง่ายๆแบบนี้ไม่ได้เธอกำหมัดแน่นก่อนวิ่งเข้าหา 

เจ้าโง่แม่ทัพชราเอ่ยโดยไม่หันมามอง เขาเพียงสะบัดแขนปะทะก็ทำร่างทหารสาวปลิวไปร่วมเมตร 

โอย อูยฟราก้ามึนงงเลือดกลบจมูก แต่เธอไม่ยอมแพ้ ไม่มีเหตุผล เธอตะโกนก้องสับสน 

เพราะพวกเจ้ามันอ่อนแอไงละชายชราตอบเหยียดหยาม

หนอย ใครกันแน่ที่อ่อนแอฟราก้าคำรามเลือดขึ้นหน้าเธอคว้าดาบคู่ขึ้นมาตั้งท่าพุ่งเข้าหานักรบชราไม่ยั้ง “Triple Slash” สิ้นเสียงของทหารสาว ริ้วพลังสามสายพุ่งตัดอากาศราวกับคมเคียวเข้าหาฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เท่าสิงโตเฒ่าที่ยกโล่บริกันดินขึ้นรับการโจมตีนั้นไว้ได้หมดความร้อนจากคมดาบปะทะผิวโล่เกิดประกายไฟแปลบปลาบ 

อ่อนหัด Shield Stun!!”
เขาพูดพร้อมฟาดโล่ปะทะร่างนักรบสาวอย่างจัง

อั่ก!! ฟราก้าร้องออกมาในขณะที่ร่างของเธอลอยกระเด็นไปหลายเมตร แรงปะทะของโล่ทำให้เธอมึนงง หญิงสาวมองเห็นโลกเป็นภาพสีส้มแดงที่น่าเวียนหัว ฟราก้าพยายามทรงตัวลุกขึ้นหมายจะพุ่งเข้าหาชายชราอีกครั้ง แต่เพื่อนทหาร3-4คนก็เข้ามารั้งตัวเธอ 

ข้าไม่ยอม!!
ฟราก้าตะโกนขณะพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุม ร่างทั้งร่างของเธอสั่นด้วยความโกรธอาจารย์ของข้าก็ไม่ยอมแน่!!

แม่ทัพแห่งสิงโตดำมองดูภาพทหารตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยเขาล้วงของบางสิ่งออกมาจากเสื้อเกราะมันเป็นม้วนแผ่นหนังเล็กๆสีน้ำตาลหม่นเจ้าเด็กโง่ ดูนี่ซะนักรบชราขว้างแผ่นหนังนั้นลงตรงหน้าฟราก้า หญิงสาวสะบัดแขนอย่างแรงเพื่อให้หลุดพ้นจากการยึดจับ เธอยกสารนั้นขึ้นอ่าน สายตาไล่ตามตัวอักษรแต่ละบรรทัดอย่างรวดเร็ว แล้วฟราก้าก็สะดุดกับประโยคๆหนึ่ง ร่างทั้งร่างของเธอสั่นเทิ้ม แต่คราวนี้ไม่ใช่ด้วยแรงโกรธ 

ไม่จริงฟราก้าครางเธอหยุดดิ้นรนเหมือนม้าพยศที่หมดแรง ไม่จริง....ฟราก้าย้ำคำเดิมเธอเงยหน้ามองแม่ทัพชราเหมือนต้องการคำตอบรับ

ไม่มีอาจารย์ของเจ้าอีกต่อไปแล้ว ไปซะ เจ้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกองทัพสิงโตดำอีกแล้วนักรบเฒ่าเอ่ยเป็นประโยคสุดท้ายก่อนหันหลังออกเดินโดยไม่สนใจอีกเลย 

ไม่จริง
 เสียงของฟราก้าเริ่มสั่นเครือเธอกอดแผ่นหนังนั่นไว้แนบอก เพื่อนทหารต่างตกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันพวกเขาพากันปล่อยตัวหญิงสาวลง ฟราก้าทรุดลงกับพื้นหมดแรงเธอรู้ดีว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ทหารสาวตัดสินใจคว้าดาบคู่พร้อมกับกำสารนั้นไว้แน่นในมืออีกข้างหนึ่ง วิ่งฝ่ากลุ่มทหารออกไป

ฟราก้าวิ่งเตลิดเข้าไปในป่า กิ่งไม้แห้งและหนามบาดผิวเนื้อเธอแสบร้อนไปหมดแต่ฟราก้าไม่สนใจ เธอยังคงวิ่งๆๆๆ และวิ่ง จนในที่สุดเธอก็สะดุดหินล้มลง ร่างปะทะกับโคนต้นไม้ใหญ่ ฟราก้าก้มหน้าหมดแรง เธอกอดตัวเองไว้แน่นขณะที่น้ำตาเริ่มไหลไม่ขาดสาย ถึงไม่อยากยอมรับแต่เธอรู้ดีว่าข้อความในจดหมายแบบนี้ไม่มีทางโกหก มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่น!! 

ไม่จริง อาจารย์ ท่านยังไม่ได้เห็นข้าเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่เลย ข้า...ฮือ..ข้า...ยังไม่ได้เห็นท่านเป็นครั้งสุดท้ายเลย....ท่านพ่อ.....”

-----------------------------------------------------------------------------------------------

ฟราก้า......ฟราก้า....ทหารสาวได้ยินเสียงเรียกอีกครั้งฟราก้าตื่นสิ!! คราวนี้มันเป็นเสียงตะเบ็งแหลมแสบแก้วหูจนฟราก้าสะดุ้งลืมตา 

อะเจ้า อิลมาเร...มีอะไรรึฟราก้าเอ่ยมองDwarfตัวน้อยอย่างเอ็นดู 

ข้าเห็นเจ้าท่าทางฝันร้าย เจ้าร้องไห้ด้วยนี่อิลมาเรพูดขณะโยนกิ่งไม้แห้งลงในกองไฟ ทหารสาวรู้สึกว่าแก้มของเธอเปียกชื้นเธอยกหลังมืดปาดน้ำตาลวกๆ 

อ่าโทษทีข้าทำเจ้านอนไม่หลับเลยสินะ” 

ไม่หรอกข้าลุกมาเติมไฟพอดี แฮชชี ไม่ชอบอากาศเย็นๆเดี๋ยวมันเป็นหวัดอิลมาเรตอบพลางเอนตัวลงแผ่หลาบนพื้นหญ้านุ่ม ข้างหลังของเด็กน้อยปรากฏม้ามังกรตัวหนึ่งเกล็ดของมันเป็นสีเขียวอมเทา เจ้ามังกรที่ชื่อว่าแฮชชีกำลังนอนหลับสบาย มันเอาหน้าพาดก้อนหินไว้พร้อมกรนครืดคราดในขณะที่หรี่ตามองเจ้านายตัวเล็กของมันเป็นระยะ

พวกเจ้านี่....ไม่ธรรมดาเลยนะ มีแต่นักรบชั้นสูงเท่านั้นถึงจะมี สไตร์เดอร์(Strider) ไว้ในครอบครองได้ฟราก้าเอ่ยทึ่งๆ จนบัดนี้เธอก็ยังไม่หายแปลกใจ 

อิอิ ^w^ มีคนให้ข้ามาแหละอิลมาเรหันมานอนยิ้ม 
ว่าแต่ เมื่อกี้เจ้าฝันร้ายเหรอเด็กน้อยถาม 

อ๋อ ก็นิดหน่อยน่ะ.....เรื่องเก่าๆน่ะฟราก้าตอบ พยายามตัดบทเพราะเธอไม่อยากนึกถึงมันว่าแต่เจ้าแน่ใจนะว่า เป็นที่นั่นเธอเริ่มเปลี่ยนเรื่องพูด

แน่สิ มือชั้นนี้แล้วอิลมาเรชันตัวขึ้นนั่งหยิบกิ่งไม้ข้างตัวเขี่ยก้อนหินในกองไฟเล่นไปมาภาพที่เจ้าเห็นเป็นหอคอยทรนงไม่ผิดแน่ฟาราก็บอกไว้แล้วอิลมาเรยังคงเล่นกับก้อนหินอย่างสนุกสนาน ข้าว่าเจ้าเนี่ยพิเศษมากเลยนะฟาราถึงกับให้ข้านำทางให้เธอพูดโดยไม่หันมามองนักรบสาว 

ข้าว่าที่พิเศษคงเป็นสร้อยนี่มากกว่ามั้งฟราก้าพูดพลางหยิบสร้อยสีเงินที่ล้อมรอบคอเธอขึ้นดูว่าแต่หอคอยทระนงเนี่ยมันเป็นที่แบบไหนเหรอหญิงสาวถามขณะเอนตัวลงนอนเอามือชันศีรษะไว้

เป็นคุกน่ะ....คุกชั่วนิรันดร์อิลมาเรตอบทอดสายตาเหม่อมองกองไฟเบื้องหน้า 

เอ๋!?” ฟราก้าขึ้นเสียงสูงเป็นทำนองให้Dwarfตัวน้อยเล่าต่อ 

เมื่อก่อนนี้ อาณาจักรแห่งนี้น่ะถูกปกครองด้วยจักรพรรดิผู้เก่งกาจ ไบอุม (Baium) ยุคสมัยของเขาถูกเรียกว่าเป็นยุคทองเลยล่ะ ไบอุมเป็นนักรบที่กล้าหาญนามอันเกรียงไกรและกองทัพที่ยิ่งใหญ่ของเขาร่ำลือไปทั่วทวีปอิลมาเรเล่าเสียงเจื้อยแจ้ว 

อืม แล้ว?” 

จริงๆแล้วไบอุมควรจะพอใจในความยิ่งใหญ่ที่ตนครอบครองแต่เขาไม่ยินดีกับมัน ไบอุมฝันไปไกลกว่านั้นเขาต้องการความเป็นอมตะ” 

ฟราก้ารู้สึกสะดุดใจกับคำๆหนึ่ง ฝัน.......งั้นเหรอ
 

ดังนั้นเขาจึงสร้างหอคอยที่สูงเสียดฟ้า เพื่อจะได้ขึ้นไปพบเทพเจ้าและทวงความเป็นอมตะ” 

หมายถึงหอคอยทรนง??” ฟราก้าถาม 

ฮื่อ ในที่สุดไบอุมก็ได้พบเทพเจ้าแต่เป็นเทพเจ้าที่โกรธเกรี้ยว เขาได้รับชีวิตนิรันดร์แต่แลกด้วยการถูกขังอยู่ในหอคอยตลอดกาล

ฟังแล้วน่าเศร้าแฮะฟราก้าเปรย 

ไม่หรอกถ้าคิดในแง่ดี ความฝันของไบอุมก็เป็นจริงแล้วไงอิลมาเรเอ่ยเธอเริ่มค้อมตัวกอดเข่า 

เป็นฝันที่มีราคาแพงจังนะทหารสาวเอ่ยยังคงจ้องมองเด็กน้อยไม่วางตา ว่าแต่ เจ้ายังเด็กขนาดนี้ทำไมรู้เรื่องเก่าๆพวกนี้ดีจังหญิงสาวถาม 

มีคนเล่าให้ข้าฟังน่ะอิลมาเรพูดเสียงแผ่ว 

ใครเหรอ?” “..................” ไร้คำตอบ แต่แสงไฟที่ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของDwarfน้อยวูบหนึ่งมันเหมือนจะแสดงให้เห็นถึงสีหน้าที่เศร้าสร้อยเหลือเกิน ฟราก้าจึงตัดสินใจไม่ถามต่อ

ข้าว่าเรามานอนเอาแรงกันดีกว่า” 
ทหารสาวพูดพลางลุกขึ้นเดินไปนั่งข้างเด็กน้อย เธอโอบร่างของอิลมาเรให้นอนพลางกอดไว้หลวมๆ ม้ามังกรขยับหัวเล็กน้อย มันพ่นลมหายใจเบาๆแล้วหลับตาลงต่อ ฟราก้ามองเด็กน้อยในอ้อมกอดที่เริ่มหลับตาลง เธอลูบผมสีทองลื่นมือนั้นแผ่วเบา มีเรื่องให้ต้องคิดมากเหลือเกิน ฟราก้าไล้มืออีกข้างหนึ่งของเธอไปยังจี้สีดำแดงบนสร้อยคอ ทั้งภาพที่เธอเห็น ทั้งจอมเวทนอกรีตที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับกองทัพสิงโตดำ ทั้งเรื่องของนางฟ้าจอมปลอม แล้วก็..........ความฝัน.........ที่เธอพยายามหลีกหนีมัน


-----------------------------------------------------------------------------------------------


ในขณะที่นักเดินทาง2คนกำลังหลับใหล ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกันเบื้องบนเมืองกิรันนั้นก็มืดสนิท ยามดึกคืนนี้แสนวังเวง เบื้องหน้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ปรากฏเงาร่างของผู้มาเยือน บุคคลผู้นั้นเป็นดาร์กเอลฟ์ชายในชุดจอมเวทย์ตุลาการ(Doom)สีแดงเข้ม เขาพาดไม้เท้าบนมือไว้ตรงหน้าอกอย่างองอาจ พลางจ้องมองตัววิหารนิ่งเงียบ ดาร์กเอลฟ์ผู้นั้นค่อยๆก้าวเข้าไปในวิหารเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นมั่นคง

ยามนี้มีเพียงแสงไฟสลัวจากคบเพลิงบนเสาของวิหารที่ส่องนำทาง ดาร์กเอลฟ์หนุ่มเงยหน้าจ้องมองรูปปั้นแห่งEinhasad ด้วยดวงตาไร้แวว ผมสีขาวที่ปรกหน้าของเขาสะบัดเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มส่ายหน้า จอมเวทย์ดาร์กเอลฟ์หันหลังพิงฐานของรูปปั้น ไม่ใส่ใจความเย็นยะเยียบของมัน เขายืนกอดอกนิ่งเงียบอย่างสงบเหมือนกับรอคอยอะไรบางอย่าง

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง จอมเวทย์ยังคงยืนนิ่งเหมือนกับกลายเป็นหนึ่งเดียวกับรูปสลัก แต่แล้วลมก็พัดมาวูบหนึ่ง พร้อมกับเสียงหญิงสาวดังแว่วๆ 

ท่านจะอยู่ตรงนั้นตลอดกาลเลยรึไง?เจเร่(Jere)เสียงนั้นดังมาจากเบื้องหลังของรูปปั้น 

ก็จนกว่าเจ้าจะยอมออกมาฟาราดาร์กเอลฟ์เอ่ยขึ้นเป็นคำแรก 

ท่านมีธุระอะไรนางฟ้าจอมปลอมเอ่ยเสียงเย็นชา ดวงตาภายใต้หน้ากากของเธอสงบนิ่ง

เจ้ายังคงเล่นบทของนางฟ้าจอมปลอมอยู่อีกรึเจเร่ไม่ตอบแต่กลับตั้งคำถาม 

ท่านเป็นคนมอบสร้อยของ The Forsakenให้นักรบหญิงคนนั้นใช่มั้ยฟาราเป็นฝ่ายถามกลับบ้าง 

โอเคๆ หึหึจอมเวทย์ส่ายหน้าพลางหัวเราะในลำคอ ครึ่งนึง ข้ามาเพราะเรื่องสร้อยนั้นแหละ” 

มันไม่ใช่ของท่านมันเป็นของใคร?” ฟารายังคงยิงคำถามอย่างเย็นชา 

ฟีโนมีนอนชายหนุ่มตอบกลับทันที คราวนี้นางฟ้าจอมปลอมกลับชะงักเงียบเสียงลง

เจ้าปล่อยมันไป อย่าคิดว่าจะปิดเรื่องนี้กับเบื้องบนได้ตลอดกาลสิเจเร่ทอดเสียงไร้อารมณ์ 

เบื้องบนที่ว่านั่นรวมท่านด้วยรึเปล่า?” นางฟ้าผมแดงเอ่ยขัดใจ 

หึหึจอมเวทย์เพียงแค่หัวเราะเบาๆ ข้าตามล่ามันหลังจากที่เจ้าทำงานผิดพลาด ไม่สิต้องพูดว่าจงใจทำพลาด” 

ฟีโนมีน่อนวางกับดักข้าฟาราเถียง 

แต่หลังจากนั้นเจ้าก็ไม่ได้ตามล่ามันใช่มั้ยล่ะ?” นางฟ้าจอมปลอมนิ่งเงียบ

ตอนนี้ข้าไม่ใช่หุ่นเชิดของ Forsaken แล้ว ข้าไม่สนใจฟาราเอ่ยหมางเมิน 

นั่นมันอีกเรื่องนึง ข้าแค่ตามมาดูว่าหมากที่เริ่มวางมันจะเดินไปในทิศทางไหนดาร์กเอลฟ์เหยียดมุมปากขึ้นเล็กน้อย 

ทำไมท่านไม่ปล่อยเขาไป.............ฟาราถามเลื่อนลอยเธอเงยหน้ามองเพดานวิหารไร้จุดหมาย

มันเป็นสัญญา ฟีโนมีน่อนต้องเคารพมันนางฟ้าจอมปลอมไม่ยินดียินร้ายต่อคำตอบนั้นจอมเวทย์จึงกล่าวต่อ “ส่วนอีกครึ่ง เด็กคนนั้นสบายดีใช่มั้ย?” 

ไม่ใช่เรื่องของท่าน คราวนี้ฟาราแผดเสียงหงุดหงิด บรรยากาศที่แสนมึนตึงเริ่มขยายวงกว้างขึ้น จนในที่สุดจอมเวทย์ดำจึงเป็นฝ่ายตัดบทสนทนา 

ข้าคงต้องไปแล้วละ เจ้าเองก็อย่าลืมสัญญาซะละ เราทุกคนมีพันธะกับมันเขายิ้มก่อนเริ่มออกเดินออกจากวิหาร

ท่านไม่ได้อยู่ภายใต้พันธะสัญญาของ Forsaken ท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่เขียนมันขึ้นมาต่างหากล่ะ
เสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธของนางฟ้าจอมปลอมไล่ตามหลังจอมเวทย์หนุ่มแว่วๆเหมือนเสียงของสายลม


-----------------------------------------------------------------------------------------------


ในเวลาใกล้เคียงกันภายในหอคอยสีเทาดำทะมึนที่สูงเสียดฟ้า ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตตนหนึ่ง รูปร่างของมันคล้ายกับมนุษย์ที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุม ดวงตาของมันวาวโรจน์ชั่วครู่หนึ่ง เหมือนกับแสงไฟ แล้วมันก็เริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮ้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ที่รักของข้า เจ้าจะกลับมาแล้วสินะ สิ่งมีชีวิตตนนั้นพูด พร้อมพ่นลมหายใจเหม็นคลุ้ง 

น่าเสียดายที่พวกเจ้าทั้งหมดไม่มีโอกาสอยู่ดู
เสียงแหบแห้งของมันเอ่ยโอ้อวด มันลากร่างภายใต้ผ้าคลุมผ่านกองซากศพทหารนับสิบ ศพเหล่านั้นยังใหม่บริเวณห้องหินนั้นมีร่องรอยของกรดพิษและไอหมอกกระจายไปทั่ว แล้วสิ่งมีชีวิตนั้นก็สะดุดตากับศพทหารนายหนึ่ง และสิ่งที่ทำให้มันสะกิดใจไม่ใช่เนื้อใบหน้าที่เน่าเฟะราวกับถูกละลาย หรือกระดูกขาวโพลนที่โดนพิษร้ายกัดกร่อน แต่หากเป็นตราสัญลักษณ์ที่อยู่บนเกราะของศพนั้น ตราสิงโตสีดำที่ตั้งท่าผงาดอย่างหยิ่งผยอง

กร้อบ!! 
สัตว์ร้ายใต้ผ้าคลุมกระทืบเท้าของมันลงบนเกราะนั้นอย่างจัง กระดูกซี่โครงที่ผุกร่อนภายใต้เสื้อเกราะแตกหักราวกับกิ่งไม้แห้ง เสียงกรอบแกรบยังดังอยู่เป็นนิจ ทุกครั้งที่สัตว์ร้ายขยี้เท้าของมันผสมกับเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่ง 


ฮี้ ฮ่าๆๆๆ ฮี้ ฮี้ ฮี้ ฮ่าๆ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #59 JoM_ZzZz (@thitapha2011) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 20:12
     ยังงงๆอยู่คะ
    #59
    0
  2. #23 blackkimono (@blackkimono) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 / 00:51
    โอ้ ตอนนี้เจเร่ออกมาแล้ว อย่างที่ได้สปอย  อ่านๆ ไปเริ่มได้กลิ่นเรื่องยาว ประมาณมหากาพย์
    แล้วเจ้าสิ่งมีชีวิตใต้ผ้าคลุมนั่นคือจอมเวทย์ดำเจ้าเก่ามั้ยหนอ
    อ่านไปก็ต้องเดาไปเรื่อยๆ เหมือนเดินในถ้ำมืดๆ แบบไม่มีคบเพลิงแบบนั้นเลย เอิ้กก
    แต่แบบนี้ละ ที่ทำให้น่าติดตาม ^ ^
    #23
    0