Fake Angel นางฟ้าจอมปลอม

ตอนที่ 6 : Chapter 2 : Final Dream [ฝันสุดท้าย]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ม.ค. 53

Chapter 2 : Final Dream [ฝันสุดท้าย]

Have you ever had a dream? [เธอเคยมีความฝันไหม?]


ในยุคสมัยแห่งความโกลาหล ในยุคที่โลกแห่งความเป็นจริงและเทพนิยายยังอยู่เคียงคู่กัน สิ่งมีชีวิตทั้งหลายกำเนิดขึ้นและก้าวย่างไปตามทางของมัน แต่ในบางครั้ง ในเส้นทางนับร้อยสาย ชะตาชีวิตที่แปลกประหลาดก็มาบรรจบกันอย่างน่าอัศจรรย์ใจนัก ให้ข้าได้ร่วมเป็นพยาน เป็นผู้เล่าขานว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แสงแดดยามเช้าสาดส่องวิหารของเทพแห่งความชอบธรรมกลางมหานครกิรัน เบื้องหน้าเทวรูป Einhasad มารดาแห่งมนุษย์ปรากฏหญิงสาวชุดดำคนหนึ่ง ใบหน้าครึ่งบนของเธอถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากาก ผมสีแดงเพลิงสั้นระต้นคอรับกันเหมาะเจาะกับดวงตาสีแดงสดที่หรี่มองลงชั่งใจ เธอเม้มปากแน่นส่งบรรยากาศตึงเครียดกระจายไปทั่วบริเวณ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหญิงสาวนั้นคือ ฟารา นางฟ้าจอมปลอมนั่นเอง เธอยืนอยู่เบื้องหน้าOrcหนุ่มร่างยักษ์ที่คุกเข่าพลางประสานมือพร้อมบิดนิ้วหัวแม่โป้งทับกันไปมา ใบหน้าสีเขียวนั้นคล้ำขึ้นมาเป็นสีเขียวขี้ม้า หากเป็นมนุษย์คงเรียกได้ว่าแดงกล่ำเพราะเขินอาย

เจ้าผู้เอ่ยนามของเทพแห่งการทำลายล้างต่อหน้ามารดาของมนุษย์เอ๋ย จงบอกความปรารถนาของเจ้ามาสิ ฟาราเอ่ย

Orc หนุ่มที่เอาแต่ก้มหน้าจ้องนิ้วของตัวเองตลอด เหลือบตามองขึ้นมาเอ่ยอย่างเขินอาย

ข้าเลือกไม่ถูกเลยระหว่างลีโอนาโดกับครูซ แบบว่า...เอ่อน่ารักทั้งคู่เลย....จนบางครั้งข้าอยากจะมีฮาเร็มของตัวเองแล้วจับพวกเขาไปไว้ข้างใน ท่านว่าดีไหม นาง..ฟ้...... นักรบร่างโตยังไม่ทันจบประโยค ร่างของเขาก็หายไปจากลานวิหาร

เป้าะ! ฟารายกมือขึ้นดีดนิ้วอย่างเหลืออด วินาทีเดียวกับที่เธอส่งOrcหนุ่มออกไป เจ้า...staticlaw......ข้าว่าเจ้าลองไปภาวนาเรื่องนี้กับPaagrioดีกว่ามั้ย?” 
เธอสำทับคำอย่างแน่ใจว่า
Orcหนุ่มต้องได้ยิน

คนต่อไป.......... นางฟ้าจอมปลอมยืนกอดอกพิงฐานของรูปปั้นอย่างเหลือทน ที่ลานวิหารในตอนนี้ มิได้มีเพียงเธอและผู้อ้อนวอนเพียง2คน แต่รายล้อมด้วยผู้คนนับสิบ ชายทโมนหลายคนพากันเป่าปากหัวเราะสนุกสนาน

อีหนูเอ้ย......ยายอยากกลับเป็นสาวสักวันได้ไหม พ่อยามตรงประตูทิศเหนือ แหม มันช่าง.....อ้าย หญิงชราวัย50ปี กล่าวกระซิบ
เป้าะ!
คนต่อไป............

พี่สาว เป็นแฟนโมโมมั้ย...... เด็กน้อยวัยสิบขวบเงยหน้ามองหญิงสาวผมแดง ทะเล้น
เป้าะ!


น้องสาวช่วยเปลี่ยนชื่อข้าได้มั้ย นายทะเบียนมันเขียนผิด ข้าชื่อโกลเด้น ไม่ใช่ โกลเดิ้น
เป้าะ!

เป้าะ!
เป้าะ!
เป้าะ!
เป้าะ!
เป้าะ!

แฮ่กๆ นี่มันวันอะไรกัน” 
ฟาราหอบปาดเหงื่อบนหน้า ชาวบ้านที่แออัดอยู่ในวิหารยังไม่ได้บางลงแม้แต่น้อย ถึงแม้จะได้เห็นเรื่องประหลาด เช่นอยู่ดีๆคนทั้งคนก็หายตัวไป พวกเขายังคุยกันครึกครื้นราวกับเห็นมันเป็นเพียงการแสดงในงานฉลอง นางฟ้าจอมปลอมหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ เพราะชาวบ้านที่มุงดูยังไม่มีท่าทางจะสลายตัว แล้วเธอก็เหลือบไปเห็นกระดาบสีเหลืองเก่าๆ ที่อยู่ในมือของแต่ละคน เธอมองไปรอบๆและสังเกตว่าชาวบ้านต่างถือมันไว้ในมือ ราวกับเป็นจดหมายนัดประชุมอะไรสักอย่าง

นางฟ้าจอมปลอมเอื้อมมือไปหยิบกระดาษที่ตกอยู่บนพื้น เธอพลิกมันขึ้นมา แล้วก็ต้องขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ไหล่ของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธเมื่ออ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น

----------------------------------------------------------------------------------------------

เพื่อนๆชาวกิรันทั้งหลายจ้า ขอเพียงร่วมบริจาคคนละ1พันอาดีน่า สวรรค์จะส่งนางฟ้าจอมปลอมมาช่วยทำให้ความปรารถนา ของเจ้าเป็นจริงน้า
~~~~~~~~~~ คุณลุงคุณป้า คุณพี่ จ๋า ช่วยกันบริจาคหน่อยน้า~~~~~~~~~ อ้อ แล้วอย่าลืมพูดว่า

ข้า ขอ วิง วอน ต่อ Gran Kain”  ด้วยล่ะ ^w^

-----------------------------------------------------------------------------------------------

เป้าะ! พรึ่บ” 
เมื่อฟาราดีดนิ้วอีกครั้งคราวนี้เธอหายตัวไปพร้อมๆกับกระดาษในมือของชาวบ้านทั้งหลาย ชาวกิรันต่างมึนงง พวกเขาจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้ เหมือนมันเป็นเพียงภาพเบลอๆที่สลายไปพร้อมกับแสงแดด เสียงจอแจและฝีเท้าวุ่นวายเริ่มจางลง แต่ละคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน แม้จะสงสัยว่าพวกเขามารวมตัวกันทำไมนะ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ

ภายนอกวิหารแห่งนครอันมั่งคั่ง อยู่ๆท้องฟ้าที่สดใสก็เริ่มมืดลง ลมพัดแรงขึ้นนำพาเมฆฝนสีดำปกคลุมเหนือท้องฟ้า หยดน้ำเย็นฉ่ำปรอยปรายลงรดพื้นดิน ฝูงคนยิ่งบางลงเพราะสายฝนจนในที่สุดก็แทบไม่เหลือใคร ยกเว้นเพียงมนุษย์หญิงคนหนึ่ง เธอวิ่งผ่านรูปปั้นเทพีกลางเมืองที่เป็นหลักฐานแห่งความมั่งคั่งของกิรัน เธอยกผ้าคลุมขึ้นสูงขณะกำลังเหลียวไปมาเพื่อหาที่หลบฝน

อา...ตรงนั้น ดีกว่า หญิงสาวรำพึง ถอนใจอย่างอ่อนล้า 

อะไรมันจะซวยได้ตลอดขนาดนี้ว้า” 
เธอสบถพร้อมสะบัดผ้าคลุมแรงก่อนวิ่งผ่านประตูวิหารไป แสงไฟอบอุ่นในวิหารช่วยคลายความหนาวเย็นจากหยาดฝน เธอสะบัดแขนไปมาเพื่อไล่ละอองฝน ชุดสีน้ำตาลอมเหลืองแนบลู่ไปกับร่าง นักรบหญิงปลดดาบคู่ที่สะพายไว้ด้านข้างลง ก่อนลงมือถอดเสื้อที่เปียกชื้นออก
 

เอา วะ ไม่มีใครน่า ขณะที่เธอพยายามปลดเสื้อตัวนอกออก สายลมเย็นก็พัดมาวูบหนึ่งพร้อมกับกระดาษแผ่นโต

อะไร อุ้บ! นักรบหญิงเงยหน้าขึ้นจังหวะเดียวกับที่กระดาษแผ่นนั้นปะทะใบหน้าเธอเต็มรัก 

หยา เข้าไปในปากด้วย เธอรีบดึงกระดาษออก มันเป็นกระดาษสีเหลืองเก่าๆหมึกเริ่มเลือนรางเพราะเม็ดฝน แต่เธอยังพอมองเห็นตัวอักษรสีเข้มที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ เหมือนกับลายมือของเด็ก

อะไร.....หว่า ข้า ขอ วิง วอน ต่อ Gran Kain

อ้า!! อย่าพูดๆ เสียงแหววใสๆดังตามมาทันทีที่นักรบหญิงจบประโยค

อะหวา~~~~โครม” 
คราวนี้สิ่งที่เข้าปะทะเธอไม่ใช่กระดาษอีกแล้วแต่มันเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่ถลาตัวเข้ามาจนหญิงสาวเสียหลักถอยหลังล้มลง ปฏิกิริยาของทหารทำให้เธอโอบเด็กคนนั้นไว้โดยไม่รู้ตัวก่อนที่เธอจะนอนแผ่หลากับพื้นเป็นเบาะรองรับเด็กคนนั้น

อูย... ขณะที่ทหารหญิงเงยหน้ามองเพดาน เธอก็มองเห็นกระดาษสีเหลืองปลิวไสวไปหมด พร้อมกับเหรียญทองที่เกลื่อนกลาดพื้น มันกระเด็นมาจากถุงผ้าที่เด็กน้อยสะพายด้านหลัง แล้วเธอก็เห็นมือสีขาวที่ยื่นมาจับกระดาษ ตามด้วยหญิงสาวผมสีแดงที่ซ่อนหน้าไว้ใต้หน้ากากสีดำ

ฝีมือเจ้า จริงๆสินะ อิลมาเร ฟาราเอ่ยเรียบๆแต่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว
 
อ่า ข้าก้อ แค่...แหม ฟารา อ้ะ.... เด็กน้อยผมสีทองเงยหน้าตอบเธอยิ้มแหยๆเกาหัวไปมา

นักรบหญิงมองรังสีอาฆาตที่แผ่ออกมาจาก หญิงสาวที่ชื่อว่าฟาราอย่างอึดอัด แล้วเธอก็นึกอะไรบางอย่างออก
Gran Kain? คำอธิษฐาน? หรือว่า???

นางฟ้าจอมปลอม!!! เธอตะโกนออกมาสุดเสียงพร้อมจ้องหญิงสาวผมแดงเขม็ง มันสะท้อนก้องไปมาทั่ววิหารอยู่หลายนาที 

ใช่ เจ้าก็มาตามใบประกาศ โง่ๆนี่สินะ เสียงของฟาราแหวกอากาศขณะที่ฉุดแขนของDwarfในอ้อมกอดหญิงสาวบนพื้นให้ลุกขึ้น

โอ้ย เบาๆสิ ข้าเจ็บนะ อิลมาเรแหววใส่ 

เจ้าซนมากไปแล้ว...อิล ฟาราพูดพลางฉีกกระดาษในมือออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 

ก็เราต้องกินต้องอยู่นี่ ขอบริจาคนิดหน่อยจะเป็นไรไป อิลมาเรเถียงฮึดฮัด 

ไม่มีใครเอ่ยนามของเทพแห่งการทำลายพร่ำเพรื่อหรอกนะ ฟาราพูดพลางหยิบถุงเงินจากหลังของอิลมาเรโยนทิ้งไป “วันนี้โชคดีแค่ไหนที่ศาสนจักรไม่รู้เรื่อง ไม่งั้นคนที่เดือดร้อนคือชาวบ้านพวกนั้นรู้มั้ย” 

พูดยังกะเจ้าห่วงจริงงั้นแหละ อิลมาเรเถียงเบ้ปาก 

ข้ารู้ว่าเจ้าแคร์ อิลมาเร ฟาราปรามในขณะที่Dwarfตัวเล็กกอดอกฮึดฮัดเถียงไม่ออก

เอ่อ พวกเจ้า จะช่วยสนใจข้าหน่อยได้มั้ย....... นักรบหญิงที่บัดนี้ชันตัวขึ้นนั่งกระตุกชายเสื้อของฟาราเรียกร้องความสนใจ พวกเจ้าคือ....เอ่อ Fake Angel ใช่มั้ย” 

แค่ฟาราคนเดียว ส่วนข้าเป็นผู้ช่วย ผู้ติดตาม และคนเก็บเงิน อิลมาเรชิงตอบ เธอแบมือยิ้มหรา บริจาคได้ที่นี่นะคะ

ป้อก! โอ้ย อิลมาเรกุมหัวตัวเองป้อยๆ หมัดของนางฟ้าจอมปลอมเขกหัวเธอเต็มรัก 

เอาล่ะนักรบเอ๋ยบอกความปรารถนาของเจ้ามาสิ ฟาราหันมาพูดกับบุคคลที่3 

ข้า.......อยาก.....เอ่อ.....อาบน้ำ^^ ฝนนี่มันหนาวจัง เจ้ามีอ่างน้ำอุ่นๆมั้ย ทหารหญิงตอบพลางสะบัดละอองน้ำที่เกาะร่างของเธอไปทั่วออก

ฟารานิ่งเงียบก่อนเอ่ย
เอาล่ะ เจ้าไม่เห็นอะไร เจ้าไม่เคยอ่านอะไร อีกเดี๋ยวเจ้าก็ลืมแล้ว ฟาราพูดพลางทอดสายตาระอา พร้อมกับยกมือเตรียมดีดนิ้ว

เดี๋ยวๆ เจ้าเคยเห็นไอ้นี่มั้ย ทหารสาวกระตุกสร้อยคอสีเงินชูขึ้นตรงหน้าของนางฟ้าจอมปลอม เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้ แต่ถ้าไม่ทำเธอคงพลาดโอกาสสำคัญไปอยู่ๆเธอก็นึกถึงวันที่ได้สร้อยเส้นนี้มานึกถึงคำของดาร์กเอลฟ์ผู้นั้น

ในวิหารแห่งกิรัน นางฟ้าที่เฝ้ามองชะตาของมนุษย์ จะทำให้ฝันของเจ้าเป็นจริง

เหมือนกับมีมนต์สะกด หญิงสาวที่ชื่อฟาราจ้องมองสร้อยสีเงินนั้นเขม็ง
ข้าชื่อ ฟราก้า นัวร์ (Fragha Noia) และถ้าเจ้ารู้จักสร้อยเส้นนี้ เจ้าก็คือนางฟ้าจอมปลอมจริงๆสินะ

ฟาราได้ยินทุกถ้อยคำของนักรบหญิงที่เรียกตัวเองว่าฟราก้า แต่สติของเธอจับจ้องอยู่กับจี้ของสร้อยคอสีเงินนั้น มันเป็นจี้สีแดงสลับดำ วงแหวนรูปสามเหลี่ยม2วงที่ไขว้ทับสลับกัน สร้างวงเวทย์6แฉก ภายในวงเวทย์2สีนั้น ปรากฏอักขระโลหะโบราณคล้ายกับตัวอักษร
F สีของอักขระนั้นดำสนิทแต่กลับส่งประกายแวววาว ราวกับประกายเหล็กที่ถูกเผาอยู่ในกองไฟ

เจ้า......ได้มันมาจากไหน.......ฟราก้า ฟาราถามแผ่วเบา 

นั่นมัน..... เสียงใสๆของอิลมาเรเอ่ยขึ้น 

ชู่ว! ฟาราเอ่ยปราม ทำให้เด็กน้อยเงียบเสียงลง ฟราก้ารับรู้ถึงบรรยากาศตึงเครียดตรงหน้าเธอลุกยืนขึ้นพร้อมกับถอยหลังไปพิงเสาราวกับจะหาที่ค้ำจุน

ข้า ได้มันมาจากชายคนหนึ่ง เขาเป็นดาร์กเอลฟ์ที่ข้าช่วยไว้จากพวกโจร......เห็นอย่างนี้ข้าก็เป็นทหารนะ เมื่อก่อนก็ได้เป็นถึงนายกองแห่งดิออน ทหารสาวยิ้มแก้เขิน แปลกใจที่ตัวเองพูดเรื่องในอดีตได้อย่างสนิทใจ ฟราก้ายังคงเล่าต่อไปเรื่อยๆเมื่อเห็นผู้ฟังทั้ง2ของเธอ ยืนฟังอย่างสงบ 

“......แล้วเขาก็มอบสร้อยเส้นนี้ให้ข้า บอกว่า ถ้ามุ่งหน้าไปหานางฟ้าจอมปลอมละก็ชะตาชีวิตของข้า จะเดินไปในทางที่มันควรเป็น ฟราก้ากำสร้อยในมือแน่นก่อนที่จะเริ่มรำลึกถึงความจริงที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมัน

จริงๆข้าก็ไม่อยากเชื่อนะ แต่ว่า...ตั้งแต่ได้สร้อยนี่มา ข้ามันจะฝันแปลกๆ บางทีก็วูบกลางอากาศไปเลย ทหารสาวเอ่ยจ้องมองประกายของจี้สีดำแดง 

มันสวยมาก แล้วบางทีชั่วขณะที่ข้ามองมัน ข้าก็เห็นภาพ ข้าจำรายละเอียดไม่ได้ แต่ว่า.... ฟราก้ากัดฟัน บางภาพมันชัดเจน มันเหมือนกับสัญลักษณ์ของ.....กองทัพที่ขับข้าออกมา เสียงของนักรบสาวแหบต่ำเธอเค้นคำพูดแต่ละคำด้วยความยากเย็นเหมือนเงาจากอดีตตามหลอกหลอน

ข้าอยากรู้ความจริง ข้าเคยตัดใจ แต่มันเหมือนฝันร้ายจะไม่ยอมตัดข้า ฟราก้าเริ่มคร่ำครวญทำไมนะ ทำไมทหารกล้าเช่นเธอ ถึงได้อ่อนแอนักเมื่อมองไปยังตาคู่สวยใต้หน้ากากของหญิงสาวตรงหน้า เธอโน้มตัวลงโอบกอดนางฟ้าจอมปลอม 

บอกความปรารถนาของเจ้าอีกครั้ง สิ ฟาราเอ่ยขณะตอบรับอ้อมกอดนั้น

ข้าอยากรู้ความจริง ฟราก้าเอ่ยย้ำ ทั้งเรื่องสร้อยนี่ที่มันทำให้ข้าเห็นภาพประหลาดๆ ทั้งเรื่องของกองทัพ..... ทั้งความฝันของข้า......นางฟ้า เจ้าจะช่วยข้าใช่มั้ย ฟราก้าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอยู่ๆทำไมอารมณ์ของเธอถึงได้รุนแรงอย่างประหลาด เธอรู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน เหมือนกับความเข้มแข้งจะค่อยๆไหลออกไปตามถ้อยคำที่เธอเอ่ย 

ข้าเคยมีความฝัน แต่มัน.......โดนทำลาย....ตั้งแต่วันที่ข้า.....ถูกขับออกมา....อย่างน้อย ข้าก็มีสิทธิรู้ความจริงใช่มั้ย เสียงของนักรบสาวเริ่มสั่นเครือ

บางที เจ้าอาจจะไม่ควรเจอชายผู้นั้น ไม่ควรได้รับสร้อยเส้นนี้” 
ฟาราลูบศีรษะของหญิงสาวตรงหน้าไปมา เธอไล้นิ้วไปตามเส้นผมที่ซอยสั้น
 

แต่ ข้ามีหน้าที่บันดาลให้ผู้วิงวอนสมปรารถนา นิ้วของฟารายังคงเลื่อนมาเรื่อยตามท้ายทอย หน้าอก และหยุดลงที่มือของนักรบสาว ทันทีที่นิ้วของนางฟ้าจอมปลอมสัมผัสจี้ในมือของอีกฝ่าย จี้นั้นก็ร้อนราวกับไฟเหมือนกับแสงสว่างเข้าครอบคลุมฟราก้าอย่างฉับพลัน

-----------------------------------------------------------------------------------------------

นางฟ้าจอมปลอมออกมาสิ ออกมา ข้ารู้ว่าเจ้าฟังอยู่” 
เสียงแหลมแหบต่ำราวกับเสียงงูปลุกฟราก้าจากภวังค์ ร่างของหญิงสาวบัดนี้เหมือนลอยอยู่กลางอากาศหรือไม่ก็ว่ายอยู่ในทะเล ภาพตรงหน้านั้นเหมือนกับมองผ่านม่านน้ำบางๆ ที่คนอีกฝั่งมองไม่เห็นเธอ

โครม!! ตูม เสียงเอะอะเรียกสติของเธอให้ตื่นเต็มตา ฟราก้าหันความสนใจไปยังต้นเสียงอีกครั้ง ภาพที่เธอเห็นลางๆ คือมนุษย์ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งใบหน้าของเขาผอมซีดเต็มไปด้วยหนวดเครา ผมสีแดงนั่นถูกตัดให้อยู่ในทรงประหลาด รอบตัวเขามีเงาร่างสีดำวิ่งวนเวียนอยู่ เงานั้นเริ่มทำลายสถานที่รอบๆเสียงแตกของหินดังโครมครามไปทั่ว

พวกนอกรีต.... ฟราก้าเอ่ยมันเป็นมนต์ดำอย่างแน่นอน เธอเคยเห็นมาแล้วเมื่อครั้งอยู่ในกองทัพ ทันใดชายคนนั้นก็หันหน้ามาทางเธอ 

กว่าจะยอมออกมา เสียงแหบแห้งเหมือนงูเอ่ยยินดี ฟราก้ากระตุกเธอรู้สึกกลัวแววตาที่บ้าคลั่งนั้น เธอผงะถอยหลังแต่แล้วก็สังเกตได้ว่าชายผู้นั้นไม่ได้พูดกับเธอ เงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้น คั่นกลางเบื้องหน้าระหว่างเธอกับชายคนนั้นไว้ ฟราก้ามองไม่เห็นใบหน้าของเธอคนนั้น แต่ผมสีแดงยาวที่ปลิวไสวมันคุ้นตาอย่างประหลาด

ฟีโนมีน่อน (Phenomenon)” หญิงสาวผมแดงเอ่ยนามของชายบ้าคลั่งเป็นคำแรก เจ้ายอมรับมันเถอะ......จะดิ้นรนไปเพื่ออะไร เสียงนั้นฟังดูคุ้นหูเหลือเกินสำหรับฟราก้า 

ข้าไม่ยอม........นายท่านต้องไม่ทอดทิ้งข้า ฟีโนมีน่อนระเบิดเสียง 
ความฝันของข้า......ข้าทุ่มเททุกอย่าง.....ข้าไม่ยอมให้มันจบแบบนี้!!

เจ้าก็เป็นเพียงหมากที่ถูกทิ้ง เสียงของหญิงสาวผมแดงยังคงเอ่ยต่อไป ฟราก้าฟัง คำพูดนั้นเสียดแทงใจ 

เจ้าหมดประโยชน์แล้ว........ยอมรับเถอะ ถึงหญิงสาวจะไม่ได้พูดกับเธอ แต่ฟราก้าไม่อาจทนฟัง เธอลอบมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวของนักเวทนอกรีตชั่วขณะหนึ่งมันดูเศร้าจับใจ แต่ความบ้าคลั่งก็เข้าแทนที่ในพริบตา คราวนี้เหมือนกับโลกหมุนรอบตัวร่างของฟราก้าพลิกกลับมาลอยอยู่กลางอากาศ เธอมองเห็นใบหน้าของคนทั้งคู่ชัดขึ้น หญิงสาวคนนั้นไม่ได้สวมหน้ากาก แต่ฟราก้าจำดวงตาของเธอได้ 

ฟารา... ทหารหญิงรำพัน

ข้า ไม่ ยอม ให้ ข้า พบ นาย ท่าน 
ฟีโนมีน่อนเน้นคำพูดแต่ละคำด้วยเสียงแหบแห้งแววตาวาววับหรี่ลงเหมือนงูที่จ้องจะจับเหยื่อ ฟาราตอบกลับแค่เพียงส่ายหน้า จอมเวทย์ยกไม้เท้ารูปหัวกะโหลกในมือเป็นเชิงขู่พร้อมกับพึมพำคาถาที่ฟราก้าไม่เข้าใจ
 

ศาสตร์มืดของเจ้า ข้ารู้จักมันดี นางฟ้าจอมปลอมเหมือนจะปราม 

นังเด็กเมื่อวานซืนอย่าอวดดี จอมเวทย์ทมิฬกล่าว

เมฆร้าย จะโรยกรดกัดกินกระดูกเจ้า Poisonous Cloud” สิ้นเสียงสวดที่เหมือนคำสาปแช่ง บรรยากาศโดยรอบก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเขียว มันกัดกร่อนก้อนหินและพื้นดินอย่างรวดเร็ว แต่ฟารายังคงยืนนิ่ง 

ความมืด จะกระชากวิญญาณเจ้าให้หมดหวัง Curse Gloom” ต้นไม้และแมลงโดยรอบเริ่มล้มตาย แต่ฟาราก็ยังไม่หวั่นไหว 

ความกลัว จะไล่ตามเจ้าจนเตลิด Curse Fear” ไร้ผลฟารายังคงยืนอยู่ที่เดิม

ใบหน้าของเนโครแมนเชอร์กระตุกไปมาด้วยความโกรธ 2คิ้วขมวดมุ่น ริมฝีปากบิดเบี้ยว มือที่กำไม้เท้าสั่นระริก
 

คืนมันมา มันไม่ใช่ของเจ้าอีกต่อไป ฟาราเอ่ยพลางยื่นมือออกมาข้างหน้า จอมเวทย์โฉดรีบเอามือตะปบหน้าอกตัวเองส่ายหัวไปมา ฟราก้าเห็นเขากำบางสิ่งยึดแน่น 

นั่นมัน!?” หญิงสาวที่ทำหน้าที่ผู้ชมอุทาน เธอจ้องสร้อยสีเงินที่มีจี้สีแดงสลับดำไม่วางตา

เหมือนหมอกข้างหน้าของเธอจะจางลงเธอมองเห็นชุดที่ชายผู้นั้นสวมใส่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เสื้อสีเทาขมุกขมัวนั่นปักด้วยตราสิงโตสีดำ ตราที่เธอคุ้นเคยตราของกองทัพอันเป็นที่รัก......................

เจ้าหนีไม่พ้นหรอก The Forsaken (ผู้ถูกทอดทิ้ง) ไม่ต้องการคนไร้ความสามารถ เสียงของฟารายังคงย้ำทิ่มแทง 

ข้าอาจสู้เจ้าไม่ได้แต่ ข้าไม่ยอมแพ้ ฟีโนมีน่อนตะคอกแสยะยิ้มเหมือนคนบ้า พลันนางฟ้าจอมปลอมก็รู้สึกถึงความผิดปกติพื้นดินรอบเท้าเธอสั่นไหวมันระเบิดตัวทรุดลง

สมอเหล็ก จะดึงร่างของเจ้าลงสู่โคลนตม Anchor” พลังเวทย์สีดำเลื้อยมาพันขาของฟาราไว้เหนียวแน่น 

กับดักรึ หญิงสาวเงยหน้ามองด้วยความสมเพช 

ฮี่ๆๆๆ ข้าไม่สนหรอก เจ้าจับข้าไม่ได้ก็พอ เนโครแมนเชอร์หัวเราะไร้สติ ข้ายังมีกับดักอีกหลายอัน ต่อให้พวกเจ้าตามมาใกล้แค่ไหน ก็คว้าได้แค่เงาของข้า มันยังคงหัวเราะขณะวิ่งหนีๆไปเรื่อยๆ

มีแค่สัญลักษณ์นี่เท่านั้น ข้าจะไม่ยอมมอบให้ใคร นักเวทย์โฉดเอ่ยจ้องมองจี้ในมือ ดวงตาวาววับ

ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอม มันย้ำตัวเองไม่หยุด 

แฮ่กๆ เจ้าพวกสิงโตดำต้องชดใช้” 
ฟราก้าสะดุ้งกับประโยคสุดท้าย เธอแหงนหน้ามองตามทิศทางที่ฟีโนมีน่อนมุ่งไปมันเป็นหอคอยสีเทาดำที่สูงเสียดฟ้า ซากปรักผุพังร่วงหล่น ฟราก้าเหมือนได้ยินเสียงสั่นไหวของแผ่นหิน เธอก้มหน้าลงอีกครั้งสายตาปะทะกับแววตาวิปริตม่านตาที่แหลมหรี่เล็กและมุ่งร้ายเหมือนกับแววตาของสัตว์เจ้าเล่ห์ทำสติของฟราก้าหลุดลอยไป

-----------------------------------------------------------------------------------------------

Bonus Scene
 
Staticlaw :ปล่อยข้า ออกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป ปล่อยข้าๆๆๆๆๆๆๆๆ
Orc หนุ่มโชคร้ายร้องเสียงหลง รอบกายเขาเต็มไปด้วย Orcนักรบมากมาย ภายในวิหารของเทพแห่งไฟ

Staticlaw : แบบนี้ข้าไม่เอา ไม่เอา แง้~~~~~~~~~~~ เค้าจะเอาเอลฟ์หนุ่มๆ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงโอดครวญ ยังดังก้องวิหารไม่ขาดระยะ และเชื่อได้เลยว่า
Staticlaw จะไม่ขาดหนุ่มๆไปอีกนาน



 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #58 JoM_ZzZz (@thitapha2011) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 20:07
    นางฟ้าน่ารักจัง **
    #58
    0
  2. #42 ๋ำJeejie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 21:36
    เอ อดีต ?
    #42
    0
  3. #22 blackkimono (@blackkimono) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 / 00:32

    555 ตอนนี้แอบสงสารนางฟ้าจอมปลอมแฮะ ต้องมาเจอกับฝูงชนล้นหลามแบบนี้ แต่ละคนก็ขอ ..นะแบบว่า
    อิลมาเรแอบร้ายนะเรา 

    อา แล้วเราก็เดาเนื้อเรื่องไม่ออกอีกแล้วแฮะ ทหารหญิง นักเวทย์ทมิฬ กับสร้อยเส้นนั้น ยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้เลย
    ต้องลองอ่านตอนต่อไปซินะ ดำเนินเรื่องเห็นภาพเลยค่ะ สมเ็ป็นแนวแฟนตาซีดีจริงๆ ^^
    #22
    0