Fake Angel นางฟ้าจอมปลอม

ตอนที่ 1 : Chapter 1 : Fake Angel (นางฟ้าจอมปลอม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ต.ค. 53

Chapter 1

Fake Angel (นางฟ้าจอมปลอม)

 

ในยุคสมัยที่สับสนวุ่นวายเช่นนี้ ผมเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องเล่าแปลกๆที่ได้ยินมาเมื่อคืนวาน บางที...มันอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ เรื่องราวที่เด็กน้อยชาวดวอร์ฟคนนั้นเล่าให้ผมฟัง

ในเวลาที่จิตใจว้าวุ่นไร้หนทาง เรื่องที่ได้ยินมาอาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผมจะคว้ามันไว้ได้

"นี่ รู้รึเปล่า ในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งกิรัน หากเจ้าวิงวอนต่อนามของ กรังคายน์ เบื้องหน้าเทวรูปแห่ง ไอน์เฮเซด แล้วละก็ นางฟ้าจอมปลอมจะปรากฏตัวขึ้น เพื่อทำให้ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริง"

ผมยังรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบของบาดแผลจากเศษแก้วที่ผมบีบจนแหลกคามือ เมื่อได้ยินประโยคต้องห้ามนั้น 

"บ้าไปแล้วรึ! จะให้สวดอ้อนวอนเทพแห่งการทำลายต่อหน้ามารดาของมนุษย์"

เสียงของผมตะโกนก้องอยู่ภายในบาร์ซอมซ่อที่เงียบกริบ ผู้คนเริ่มหันมามองที่ผมและเด็กคนนั้น ทันใด เธอก็กระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ถอยหลังไปในเงามืด

"จำไว้นะ นางฟ้าจอมปลอมจะทำให้ความปรารถนาของผู้ที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้นเป็นจริง

จากนั้นเหมือนโลกทั้งโลกฉายแสงสว่างวาบในชั่วพริบตา แล้วเด็กคนนั้นก็หายไป

-

ภายใต้แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงกลางเมืองแห่งการค้าที่มั่งคั่งที่สุดในอาณาจักรเอเดน ท่ามกลางฝูงชนมากมายปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาแต่งกายอย่างนักรบทั่วไป แม้เสื้อผ้าที่ใส่จะดูเก่าและขาดวิ่น แต่กิริยาท่าทางอันองอาจเข้มแข็งสมเป็นนักรบนั้นกลับช่วยขับเน้นให้เขามีสง่าราศีราวกับอัศวินแห่งปราสาท

ทว่าหากผู้ใดเข้าไปใกล้และพินิจดูให้ดี ก็จะได้เห็นริ้วรอยแห่งความเศร้าและความทุกข์บนใบหน้าเคร่งขรึมนั้น ชายหนุ่มกำลังจดจ้องอยู่หน้าประตูทางเข้าวิหารแห่งไอน์เฮเซดราวกับมันเป็นทางไปสู่ลานประหาร เขาก้มหน้าลงระบายลมหายใจยาวเหมือนกับคนที่พ่ายแพ้ต่อบางสิ่ง แล้วนักรบหนุ่มก็ก้าวเดินผ่านประตูวิหารไป

ภายในวิหารอบอวลด้วยกลิ่นหอมของกำยานและกลิ่นของเปลือกไม้ที่เผาไหม้ในเปลวไฟ มีเพียงเสียงสะเก็ดไม้ที่แตกประทุดังแว่วเป็นนิจ น่าแปลกทั้งที่เป็นยามบ่ายแต่ภายในวิหารกลับไร้ผู้คน

ชายหนุ่มก้าวไปยืนเบื้องหน้ารูปปั้นของเทพี เขาค่อยๆคุกเข่าลงพลางก้มหน้าเหมือนจะหลบดวงตาหินที่ทอดมองลงมาของรูปสลัก เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าสิ่งกำลังจะทำนั้นถูกต้องแน่หรือ แล้วทำไมเขาต้องกังวลใจถึงขนาดนี้

"ข้าคือ โบริส แห่งเผ่ามนุษย์ผู้เป็นบุตรแห่งไอน์เฮเซด แต่...บัดนี้...ข้า...ขอวิงวอน...ต่อ...เทพแห่งการทำลาย...ได้โปรดรับฟังเรื่องราวของข้าและช่วยนำทางข้าให้พ้นจากหุบเหวแห่งความสับสน"

เสียงของโบริสแผ่วเบายิ่งกว่าเสียงกระซิบ เขาท่องประโยคเดิมวนเวียนไปมาหลายสิบรอบ

"ข้าขอวิงวอน...ข้าขอวิงวอน ข้าขอวิงวอนๆๆ"

ราวกับจะท่องย้ำกับตนเอง เขากัดฟันแน่นก่อนตะโกนก้อง

"กรังคายน์ ข้า ขอ วิง วอน ต่อ ท่าน!"

เพียงแค่เอ่ยนามเทพแห่งความมืด สรรพเสียงทุกอย่างพลันเงียบกริบ ราวกับโลกนี้จะหยุดหายใจ

"คิก คิก..."

พลันโสตประสาทของโบริสก็ได้ยินเสียงบางอย่างแว่วมาตามสายลมมันดังอยู่เบื้องหน้าของรูปปั้น

เขาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นคือหญิงสาวชาวมนุษย์ในชุดสีดำสนิท ผมสีแดงของเธอส่องประกายแข่งกับสีของเปลวไฟ ดวงตาของเธอถูกบดบังอยู่ภายใต้หน้ากากสีดำที่แปลกประหลาดแบบที่ชายหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อน สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงริมฝีปากสีแดงสดที่หยักยิ้มขึ้นราวกับรอยยิ้มของเทพธิดา

ถึงแม้สตรีที่อยู่ตรงหน้าจะดูเหมือนมนุษย์ธรรมดา แต่โบริสกลับรู้สึกว่าเธอคนนี้ดูแปลกแยกออกไป เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถหาคำมาอธิบายได้

"นางฟ้าจอมปลอม?"

เธอพยักหน้าน้อยๆพร้อมกับวางมือขวาทาบลงบนหน้าผากของโบริส

"เจ้าได้เอ่ยนามของบิดาแห่งเรา จงบอกความปรารถนาของเจ้ามาสิ"

เธอคนนั้นเอ่ยด้วยเสียงเยียบเย็น

มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?’ โบริสคิดด้วยความสับสน หรือนี่จะเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เขาโดนหลอก หรือเป็นเรื่องตลกที่คนในเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อล้อเล่นกับคนต่างถิ่นเช่นเขา

"หยุดใช้ดวงตาของเจ้า จงเปิดใจและเล่าเรื่องราวของเจ้า ทั้งความทุกข์และความหวัง แล้วข้าจะตัดสินเองว่าเจ้าสมควรได้รับการช่วยเหลือหรือไม่"

เธอพูดขณะเลื่อนมือลงมาปิดดวงตาทั้งคู่ของเขาไว้อย่างแผ่วเบา

โบริสยกมือขึ้นเหมือนกับจะต่อต้าน แต่ก็ละมือลง เขารู้สึกสบายจนแทบจะวางใจ มือที่เยียบเย็นทำให้เขาผ่อนคลายอย่างประหลาด

"เล่าความปรารถนาของเจ้ามาสิ" เธอเอ่ยย้ำอีกครั้ง

"ข้า...นามของข้าคือโบริส ข้าเป็นพรานที่ยังชีพด้วยการล่าสัตว์แถบดิออน ข้ามีภรรยาอยู่คนหนึ่งนางเป็นชาวเผ่าดาร์กเอลฟ์ ถึงจะต่างเผ่าพันธุ์แต่พวกเรารักกันมาก ข้าคิดว่าในชีวิตนี้คงไม่มีทางที่เราจะพรากจากกันจนกว่าจะตาย"

เขาพูดราวกับจะย้ำกับตนเอง

"แต่วันนึงก็มีทหารเอลฟ์บุกมาที่บ้านของข้า พวกมันพยายามทำร้ายเธอและจับกุมข้า นายกองหญิงคนนั้นทำร้ายเธอ...ไนท์...ภรรยาของข้า"

เมื่อเล่ามาถึงตอนนี้เสียงโบริสเริ่มขาดห้วง

"เราไม่เคยทำอะไรผิด ข้าไม่เข้าใจ...ทำไมทหารพวกนั้นต้องทำร้ายเรา เหมือนกับสติของข้าขาดช่วงไป ข้าคว้าดาบในมือทหารเอลฟ์คนนึง แล้วพอรู้สึกตัวอีกทีเอลฟ์พวกนั้นก็จมอยู่ในกองเลือด แต่...แต่...ทำไมข้าถึงฆ่านักรบหญิงคนนั้นไม่ลง ข้าเงื้อดาบขึ้นแต่ตัดใจฆ่าเอลฟ์นางนั้นไม่ได้ ทั้งๆที่นางเกือบจะฆ่าไนท์"

โบริสเริ่มพูดเร็วขึ้น เขาสับสนเหมือนความรู้สึกในตอนนั้นย้อนกลับมาอยู่ตรงหน้า

"ข้าอุ้มไนท์หนีออกมา ข้ารู้ว่าโทษที่ทำร้ายทหารแห่งเอลฟ์จะต้องสาหัสแน่ แต่ข้าก็แค้น แค้นที่ตนเองช่วยไนท์ ไม่ได้ เรื่องมันเกิดขึ้นแค่ชั่วพริบตา ข้าทั้งเหนื่อยและสับสน จนในที่สุดก็ล้มลงในเขตแดนประหาร พอฟื้นขึ้นมาไนท์ก็หายไป ข้าพยายามหาทุกซอกมุมในเศษซากรอบๆนั้น บุกไปกลางรังของพวกต้นไม้ปีศาจและตัวกินซากศพ แต่ข้าก็หานางไม่เจอ"

ชายหนุ่มครางเสียงเครือ

"เกือบเจ็ดวันที่ข้าวนเวียนในแดนประหาร ข้าท้อเหลือเกิน พวกพ่อค้าเร่ที่พบข้าพาข้ามาที่กิรัน และเมื่อคืนวานนี้ข้าก็ได้ยินเรื่องของท่าน...นางฟ้าจอมปลอม"

"แล้วเจ้าปรารถนาที่จะแก้แค้น หรืออยากจะพบภรรยาของเจ้าละ"

หญิงสาวเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมาเป็นเวลานาน โบริสกระตุกใจเมื่อได้ยินคำถาม

"ข้าอยากรู้ว่าไนท์อยู่ที่ไหนแต่ในขณะเดียวกัน...ข้าก็...ช่างเถอะ"

หญิงสาวชาวมนุษย์ตรงหน้ายกมือของเธอขึ้นจากดวงตาของโบริส เธอยิ้มน้อยๆ

"เจ้าหยุดคิดถึงเอลฟ์นางนั้นไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ...หญิงที่ทำร้ายคนรักของเจ้า"

เหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ โบริสกัดฟันก้มหน้าลงไร้คำพูดใดๆ

"เจ้าอยากพบใครล่ะ ไนท์? หรือว่า..."

โบริสรู้สึกสมเพชตัวเอง เขาควรจะตอบได้อย่างไม่ต้องลังเล แต่ทำไมเขาไม่สามารถเอ่ยชื่อคนรักออกจากปากได้

"ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่มันเรื่องจริงรึเรื่องตลก เจ้าเป็นเฟคแองเจิ้ลจริงๆรึไง มันมีนางฟ้าจอมปลอมอยู่จริงหรือข้าแค่โดนปั่นหัวเล่น ข้าบ้ารึเปล่าที่เชื่อเรื่องไร้สาระพรรค์นี้!"

"เจ้ากลับไปซะเถอะ"

เสียงของหญิงสาวยังคงราบเรียบ โบริสชะงักกับคำพูดนั้น

"กลับไปทบทวนความปรารถนาของเจ้า ข้าจะให้เวลาจนกว่าพระจันทร์จะลับขอบฟ้าในคืนนี้ เจ้าปรารถนาอะไร หวังสิ่งใด จงตอบอย่างกล้าหาญล่ะ"

เธอคนนั้นค่อยๆถอยหลังเข้าไปชิดรูปปั้นหิน มือทั้งสองข้างบรรจงวางแนบไปกับฐานของมัน เธอยังคงยิ้มก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง ไฟในวิหารดับสนิทพร้อมกันอย่างประหลาด เหลือเพียงแสงสว่างจากประตูทางเข้า

โบริสหันมองรอบกาย พริบตาที่หันกลับมาร่างตรงหน้าก็หายไป เหลือแค่เสียงเอ่ยกังวานก้องวิหาร

"คราวหน้าเรียกชื่อของข้าละ เรียกข้า...ฟารา...เฟคแองเจิ้ลฟารา..."

 

 

------------------------------------------

A/N รีไรท์นิดหน่อยค่ะ กลับมาอ่านสำนวนตัวเองสมัยก่อนรู้เลยว่ามีจุดต้องแก้จริงๆแฮะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #53 JoM_ZzZz (@thitapha2011) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 19:18
     สนุกคะ
    #53
    0
  2. #48 มิกุต้นหอม (@mbforever) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2554 / 13:36

    สนุกดี ค่ะ^^

    #48
    0
  3. #37 Jeejie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 21:22
    สนุกมากค้า > .
    #37
    0
  4. #32 My name is Miss Valentine ^O^ (@valen_mylove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 21:25
    สนุกมากค่า
    #32
    0
  5. #28 เจ้าหญิงในสวนกุหลาบขาว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 09:00
    สนุกมากค่า

    อ่านบทต่อปาย~~~~
    #28
    0
  6. #12 Killer Shii (@killer-shi-i) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2553 / 00:20
    ระหว่างรอหลงกิเลนจันทร์
    อืม... สนุกดีเหมือนกันนี่นา
    ว่าแล้วก็ไปอ่านต่อดีกว่า 
    #12
    0