หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 5 : บทที่ ๒ งานฉลองพิธีเปลี่ยนร่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,492
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.พ. 53

บทที่ ๒

งานฉลองพิธีเปลี่ยนร่าง

 

 

 

ลานหินกว้างโอ่อ่าของพระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์กิเลนยามนี้ มีโอกาสได้ต้อนรับอาคันตุกะจากทั่วทุกสารทิศ ด้วยว่าวันรุ่งคือวันมหามงคล  วันที่แปดเดือนแปดวันอันถูกกำหนดให้เป็นวัน พิธีเปลี่ยนร่างของโอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสองที่จะมีอายุครบแปดเดือนพอดิบพอดี วันอันแสนสำคัญตามธรรมเนียมของชนชาวกิเลนเย่วจินหรงที่ทารกกิเลนน้อยจะเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นร่างกายมนุษย์

ร่างกิเลนเมื่อแรกเกิดนั้นคือพื้นฐานแห่งพลังชนชาวกิเลน นับจากนั้นร่างทารกกิเลนน้อยจะค่อยๆ เติบโตจนกระทั่งถึงช่วงระยะเวลาหนึ่ง...ขีดจำกัดแห่งพลังที่มีจะบังเกิดมากขึ้นจนมีผลให้ร่างกิเลนต้องเปลี่ยนร่างไปเป็นรูปกายมนุษย์ นับจากนั้น...กายมนุษย์และร่างกิเลนจะเสมือนภาชนะรองรับพลังอันไม่รู้จบของชนชาวกิเลนแห่งพิภพสวรรค์

คณะทูตจากหลากหลายเผ่าพันธุ์สูงศักดิ์ในดินแดนสวรรค์ล้วนพากันอัญเชิญของกำนัลมาร่วมแสดงความยินดี จึงเป็นหน้าที่ของเหล่าเชื้อพระวงศ์กิเลนที่พร้อมใจกันออกมาต้อนรับด้วยไมตรีและสีหน้ายิ้มแย้ม

ด้วยเหตุนี้ ท่ามกลางรถม้าเทียมเกวียนและฝูงชนมากมายที่มาร่วมงาน เหล่าสามัญชนจึ่งล้วนได้ยลโฉมราชินีกิเลนแห่งบุปผาที่ยืนยิ้มต้อนรับอย่างอ่อนหวานราวดอกไม้ผลิบาน หลังจาก...ถูกประทาน หน้าที่นี้มาอย่างจงใจโดยราชินีกิเลนแห่งวารี และราชันย์กิเลนแห่งปฐพี

มู่ตานกุ้ยฮวาขยับก้าวเดินเยื้องย่างอย่างสง่างาม ใบหน้างามพิสุทธิ์เหลียวซ้ายแลขวาพลางโปรยรอยยิ้มพิมพ์ใจแสนหวานอย่างถ้วนทั่ว พาให้หัวใจของเหล่าคณะทูตจากทุกดินแดนพองโต นางทอดสายตากวาดมองเรียบเรื่อยก่อนชะงักงันด้วยเสียงอื้ออึง ผู้คนต่างพากันแหงนหน้ามองท้องฟ้า ชี้ชวนให้มองตามปลายนิ้วไปด้วยความรู้สึกอัศจรรย์

            ผินไปทางทิศตะวันออก... ราชรถเทียมอาชาคันงามลอยล่องลงมาจากท้องฟ้าสีครามสดใสอย่างนุ่มนวล ตัวรถที่สร้างด้วยไม้สักสีน้ำตาลเข้มถูกขัดลงยาอย่างประณีตจนเนื้อไม้เปล่งประกายเงาวับ สะท้อนแสงตะวันร้อนแรงยามเที่ยงวัน อีกทั้งลวดลายสลักอาชาสวรรค์วิ่งอย่างองอาจรายรอบคันรถนั้นช่างวิจิตรบรรจงสมจริงราวกับทะยานออกมา

ม้าหนุ่มเทียมรถรูปร่างองอาจสองตัวสะบัดหัวไปมาอย่างมีชีวิตชีวา ตัวแรกขนสีขาวบริสุทธิ์แลดูอ่อนนุ่มดุจปุยเมฆสวรรค์ อีกตัวนั้นขนสีดำนิลกาฬพลิ้วไหวราวเมฆทึบยามฝนทะมึน กีบเท้าม้าทั้งสองใหญ่โตเท่ากับฝ่ามือชายฉกรรจ์ ที่กีบเท้าแต่ละข้างและล้อเกวียนมีปุยเมฆบางเบาลอยอ้อยอิ่ง ทั้งหมดนี้ฉายชัดว่าทั้งรถทั้งม้ามิใช่ธรรมดา สายตาทุกคู่บนลานหินกว้างที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน รถ และเกวียน จึงพากันจับจ้องมาที่ ราชรถวิเศษนี้อย่างช่วยไม่ได้

ไม่เว้นแต่มู่ตานกุ้ยฮวาที่มองขาดถึงความพิเศษจนต้องออกมาต้อนรับด้วยตนเอง นางกิเลนบุปผาบัดนี้อยู่ในชุดคลุมสีแดงสด ผมดำเป็นเงาถูกรวบขึ้นกลัดด้วยปิ่นหยกสีอำพันแซมด้วยดอกเหมยสีอ่อน ทุกย่างก้าวมีกลิ่นหอมจรรโลงใจแผ่ออกมาสดชื่นเหมือนกลิ่นมะลิป่า ช่วยคลายความเหนื่อยล้าของทวิอาชาจนหมดสิ้น

หลังจากพินิจพิเคราะห์ลักษณะอันโดดเด่นของอาชาทั้งสอง นางอดห้ามใจไม่สัมผัสกล้ามเนื้อหนาหนั่นภายใต้ขนเรียบลื่นไม่ได้ มู่ตานกุ้ยฮวาเงยหน้าขึ้นพลางทอดสายตามองอย่างชื่นชม มือขาวเนียนยื่นมาด้านหน้าจนปลายแขนเสื้อผ้าไหมสีเดียวกับดวงตาขยับพลิ้วไหวราวกลีบดอกโบตั๋น สัมผัสสีข้างม้าทั้งสองทีละตัวอย่างนุ่มนวลพลางแย้มยิ้มพอใจ ด้วยนางเป็นผู้ฝักใฝ่ในการยุทธ์จึ่งรู้ดีว่า ยอดอาชาควรคู่แก่การเคารพยกย่อง

 

            เจว่ชิง คารวะราชินีกิเลน ท่านนี้คงเป็นเทพพิทักษ์สงคราม ท่านมู่ตานกุ้ยฮวา... ช่างงดงามดุจดั่งราชินีบุปผาสมคำร่ำลือนัก

 

เสียงชายหนุ่มที่ดูหนักแน่นแต่แฝงความถ่อมตนในทีเอ่ยขึ้น ภายหลังควบม้าลงมาจากฟากฟ้าตามหลังราชรถมาเพียงอึดใจ เขาคือราชทูตผู้นำของขวัญมาจากพิภพมนุษย์

องค์จักรพรรดิให้ผู้น้อยนำขบวนรถม้าพร้อมยอดอาชาที่เป็นเลิศที่สุดในแดนมนุษย์มากำนัลแด่องค์ชายทั้งสองเนื่องในโอกาสวันพิธีเปลี่ยนร่าง

ยอดอาชามิใช่คำกล่าวเกินจริง และอาจกล่าวได้ว่าอาชาแห่งพิภพมนุษย์นั้นชั้นเลิศที่สุด ม้าหนุ่มรูปร่างสมบูรณ์ลักษณะถูกต้องตามตำราสองตัวนี้ กำเนิดมาจากสายพันธุ์อาชาสวรรค์กับอาชาพิภพมนุษย์ ทั้งยังถูกเลือกเฟ้นและเลี้ยงดูด้วยยอดหญ้าอมน้ำค้างบริสุทธิ์ที่ผ่านการปลุกเสกอาคมจนทำให้มีความสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้... ม้าทั้งสองเป็นสินค้าขึ้นชื่อคู่ควรแผ่นดิน และมักถูกปล้นชิงจากชาวพิภพมารผู้รักการศึก บางคราก็ถูกลักลอบนำเข้าพิภพเทพด้วยมูลค่าสูงลิบลิ่วจนถึงกับมีคำกล่าว หนึ่งอาชาแลกหนึ่งเมือง

และเป็นที่แน่นอนว่า... ต่อไปในกาลภายหน้า อาชาวิเศษคู่นี้จะเป็นสัตว์พาหนะคู่ใจขององค์ชายกิเลนทั้งสอง ร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงข้างนายอย่างซื่อสัตย์ตราบจนวาระสุดท้าย...

มู่ตานกุ้ยฮวาไม่ตอบว่ากระไร นางเพียงกล่าวเชิญราชทูตหนุ่มเข้าสู่ที่พำนักรับรอง ด้วยรู้ดีว่า...สิ่งนี้คือของขวัญเอาอกเอาใจคล้ายจะปลอบขวัญพร้อมทั้งขอขมาแก่ คำทำนายแห่งเทพพยากรณ์เป็นแน่แท้ นางเพียงแค่นเสียงบ่นพึมพำกับตัวเองภายหลังเงาร่างราชทูตชาวมนุษย์หายลับไปในฝูงชน

จักรพรรดิมนุษย์เจ้าสำราญ หากเป็นเรื่องของเทพพยากรณ์แล้ว ดูเจ้าจะใส่ใจจริงจังเสียเหลือเกินนะ!

ว่าพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ลองส่งของขวัญมาดักหน้าเช่นนี้คงเกรงล่ะสิว่า เทพพิทักษ์การศึกแห่งพิภพกิเลนเช่นนาง หลังจากเลิกทำหน้าที่ กิเลนแม่ลูกอ่อนแล้ว จะรีบแล่นไปเหยียบถึงวังเทพพยากรณ์สั่งสอนนางมนุษย์นั่นในฐานะที่กล่าวร้ายแก่ทารกแรกเกิดสักทีหนึ่ง

ในระหว่างทำเสียงฮึดฮัดในลำคอพร้อมทั้งพยายามรักษาสีหน้ากิริยา ราชินีกิเลนผู้สูงศักดิ์นั้น มู่ตานกุ้ยฮวารู้สึกได้ถึงลมหายใจครืดคราดจากอาชาทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง... ดูสิ เจ้าม้าหนุ่มพากันหลงใหลในกลิ่นอ่อนๆ ของมะลิป่าจึงกระดิกหูส่ายหาง หลับตายื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างเพ้อฝัน จ้าวแห่งอาชากลับทำท่าราวลูกม้าไร้เดียงสาเช่นนี้จึงเรียกสายตาเยาะเย้ยจากสัตว์เทียมรถและสัตว์บรรณาการอื่นๆ โดยรอบ ทั้งโคอ้วนพีสมส่วน นางสิงห์ขนปุกปุย และราชสีห์ร่างกำยำ ล้วนแต่หลิ่วตาถากถาง บางตัวทำท่าล้อเลียนมีผลให้รถที่มันเทียมอยู่ไหวไปไหวมา ทว่ายอดอาชาทั้งสองมีหรือจะยอมเสียท่า เมื่อรู้ตัวมันก็กลับมารักษาท่าทีสง่างามดังเดิมพร้อมส่งสายตาพิฆาตเย็นเยียบจับจิตอย่างราชันย์แห่งฝูงสัตว์เหยียดมองลูกกระจ๊อกทั้งหลาย ทำให้พวกมันที่บังอาจล้อเล่นไม่เกรงตายพากันกลัวหัวหด หางลู่หูลีบเจียมเนื้อเจียมตัวทันใด

มู่ตานกุ้ยฮวาจับจ้องกิริยาอาการทั้งหมดอย่างไม่วางตาถึงกับยิ้มกว้าง ดูน่ารักราวเด็กสาวตัวน้อย ลืมรักษาท่าทาง กิเลนผู้เหยาะย่างเย่อหยิ่งจนหมดสิ้น

สายไปเสียแล้วเจ้าม้าจอมเก๊ก เจ้าพวกสร้างภาพ ฮะฮะ!

ว่าพลางไม่ได้คำนึง...จะเป็นการว่ากล่าวตัวเองทางอ้อม มู่ตานกุ้ยฮวากระโดดรั้งคอ เจ้าขาวและ เจ้าดำตัวละที แล้ววนมาโอบรอบคอม้าทั้งสองตัวแน่นสลับกันไปมาราวกับได้พบของเล่นถูกใจก็ไม่ปาน และแล้ว...ราชินีกิเลนบุปผา ผู้งดงามอ่อนหวานจึงเปลี่ยนร่างกลับมาเป็น  ม้าดีดกะโหลก  ดังที่ราชินีชูเจินอวี้เหวิน และราชากิเลนเย่วหรงเต๋อปรารภกันด้วยความอ่อนอกอ่อนใจอีกครั้งหนึ่ง...

 

 

สูงขึ้นไปยังชานระเบียงไม้สักทองของอาคารทรงสูง ชูเจินอวี้เหวิน ราชินีกิเลนวารียืนสงบนิ่งมองลงมายังมู่ตานกุ้ยฮวาอย่างเอ็นดูระคนขบขัน นางยกหลังมือขาวผ่องป้องปากพลางหัวเราะเบาๆ เรือนร่างบางระหงขยับไหวด้วยคลื่นเสียงจนเส้นผมสีฟ้าระเรื่อพลิ้วไหว ไข่มุกขาวนวลที่ร้อยยาวประดับมวยผมสั่นกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง

ดูเถิด เห็นทีที่ข้าและฝ่าบาทหรงเต๋อตั้งใจให้นางออกไปฝึกหัดกิริยาให้สำรวมนั้น คงจะเสียแรงเปล่ากระมัง

นางว่าพลางพิศดูมู่ตานกุ้ยฮวาผู้มีศักดิ์เป็นเสมือนน้องสาวเริ่มถักเปียสีดำสลับขาวด้วยขนแผงคอของยอดอาชาโชคร้ายทั้งสองอย่างสนุกสนาน

ท่าทางเจ้าเป็นสุขเสียเหลือเกินนะชูเจิน มู่ตานก็เล่นสนุก หรงเต๋อก็คงกำลังเพลิดเพลินกับเจ้าตัววุ่นทั้งสอง คงมีข้าเพียงผู้เดียวที่ทุกข์ตรมในยามนี้

เสียงแหบต่ำเอ่ยมาจากด้านหลัง ราชันย์เต่าดำหยวนจุยซวนหวู่นั่งหน้าเคร่งเครียดอยู่เบื้องหน้ากระดานหมากรุก ตัวหมากฝ่ายเขาได้ข้ามแม่น้ำกลางกระดานบุกทะลวงมาจนถึงส่วนหน้าของพระราชวังในอาณาเขตของฝ่ายตรงข้าม ทว่า...จะตัวหมากม้า เรือ หรือปืนใหญ่ ที่เขาวางกลรุกไล่อย่างหยิ่งผยองในตอนแรกนั้น กลับถูกตัวหมากทัพช้าง ม้า และองค์รักษ์ ของชูเจินอวี้เหวินดักทางไว้เสียสิ้น ได้แต่นั่งมองกระดานหมากตาปริบๆ อย่างสิ้นลาย

เบาะที่นั่งตรงข้ามกับหยวนจุยซวนหวู่ว่างเปล่ามานานแล้ว ทั้งยังไร้ซึ่งไออุ่น บ่งบอกให้รู้ว่า คู่ประลองรอตาเดินจนเลิกสนใจ และหันไปเฝ้ามองน้องสาวร่วมสาบานที่กำลังขะมักเขม้นปฏิบัติหน้าที่ รับแขกอยู่มากกว่า

สมแล้วที่เป็นเทพพิทักษ์ปราชญ์เจ้าปัญญา ข้ายอมแพ้ ยอมแพ้

หยวนจุยซวนหวู่กล่าวอย่างหมดอารมณ์ คว่ำกระดานหมากเล่นเสียอย่างนั้น ดีที่เขาและชูเจินอวี้เหวินสนิทกันมากถึงขั้นเรียกได้ว่า มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์เจ้าก็ต้าน (?) ’ เช่นนี้แล้วจึงไม่เรียกว่าเสียมารยาท

อะไรกันพี่ซวนหวู่ ถ้าท่านดึงดันต่ออีกสักหน่อย ข้าคงได้สนุกมากกว่านี้

ชูเจินอวี้เหวินว่าพลางหันมามอง นางกิเลนวารีอยู่ในชุดสีฟ้าสดใส แต้มหน้าผากขาวเนียนด้วยหยดน้ำค้างพิสุทธิ์ใสกระจ่างราวเพชรน้ำงาม เมื่อมองโดยรวมอย่างไม่สนใจบริบท และรอยยิ้มเยาะแล้ว นางก็ดูราวกับเทพธิดาผู้บริสุทธิ์ก็ไม่ปาน

หึ เจ้าเล่นวางองค์รักษ์ปิดช่องว่างไปหาราชาเสียสิ้นแบบนั้น ข้าคงจะมีโอกาสรุกฆาตหรอก!

ราชันย์เต่าดำแห่งพิภพสวรรค์แค่นเสียงเถียงไป

นั่นเป็นหน้าที่ขององค์รักษ์ผู้พิทักษ์ก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือพี่ท่าน ปกป้ององค์ราชันย์ยิ่งชีพ

นางหัวเราะเสียงใสเสนาะราวระฆังแก้วก้องกังวาน ก่อนจะเปลี่ยนโทนเสียงต่ำลง

เหมือนดั่งหน้าที่ของข้าและมู่ตาน ที่จะต้องปกปักษ์รักษาเย่วจินหรง อาณาจักรจันทราทองแห่งนี้

เอ่ยจบคำ นัยน์ตาสีฟ้าใสราวน้ำทิพย์จากสวรรค์พลางฉายประกายแน่วแน่

ยังคิดมากเรื่อง คำทำนายอยู่อีกหรือชูเจิน

หยวนจุยซวนหวู่ถามอย่างห่วงใยจริงใจเป็นที่สุด และมีเพียงราชันย์เต่าดำเพียงผู้เดียวในสามราชันย์สัตว์เทพที่ยอมโอ้เอ้ละเลยกิจการบ้านเมือง ย้ายถิ่นฐานมาพำนักในพระราชวังกิเลนนานหลายเดือน

ใจข้า มู่ตาน และท่านหรงเต๋อคงมิผิดกัน ดีนักที่ตลอดแปดเดือนมานี้ กิเลนน้อยเติบโตมาอย่างแข็งแรง พวกข้าเองก็ได้แต่หวังว่าวันเวลาที่สุขสงบจะดำเนินต่อไปเข่นนี้

นางกิเลนวารีว่าพลางทอดสายตาล่องลอยไปยังสุดขอบฟ้าไกล หากเทพพยากรณ์ผู้หยั่งรู้อนาคตได้ยิน...ก็คงส่ายหน้าให้กับคำภาวนานั้นด้วยความปวดร้าวใจ

 

 

ยามกลางดึกสงัดของคืนนั้นเอง ยังมุมอันมืดสนิทเงียบเหงาของแดนสวรรค์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกสีรัตติกาลมืดมิดกลืนกิน ไม่เว้นกระทั่งผืนฟ้าก็ยังไร้แสงดาว  ณ ใจกลางของความมืดนั้น ปรากฏป้ายหินสลักไว้ด้วยตัวอักษร

 

พ่ายรัก

           

กลิ่นไอความเกลียดชังอันน่าคลื่นเหียนคละคลุ้งในบรรยากาศไปทั่ว... เพียงอึดใจ ป้ายหินนั้นก็สั่นไหวเบาๆ ก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ !  ปลดปล่อยกลุ่มควันสีดำคล้ำทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า มุ่งหน้าไปอย่างมุ่งร้ายไปยังอาณาจักรจันทราทอง !!

 

 

 

ในที่สุด รุ่งสางของ วันที่แปดเดือนแปดก็มาถึง...

ตามโบราณราชประเพณีแห่งเย่วจินหรง วันที่แปดเดือนแปดหมายถึงช่วงเวลาอันเป็นมงคลที่สุดที่ทารกกิเลนจักได้รับ นาม พร้อมทั้งเปลี่ยนร่างดั้งเดิมมาอยู่ในรูปกายมนุษย์ ด้วยการเกื้อหนุนแห่ง 8 อันเป็นสัญลักษณ์มหามงคลแห่งความไม่สิ้นสุด

 

เริ่มพิธีเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์เถิด

 

เสียงทรงอำนาจอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งราชันย์กิเลนดังขึ้น ณ ใจกลางลานหินกว้างที่ประกอบพิธีมงคล ร่างสูงสง่าของเย่วหรงเต๋อลอยเด่นอยู่กลางนภากาศ ชุดตัวยาวสีขาวประกายทองโบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงลม วงแขนแกร่งตระกองกอดโอรสน้อยทั้งสองในร่างทารกกิเลนอย่างทะนุถนอมแล้วผายมือออก ปล่อยร่างกิเลนน้อยสีขาวและสีดำลอยเด่นอยู่เคียงข้างกัน พลังธาตุสว่างร้อนแรงและพลังธาตุมืดหนาวเหน็บค่อยก่อตัวไหลเรื่อยมาจากทุกสารทิศ... กระแสธารแห่งพลังสองสีพาดผ่านอากาศเข้าปกคลุมร่างกิเลนน้อยทั้งคู่อย่างรวดเร็ว!

ตามปกติแล้ว ทารกแห่งราชวงศ์กิเลนจะถือกำเนิดมาพร้อมกับพลังธาตุแห่งธรรมชาติ พิธีเปลี่ยนร่างจึงเป็นการทดสอบความเหมาะสมต่อธาตุนั้นๆ อันเป็นกฎธรรมชาติแสนเรียบง่ายทว่าโหดเหี้ยม

เข้มแข็งรอด อ่อนแอตาย

            กระแสธาร ธาตุกำเนิดจะไหล่บ่าเข้าสู่ร่างทารกกิเลนจนกว่าพิธีเปลี่ยนร่างจะเสร็จสิ้น ในระหว่างนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางและสร้างภาระแก่ร่างกายกิเลนน้อยมากที่สุด เย่วหรงเต๋อผู้เป็นบิดาจึงต้องใช้พลังตนเพื่อช่วยกางกั้นอาณาเขตและควบคุมการไหลของพลังธาตุกำเนิดมิให้รุนแรงเกินไป ยิ่งเป็นพลังธาตุแห่งแสงสว่างและความมืดที่ถือว่าอยู่ ณ จุดสูงสุดของธาตุทั้งมวลด้วยแล้ว... งานครั้งสำคัญนี้จึงกินแรงราชันย์กิเลนสวรรค์ไปเสียเก้าในสิบส่วน

ยังเบื้องล่าง ชูเจินอวี้เหวินกำลังก้าวเยื้องย่างเวียนไปทางขวาในขณะที่มู่ตานกุ้ยฮวาหมุนวนไปทางซ้าย ราชินีกิเลนทั้งสองจัดวางแปดอักษร และแปดสัญลักษณ์มงคลรอบกายกิเลนน้อยทั้งแปดทิศ เสียงหวานเสนาะสองเสียงดั่งไข่มุกตกกระทบแผ่นแก้วประกาศก้อง เริ่มด้วยนางกิเลนวารีว่าก่อนตามด้วยนางกิเลนบุปผาว่าคลอกัน

 

ฉัตรวิเศษเป๋าส่าน คือศีรษะ   ขอประดับกตัญญู

" มัจฉาทองคำจินอวี๋ คือดวงตา  ขอประดับจริยธรรม

ดอกบัวเหลียนฮวา คือลิ้น   ขอประดับความจงรักภักดี

แจกันแห่งทรัพย์เป่าผิง คือลำคอ  “ ขอประดับความซื่อสัตย์

ธงชัยไป๋ไก้ คือร่างกาย  “ ขอประดับความเที่ยงธรรม

ธรรมจักรฝ่าหลุน คือสองเท้า   ขอประดับความละอาย

หอยสังข์ฝ่าหลอ คือคำพูด  ขอประดับสัจจะ

เงื่อนไม่รู้จบผานฉาง คือดวงจิต  ขอประดับความรัก

 

แปดมงคล คือกำแพงแก้วแปดชั้นประดับด้วยหลักธรรมแปดข้อ ขอเปลี่ยนร่างบุตรที่รักแห่งเราสู่กายมนุษย์

 

สิ้นเสียงอ่อนหวานแห่งสองราชินีกิเลนเอ่ยคลอประสานในประโยคสุดท้าย พลัน! พลังธาตุทรงกลมแห่งแสงสว่างและความมืดที่ห่อหุ้มกิเลนน้อยทั้งคู่ก็แตกมลายออก พลังธาตุทั้งสองกลับกลายเป็นแสงเรื่อเรืองเจิดจ้าและมืดครึ้มเยียบเย็นอยู่กลางนภากาศ...

ในแสงสว่างสีขาว...ปรากฏร่างทารกมนุษย์ผิวขาวเนียน เส้นผมสีเงินส่องประกายราวเกล็ดแก้ว เด็กน้อยปรือนัยน์ตาสีเงินสุกใสพร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสาน่ารักน่าชังยิ่ง ราชันย์กิเลนปฐพีเย่วหรงเต๋อ มองบุตรชายคนแรกด้วยประกายตาเปี่ยมความรักพร้อมกล่าว

 

เจ้าผู้เป็นบุตรชายคนโต กิเลนจันทร์แห่งแสงสว่าง

จิตวิญญาณแห่งหยาง ตัวแทนแห่งความซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ สูงส่ง

เป็นดั่งน้ำค้างพิสุทธิ์แห่งแดนสวรรค์

เราขอประทานนาม เย่วเทียนหมิง ท้องฟ้าอันสว่างไสว

 

จากนั้น ผู้เป็นบิดาจึงหันมาทางทารกน้อยอีกคนที่ลอยล่องอยู่ในความมืดล้ำลึก เด็กน้อยมีผิวสีงาช้างตัดกับเส้นผมสีดำสนิทดั่งขนกา นัยน์ตาสีดำราวห้วงจักรวาล ดวงหน้าอ่อนเยาว์ไม่ประดับอารมณ์ ราชันย์กิเลนสวรรค์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความรัก

 

เจ้าผู้เป็นบุตรชายคนรอง กิเลนจันทร์แห่งความมืด

จิตวิญญาณแห่งหยิน ตัวแทนแห่งความชั่วร้าย ฉ้อฉล โหดเหี้ยม

เป็นดั่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าภูติผีปีศาจ

เราขอประทานนาม เย่วเทียนอ๋าว ท้องฟ้าอันล้ำลึก

 

สิ้นคำแห่งโองการราชันย์กิเลนเย่วหรงเต๋อ เสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องไปทั่ว บรรดาเสนาอำมาตย์และคณะทูตที่ได้รับอนุญาตให้ร่วมงานต่างพากันชื่นชมยินดีในความงามสง่าของโอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสอง

 

 

ทว่ากลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้...

ในครรลองสายตาของฝูงชนที่จับจ้อง กิเลนจันทร์ กลับมีสายตาคู่หนึ่งที่มองผ่านเลยไป... ราชทูตหนุ่มแห่งพิภพมนุษย์เจว่ชิงจ้องมองราชันย์กิเลนสวรรค์ที่กำลังเหนื่อยล้าภายหลังใช้พลังถึงเก้าในสิบส่วนในพิธีเปลี่ยนร่างอย่างไม่วางตา ใบหน้าคมคายที่ยามปกติดูสุภาพสงบนิ่งบัดนี้กลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่งสายตาสิเน่หาออกมาไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นเย่วหรงเต๋ออ่อนแรงลงก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่อง...

ราชทูตหนุ่มก้าวมาด้านหน้า ปรายหางตาเหลือบมองราชินีกิเลนทั้งสองด้วยความชิงชังครั้งหนึ่ง ก่อนสะบัดมือเบิกค่ายกล ทวารข้ามมิติ อย่างมุ่งร้าย พริบตา น้ำพุสีดำอันโกรธเกรี้ยวก็ผุดขึ้นจากผืนดินกลืนกินบริเวณรายรอบอย่างรวดเร็ว  เจว่ชิงกระโจนออกมากลางปะรำพิธีซึ่งบัดนี้ถูกไอหมอกสีดำบดบังไปทั่ว ราชทูตแห่งพิภพมนุษย์ตะโกนก้องด้วยเสียงแหลมสูง

 

ฮิ ฮิ ฮิ ตัวข้าปีศาจพ่ายรักขอรับตัวราชันย์กิเลนและลูกน้อยไปก่อนเถิดนะ

 

อย่างไม่ทันตั้งตัว! ทวารข้ามมิติที่ขับเคลื่อนด้วยพลังปีศาจก็เปิดออก มือแห่งความมืดมิดที่แสนอัปลักษณ์น่าขยะแขยงตรงเข้าคว้าราชันย์เย่วหรงเต๋อและองค์ชายกิเลนน้อยเย่วเทียนอ๋าว กระชากร่างทั้งสองลงสู่หลุมดำไร้ก้นบึ้งที่ปรากฏบนผืนดินพร้อมกับร่างของเจว่ชิงที่กระโดดตามลงไป

เพียงพริบตา รอยแยกแห่งความมืดก็ปิดลง แสงสว่างกลับคืนมาพร้อมกับความเงียบงัน  ผู้ลักพาและ ผู้ถูกลักพาต่างลับหาย เหลือไว้เพียงกิเลนน้อยเย่วเทียนหมิงและราชินีกิเลนทั้งสองที่ยังคงมองจ้องอย่างตกตะลึง

 

 

 








โ ป ร ด ติ ด ต า ม ต อ น ต่ อ ไ ป

----------------------------------------------------------------------

 

เรื่อง & อบเค้ก : ฟารา

คัฟเวอร์ & แต่งหน้าเค้ก : ZZ (ซีซี)

 

ฟารา : ขอโทษจริงๆที่ตอนนี้ออกมาช้าไปหน่อย (=_=) การแต่งเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากที่ว่าจะผลัดกันแต่ง กลายมาเป็นฟาราแต่ง original story คนเดียว ส่วน ZZ (ที่งานยุ่งนรกแตก...) จะ cover story ค่ะ

อยากได้คำติชมนะจ้ะ เขียนดีไม่ดี เยิ่นเย้อรึห้วนไป อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่สนุกยังไงแนะนำมาได้เลย บทนี้เด็จพ่อกะนู๋เทียนอ๋าวโดนลักพาตัวไปแล้ว อยากรู้มั้ยว่าใครทำ หุหุ XD

 

ZZ : ก็งานมันยุ่งจริงๆ นี่นา T^T ตอนนี้ZZ เลยสวมวิญญาณเป็นผู้รับฟังและเสนอแนะในบางจุด กับอยู่ฝ่ายแคสติ้งตัวละครแทนละ หุหุ

            แต่แหม้~ บทนี้ ฟาราเขียนดีขึ้นเยอะเลยนะ และอยากจะแซวจริงๆ พอถึงบทแฟนตาซีเนี่ย ชีนี่เขียนลื่นเลยนะ!! หุหุ เบื้องหลังใครทำน่ะเหรอ?? ใช่คนที่รู้ว่าใคร อ๊ะป่าว??? *0* !!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1485 kanchanok2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 17:25
    สนุกมาก
    #1,485
    0
  2. #1262 yuletied (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2553 / 16:41
    สนุกสุดๆเลยท่าน>{}<♥

    ว่าเเต่
    ไหงลักพาไปเเค่คนเดียวเล่า=A=;;
    #1,262
    0
  3. #548 nassang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2553 / 13:14

    อ๊ากเล่นลักพาตัวอย่างงี้เลยหรอ

    #548
    0
  4. #483 kujaku01 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 / 11:16
    อ๊าก ช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด กลับไม่มีใครคอยคุ้มกันเลยหรือเนี่ย
    #483
    0
  5. #24 M.N.K60 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 01:04
    เอิ๊กส์...ค้าง o_o กลับมาอัพไวๆก็ดีนะจ๊ะ แหะๆ



    พล็อตเรื่องน่าสนใจ เนื่อเรื่องน่าติดตาม ภาษาละเมียดละไมดีค่ะ...สำนวนของไรเตอร์ฟาราก็ดีนะคะ งามกระชับได้ใจความ ยิ่งได้สำนวนท่านZZมาเสริมก็ยิ่งงามเข้าไปใหญ่...



    ดังเช่น ฉากป้อนลูกท้อแสนหวาน( หมายถึงลูกท้อนะเจ้า )นั่น...ไม่วาย แต่ข้าพเจ้าจิ้นแทบตายไปแล้วล่ะค่ะ เหอๆ..



    อา...เรื่องนี้ไม่ใช่ yaoi......แต่ไม่มีนางเอกใช่มั้ยคะ อ้อ...เข้าใจ หุๆๆๆๆ ( หัวเราะทำไม?!? )



    ไม่ต้อง yaoi ก็ได้ค่ะ.....แต่ขอฉากเซอร์วิสเยอะๆแล้วกันนะคะ กรั่กๆๆๆๆ ( หัวเราะอะไร?!? )





    #24
    0
  6. #23 SoRa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 / 00:10
    ค้างงงงงงงงงงงง =[]=



    รอตอนต่อไป ไรเตอร์ รีบอัพอย่างด่วนค่าาาา



    แบบว่าอยากอ่านต่ออย่างแรง
    #23
    0