หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 36 : บทคั่นเวลา (๑) มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ - สุดยอดปรารถนาของมหาบุรุษ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    7 ธ.ค. 53

A/N 100% แล้วจ้ะ ฟาราเขียนเสร็จเทใจให้ท่านพี่เฟยไปเต็มๆ เขียนเองหลงเอง โหะๆ *0*

 

บทคั่นเวลา (๑) มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ

สุดยอดปรารถนาของมหาบุรุษ

 

รู้หรือไม่ สิ่งใดในโลกนี้คือ สุดยอดปรารถนาของมหาบุรุษ จะเป็นอำนาจ ลาภยศ แลชื่อเสียงหรือภูมิปัญญากันเล่า

นามของข้าคือจูเก่อเฟยเสวียน จักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ผู้ได้รับสมญา มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ วันนี้จักขอใช้ปณิธานแลความรู้ที่สั่งสมเล่าเรียนมา ถกเถียงปัญหาเพื่อลับเชาวน์ปัญญากับพวกเจ้าสักข้อหนึ่ง

อารยชนผู้เปี่ยมปัญญาเอ๋ย จงตอบคำถามของข้ามา

อำนาจ? พวกเจ้าตอบว่าอำนาจหรือ

อืม...เป็นตัวเลือกที่ฉลาดไม่เลวทีเดียว เปิ่นหวางย่อมเห็นพ้องด้วย หากผู้ใดมีอำนาจ ผู้นั้นย่อมมีชีวิตที่สนุกสนานสมบูรณ์พร้อม เพียงแค่กระดิกนิ้ว ทุกสิ่งก็เป็นไปตามความปรารถนา

อำนาจมักจะมาพร้อมกับลาภยศ อุปมาดั่งเจ้าซื้อ โหยวจ๋าฮุ่ย[1] ขนมแป้งทอดที่ปั้นมาเป็นคู่ ซื้อหนึ่งกลับได้สอง เช่นนี้แล้วจึ่งเรียกว่าเลือกได้คุ้มค่าใช่หรือไม่

หึหึ บัณฑิตเอ๋ย ยิ่งเห็นพวกเจ้าพยักหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ข้าก็ยิ่งทอดถอนใจ พวกเจ้าลืมกรณีของ เฮ่อเหลียนหย่งเล่อ หมดสิ้นแล้วงั้นรึ

ที่ ราชันย์เร้นกายละทิ้งเรื่องทางโลกไปเสียหลายพันปี มิใช่เพราะเขามีอำนาจมากเกินไปจนเบื่อหน่ายหรืออย่างไรเล่า

วีรบุรุษย่อมเห็นตรงกัน คำตอบของข้าจึงมิใช่อำนาจแลลาภยศเช่นกัน

อา ไม่ต้องกังวลไป ข้ากระจ่างแจ้งแก่ใจดีว่า สามัญชนเช่นพวกเจ้าคงไม่อาจเข้าใจเจตจำนงของโอรสสวรรค์เช่นพวกข้าได้อย่างไรกระนั้น

ชื่อเสียง?

เปิ่นหวางเข้าใจดี การมีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาย่อมทำให้ยอดบุรุษได้รู้สึกคึกคะนองลำพองตน เกิดเป็นชายชาตรีไยจึงจะไม่มีความทะเยอทะยานเล่า

แต่ดูก่อน...อันคำว่าชื่อเสียงนี้ ทำให้ข้านึกถึงกรณีของ หลงหวางไห่ ราชันมังกรสวรรค์ผู้ให้กำเนิดสงครามหมื่นปีจนบังเกิดเป็นยุคเข็ญ ที่ใดมีแสงที่นั่นย่อมมีเงา ชื่อเสียงจึ่งมักจะมาพร้อมกับคำติฉินนินทาของผู้มีจิตริษยามากมาย

ในหนังสือแบบเรียนของแต่ละพิภพ บางครั้งบัณฑิตบางคนก็เผลอเลินเล่อ ตวัดปลายพู่กันเขียนคำสรรเสริญราชันมังกรจาก ชื่อเสียง กลายเป็น ชื่อเสียอยู่บ้างเช่นกัน

เช่นนี้จึงสมควรเชื่อตามที่คำโบราณว่าไว้ คนกลัวชื่อเสียง หมูกลัวอ้วน[2] ใช่หรือไม่

ตัวเลือกข้อต่อไปล่ะ ปัญญา?

ช่างเป็นคำตอบที่จืดชืดไร้รสชาติเสียนี่กระไร

จักโต้แย้งรึ...หึหึ ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเจ้ามิใช่ผู้ที่ได้รับสมญาว่าฉลาดเลิศล้ำที่สุดในสามพิภพหรอกหรือ ในฐานะที่เป็นผู้แตกฉานในสรรพวิชา ข้าจึ่งกล้าเอ่ยว่า ปัญญา ก็มิใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดเช่นกัน

ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ[3] มาสิ ข้าจะเล่าปณิธานของข้าให้เจ้าฟัง

สุดยอดปรารถนาของมหาบุรุษนั้นก็คือ...

ท่านเฟยเสวียน ได้เวลาตื่นบรรทมแล้วเพคะ

อา...แสงสลัวยามเช้ามืดสาดส่องเข้ามาบนเตียงนอนของข้า ได้ยินเสียงสกุณาขับขานเจื้อยแจ้ว ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เดินผ่านเข้ามายังตำหนักของข้านั้น นับได้น้อยยิ่งกว่านิ้วบนฝ่ามือข้างหนึ่งเสียอีก อีกทั้งผู้ที่ขวัญกล้ามารบกวนการพักผ่อนของจักรพรรดิในเวลาเช่นนี้ ก็เห็นทีจะมีเพียงแต่นางเท่านั้น

เย่ยิง เหตุใดจึงมาหาเปิ่นหวางแต่รุ่งสางเล่า

ข้าพลิกตัวไปนอนตะแคง มือซ้ายยันศีรษะไว้ ปล่อยให้เส้นผมสีเงินระเรื่อยใบหน้าและแผ่นอกกึ่งเปลือยเปล่า

หรือเจ้าทนรอพบข้าในเวลาว่าราชการไม่ไหว

ข้าลากเสียงเนิบช้า หรี่ตามองเทพพิทักษ์ ของข้า อย่างเมตตา

ท่านเฟยเสวียนลืมแล้วหรือคะว่าท่านเองที่เป็นผู้ออกราชโองการ ให้เทพพิทักษ์ทั้งสามมีหน้าที่ ปรนนิบัติท่านในยามเช้า วันนี้ถึงคราวของเทพพิทักษ์ปัญญา ข้าจึงได้มาตามราชโองการ

เย่ยิงตอบฉะฉาน นางสะบัดม้วนคัมภีร์ขนาดเท่าหมอนหนุนในมือออกอ่าน

ข้าเกรงว่าหากมามือเปล่าอาจจะถูกท่านตำหนิเอาได้ จึงได้คัดลอกบันทึกงานราชการ ของทั้งหนึ่งพันหกร้อยหกสิบเก้าแคว้น ห้าพันสามร้อยยี่สิบสี่เขตแดน สามหมื่นแปดพันเก้าสิบสองมณฑล มาเป็นของกำนัลด้วย

ว่าแล้วนางก็เริ่มอ่านข้อความในม้วนกระดาษด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์ น้ำเสียงไพเราะเย็นชาเรียบเฉย ข้ากระพริบตาปริบๆฟังไปได้สักพักหนึ่ง ต้นแขนก็เริ่มออกอาการชาด้าน จึงต้องลุกขึ้นนั่งเปลี่ยนอิริยาบถอย่างเสียไม่ได้

นอกจากนี้...ยามเฉิน[4] ท่านต้องออกว่าราชการ...หลังยามอู่[5] ซ้อมประลองยุทธกับเทพพิทักษ์สงคราม...ยามซวี[6]...

ข้าใช้หางตาเหล่มองปลายของม้วนคัมภีร์ที่ยาวระเกะระกะกองระพื้น อืมเห็นที ข้าคงจะแกล้งพวกนางหนักข้อไปหน่อยเสียแล้วกระมัง จึงได้โดนเอาคืนเช่นนี้

โอสวรรค์ คราวที่แล้วข่งเชว่ก็ส่งบรรดาปักษาสวรรค์นับร้อยตัวของนางมาร้องเพลงขับกล่อมข้าตั้งแต่เที่ยงคืนจนใกล้รุ่ง วันนั้นทั้งวันในหูข้าอื้ออึง นึกถึงแต่การไม่สัปหงกในเวลาออกว่าราชการ

คราต่อมาเยี่ยนจี๋ก็มาขอท้าประลองยุทธเพื่อเป็นการ ออกกำลังในยามเช้าจำได้ว่าต้องเปลี่ยนพื้นและผนังตำหนักบรรทมใหม่ทั้งหมด เพราะมันพรุนราวกับรังผึ้งด้วยธนูสัตโลหะของนาง

มาคราวนี้เย่ยิงที่ดูท่าจะมีปัญหาน้อยที่สุด ก็ยัง...

ในขณะที่กำลังร่างแผนการเพื่อที่จะตอบแทน ความภักดี ของพวกนาง สายตาของข้าก็ไปสะดุดที่ริมฝีปากสีส้มอมแดงอ่อนๆที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วราวกับนกตัวน้อย

ข้าลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้เย่ยิง อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างพออกพอใจ มือซ้ายเกี่ยวม้วนกระดาษออกมาจากมือนาง มือขวายกขึ้นเชยคาง ก้าวเท้าไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อเบียดร่างบอบบางให้ถอยไปติดผนัง

เยี่ยเย่ยิงก็ยังคงเป็นเยี่ยเย่ยิง นัยน์ตาสีทับทิมจ้องมองกลับมาด้วยแววตาเรียบเฉย ใบหน้างามพิสุทธิ์ไร้อารมณ์ชวนให้นึกถึงบุปผาน้ำแข็งที่ผลิบานท่ามกลางหิมะเหมันต์ ข้าใช้ปลายนิ้วเขี่ยปอยผมสีดำขลับที่คลอเคลียผิวแก้มนวลเนียน ตั้งใจกระซิบข้างใบหูนางเบาๆ

ข้าเคยบอกว่าริมฝีปากของเจ้าช่างดูหอมหวานราวกับลูกท้อใช่หรือไม่

คะ? ท่านเฟยเสวียน

นางถาม แววตาฉายอาการงุนงงเล็กน้อย ข้าจึงไม่ปล่อยให้นางมีโอกาสตั้งตัว

ตอนนี้ ข้า...รู้สึกอยากจะทานลูกท้อขึ้นมาเสียแล้วสิ

ว่าพลางก็ใช้ริมฝีปากขบใบหูของนางเบาๆ เพียงแค่นั้นดวงหน้าสีงาช้างก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันใด เย่ยิงผู้สำรวม สงบนิ่ง และงามสง่า ถึงกับแข้งขาอ่อนแรงลื่นล้มลงไปกองกับพื้น ทว่าโชคยังดีที่ข้าโอบรับร่างของนางไว้ได้ทัน

เจ้ารู้สึกไม่ค่อยสบายงั้นหรือเทพพิทักษ์ของข้าข้ามองนางอย่างคาดหวังจริงใจ

ลองคลายเสื้อออกสิ ข้าจะช่วยเดินลมปราณให้

เพียงเท่านั้น เจ้านกน้อยของข้าก็แทบจะรีบบินถลาออกจากห้องไปในทันใด

ขะ...ข้า จะไปรอท่านที่ตำหนักด้านนอกค่ะ

ข้าหัวเราะเบาๆหลังจากที่นางรีบขอตัวออกไป

ปรายตามอง กองคัมภีร์ ที่ยาวเหยียดจนคะเนได้ว่าคงสามารถเอามาใช้ต่างเชือกพันวังหลวงได้รอบหนึ่ง ด้วยความสุขใจ

เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าเดินออกไปเองเช่นนี้ ก็ถือว่าข้าได้รับฟังรายงานทั้งหมดแล้วสินะเย่ยิง หึหึ

ข้านั่งเอนกายอยู่บนบัลลังก์ มือขวายกกล้องยาสูบขึ้นสูด จากนั้นจึงระบายลมหายใจพร้อมพ่นควันไอสีขาวขุ่นออกมาอย่างเกียจคร้าน

มองลงไปด้านล่างแท่นบัลลังก์ ทางด้านขวาคือเย่ยิงในชุดกี่เพ้าสีแดงชาดที่ยาวเสมอต้นขา ใบหน้าของนางปั้นปึ่งเรียบเฉย คาดว่า คงจะรู้เท่าทันกลอุบายของข้าเมื่อยามรุ่งสางแล้วกระมัง

ทางด้านซ้ายคือเยี่ยนจี๋ในชุดกระโปรงขนสัตว์สีขาวยาวกรอมเท้า แม้สีหน้านัยน์ตาของนางจะยิ้มแย้มสดใส แต่ก็ไม่ทราบว่าในใจคิดสิ่งใดอยู่

ข้าสูดไอควันหอมหวนอีกครั้งก่อนจะหันมาสนใจเหตุการณ์ตรงหน้า บรรยากาศในที่ประชุมราชการกำลังร้อนแรงเป็นอย่างยิ่ง เหตุเพราะดินแดนอาถรรพ์ที่กำเนิดขึ้นมาใหม่จากความตายขององค์ชายมังกรสวรรค์ลำดับที่ห้า หลงช๊วงวู๋

ป่าศิลา ทะเลหยก ขยายอาณาเขตคำสาปครอบคลุมถึงหนึ่งในสามส่วนของดินแดนทางเหนือ ไม่สามารถใช้เป็นที่อาศัยของชาวบ้านธรรมดาได้อีกต่อไป

อัครมหาเสนาบดี เขตอุดรทิศอยู่ในความปกครองของท่าน เหตุใดจึงยังไม่รีบดำเนินการแก้ไข ทราบหรือไม่ว่าข้าต้องลงไปจัดการแก้ปัญหาประชากรย้ายถิ่นไม่เว้นวัน

เจ้ากรมมหาดไทยตะเบ็งเสียงลั่น ท่าทางเอาเรื่องจริงจัง ได้ยินมาว่าเขาต้องวุ่นวายอยู่กับกองภูเขาเอกสารทะเบียนราษฎร จนฝันร้ายจับไข้ไปหลายสิบวัน

หึ วันๆท่านแค่นั่งโต๊ะประทับตราจะไปรู้อะไร ลองมาเป็นข้าบ้างไหม ทุกๆวันต้องขึ้นนั่งศาลเป็นเปาเจิ่ง[7] ตัดสินคดีตั้งแต่เด็กร้องไห้ ลักเล็กขโมยน้อย ไปจนถึงกลุ่มก่อกวนความสงบที่กล่าวหาว่าข้าไม่ยอมพิทักษ์ความยุติธรรม

อัครมหาเสนาบดีแห่งอุดรเถียงจนหนวดกระดิก สีหน้าแดงก่ำปนดำคล้ำเครียด เห็นว่านอกจากจะต้องสูญเสีย วังหมอกม่วงมรกต ที่แสนภาคภูมิใจไปแล้ว เขายังต้องรับมือกับกองทัพมหาชนที่ตั้งค่ายปิดล้อมคฤหาสน์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

เสนาฯทั้งสองยังคงเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย จะว่าไปแล้วข้าเองก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มิใช่น้อย ข่งเชว่บอกว่านางต้องเปลี่ยนส่วนผสมของเครื่องยาเส้นที่นำมาถวายข้า เพราะกิ่งไผ่หอมที่เคยเป็นสินค้าขึ้นชื่อของป่าศิลากลายเป็น กิ่งไผ่หิน ไปแล้วนั่นเอง

องค์จักรพรรดิโปรดเมตตา!”

กิ่งไผ่หอม...

ข้ารำพึงเบาๆ ถอนใจแล้วเบือนหน้าไปทางด้านขวา พลัน ในท้องพระโรงกลับเงียบกริบ ขุนนางทั้งหลายพากันย่อกายเอาศีรษะโขกพื้นเป็นการใหญ่

ข้าขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะมัวแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องยาเส้นจึงตามไม่ทันว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น

เมื่อสักครู่ อัครมหาเสนาบดีทั้งสองขอให้ท่านเป็นผู้ตัดสินว่าฝ่ายใดได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด

เย่ยิงเอ่ยขึ้นอย่างรู้งาน

คำสอนสั่งขององค์จักรพรรดิช่างล้ำลึกยิ่งนัก...ประชาชนกำลังเดือดร้อนแต่พวกเรากลับเห็นแก่ตัว กระหม่อมละอายต่อตรากระเรียนฟ้า[8]บนหน้าอกเหลือจะกล่าว ขอทรงลงพระราชอาญาด้วย

เจ้ากรมมหาดไทย...เปิ่นหวางไปสั่งสอนเจ้าตั้งแต่เมื่อใด

กิ่งไผ่หอมหนึ่งกิ่งย่อมหักง่าย หมายถึงความไม่สามัคคี ขุนนางที่ไม่สามัคคีจะบำบัดทุกข์บำรุงสุขชาวประชาได้อย่างไร องค์จักรพรรดิทรงเมตตา เอ่ยปัญหาให้พวกเราได้ขบคิด กระหม่อมขอสาบาน จากนี้ไปจักกลมเกลียวกันดุจกิ่งไผ่ที่มัดรวมกันจนแข็งแกร่ง[9] ไม่ทะเลาะกันอีกต่อไป

อัครมหาเสนาบดีช่วยเสริม

ข้านิ่งไปพักหนึ่ง ทำท่าครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งสุดแสนแล้วจึงเอ่ยตอบ

นับว่าเปิ่นหวางเลือกใช้ขุนนางได้ไม่ผิดคนจริงๆ เห็นพวกเจ้าเฉลียวฉลาดทั้งยังมีปณิธานมุ่งมั่นน่าชื่นชมเช่นนี้ก็ให้เบาใจ

ในเมื่อพวกเขารู้สึกผิดเป็นอย่างมากเช่นนี้แล้ว หากข้าเอ่ยความจริงออกไปว่า พวกเจ้าเข้าใจผิดเสียแล้ว ก็อาจจะบั่นทอนกำลังใจที่มีอยู่เพียงน้อยนิดได้ จึงได้ยอมเสียสละตัวเอง โกหกเพื่อให้พวกเขาสบายใจสักครั้งหนึ่ง

เสียดาย เย่ยิงและเยี่ยนจี๋กลับพร้อมใจกันเหลือบมองข้าด้วยแววตาไม่เชื่อถือ

เช่นนี้งานราชการที่เหลือข้าขอมอบให้พวกเจ้าสะสาง เพื่อที่จะได้หัดทำงานอย่างรู้รักสามัคคีต่อกันไป

ข้าเอ่ยพลางเดินลงจากบัลลังก์ พยักหน้าให้เทพพิทักษ์ทั้งสองคราหนึ่ง พวกนางก็ย่อกายถวายบังคมแล้วเดินตามมาแต่โดยดี

องค์จักรพรรดิมหาบัณฑิตทรงปราดเปรื่องยิ่งนัก!”

ข้าหยักยิ้มที่มุมปากอย่างปรานีเมื่อได้ยินเสียงของเหล่าเสนาบดีทั้งหลายดังแว่วตามมา

เจ้าแน่ใจแล้วเหรอเยี่ยนจี๋

เย่ยิงกระซิบเสียงเบา ในขณะที่เทพพิทักษ์สงครามของข้าพยักหน้าพร้อมยิ้มสดใส

แน่นอน ข้าเข้าใจดีว่าท่านเฟยเสวียนชอบหยอกล้อพวกเราก็เพราะเอ็นดู

เยี่ยนจี๋รั้งสายเกาทัณฑ์จนสุดแขนแล้วปล่อยให้สายเอ็นดีดออกเพื่อทดสอบความพร้อมของอาวุธ

แต่ในบางครั้ง บางสิ่ง ก็เกินเลยไปบ้าง

นางสะบัดแขนยิงลูกศรออกมาพร้อมกันทีเดียวห้าดอก ทำลายด้วงสอดแนมที่เกิดจากยันต์ลงอาคมของข้าจนหมดสิ้น

แย่จริงแบบนี้ก็มองไม่เห็นแล้วสิ

ข้าเอ่ยกลั้วหัวเราะ รอบกายคือเหล่านกน้อยที่นั่งคลอเคลียล้อมหน้าล้อมหลังอยู่บนแท่นชมลานประลอง

องค์จักรพรรดิ ขนมกุ้ยฮัวเพคะ!”

พวกนางประสานเสียง ฝ่ามือบอบบางยื่นเข้ามายื้อแย่งกันป้อนขนมกุ้ยฮัวหลากสีสัน กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้อ่อนๆช่างรื่นจมูกยิ่งนัก ข้าแลบลิ้นเลียริมฝีปากก่อนจะเริ่มลองลิ้มชิมรสขนมแต่ละชิ้น แบ่งปันความเมตตาของข้าโดยเท่าเทียมกัน

อ้ะ!” นกน้อยทั้งหลายร้องขึ้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกศรนับร้อยดอกพุ่งปะทะม่านอาคมอารักษ์แปดทิศ ระเบิดเพลิงด้านนอกงดงามดุจดั่งดอกไม้ไฟ

ห่างออกไปสิบจ้างปรากฏร่างเทพพิทักษ์สงครามของข้ายืนแตะปลายเท้าเหยียบเสาโลหะ ฝ่ามือเพรียวบางง้างสายเกาทัณฑ์เพื่อเตรียมโจมตีระลอกต่อไป

ได้เวลาซ้อมประลองยุทธแล้วเพคะท่านเฟยเสวียน เยี่ยนจี๋เอ่ยพลางยิ้มละไม

ข้ายกฝ่ามือขึ้นคราหนึ่ง นกน้อยทั้งหมดก็ไหวร่างวูบหายไปจากแท่นชมลานประลองในทันใด

จากบนนี้ ข้าทอดตามองเยี่ยนจี๋เรียบเรื่อย นางอัญเชิญอาคมพิชัยยุทธ สวมเกราะพร้อมรบราวกับอยู่ในสงครามจริงๆกระนั้น

จุ๊จุ๊ ดูเจ้าสิ เตรียมพร้อมมาไม่เลว ตั้งใจจะเอาชนะเปิ่นหวางให้ได้สักครั้งหนึ่งหรืออย่างไร

เพคะท่านเฟยเสวียน เยี่ยนจี๋ยิ้มอย่างอ่อนหวานยิ่งกว่าครั้งใดๆ

นางปล่อยลูกธนูสัตโลหะออกมาราวกับพายุฝน ศรหนึ่งดอกแตกออกเป็นสอง จากสองเพิ่มเป็นสี่ ทบทวีขึ้นไปเรื่อยๆ ปลายศรฉาบไว้ด้วยพลังปราณธาตุทองที่เพิ่มพลังทำลายร้ายกาจ หนึ่งในกระบวนท่าสยบทั่วหล้า เกาทัณฑ์ทองทะลวงภูผา

ข้าล้วงยันต์ออกมาจากชายแขนเสื้อหนึ่งแผ่น สะบัดข้อมือส่งพลังให้มันลอยไปทางด้านหน้าแล้ววาดปลายนิ้วเขียนอักษรอาคมสีแดงสดใส อารักษ์สิบหกทิศ

ลูกศรสีทองปะทะกำแพงไฟแล้วก็พลันถูกหลอมละลายไป

หึหึ แท้จริงแล้วธาตุกำเนิดของเจ้าค่อนข้างจะได้เปรียบอยู่สักหน่อย เพราะ ทองผ่าไม้ หากเป็นผู้ถือครองธาตุไม้ธรรมดา การโจมตีเมื่อสักครู่นี้ย่อมกินแรงใช่ย่อย แต่น่าเสียดายที่เปิ่นหวางเป็นอัจฉริยะ จึงสามารถใช้อาคมพลิกแพลงสถานการณ์ได้โดยไม่ยากลำบากอันใด

ไม้เป็นเชื้อไฟ ไฟหลอมทอง ส่งปราณพฤกษาช่วยเสริมอาคมไฟแล้วจึงใช้ไฟสยบทอง ป้องกันศรของข้าไว้ได้หมดงั้นหรือคะ

เยี่ยนจี๋เอ่ยโดยไม่มีท่าทีประหลาดใจ ชั่ววูบหนึ่งมุมปากของนางหยักยิ้มราวกับปีศาจน้อย

ทันใด พื้นของแท่นชมลานประลองก็พังทลาย ลานเบื้องล่างแปรเปลี่ยนเป็นสระน้ำ เสาทองคำนับร้อยต้นผุดกระแทกขึ้นมาไม่หยุด พลังทำลายรุนแรงราวกับลูกปืนใหญ่

ข้าเหลือบไปเห็นเยี่ยนจี๋กำลังโบกยันต์แผ่นหนึ่งก่อนจะจุมพิตมันอย่างร่าเริง

สระหยกไร้ก้นบึ้ง อ้อ ให้เย่ยิงช่วยเขียนยันต์อาคมให้งั้นรึ

น่าชื่นชมสมกับเป็นเทพพิทักษ์ของข้า หนึ่งแรงเอาชนะไม่ได้ก็ต้องใช้สองแรงช่วยกันสินะ

คิดพลางทะยานร่างเหยียบปลายเสา เข้าใกล้เยี่ยนจี๋ไปทุกขณะ นางรีบยิงเกาทัณฑ์สวนกลับมาทันที

ใช้กลโกงเช่นนี้ ถ้าจับได้ ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไรดีข้าแสร้งขู่คาดโทษ

แต่เอี้ยนเยี่ยนจี๋ก็ยังคงเป็นเอี้ยนเยี่ยนจี๋ ทั้งเส้นผมสีทองที่พลิ้วไหว นัยน์ตาสีฟ้าสุกใสราวกับท้องนภา รอยยิ้มของนางเจิดจ้าจนชวนให้นึกถึงปทุมคงคาที่แย้มบานภายใต้แสงแห่งคิมหันต์

ข้าใช้ยันต์ระเบิดทำลายลูกเกาทัณฑ์ของนางจนหมดสิ้น ในขณะที่กำลังจะคว้าจับ เยี่ยนจี๋ก็วาดมือเรียกยันต์ที่แอบซ่อนไว้ออกมา

ท่านเฟยเสวียน ถ้าไม่เอาจริงอีกสักนิด ข้าก็ขอเป็นฝ่ายกำชัยนะคะ

สายน้ำด้านล่างบิดเกลียวแปรเปลี่ยนเป็นมังกรสมุทร พุ่งทะยานเข้ามาขย้ำไหล่ซ้ายของข้า

ดูเหมือนว่าข้าจะย่ามใจไปสักหน่อย รอยยิ้มของเยี่ยนจี๋ยังคงติดตรึงนัยน์ตา ในขณะที่ร่วงหล่นลงสู่ผืนน้ำด้านล่าง

เยี่ยนจี๋เจ้าทำเกินไปรึเปล่า! สระหยกไร้ก้นบึ้ง ไม่มีขอบเขต ถ้าจมลงไปล่ะก็จะขึ้นมาอีกไม่ได้นะ

เสียงร้องของเย่ยิงแว่วมา

ไม่เป็นไร ท่านเฟยเสวียนไม่พ่ายต่อกลอุบายแค่นี้หรอก

จากนั้น ความเงียบเนิ่นนานก็บังเกิด แผ่นน้ำไร้รอยกระเพื่อมไหว ไม่มีทีท่าว่า ร่าง ของข้าจะโผล่ขึ้นมาแต่อย่างใด ในที่สุดเยี่ยนจี๋ก็ไม่อาจยืนเฉย นางรีบพุ่งลงสู่ผืนน้ำ ดำดิ่งควานหาแล้วประคองร่างของข้าขึ้นมาทันที

ท่านเฟยเสวียน อย่าล้อเล่นเช่นนี้สิคะ

เยี่ยนจี๋เอ่ยเสียงเครือ นางนั่งอยู่บนพื้นน้ำ กอดร่างของข้าไว้แน่น

ท่านเฟยเสวียน ลืมตาขึ้นมาสิคะ ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้

เช่นนั้นเจ้าจะกล่าวคำขอโทษที่เป็นเด็กไม่ดีใช่หรือไม่

เยี่ยนจี๋...เยี่ยนจี๋ ขอประทานอภัยเพคะ เอ้ะ

ดูเหมือนว่านางจะรู้ตัวแล้ว เพราะเสียงของข้าดังมาจากทางด้านหลัง และร่างในอ้อมกอดของนางก็สลายกลายเป็นน้ำไปในทันที

ในพริบตาที่โดนมังกรสมุทรโจมตี ข้าใช้ยันต์สร้าง ร่างจำแลง ขึ้นมา จากนั้นจึงกำบังกายในม่านอาคมเพื่อรอดูท่าทีของเจ้าอย่างไรล่ะ

ร่ายอาคมสองครั้งในชั่วพริบตา อีกทั้งมนต์จำแลงร่างเป็นอาคมธาตุน้ำมิใช่หรือคะ

นางถาม ทั่วร่างสั่นระริก ชุดเกราะอ่อนที่เปียกชุ่มขับเน้นเรือนร่างงดงามให้ยิ่งยั่วเย้า

ก็บอกแล้วไงว่าจักรพรรดิของเจ้าเป็นอัจฉริยะ

ข้ายกมือขวาเสยเส้นผมที่เปียกชุ่ม รู้สึกได้ว่าหยดน้ำไหลลงจากปลายคาง ผ่านต้นคอระเรื่อยสู่แผ่นอก จึงได้แหวกสาบเสื้อออกเล็กน้อย

ไม่นึกเลยว่าต้นฤดูร้อนเช่นนี้ ข้ากลับต้องมายืนหนาวสั่น

ว่าพลางอ้าแขนรวบร่างของเยี่ยนจี๋เข้ามาแนบชิดจากทางด้านหลัง หยดน้ำทำให้เสื้อผ้าแนบสนิทไปกับร่างของเราทั้งสอง ข้าวางคางเกยไหล่เล็กๆพลางเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

เพราะเจ้าทำให้เปิ่นหวางเปียกปอนไปหมด ฉะนั้นจงรับผิดชอบด้วยการมาอาบน้ำให้ข้าเสียดีๆ

และนั่น ก็คือสาเหตุที่ทำให้ท่านได้รอยข่วนพวกนี้มางั้นหรือคะ

ข่งเชว่ถามข้าเรียบๆด้วยสีหน้าอ่อนหวาน ไม่แสดงอาการตระหนกแต่อย่างใด

ต้นคอซ้ายของข้าปรากฏรอยเล็บบางๆพาดยาวลงมายังกระดูกไหปลาร้า รอยกรีดสีแดงตัดกับผิวเนื้อสีขาวชัดเจน

นั่นสินะ~ใช่ไหม...เย่ยิง เยี่ยนจี๋

ข้าปรายตามองแล้วหัวเราะในลำคอคราหนึ่ง สองเทพพิทักษ์ที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของข่งเชว่ก็สะดุ้งน้อยๆ ใบหน้านวลแดงซ่านจนน่าเอ็นดูยิ่งนัก

ยามซวี เป็นเวลาร่วมรับประทานอาหาร ร่ำสุรา และแลกเปลี่ยนบทสนทนากับเทพพิทักษ์เงาหนึ่งเดียวของข้า

ข่งเชว่รินสุราจากขวดกระเบื้องลงสู่จอกหยกขาว จากนั้นจึงยื่นจอกสุราส่งให้ข้าด้วยกิริยาอ่อนช้อย

อืม สีชมพูอ่อนใสพิสุทธิ์ กลิ่นหอมล้ำลึกชวนเมามาย

ข้าละเลียดสุรารสหวานซาบซ่านละมุนปลายลิ้น

ใช้กลีบกุหลาบสวรรค์ที่ปีหนึ่งจะออกดอกเพียงสองครั้ง หมักกับเหล้าเกาเหลียง น้ำตาลกรวด และน้ำพุบริสุทธิ์จากยอดเขาเทียนซานที่อยู่ณ จุดสูงสุดของพิภพมนุษย์ เมรัยกุหลาบสวรรค์[10] ของเจ้ายังเลิศรสเช่นเคย สมแล้วที่ขึ้นทำเนียบหนึ่งในสามสุดยอดนักหมักสุรา

ท่านเฟยเสวียนกล่าวเกินไปแล้ว

ข่งเชว่หยิบพัดขนนกยูงขึ้นมาป้องปากพร้อมเผยรอยยิ้มบางเบา

ในบรรดาเทพพิทักษ์ทั้งสาม ข่งเชว่เป็นคนที่รับมือได้ยากที่สุด แต่ก็ทำให้ข้ารื่นรมย์ได้มากที่สุดเช่นกัน เช่นนี้แล้วข้าควรจะหยอกนางอีกสักเล็กน้อย

“จะเจ้าก็ดี เย่ยิงหรือเยี่ยนจี๋ก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นยอดพธูแห่งแดนมนุษย์ เปิ่นหวางจิบสุราไป คิดทบทวนไป บางครั้งก็อดนึกไม่ได้ว่า การที่พวกเจ้าต้องมาผูกติดรับใช้ข้าโดยมิอาจมีโอกาสได้รับความสุขเยี่ยงสตรีธรรมดา ช่างน่าเสียดายแทนยอดบุรุษทั้งหลายนัก ถ้าอย่างไร พวกเจ้าไม่สนใจดำเนินรอยตามเทพพิทักษ์แห่งพิภพกิเลนทั้งสองนางบ้างหรือไร”

จากปลายหางตาข้าแลเห็นเยี่ยนจี๋ทำสีหน้าอึกอักในขณะที่เย่ยิงเม้มปากแน่น

“โฮ่ พวกเจ้าลำบากใจที่จะตอบงั้นหรือ”

ข้าเชิดหน้าขึ้นแล้วเหยียดตามองลง รอยยิ้มเย็นมิจางหายจากใบหน้า

“หรือรังเกียจที่ต้องมารับใช้ใกล้ชิดข้า ถึงได้พยายามหาวิธีการมาบ่ายเบี่ยงต่างๆนานา”

“มะ..ไม่ใช่นะเพคะท่านเฟยเสวียน”

เยี่ยนจี๋ตอบกระอักกระอ่วน ส่วนเย่ยิงทำท่าคล้ายจะพูดอะไรแต่แล้วก็กลับปิดปากเงียบลง

ข้าเหลียวกลับมามองข่งเชว่อย่างผู้ชนะ ทว่าเทพพิทักษ์เงาของข้าเพียงกรีดรอยยิ้มสงบนิ่ง

“ท่านเฟยเสวียนทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ”

นางเอ่ย นัยน์ตาสีทองคำที่ส่องเห็นความลับแห่งกาลอนาคตจ้องมองข้าแน่วแน่

“พวกข้า เทพพิทักษ์ ย่อมมีปณิธานเป็นของตน ทั้งข้า เย่ยิง และเยี่ยนจี๋ ต่างให้สัตย์สาบานเป็นข้ารับใช้ของท่านด้วยเหตุผลกลเดียวกัน นั่นก็คือ ความภักดี

ความรักของชายหญิงไม่อาจหลีกพ้นการเรียกร้องค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน ทว่าท่านคือจอมจักรพรรดิมหาบุรุษผู้มิอาจถูกล่วงละเมิด ศักดิ์ศรีและหน้าที่ของพวกเราจึงไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้นได้อย่างไรกระนั้น”

“แล้วถ้าข้าสั่งให้พวกเจ้าใช้ความภักดีนั้น โดยการมาร่วมเรียงเคียงหมอนกันเล่า?

“เช่นนั้นแล้ว พวกเราย่อมทำตามโดยไม่บิดพลิ้ว คำสั่ง ของเจ้าชีวิตย่อมสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ความปรารถนาของเทพพิทักษ์ล้วนมอบให้แก่ท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

ข้าทอดตามองเทพพิทักษ์ทั้งสามอย่างลึกซึ้ง ดูเหมือนว่า เย่ยิงและเยี่ยนจี๋จะกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

“หึหึ แล้วทำไมตอนที่ข้าสั่งให้พวกเจ้ามาปรนนิบัติในยามเช้า ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นอีกแบบนึงเล่า”

“นั่นก็เพราะพวกเราทราบว่าคำสั่งนั้นมิได้จริงจัง เช่นเดียวกับคำถามในยามนี้อย่างไรเล่าเพคะ”

ข่งเชว่ตอบโดยไม่สะทกสะท้าน แต่ไหนแต่ไรมา นางมักจะกล้าเผชิญหน้ากับข้าโดยไม่หวาดหวั่น

ข้ารู้สึกพอใจในคำตอบเป็นอย่างมาก จึงลงมือรินสุราให้แก่นางจอกหนึ่ง

“เจ้าเรียกข้าว่ามหาบุรุษ แล้วรู้หรือไม่ว่าสิ่งใดคือสุดยอดปรารถนาของมหาบุรุษ”

“ท่านเฟยเสวียนวานบอก”

เหม่ยข่งเชว่ก็ยังคงเป็นเหม่ยข่งเชว่ ทั้งเส้นผมสีดำยาวและผิวสีขาวอมชมพูระเรื่อ นัยน์ตาสีทองที่กระเพื่อมไหวราวกับทองคำเหลวคู่นั้นราวกับจะมองทะลุทุกสิ่ง แม้กิริยาจะอ่อนหวานแต่จิตใจกลับแข็งแกร่ง ชวนให้นึกถึงกุหลาบบอบบางที่ชูช่อภายใต้สายฝนพรำแห่งยามวสันต์

ข้ายื่นจอกหยกให้นาง จากนั้นจึงยกจอกของตัวเองขึ้นมา ไขว้แขนของข้าเข้ากับนาง สนิทแนบกันราวกับนกยวนยาง[11]

“ความปรารถนาของข้า...ก็คือได้ร่วมดื่มสุรากับ ผู้ร่วมอุดมการณ์ที่รู้ใจ

ข้ามองตานางอย่างลึกซึ้ง

“เทพพิทักษ์เงาของข้า...จะให้เกียรติมาร่วมดื่มสุราจอกนี้ได้หรือไม่”

ข่งเชว่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน โน้มร่างมาทางข้าเล็กน้อย

“บางครั้งหม่อมฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า มหาบุรุษมักจะชอบกลั่นแกล้งผู้อื่นเช่นนี้เหมือนกันทุกคนหรือไม่นะเพคะ”

“ไม่รู้สินะ...”

ข้าลากเสียงพร้อมขยับร่างเข้าหา ได้กลิ่นหอมละมุนจากเรือนร่างบอบบาง ท่อนแขนที่ไขว้กันของเราเกี่ยวกระหวัด ผิวเนื้อของนางทั้งรุ่มร้อนและอ่อนนุ่ม

ข่งเชว่มิได้หลบตาแม้กระทั่งยามถูกข้าจับจ้อง ราวกับเวลาได้หยุดหมุน ข้าและนางต่างลิ้มรสยอดสุราในมือของตนเป็นจังหวะเดียวกัน

รสสุราหวานซาบซ่านแต่กลับทิ้งความขมปร่าดั่งชะตาชีวิตของพวกเรากระนั้น

“ข้ารู้เพียงแต่ว่า ผู้ที่จะกลั่นแกล้งพวกเจ้าได้ ทั่วหล้านี้มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้น”

 

 

-------------------------------------------

 

A/N วู้วววว จบแว้ว เย้ๆ คอมฟาราเจ๊งอะค่ะ ยกไปซ่อม+อัพเกรดที่พันทิปมาเมื่อวันอาทิตย์ วันพ่อแท้ๆ รถติดเหนื่อยมากมาย T^T

            ตอนนี้รู้สึกสนุกกับการเขียนเรื่องของท่านพี่เฟยมากค่ะ ได้ ZZ คอยช่วยเกลาและเบรคไม่ให้เป็น LSK (รู้จักกันใช่ไหม) อยู่หลายฉากเหมือนกัน

            ส่วนที่ยากที่สุดคือการตีโจทย์ความเป็นท่านพี่เฟยให้แตกนี่แหละ ต้องไม่ให้หลุดจากเรื่องหลักและต้องคงคอนเซป มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ ร่ำสุราเคล้านารี *0* และ Chill ได้ทุกสถานการณ์ อ่านแล้วเห็นเป็นยังไง ตรงกับที่คิดไว้ไหม บอกฟาราและ ZZ ได้นะคะ

            ป.ล. นับวันเชิงอรรถจะยาวขึ้นๆ มันจะยาวอะไรนักหน้าน้อ แต่ใส่ไว้เพราะกลัวคนอ่านไม่เข้าใจอะค่ะ

 



[1] โหยวจ๋าฮุ่ย - ปาท่องโก๋

[2] คนกลัวชื่อเสียง หมูกลัวอ้วน สุภาษิตจีน หมายถึง อย่าทำตัวให้มีชื่อเสียงหรือโด่งดังมากเกินไปเพราะจะถูกจับตามอง ผู้คนหวังพึ่งพา เปรียบเหมือนหมูที่ถ้าอ้วนเมื่อไหร่ก็จะถูกฆ่าเป็นอาหาร

[3] ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ สุภาษิตจีน หมายถึง ของจริงย่อมคงคุณค่าได้ในทุกสภาวะ เหมือนทองคำที่ไม่ว่าจะอยู่ในอุณหภูมิไหนก็ยังเป็นทองคำ

[4] ยามเฉิน - เวลา 07.00 - 08.59

[5] ยามอู่ - เวลา 11.00 - 12.59

[6]  ยามซวี - เวลา 19.00 - 20.59

[7] เปาเจิ่ง สำเนียงแต้จิ๋วคือ เปาบุ้นจิ้น ขุนนางยุติธรรมผู้เป็นประธานศาลไคฟง

[8] นกกระเรียนเป็นสัญลักษณ์ของขุนนางฝ่ายบุ๋นลำดับที่ 1 ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงถึงปลายราชวงศ์ชิง

[9] จากนิทานสอนใจเรื่องความสามัคคี ชาวนากับกิ่งไผ่

[10] ดัดแปลงจาก เม่ยกุ่ยลู่จิ่ว (Meiguilu jiu) เหล้าเกาเหลียงที่หมักกับกุหลาบและน้ำตาลกรวด

[11] นกยวนยางเป็นสัญลักษณ์ของคู่บ่าวสาวตามคติจีน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1202 ไม้มงคล (@yasuragi) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 16:47
     555

    ท่านเฟยเสวียนเนี่ยสุดยอดจริงๆ

    น่าสงสารบรรดาเทพพิทักษ์ทั้งหลายอยู่เอาการ
    #1,202
    0
  2. #1191 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 23:20
    เทพพิทักษ์เงาตอบได้โดนใจมาก นิ่งๆแต่เฉียบ
    ท่านพี่เฟยก็น่ารัก > < ความปรารถนาเป็นแบบนี้นี่เอง
    ว่าแต่โดนรอยข่วนไปเจ็บไหมเนี่ย TT
    #1,191
    0
  3. #1187 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 16:56
    มหาบัณฑิตปรารถนา...

    อย่างนี้นี่เอง 55
    #1,187
    0
  4. #1186 laiza (@laijung) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2553 / 12:39
    สุดยอดจริงๆ แต่ก็ยังน่าร้ากกก
    #1,186
    0
  5. #1185 want love (@feellove) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2553 / 23:17
    ท่านเฟยเทพมาก >o<

    ชอบตอนจบ ความหมายดีมากเลยค่ะ

    จะรออ่านภาค2นะคะ   คิดถึงเทียนอ๋าวแล้ว


    #1,185
    0
  6. #1181 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 19:50
    หุหุ ความหมายแฝงคืจะปกป้องไม่ให้ใครมารังแกสินะ หวานจังเลย
    #1,181
    0
  7. #1180 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 14:44
    5555

    ในที่สุดพี่เฟยก็ไม่พ้นเรื่องสาวๆจริงๆด้วย XD
    ตอนแรกก็นึกว่าซัมติงแค่กับข่งเชว่ ที่ไหนได้...

    พี่ท่านจะควบ 3 เลยหรือคะ~??

    ลูกล่อลูกชนแพรวพราวที่เดียว - -+
    แต่กลับข่งเชว่สินะ ที่ดูเหมือนจะพิเศษกว่าเย่ยิงกับเยี่ยนจี๋.. ตรงที่ดูเหมือนข่วเชว่จะซึนกว่าเลยดูลึกลับน่าค้นหาใช่มะคะท่านเฟยเสวียน (เพราะ 2 คนนั้น ออกจะเดเระนี่นา)

    แหม~
    แล้วฟาราจะมีตอนที่ 2 อีกมั้ยคะ?? หรือว่าของท่านเฟยจะจบแค่นี้

    และสุดท้าย...
    ที่ทำไปน่ะ แต่อยากแกล้งบรรดาเทพพิทักษ์เล่นรึ~!?!?
    #1,180
    0
  8. #1177 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 22:40
    ซะ... ซึนเดเระ!!

    XD จะว่าไป....สาวซึนก็เยอะเหมือนกันนะเรื่องนี้ 555+

    ท่านเฟยเสวียนนี่สุดยอดจริงๆ เจ้าค่ะ  >////<  ใต้หล้านี้ (ในหลงกิเลนฯ) ก็คงมีท่านคนเดียวที่เป็นแบบนี้ (ชิลๆ ขี้โกง อ้อร้อ เอ้ย! เจ้าสำราญ บลาๆ)
    #1,177
    0
  9. #1176 ระเร่เรริน (@ra-re-rerin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2553 / 09:53
    100 % แล้ววว อ่านแล้วเขินค่ะฟารา ZZ ประโยคสุดท้ายนี่ชอบมากๆ

    อ่านแล้วนึกภาพออกเลยล่ะค่ะ นั่งเขินคนเดียวอยู่หน้าคอม

    ^^ รอ ร๊อ รอ ภาคสองค่ะ คิดถึงกิเลนจันทร์มากเลยค่ะฟารา
    #1,176
    0
  10. #1175 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 13:04
    ฟาราเล่นเกมจนคอมพังค่ะ XD (อะ ล้อเล่นนน)

    #1,175
    0
  11. #1174 Fral2a (@illreris) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2553 / 02:11
     คอมฟาราเจ้งบ้งค่ะ 
    Power supply เน่าจ่ายไฟไม่พอ นานๆเข้าการ์ดจอเลยเสียเปิดมาเป็นภาษาต่างดาว T^T
    อัพเกรดคอมใหม่ Format ผิด Drive นิยายที่เคยเขียนไว้หายหมดเลย 555
    แต่ดีนะเรายังมีแบ็คอัพไว้ที่คอมอีกเครื่อง (ไม่งั้นคงร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด)

    สรุปคือ.....

    ยังไม่ได้เขียนอะไรเลยค่ะ

    มาแก้ตัว....
    #1,174
    0
  12. #1173 ระเร่เรริน (@ra-re-rerin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2553 / 20:45
    โอ๊ย ท่ายเฟยเจ้าเล่ห์จริงๆ 555

    ขอไปช่วยอาบด้วยคนได้มั้ยคะเนี่ย อิอิ

    แต่ใจใจจริงนี่อยากไปช่วยเจ้าเทียนอ๋าวตัวร้ายมากกว่า

    (กระซิบบอกฟาราคนเดียวนะคะนี่ จุ๊ๆ ไว้ ^^ )
    #1,173
    0
  13. #1172 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2553 / 12:14
    555+

    สุดยอด กลเลห์ หึหึ
    #1,172
    0
  14. #1171 sella turcica (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2553 / 23:38
    เอ่อ...ท่านพี่เฟยคะ ให้ sella อาบให้ดีกว่านะ



    โอย...ต่อไปท่าจะมีเลือดกำเดาพุ่ง
    #1,171
    0
  15. #1166 เธอร้ายฉันเลยรัก (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2553 / 08:46
    ฮุฮุ อยากไปช่วยท่านเฟยอาบน้ำด้วยจังเลย -.,-
    #1,166
    0
  16. #1165 ระเร่เรริน (@ra-re-rerin) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 / 23:24
    โอ้วววว ท่านเฟย พึ่งรู้นะเนี่ยว่าท่านเฟยตามน้ำได้เก่งมาก 555

    แต่ที่แน่ๆ คิดว่ามหาบัณฑิตเจ้าสำราญคงเลือกสาวๆ ทั้งหลาย

    ^^ รอ ร๊อ รอ สู้ๆนะคะฟารา รอภาค 2 อย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว
    #1,165
    0
  17. #1163 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 18:42
    เออ...

    ท่านเฟยแถสดสินะเนี่ย = =
    ดีนะที่กลับลำทัน สีข้างไม่ถลอกสักนิด

    ยังคงรอฟาราต่อไป

    ป่าศิลา ทะเลหยก น่าสนใจๆๆ
    #1,163
    0
  18. #1162 want love (@feellove) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 18:40
    เฟยเสวียนน่ารักได้อีก55+

    สำราญสมฉายาจริงๆ สบายอกสบายใจมากวันๆนึง

    ตลกพวกขุนนางที่สุด55+ ช่างภักดีจริงๆโยงได้เป็นเรื่องเป็นราวเลย
    #1,162
    0
  19. #1161 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 18:35
    กิ่งไผ่ทอง ขุนนางแต่ละคนตีความได้ลึกซึ้งจริง ๆ >< ท่านพี่เฟยก็ยังคงสำราญต่อไป ชอบคนนิสัยแบบนี้จริงๆ แอร๊ยยยยย > < แล้วจะมีสำราญมากกว่านี้อีกไหมน้อ รอฟาราอัพ ฟาราสู้ๆ จ้า
    #1,161
    0
  20. #1160 Chocolate_pad~*><o!! (@chocolate_pad) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 14:16
    ฮ่าๆ พี่ท่านดูจะสำราญเหลือเกิน
    ขุนนางก็คิดไปได้นะนั่น กิ่งไผ่หอม โยงเข้าเป็นเรื่องเป็นราวเชียว ฮ่าๆๆ
    สุดยอดปรารถนาของมหาบุรุษ สำหรับท่านเฟยเสวียน คงเป็นเหล่าบรรดาสาว สาว สาว ที่ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่
    #1,160
    0
  21. #1153 sella turcica (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 22:32
    น่ารักอย่างรุนแรงในทุกกรณีจริงๆเลยท่านพี่เฟยเนี่ย...



    วันนี้ไปสอบมาอันหนึ่งล่ะฟารา sella ไม่รู้ว่าจะตกไหม สยองจิตสุดๆเลยค่ะ
    #1,153
    0
  22. #1145 boom (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 19:43
    ชอบตอนเกริ่นอ่ะค่ะ ทั้งคำถามคำตอบ พออ่านแล้วก็รู้สึกคิดตามได้เลยค่ะ

    ยังงัยก็รออ่านภาค 2 อยู่ค่ะ เข้ามาดูทุกวันเลย
    #1,145
    0
  23. #1140 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 / 19:54
    ท่านเฟยเสวียนนี่แน่นอนจริงๆ  >////< 

     

    ปล. เค้าแอบอู้ทำรายงานแว้บมาโฉบเพื่อท่านพี่เฟย อิ้อิ้~ ไปทำงานต่อก่อนละ T^T
    #1,140
    0
  24. #1139 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 / 19:07
    เอิ่มมมม

    พี่ท่านแลดูจะสบายอกสบายใจจังนะคะ

    คิดว่าสำหรับท่านจูเก่อเฟยเสวียนจะเลือกบรรดาน้องนางของตนกระมังคะ??


    ชอบตอนที่เกริ่นเรื่องเป็นคำถามคำตอบค่ะ
    สุดยอดมากๆ
    แถมแนวคิด ราชันย์เร้นกาย กับ ตาแก่มังกือ ก็สุดยอด 
    #1,139
    0
  25. #1138 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 / 17:11
    ต้องการอะไรกันแน่???
    #1,138
    0