หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 34 : บทที่ ๒๗ สายลมพัดสู่บูรพาทิศ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    11 พ.ย. 53

A/N 100% จบภาค 1 กำเนิดกิเลนจันทร์ ค่ะ~

 

บทที่ ๒๗

สายลมพัดสู่บูรพาทิศ

 

เก้าสิบเก้าวันผ่านพ้นนับแต่เวลาที่โอรสกิเลนได้เก็บตัวปิดด่านฝึกตน สายลมร้อนแห่งคิมหันต์ได้พัดพามาเยี่ยมเยือนอาณาจักรจันทราทองอีกครั้ง ปุยหิมะขาวสะอาดไหลเลื่อนหลุดลงจากปลายยอดไผ่มงคล เกล็ดน้ำค้างใสที่เคลือบฉาบกระเบื้องสีเขียวไข่กาบนหลังคาของพระราชวังหลวงค่อยๆละลายจนเป็นกลายไอไปตามสายลมอุ่น

 

ณ.เขตพระราชฐานชั้นในของพระราชวังจันทราทอง

 

ได้กลิ่นผืนดินชื้นที่ปะปนไปด้วยละอองหิมะล่องลอยมาตามสายลม...ฤดูร้อนมาเยือนอีกคราแล้วสินะ

ราชันกิเลนเย่วหรงเต๋อประทับนั่งอยู่บนตั่งไม้ตัวยาว ทอดตามองยอดไม้ที่พึ่งผลิใบอ่อนผ่านระเบียงวงกบรูปพระจันทร์ครึ่งดวง บานประตูบุกระดาษชุบน้ำมันถูกเลื่อนเปิดกว้างไว้เพื่อให้สายลมสดชื่นได้พัดผ่านเข้ามาด้านในโดยง่าย

 

ท่านหรงเต๋อรื่นรมย์กับธรรมชาติเช่นนี้ ทั้งบาดแผลรอบดวงตาก็เริ่มทุเลาดีแล้ว ข้ากับพี่ชูเจินก็ค่อยวางใจ

มู่ตานกุ้ยฮวาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ดวงหน้างามคมระบายไปด้วยรอยยิ้มสดใส สองมือประคองผืนผ้าแพรสีแดงอย่างทนุถนอม บนผ้าแพรเนื้อนุ่มลื่นปรากฏผ้าคาดตาผืนหนึ่ง

แถบผ้าไหมยาวสีงาช้างถูกตัดเย็บอย่างประณีต ด้านหน้าปักลวดลายเสี้ยวจันทร์ในม่านเมฆด้วยด้ายเงินอย่างงดงาม

 

งานฉลองจะเริ่มในไม่ช้า ขอฝ่าบาทโปรดเตรียมตัว

ชูเจินอวี้เหวินยืนอยู่ทางด้านหลังของเย่วหรงเต๋อ มือขาวผ่องค่อยๆรวบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือรับผ้าคาดตามาจากมู่ตานกุ้ยฮวา นางกิเลนวารีบรรจงผูกผ้าไหมทับลงบนใบหน้าซีกซ้ายของราชันกิเลนด้วยกิริยาแช่มช้อย ปลายนิ้วละมุนสัมผัสผิวแก้มอย่างแผ่วเบาด้วยความรักใคร่

เรียบร้อยแล้วเพคะ

 

มู่ตานกุ้ยฮวาลุกขึ้นแล้วหมุนตัวเดินออกไปยังอีกฟากหนึ่งของห้อง นางเยี่ยมหน้าไปทางด้านหลังผ้าม่านสีขาวใส ผืนผ้าบางเบาพลิ้วไหวน้อยๆอย่างร่าเริงไปตามแรงลม

ทางนี้ก็เตรียมพร้อมแล้วเพคะ นางกิเลนบุปผาย่อกายลง มาทางนี้สิจ้ะ วันนี้เป็นพิเศษของเจ้าเพียงคนเดียวเชียวนะ

มู่ตานเอ่ยเอ็นดู แววตาสีชมพูเปล่งประกายอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่ง ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กๆที่เห็นเป็นเพียงเงาร่างจางๆจากสายตาของเย่วหรงเต๋อและชูเจินอวี้เหวิน

 

ราชันกิเลนปฐพีเผยรอยยิ้มพึงใจ

ไม่นึกเลยว่าเทพพิทักษ์สงครามผู้ห้าวหาญในสนามรบ ยามที่เป็นแม่คนแล้วจะน่ารักอ่อนหวานได้ถึงเพียงนี้

 

ใบหน้าของสตรีผู้ถูกเอ่ยถึงซับสีแดงระเรื่อ กิริยาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยยามเขินอายเรียกได้ว่าถ่ายทอดไปถึงบุตรชายหรือก็คือเทียนอ๋าวจนหมดสิ้น

 

คิก คิก นั่นสินะเพคะ

ชูเจินอวี้เหวินยกมือป้องปาก นัยน์ตาสีฟ้าใสสงบนิ่งดั่งผืนนทีไร้คลื่นลม รอยยิ้มอันสูงส่งและอ่อนโยนของนางเป็นเสน่ห์ล้ำค่าที่ตกทอดไปยังเทียนหมิงผู้เป็นบุตรชายเช่นกัน

 

เย่วหรงเต๋อทอดตามองราชินีทั้งสองอย่างกึ่งเป็นสุขกึ่งโล่งใจ อย่างน้อยยามนี้พวกนางก็สามารถยิ้มแย้มได้อีกครั้งหนึ่ง

อา ได้เวลาแล้วสินะ มาเถอะ

เอกบุรุษแห่งพิภพกิเลนว่าพลางลุกขึ้นเดินไปรับร่างเล็กจ้อยในอ้อมแขนของมู่ตานกุ้ยฮวามาอุ้มไว้อย่างทะนุถนอม จากนั้นจึงมุ่งหน้าออกไปยังระเบียงทางเดินด้านนอก ราชินีทั้งสองนางย่อกายลงอย่างงดงามก่อนจะก้าวเดินตามราชันกิเลนไป

 

ลานแห่งพระราชวังหลวงของอาณาจักรกิเลนในเวลานี้ประดับประดาไปด้วยพืชพันธุ์งดงามนานา บุปผามงคลถูกจัดเรียงปูลาดสลับสีไว้ราวกับทะเลแห่งมวลผกา

เหล่าขุนนางและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างพากันจับกลุ่มสนทนาอย่างออกรส ใบหน้าของชนชาวกิเลนทุกผู้ล้วนระบายไปด้วยรอยยิ้มชื่นมื่นอิ่มเอมใจ

 

เหนือขึ้นไปจากลานกว้างคือพลับพลาที่ประทับของราชวงศ์กิเลน ตามขั้นบันไดที่ลดหลั่นลงมาปรากฏบรรดาองค์รักษ์สตรียืนเฝ้าอยู่เพื่อถวายอารักขา

แสงอาทิตย์ยามใกล้เที่ยงเจิดจ้าจับตาพวกนางนัก แต่ทว่าแสงนั้นกลับไม่อาจโดดเด่นไปกว่ารูปโฉมงามสง่าของโอรสกิเลนทั้งสองที่นั่งอยู่เคียงคู่กัน

 

เย่วเทียนอ๋าวนั่งเคาะนิ้วพลางหรี่ตา นานๆครั้งก็จะแอบพยายามชะโงกหน้าเพื่อมองเข้าไปยังทางเดินที่เชื่อมต่อกับตำหนักส่วนใน

 

ตื่นเต้นงั้นหรือเทียนอ๋าว ใกล้จะได้เวลาแล้วนี่นะ

เย่วเทียนหมิงที่ลอบสังเกตกิริยาของน้องชายอยู่นานเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีเงินมองสำรวจใบหน้าที่ยังคงมีรอยช้ำจางๆไม่วางตา ก่อนจะวาดปลายนิ้วสัมผัสแผ่วเบา

 

เกอเกอ

เทียนอ๋าวหันกลับมาก่อนจะสังเกตเห็นรอยแผลที่พาดทับซ้อนกันไปมาเป็นเส้นขีดสีจางๆบนปลายนิ้วของพี่ชาย นัยน์ตาสีดำเปล่งประกายวาวโรจน์

ทำไมท่านถึงมีแผล?”

 

หมับ! เทียนหมิงไม่ตอบคำแต่กลับหยิกแก้มซ้ายของเจ้าตัวร้ายแล้วดึงให้ยืดออกมา

เจ้าเองก็มีแต่รอยฟกช้ำเช่นกัน สามเดือนที่ผ่านมาข้าได้รับรายงานว่าเจ้าเอาแต่หักโหมเก็บตัวฝึกวิชาไม่รู้เดือนรู้ตะวัน จนกระทั่งเสด็จแม่มู่ตานทรงยอมตัดใจ...ใช้ง้าวพันพฤกษาทลายค่ายกลที่ท่านหวงแหนยิ่งเพื่อลากตัวเจ้าออกมาร่วมงานฉลองในวันนี้

 

เรื่องนั้นมัน…”

เทียนอ๋าวเบ้ปากเล็กน้อย พยายามสรรหาถ้อยคำมาอธิบาย แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เหตุผลนั้นก็...ค่อนข้างจะน่าอับอายจนเกินไป

จะให้บอกว่าเพราะอยากจะเข้มแข็งขึ้นเพื่อทุกคนได้ยังไง...ข้าไม่ใช่เด็กอมมือแล้วนะ

 

เทียนหมิงมองใบหูที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูของน้องชายแล้วก็คิดอยากแกล้งเพิ่มอีกสักหน่อย จึงใช้มืออีกข้างช่วยดึงแก้มขวาออกมา

ต่อไปจะตัดสินใจทำอะไรให้มาปรึกษาเกอเกอก่อนเข้าใจไหม

 

อื้อ แอ้ว อ่ะ เออเออ (รู้แล้วน่ะเกอเกอ)

เทียนอ๋าวตอบตาขวาง

 

หึหึ บุตรชายทั้งสองของข้านี่ช่างซุกซนไม่แพ้มารดา

เย่วหรงเต๋อเอ่ยกลั้วหัวเราะมาจากทางด้านใน ได้ยินเสียงประกาศขานรับขบวนเสด็จดังไกลไปเป็นทอดๆ

 

เทียนหมิงและเทียนอ๋าวพร้อมใจกันหันขวับกลับไปมองทันที ภาพที่ปรากฏแก่สายตาได้เรียกรอยยิ้มตื่นเต้นระคนยินดีออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

ราชันกิเลนอยู่ในชุดเครื่องทรงผ้าไหมสีขาวอมทอง ถึงแม้ใบหน้าซีกซ้ายจะถูกซ่อนไว้ใต้ผ้าคาดตา แต่รัศมีองอาจเปี่ยมเสน่ห์กลับมิได้ลดทอนลงแม้เพียงเศษเสี้ยว ริมฝีปากที่หยักยิ้มบางๆเผยรอยยิ้มกว้างเพื่อประทานแก่โอรสทั้งสอง

ฝ่ายชูเจินอวี้เหวินและมู่ตานกุ้ยฮวาที่เดินตามมาทางด้านหลังก็เพียงหัวเราะคิกคักเบาๆด้วยความเอ็นดู

 

ในอ้อมแขนของราชันกิเลนก็คือเด็กหญิงน่ารักตัวน้อยที่ดูแล้วอายุไม่น่าจะเกิน3-4ขวบปี

องค์หญิงน้อยแห่งราชวงศ์กิเลนมีเค้าหน้าที่งดงามจนยากจะละสายตา ทั้งยังละม้ายคล้ายกับพี่ชายทั้งสองยามเยาว์วัยนัก เส้นผมสีเทาเงินละเอียดดั่งแพรไหม เป็นประกายราวเกล็ดแก้ว ผิวขาวเนียนอมชมพูแลดูนุ่มละมุน นัยน์ตาสีเทาสุกใสมีแววอ่อนโยนแลฉลาดเฉลียว เรียกได้ว่า ถอดแบบมาจากราชันกิเลนราวกับพิมพ์เดียวกัน ยิ่งเมื่ออยู่ในชุดผ้าไหมสีชมพูหวานที่ตัดเย็บอย่างวิจิตร ร่างเล็กๆก็ยิ่งโดดเด่นราวกับตุ๊กตาที่เทพเซียนสวรรค์บรรจงสร้าง

 

การที่ลูกกิเลนคนสุดท้องสามารถเปลี่ยนร่างมาสู่กายมนุษย์นั้น นับว่าเป็นความดีความชอบของโอรสกิเลนและตราประทับอมตะแห่งทะเลเมฆาคงถงโดยแท้

 

เย่วหรงเต๋อทอดตามองข้าราชบริพารเบื้องล่างด้วยความเมตตา

บัดนี้เราขอมอบราชโองการ จงจารึกนามแห่งบุตรีคนสุดท้องของราชวงศ์กิเลน บุตรีผู้เป็นดั่งของขวัญอันฟ้าประทานมาสู่ นามนั้นคือ เย่วหลานหลาน[1] จันทราพิสุทธิ์แห่งพิภพกิเลนสวรรค์

 

สิ้นคำ บรรดาพฤกษาที่อยู่รายรอบก็พากันเปล่งประกายสีเขียวสดใสราวกับหยก

เบื้องหน้าของราชันกิเลนได้ปรากฏต้นจวี๋[2]หน่ออ่อน แทงยอดทะลุพื้นขึ้นมาอย่างนิ่มนวล จวี๋ต้นน้อยเติบโตอย่างรวดเร็วผิดธรรมดา เพียงชั่วเวลาแค่อึดใจ ก็กลายเป็นจวี๋ต้นใหญ่ ดอกจวี๋สีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆเบ่งบาน เกสรตรงกลางแปรเปลี่ยนเป็นผลจวี๋สีส้มทองสุกปลั่ง ทั้งยังส่งกลิ่นหวานสดชื่นหอมกำจายอบอวล

 

อา พลังปราณแห่งพฤกษาเช่นนี้ไม่ผิดแน่

ชูเจินอวี้เหวินหันไปรำพึงเบาๆกับน้องสาวร่วมสาบาน

 

แม้ตัวจะห่างไกลแต่จิตใจภักดีไม่เคยแปรเปลี่ยน สมแล้วที่เป็นยอดคนแห่งพิภพกิเลน

มู่ตานกุ้ยฮวาตอบยิ้มแย้ม

 

เย่วหรงเต๋อหัวเราะเบาๆพลางชี้ชวนให้บุตรสาวคนเล็กเอื้อมมือไปรับผลส้มจากต้นจวี๋

รับมาเถิดหลานเอ๋อร์ นี่เป็นของขวัญจากสหายสนิทและเทพพิทักษ์เงาผู้ซื่อสัตย์ของบิดา หลิวอันจิ้ง

 

เกอเกอ เทพพิทักษ์เงาของเสด็จพ่อคนนี้ข้าจำไม่ได้เลยว่าเคยพบหน้า

เทียนอ๋าวกระซิบเบาๆ

 

นั่นสินะ ได้ข่าวว่าท่านผู้นี้ออกเดินทางตามราชโองการลับของเสด็จพ่อตั้งแต่วันที่พวกเราเกิด

เทียนหมิงตอบกลับ โอรสกิเลนทั้งสองนึกสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า บางที...สาเหตุที่ทำให้หลิวอันจิ้งต้องร่อนเร่นั้น อาจจะเป็นเพราะพวกตนก็เป็นได้

 

คิก คิก

เสียงหัวเราะของน้องสาวดึงความสนใจของเหล่าพี่ชายกลับมา

เพียงแค่เย่วหลานหลานวางฝ่ามือเล็กๆทั้งสองลงบนผลไม้ มันก็หลุดออกมาโดยง่าย ต้นจวี๋สลายร่างกลับคืนสู่พื้นพิภพ ในขณะที่เปลือกบางของผลส้มปริแตกออกจนเห็นกลีบส้มน่าลิ้มลองที่อยู่ภายใน

หลานหลานตัวน้อยหยิบส้มกลีบเล็กๆขึ้นมาทาน ทว่า เคี้ยวไปได้ไม่กี่คำก็ต้องหลับตาแน่น ใบหน้าสีอมชมพูกลายเป็นแดงระเรื่อ

 

สงสัยจะอมเปรี้ยวหน่อยๆกระมัง ขอแม่ทานด้วยคนสิจ้ะ

ชูเจินอวี้เหวินยิ้มหวานพลางยื่นหน้ามาหอมแก้มลูกสาวตัวน้อยอย่างอดไม่ได้

 

ค่ะ ท่านแม่ใหญ่หลานหลานรับคำอย่างว่าง่าย

หลานหลานให้ท่านพ่อกับท่านแม่เล็กด้วย ว่าแล้วก็ป้อนส้มกลีบน้อยให้เหล่าบิดามารดา

 

หลานเอ๋อร์น่ารักจริงเชียว เอาไปให้เกอเกอด้วยสิจ้ะ มู่ตานกุ้ยฮวาเอ่ย

 

เกอเกอคือใครคะ?” ถามอย่างไร้เดียงสา

 

ราชันกิเลนวางร่างของบุตรสาวลงอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงย่อกายลงข้างๆแล้วแนะนำน้องสาวให้รู้จักกับพี่ชาย

โอรสที่นำความภาคภูมิใจมาสู่บิดา เทียนหมิงและเทียนอ๋าว พี่ชายของเจ้าอย่างไรเล่า

 

เย่วหลานหลานได้ยินก็ยิ้มร่า กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาพี่ชาย

เกอเกอ~เอ้า อ้ามมมเด็กน้อยหยุดลงตรงหน้าเทียนหมิงพร้อมยื่นผลไม้ให้

ในความคิด แม้ท่านพ่อและท่านแม่จะงดงามและใจดีเป็นอย่างยิ่ง แต่พี่ชายที่สว่างไสวราวกับแสงอาทิตย์คนนี้มีท่าทางที่ใจดีและรูปงามยิ่งกว่า

 

เกอเกอมีนามว่าเทียนหมิง เป็นพี่ใหญ่ของเจ้านะหลานเอ๋อร์

เทียนหมิงยิ้มสดใสก่อนจะทานผลไม้ที่น้องสาวยื่นให้

ส่วนพี่รองก็คือเทียนอ๋าวว่าพลางเบี่ยงตัวเพื่อเผยให้เห็นเทียนอ๋าวที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง

 

เพียงแวบแรก สิ่งที่เย่วหลานหลานได้เห็นก็คือความมืดมิดอนธการที่ตรงกันข้ามกับแสงสว่างของ พี่ใหญ่ โดยสิ้นเชิง

ดวงตาคมสีดำสนิทที่หรี่มองลงมาช่างดูเย็นชา เรียวปากได้รูปแสยะยิ้มราวปีศาจเจ้าเล่ห์

หลานหลานจับจ้อง พี่รอง ด้วยดวงตากลมโตสุกใสนิ่งงัน รอยยิ้มค่อยๆหุบลงช้าๆก่อนจะรีบหมุนตัวไปแอบอยู่ทางด้านหลังของเทียนหมิงอย่างรวดเร็ว มือน้อยๆเกาะชายเสื้อแน่นไม่ยอมปล่อย นานๆทีจึงจะยอมเยี่ยมหน้าออกมาแอบดูสักครั้งหนึ่ง

 

อะ เอ่อ หลานเอ๋อร์...เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่เย่วเทียนอ๋าวพูดจาตะกุกตะกัก

 

เทียนอ๋าวเจ้ายิ้มได้น่ากลัวมากเลยรู้ไหม ยังกับจะกินเลือดกินเนื้อน้องเล็ก

เทียนหมิงกระซิบบอก

 

ท่านพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงกันเกอเกอ ข้าพยายามยิ้มให้อ่อนโยนเป็นธรรมชาติที่สุดแล้วนะ น้องเล็กจะได้ประทับใจข้าตั้งแต่แรกพบ

 

เกอเกอว่าเจ้า ไม่ต้องพยายาม น่าจะดีกว่า...แต่หลานเอ๋อร์ก็ประทับใจในตัวเจ้าแล้วล่ะ ถึงผลจะออกมาตรงข้ามกันก็เถอะ

 

 “…” เทียนอ๋าวเผยรอยยิ้มเครียดๆนัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ราวกับถ่านในกองไฟ

 

พี่รอง อะ...

นับเป็นโชคร้าย หลานหลานที่แอบมองออกมาบังเอิญสบตาเข้ากับเทียนอ๋าวอย่างพอดิบพอดี องค์หญิงน้อยรีบมุดหน้าลงไปอีกครั้งทันที

 

เทียนอ๋าวเห็นน้องเล็กเกาะเทียนหมิงแน่นแต่กลับหลบหน้าตนเองก็ให้พาลขัดใจ

หึ! น่าสนุกนี่ ให้มันรู้ไปสิว่าแค่น้องสาวคนเดียว ข้าจะทำให้มาอ้อนข้าบ้างไม่ได้

แม้ปากจะพูดออกไปเช่นนั้นแต่เย่วเทียนอ๋าวก็แอบรำพึงในใจ

ข้าเองก็อยากจะทานส้มที่น้องเล็กเป็นคนป้อนให้เหมือนกันนะ!’

 

งานฉลองที่จัดขึ้นเพื่อองค์หญิงน้อยแห่งพิภพกิเลนได้ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน รื่นเริงจนไม่มีผู้ใดปลีกเวลามาสนใจอาคันตุกะแปลกหน้าตัวหนึ่ง

เหนือขึ้นไปด้านบน อินทรีย์หิมะสีขาวสะอาดเกาะอยู่บนยอดไม้ด้วยท่วงท่าปราดเปรียว ร่างของมันกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบด้านทั้งยังสงบนิ่งจนผิดวิสัยนกธรรมดา ขนอ่อนนุ่มเรืองแสงสีทองจางๆ ราวกับมีขุมพลังอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งคอยคุ้มครองอยู่

เมื่อมองลึกลงไปในดวงตาของเจ้าเวหา ภาพที่สะท้อนอยู่ทางด้านหลังก็คือเงาร่างสูงส่งงามสง่าของจักรพรรดิเทพผู้ยิ่งยง เฮ่อเหลียนหย่งเล่อ นั่นเอง

 

หึหึ หย่งไท่เจ้าดูสิ งานรื่นเริงของพิภพกิเลนกำลังถึงตอนสนุกอยู่เลยเชียว

ผู้เป็นนายแห่งพิภพเทพเอ่ยอย่างรื่นรมย์ แม้ใบหน้าคมคายจะสงบนิ่งราวกับเทพเซียนเหนือโลกีย์ แต่ทว่าประกายตาไหวระริกในดวงตาสีดำอมฟ้าครามนั้นกลับแฝงแววสนุกสนานชัดแจ้ง

บนโต๊ะหยกขาวด้านหน้าปรากฏภาพของเย่วเทียนหมิงและเย่วเทียนอ๋าวฉายออกมาจากผลึกบุษราคัมน้ำงาม

 

เฮ่อเหลียนหย่งไท่ลอบถอนใจเบาๆ ยิ่งพิศมองภาพหยอกล้อของสามพี่น้องกิเลนแล้ว คิ้วมังกรก็ขมวดมุ่นอย่างจงใจ เสริมให้ใบหน้าหล่อเหลาดูเย็นชาไร้น้ำใจยิ่ง

องค์จักรพรรดิ ไป๋อี้จื่อและเหลาหู่โฮ่วเหรินรอถวายรายงานอยู่นานแล้ว กิจการบ้านเมืองบางเรื่องไม่อาจรอช้า โปรดพิจารณาด้วย

 

เฮ่อเหลียนหย่งเล่อใช้ปลายนิ้วแตะคางครุ่นคิด ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่กิเลนจันทร์ สีหน้าพออกพอใจ

ว่ามาสิ

 

เทพพิทักษ์ทั้งสองที่ถูกเอ่ยถึงขยับร่างเข้ามาคุกเข่าอยู่ทางด้านหน้าอย่างรู้งาน

เหลาหู่โฮ่วเหรินประสานมือด้วยท่าทางสงบนิ่ง เสียงเสนาะเอ่ยหนักแน่น

สามเดือนที่ผ่านมานี้ กบฏฝั่งชายแดนทิศตะวันตกใช้กลยุทธกองโจรบุกปล้นทัพย่อยของเราอย่างอุกอาจ ทั้งยังแอบซ่องสุมกำลังพลไว้ไม่ใช่น้อย แต่องค์จักรพรรดิโปรดวางใจ เหลาหู่โฮ่วเหรินผู้นี้ย่อมไม่ปล่อยเสี้ยนหนามไว้ให้ระคายตาท่านแน่นอน

 

หึ หึ...

ไป๋อี้จื่อหัวเราะในลำคอ พัดจีบสีงาช้างถูกคลี่ออกเพื่อป้องริมฝีปากที่กำลังสั่นระริก

เพราะเจ้าไม่ยอมทำตามคำแนะนำของข้าอย่างไรเล่า มัวแต่ใช้วิธีประนีประนอมจนต้องมานั่งปวดหัวอยู่เช่นนี้

 

แผนการของเจ้าต้องสละชีวิตทหารหาญมากมาย ทั้งยังมีความเสี่ยงจนเกินไป ข้าย่อมไม่มีทางเห็นด้วย

พยัคฆ์สาวตอบ นัยน์ตาสีอำพันกร้าวขึ้นเล็กน้อย

 

แต่ชายแดนฝั่งตะวันออกที่อยู่ภายใต้การดูแลของข้าก็สงบเรียบร้อยดีมิใช่หรือ เฮ้อ~สงบเงียบจนน่าเบื่อนัก

เทพพิทักษ์ปัญญาแห่งพิภพเทพทอดถอนใจ

เหตุการณ์ปราบกบฏทิศบูรพาภายใต้การบัญชาของบัณฑิตร้อยเล่ห์นั้น ได้สร้างตำนาน ฝนเลือดชโลมแผ่นดิน จนเป็นที่หวาดเกรงสุดแสน

“…แล้วข้ายังร่างแผนการไว้อีกหลายฉบับเลยนะ มันช่างยอดเยี่ยมเสียจนข้าตัดใจเลือกใช้อันใดอันหนึ่งไม่ลง...

 

ใบหูอย่างเสือและพวงหางอ่อนนุ่มของเหลาหู่โฮ่วเหรินกระดิกไปมาอย่างหงุดหงิด นางปรายหางตามองเย็นชาแล้วทำเฉยเสีย มิสนใจคำโอ้อวดของไป๋อี้จื่ออีกต่อไป

 

อ้าวโฮ่วเหริน เหตุใดจึงเงียบไปล่ะ?”

บัณฑิตชุดขาวถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา แต่นัยน์ตายิ้มแย้มกลับขับให้ใบหน้านั้นดูชั่วร้ายยิ่ง

 

เฮ่อเหลียนหย่งไท่หรี่ตามองเทพพิทักษ์ทั้งสอง ด้วยเหตุที่ทั้งคู่รับใช้ใกล้ชิดมานาน เหตุการณ์ หยอกล้อ เช่นนี้จึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

 

เท่าที่ได้ยินก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเลยนี่ ข้ามอบหมายอำนาจสิทธิขาดให้เจ้าทั้งสองตามเขตปกครองของตน จงดำเนินการตามที่เห็นสมควรเถิด

เฮ่อเหลียนหย่งเล่อตอบ สายตายังคงหยุดอยู่ที่ภาพจากผลึกเวทย์มนต์เบื้องหน้า จึงไม่แม้แต่จะหันมามอง

 

เกอเกอ ข้าใคร่เรียนถามมานาน เหตุใดท่านที่ได้สมญาว่า ราชันย์เร้นกายผู้เมินเฉยต่อโลก จึงให้ความสนใจแก่กิเลนจันทร์นัก

 

ผู้เป็นพี่ได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาล้ำลึกยิ่งกว่าท้องฟ้ายามราตรีสบกับนัยน์ตาสีทะเลขุ่นข้นของน้องชายร่วมสายเลือด

อา...ตัวแทนแห่งหยินและหยาง พลังอันเป็นต้นกำเนิดแห่งมวลพิภพ สุดยอดสิ่งวิเศษมีชีวิตที่แสนปียากจะพานพบนั้นก็คือ กิเลนจันทร์ แล้วพวกเจ้าคิดว่า ยังจะมีสิ่งใดควรค่าแก่ความสนใจของจักรพรรดิแห่งปวงเทพเช่นข้าไปยิ่งกว่านี้อีกเล่า

ริมฝีปากบางหยักยิ้มงดงาม

สุดยอดสิ่งวิเศษย่อมควรค่าแก่จอมราชันย์ ข้า อยากได้ พลังของกิเลนจันทร์

เฮ่อเหลียนหย่งเล่อเอนกายลงพิงพนักเก้าอี้ราวกับแมวคร้าน

เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น...แต่อีกไม่นานหรอก หึหึ

 

ไม่ว่าผู้ใดที่ได้เห็นสีหน้าสงบนิ่งสว่างไสวที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งจอมราชันในยามนี้ ก็ย่อมจะก้มหน้าคุกเข่าลงแล้วร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจสุดหยั่ง

 

ราชันย์ผู้ครั้งหนึ่งเคยเร้นกาย บัดนี้ได้ประกาศเจตนารมณ์อันแรงกล้าต่อหน้าสวรรค์!

 

‘…กิเลนจันทร์แห่งแสงสว่างและความมืด...

...เปลี่ยนผู้สมถะซ่อนตนให้ละโมบลุ่มหลง...

 

ณ.สุดเขตชายแดนฝั่งประจิมทิศแห่งพิภพเทพ ทะเลทรายต้องห้ามที่มีอาณาเขตเชื่อมต่อกับแผ่นดินต้องสาปของพิภพมาร

 

ท้องฟ้ายามเที่ยงวันมืดหม่นลงทั้งๆที่ไร้เมฆหมอก ประกายสายฟ้าจากทั่วสารทิศแล่นแปลบปลาบมารวมตัวกัน บังเกิดเป็นอัสนีสีม่วงแดงสายใหญ่พาดผ่าผืนนภาจนแตกเป็นสองเสี่ยง น่าแปลกที่ริ้วสายฟ้าสีสันบาดตามิได้สลายไปเมื่อสัมผัสพื้นพิภพ แต่กลับกลายเป็นปราการห่อหุ้มสิ่งปลูกสร้างที่แลดูคล้ายกับค่ายทหารไว้

 

บนลานกึ่งกลางได้ปรากฏร่างของกงหยางจื่อหงในชุดเกราะสีทองยืนอยู่ท่ามกลางทหารปีศาจนับร้อย พวกมันคุกเข่าอย่างเป็นระเบียบราวกับกำลังรอคอยคำสั่ง

 

กระบี่ในมือขวาของจื่อหงยกขึ้นขนานกับพื้น ในขณะที่ฝ่ามือซ้ายยืดออกจนสุดให้ปลายนิ้วสัมผัสคมกระบี่ สายฟ้าแล่นเปรี๊ยะประไปทั่วร่าง

จื่อหงกำลังควมคุมพลังอัสนีจำนวนมหาศาล แต่กระนั้น ใบหน้าอ่อนเยาว์กลับไร้ซึ่งเค้าของความเหน็ดเหนื่อย นัยน์ตาสีม่วงแดงหรี่มอง ปราการ อย่างพอใจ

เอาล่ะ เท่านี้ก็หมดปัญหาไปเปลาะหนึ่ง กองทัพของเราจะเร้นกายหลังปราการอัสนี จนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่ ทหารทุกกองจงแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ปลอมตัวแทรกซึมและคอยให้การสนับสนุนทัพกบฏแห่งเผ่าเทพโดยห้ามเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง

 

น้อมรับบัญชาองค์ชาย ไม่ใช่สิ ท่านแม่ทัพรองแม่ทัพที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าสุดรับคำ

 

กงหยางจื่อหงเพียงพยักหน้าก่อนจะลดกระบี่ลง

 

ฉับพลัน สายลมในอากาศก็แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ไอมารบริสุทธิ์รวมตัวกันกลายเป็นเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดเครื่องทรงอย่างกษัตริย์ แม้ใบหน้าของคนผู้นี้จะถูกซ่อนไว้ภายใต้พู่ม่านบังหน้าของมงกุฎทองคำ แต่เมื่อพิศมองจากกิริยาท่าทางแล้วก็อาจคาดเดาได้ว่าเป็นผู้มีรูปโฉมงามสง่าท่านหนึ่ง ริมฝีปากเรียวสีม่วงเข้มคล้ำหยักยิ้มก่อนเอื้อนเอ่ย

หึหึ ท่าทางขึงขังไม่เลวทีเดียวเลยนี่ญาติข้า สมแล้วที่เปิ่นหวางวางใจมอบหมายงานครั้งนี้ให้

 

ทหารที่รายรอบอยู่รีบถอยหลังอย่างลืมตัวไปอีกคนละสองก้าวโดยพร้อมเพรียงกัน ในขณะที่จื่อหงเพียงคุกเข่าลงช้าๆสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งไม่แปรเปลี่ยน

ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ

 

ไม่เป็นไร ไม่ต้องมากพิธี ตั้งแต่เจ้ารับหน้าที่คุมทัพ ข้าก็ได้รับรายงานที่น่าพอใจมาโดยตลอด วันนี้จึงตั้งใจมาเอ่ยชื่นชมโดยเฉพาะ การที่ได้ตอกหน้าเฮ่อเหลียนหย่งเล่อกลับไปเสียบ้าง ทำให้ข้าปลอดโปร่งใจไม่น้อย

ประกายตาของจักรพรรดิมารเรืองจ้าขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเอ่ยถึงศัตรูที่น่าชิงชัง แม้จะเป็นกลางทะเลทรายแต่บรรยากาศรอบด้านกลับหนาวยะเยือก

อ้อ ข้าได้ยินข่าวที่น่าสนใจมาเรื่องหนึ่งจากสายในพิภพเทพ จื่อหง เจ้ารู้จักกิเลนจันทร์ใช่หรือไม่?”

คำถามนั้นเต็มไปด้วยความใคร่รู้เหลือประมาณ

 

จื่อหงชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าชาวาบ หากเป็นที่สนใจของญาติผู้พี่ของเขาเช่นนี้แล้ว บ่อยครั้ง เรื่องมักจะไม่จบลงด้วยดี...

 

ธารน้ำตกเมฆาสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไหลรินลดหลั่นกันอย่างเป็นระเบียบ ไอหมอกบริสุทธิ์เย็นสดชื่นม้วนตัวลงมาจากปุยเมฆอย่างแช่มช้า สีสันนวลตาของ ทะเลเมฆาคงถง ได้อาบย้อมสีของท้องฟ้าให้นุ่มนวลราวกับภาพวาดของจิตรกรเอก

ทิวทัศน์ ที่สงวนไว้ให้เพียงจอมราชันย์แห่งชนเผ่าเทพมังกรอมตะเท่านั้น

 

ผู้เยาว์ผู้หนึ่งยืนทอดตามองภาพเบื้องหน้าผ่านบานหน้าต่างกว้าง เขาสวมใส่ชุดผ้าสีแดงเลือดนกที่ปักดิ้นทองเป็นลวดลายมังกรห้าเล็บ คาดทับด้วยผ้าคาดเอวสีดำขลิบทอง เส้นผมสีเพลิงถูกรวบเกล้าไว้ บนศีรษะประดับมงกุฏฝังยอดทับทิมเลอค่า

ในสายตาสองสีที่เฉียบคม ผู้เยาว์ได้มองเห็นฟากฟ้ามีสีซีดจางลงไปส่วนหนึ่ง

 

หลงฟงหลางบุตรข้า เจ้าอยู่ตรงนั้นใช่หรือไม่?”

เสียงแหบแห้งอ่อนแรงเอ่ยถามมาจากทางด้านหลัง เมื่อผู้ถูกเรียกหันกลับไปจึงแลเห็นมือกร้านผอมเกร็งมีเพียงหนังหุ้มกระดูกไขว่คว้าออกมาจากเตียงทองคำด้านหลังผ้าม่านบางเบา

 

ลูกอยู่ที่นี่ พระบิดา

เอ่ยพลางเดินเข้าไปใกล้แล้วคุกเข่าลงตรงหน้า

 

โอ..ฟงหลาง แค่ก...รัชทายาทของข้า..แค่ก แค่ก

ราชันย์มังกรเฒ่าหลงหวางไห่นอนอยู่บนฟูกกว้าง นัยน์ตาสีเทาเริ่มฝ้าฟาง ขอบตาลึกปรากฏริ้วรอยดำคล้ำ ใบหน้าซูบตอบลงไปอย่างน่าใจหาย จนแทบจะไม่เหลือเค้าของ จ้าวมังกรสวรรค์สยบเมฆา ผู้องอาจ

จง...จงฟังให้ดี บิดาฝากความหวังและความรุ่งโรจน์ของพิภพมังกรไว้ที่เจ้า เจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น...ที่มีสิทธิในราชบัลลังก์

มือของหลงหวางไห่วางลงบนบ่าด้านซ้ายของบุตรชาย บีบแน่นราวกับจะย้ำ

ไม่ว่าจะทำการใด จงถือผลประโยชน์สูงสุดของชนเผ่ามังกรเป็นที่ตั้ง โลกนี้ไร้ซึ่งมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับผลประโยชน์เพียงเท่านั้น

 

หลงฟงหลางเหลียวมองมือที่สั่นระริกของบิดา

เสด็จพ่อ ข้าเคยสงสัยว่าทำไมท่านจึงไม่เคยถามเลยว่า ฟงหลางผู้นี้อยากจะสืบทอดตำแหน่งราชันมังกรหรือไม่

 

หึหึ..ชะตาฟ้าลิขิต สิ่งมีชีวิตล้วนเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน

นัยน์ตาของหลงหวางไห่แฝงประกายอ่อนโยนเมตตายิ่ง

เจ้าคือผู้ที่กำเนิดมาพร้อมพรสวรรค์อันวิเศษ จงนำความภาคภูมิใจมาสู่บิดาและวงศ์ตระกูลเถิด

 

รัชทายาทมังกรเพียงจ้องกลับไปด้วยแววตาสงบนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยจนอ่านอารมณ์ไม่ออก มือขวายกขึ้นเกาะกุมมือของมังกรชรา

เสด็จพ่อโปรดวางพระทัย

 

            ใจกลางทะเลอุดร ลึกลงไปใต้ผืนน้ำสีเขียวอมฟ้าสดใสได้ปรากฏวังบาดาลที่สร้างจากหินปะการังและไข่มุกล้ำค่าส่องแสงเรืองรองจับตา

 

ราชันเต่าดำหยวนจุยซวนหวู่นั่งเท้าคางมองขึ้นไปทางด้านบนอย่างเบื่อหน่าย เหนือเพดานรูปทรงโค้งขึ้นที่สร้างจากผลึกแก้วใสโปร่งแสงคือโลกใต้ผืนนทีสีฟ้าคราม คลื่นน้ำแหวกออกเป็นเส้นสายตามการแหวกว่ายที่พลิกพลิ้วไปมาของหมู่มัจฉา

เป็นปลานี่ก็ดีนะ ว่ายน้ำเล่นสนุกไปวันๆ ไม่ต้องทำการทำงานอันใด

ว่าพลางก้มหน้ากลับลงมาเขม้นมองกองฏีกาที่ยังมิได้ตรวจแก้ตรงหน้า ม้วนกระดาษนับร้อยเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ คะเนความสูงได้เกือบครึ่งจ้าง[3]วัดจากศีรษะของตน

 

นั่นเพราะท่านปล่อยปละละเลยราชกิจอยู่เป็นนานสองนานมิใช่หรือ

สุ้มเสียงเชิงตำหนิอย่างสุภาพเอ่ยดังขึ้นมาจากบุรุษอีกผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง กำแพงฏีกา

 

นี่ บางครั้งข้าก็อดคิดไม่ได้นะว่า ระหว่างเจ้ากับข้า ใครเป็นนายแล้วใครเป็นบ่าวกันแน่

 

กระหม่อมเองก็สงสัยเช่นกัน ว่าทำไมเทพพิทักษ์จึงได้รับคำสั่งให้ออกหน้าว่าราชการ ในขณะที่ท่านแอบหนีออกไปท่องเที่ยวบนพิภพ

 

...ราชันเต่าดำใช้สองมือขยี้ศีรษะอย่างขัดใจ ทำให้เส้นผมสีฟ้าที่พองฟูแลดูคล้ายแผงคอราชสีห์ยิ่งขึ้น

 

เทพพิทักษ์ราวกับจะรู้ทัน เขาจึงยื่นสารฉบับหนึ่งให้กับองค์ราชา

นี่คือเทียบเชิญไปร่วมงานฉลองของพิภพกิเลน หากท่านแก้ฏีกาพวกนี้ได้เสร็จเร็วขึ้นเท่าไร งานฉลองก็อยู่ไม่ไกลเท่านั้น

 

หยวนจุยซวนหวู่คว้าเทียบเชิญฉบับนั้นออกมาคลี่อ่าน ครู่หนึ่งใบหน้าหล่อเหลาก็ปรากฏรอยยิ้มราวกับเด็กได้ของเล่นถูกใจ ทว่าเมื่อเหล่ตามองกอง งาน ที่คั่งค้างอยู่ สีหน้าเริงร่าก็พลันแปรเปลี่ยน

โอ้ย! แล้วเมื่อไรข้าจะได้ไปพิภพกิเลนละนี่!”

 

แดนมนุษย์ ณ.พระราชวังฉางอันเทียนโกว ในห้องรับรองกว้างที่ตกแต่งไปด้วยเครื่องเรือนสูงค่า ผู้ติดตามทั้งหลายถูกจัดแยกไว้ทางด้านหลังของมู่ลี่ไม้ไผ่ ในขณะที่ มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ กำลังสนทนาอยู่กับอาคันตุกะคนสำคัญ

 

คิก คิก

หลวนจูเฉวหัวเราะสดใสจนพู่ห้อยที่ประดิษฐ์เป็นปลายหางของมงกุฏหงสาสั่นไหวเบาๆ ในมือของนางถือจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลกวาดมองข้อความทั้งหมดอีกครั้งด้วยสีหน้าพึงพอใจ

 

มีเรื่องอันใดถูกใจงั้นหรือ ท่านจูเฉว

จูเก่อเฟยเสวียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านข้างเอ่ยถามขึ้น ใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาใกล้เล็กน้อย

 

ข้าอ่านสารฉบับนี้แล้วก็ให้นึกถึงคนผู้หนึ่ง ป่านนี้ ผู้ที่ชมชอบงานรื่นเริงเช่นเขาคงอยากจะรีบโลดแล่นไปยังพิภพกิเลน...อ้อจริงสิ ข้ายังไม่ได้แจ้งข่าวแก่ท่านเลยว่า...

 

ราชวงศ์กิเลนได้จัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ธิดาคนสุดท้องเปลี่ยนร่างมาสู่กายมนุษย์ ถ้าข้าเดาไม่ผิด เนื้อความก็คงจะเต็มไปด้วยถ้อยคำขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่านอย่างจริงใจ

จักรพรรดิมนุษย์เอ่ยแทรกขึ้นก่อนจะล้วงสารฉบับหนึ่งออกมาจากสาบเสื้อผ้าไหมสีดำ

ข้าได้รับจดหมายแจ้งเหตุจากเย่วเทียนหมิง คิดว่าเนื้อหาคงจะใกล้เคียงกัน

 

ท่านรู้จักกิเลนแห่งแสงเป็นการส่วนตัวด้วยหรือคะ ทั้งๆที่สาส์นของข้า ส่งมาจากราชันกิเลนแท้ๆ

นางถามพลางเอียงคอ ริมฝีปากแดงเรื่อเผยรอยยิ้มน้อยๆ ท่านจูเก่อเฟยเสวียน นี่ช่าง...

เสียงหวานรื่นหูเอ่ยเว้นจังหวะแล้วจึงลากเสียงยาว “…เป็นท่านที่ มากไมตรี เสียจริงนะคะ

 

ฮะ ฮะ ฉายาของข้าก็คือมหาบัณฑิตเจ้าสำราญ อันผู้มีปัญญาก็ย่อมมารวมตัวกันเพื่อสังสรรค์แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ เคยได้ยินหรือไม่ หมื่นมิตรมากไมตรี ตัวข้าจึ่งได้รับฟังเรื่องเล่าข่าวสารที่น่าสนใจอยู่เสมอๆ ด้วยเพราะมีกัลยาณมิตรมากมาย

จักรพรรดิมหาบัณทิตช้อนฝ่ามือขาวสะอาดของหลวนจูเฉวขึ้นมา นัยน์ตาสีเขียวเหลือบครามพราวระยับ ให้ความรู้สึกดั่งพญานกยูงเพศผู้กำลังรำแพนหางโปรยเสน่ห์อย่างไรกระนั้น

เกรงว่า...คงมิอาจเทียบเท่าท่านหญิงหลวนจูเฉว ผู้มี หู และ ตา กว้างขวางกว่าข้ามากมายกระมัง

 

คิก คิก ท่านเฟยเสวียนถ่อมตัวเกินไปแล้ว

หลวนจูเฉวเอนร่างบอบบางมาทางมหาบัณฑิต กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางโชยผะแผ่ว นัยน์ตาสุกใสจ้องตอบกลับไปอย่างไร้ซึ่งอาการสะเทิ้นอาย

ท่านว่า...ถ้าเรายังเล่นจ้องตากันอยู่อย่างนี้ เทพพิทักษ์ของใครจะไม่พอใจก่อนกันดีหรือคะ

 

นั่นสินะ หึหึ จูเก่อเฟยเสวียนตอบรับด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ

 

ผู้สูงศักดิ์ทั้งสองรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ของเหล่า ข้ารับใช้ ที่ยืนอยู่ทางด้านหลังม่านไม้ไผ่

รอยยิ้มงดงามยิ่งกว่าภาพวาดที่ทั้งคู่ส่งให้แก่กัน ให้ความรู้สึกดั่งรอยยิ้มของไก่ฟ้ากับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์[4]กระนั้น

 

            แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพร้อมกับสายรุ้งสีจาง เมื่อรัตติกาลมาเยือน พื้นพิภพก็ถูกอาบย้อมไปด้วยแสงนวลตาของจันทราทรงกลดที่โดดเด่นอยู่กลางทะเลดาริกา

 

            คิก คิก ท่านพี่รอข้าด้วย

            เย่วหลานหลาน วิ่งไล่จับอยู่กับพี่ชายทั้งสอง เทียนหมิงเผยรอยยิ้มที่มุมปาก นัยน์ตาทอประกายอ่อนโยนรักใคร่ ในขณะที่เทียนอ๋าวแสร้งเดินถอยหลังเป็นวงกลมช้าๆเพื่อให้น้องเล็กวิ่งไล่ตามได้ถนัด

 

            ราชันกิเลนเย่วหรงเต๋อพยักหน้าให้กับราชินีทั้งสอง ก่อนจะเดินเข้าไปหาบุตรทั้งสามคน

กิเลนน้อย เล่นสนุกกันมาทั้งวันแล้วไม่เหนื่อยบ้างหรือ

 

            โอรสทั้งคู่หยุดยืนนิ่งแล้วพร้อมใจกันหันมาส่งรอยยิ้มให้แก่บิดา มีเพียงหลานหลานที่เดินเข้าไปใกล้ สองแขนเล็กๆชูร่า ใบหน้าน่ารักดั่งตุ๊กตายิ้มกว้างจนเห็นฟันสีไข่มุก

ท่านพ่อ อุ้มหน่อยสิคะ

 

เย่วหรงเต๋อประคองบุตรีขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยนยิ่ง ทันใด สายลมอบอุ่นก็พัดผ่านกายาของเหล่าผู้สูงศักดิ์แห่งพิภพกิเลน หอบเอาความสดชื่นแห่งคิมหันต์มาจนล้นปรี่

ราชันกิเลนผินหน้าไปทางบูรพาทิศ ด้านล่างของเนินเขาก็คืออาณาเขตของเมืองหลวงที่กว้างไกลจนสุดสายตา คฤหาสน์แลบ้านที่พักของพสกนิกรน้อยใหญ่ต่างจุดประทีปโคมไฟแขวนไว้ทางด้านหน้า แสงจากโคมไฟกระดาษทอสีส้มทองอร่ามตา แต่งแต้มให้ เย่วจินหรง เปล่งประกายสว่างไสวราวกับกล่องอัญมณีล้ำค่า

 

เห็นทีราตรีนี้คงจะไม่มีผู้ใดหลับใหล ทิวทัศน์ของอาณาจักรจันทราทองช่างงดงามนักใช่หรือไม่ กิเลนน้อย

           

เทียนหมิงและเทียนเดินเข้ามายืนเคียงข้างบิดาทั้งทางซ้ายและทางขวา รู้สึก ได้ถึงริ้วพลังอันอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาที่แผ่กระจายออกมาจากพลังปราณแห่งผืนดิน

 

กิเลนน้อยของพ่อ ในอนาคตเมื่อพวกเจ้าเติบใหญ่ ขออย่าได้ลืมความรู้สึกในค่ำคืนนี้ จงตระหนักว่าพวกเจ้าคือผู้สืบสายเลือดแห่งราชันย์ การเป็นราชันย์มิใช่แค่ชาติกำเนิด แต่ยังกอปรด้วยการกระทำส่วนหนึ่ง จิตใจที่อุทิศเพื่อแผ่นดินด้วยส่วนหนึ่ง หากวันใดพวกเจ้าต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ยากจะแก้ไข จงตริตรองด้วยหัวใจและกระทำการอันพิสูจน์ว่าพวกเจ้าคือราชันย์ที่แท้จริง

            น้ำเสียงของเย่วหรงเต๋อเต็มไปด้วยความคาดหวังและความไว้วางใจ

 

ลูกน้อมรับคำสอนสั่งด้วยความยินดีเทียนหมิงประสานมือคารวะ

 

เสด็จพ่อโปรดวางพระทัย ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่สิบหรือกี่ร้อยปี อาณาจักรจันทราทองแห่งนี้ก็จะรุ่งเรืองและสงบสุขอย่างที่มันควรจะเป็นตลอดไป

            เทียนอ๋าวยิ้มกว้าง สองตากวาดมองไปไกลจนสุดขอบฟ้าเบื้องหน้า

 

            นั่นสินะ เกอเกอก็จะเป็นกำลังให้เจ้าอีกแรงนะเทียนอ๋าว พวกเรามาช่วยกันปกป้องเย่วจินหรงแห่งนี้ตลอดไปดีไหม

เทียนหมิงยื่นมือให้น้องชาย สีหน้านัยน์ตาสงบนิ่งมุ่งมั่น ไร้ซึ่งความลังเลใจ

 

            แน่นอนอยู่แล้วเกอเกอ ก็ข้ากับท่านกำเนิดมาเคียงข้างกันเพื่อรักษาสมดุลของฟ้าดิน หยินและหยางแม้จะตรงข้ามกันฉันใดแต่กลับไม่อาจแยกจากกันได้ฉันนั้น

            เทียนอ๋าวจับมือของพี่ชายไว้แน่น ตาประสานตา ในยามนี้ ทั้งสองต่างก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าความผูกพันของสายเลือดจักต้องยิ่งใหญ่จนมีชัยเหนืออุปสรรคใดๆ

 

            หลานหลานด้วย~ หลานหลานจะปกป้องเกอเกอทั้งสองด้วยคน

            องค์หญิงน้อยแห่งพิภพกิเลนร้องขึ้นอย่างไร้เดียงสา มือเล็กๆข้างหนึ่งยกขึ้นราวกับจะไขว่คว้าดวงจันทร์

 

            ฮะ ฮะ ฮะ

ทั้งเย่วหรงเต๋อ ชูเจินอวี้เหวิน มู่ตานกุ้ยฮวา เทียนหมิง และเทียนอ๋าวต่างก็พร้อมใจกันหัวเราะร่าด้วยความสุขใจ

 

 

ยามนี้...ไม่มีผู้ใดตระหนัก...เมื่อสายลมพัดผ่าน ฤดูกาลย่อมหมุนเวียนเปลี่ยนผัน

อนาคต...เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงทั้งยังมาเยือนโดยมิได้ถามความสมัครใจ

 

อนาคตนั้นเต็มไปด้วย ความเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ที่อาจจะทรยศต่อความคาดหวังของผู้ที่วางใจ หรือมอบความสุขสมหวังให้แก่ผู้ที่ตัดใจ

นี่คือเรื่องเล่าของกิเลนจันทร์แห่งหยินและหยาง ที่กำเนิดมาพร้อมกับคำทำนาย ล่มสลายสวรรค์

เหตุการณ์ที่จักกลายเป็นตำนานที่ผู้คนล้วนเล่าขานกันสืบไป

 

 

------------- จบภาค 1 กำเนิดกิเลนจันทร์ -------------

 

            A/N ในที่สุดก็มีชื่อภาคแล้ว วูปปี้ XD (ถึงจะกำปั้นทุบดินไปหน่อยก็เถอะนะ)

            ภาคต่อไป สงครามสามพิภพ ค่ะ ^_^ แค่ชื่อภาคก็คงเดากันได้แล้วว่าจะเป็นยังไงต่อไป

           

มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบดังนี้ค่ะ

1.      zz จะเริ่มรีไรท์เพื่อส่งสนพ. ตอนนี้พวกเรากำลังเลือกว่าจะส่งไปที่ไหนดีค่ะ ใครมีไอเดียยังไง คิดว่าเรื่องนี้เหมาะกับสนพ.ไหน แนะนำมาได้เลยค่ะ

2.      ตอนพิเศษจะปิดโหวตในเวลา 18.00น.ของวันพรุ่งนี้ 11พ.ย. (จะมีคนจำได้ไหมเนี่ยะว่าเราเปิดโหวตไว้ นานจัด 555) แต่เท่าที่ฟาราดู ท่านพี่เฟย ม้ามืด!” มากเลยค่ะ! แซงท่านหย่งเล่อและฟงหลางไปตอนไหนก็ไม่รู้ =.= (แอบตกใจ พี่เฟยมีแฟนคลับลับๆหรือนี่!)

3.      อยากได้คนวาดภาพประกอบกิเลนจัง (ขาว-ดำ ลายเส้นแนวการ์ตูนญี่ปุ่นหน่อยๆ)......จะไปหาไหนดีเนี่ย…. ที่คิดไว้นะคะถ้าลายเส้นถูกใจ ฟาราจะจ่ายเงินค่าจ้างวาดให้ตามมาตรฐานแน่นอน -.- แล้วถ้าได้คนที่อ่านเรื่องนี้ด้วยก็จะดีมาก

 

ป.ล. ถ้าเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ละก็ ฟาราจะเขียนตอนพิเศษที่ไม่ชนะในการโหวตให้เป็นของแถมในเล่มด้วยค่ะ XD

ป.ล. 2 จริงๆมีรูปคาแรคเตอร์สวยๆมากมายยังไม่ได้โพส ว่างๆจะหาเวลามาโพสให้ชมกันนะ

ป.ล. 3 ใครที่รอสติกมาอยู่ ฟาราจะเริ่มแต่งบทต่อไปแล้วค่ะ จากนั้นก็จะแต่งตอนพิเศษของกิเลนไปพร้อมกัน แล้วค่อยขึ้นภาค 2

  

 



[1] เย่ว ดวงจันทร์, หลาน บริสุทธิ์, ไร้มลทิน

[2] จวี๋ ส้ม (ผลไม้)

[3] จ้าง (Zhang) หน่วยวัดความยาวของจีนโบราณ ยาวประมาณ 3.33 เมตร

[4] จากนิทานอีสปเรื่อง ไก่ฟ้ากับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ หมายถึง คนที่เจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกพอกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1128 มะปราง (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 / 20:50
    ในที่สุดก็จบตอน อยากอ่านตอนใหม่เร็วๆจังค่ะ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ^ ^
    #1,128
    0
  2. #1127 ciatum (@tumcia) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 11:56
    thankkkkkkkkkkkkkkkkkkk
    #1,127
    0
  3. #1117 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2553 / 13:35
    เย้~!!

    จบแล้ว
    ในที่สุดฟาราก็ลงจบ > <

    ลุ้นเหงือกแห้งทีเดียว ว่าภาคแรกจะจบยังไง

    หลานหลานน่ารักจริงๆ
    จะปกป้องเกอเกอ แต่ไม่ต้องห่วง เกอเกอทั้งสองไม่ยอมให้หลานหลานปกป้องแน่ๆ
    เพราะเกอเกอจะต้องปกป้องทั้งตัวเองและหลานหลานให้ได้!!! ใช่มั้ยคะ?? ฟารา

    *จ้องมองฟาราอย่างรอคอยคำตอบ*

    ส่วน สนพ. ตอนนี้ คงมีฟิสิกส์เซ็นเตอร์แหละค่ะ ที่เหมาะกับแนวนี้ ส่วนสถาพรอย่าเลยนะคะ... เราไม่อยากให้งานดีๆ ต้องโดนกลืนหายไปกับงานแนวตลาดน่ะค่ะ - -"

    ส่วน สนพ อื่น ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ซื้อนิยายคนไทยน่ะค่ะ เลยไม่รู้ว่าที่ไหนดี
    (สยามอินเตอร์ก็อย่าเลยค่ะ.. แถมขายทีแพงด้วย - -" คนซื้อเห็นราคาแล้วจะเป็นลม)

    ยังไงก็ตามแต่
    ขอให้ได้ตีพิมพ์เร็วๆนะคะ ^^

    จะคอยอุดหนุนค่า~!!!
    #1,117
    0
  4. #1116 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2553 / 11:34
    >_<เลิศที่สุดค่า น่ารักจริงๆ2พี่น้อย เอ้ย 3 พี่น้องสินะคะ หลานหลานน่ารักมากๆแตแพ้พี่ชายทั้ง2นะคะ โฮะๆๆๆ
    #1,116
    0
  5. #1115 ~`NamFar`~ (@namfar2007za) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 13:45

    จบน่ารักมากค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูวิดีโออยู่เลย 
    ที่จบเป็นภาพครอบครัวสวยงาม ยืนอยู่บนเขามองลงไปเห็นพสกนิกรเนี่ย คิดภาพไว้สวยหรูมากๆเลย >.<

    ส่วนเรื่องสำนักพิมพ์ ฟ้าก็ไม่ค่อยทราบรายละเอียดสักเท่าไหร่ 
    ปรกตินิยายแนวนี้ส่วนมากฟ้าอ่านของสถาพรกับฟิสิกส์น่ะค่ะ

    แล้วแต่ไรเตอร์เลยว่าอยากจะส่งสำนักพิมพ์ไหน
    เพราะยังไงฟ้าก้ซื้ออยู่ดี ^^

    #1,115
    0
  6. #1113 np47 (@jingjoe_47) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 02:10

    ภาคต่อไปเริ่มเมื่อรัยคับ

    #1,113
    0
  7. #1112 pippin_pie (@pippin_pie) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 00:48
    ฟิสิกส์ค่ะ แนวแบบนี้ต้องฟิสิกส์ค่ะ

    พิมพ์ไว ออกเล่มต่อไปเร็วดี

    เบื่อสถาพรเหมือนกันค่ะ
    #1,112
    0
  8. #1110 lorun (@lorun) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 18:48
    จบไปอีกภาคแล้ว

    เนื้อเรื่องตอนนี้น่ารักสุดๆเลย

    อยากรู้ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับเทียนหมิงกับเทียนอ๋าว
    #1,110
    0
  9. #1109 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 13:37
    อืม สำนักพิมพ์หรือ ตอนนี้ไม่ค่อยอยากแนะนำสถาพรแล้วแฮะ ดีพิมพ์ออกมาพอขายได้ไม่ค่อยดีก็เอามาขายตัดราคาเฉยซะงั้น แถมไม่่ออกเล่มต่อไปด้วย ลองฟิสิกส์เซ็นเตอร์ หรือ แจ่มใส ดูไหมครับ
    #1,109
    0
  10. #1108 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 12:04
    ว้าววว จบไป 1ภาค อิอิ
    #1,108
    0
  11. #1107 ระเร่เรริน (@ra-re-rerin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 08:22
    จะขึ้นภาคสองแล้วววว ดีใจจังเลย
    หมิงอ๋าวและหลานหลาน ครอบครัวพี่น้องผูกพันธ์ได้น่ารักมากๆ เลยค่า
    ^^ ถึงอนาคตจะเปลี่ยนไปยังไง หมิงอ๋าวก็ต้องรักและไว้ใจกันน้าาาา
    อย่าไปฟังคำยุแยงของใครๆ ไม่้งั้นเดี๋ยวคนอ่านช้ำใจแน่เลย

    --- ขอบคุณฟาราค่า ^^ จะรอภาค 2 อย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว ----



    #1,107
    0
  12. #1106 ไม้มงคล (@yasuragi) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 06:41
    อ้ากกกก

    ใครมันจะมาทำลายความไว้ใจของอาอ๋าวกับอาหมิงล่ะเนี่ย

    ท่านซวนหวู่ นี่นิสัยคุ้นๆนะ
    #1,106
    0
  13. #1105 boom (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 02:25
    จบได้สวยงาม มากๆค่ะ ดีใจมากที่จะได้อ่านภาค 2 แล้ว



    ถ้าทำเป็นหนังสืออกมาเมื่อไรจะอุดหนุนทันทีเลยค่ะ ชอบมากๆเลยเรื่องนี้



    ปล.น้องเล็กไม่กลัวพี่รองแล้วหรอ ^^
    #1,105
    0
  14. #1103 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 20:47
    ภาคแรกจบแล้ว ต้นกำเนิดของกิเลนทจันทร์ TT
    ต่อไปก็จะเป็นภาคสองที่ทุกคนโตขึ้น > <
    ตอนจบของภาคแรกจบได้สวยมากๆเลย ครอบครัว
    สุขสันต์น่ารัก > < แต่ก็ยังน่าติดตามต่อด้วยคำบรรยาย
    ตอนท้าย อยากอ่านภาคพิเศษ + ภาคสองแล้ว
    รอ รอ ฟาราอัพ = ) ฟาราสู้ ๆ

    ps.จบแล้วก็ใจหาย แต่จบภาคนี้ก็เป็นการเริ่มต้นภาคใหม่ ^^
    #1,103
    0
  15. #1102 sella turcica (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 19:09
    ท่านจูเฉวกับท่านพี่เฟยนี่นะ...



    ใจจริงsella แอบเชียร์ท่านจูเฉวกับท่านซวนหวู่นะคะ



    ไปก่อนนะ แล้วจะแวะมาใหม่ อิอิ



    ป.ล. นี่ใชคอมพ์ที่ ward น่ะค่ะ
    #1,102
    0
  16. #1098 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 16:50
    ว้าวววว

    ตาแก่มังกือจะลาลับดับโลกแล้ว ฮิ้วววว
    #1,098
    0
  17. #1097 > Babe < (@numnimnarak) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 09:28

    ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอกันจริงจริ๊ง
    หุหุหุ

    #1,097
    0
  18. #1096 sella turcica (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 22:47
    สมน้ำหน้าตาเท่าหลงหวางไห่...ในที่สุดก็จะลาโลกเสียที่ 555 (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)



    sella ยังอยู่ในช่วงเวรมหาประลัย..อาจจะไม่ได้เม้นให้บ่อยๆนะคะ



    แต่เป็นกำล้งใจให้ฟาราเสมอนะ สู้ๆค่ะ
    #1,096
    0
  19. #1095 ::>snowman<:: (@baby_snowman) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 17:32
    555+ หลานเอ๋อร์กลัวเทียนหมิงหรอนี่
    พี่รองเค้าออกจะแอบเห่อน้องนะ
    ครอบครัวสุขสันต์ดีจริง ถ้าเกอเกอยังดึงแก้มเทียนหมิงอย่างนี้ทุกวัน
    มีหวังแก้มเทียนอ๋าวต้องยานแน่ๆเลยอ่ะ 555+
    #1,095
    0
  20. #1094 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 13:34
    อีก 10 อีก 10 อีก 10

    สู้ๆนะคะ ฟารา!!!!

    หลังจากนี้คงจะดราม่าสินะ T T

    มังกือเฒ่า!!! ใกล้ม่องแล้วล่ะสิ!!!
    ส่วนฟงหลาง.. โอเค๊~~ ยังไงซะ ก็ดูจะเป็นคนที่มีมุมมองดีกว่าพ่ออยู่ล่ะนะ
    (ยังเคืองเรื่องตาเสด็จพ่อกิเลนไม่หาย -0-)

    หมิงอ๋าว
    ดูแลน้องดีๆนะ
    หลานหลานก็ต้องดูแลเกอเกอทั้งสองคนให้ดีด้วย เดี๋ยวถูกลักพาตัวไปล่ะแย่แน่ ต้องปกป้องเกอเกอนะ XD

    และ รอที่เหลือต่อไปๆๆ > <
    #1,094
    0
  21. #1093 Killer Shii (@killer-shi-i) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 01:48
    90% แล้ว กระดึ๊บๆ

    อา... "..ชะตาฟ้าลิขิต สิ่งมีชีวิตล้วนเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน"
    ชะ..อยากสวนตาแก่ด้วยคำพูดของเจ้าอ๋าวจังว่า "ข้าขอลิขิตชีวิตข้าเอง(เฟ้ย!)" 

    คำทำนายที่ว่า "เปลี่ยนผู้สมถะซ่อนตนให้ละโมบลุ่มหลง..." น่าจะบอกแล้วว่าหมายถึงใคร
    ตัวละครหลักๆ ก็เริ่มออกโรงกันแล้ว ถ้าออกมาครบแล้วก็คงจะก้าวไปสู่ขั้น 
    "...วงล้อชะตากรรมแห่งพรหมลิขิตจักวนเวียนมาอีกครั้ง" เป็นแน่... ก็ว่าไปนั่น

    รอๆ รออีก 10% ตอนนี้ชักจะ "หลง"กิเลนจันทร์เข้าขั้นซะแล้วเรา เหอๆๆ
    #1,093
    0
  22. #1092 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 21:01
    จื่อหงก็มาให้หายคิดถึงอีกคน ว่าแต่ญาติของจื่อหง
    มีอะไรกับสองพี่น้องนะ เป็นเรื่องไม่ดีอีกแล้วหรอ TT
    ฟงหลางก็ออกมาอีกคน แอบสะใจหลงหวางไห่แก่แล้ว
    ไม่มีแรง - - น่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน(แอบแช่ง ทำร้ายป๊ะป๊าไว้เยอะ =3=)
    อีก 10 %เปอที่เหลือรอฟาราอัพ >< ฟาราสู้ ๆ
    เนื้อเรื่องเข้มข้นเรื่อยๆเลย
    #1,092
    0
  23. #1087 Killer Shii (@killer-shi-i) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 22:43
    85% แล้วล่ะ เย้ๆๆ
    ดีกรีความเข้มข้นกำลังเพิ่มขึ้นไปทุกที

    จะรออีก 15% ด้วยความระตึก เอ๊ย! ระทึก
    ว่าเหตุการณ์จักเป็นเช่นไร
    #1,087
    0
  24. #1086 ~`NamFar`~ (@namfar2007za) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 15:40

    ตายๆๆ เทียนอ๋าวกับเทียนหมิงมีแต่คนต้องการตัว

    >.

    #1,086
    0
  25. #1085 ไม้มงคล (@yasuragi) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 14:38
    โอ้ จื่อหงจะช่วยอาอ๋าวกับอาหมิงได้มั้ย

    #1,085
    0