หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 30 : บทที่ ๒๔ หยินหยางผู้คุ้มกฎแห่งฟ้าดิน (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 ก.ค. 53

A/N 100% net ที่บ้านเสีย10วันค่ะ พึ่งแก้ให้กลับมาใช้งานได้... ToT

 

บทที่ ๒๔

หยินหยางผู้คุ้มกฎแห่งฟ้าดิน

 

หึ เทพพยากรณ์ ในเมื่อแขกที่เจ้ารอคอยมาถึงแล้ว ข้าก็คงเป็นส่วนเกินสินะ

จูเก่อเฟยเสวียนตัดพ้อด้วยทีท่าน่าสงสาร ทว่าเย่ยิงและเยี่ยนจี๋กลับกระซิบกระซาบกันอย่างไร้ความเห็นใจ

ครั้งนี้ท่านเฟยเสวียนก็แพ้อีกแล้ว

สมกับเป็นท่านพี่ข่งเชว่

 

บุรุษผู้ถูกนินทาแสร้งทำเป็นไม่สนใจพร้อมลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม มือข้างหนึ่งหิ้วปีกนกกระทาดงสีน้ำตาลมอๆตัวอวบอ้วน พินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงวางนกจ้ำม่ำลงบนบ่าของตนอย่างเฉยชาเป็นที่สุด แล้วจึงหันมาเอ่ยกับจื่อหง

องค์ชายกงหยาง ข้าได้รับฝากสารถึงท่านจากพิภพมาร ไม่ทราบจะตามมาได้หรือไม่

จูเก่อเฟยเสวียนเดินผ่านออกไปอย่างไม่รีบร้อน เย่ยิงและเยี่ยนจี๋แหวกทางให้จักรพรรดิของตนพร้อมเดินตามอย่างรู้งาน

 

จื่อหงน้อมศีรษะให้เหม่ยข่งเชว่คราหนึ่ง แล้วจึงบอกลาโอรสกิเลน

ข้าจะรออยู่ด้านนอกนะ

 

อ้อ~”

จูเก่อเฟยเสวียนหยุดยืนพร้อมเหลียวมองกลับมา แก้วตาสีหางนกยูงส่องประกายอันตรายดุจใบมีด เรียวปากยิ้มแย้มกอปรกับแววตาคมกริบสร้างรอยบาดลึกอันน่าหวาดเกรงจนสุดขั้วหัวใจ

ข่งเชว่ จงอย่าลืมว่าที่ข้าอนุญาตให้มีการพบกันครั้งนี้ ก็เพราะเจ้าลงทุนขอร้องมาเองโดยตรง ประกอบกับความดีความชอบของกิเลนจันทร์หรอกนะ

กล่าวราวกับจะเตือน สื่อความหมายซ่อนเร้นอยู่ในที ทว่าเทพพิทักษ์เงาผู้รั้งตำแหน่งเทพพยากรณ์เพียงย่อตัวลงพร้อมประสานมือแสดงความเคารพ เสียงของนางสงบนิ่งใสกระจ่างราวกับห้วงวารีพิสุทธิ์

เป็นพระกรุณายิ่งแล้วเพคะฝ่าบาท

 

ในที่สุดก็เหลือเพียงกิเลนจันทร์และเทพพยากรณ์ นางค่อยๆย่อตัวคุกเข่าลงริมสระน้ำ สองมือวางทาบไปบนพื้นไม้ เรือนร่างอ่อนช้อยโน้มหมอบลงด้านหน้า

เราซาบซึ้งนักที่กิเลนจันทร์ทั้งสองยื่นมือช่วยเหลือพิภพมนุษย์จนสามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติครั้งใหญ่ในครานี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากฉงฉีมีชัย พสกนิกรเหลือคณานับจักต้องล้มตาย

 

เทียนหมิงเห็นสตรีสูงศักดิ์ผู้รั้งตำแหน่งอันเป็นรองแค่จักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์แสดงกิริยานอบน้อมต่อพวกตนอย่างจริงใจก็ให้รู้สึกเป็นมิตร กิเลนแห่งแสงเดินเข้าหาพลางคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วจึงช้อนมือของนางเพื่อพยุงร่างบอบบางหอมกรุ่นขึ้น

เหม่ยข่งเชว่ ท่านกล่าวเกินไปแล้ว การครั้งนี้มิได้สำเร็จลงด้วยข้าและน้องชายเท่านั้น ต้องยกความดีความชอบให้กับหลงฟงหลางและกงหยางจื่อหงด้วย

เอ่ยพร้อมรอยยิ้มสดใส

 

พวกข้าก็แค่ปกป้องตัวเองเท่านั้น หากไม่ฆ่าก็ต้องถูกฆ่า

เทียนอ๋าวกล่าวลอยๆพลางเดินเข้ามาใกล้ อย่างไรไม่ทราบได้ ทั้งนัยน์ตาสีทองคำล้ำลึกราวกับจะมองทะลุถึงวิญญาณ ทั้งกิริยานุ่มนวลเปิดเผย กิเลนแห่งความมืดจึงมีท่าทีโอนอ่อนให้

 

เหม่ยข่งเชว่ชันตัวขึ้นนั่งบนพื้น ปลายพัดขนนกยูงในมือแตะริมฝีปากอย่างรื่นรมย์

ช่างเป็น..ทั้งสองท่านที่ซื่อตรงเหลือเกินนะคะ เช่นนี้จึ่งสมควรได้รับรางวัล

 

รางวัล?” เทียนหมิงถามด้วยความแปลกใจ

 

ได้ยินมาว่าองค์จักรพรรดินั้นออกจะเอาเปรียบพวกท่านไปซักหน่อย คิดซะว่าให้ข้าซึ่งเป็นเทพพิทักษ์เงาได้ชดเชยเถอะค่ะ

นางวาดฝ่ามือทาบลงกลางหน้าอกเทียนหมิงพลางหลับตา

พลังหยางที่ดูดซับมาจากฉงฉี กำลังผสานเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายท่าน เพื่อกระตุ้นการหลอมรวม ข้าจะช่วยเบิกจุดชีพจรให้

ว่าพลางร่ายอาคมเป็นท่วงทำนองไพเราะเสนาะหูราวกับเสียงของนกการเวก ฝ่ามือของเหม่ยข่งเชว่ก็เปล่งแสงสว่างไสวนวลตา เส้นแสงจากปลายนิ้วทั้งห้าวิ่งวนอาบไล้ไปทั่วผิวกาย ส่งความรู้สึกปิติอิ่มเอมเป็นที่สุด หน้าผาก ท้ายทอย และท้องน้อยค่อยๆอุ่นร้อน กระแสปราณไหลวนแตกแขนงไปทั่วร่างไม่หยุดดั่งน้ำทิพย์ชโลมกาย

 

กิเลนแห่งแสงวาดฝ่ามือไปด้านหน้า ทันใดพลังหยางอันอบอุ่นร้อนแรงก็ส่งผลให้ต้นกล้าอ่อนแทงทะลุผืนดินกลายเป็นต้นไม้ใหญ่

ไม่น่าเชื่อ รู้สึกได้ถึงสัมผัสแห่งหยางแจ่มชัดยิ่งกว่าครั้งใด

เทียนหมิงกล่าวด้วยความประทับใจ พลังวิ่งพล่านเต็มเปี่ยม ประสาทสัมผัสถูกลับจนเฉียบคมยิ่งกว่าศาสตราวุธใด

 

เทพพยากรณ์อมยิ้มที่มุมปาก เหงื่อเม็ดใสผุดซึมที่หน้าผาก

 

แท้จริงแล้ว ตื้นลึกหนาบางของวิชาเบิกทวารชีพจรนั้นมิได้ซับซ้อนอันใด หลักการแบ่งเป็นผู้ให้และผู้รับ ผู้ให้จะใช้พลังช่วยเบิกเส้นชีพจรแห่งลมปราณของผู้รับ ส่งผลให้ผู้รับทะลวงผ่านขีดจำกัด พลังภายในรุดหน้าราวกับได้ฝึกปรือมาเป็นเวลานับร้อยปี

ทว่าวิชาที่วิเศษเช่นนี้ในความเป็นจริงกลับยากนักที่จะหาผู้ใช้ เพราะอาคมจะเผาผลาญพลังชีวิตของผู้ให้ ในฐานะเทพพิทักษ์เงาผู้ซึ่งปวารณาร่างกายและจิตใจเพียงเพื่อนายเหนือหัว พลังที่เป็นดั่งเงาสะท้อนของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มิเคยถูกใช้เพื่อผู้อื่น

เหม่ยข่งเชว่เป็นดั่งตัวตายตัวแทนของจูเก่อเฟยเสวียน เพียงแค่คำเอ่ยปากก็มีค่าเทียบเท่าราชโองการ การมอบพลังภายในเพื่อตอบแทนในครานี้ จึงนับว่านางได้วางตำแหน่งของกิเลนจันทร์ไว้สำคัญยิ่ง

 

ข่งเชว่เบนความสนใจจากเทียนหมิงมาสู่ผู้เยาว์อีกคน

เย่วเทียนอ๋าว ขยับเข้ามาใกล้สักหน่อยจะได้ไหมคะ กรณีของท่านน่าจะยากกว่าพี่ชายอยู่ไม่น้อย

ว่าพลางหงายฝ่ามือออกเป็นการเชื้อเชิญ

 

เทียนอ๋าวกุมหน้าอกตนเองพลางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

ข้า..ไม่เป็นไร ไม่ต้องก็ได้

 

เทียนหมิงขมวดคิ้วมุ่น สองครั้งแล้ว รู้สึกได้ว่าน้องชายกำลังปิดบังบางสิ่ง

เทียนอ๋าว หรือว่าอาการบาดเจ็บจะยังไม่หายดี ถามอย่างเป็นกังวล

 

นิดหน่อยเท่านั้นเองเกอเกอ ทิ้งไว้สักพักก็คงดีขึ้น

เทียนอ๋าวตอบแบบขอไปทีโดยไม่ยอมสบตา ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเทียนหมิงยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง

ไม่ได้ เกอเกอเป็นเกอเกอของเจ้า ถ้าตี้ติ[1]บาดเจ็บข้าก็ต้องรับผิดชอบ

โดยไม่เปิดโอกาสให้บ่ายเบี่ยง เทียนหมิงกระชากสาบเสื้อสีดำของน้องชายออกจากกันอย่างรวดเร็ว ผิวเนื้อละเอียดเนียนขาวเผยออกจากร่มผ้า กลางแผ่นอกยืดหยุ่นที่สะท้อนขึ้นลงปรากฎรอยช้ำสีม่วงเข้มจนเกือบดำ ริ้วเลือดเรียงตัวกันดูคล้ายใบหน้าพยัคฆ์คำรามบ้าคลั่ง ราวกับเส้นเลือดได้ถูกทุบจนแหลก โลหิตคั่งหลั่งไหลอยู่ภายใน ไอพลังอินกำลังกัดกินร่างกายของเทียนอ๋าวราวกับพิษกรด

นี่มัน...ผลจากการดูดกลืนพลังของฉงฉีงั้นหรือ แต่ทำไมเป็นแค่เทียนอ๋าว?”

เทียนหมิงรำพึงพลางหันไปมองเทพพยากรณ์เพื่อหาคำตอบ

 

เป็นไปตามที่ข้าคาดการณ์ไว้ พลังอินของฉงฉีรุนแรงเกินไปสำหรับกิเลนแห่งความมืด

นางยืดตัวขึ้นพลางไล้ปลายนิ้วสัมผัสรอยช้ำกลางหน้าอกของเทียนอ๋าวอย่างแผ่วเบา เทียนอ๋าวหรี่ตาลงข้างหนึ่งพร้อมขบกรามแน่นราวกับกำลังข่มความเจ็บปวด

 

กิเลนจันทร์เอ๋ย แม้ไม่ทราบว่าช่วงเวลาที่หายไปมีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่กระนั้นข้าก็ยังมองเห็นต้นกำเนิดแห่งพลังที่ทำให้ฉงฉีวิวัฒนาการสู่ร่างมนุษย์ได้แจ่มชัดเป็นอย่างดี หยางอันใสบริสุทธิ์ปะปนไปด้วยพลังทิพย์แห่งฟ้าดิน จึงไม่ยากที่ท่านเทียนหมิงจักรับเข้าผสานไว้ ทว่าหยินอันหมองหม่นเข้มข้นที่เกิดจากแก่นวิญญาณของฉงฉีเองนั้น หนักหนาเกินไปสำหรับท่านเทียนอ๋าวผู้เยาว์วัย

เหม่ยข่งเชว่ทาบฝ่ามือลงกลางรอยช้ำอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังสัมผัสแผ่นแก้วเปราะบาง นางเริ่มร่ายอาคมอีกครั้ง เทียนอ๋าวรู้สึกถึงไอเย็นเบาสบายแผ่กระจายจากหน้าอกสู่ทั่วร่าง ดุจดั่งล่องลอยไปตามสายลมท่ามกลางปุยเมฆ

 

อืม..”

เทียนอ๋าวหลับตาลงพลางถอนใจ ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดแปรเปลี่ยนเป็นผ่อนคลาย

 

อย่างไม่รู้สึกตัว ฝ่ามือของเหม่ยข่งเชว่ได้จมหายไปในหน้าอกของเทียนอ๋าวเกินกว่าครึ่ง ริ้วรอยช้ำถูกดึงดูดเข้าหาศูนย์กลาง นางกำฝ่ามืออย่างนุ่มนวลแล้วดึงออก ปรากฏเป็นลูกแก้วพลังสีดำดั่งเมฆทะมึนสั่นไหวอยู่ในอุ้งมือ พลังไอมารด้านลบล้นปรี่จนหัวใจกระตุก

 

นางยื่นลูกแก้วนั้นให้เทียนอ๋าวช้าๆ

นี่คือพลังอินที่ท่านแย่งชิงมาจากฉงฉี บัดนี้ท่านต้องใช้พลังแห่งธาตุกำเนิดของตนสยบข่มมันไว้ เพื่อเป็นการง่ายขึ้นข้าจะแปลงมันให้อยู่ในรูปลักษณ์ใหม่

ข่งเชว่ใช้มือข้างที่ว่างประคองมือซ้ายของเทียนอ๋าวขึ้น

ด้านซ้ายจักเชื่อมต่อกับหัวใจค่ะ

นางบรรจงทาบลูกแก้วลงบนข้อมือของกิเลนแห่งความมืด ทันใด ลูกแก้วสีนิลก็พลันเปล่งประกายแล้วหลอมละลายเป็นหยดน้ำกลมเกลี้ยง น้ำหยดเล็กๆเรียงตัวกันเป็นเส้นตรงพร้อมไหลวนรอบข้อมือราวกับอสรพิษเลื้อยพัน เมื่อแสงสีดำจับตาจางลงจึงปรากฏสร้อยประคำสีนิลซ้อนพันสลับกันบนข้อมือนั้น ประกายหยกนิลดั่งเพชรดำตัดผ่านผิวเนื้อขาวสะอาด

ทดสอบพลังดูสิคะ ตั้งสมาธิรีดเร้นพลังอินผ่านกำไลแห่งฉงฉี

 

เทียนอ๋าวไม่พูดจา มือขวาคว้าจับข้อมือข้างซ้าย สายฟ้าสีดำพลันแล่นผ่านจากกำไลสู่ปลายนิ้ว เทียนอ๋าวสะบัดฝ่ามือขวาออกสายฟ้าก็วิ่งผ่าต้นไม้ที่เติบโตด้วยพลังหยางของเทียนหมิง เผาไหม้จนเหลือเพียงธุลี

ไม่เลวนี่ กิเลนแห่งความมืดแสยะยิ้มถูกใจ

 

เหม่ยข่งเชว่ถอนหายใจเบาๆ มือทั้งสองประสานอยู่บนด้ามพัดเพื่อหาหลักยึดจากอาการสั่นน้อยๆ

สิ้นเปลืองพลังปราณถึงเพียงนี้เลยรึ ท่านเฟยเสวียนจักต้องไม่ชอบใจแน่

คิดพลางพิศมองกิเลนจันทร์ผู้เยาว์วัย ดูเหมือนว่าเย่วเทียนหมิงกำลังอบรมเย่วเทียนอ๋าวเรื่องที่ปิดบังอาการบาดเจ็บของตัวเองเสียยกใหญ่ นางหัวเราะด้วยความเอ็นดูก่อนเอ่ย

พวกท่านทราบถึงกฏแห่งฟ้าดินหรือไม่คะ

 

เอ๋

เทียนหมิงหันขวับกลับมายังเหม่ยข่งเชว่ ส่วนเทียนอ๋าวเพียงเม้มปากลงแน่น ประกายตาแข็งกร้าวเอาเรื่อง สองพี่น้องกำลังนึกถึงเฮ่อเหลียนหย่งไท่อย่างไม่ต้องสงสัย

 

วิถีธรรมชาติอันเป็นธรรมดาแห่งโลกหล้าที่ใช้ควบคุมสรรพสิ่ง กฏนั้นคือหยินและหยางแห่งความสมดุล

 

ด้วยถ้อยคำที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่เคยได้ยิน โอรสกิเลนจึงมุ่งความสนใจไปยังเทพพยากรณ์ทันที

 

เทพพิทักษ์ผู้งดงามหงายฝ่ามือทั้งสองออกก็พลันปรากฏสัญลักษณ์หยินหยางเป็นลูกแก้วกลมเรืองรอง หยดน้ำสีขาวและดำขมวดส่วนหัวเข้ากับปลายหางของกันและกันแนบแน่น

หยินและหยางคือผู้คุ้มกฏแห่งฟ้าดิน พันธสัญญาแห่งสัจธรรมอันเป็นเอกในโลกหล้า เป็นสองสิ่งที่ตรงข้ามกันเสมอทว่ากลับต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อหยินเพิ่มหยางจะเสื่อมถอย เมื่อหยางกำเนิดหยินจะดับสลาย บันดาลกาลวาระรูปลักษณ์แปรเปลี่ยน

ข่งเชว่เป่าเบาๆ ลูกแก้วนั้นก็ลอยไปอยู่เบื้องหน้ากิเลนจันทร์ ทั้งยังขยายขนาดใหญ่โตขึ้นจนสามารถสะท้อนร่างเทียนหมิงและเทียนอ๋าวได้ถนัดถนี่

 

กิเลนผู้เยาว์ทั้งสองมองใบหน้าของตนที่ฉาบอยู่บนแก้วใส

 

พวกท่านกำเนิดมาใต้การอำนวยพรแห่งจันทราด้วยเหตุผล ดวงจันทร์คือศูนย์รวมพลังทิพย์แห่งฟ้าดินที่ใกล้ชิดหยินและหยางเป็นที่สุด ข้างขึ้นอันสว่างไสว ข้างแรมอันมืดมิด

 

ลูกแก้วเริ่มหมุนวน เทียนหมิงและเทียนอ๋าวสังเกตเห็นสัญลักษณ์หยินหยาง ในพื้นสีขาวนั้นแต้มด้วยจุดดำ ในพื้นสีดำก็แต้มด้วยจุดขาว

โปรดพินิจให้ดี ในแสงสว่างมีความมืดมิด ในความมืดมิดมีแสงสว่าง ในร้ายมีดี ในดีมีร้าย

ลูกแก้วพลันแตกสลายไปราวกับฟองอากาศ

 

โปรดจดจำให้ดี พวกท่านคือสิ่งวิเศษอันมีชีวิต หลักฐานแห่งการคงอยู่ของพลังที่ควบคุมแม้กระทั่งลิขิตสวรรค์ ในกาลภายหน้าหากว่า...

ข่งเชว่ปรายตาลงเล็กน้อย ชะงักคำพูดราวกับลังเลที่จะเอ่ยประโยคถัดไป นางจ้องมองสองพี่น้องด้วยนัยน์ตาที่สามารถมองเห็นอนาคตอย่างเงียบเชียบ ประกายสีทองคำในดวงตากร้าวกล้าขึ้น

ในกาลภายหน้าสรรพสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ชะตากรรมกำลังเคลื่อนไหวไปรอบตัวกิเลนจันทร์

 

กฏแห่งหยินหยางเกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงสินะ การเปลี่ยนแปลงที่ท่านพูดถึงย่อมจะต้องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

เทียนหมิงถามด้วยรู้สึกสังหรณ์ใจ

 

ฮึ ต่อไปจะมีอะไรก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยเกอเกอ อย่างไรท่านก็ยังมีข้าและข้าก็ยังมีท่าน พวกเราอยู่ข้างกันเสมอนี่นา

เทียนอ๋าวกระตุกแขนเสื้อพี่ชายพลางคลี่ยิ้มน่ารักสดใส

 

เทียนหมิงกระชับมือเทียนอ๋าวแล้วจึงยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

อืม~นั่นสิ

 

จะเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือคะ

เหม่ยข่งเชว่ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์

ไม่ว่าสรรพสิ่งใดก็ไม่อาจหลีกพ้นกฏแห่งฟ้าดินไปได้ พวกท่านเชื่ออย่างสนิทใจได้จริงหรือว่า ต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสขนาดไหน ก็จะสามารถฟันฝ่าสิ่งนั้นไปเคียงข้างกัน?”

 

เทียนหมิงและเทียนอ่าวมองกลับมาอย่างแน่วแน่ เอ่ยตอบเป็นเสียงเดียวกัน

ย่อมเป็นเช่นนั้นแน่นอน

 

เทพพยากรณ์เผยรอยยิ้มชวนมองทว่าแสนเศร้า

ข้าได้รับฟังคำตอบที่ถูกใจในวันนี้ นับว่าพวกท่านผ่านการทดสอบแล้ว จึ่งมีค่าควรแก่การได้รู้ความจริง ความลับแห่งคำพยากรณ์ที่บรรดาราชันสวรรค์พากันเก็บงำซ่อนไว้มาเป็นเวลาสิบสองปี

ว่าพลางลุกขึ้นยืนริมสระน้ำก่อนสะกิดปลายเท้าทะยานร่างลงสู่ผิวน้ำ นางพยักหน้าให้โอรสกิเลน ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจริงใจ

ตามมาเถิดค่ะ

 

เทียนหมิงกับเทียนอ๋าวประสานตากันชั่งใจ ทั้งสองเผยรอยยิ้มเชื่อมั่นก่อนพากันกระโจนตามเทพพยากรณ์ลงไป

ดำดิ่งลงสู่ห้วงน้ำลึก น่าแปลก ท้องน้ำที่สมควรเย็นเยียบกลับอบอุ่นเบาสบาย ให้ความรู้สึกราวกับล่องลอยอยู่ในครรภ์ของมารดา เพียงชั่วพริบตาโลกก็กลับตารปัต ท้องฟ้าสลับที่กับผืนน้ำเบื้องล่าง จากร่างที่เคยดำดิ่งลงกลับพุ่งทะยานขึ้น โอรสกิเลนถูกผลักออกมาจากสระน้ำเกิดเป็นละอองสีขาวแตกกระจายไปทั่ว

 

โห ไม่เปียกเลยแฮะ ดีจัง

เทียนอ๋าวสำรวจตัวเองหลังจากกระโดดแตะพื้นไม้อย่างนุ่มนวล

 

ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหนกันละนี่

เทียนหมิงมองไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

รอบด้านของทั้งคู่มีสภาพคล้ายห้องสมุดในหอตำราหลวง ห้องโถงกว้างรูปทรงหกเหลี่ยมสร้างจากไม้สักขัดมัน ผนังสีแดงลงรักสีดำแล้วปิดด้วยแผ่นทองคำเป็นลวดลายปักษาสวรรค์ พื้นห้องประทับไว้ด้วยอักขระข่ายมนต์ กึ่งกลางคือสระน้ำกว้างที่โอรสกิเลนปรากฏตัวออกมา

 

เทียนอ๋าวสังเกต รอบเท้าของตนเต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์ระเกะระกะนับพันเล่ม บางม้วนที่คลี่ออกล้วนเขียนไว้ด้วยลายมือบรรจง พื้นที่เกือบทั้งห้องคือที่วางคัมภีร์เหล่านี้ทั้งสิ้น

นี่คือบันทึกของเทพพยากรณ์รึ เทียนอ๋าวหยิบคัมภีร์ที่กางออกขึ้นมาม้วนหนึ่ง

 

เทียนอ๋าว อ่านบันทึกของผู้อื่นเป็นการเสียมารยาทนะ เทียนหมิงปราม

 

โธ่เกอเกอ ถ้านางวางทิ้งไว้เช่นนี้คงไม่ใช่ความลับอะไรละมั้ง

 

สองพี่น้องเถียงกันไปพลางโดยไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ตัวอักษรบนม้วนคัมภีร์อื่นๆเริ่มเปล่งแสงแล้วค่อยๆลอยตัวขึ้นมาจากแผ่นกระดาษ ในที่สุดตัวอักษรทั้งหมดก็หมุนเข้าหาสองพี่น้องราวกับสายน้ำวน

ม้วนคัมภีร์ในมือเทียนอ๋าวเปล่งประกายสีรุ้งอาบไล้ใบหน้าโอรสกิเลนทั้งสอง ฉับพลันพื้นห้องและผนังโดยรอบก็ได้เลือนลางหายไป เทียนหมิงและเทียนอ๋าวปรากฏร่างอยู่กลางนภาไร้ขอบเขตสีฟ้าอมครามสดใส ด้านล่างคือปุยเมฆสีขาวนวลตา

 

บรรดาปักษาสวรรค์บินคลอเคลียไม่ห่าง ได้ยินเสียงปีกสกุณาเสียดสีกันเป็นท่วงทำนองแปลกหูทว่าไพเราะยิ่งนัก หยดหมึกอักษรละลายเข้าหากันกลางอากาศ เส้นสายสีดำร้อยเรียงกันใหม่กลายเป็นภาพวาดลายพู่กัน

เริ่มจากภาพกิเลนขาวและดำต่อกรอยู่กับฉงฉี ย้อนไล่กลับไปยังเวลาที่เทพมังกรปรากฏตัวในงานประลองแห่งพิภพมนุษย์ การต่อสู้ของเทียนอ๋าวและจื่อหง เทียนหมิงที่กำลังช่วยเหล่านักษัตรในหอตำราเซียนสวรรค์ การพบกันของโอรสกิเลนและราชันย์เร้นกาย งานบรรเลงดนตรีท่ามกลางแสงจันทร์ที่น้ำตกเจินจูทัน การคัดเลือกนางพญาบุปผา การลักพาตัวของปีศาจพ่ายรัก

และสุดท้ายฉากแห่งการกำเนิดกิเลนจันทร์

 

กริ้ก กริ้ก

เสียงกำไลข้อเท้ากระทบกันแว่วดังขึ้น เหม่ยข่งเชว่ปรากฏร่างเบื้องหน้ากิเลนจันทร์ ก่อนจะโน้มตัวลงเพื่อใช้สองมือประคองม้วนคัมภีร์จากมือเทียนอ๋าว พลันคัมภีร์กระดาษก็แปรเปลี่ยนเป็นขนนกยูงสีขาวบริสุทธิ์ ปลายขนอ่อนสีขาวใสถูกไล้ไปตามโครงหน้าของโอรสกิเลนทั้งสอง

เทียนหมิงและเทียนอ๋าวหรี่ตาลง พร้อมใจกันจับจ้องไปยังนัยน์ตาของเทพพยากรณ์ที่บัดนี้กระเพื่อมไหวราวกับทองคำเหลว ริมฝีปากบางสีแดงสดเอื้อนเอ่ย

กิเลนผู้มีปัญญาเอ๋ยจงฟัง สิบสองปีที่แล้วในยามที่เจ้าถือกำเนิด ข้าได้ประกาศคำทำนายอันเฉลยอนาคตแห่งกิเลนจันทร์ต่อหน้าบรรดาราชันสวรรค์ ในคืนที่จันทราทรงกลดสาดแสงนวลตาจนสว่างเจิดจ้านั้น ราชันกิเลนต้องการเก็บงำคำพยากรณ์จึงได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนสิ่งตอบแทนกับราชันมังกรสวรรค์ คำพยากรณ์อันน่าพรั่นพรึงหากแต่มีค่าให้เย่วหรงเต๋อทุ่มเทถึงเพียงนั้น พวกเจ้าผู้เป็นบุตรยินดีที่จะรับฟังใช่หรือไม่

 

โอรสกิเลนมองหน้ากันก่อนจะหันกลับมาสบตาเทพพยากรณ์อย่างภาคภูมิ

 

ท่านจะสามารถมองเห็นอนาคตได้จริงหรือไม่นั้นไม่สำคัญ อนาคตของข้า ข้าย่อมเป็นผู้กำหนดชะตาตนเอง แต่ถ้าสิ่งนั้นรบกวนจิตใจของเสด็จพ่อพวกข้าก็สมควรจักได้รับรู้ไว้

เทียนอ๋าวกล่าวเย็นชา แววตาสีดำส่งประกายฉลาดเฉียบคม

 

การที่เสด็จพ่อไม่เคยบอกเรื่องนี้แก่พวกเราย่อมมีเหตุผลเป็นสำคัญ ทว่าการถูกปกป้องโดยไม่รู้อะไรเลยกลับสำคัญยิ่งกว่า พวกข้าอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อ ฉะนั้นโปรดแจ้งความลับนั้นมาเถิด

เทียนหมิงตอบนอบน้อม แววตาสีเงินสุกใสเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบรู้แจ้ง

 

ประกายแห่งความรักและห่วงใยในครอบครัวของตนส่งผ่านออกมาจากกิเลนจันทร์

 

เหม่ยข่งเชว่หรี่ตาลงอย่างเมตตา ใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อยๆ นางวาดแขนมาด้านหน้า ขนนกยูงในมือก็พลันเปล่งประกายจนปรากฏม่านแสงสีรุ้งทอทับกัน

อนาคต หมุนวนอยู่ภายในกงล้อแห่งชะตากรรม นี่คือคำทำนายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า คำพยากรณ์แห่งชะตาของมวลพิภพและสรวงสวรรค์ ที่วิ่งเต้นไปตามพรหมลิขิตแห่งกิเลนจันทร์

 

 

 

-------------------------------------------

 

            A/N ฟารายังอยู่นาคะ ไม่ได้หายไปไหน แค่เนตที่บ้านเสีย10วัน เล่นได้แต่ที่ทำงาน จะเล่นมากๆก็กลัวไม่งาม *0* อุอุ ตอนนี้เนตใช้ได้แล้วค่ะ นิยายก็มาพอดี

เนื้อหาตอนนี้เน้นหนักไปทางปรัชญานิดหนึ่ง ตอนหน้าเทียนหมิงและเทียนอ๋าวจะกลับบ้านแล้วค่ะ กลับไปจะเจออะไรนั้น โปรดติดตามตอนต่อไป \(*0*)/

 

 

 

 



[1] ตี้ติ (didi) = น้องชาย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1458 JoM_ZzZz (@thitapha2011) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 15:24
     หึๆ เริ่มสนุกขึ้นทุกทีแล้วสินะ
    #1,458
    0
  2. #763 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2553 / 19:27
    รู้แล้ว จะสามารถแก้ไขอะไรได้ไหมหนอ รอดูอยู่ครับ
    #763
    0
  3. #758 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 / 20:28
    โผล่หน้ามาทักทายค่ะ  ระยะนี้เราสองหายสาบสูญไปไล่เลี่ยกันอีกแล้ว 555+

    กำลังนั่งหาคนวาดปกนิยายเลยได้รูปมาฝากอีกแล้วว

    จักรพรรดิมนุษย์ - จูเก่อเฟยเสวียน เวอร์ชั่นของ Feimo จ้า
    (คราวก่อน ฟาราบอกเอาไปไว้หน้ารวมรูปมันจะตก เลยเอามาไว้หน้านี้อีกรอบ)




    เทพพยากรณ์ เวอร์ชั่น Henji จ้า  ^^

     

    ชมกันสนุกๆ นะคะ ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะตรงใจมั่งมั้ยๆ อิ้อิ้

     
    #758
    0
  4. #756 ~PUNIM~ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 / 02:55
    อ่านรวดเดียวจบเลย เฮ้อเหนื่อยแต่สนุกมาก

    เทียนหมิงก็ดี เทียนอ๋าวก็น่ารัก เลือกไม่ถูกอ่ะ
    #756
    0
  5. #739 sella turcica (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 10:52
    ช่วงนี้ยุ่งมากเลยค่ะ ไม่ค่อยได้เข้ามาเลย

    แต่ก็ยังคิดถึงอยู้น้า...



    #739
    0
  6. #738 แก้วใส (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 04:19
    เพิ่งเข้ามาอ่าน มาต่อไวๆๆนะค่ะ สนุกดีค่ะ ลุ้นค่ะ ยังไม่เข้าใจคำทำนายเท่าไร อิอิ
    #738
    0
  7. #737 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 21:40
    คิดอยู่นะว่าบท(ปัจจุบัน)นี้...ของใครจะอัพเสร็จก่อนกัน 555+

    ก็หวังว่าพอจบภาคเด็กนี้ไปสองพี่น้องหนุ่มน้อยผู้งดงามจะยังได้รับความเอ็นดูต่อไปนะคะ เรื่องราวแม้จะมีชะตากรรมมาเกี่ยวข้องแต่ยังไงก็ต้องคลี่คลายด้วยดีแน่นอนจ้า!!~

    ปล. ฟาราคะ สรุปเรื่องนี้มันต้องแบ่งเป็น 3 ภาคหรือเปล่าเนี่ย??!! ^^"
    #737
    0
  8. #736 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 19:17
    งื้มม น่าลุ้นว่าต่อปัยจาเปนงัยย อยากอ่านว้อยยย

    ฮื้อๆๆ มะไหร่จาอัพอ่าไรท์ แงๆๆๆๆ อยากอ่านตอนต่อปาย  ฮื้ออ 
    #736
    0
  9. #734 ~pink~ (@feriona) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 21:51

    ท่าทางสองพี่น้องมีดวงพรากจากรึเปล่านะ
    ม่าย~ โฮกๆๆ

    #734
    0
  10. #733 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 / 21:20
    สังหรณ์ใจว่าอนาคตจะมีเรื่องไม่ดี หรือเปล่า TT
    แต่ก็เป็นเรื่องของอนาคต ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น ><
    ตอนหน้าในที่สุดอ๋าวหมิงจะได้กลับบ้านแล้ว
    กลับบ้านทั้งทีจะเงียบเหงาก็คงไม่ใช่ จะมีเรื่องอะไรมาอีกน้อ
    รอ รอ ฟาราอัพ ฟาราสู้ ๆ ><

    #733
    0
  11. #732 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2553 / 19:31
    เอิ่มๆๆๆ

    -0-

    #732
    0
  12. #728 The Spirit (@minnist) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2553 / 12:21
    กรี๊ดดดดด =[]=

    กำเดากระฉุดค่า~ เทียนอ๋าวลูกแม่ so smexy [smart กับ sexy] =[ ]=!!!

    นั่งรอเทียนหมิงเปิดอกกะเขามั่ง คึๆ =.,=
    #728
    0
  13. #727 laiza (@laijung) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2553 / 17:33
    หนูอ๋าวหนูหมิงโชว์เทพ
    โฺฮก แม่ยกเลือดกำเดากระูฉูดตอนเผยแผ่นอกขาวเนียนละเอียดของหนูอ๋าวนี่แระ
    อุ๊บ ไม่ไหวแระ ขอเวลา่ไปซับกำเดารอ100%ดีกว่า
    #727
    0
  14. #726 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2553 / 15:27
    อืมมม ติดตามๆ ขอให้เนตหายป่วยไวๆนะคะ ตอนนี้เทียนอ๋าวตัวร้าย ทำตัวน่ารักเชียว หุๆ
    #726
    0
  15. #725 Fhal2a (@illreris) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2553 / 02:36
    แจ้งข่าว เนตบ้านฟารางอแงค่ะ ติดมั่งดับมั่งแล้วแต่บุญแต่กรรม
    ตอนนี้เขียนไปได้ 80%แล้ว ถ้าเนตไม่ง่อยพรุ่งนี้คงโพสได้ค่ะ +.+
    #725
    0
  16. #722 sella turcica (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 00:44
    แล้วท่านพี่เฟยรู้หรือเปล่าคะ ว่าเทพพยากรณ์จะช่วยสองกิเลนแบบนี้

    ถ้าไม่รู้...จะโกรธไหมเนี่ย
    #722
    0
  17. #721 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2553 / 12:08
    แสดงว่าพลังหยินร้ายกาจกว่าพลังหยางสินะ หรือฉงฉีมีความชั่วมากเกิน หุหุ
    #721
    0
  18. #720 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 21:59
    ว้าวว อ๋าวหมิงได้รางวัลด้วย *0* แถมพลัง
    ยังช่วยเทียนอ๋าวได้อีก ที่เทียนอ๋าวแปลกๆไป
    ก็เพราะบาดเจ็บอยู่นี่เอง T T ตอนนี้มีแต่เรื่องดีๆ
    เปอร์เซ็นนที่เหลือจะเป็นเรื่องอะไรต่อนะ เรื่องของ
    จื่อหงหรือเปล่า > < รอ รอ ฟาราอัพ ฟาราสู้ ๆ
    #720
    0
  19. #719 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2553 / 18:44
    สู้ๆๆ

    ^{}^

    #719
    0
  20. #715 Cute_Drinker (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2553 / 05:04
    มาเฝ้ารอการอัพ ทั้งวัน ทั้งคืน เลยค่ะ



    = = ต่อให้เป็นแพนด้าก็ยอมค่ะ ลุ้นสุดตัว





    สู้ๆนะคะ







    รักเทียนหมิงน๊าา ม๊วฟๆๆๆ
    #715
    0
  21. #713 มะปราง (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2553 / 18:58
    สู้นะคะ นักอ่านเป็นกำลังใจให้

    #713
    0
  22. #709 sella turcica (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2553 / 19:08
    ทำไมท่านพี่เฟยถึงไม่อยากให้เทพพยากรณ์เจอกับสองกิเลนล่ะคะ หรือว่า...หวง



    อืม....ช่วงนี้รีดเดอร์ก็ยุ่งเหมือนกัน แทบไม่ได้นอนมาประมาณสามคืนแล้ว T-T คืนนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม....ไข้ก็ขึ้นอีกตะหาก....T-T
    #709
    0
  23. #701 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2553 / 19:33
    โอ๊ะ

    -0-
    #701
    0
  24. #700 Fhal2a (@illreris) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2553 / 18:14

    แจ้งข่าวค่ะ ช่วงนี้จะอัพช้า เพราะชีวิตประสบมรสุม ยุ่งวุ่นวายมาก
    =.= ถ้าพรุ่งนี้ว่างจะเขียนต่อ ขอบคุณและขอโทษนักอ่านทุกคนที่รออยู่ค่ะ

    #700
    0
  25. #697 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2553 / 19:39
    10 % ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้ตกลงข่งเชว่
    ต้องการพบอ๋าวหมิงเพราะอะไรกัน
    แล้วเป็นเรื่องที่จื่อหงรู้ไม่ได้ด้วยใช่ไหม
    ถึงต้องออกไปก่อน รอรอ ฟาราอัพตอนต่อไป
    ฟาราสู้ ๆน้า > ____ <
    #697
    0