หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 29 : บทที่ ๒๓ ร่ำสุรากับปักษาสวรรค์ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    14 มิ.ย. 53

A/N 100% ว่าจะลงรูปพี่ห้ากับเทพพยากรณ์ให้ชมกันสักที ว่างๆลองแวะไปหน้าแนะนำตัวละครนะคะ

 

บทที่ ๒๓

ร่ำสุรากับปักษาสวรรค์

 

            อากาศยามเช้าในพระราชวังหลวงแห่งอาณาจักรฉางอันเทียนโกวช่างสดชื่นนัก แสงอาทิตย์อ่อนสาดส่องต้องบานประตูไม้แกะสลักลวดลายพฤกษา บนพื้นไม้ขัดมันปรากฏเงาเถาวัลย์ชดช้อยร้อยเรียงกันเป็นทิวแถว

บานทวารอันวิจิตรนับร้อยถูกสร้างให้เรียงตัวโอบล้อมลานฝึกซ้อมรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ บนทางเดินด้านหน้าทวารหลวงปรากฏโต๊ะหยกขาวและเก้าอี้หยกไร้พนักสามตัวตั้งอยู่เข้าชุดกัน

 

ร่างอ่อนเยาว์สง่างามของเย่วเทียนหมิงนั่งจิบชาด้วยท่าทีเรียบเรื่อย เหม่อมองอยู่ครู่หนึ่ง ถ้วยชาจึงถูกวางลงอย่างนิ่มนวล น้ำชาสีอำพันหอมกรุ่นกระเพื่อมเล็กน้อยด้วยแรงสั่นสะเทือนที่มาจากฝั่งตรงกันข้าม

ล่างลงไปตามขั้นบันไดสีชาด ปลายทางคือลานประลองยุทธ เสียงฝีเท้าที่ย่ำอยู่บนหินขัดเรียบฟังดูหนักแน่นทั้งยังว่องไว เย่วเทียนอ๋าวและกงหยางจื่อหงกำลังซ้อมมือกันอยู่อย่างสนุกสนาน

ท่าทางจะฟื้นตัวกันแล้วสินะ

เทียนหมิงยิ้มสดใส เป็นรอยยิ้มผ่อนคลายที่ไม่ได้เห็นมานานทีเดียว

 

จะว่าไปแล้ว รู้สึกว่าพวกเราจะทำอะไรเกินตัวไม่น้อย หลังจากแย่งชิงพลังมาจากฉงฉี ก็ต้องนอนซมอยู่เกือบสิบวัน

กิเลนแห่งแสงหลับตาลง คิ้วขมวดเข้าหากันน้อยๆ สีหน้าทอดถอนใจ แล้วจึงเริ่มนึกทบทวนเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการต่อสู้อันดุเดือดนั้น

 

 

ฝุ่นละอองสีทองระเบิดออกราวกับดอกไม้ไฟ พัดกระจัดกระจายไปตามสายลม ร่างกายที่ไม่อาจยึดเหนี่ยวเป็นรูปร่างได้ แตกสลายจนเหลือเพียงแก่นวิญญาณ ท้องฟ้าบังเกิดรอยแยกปริร้าวดูดกลืนดวงวิญญาณสีดำของฉงฉีเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม

 

ไม่~! ผนึกบรรพกาล

นั่นคือเสียงกรีดร้องสุดท้ายของพยัคฆ์ร้ายที่ทุกคนได้ยิน

 

เทียนหมิงถอนใจด้วยความโล่งอก แต่น่าเสียดายที่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อฉงฉีถูกผนึกไว้อีกครั้ง ผู้อัญเชิญที่ถูกกลืนกินจึงได้รับการปลดปล่อย

หลงช๊วงวู๋ เทพมังกรน้ำแข็ง โอรสลำดับห้าแห่งราชันมังกร ปรากฏร่างโชกเลือดกลางอากาศพร้อมกับตราประทับแห่งคงถง แล้วพากันร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว

โดยไม่คาดคิดหลงฟงหลางรีบทะยานตัวตามติดราวกับลูกศร พุ่งดิ่งตรงลงเบื้องล่าง ส่วนคนที่เหลือนั้นเมื่อได้สติ จึงรีบกระโจนตามกันลงมา

 

            ครืด~”

ปลายทวนมังกรถูกลากครูดไปกับพื้นหินจนเกิดสะเก็ดไฟแปลบปลาบ บนลานกว้างปรากฏร่างรัชทายาทมังกรกำลังเดินเข้าหาพี่ชายต่างมารดาช้าๆ ท่าทีขึงขัง รังสีฆ่าฟันแผ่กระจายคุกคาม

 

รอบด้านคือวังหมอกม่วงมรกตที่หลงช๊วงวู๋เคยใช้เป็นที่กบดานอยู่กับฉงฉี

องค์ชายห้าแห่งเผ่ามังกรนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหินที่แตกร้าวราวกับใยแมงมุม ใบหน้างดงามไร้สีเลือด ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล

นัยน์ตาสีเทาที่เคยแข็งกร้าวแลดูซีดจางลงอย่างน่าใจหาย ไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต ดั่งไฟแห่งความหยิ่งผยองได้มอดดับลงกระนั้น ทว่าเมื่อเห็นน้องชายในครรลองสายตา ริมฝีปากได้รูปก็หยักยิ้มขึ้น

น้องเก้า เจ้ายังคิดแค้นอยู่งั้นรึ

 

หลงฟงหลางไม่สนใจคำยั่วยุ เพียงเงื้อทวนขึ้นสุดแขน สีหน้าโหดเหี้ยมอาบไว้ด้วยความชิงชัง รู้สึกได้ว่านัยน์ตาข้างซ้ายเจ็บแปลบ ภาพของหลงช๊วงวู๋ที่กำลังแสยะยิ้มสาแก่ใจในยามที่ควักดวงตาของเขาออกมานั้น ซ้อนทับกับใบหน้าสงบนิ่งของคนใกล้ตาย

โลหิตสายหนึ่งไหลออกมาจากนัยน์ตาสีมรกต ราวกับบาดแผลกลับมาสดใหม่อีกครั้ง

ว้ากกกกก!!”

หลงฟงหลางคำรามอย่างเคียดแค้น แทงทวนลงหวังสะบั้นชีวิตหลงช๊วงวู๋ให้ดับดิ้น

 

เทียนหมิงที่ตามลงมาติดๆคิดจะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับถูกเทียนอ๋าวรั้งแขนเอาไว้

นี่เป็นเรื่องของราชวงศ์มังกร กิเลนแห่งหยินเอ่ยขึงขังพร้อมทั้งบีบอุ้งมือที่ยึดจับต้นแขนพี่ชาย

 

เทียนหมิงเผยสีหน้าวิตกกังวล อย่างน้อย...

 

ตูม!!”

พื้นหินแตกกระจายออก ราวกับกาลเวลาได้เดินช้าลง ชั่วขณะที่หลงฟงหลางหมายจะประหารพี่ชายนั้น หลงช๊วงวู๋ก็ได้เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา ความสงบอันบริสุทธิ์กระจายตัวโอบล้อมพี่น้องมังกรแนบแน่น

ก่อนที่โรคร้ายของข้าจะทรุดหนักลง ก่อนที่เจ้าจะได้เป็นรัชทายาท ถ้าในตอนนั้น..ข้าเอ็นดูเจ้าให้มากกว่านี้..ก็คงจะดีสินะ

 

ฟงหลางชะงักตัวแข็งทื่อ ปลายทวนเบี่ยงแฉลบไปปักบนพื้นด้านข้างลำคอของผู้ที่นอนหายใจรวยริน รัชทายาทมังกรกัดฟันแน่น สีหน้าปวดร้าว

ท่ามกลางการแก่งแย่งบัลลังก์แห่งราชันเทพมังกรอันสกปรกและน่าชิงชัง ข้า...เคยนึกว่าท่านจะไม่เหมือนผู้อื่น...

 

ไร้ซึ่งคำตอบ ทั้งสองเพียงประสานตากันแน่วแน่ สายสัมพันธ์ของพี่น้องผุดขึ้นมาราวกับน้ำพุสวรรค์รินรดหัวใจที่แห้งผาก

ในที่สุดหลงช๊วงวู๋จึงค่อยๆปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งลง ลมหายใจสุดท้ายขาดช่วง เดินทางเข้าสู่ห้วงนิทราอันเป็นนิรันดร์

 

ชีวิต...ดุจนาวากลางทะเลหมอก ยอกย้อน...ยากยล

ชีวิต...ดั่งธุลีที่ปลิดปลิวในม่านฝน ฝุ่นฟ้า...

 

ปลายปีที่สิบสองแห่งยุคสมัยของกิเลนจันทร์ หลงช๊วงวู๋ เทพมังกรน้ำแข็ง องค์ชายลำดับห้าผู้ปรีชาสามารถแห่งราชวงศ์มังกรผู้ปกครองทะเลเมฆาสวรรค์ ได้จบสิ้นชีวิตลง...

เทพมังกรผู้หยิ่งผยองอยู่บนฟากฟ้า ร่วงหล่นลงมาสู่ผืนดิน บังเกิดเป็นพายุหมอกอาถรรพ์ พัดพาปฐพีด้วยความคลั่งแค้นสับสน ปะทะคลื่นทะเลซัดสาดกรีดร้องบ้าคลั่ง อาเพศร้ายแผ่กระจายครอบคลุม ต้นไม้ใบหญ้าแลผืนดินแห่งป่าศิลาแปรเปลี่ยนกลายเป็นหิน ห้วงสมุทรไพศาลถูกสาปให้เป็นทะเลผลึกที่มีสีเขียวราวกับหยก ไม่สามารถเป็นที่พักพิงแก่สรรพชีวิตได้อีกต่อไป

และนั่นคือที่มาของดินแดนต้องสาปอันเลื่องชื่อแห่งพิภพมนุษย์ ป่าศิลา ทะเลหยก

 

ทวนในมือของหลงฟงหลางได้สลายกลายเป็นละอองเพลิงไปแล้ว รัชทายาทแห่งวังมังกรนิ่งเงียบอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะตัดสินใจช้อนร่างไร้ชีวิตของหลงช๊วงวู๋ขึ้นมาในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา

 

เคร้ง!!”

ประกายโลหะสีเงินร่วงหล่นลงสู่พื้นหิน กระเด็นมาอยู่ตรงหน้ากิเลนจันทร์ ตราประทับหกเหลี่ยมเจิดจ้าไปด้วยแสงจากอักขระสีแดงสด

ฟงหลาง ตราประทับของท่าน

เทียนหมิงค่อยๆเก็บตราประทับอมตะขึ้น พร้อมที่จะยื่นให้กับเจ้าของที่แท้จริง

 

ทว่าหลงฟงหลางกลับเพียงเดินผ่านเลยไปโดยไม่สนใจ

 

เจ้าเด็กเผ่ามังกร เจ้ามาตามหาตราประทับอันนี้ไม่ใช่เรอะ!”

เทียนอ๋าวถามด้วยเสียงอันดัง ในขณะที่จื่อหงยังคงนิ่งเงียบ

 

หลงฟงหลางหันหน้ากลับมา นัยน์ตาสองสีที่ดูเย็นชาหม่นเศร้าถึงกับทำให้สองพี่น้องหัวใจกระตุก

ข้าพบสิ่งที่ตามหาแล้ว นั่นน่ะไม่จำเป็นอีกต่อไป ข้ายกให้พวกเจ้าก็แล้วกัน ถือซะว่า..เป็นค่าตอบแทนที่..

รัชทายาทมังกรคล้ายอยากจะพูดอะไรต่อ แต่กลับเม้มปากลง

ข้าจะกลับไปที่ทะเลเมฆา ฝากบอกบิดาของพวกเจ้าด้วยว่า เท่านี้เผ่ามังกรและราชวงศ์กิเลน ก็ไม่ติดค้างหนี้อันใดกันอีกต่อไป

จากนั้นเทพมังกรอัคคีที่โอบร่างของพี่ชายไว้ในอ้อมแขน ก็ได้ทะยานกายหายลับไปในเงาหมอก

 

 

เทียนหมิงจ้องมองตราประทับคงถงในมือ ผิวโลหะเย็นเยียบสะท้อนสว่างราวกับกระจกเงา ไล่ปลายนิ้วไปบนอักขระสีแดงด้วยความครุ่นคิด

ตอนที่หลงฟงหลางเอ่ยถึงเสด็จพ่อ ทำไมถึงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาได้นะ

 

เกอเกอ..เกอเกอ ท่านนั่งเหม่ออีกแล้วนะ~”

เทียนอ๋าวและจื่อหงมายืนตรงหน้าเมื่อใดไม่อาจทราบได้ เจ้าน้องชายตัวดีกระแทกตัวลงบนโต๊ะหยกขาว พร้อมยื่นถ้วยชาว่างเปล่าให้จื่อหง

รินสิ

เทียนอ๋าวกล่าวอย่างเย่อหยิ่งจนเทียนหมิงแอบตกใจ

อื้ม~”

ทว่าทาสของเทียนอ๋าวเพียงยิ้มสดใส ประคองพวยการินน้ำชาเย็นๆให้อย่างไม่ทุกข์ร้อน

 

เทียนหมิงถึงกับเหงื่อตก

เทียนอ๋าว ถ้าตระกูลกงหยางทราบว่าเจ้าใช้งานองค์ชายของพวกเขาราวกับบ่าวรับใช้แบบนี้นี่มัน

 

ทว่าเทียนอ๋าวกลับแปลงเจตนาจากสีหน้าของพี่ชายผิดไป

เกอเกอไม่ต้องห่วง ตราประทับเป็นของพวกเราแล้ว ถึงเจ้าฟงหลางจะเปลี่ยนใจมาทวงคืนทีหลัง ข้าก็ไม่ให้

พูดพลางก็ยื่นจอกชาไปตรงหน้าจื่อหง องค์ชายมารก้มลงจิบน้ำชาจากถ้วยในมือเทียนอ๋าว แล้วจึงเอ่ยสดใส

เมื่อกี้เทพพิทักษ์ของจักรพรรดิมนุษย์มาหา บอกว่าเทพพยากรณ์ต้องการจะพบพวกเจ้า

 

 

โอ้~ วังหลวงเมืองมนุษย์กว้างใหญ่ไม่เบาเลยนี่

เทียนอ๋าวเดินทอดน่องอย่างสบายอกสบายใจ แขนทั้งสองยกขึ้นไขว้ข้ามไหล่ไปด้านหลัง นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงเป็นเส้นโค้ง กลิ่นบุปผาระคนน้ำค้างยามสายชวนให้นึกถึงกลิ่นไอของมารดาทั้งสองไม่น้อย

หลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย กิเลนแห่งความมืดจึงยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศผ่อนคลาย

 

ทางเดินสว่างไสวทอดยาวไปด้านหน้า ยกพื้นกระเบื้องถูกวาดทับด้วยลวดลายหมู่วิหคหยอกเย้ามวลผกา สีสันที่บรรดาจิตรกรเอกจรดปลายพู่กันบรรจงแต่งแต้มนั้นช่วยขับเน้นภาพจำลองให้มีชีวิตชีวา

 

ด้านหน้าของเทียนอ๋าวและจื่อหงคือเทพพิทักษ์สงครามเอี้ยนเยี่ยนจี๋ เบื้องหลังลงมาคือเทียนหมิงและเทพพิทักษ์ปัญญาเยี่ยเย่ยิง

 

ตกลงบาดแผลหายดีแล้วหรือคะ

เสียงสงบนิ่งของเย่ยิงแว่วมา จากบทสนทนาก่อนหน้าจึงได้ทราบว่าการต่อสู้ของพวกตนกับฉงฉีนั้นอยู่ภายใต้การจับตามองของเหล่าจักรพรรดิแลราชันทั้งหลาย

 

อา ตอนแรกก็เกือบแย่เหมือนกัน เพราะพลังหยางที่ดูดซับมานั้นบริสุทธิ์เข้มข้นมากเกินไป

เทียนหมิงตอบพลางยิ้มน้อยๆ

 

จักรพรรดิทรงมีบัญชาให้พวกข้าไปรับทุกท่านทันทีหลังจากที่จบเรื่องเย่ยิงเอ่ย

 

เฮอะ จริงๆก็น่าจะมาเร็วกว่านี้ได้ไม่ใช่หรือไงกัน เทียนอ๋าวเปรยพลางขึ้นเสียงสูง

 

ต้องขออภัยด้วย เพราะเรื่องครั้งนี้เกี่ยวพันถึงราชวงศ์มังกร ทางพิภพมนุษย์จึงไม่สามารถออกหน้าอย่างตรงไปตรงมาได้

เทพพิทักษ์ปัญญาตอบนอบน้อม

ว่าแต่..รัชทายาทมังกรจากไปโดยไม่พูดเรื่องอื่นเลยหรือคะ?”

 

เทียนหมิงเผยสีหน้าสงสัย ทว่าก่อนที่จะได้ถามอันใด สตรีอีกนางหนึ่งก็รีบเอ่ยปากเปลี่ยนเรื่อง

คุณชายเทียนอ๋าว~ ร่างกายท่านเป็นอย่างไรบ้างคะตอนนี้

เยี่ยนจี๋กล่าวด้วยเสียงอันไพเราะสดใส

 

อืม ก็ดี...

เทียนอ๋าวพูดลอยๆพลางเอื้อมมือมากุมหน้าอกตนเองอย่างครุ่นคิด เทียนหมิงขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อสังเกตเห็นกิริยาของน้องชาย แล้วจึงรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปหา

 

เกือบไปแล้วไหมล่ะเย่ยิง ดีนะที่ข้าเบี่ยงเบนความสนใจของกิเลนแห่งแสงได้ทัน

เยี่ยนจี๋ใช้อาคมเชื่อมจิตส่งสารมาจากความคิด นางหันมายิ้มแย้มอย่างน่ารักอ่อนหวาน

จงอย่าลืมว่าบุญคุณความแค้นของผู้อื่นมิใช่กงการอันใดของเรา

 

ข้าเข้าใจดี

เย่ยิงกำหมัดแน่นก่อนตอบกลับด้วยหัวใจเย็นเยียบ

 

อ้ะ วิเศษไปเลย! ดูสิพวกเรา

จื่อหงร้องขึ้นทำลายความเงียบพร้อมออกวิ่งไปทางด้านหน้า กำแพงกระจกขนาดมโหฬารตั้งตระหง่านสูงขึ้นจากพื้นจรดเพดาน บนพื้นแก้วสีทึบปรากฏลวดลายกระจกสีเป็นรูปนกยูงคู่แฝดเกาะอยู่บนกิ่งก้านพฤกษาโลหะปะปนทองคำ

เสี้ยวกระจกนับไม่ถ้วนถูกเรียงสลับสีกอปรเป็นรูปจำแลงแห่งนกยูงสวรรค์ นัยน์ตาสีเขียวเลื่อมเหลือบของพวกมันจับจ้องกันและกัน พวงหางยาวขยับไหวน้อยๆอย่างน่าอัศจรรย์

 

เย่ยิงและเยี่ยนจี๋เพียงประทับฝ่ามือลงบนกำแพงคนละด้านอย่างนุ่มนวล ฉับพลันกระจกสีทึบก็เจิดจรัสสว่างไสว ดวงอาทิตย์สาดแสงตัดผ่านละลายเงาสีเฉดเข้มให้เจือจาง

กำแพงนกยูงมรกตกลายเป็นนกยูงแก้วใส ขนหางนกยูงเริ่มขยับไหวแล้วโผบินราวกับวิหคแตกรัง เทียนอ๋าวตวัดมือคว้าขนนกยูงอย่างรวดเร็ว แล้วก็ต้องอุทานด้วยความตกใจ

ว้าว~นกจริงๆเหรอเนี่ย พึ่งเคยเห็นนกที่มีสีหางนกยูงแบบนี้เป็นครั้งแรก

ร่างของนกตัวน้อยปกคลุมด้วยขนนิ่มสีเขียวอ่อนอมฟ้าระเรื่อ กึ่งกลางลำตัวปรากฏเส้นลายเขียวเข้มสลับดำ ขนละเอียดเรียงตัวไล่สีกันเป็นรูปหยดน้ำ

 

กำแพงทั้งสองฝั่งค่อยๆเปิดอ้าเข้าไปด้านใน เผยให้เห็นอุทยานอันวิจิตร พรรณไม้พุ่มเตี้ยโชยกลิ่นสดชื่น กิ่งก้านสีน้ำตาลสดยื่นออกมาด้านหน้าประดับด้วยบุปผาดอกน้อย

หืม~ดอกกล้วยไม้? สีน้ำตาลแดงแปลกตาดีจัง

เทียนหมิงรำพึงขณะเดินผ่าน เอื้อมปลายนิ้วสะกิดกลีบดอกแผ่วเบา

พั่บ พั่บ~”

ทว่าดอกกล้วยไม้กลับกระพือปีก เส้นเกสรโค้งยาวสองเส้นกลับกลายเป็นขนหาง ขั้วดอกกลมมนคือส่วนหัว มันกระพริบตาใสแจ๋วก่อนออกบินถลาร่อนไปร่อนมารอบกายกิเลนแห่งแสง

สุดยอด~ ไม่ใช่ดอกไม้แต่เป็นนกหรือนี่

 

เยี่ยนจี๋วาดฝ่ามือขึ้น นกตัวหนึ่งก็บินมาเกาะที่ปลายนิ้ว ขนสีดำกำมะหยี่ตัดกับท้องสีงาช้าง ข้างหัวประดับด้วยพวงขนคู่เรียวยาวสีขาวสลับริ้วลายดำ

ปักษาสวรรค์ค่ะ เยี่ยนจี๋ยื่นนกน้อยให้จื่อหงรับไปชื่นชม

 

เสียงกระพือปีกมากมายดังสลับแว่วมาไม่ไกลจากเบื้องหน้า ผู้เยาว์ทั้งสามจึงพากันไล่ตามเหล่าปักษาสวรรค์ไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ

 

เห็นแบบนี้แล้ว ไม่ว่ากิเลนจันทร์หรือผู้สืบทอดสายเลือดแห่งมาร ก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยเท่านั้นเองนะว่าไหม

เยี่ยนจี๋เปรยผ่านอาคมสื่อจิต

 

เหล่าเด็กผู้มีชะตาต้องสาป เย่ยิงรำพึง

 

หลังจากวิ่งมาได้สักครู่หนึ่ง ทางด้านหน้าก็ปรากฏเป็นลานไม้กว้างล้อมรอบสระน้ำใหญ่รูปทรงหกเหลี่ยม ริมฝั่งน้ำคือเก้าอี้ไม้ตัวยาวพร้อมพนักพิงบุฟูกนิ่มและโต๊ะเตี้ย บุรุษและสตรีสองคนนั่งเคียงข้างตรงข้ามกันราวกับภาพสะท้อนจากกระจกเงา

 

จักรพรรดิมนุษย์กำลังบรรจงรินสุราใส่จอกใบน้อย วงหน้าสง่างามพริ้มตาลงก่อนยกจอกเหล้าขึ้นละเลียดไปอึกหนึ่งแล้วจึงค่อยยื่นให้สตรีสาวข้างกาย

ข่งเชว่[1]จะไม่ดื่มเป็นเพื่อนข้าหน่อยหรือ หืม~”

 

หญิงสาวผู้ถูกถามเพียงส่ายหน้าน้อยๆ ใบหน้าของนางเรียบเฉยจนยากจะอ่านอารมณ์

ร่างอรชรห่มคลุมด้วยชุดผ้าไหมสีขาว ชายผ้าปักดิ้นเดินทองเป็นลวดลายขนนกยูง วงหน้ารูปไข่ถูกล้อมกรอบด้วยเส้นไหมสีดำเงาที่ยาวระเรี่ยพื้น ปิ่นมุกน้ำงามสีนวลตากลัดเกล้าช่อผมไว้โดยหลวม นัยน์ตาหงส์กลมโตเชิดรั้งขึ้น แก้วตาสีใสดูคล้ายทองคำเหลว แนวจมูกได้สัดส่วนดั่งถูกวาดรับกับริมฝีปากบางสีแดงสด

ท่านเฟยเสวียนดื่มมากไปแล้วหรือเปล่าเพคะ

รำพึงอย่างเบื่อหน่ายอยู่ในที นางยกพัดขนนกยูงในมือแตะปลายคางพลางก้มหน้าน้อยๆทำท่าครุ่นคิด

 

อันว่าสุราจะออกรสที่สุดก็ต่อเมื่อได้ดื่มกับคนรู้ใจ จะดื่มเพื่อจักรพรรดิของเจ้าหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร

จูเก่อเฟยเสวียนเผยรอยยิ้มหยอกเย้า นัยน์ตาสีเขียวเลื่อมเป็นประกายระยับ เส้นผมสีเงินหม่นทิ้งตัวลงเคลียข้างแก้ม เสื้อคลุมลายหางนกยูงมรกตพลิ้วไหวแนบร่าง สาบเสื้อเผยออกจนแลเห็นแผ่นอกกว้าง ผิวเนื้อขาวยืดหยุ่นแลดูน่าสัมผัส มัดกล้ามแกร่งเป็นลอนได้รูป

 

จักรพรรดิผู้เอาแต่ใจช้อนเอวแบบบางของสตรีสาว แล้ววางมือโอบรั้งร่างนางให้แนบชิดกายตนอย่างถือสิทธิ สตรีที่อยู่ในอ้อมกอดของบุรุษทรงเสน่ห์กลับไม่แสดงอาการอันใด นางมองกลับด้วยสายตาเหยียดเฉยเย็นชาราวกับจะรู้เท่าทัน

 

มหาบัณฑิตจึงใช้มืออีกข้างประคองจอกเหล้าขึ้นตรงหน้า จอกกระเบื้องเย็นเฉียบแตะริมฝีปากอุ่นร้อนสีสดแดง สุรามธุรสหอมแรงเพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้ใบหน้าซับสีซ่านจวนเจียนจะเมามาย สตรีสาวหลับตาลงก่อนเผยอกลีบปากนุ่ม

ท่านเฟยเสวียน..

 

หืม~” เจ้าของนามหรี่เปลือกตาสีงาช้างลง ริมฝีปากชวนมองโค้งขึ้นยั่วเย้า

 

แขกของข้ามาถึงแล้วค่ะ เชิญท่านไปหาคนแกล้งที่อื่นเถิด

นางว่าพลางค่อยๆผลักจอกเหล้าออกไปอย่างนุ่มนวล หาได้หลงใหลไปกับการหว่านเสน่ห์ของมหาบัณฑิตเจ้าสำราญไม่

 

อุ้บ~ คิกคิก เย่ยิงและเยี่ยนจี๋ประสานเสียงหัวเราะร่า

 

จื่อหงเพียงยืนมองตาแป๋ว เทียนหมิงกระแอมเบาๆพร้อมกลั้นหัวเราะจนใบหูเปลี่ยนเป็นสีชมพู ในขณะที่เทียนอ๋าวกลับหัวเราะคิกคักอย่างชั่วร้าย

 

ข่งเชว่เอ๋ยข่งเชว่ เจ้านี่ไม่น่าสนุกเอาเสียเลยจริงๆ โรคแยกแยะความงามไม่ออกนี้เห็นทีจะเกินเยียวยา

จูเก่อเฟยเสวียนเสยผมขึ้นลวกๆอย่างหมดอารมณ์

 

สตรีผู้มีนัยน์ตาสีทองคำเพียงกวักมือเรียก นกอวบอ้วนสีน้ำตาลไหม้หน้าตาธรรมดาตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นมาบนตัก

อะไรกันคะ สำหรับข้าท่านที่ฉูดฉาดยิ่งกว่านกยูงก็สวยงามไม่แพ้เสี่ยวจง[2]ตัวนี้หรอกค่ะ

 

จูเก่อเฟยเสวียนได้ยินก็บ่นพึมพำกับตัวเองไม่หยุด ข้ากับเจ้านกอ้วนเนี่ยนะ!”

 

สตรีผู้ไม่ทุกข์ร้อนจึงเลิกสนใจจักรพรรดิมหาบัณฑิตแล้วหันมาทักทายกลุ่มผู้มาใหม่ นางลุกขึ้นเยื้องย่างอย่างสง่างามเข้ามาหา พัดขนนกยูงสีขาวบริสุทธิ์ในมือวาดออกแช่มช้าพลางย่อกายลงเพื่อให้เกียรติ

เย่ยิงและเยี่ยนจี๋คงแจ้งแก่พวกท่านแล้ว นามข้าคือเหม่ยข่งเชว่ เทพพิทักษ์เงาแห่งจักรพรรดิมนุษย์ เทพพยากรณ์แห่งตำหนักปักษา ยินดีที่ได้พบกิเลนจันทร์และองค์ชายแห่งตระกูลกงหยาง

 

 

 

----------------------------------------------

 

A/N ในที่สุด สาว สาว สาว สามคนของเฮียเฟยเสวียนก็ออกโรงครบแล้วจ้า~ เทพพยากรณ์ควบตำแหน่งเทพพิทักษ์เงาค่ะ เป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดในบรรดาสามเทพพิทักษ์แล้วละ ตอนนี้ครึ่งแรกจะเศร้าหน่อย ต้องมาคลายเครียด+เอาคืนกับท่านพี่เฟย หุหุ


เพลงประกอบตอนจ้า~ You are my love (Eng. version) จากเรื่อง Tsubasa Chronicle

Kiss me sweet,
I'm sleeping in silence
All alone in ice and snow
In my dream I'm calling your name
You are my love

In your eyes I search for my memory
Lost in vain, so far in the scenery
Hold me tight, and swear again and again
We'll never be apart

If you could touch my feathers softly,
I'll give you my love
We set sail in the darkness of the night, out to the sea
To find me there, To find you there,
Love me now, If you dare.

Kiss me sweet, I'm sleeping in sorrow
All alone, to see you tomorrow
In my dream I'm calling your name
You are my love
My love …

 

ภาพ Bird of Paradise ค่ะ นกในตอนนี้ก็มาจากเจ้าพวกนี้แหละ สวยจริงๆให้ตายเถอะ!

 

 














[1] ข่งเชว่  (Kong Que) = นกยูง

[2] เสี่ยวจง = สีน้ำตาลน้อย (ดารารับเชิญจากเรื่องจักรวรรดิเสน่หา อุอุ)

 
 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1158 Chocolate_pad~*><o!! (@chocolate_pad) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 12:20
    บรรยายได้อลังการมากค่ะ จินตนาการตามแล้วเคลิ้มเลยอ่าา~
    จื่อหงนี่น่าสงสารจัง โดนเทียนอ๋าวใช้ซะ 555
    สองพี่น้องน่ารักเหมือนเดิม ><

    #1,158
    0
  2. #811 yuuyami (@yuuyami) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 21:19
    จื่อหงของช้านนนน... อ้า... เทียนอ๋าว นี่ให้จื่อหงติดตามมา มีประสงค์ลึกซึ้งกว่านั้นรึเปล่าอ่ะ จิบชาจากมือ อ้า...
    #811
    0
  3. #699 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2553 / 17:10
    เทพพิทักษ์เงาของมนุษย์ดูเท่ดีเนอะ พี่สาวสุดเท่ ชอบบบบบบบบ อิๆ
    #699
    0
  4. #689 laiza (@laijung) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2553 / 00:56
    แอบเห็นด้วยกับความเห็นที่ 686(แอบตรงไหนฟระ)
    แค่เห็นภาพก็จิ้นได้ดีกว่าเยอะเลย
    หลายครั้งที่อ่านนิยายแล้วมาดูละครตัวละครไม่ตรงกับที่จิ้นไว้
    เลยพาลไม่อยากดูไปเลย (แล้วมันเกี่่ยวกับนิยายเรื่องนี้ตรงไหนเนี่ย _*_;;)


    ปล.ขอ
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ให้กับอิมเมจของท่านเฟยต่อ
    #689
    0
  5. #686 RayGuard (@RayGuard) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2553 / 00:26
    โห....นกแต่ละอย่าง ไม่เคยเห็นเลยอ่ะ แต่ว่าสวยจริงๆนะนั่น ^O^ ฮิฮิ เหมือนดอกไม้จริงๆด้วย

    เอ่อ....

    อย่าว่าอย่างงู้นอย่างงี้อย่างงั้นเลยนะคะท่านฟารา ไอเราตอนแรกอ่านไปอ่านมาก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก

    แต่ว่านะตอนอ่านบรรยายลักษณะของแม่เทพธิดาพยากรเนี่ย ก็เริ่มจะมาคิดได้ว่า

    เรื่องนี้มันมีแต่คนหน้าตาโค-ต-ร ดี แบบโฮกๆอ่ะ ถ้าต้องเอามาทำเป็นหนังละก็

    ส่วนที่ยากและใช้เวลานานที่สุดคงเป็นตอนเครสติ้งตัวละครแหงมๆ

    เฮ้อ...ก็ดูสิ ผู้ชายแต่ล่ะคนออกมาก็หล่อโฮกฮาก จนแม่ยกแทบอยากตระคลุบลงท้อง (โดยเฉพาะอ๋าว เอิ๊กๆ)

    ส่วนแม่นางทั้งหลายก็หยาดฟ้ามาดินจนนางเอกของกิมย้งยังอายแบบนี้ (เอ่อ...จะโดนข้อหาอะไรมั้นเนี่ย เพราะชักจะเล่นของสูง หึหึ)

    อ๊ะ!! แต่ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะคะ ยังไงซะให้เรื่องมีแต่ดอกไม้งามแบบนี้ย่อมดีที่สุดอยู่แล้ว มันกระชุมกระชวยหัวใจดี 

    แต่พอมาคิดๆแล้ว สงสารผู้กำกับตอนคัดเลือกนักแสดงเท่านั้นเองคะ

    เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่อยากให้มีแต่หนังสือ ไม่อยากให้ทำเป็นหนัง เพราะกลัวคนตัวเป็นๆมาทำลายภาพในจินตนาการ~~~

    ว่าแล้วก็ไปนอนฝันต่อดีกว่า 

    อา~~~ อ๋าวจ๋า~~~

    ปล. สรุปแล้วเราพล่ามอะไรมาหว่า 

    ^3^ โฮะๆ
    #686
    0
  6. #679 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2553 / 21:33
    เลิศตามเดิม อ๊า!! เด็กน้อยทั้งสามมมม >w<

    ว่าไปพิภพมนุษย์นี่ คนเทพๆก็มีเยอะเหมือนกัน
    #679
    0
  7. #678 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2553 / 17:57
    สะใจ

    ชีหน้านิ่งมาก

    555+
    #678
    0
  8. #676 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2553 / 20:03
    ว้าว ฉากอุทยานและฉากเปิดตัวดูอลังการงานสร้างมากๆเลย
    ชอบนกมาก ๆ บรรยายได้เห็นภาพเลย > < ถ้าเป็นของจริงต้อง
    สวยงามมากแน่ ๆ แต่เรื่องรัชทายาทมังกรนี่ยังสงสัยอยู่ แสดงว่าต้องมีเรื่อง
    กันมาตั้งแต่รุ่นป๊ะป๊าม่ะม้าหรือเปล่าเนี่ย แล้วเทพยากรณ์เรียกอ๋าวหมิง
    มาพบทำไม อยากรู้มาก ๆ เลย รอ รอ ฟาราอัพตอนต่อไป ฟาราสู้ ๆ ><
    #676
    0
  9. #675 sella turcica (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2553 / 19:44
    ที่แท้ชีก็เป็นเทพพิทักษ์เงานี่เอง....

    ว่าแต่...ชีอยากเจอสองกิเลนน้อยทำไมกัน

    คงไม่ได้คิดจะแกล้งเด็กใช่ไหมเนี่ย
    #675
    0
  10. #672 lovely_luv (@i_am_jupiter) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2553 / 23:56
    ตอนนี้หลงรักพี่น้องกิเลนจริงๆ
    #672
    0
  11. #671 ภัควลัญชญ์ (@kwang1goldenfish) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2553 / 21:18
     อ๊าาาาา ได้อ่านแล้ววววว

    ค่อยโล่งขึ้นหน่อย

    อ่าาา แต่องค์ชายห้านี่.........(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)(คนเดียว)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2553 / 21:18
    #671
    0
  12. #669 pugga (@pe-arl) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2553 / 06:17
    เทียนอ๋าวน่ารักอ่า  แต่งหนุกจริงๆ  จะรออ่านต่อค่า
    #669
    0
  13. #667 Fhal2a (@illreris) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2553 / 00:40
    โพสไม่ทันอ่า กลับบ้านดึกมาก ไปทำงานรับใช้ครอบครัว ToT  ไม่ไหวค่ะขอตัวไปนอนก่อน ZZZ เหนื่อยมากมาย >.<
    #667
    0
  14. #665 Fhal2a (@illreris) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2553 / 17:38

    แจ้งข่าวค่ะ ฟาราเขียนไปได้70%ละ แต่คืนนี้กลับบ้านดึก ถ้ากลับมาทันจะอัพจ้ะ

    #665
    0
  15. #661 Rose (@rosme) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 10:39
    แวะเข้ามาดู เฮ้อ ยังไม่ได้ต่อ -.-

    แนะนำให้รวมเล่นก้อดีนะค้าาาา

    ลองเอาไปเสนอสำนักพิมพ์สิคะ

    ฉันจะซื้อคนแรกเลยคอยดู!!!
    #661
    0
  16. #659 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 10:00
     ง่ะ อีก 50 เปอ อ่ะ^^

    ตอนนี้หลายอารมณ์ แบบคนอ่านมันบ้า+เส้นตื้นคะ

    เศร้า+ซึ้ง....ฮาา...ตอนที่รินชาอ่ะ หุหุ น่ารักดีคะ^^
    #659
    0
  17. #652 RayGuard (@RayGuard) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 00:35
    ว่าจะรอให้ครบตอนก่อนแล้วค่อยอ่าน ...

    แต่ทนความคิดถึง อ๋าว-หมิงไม่ไหว ในที่สุดก็ดอดมาอ่านก่อนจนได้!
     
    ว่าแต่ว่าตอนจบ 50% นี่มันอะไรกัน~~~ ^O^ มันคือฉากเซอร์วิสแม่ยกชิมิ!! 

    อ้าย~~ อ้าย~~ จื่อหงทำไมหนูไม่รับถ้วยมาจิบเองค้า~~ จิบจากมือหนูอ๋าวแบบนี้ มีนัยยะอะไรรึเปล่า!!

    กรี๊ด~~ คนอ่านจะบ้านแย้ว~~~
    #652
    0
  18. #639 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 20:23
    เลิศมากที่สุดเลยยยยยยยยยยยยยยยยย


    น่ารักกันทุกคน เรื่องของพี่น้องเนี่ย ช่างลึกซึ้ง ม๊ากกก


    อ๊ายยยยย >///< รู้สึกไม่ได้มาเม้นนานมากกกกกกกกกกกกก



    สนุกๆๆๆๆๆ เลิศๆๆๆๆๆ ยอดๆๆๆๆ แอบซึ้ง เศร้า น่ารัก หวานนนนนน
    #639
    0
  19. #638 Rose (@rosme) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 18:32
    ในทีสุดก้ออ่านทันแล้ววววววว (ไม่ดีเลย อย่างงี้ฉันก้อต้องรอตอนต่อไปสิ T^T)

    แบบว่าฉากต่อสู้อลังค์การงานสร้างมากกก มันสุดยอดค่ะ

    สองพี่น้องนี่มันน่ารักจิงๆเลยน้าาาาา ชอบๆๆๆ

    แต่องค์ชายห้าน่าสงสารไปหน่อย ชีวิตรัดทนอะไรอย่างงี้

    แต่แอบช๊อคกะตอนพิเศา เฮ่อเหลียนหย่งไท่!!! แกทำอะไรลูกฉันห๊าาาาา

    แบบว่าค้างคาอย่างแรง

    จื่อหงกลายเป็นทาสโดยสมบรูณ์แล้วสินะ =.=

    มาต่ออีกไวๆ นะค้าาาาา อยากอ่านต่อแล้วอ่าาาาาา
    #638
    0
  20. #634 elluna (@elluna_zoldick) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 14:37
    มีจิบชาจากมือด้วยอ่ะ 5555
    #634
    0
  21. #633 ~pink~ (@feriona) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 14:17
    จื่อหงเหมือนกลายเป็นทาสโดยสมบูรณ์ไปอย่างไม่อาจเปลี่ยนแหลงชะตากรรมได้แล้ว..อาเมน
    เหมือนเทียนอ๋าวจะเป็นคุณชายที่สบายเิกินไปแล้ว สนุกมากๆ >.<
    #633
    0
  22. #629 The Spirit (@minnist) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 11:38
    เอ้อ สงสารจื่อหงอ่ะ =_=

    อ๋าวน้อยหยิ่งได้อีก
    #629
    0
  23. #628 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 09:55
    อ่านไปด้วยเปิดเพลงด้วย ซึ้งมาก ๆ ฉากพี่น้อง
    ขององค์ชายมังกร อ่านแล้วไม่อยากให้ช๊วงวู๋ตายเลย
    ที่ฟงหลางพูดถึงป๊ะป๊าของอ๋าวหมิงจะมีอะไรไม่ดีตามมา
    อย่างที่เทียนหมิงรู้สึกหรือเปล่าเนี่ย ส่วนเทียนอ๋าวดูสบายที่สุดเลย
    มีจื่อหงอยู่ด้วย 55 ว่าแต่เทพยากรณ์ต้องการจะพบสองพี่น้อง
    มีเรื่องอะไรกันนะ อยากรู้จริงๆเลย รอ รอ ฟาราอัพ ><~ ฟาราสู้ ๆ

    ป.ล.ร.ร.เปิดรถติดมากเลย งานเยอะด้วย T T
    #628
    0
  24. #627 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 08:51
    อ้าว ยังไม่รีบกลับไปหาท่านพ่ออีกหรือ ไหนรู้สึกมีลางไม่ดีไงล่ะ
    #627
    0
  25. #625 sella turcica (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 00:48
    จื่อหงนี่...ดูจะไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลยจริงๆนะคะ ให้รินน้ำชาก็ริน



    ฟาราจ๋า sella คิดถึงท่านพี่เฟยจังเลยค่ะ
    #625
    0