หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 27 : บทที่ ๒๒ พยัคฆ์ร้ายแห่งบรรพกาล (๒) (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    3 มิ.ย. 53

A/N 100% ในที่สุด! ในที่สุด! ในที่สุด! ก็ครบซะที // เรื่องนี้ได้ขึ้นหน้านักเขียนไฮไลท์ด้วยอ่า ดีใจจังเลย XD

 

บทที่ ๒๒

พยัคฆ์ร้ายแห่งบรรพกาล (๒)

 

            ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เย่วเทียนหมิงทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อทำลายตราประทับคงถงที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังของฉงฉี ทางด้านผู้สังเกตการณ์แห่งพิภพเทพก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว

 

            ไม่เลวเลยทีเดียวใช่ไหมพี่น้องกิเลนจันทร์คู่นี้ ทั้งการรุกรับและการตัดสินใจ คนหนึ่งเป็นตัวล่อ อีกคนรักษาตัวไปพร้อมกับหาโอกาสโจมตี ความเชื่อใจที่มีต่อกันในสถานการณ์คับขันนั้นช่างน่าชื่นชม

จักรพรรดิเทพเฮ่อเหลียนหย่งเล่อผ่อนคลายกิริยาเย็นชา ใบหน้าคมคายสูงส่งประดับรอยยิ้มพึงใจ เรียวคิ้วมังกรเลิกขึ้นในขณะที่นัยน์ตาสีดำอมประกายน้ำเงินจับจ้องไปที่โอรสกิเลนสวรรค์ด้วยความสนอกสนใจ

ใบหน้าด้านข้างอาบไล้ไปด้วยแสงสว่างจนดูนุ่มนวล อ่อนเยาว์ ราวกับเด็กกำลังมองของเล่นชิ้นใหม่กระนั้น

 

            อากัปกิริยาทั้งหลายหาได้รอดพ้นสายตาของเฮ่อเหลียนหย่งไท่ผู้มีศักดิ์เป็นน้องชายไปได้ บุรุษผู้รั้งตำแหน่งเทพพิทักษ์เงาขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ลางสังหรณ์บางอย่างและความรู้สึกขัดใจได้ก่อตัวคละเคล้ากันภายใน

ครั้งแรกก็สามารถทำให้องค์จักรพรรดิตัดขาดจากการเร้นกาย มาครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นที่โปรดปรานไม่น้อย แต่แน่ใจแล้วหรือว่ากิเลนจันทร์มีคุณค่าถึงเพียงนั้นจริงๆ

รำพึงออกมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เฮ่อเหลียนหย่งไท่ก็ได้เริ่มร่ายอาคมเพื่อดำเนินแผนการท้าทายกิเลนจันทร์

 

เพียงชั่วอึดใจในขณะที่เทียนหมิงรีบเข้าประคองเทียนอ๋าว จากมุมมองที่แตกต่างกัน ทวารมิติ เนตรหมื่นลี้ คันฉ่องวารี และอาคมทั้งหลายที่ผู้ยิ่งใหญ่ในสามพิภพสี่เขตแดนสวรรค์ใช้เป็นสื่อกลางสะท้อนภาพการต่อสู้ระหว่างฉงฉีกับกิเลนจันทร์ก็ได้มืดดับลง แล้วจึงปรากฏเป็นคลื่นลมพายุพิรุณกระหน่ำจนไม่สามารถมองเห็นหรือได้ยินสิ่งใดอีก

 

 

            เปรี้ยง!”

เสียงสะท้อนดังกึกก้องจากคันฉ่องวารีของชูเจินอวี้เหวิน ร่างบอบบางของนางถูกกระแทกออกรุนแรง สายน้ำเย็นเยียบไหลทะลักออกมาจากรอยปริแตกของกระจกนที เคราะห์ดีที่ราชันกิเลนรับร่างที่พร่างพราวไปด้วยหยดน้ำของราชินีกิเลนวารีไว้ทัน

ชูเจินอวี้เหวินเอื้อมมืออันสั่นระริกขยุ้มอกเสื้อผ้าไหมสีทองคำของผู้ที่ตระกองกอดนางอยู่ พลางเงยหน้ามองด้วยความเป็นกังวล ใบหน้าซีกหนึ่งของเย่วหรงเต๋อถูกซ่อนไว้ใต้เงามืด เห็นเพียงนัยน์ตาสีมรกตข้างหนึ่งที่มองต่ำลง ภายใต้แสงสว่างปรากฏแววปลอบโยน

เอกบุรุษแห่งพิภพกิเลนขยับริมฝีปากงดงามเอื้อนเอ่ยเพียงไม่กี่คำ ชูเจินอวี้เหวินก็ซบหน้าร่ำไห้ลงไปในอ้อมอกนั้น มู่ตานกุ้ยฮวามองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดกระไร เพียงแค่กระชับอ้อมกอดลูกกิเลนน้อยสีเทาในอ้อมแขนให้แนบแน่นขึ้นเท่านั้น

 

 

            ไม่สามารถมองผ่านไปได้ค่ะ ท่านเฟยเสวียน

หญิงสาวสูงศักดิ์ผู้รั้งตำแหน่งเทพพยากรณ์เอ่ยอย่างสำรวม นางยันร่างขึ้นคุกเข่าอยู่ข้างสระน้ำ แขนเพรียวยาววาดมาด้านหน้าแล้วจึงคว่ำฝ่ามือลง ชายแขนเสื้อที่ประดับประดาไปด้วยขนนกสั่นไหวเบาๆเมื่อนางขยับข้อมือพร้อมกับกรีดนิ้ว พลันก็ปรากฏพัดขนนกยูงสีขาวขึ้นในอุ้งมือ

นางโบกพัดผ่านอากาศขนานไปกับผืนน้ำพร้อมกับร่ายอาคม ขนนกยูงสีขาวร่วงหล่นแล้วจึงแตกกระจายออกเป็นแสงสว่างเพื่อชำระเมฆหมอกที่บดบัง ทว่าแสงนั้นกลับถูกพลังลึกลับสายหนึ่งกลืนกินไปในทันที

เทพพยากรณ์ถูกแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นฉุดร่างกายลงกับพื้นจนต้องเอาฝ่ามือทั้งสองค้ำยันไว้ไม่ให้เสียหลัก หัวใจกระตุกเป็นจังหวะ หยดเหงื่อเย็นเฉียบไหลชโลมกาย

 

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ดูท่าจะเกินกำลังของเจ้าไปหน่อยสินะ

จูเก่อเฟยเสวียนปรากฏตัวขึ้นด้านข้างพลางย่อกายลงพร้อมกับประคองเทพพยากรณ์อย่างอ่อนโยน

หึหึ ดูท่า ใครบางคนคงอยากจะแทรกแซงการครั้งนี้กระมัง พลังอาคมแข็งกล้าเช่นนี้คาดเดาที่มาได้ไม่ยาก

จักรพรรดิมนุษย์เจ้าสำราญเอ่ยยิ้มแย้มราวกับจะรู้ทัน เทพพยากรณ์เพียงเหลียวมองพร้อมสบตานายเหนือชีวิต

 

จากฝั่งตรงข้าม เมื่อมองภาพย้อนแสงจะเห็นโครงหน้าได้รูปงดงามของบุรุษสตรีทั้งสองใกล้กันเพียงแค่ลมหายใจ

 

 

            นามข้าคือเฮ่อเหลียนหย่งไท่แห่งพิภพเทพ ยินดีที่ได้พบกิเลนจันทร์ สัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนสวรรค์

ในเวลาเดียวกันเทพพิทักษ์เงาแห่งจักรพรรดิเทพก็ได้ปรากฏร่างต่อหน้าโอรสกิเลนทั้งสอง

ผมและดวงตาสีดำอมประกายม่วงครามหม่นส่องประกายอันน่าอึดอัด ทุกผู้ที่ได้พบเห็นล้วนเกิดความรู้สึกกดดันราวกับถูกกดร่างให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงทะเลลึก ไร้แสงสว่าง โอบล้อมด้วยความสิ้นหวัง ไร้สีสันอันสดใสและความมีชีวิตชีวาใดๆ

 

เรื่องสนุกพึ่งจะเริ่มต้น

บุรุษในเครื่องทรงกษัตริย์หยักยิ้ม ชายเสื้อคลุมสีดำขลิบทองพลิ้วไหวตามจังหวะการยกแขนขึ้นช้าๆ ฝ่ามือได้รูปหงายออก กึ่งกลางปรากฏอัญมณีสีดำล้อมรอบด้วยประกายสายฟ้าวิ่งวนแปลบปลาบ

รู้จักกฎของฟ้าดินหรือไม่ วิถีธรรมชาติอันเป็นธรรมดาแห่งโลกหล้าที่ใช้ควบคุมสรรพสิ่ง กฎนั้นคือหยินและหยางแห่งความสมดุล"

ว่าพลางก็หรี่ตามองฉงฉีที่กำลังสั่นระริกด้วยความทรมาน

อย่างพยัคฆ์บรรพกาลที่น่าสงสารตัวนี้ก็ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยกฎที่ว่าเช่นกัน น่าเสียดายที่มันถูกผนึกพลังแห่งหยางไว้ถึงได้อ่อนแอลงอย่างน่าใจหาย ในการต่อสู้อันศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ไม่ชวนให้คิดว่าเป็นการเอาเปรียบกันเกินไปหน่อยหรือไม่

เฮ่อเหลียนหย่งไท่ส่ายหน้าช้าๆก่อนกล่าวกับฉงฉีอย่างเมตตา

โอสถทิพย์อันหลอมรวมจากแก่นวิญญาณฟ้าดิน ถือซะว่าเป็นของขวัญจากข้าก็แล้วกัน

อัญมณีในมือเปล่งแสงจัดจ้าราวกับจะตอบรับความประสงค์ของผู้เป็นนาย เทพพิทักษ์ผู้โหดเหี้ยมอย่างลึกซึ้งหันกลับมามองโอรสกิเลน

พวกเจ้าก็คงไม่ขัดใช่ไหม ถึงอย่างไรก็คงไม่คณามือ ถ้าหากกิเลนจันทร์เก่งกล้าสามารถจริงๆน่ะนะ หึหึ

 

ฮึ่ม!” เทียนหมิงร้องอย่างขัดใจในลำคอ ถ้าหากฉงฉีมีพลังยิ่งกว่านี้ละก็...

 

อย่างไม่ทันตั้งตัวเทียนอ๋าวกัดฟันใช้แรงทั้งหมดกระโจนร่างเข้าหาเฮ่อเหลียนหย่งไท่ กระบี่คู่ถูกวาดเป็นเส้นกากบาทก่อนที่จะแยกร่างบุรุษผู้มาใหม่ออกเป็นสองส่วน

พูดมากน่ารำคาญ ตายไปซะ

 

เฮ่อเหลียนหย่งไท่เบิ่งตากว้างแล้วจึงเหลือบมองมือข้างขวาของตน

“.....” อัญมณีร่วงหล่นจากฝ่ามือช้าๆ

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เลว แต่น่าเสียดายที่ร่างนี้เป็นเพียงเงาของข้า

ทันใดนั้นอัญมณีก็พุ่งเข้าหาตราประทับบนหน้าผากฉงฉีอย่างรวดเร็ว เทียนหมิงและเทียนอ๋าวเผยสีหน้าตกใจ ทว่าก็ไม่อาจขัดขวางได้ทัน ผลึกสีดำถูกดูดกลืนเข้าไปในรอยแตก ทั่วร่างฉงฉีปรากฏม่านพลังสีดำห่อหุ้มราวกับเกราะ

ลองบดขยี้ผู้กล้าจอมปลอมให้ข้าชมเป็นขวัญตาหน่อยเป็นไร

คำสั่งสุดท้ายของเฮ่อเหลียนหย่งไท่แว่วมา ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นละอองน้ำ

 

อาคมที่ใช้รบกวนปิดบังเวทย์สะท้อนมิติทั้งหลายก็พลันแตกสลายไป ปรากฏเป็นเพียงภาพของสองพี่น้องกิเลนที่กำลังตีสีหน้าเคร่งเครียดไปยังฉงฉีที่ถูกกักอยู่ในม่านแสงสีดำ

 

 

            ท้องพระโรงแห่งพิภพเทพ เฮ่อเหลียนหย่งไท่เผยรอยยิ้มเย็นชาทว่าชวนมอง เทพพิทักษ์เงาก้มลงมองฝ่ามือตนเองเงียบๆ

กิเลนแห่งความมืดงั้นรึ อวดดีไม่น้อย

 

กลับมาแล้วรึ เฮ่อเหลียนหย่งเล่อเอ่ยเรียบๆเพียงได้ยินกันสองคน

เห็นนิ่งๆอยู่เช่นนี้ แท้จริงแล้วเจ้าก็ชอบกลั่นแกล้งเด็กพวกนี้ไม่น้อย

 

ผู้เป็นน้องจึงโน้มตัวลงมาเพื่อกระซิบริมโสตพี่ชาย

ไม่สามารถรอดพ้นสายตาเกอเกอไปได้เลยจริงๆ เสียแรงฝึกฝนอยู่หลายปี ท่าทางพลังอาคมของข้าก็ยังคงอ่อนชั้นกว่าท่านอยู่ดี

 

หึหึ หากเจ้าแสดงตัวออกไป รับรองว่านางจะต้องบุกมาแหวกอกข้าถึงที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย โทษฐานที่ปล่อยให้เจ้าทำร้ายโอรสของนาง

เฮ่อเหลียนหย่งเล่อกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อน

 

เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ อย่างไรเสียท่านก็ไม่ได้คิดจะห้ามข้าทั้งๆที่รู้ใช่หรือไม่

 

นั่นเพราะข้าเห็นว่ามันน่าสนุกดียังไงล่ะ

จักรพรรดิเทพเอ่ยพลางทอดตามองกิเลนจันทร์ด้วยความรื่นรมย์อีกครั้ง

 

            เบื้องล่างลงมา เทพพิทักษ์ทั้งสอง ไป๋อี้จื่อและเหลาหู่โฮ่วเหรินได้ลอบสังเกตกิริยาของสองพี่น้องผู้ยิ่งใหญ่อยู่เงียบๆ แม้ไม่ทราบว่ามีความลับอันใด แต่ภาพของฉงฉีและกิเลนจันทร์ที่ปรากฏเป็นสถานการณ์อันตรายนี้ ก็ชวนให้คาดเดาได้อยู่หลายส่วน

 

 

            ฉงฉีรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับร่างกายของตน เลือดในกายเดือดพล่านร้อนระอุราวลาวาแล้วจึงเปลี่ยนมาเย็นเยือกยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง หมุนวนสลับกันไปไม่สิ้นสุด

กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก เริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับถูกคีมยักษ์ของเทพผู้สร้างบิดหักหลอมสร้างขึ้นมาใหม่ อัญมณีที่ดูดซับพลังฟ้าดินได้ช่วยเบิกทางไปสู่อีกขั้นของพัฒนาการ ปลุกครึ่งร่างแห่งหยางที่หลับใหลอยู่ภายใน

เมื่อหยินและหยางประสานจึงก่อกำเนิดสิ่งใหม่ ม่านแสงสีดำระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้ไอหมอกพวยพุ่งปรากฏเงาร่างของสัตว์ร้ายแห่งบรรพกาลในรูปโฉมใหม่

นี่รึคือพลังแห่งหยินและหยาง พลังที่ก่อกำเนิดฟ้าดิน

ฉงฉีก้มลงมองสองมือและร่างกายตนเองด้วยความตกตะลึง

 

วิวัฒนาการ...ไม่น่าเชื่อ

เทียนหมิงกระโจนร่างเข้าไปสมทบกับเทียนอ๋าว สองพี่น้องจับจ้องฉงฉีด้วยความประหลาดใจ

 

ร่างของพยัคฆ์ร้ายที่สูงใหญ่ยิ่งกว่าขุนเขาอันตรธานหายไปสิ้น เหลือเพียงบุรุษที่มีลักษณะแปลกตาผู้หนึ่ง

เส้นผมยาวยุ่งเหยิงสีดำแซมขาว ผิวกายสีทองคำ รูปร่างสูงใหญ่ทั้งยังล่ำสันเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างนักรบ ใบหน้าคมคายฉายแววอันตราย สองแก้มปรากฏเส้นลายแหลมคมจากขมับลากลงสู่คาง

นัยน์ตาสัตว์ป่าสีทับทิมส่องประกายอำพัน จมูกโด่งเป็นสัน เขี้ยวคมวาวภายใต้ริมฝีปากสีสด ใบหูแหลมอย่างเสือและพวงหางเป็นสีขาวสลับลายพาดกลอนดำ มือและเท้าประดับกรงเล็บแหลมคม ลักษณะคล้ายเผ่าพันธุ์เทพพยัคฆ์อยู่หลายส่วน จะยกเว้นก็แต่ปีกหงส์สีขาวคู่ใหญ่ตรงกลางหลัง

ฉงฉีกำและแบฝ่ามือเข้าออกคล้ายกับกำลังทดลองร่างใหม่ พลังปราณกดดันแผ่กระจายไปทั่ว เทียนหมิงและเทียนอ๋าวจึงรีบตั้งท่ารับมือทั้งที่ยังบาดเจ็บภายใน

ข้าสัมผัสได้ถึงกระแสจิตมุ่งร้าย ท่าทางพวกเจ้ากำลังลำบากใจสินะ จะเข้ามาพร้อมกันทั้งสี่คนเลยก็ได้

สัตว์ร้ายในร่างมนุษย์เอ่ยโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง

 

สองพี่น้องกิเลนเผยสีหน้าสงสัยก่อนที่ผู้มาใหม่ทั้งคู่จะเผยร่างจากใต้เงาหมอก

 

จื่อหง! หลงฟงหลาง!” เทียนอ๋าวเรียกด้วยความแปลกใจ

 

องค์ชายมารและโอรสมังกรรีบทะยานร่างมารวมกลุ่มทันที

เทียนอ๋าว ขอโทษที่มาช้าไป พวกเราเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นแต่ไม่สามารถฝ่าข่ายอาคมของเฮ่อเหลียนหย่งไท่เข้ามาได้

จื่อหงเอ่ยพร้อมสำรวจบาดแผลบนร่างกิเลนแห่งความมืด

 

เจ้ายังเจ็บหนักอยู่ไม่ใช่เรอะ มารนหาที่ทำไมเทียนอ๋าวกล่าวเย็นชา

 

ไม่เป็นไร โชคดีได้ฟงหลางช่วยรักษาบาดแผลให้ จื่อหงควงแขนให้ดูว่ายังพอสู้ไหว

 

เทียนหมิงหันไปมองหลงฟงหลางในชุดเกราะสีเพลิงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและดินทราย

ท่านฟงหลางเรื่องหลงช๊วงวู๋นั้น...

 

ข้าเข้าใจ เจ้านั่นเป็นความอับอายของเผ่าเทพมังกร ข้าสัมผัสได้ถึงปราณมังกรภายในร่างฉงฉี ถึงจะเหลือแค่วิญญาณข้าก็จะลากมันไปรับโทษทัณฑ์

รัชทายาทแห่งวังมังกรเอ่ยอย่างไร้เยื่อใย นัยน์ตาสองสีส่งประกายวูบไหวด้วยเพลิงโทสะ และนั่นเป็นผลให้กิเลนแห่งแสงต้องยั้งคำพูดลง ได้แต่คิดว่าคงต้องรับมือสถานการณ์ตรงหน้าก่อน

 

            ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์ร้ายจากบรรพกาลจะวิวัฒนาการจนถึงขั้นสามารถเปลี่ยนร่างคล้ายมนุษย์ได้

จื่อหงเรียกความสนใจของทุกคนกลับมารวมที่จุดเดียว

 

หึ ร่างกายก็เปรียบเสมือนภาชนะรองรับพลัง เหมือนกับที่สัตว์เทพต้องมีชีวิตอยู่ในร่างมนุษย์ เพราะร่างที่แท้จริงแม้จะมีพลังมากกว่าแต่ก็เปราะบางกว่า ควบคุมกระแสลมปราณได้ยากกว่า ฉงฉีอาจจะวิวัฒนาการก็จริง แต่ในทางกลับกันการที่ร่างเปลี่ยนมาเป็นมนุษย์นั้นก็เท่ากับว่าได้ถูกจำกัดพลังให้ลดลง

เทียนอ๋าวเอ่ยแกนๆ พยายามรีดเร้นพลังอินเพื่อรักษาบาดแผล

 

ถือว่ามีเหตุผล ฉงฉีในตอนนี้ก็เปรียบได้กับทารกพึ่งหัดเดิน ต้องการเวลาเพื่อให้คุ้นชินกับร่างใหม่ หากเราฉวยโอกาสจัดการมันก่อนที่จะสามารถโคจรลมปราณได้อย่างอิสระล่ะก็ ไม่แน่อาจมีทางชนะ

หลงฟงหลางกล่าวพลางเรียกทวนเทพมังกรออกมา ตั้งท่าที่จะกระโจนเข้าไปลองเชิงฉงฉี

 

เดี๋ยวก่อน ข้าคิดทบทวนดูแล้ว หากร่างนี้ของฉงฉีกำเนิดมาจากพลังหยินหยางประสาน บางทีเรื่องที่ข้าคาดการณ์ไว้อาจจะใช้ได้ผลเช่นกัน

เทียนหมิงเรียกทุกคนเข้ามาล้อมวงก่อนเริ่มเล่าแผนการให้ฟัง

 

จากมุมมองที่ห่างไกล ฉงฉีจึงเห็นเพียงริมฝีปากสีอ่อนขยับพูดบางสิ่ง ใบหน้าชวนมองนั้นเป็นเพียงเงาขาวสะอาดภายใต้เรือนผมสีเงินสุกใส

 

ไม่เลวทีเดียว แบบนี้อาจจะดีที่สุดก็ได้

จื่อหงพยักหน้าก่อนชักกระบี่ออกจากฝักแล้วเหวี่ยงไปด้านข้าง กระบี่เหล็กสีเงินอาบไปด้วยสายฟ้าสีม่วงแดง

 

เช่นนั้นรบกวนท่านกงหยางจื่อหงและท่านหลงฟงหลางแล้ว แผนการนี้ข้ากับเทียนอ๋าวต้องการเวลาสักหน่อย

ทั้งสี่สบตากันด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ในยามที่มีศัตรูร่วมกันเช่นนี้ มิตรภาพจึงงอกเงย

 

            รู้สึกว่าจะรวมหัวกันวางแผนอะไรสักอย่างสินะเจ้าหนูน้อย แต่ช่างเถอะ ข้ากำลังอยากลองร่างใหม่ให้สนุกอยู่พอดี

ฉงฉีกระทืบเท้าลงกลางอากาศ ใช้แรงพุ่งจากกล้ามเนื้อขา กระโจนหาเหยื่อรวดเร็ว

 

หลงฟงหลางไม่รอช้าทะยานเข้าต่อกรจ้าวพยัคฆ์ทันที เงาแสงสีแดงตวัดขึ้นวูบหนึ่งในขณะที่ร่างของทั้งสองกระโดดตัดผ่านกัน

รัชทายาทมังกรถึงกับคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วกระอักละอองเลือดออกมา ก้มลงมองตนเองก็พบว่าบริเวณหน้าอกเกิดรอยเล็บบาดลึก กระบังอกฉีกขาดจนเห็นเนื้อสีสด เกราะเกล็ดเทพมังกรรีบเสียดแทงขึ้นทั่วร่างเพื่อปกป้องเจ้าของจากไอมารกร่อนกระดูก

 

ฝ่ายฉงฉีกลับบาดเจ็บหนักกว่า ทวนเทพมังกรฟันร่างเนื้อบาดลึกถึงกระดูก รอยบาดฟาดยาวสะพายแล่งจากไหล่ซ้ายลงมายังท้องน้อยด้านขวา ทว่าฉงฉีกลับหัวเราะชอบใจ

ฮ่า ฮ่า เจ้ามีเกราะแต่ข้าไม่มี ข้าเลยเสียเปรียบงั้นรึ ถ้าอย่างนั้น..รู้สึกว่าพวกมนุษย์จะมีอาคมสร้างเกราะกำบังอยู่บทหนึ่ง เรียกว่าอะไรนะ..อ้อ อัญเชิญอาคมพิชัยยุทธ!

จบคำเลือดที่ไหลออกจากปากแผลก็แปรเปลี่ยนเป็นหนามแหลมสีดำ เนื้อสดๆถูกเย็บเข้าด้วยกันก่อนที่เลือดนั้นจะไหลวนไปทั่วร่างราวกับมีชีวิต บังเกิดเป็นชุดเกราะสีดำทมิฬห่อหุ้มร่างพยัคฆ์ร้าย

 

แย่แล้ว! แบบนี้อันตราย มันเรียนรู้วิธีใช้พลังในร่างมนุษย์ได้เร็วเกินไป

จื่อหงรีบเข้าร่วมวงต่อสู้ทันที อัสนีดุร้ายสายใหญ่ฟาดลงสู่ร่างในชุดอาภรณ์สีม่วง

อัญเชิญเทพอัสนี

 

จื่อหงและฟงหลางทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อซื้อเวลาให้กิเลนจันทร์

 

เทียนหมิงและเทียนอ๋าวยืดแขนขึ้นระดับอกก่อนประสานมือกัน ทั้งสองเริ่มร่ายอาคม

นัยน์ตาของพี่น้องสะท้อนภาพกันและกัน แสงสว่างและความมืดเข้าห่อหุ้มตัวแทนแห่งธาตุกำเนิด ไอร้อนใสสว่างก่อรูปเกาะเกี่ยวไอเย็นดำพิสุทธิ์ ดูราวกับปลาสองตัวแหวกว่ายวนเวียนอยู่เคียงคู่กัน เร็วขึ้นและเร็วขึ้น ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจประสานรวมเป็นหนึ่ง

ราวกับโลกจะหยุดหมุนลง เวลาเคลื่อนผ่านไปเชื่องช้า กิเลนทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ทั้งไร้การป้องกัน

 

เย่วเทียนหมิง!” เย่วเทียนอ๋าว!”

โดยไม่อาจแยกแยะได้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร กงหยางจื่อหงและหลงฟงหลางที่ชโลมไปด้วยเลือดตะโกนขึ้นพร้อมกัน

 

กิเลนจันทร์ทั้งคู่ปรายนัยน์ตาขึ้นมอง ดูแช่มช้อยงดงามราวกับเทพเซียนเหนือสวรรค์

กำเนิดจากฟ้าดิน                    กลับคืนสู่ฟ้าดิน

 กำเนิดจากหยินหยาง              ล่มสลายด้วยหยินหยาง

ตัวแทนแห่งพลังที่ทรงอานุภาพที่สุดนับตั้งแต่โลกนี้ถือกำเนิด หยินและหยางประสานเสียงอันอ่อนเยาว์แห่งการก่อกำเนิดและทำลายล้างเป็นท่วงทำนองสะกดใจ

แสงที่สว่างไสวเป็นที่สุด ความมืดที่ล้ำลึกเป็นที่สุด แผ่กระจายออกโอบล้อมกลืนกินฉงฉี ทั้งอ่อนโยนและดุดัน ทั้งสงบเงียบและบ้าคลั่ง

 

พี่น้องกิเลนจันทร์ผละร่างออกจากกัน คมกระบี่สว่างสดใสและมืดหม่นดำทมิฬปรากฏขึ้นในมือของทั้งคู่ จากฝั่งตรงกันข้าม ทั้งสองพุ่งแทงกระบี่เข้าหากัน กึ่งกลางปรากฏเป็นร่างที่ถูกพันธนาการของจ้าวพยัคฆ์จากบรรพกาล

ซวบ!!”

เมื่อกระบี่ทั้งสองทะลุผ่านเนื้อ เวลาก็ได้หยุดนิ่งลง

เปรี้ยง!!!”

รอยแผลบนหน้าอกและหลังของสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์เริ่มปริแตก คลื่นพลังสีขาวร้อนแรงและสีดำเย็นเฉียบไหลทะลักออกมาและถูกดูดกลืนโดยเหล่ากิเลนจันทร์

ทั้งสามถูกกักอยู่ในม่านพลังทรงกลม สัญลักษณ์หยดน้ำขาวและดำเกี่ยวกระหวัดปลายหางเข้าหาส่วนหัวของกันและกันแนบแน่น

 

ร่างนี้ของเจ้าสร้างจากพลังหยินประสานหยาง

เทียนหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเมตตาสงบนิ่ง

 

หากพวกข้าดูดกลืนพลังนั้นมาเป็นของตน

เทียนอ๋าวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มโหดเหี้ยมสาแก่ใจ

 

เจ้าก็จักสลายไป

โอรสกิเลนร้องขึ้นพร้อมกันแล้วร่างของฉงฉีก็ระเบิดออกเป็นกลายเป็นอณูสีทองฟุ้งกระจายไปในอากาศ

 

 

 

----------------------------------------------

 

A/N ยังเหลือบทสรุปนิดหน่อยค่ะ ติดตามกันต่อไปในตอนหน้า =.= อีก 2-3 ตอนจะเข้าสู่บทสรุปและจบภาคเด็กค่ะ (สงสัยต้องตั้งชื่อภาคสักที)

 

ปมเรื่องค่าตอบแทนที่ราชันย์กิเลนได้จ่ายให้แก่ราชวงค์มังกรใกล้จะเฉลยแล้วล่ะ >.<

 

เกือบลืม บทก่อนหน้าฟาราเขียนไปว่า ชุดของราชันย์เร้นกายเป็นสีนิลกาฬ ไม่รู้มีใครสังเกตรึเปล่าว่า นิลกาฬไม่ได้หมายถึงสีดำนะคะ มันคือสีน้ำเงินไพลินซึ่งสวยมากทีเดียว เพชรนิลกาฬก็ไม่ใช่นิลที่มีสีดำ แต่เป็นเพชรแบบไพลินสีฟ้าจ้ะ

 

เพลงประกอบตอนนี้ให้ฟังกันเล่นๆ Fake Wing จาก .hack//sign เนื้อหาสว่างไสวแต่แอบมืด ยิ่งท่อน “Now, We're on the edge of hell” นี่ได้ใจไปเต็มๆ ฮุฮุฮุฮุ (ยิ่งเขียนก็ยิ่งเผยธาตุแท้แห่งความมืดในใจเราออกมารึเปล่าเนี้ยะ!)

 




เนื้อเพลงค่ะ ศัพท์ไม่ยากเลย ลองอ่านกันดูนะ XD เพลง Fake Wings จากเรื่อง .hack//sign

Shine bright morning light
Now in the air the spring is coming
Sweet blowing wind
Singing down the hills and valleys
Keep your eyes on me
Now we're on the edge of hell
Dear my love, sweet morning light
Wait for me, you've gone much farther, too far

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1448 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กันยายน 2554 / 21:02
    ว้าว สุดยอด
    #1,448
    0
  2. #1157 Chocolate_pad~*><o!! (@chocolate_pad) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 12:00
    สุดยอดดดด สองพี่น้องเทพมากค่ะ >
    #1,157
    0
  3. #1151 want love (@feellove) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 19:53
    ตอนนี้บรรยายได้สุดยอดเลยค่ะ สนุกมาก>o<

    รักเรื่องนี้มากกกก
    #1,151
    0
  4. #1033 Nerissa (@Nerissa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 21:25
    ว้าววววว

    หมิงอ๋าวสุดยอด~~
    ดูดกลืนพลังงานมาเยอะๆเลยนะ ><

    แต่ว่า...
    จะมีเอฟเฟคอะไรรึเปล่าน้าาา
    #1,033
    0
  5. #673 laiza (@laijung) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2553 / 09:36
    แหมเล่นเอารีดเดอร์ใจหายวาบ
    นึกว่า หนูหมิงและหนูอ๋าวจะโชกเลือดซะแล้วว
    #673
    0
  6. #658 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 09:44
    >.< สลายปัยก้อดีจิ^^
    #658
    0
  7. #606 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2553 / 11:18
    จะสลายได้จริงหรือเปล่า ถ้าสลายได้จริง พลังที่ดึงมาจะเกินควบคุมไหมเนี่ย
    #606
    0
  8. #598 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 23:05
    มุ วะ ฮ่าๆๆ สะใจ

    เปิดเพลงไปด้วยอ่านไปด้วย
    #598
    0
  9. #597 sella turcica (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 21:42
    เป็นอีกฉากที่สวยงามอลังการค่ะฟารา สมค่าการรอคอยมั่กๆเรยยย



    หมิงอ๋าวแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ สองคุณลุงบ้านเฮ่อเหลียนคงสนุกไม่ค่อยออกเท่าไรแล้วล่ะสิ อิอิ





    Aura หาได้ค่ะ แต่ที่หาไม่ได้คือ fate version ภาษาจีนอะค่ะ หายังไงก็ไม่เจอ
    #597
    0
  10. #596 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 20:28
    หยินหยางประสาน อ๋าวหมิงจัดการฉงฉีได้แล้ว > <
    ฟงหลางกับจื่อหงก็มาร่วมสู้ด้วย ท่าทางจะเป็นเพื่อนที่ดี
    แต่เฉพาะตอนนี้หรือเปล่านะ ; p ฉากต่อสู้ยังสนุกเหมือนเดิมเลย
    อินไปฉากจริง ๆ เหมือนอ่านนิยาย 3 มิติ ชอบฉากนี้มากๆเลย
    ได้เห็นพี่น้องร่วมแรงร่วมใจ ยังเหลือบทสรุปอีกนิดนึง
    อยากรู้ว่าบทสรุปจะเป็นยังไงน้า รอ ร้อ รอ ฟาราอัพ
    ยิ่งใกล้จบภาคเด็กยิ่งลุ้น ฟาราสู้ ๆ น้า > < V
    #596
    0
  11. #595 ยามฝัน (@mashimarujang) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 19:30
    555+ หัวเราะสมน้ำหน้าหย่งไท่บังอาจมาเพิ่มพลังให้ฉงฉีเพื่อแก้ลงหมิงน้อยกับอ๋าวน้อย เจอสองศรีพี่น้องจัดการซะ 

    ไม่รู็ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่าเรื่องนี้พวกผู้้ใหญ่ชอบรังแกสองศรีพี่น้องจัง  

    ขอบคุณฟาฟา(ฟารา)ที่แต่งตอนสนุกๆมาให้อ่านอีกตอนค่ะ  รอตอนต่อไปเต็มร้อยอย่างจดจ่อ
    #595
    0
  12. #594 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 19:17
    เย้ๆๆ

    ฉงฉีตายขนได้

    ^[]^
    #594
    0
  13. #593 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 18:35
    ขอตื้บหย่งไ้ท่้ซักปึ้ก ได้ปะคะไรท์เตอร์ 555
    #593
    0
  14. #592 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2553 / 15:17
    ฉงฉีกลายร่างไปแหล่ววว

    O[]O

    #592
    0
  15. #585 หลง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 23:15
    ฮึ่ม!!! ช่างขัดใจดีแท้

    หย่งไท่ นายเล่นงานเด็กช้านนนนนน

    #585
    0
  16. #583 Fhal2a (@illreris) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 17:27

    แจ้งข่าวค่ะ คือไม่ได้หายไปไหนแต่วันนี้งานเยอะมากๆเลยค่ะ
    เขียนได้ 70%แล้ว ถ้าถึงบ้านไวจะพยายามปั่นให้ครบ 100จ้ะ

    #583
    0
  17. #578 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2553 / 22:33
    นาง คือผู้ใด?

    มีเรื่องสารภาพว่าอ่านไปแล้วจำชื่อตัวละครสลับกันครับ -__-"
    #578
    0
  18. #575 sella turcica (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2553 / 01:30
    ดูท่าจะมีคนชอบแกล้งชาวบ้านเพิ่มมาอีกแล้วล่ะซี



    เดาว่า..."นาง" คือท่านแม่มู่ตาน ใช่ไหมคะ
    #575
    0
  19. #573 ปราง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 23:03
    หย่งเล่อเคยรักกับแม่เทียนอ๋าวใช่ป่ะ?

    แล้วทำไมหย่งไท่ต้องแกล้งกิเลนน้อยด้วย

    เป็นกำลังใจให้เทียนหมิงกับเทียวอ๋าว

    สู้ๆ
    #573
    0
  20. #571 RayGuard (@RayGuard) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 21:58
    โฮก~~~ อ่านเสร็จอยากเขมือบหัวคนแต่ง!!

    (อ่ะ...ล้อเล่นน้า~~ ^O^)

    มาทีละนิด...ทีละนิด ทรมารหัวใจคนอ่านดีแท้เน้อ~~ แต่ทำไงได้ หลงรักอ๋าวกับหมิงไปแล้ว

    ก็ได้แต่ทำใจ จดๆจ้องๆ รอกันต่อปาย~~~ 

    (สังเกตว่าอ๋าวขึ้นก่อนเพราะอ๋าวมาเป็นที่หนึ่ง คริคริ)

    อ่า...ช่างเป็น 50% ที่แสนทรมารกายและใจคนอ่านเหลือเกิน โอ้ว...มายบุดด้า~~~
    #571
    0
  21. #569 cizur's (@sojuiruye) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 14:00
    โฮกกกกกกกกกกก ท่านหย่งไท่ใจร้าย
    กว่าสองพี่น้องจะจัดการฉงฉีได้ตอนแรกก็ยากแล้ว
    นี่มาเพิ่มพลังให้อีก T T อ๋าวหมิงจะสู้ได้ไหม
    หรือจะมีใครมาช่วย เป็นห่วงสองพี่น้อง โฮ Y Y
    รอฟาราอัพน้า ฟาราสู้ ๆ >
    #569
    0
  22. #566 Artela^^" (@artela-ran) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 12:21
    หย่งเล่อ และหย่งไท้ อีกหนึ่งคู่ที่น่าติดตาม อาหมิง อาอ๋าวสู้ๆ
    #566
    0
  23. #565 Artela^^" (@artela-ran) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 12:20
    หย่งเล่อ และหย่งไท้ อีกหนึ่งคู่ที่น่าติดตาม

    อาหมิง อาอ๋าวสู้ๆ
    #565
    0
  24. #564 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 11:22
    อ๊าก เจ้าหย่งไท่ ขอให้ความแตกเถอะ อยากเห็นบทลงโทษ หุหุ
    #564
    0
  25. #535 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 / 17:38
    เทียนหมิง เทียนอ๋าว !!! 
    #535
    0