หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 17 : บทที่ ๑๔ สวนต้องห้ามของเซียนปีศาจ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 เม.ย. 53

A/N 100% จ้า เทียนอ๋าวผู้ชั่วร้าย เน้นๆ เนื้อๆ เสิร์ฟร้อนๆจ้า

 

บทที่ ๑๔

สวนต้องห้ามของเซียนปีศาจ

 

            ในขณะที่งานเลี้ยงรับรองกิเลนแห่งแสงในฐานะ น้องชายผู้สูงศักดิ์ ของจูเก่อเฟยเสวียน จักรพรรดิเจ้าปัญญาผู้เรืองนามแห่งแดนมนุษย์กำลังดำเนินไปในงานชุมนุมนักปราชญ์อย่างครึกครื้น เย่วเทียนหมิงผู้ได้ร่ำสุราสาบานเป็นพี่น้องกับจักรพรรดิเจ้าปัญหาแล้วนั้น ก็ไพล่นึกไปถึงน้องชายตัวดีของตน ป่านนี้แล้ว เจ้าเทียนอ๋าวตัวร้าย จะเป็นเช่นไรหนอ?

 

            อย่างไรก็ดีหากเย่วเทียนหมิงได้ร่ำเรียนอาคมส่องหล้า ที่ท่านเซียนชั้นสูงทั้งหลายมักใช้แอบดูชีวิตมนุษย์ปุถุชนที่เป็นดั่งละครชวนหัวแล้วไซร้ ก็คงจะไม่สามารถสนทนาอย่างออกรสกับจูเก่อเฟยเสวียน ดั่งเช่น ข้าเคยแต่เป็นพี่ชายคนโตมาตลอด หรือ รู้สึกยินดีนักที่ได้มีพี่ชายกับเขาสักคน เป็นแน่

 

            เย่วเทียนอ๋าวกำลังชั่งใจ

ใบหน้าเนียนหมดจดเหลียวมองรอบกาย รู้สึกได้ถึงคราบเลือดแห้งกรังที่เกาะรั้งแผลจนตึงแน่น เลือดบางส่วนยังคงไหลรินไม่ขาดสาย ร่างกายถูกขึงแขวนด้วยโซ่เหล็กสีสนิม แขนทั้งซ้ายและขวาถูกดึงแยกออกจากกันจนปวดหนึบ ขาทั้งสองโดนตรวนเหล็กถ่วงรั้ง ร่องรอยอักขระมารสะกดพลังประทับไปทั่วสายโซ่และรอบบริเวณ

 

            เย่วเทียนอ๋าวกำลังคิดคำนวน

ใบหน้าก้าวร้าวแหงนมอง ศัตรู เบื้องบน จิตใจหมายมาดจะประทานฑัณ์นรกทั้งร้อยแปดประการเพื่อเป็นรางวัลแก่เจ้าเด็กอวดดีตรงหน้า นัยน์ตาสีดำขุ่นข้นของกิเลนแห่งความมืดส่องประกายท่ามกลางบรรยากาศหมองหม่นหนักอึ้ง สิ่งที่ได้รับตอบกลับมามีเพียงแววตาสีม่วงแดงกระจ่างใส และรอยแผลที่เพิ่มขึ้นจากคมกระบี่สีเงิน

 

โดยไม่แยแสต่อหยาดเลือดที่กำลังไหลริน เรียวปากสีแดงเม้มแน่นก่อนเผยออกเพื่อถ่ายทอดความโกรธเกรี้ยวของจิตวิญญาณแห่งความมืด

ข้ากำลังคิดว่าการครั้งนี้จะสมเหตุสมผลกับการที่ข้าต้องถูกตีตรวนเช่นนี้หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะคิดคำนวนเท่าไร หนึ่งชีวิตของเจ้าก็ไม่อาจชดใช้ได้แม้เพียงครึ่ง!”

 

            หากต้องการทราบสาเหตุที่กิเลนจันทร์แห่งความมืดกลายมาเป็นนักโทษผู้ถูกล่ามทรมานเช่นนี้ ก็สมควรมองย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า เย่วเทียนอ๋าวผู้เดินทางตามการชี้นำของเหล่าภูตผีปีศาจได้รับทราบเรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งซึ่งเล่าลืออยู่ในโลกแห่งความมืด

ในแผ่นดินแห่งพิภพมารยังมีสวนพฤกษชาติอันโด่งดังแห่งหนึ่ง นาม สวนต้องห้ามของเซียนปีศาจ สวนพฤกษาแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของบุปผาปีศาจซึ่งร่ำลือกันว่าเป็นบุปผาอมตะ เป็นสถานที่ที่ได้รับการกล่าวขวัญอย่างพรั่นพรึงไปทั่วสามพิภพสี่เขตแดนสวรรค์ว่า มาเยือนทั้งร่างแต่กลับออกไปเพียงวิญญาณ ทั้งนี้ ลำพังพืชพันธุ์ในสวนและตัวบุปผาอมตะเองหาได้มีพลังอันใดน่าหวาดเกรงไม่ ปัญหาที่แท้จริงคือ ผู้เฝ้ายาม ต่างหาก

 

            เซียนปีศาจผู้ทำหน้าที่ดูแลพืชพรรณอันงดงามทั้งหลายแห่งพิภพมารในสวนนั้นก็คือ เซียนปีศาจนกเค้ากู่[1] ผู้มีกำเนิดจากพญานกฮูกหมื่นปีที่ผู้คนร่ำลือว่า ขนสีน้ำตาลเหลือบเทาราวกับเส้นไหม ใบหน้าแบนประดับด้วยนัยน์ตาวิหคกลมโตอันเรืองรองในยามราตรี จงอยปากแหลมคมคอยฉีกกระชากศัตรู รูปร่างองอาจน่าเกรงขาม

อาศัยพลังฟ้าดินในพิภพมารบำเพ็ญเพียรนานนับพันปีจึงเลื่อนขั้นเป็นปีศาจชั้นตรี จากนั้นจึงได้รับมอบหมายให้เฝ้าดูแลสวนพฤกษาล้ำค่าของ เฟิ่งหลันกุ้ยฟาง พระชายาแห่งจักรพรรดิมารรุ่นก่อน นกเค้ากู่น้อยผ่านเวลานับหมื่นปีจึ่งบรรลุเลื่อนขั้นเป็นเซียนปีศาจ ในสวนพฤกชาติแห่งนี้ไม่มีผู้ใดไม่ยำเกรง รึนึกสนุกเหิมเกริมไม่เสียดายชีวิตกล้าท้าทายมัน

จวบจนกระทั่ง...กิเลนจันทร์แห่งความมืด ท่านบรรพบุรุษน้อย มาเยือน

 

วันแห่งความซวยที่เป็นดั่งฝันร้ายหลอกหลอนไปจนชั่วชีวิตยืนยาวของเซียนปีศาจเช่นมัน เริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่าลูกหลาน(เหลนโหลน)พากันร้องแรกแหกกระเชอมาฟ้องว่า มีเจ้าปีศาจน้อยตัวร้ายกำลังบุกอาละวาดอยู่ในสวนต้องห้าม ทั้งยังทำลายผลหมากรากไม้ไปทั่ว

ควรทราบว่าการที่เซียนนกเค้ากู่ผู้ยิ่งใหญ่อย่างมัน ยอมลดตัวมาเป็นปีศาจเฝ้าสวนผู้ซื่อสัตย์สมถะนั้นหาใช่เพราะหวาดเกรงในอำนาจของพระชายาไม่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแก้วแหวนเงินทองที่ไม่เคยอยู่ในสายตา

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นกเค้ากู่อายุหมื่นปีมีความสุขได้นั้นอยู่ที่ผลไม้หอมหวานนานาชนิดในสวนต่างหาก ในเมื่อลูกไม้ล้ำค่าของมันถูกย่ำยี มีหรือท่านเซียนปีศาจผู้ยิ่งใหญ่จะวางเฉยได้ เซียนนกเค้ากู่ที่กำลังเพลิดเพลินกับกิจวัตรยามเช้า

ส่องกระจกวารีพลางไซ้เหลือบไรออกจากเสื้อคลุมขนนก

ก็มีอันต้องโผบินอย่างรีบร้อนไปสั่งสอนผู้บุกรุกทันที

 

            เย่วเทียนอ๋าวกำลังกระโดดไปมาอยู่ระหว่างต้นไม้รูปร่างหน้าตาพิสดาร กิเลนผู้มาจากแดนสวรรค์ไม่เคยนึกเลยว่าพฤกษาบนพิภพมารจะมหัศจรรย์พันลึกและน่าขนลุกเช่นนี้...

ดงไม้สีม่วงอ่อน กิ่งก้านและใบที่เต็มไปด้วยขนอ่อนยุ่บยับ เปลือกไม้บางต้นแห้งกรัง บางต้นเหนียวลื่น เถาวัลย์อวบน้ำประดับหนามรอบตัวตวัดคดเคี้ยวอย่างโกรธเกรี้ยว

พฤกษาที่เติบโตด้วยพลังมารมีเพียงสัญชาติญาณในการเสาะหาอาหารเท่านั้น มันจึงไพล่นึกไปว่าสิ่งมีชีวิตที่แผ่พลังความมืดเข้มข้นอ่อนจางตรงหน้าคืออาหารอันโอชะที่หาได้ยากยิ่ง

อย่างไร้ความเกรงกลัวหมู่พฤกษาพากันโจมตีเย่วเทียนอ๋าว หวังกระชากร่างเล็กๆออกจากกันแล้วชอนไชรากเพื่อดื่มกินพลังหยินไร้สิ้นสุด

 

ใช่ว่าจะไม่รู้เจตนามุ่งร้าย กิเลนแห่งความมืดขมวดคิ้วขัดใจ หางตาซ้ายขวากระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ สองมือเสกง้าวเหล็กไหลอันหล่อจากไอมืดพิสุทธิ์ ไล่ฟาดฟัน พฤกษาปรสิต ไปทั่ว

กว่าเย่วเทียนอ๋าวจะรู้สึกตัวก็พลั้งมือทำลายสวนต้องห้ามจนราบเป็นหน้ากลองไปแถบหนึ่งเสียแล้ว...

 

            เจ้าเด็กน้อยขวัญกล้านัก บังอาจมาทำลายสวนของข้า!”

เสียงร้องแผดแหลมของปีศาจนกฮูกเกรี้ยวกราดมาแต่ไกล นัยน์ตากลมโตสีเหลืองเรืองจ้าอย่างเอาเรื่อง เย่วเทียนอ๋าวเห็นปีศาจโครงกระดูกนกเค้ากู่บินมาทางเขาอย่างฉุนเฉียว เสื้อคลุมขนนกฮูกที่ตัดเย็บอย่างประณีตปลิวไสวลู่ลม ภายในเสื้อคลุมหาได้มีเนื้อหนังไม่ มีเพียงไอดำราวหมอกควันจางๆวิ่งวนเวียนรอบร่างกระดูกขาวของมัน

 

ปีศาจกระดูกนกเค้ากู่ขนาดเท่าลูกวัวยังไม่ทันร่อนแตะพื้นดีก็ถูกเย่วเทียนอ๋าวกระโดดประเคนฝ่าเท้าใส่อย่างไร้น้ำใจ

อ้อ สวนของเจ้างั้นหรือ มาก็ดีแล้วมารับผิดชอบที่ต้นไม้พวกนี้บังอาจโจมตีข้าซะดีๆ

 

กิเลนแห่งความมืดกล่าวด้วยเสียงเย็บเยียบ แววตาดูแคลนทอดมองลงมาราวกับมันเป็นลูกนกกระจอกตัวหนึ่ง ฝ่าเท้าน้อยๆยังเหยียบใบหน้ามันแน่นจนสามารถชื่นชมความงามของผืนดินได้เต็มสองตา

เจ้า...เจ้าเด็กไร้มารยาท กล้าเตะข้า เหยียบข้า ข้าจะสั่งสอนเจ้า!”

ปีศาจนกเค้ากู่ตวาดหมายมาด ทว่าความต่างชั้นของพลังช่างห่างไกลเหลือจะกล่าว คำประกาศอันองอาจของเซียนปีศาจจึงเป็นเพียงคำขู่หลอกเด็กอย่างไรอย่างนั้น

 

            เหลียวมองรอบกาย บรรดาลูกหลานในอานัติของปีศาจนกเค้ากู่กำลังหลบมองอย่างหวาดกลัว เย่วเทียนอ๋าวเผยรอยยิ้มอย่างปีศาจร้าย ก่อนตบฝ่าเท้ากับใบหน้าของนกโชคร้ายไปมา

เห...จะสั่งสอนข้า เจ้ามีปัญญาหรือ หืม?”

พูดพลางพิจารณาแววตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของเซียนปีศาจอย่างชอบใจ ก่อนเขม้นมองเสื้อคลุมขนนกฮูกสีน้ำตาลเหลือบเทาที่เป็นประกายเงางามอย่างสงสัยใคร่รู้

เจ้ามีแต่กระดูกทำไมต้องใส่เสื้อคลุมด้วย แถมขนนกสวยขนาดนี้ข้าเอาไปฝากเสด็จแม่ดีกว่า

ว่าพลางฉุดกระชากเสื้อคลุมขนนกออกจากร่างกระดูก เซียนปีศาจนกเค้ากู่เบิกตาโพลงแล้วเริ่มดิ้นราวกับโดนน้ำมันเดือด

 

ควรทราบว่า เซียนปีศาจนกเค้ากู่กำเนิดจากนกเค้ากู่ที่ตกตายแต่วัยหนุ่ม ถูกฝังไว้ใต้พฤกษามารจนโครงกระดูกซึมซับแต่ไอมารเข้มข้น ชีวิตหลังความตายเต็มไปด้วยความภาคภูมิผ่าเผย ทว่ามีเพียงเรื่องเดียวที่มันเสียใจและคอยพร่ำสอนลูกหลานเสมอ

ขนที่ดีก็คือกิริยามารยาทที่ดี จะเป็นนกเค้ากู่ผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าได้ก็เริ่มต้นด้วยการมีขนที่งดงาม

ปมด้อยที่เป็นปีศาจนกไร้ขนนั้นถูกลบออกไปด้วยเสื้อคลุมขนนก ดังนั้นเมื่อเจ้าตัวร้ายกำลังฉีกกระชากเสื้อคลุมของมัน ก็เหมือนกำลังถูกแหวกอกขโมยดวงใจ

 

ไม่ๆ บรรพบุรุษน้อยโปรดเมตตา เสื้อคลุมนี้องค์ชายทรงประทานให้ข้า เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกายข้า ท่านอยากได้อะไรข้าจะหาให้ทุกอย่างโปรดละเว้นเสื้อคลุมของข้าด้วย

เซียนปีศาจกล่าวเสียงเครืออย่างน่าสงสาร คล้ายจะมีหยาดน้ำแห่งความขมขื่นรื้นอยู่ในดวงตา

 

กล่าวได้ดี ข้ากำลังตามหาบุปผาอมตะอยู่ เจ้ารู้จักใช่ไหม?”

 

บุปผาอมตะ! ไม่ได้ๆ ถ้าท่านชิงมันไป เฟิ่งเหนียงเนี่ยง[2] เอาข้าตายแน่!”

เซียนปีศาจดิ้นรนสีหน้าซีดเผือด

 

โฮ่ ปฏิเสธข้านี่แน่ใจรึ

เย่วเทียนอ๋าวว่าพลางกระชากเถาวัลย์ขึ้นมาเส้นหนึ่ง น้ำยางเหนียวหนึบหยดแหมะๆข้างจงอยปากนกปีศาจไม่ไกล เซียนนกเค้ากู่เหลือกตามองเสื้อคลุมขนนกแสนสวยของตนแล้วก็พาลจะร้องไห้

 

            เย่วเทียนอ๋าวกำลังรับลมอยู่บนหลังของนกเค้ากู่ใหญ่ ถึงแม้จะนั่งไม่สบายเท่า เจ้าดำ ที่เขาทิ้งไว้นอกชายสวนพฤกษาแต่ก็พอแก้ขัดป้องกันการเสียเวลาเดินเองได้อยู่บ้าง

หลังจาก จับทาง เซียนปีศาจโชคร้ายได้อยู่หมัด เย่วเทียนอ๋าวผู้ถือไพ่เหนือกว่าก็ไม่รีรอที่จะเอารัดเอาเปรียบปีศาจโครงกระดูก

นี่ลูกไม้ของโปรดเจ้าสินะ ข้าละสงสัยจริงๆว่าเจ้ากินยังไงไม่ให้มันไหลออกมาจากซี่โครงไก่นี่ได้

ว่าพลางเอากิ่งลูกไม้ดกสุกหอมที่เด็ดติดมือมาเคาะเข้าที่สีข้างนกปีศาจ

 

ถ้าเจ้าเป็นเด็กดีถึงที่แล้วข้าจะให้เจ้ากินก็ได้นะ

ปีศาจร้ายเทียนอ๋าวกล่าวเหมือนเมตตาจนเซียนนกเค้ากู่เผลอน้ำลายสอ ทว่าอึดใจถัดมาเมื่อทั้งสองบินผ่านบึงกรดสีเขียวแวววาว กิ่งลูกไม้ในมือเทียนอ๋าวก็พลันร่วงไหลลงจากฝ่ามือหายลับไปในบึงกรดเดือด

จ๋อม...

 

 ว้า ท่าทางเจ้าจะอดกินแล้ว~ข้าผิดเองขอโทษจริงๆ

สุ้มเสียงไม่จริงใจแม้แต่น้อยทำเอาเซียนปีศาจอยากสะบัดเจ้าตัวร้ายบนหลังอยู่รำไร

 

ทว่า....ไม่กล้า

 

ได้แต่พกพาความอัปยศครั้งนี้ไปหา ผู้ช่วยเหลือ ที่พึ่งพาได้เท่านั้น

เจ้าเด็กปีศาจนี่ประเมินการป้องกันของเฟิ่งเหนียงเนี่ยงต่ำไป ถ้าไปถึงท่านผู้เฝ้ายามเมื่อไหร่เจ้าจะต้องร้องไห้ขอชีวิตแน่นอน!’

 

            ใช้เวลาครึ่งชั่วยามทั้งสองก็มาถึงเกาะกลางบึงใหญ่ เนินดินรอบบริเวณมีสีดำคล้ำปะปนไปด้วยไอปีศาจเข้มข้น ดอกยวี่จินเซียง[3]สีเลือดหมูเติบโตงดงามอยู่รอบบริเวณ กึ่งกลางคือยวี่จินเซียงที่สูงราวกับต้นไม้ใหญ่ กลีบบางสีเข้มแผ่ซ้อนกันอยู่หลายชั้น กลีบดอกตูมรูปร่างคล้ายถ้วยชาปิดสนิทไม่สามารถมองเห็นด้านใน เห็นเพียงเงาร่างกลมๆที่ไหวไปมาอยู่เท่านั้น

 

            บุปผาอมตะ งั้นรึ

เย่วเทียนอ๋าวกระโดดลงจากหลังสารถีจำเป็นอย่างคล่องแคล่ว เดินเข้าหาบุปผาปีศาจอย่างสบายใจ เมื่อแหงนหน้ามอง เงาตะคุ่มภายในก็ชวนให้สงสัยว่ามีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่

โดยไม่รีรอ เย่วเทียนอ๋าวทะยานตัวขึ้นเหยียบดอกไม้ก่อนออกแรงแยกกลีบส่วนบนที่เชื่อมติดกันหนาแน่นออก

นี่มัน!?”

เมื่อภาพด้านในปรากฏแก่นัยน์ตาก็พาให้กิเลนแห่งความมืดชะงักไปครู่หนึ่ง

 

            ยังไม่ทันถามไถ่ความใดจากเซียนปีศาจ เย่วเทียนอ๋าวก็รู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้งเหมือนโดนหินพันชั่งถ่วงรั้ง ในขณะที่กำลังตั้งตัวนั้นเองก็พลันปรากฏวงเวทอักขระมารล้อมรอบดอกยวี่จินเซียงยักษ์

เสียงสวดอันไพเราะราวกับวิหคสวรรค์ดังมาจากทุกทิศ อักขระสีทองร้อยเรียงกันพุ่งจากผืนดินสู่อากาศ ปรากฏเป็นสายโซ่เหล็กกล้านับสิบเส้น เสียงเหล็กกระทบกันดังเสียดหู

ชั่วพริบตาโซ่อาคมเปี่ยมด้วยไอมารบริสุทธิ์เข้ารัดพันร่างกายของกิเลนแห่งความมืดอย่างไร้ปราณี แขนสองข้างถูกดึงรั้งแยกออกจนสุด ลำคอแบบบางถูกโซ่โลหะรัดจนแทบหายใจไม่ออก ขาและปลายเท้าถูกถ่วงในแนวดิ่ง ทรมานราวกับต้องทัณฑ์แยกร่าง

 

            เจ้ากิเลนสีนิล ที่นี้คือเขตหวงห้ามผู้ใดบุกรุกจักต้องถูกลงทัณฑ์

เสียงไพเราะที่ร่ายอาคมมารก่อนหน้านี้เอ่ยเย็นเยียบ พื้นดินสั่นไหวด้วยพลังมารแรงกล้า เงาสีดำบนพื้นของดอกยวี่จินเซียงเริ่มบิดเบี้ยวราวกับคลื่นน้ำอันปั่นป่วน ผู้ที่ผุดขึ้นมาจากระลอกเงานั้นคือเด็กน้อยที่แต่งกายด้วยชุดสีม่วงเข้มคนหนึ่ง

 

เด็กชายอายุไล่เลี่ยกับเย่วเทียนอ๋าวกระโดดลอยตัวขึ้นเหนือดอกยวี่จินเซียง กิเลนแห่งความมืดจึงได้พิจารณาผู้โจมตีตนในระดับสายตา เส้นผมสีดำยาวระเรื่อวงหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสีม่วงแดงคมดุจดั่งใบมีด หางตาเชิดขึ้นแสดงถึงความทรนง แววตาแสดงความไร้น้ำใจอยู่เก้าในสิบส่วน ทว่าประกายแอบแฝงกลับดูไร้มลทิน

 

มองตัวจริงของข้าออกเช่นนี้คงไม่ธรรมดา ข้าคือกิเลนแห่งความมืดเย่วเทียนอ๋าว ขอทราบนามของเจ้าได้หรือไม่

 

“ข้าคือ จื่อหง[4] ผู้เฝ้ายามแห่งสวนบุปผาอมตะ ผู้ใดล่วงล้ำจักได้รับความวิบัติเป็นรางวัล

บุตรแห่งเผ่ามารชักกระบี่ขึ้นรวดเร็ว เห็นเพียงลำแสงสีเงินนับไม่ถ้วนวาดผ่านร่างกายตน พริบตาถัดมาน้ำพุเลือดร้อยสายก็พุ่งย้อมร่างในชุดสีดำของเย่วเทียนอ๋าวไปทั่ว โลหิตแดงเข้มข้นชโลมผิวอ่อนเยาว์สีงาช้างทั้งยังไหลรินไม่หยุด

 

เย่วเทียนอ๋าวเพียงกัดฟันไม่ยอมส่งเสียงร้อง นึกประหลาดใจในอาคมที่สะกดพลังแห่งความมืดได้ชะงัด ทั้งคมประบี่แฝงปราณมารที่ตัดผิวเขาง่ายดายราวกับตัดหยวกกล้วย

เจ้าเด็กนี่ ประมาทไม่ได้

 

ผู้บุกรุกจักต้องสังเวยเลือดแก่บุปผาปีศาจ พระมารดากล่าวเช่นนั้น

จื่อหงยังคงฟาดฟันคมกระบี่ลงบนร่างผู้บุกรุกอย่างไร้ปราณีโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย คมกระบี่แต่ละสายตัดผ่านผิวเนื้อจนเกือบถึงกระดูกเพื่อรีดเลือดทว่ากลับหลบเลี่ยงจุดตาย สมเป็นวิธีทรมานของชนเผ่ามารโดยแท้

 

            องค์ชาย! องค์ชายฆ่าเจ้าเด็กนี่ทิ้งเถอะพะย่ะค่ะ มันทำกระหม่อมเจ็บช้ำมาก

เซียนปีศาจนกเค้ากู่รีบโผบินมาเกาะต้นขาจื่อหง พร้อมพร่ำพรรณนาถึงองค์ชายของตน ทำให้เย่วเทียนอ๋าวได้รับทราบว่า แท้จริงแล้วจื่อหงก็คือบุตรแห่งพระชายาเฟิ่งหลันกุ้ยฟางที่เกิดแต่จักรพรรดิมารรุ่นก่อนนั่นเอง

ทว่าที่เซียนปีศาจไม่รู้คือ แม้จื่อหงจะดำรงตำแหน่งองค์ชายแต่ก็หาได้มีความสำคัญแก่พิภพมารไม่ ด้วยเหตุว่าผู้ครองตำแหน่งจักรพรรดิมารในยามนี้ก็คืออดีตองค์รัชทายาท ลูกพี่น้องที่เกิดแต่มเหสีเอกผู้ไม่เคยเห็นพี่น้องคนอื่นอยู่ในสายตา

 

            ยิ่งนานเลือดของเย่วเทียนอ๋าวก็ยิ่งหลั่งชโลมดอกยวี่จินเซียง อาบไล้ให้สีแดงเลือดหมูกลายเป็นสีแดงพิสุทธิ์ เมื่อมองจากหางตายังสังเกตเห็นว่าเลือดของตนได้ไหลซึมเข้าสู่กลีบดอกภายใน จึงอดหยักยิ้มขึ้นมาไม่ได้

เช่นนี้แล้วก็คงพอมีทางรอด ถ้าเลือดของข้าเข้าไปถึงเจ้าพวกนั้นล่ะก็...

คิดเช่นนี้แล้วเย่วเทียนอ๋าวจึงค่อยๆสะสมพลังปราณเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

 

            ผ่านมาหลายราตรี เซียนปีศาจเค้ากู่รู้สึกสยดสยองในความอดทนของเจ้าปีศาจน้อยที่โดนล่ามอยู่ตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้ กอปรกับแม้มันจะเป็นสัตว์เชื้อสายนักล่าแต่กลับชมชอบมังสวิรัติเป็นที่สุด จึงไพล่รู้สึกสงสารเย่วเทียนอ๋าวที่ดูราวกับลูกนกปีกหักอยู่หลายส่วน คิดพลางขนลุกกับความปราณีของตนเอง เจ้านกโครงกระดูกส่ายหัวไม่หยุด

ไม่ได้ๆ ตีงูต้องตีให้ตาย เจ้าเด็กนี่ร้ายยิ่งกว่างูก็ต้องยิ่งตีให้ตายยิ่งกว่าตาย!’

 

            กลับกันองค์ชายมารจื่อหงกลับไม่สนใจ เมื่อใดที่บาดแผลเริ่มแห้งกรังผู้เฝ้ายามก็จะลงดาบซ้ำรอยเดิมอย่างเลือดเย็น จื่อหงหาได้เพลิดเพลินต่อการทรมานผู้อื่นไม่ แต่ก็ใช่ว่าจะรู้สึกผิดอันใด ที่กระทำลงไปเป็นเพียงหน้าที่ต่อพระมารดาที่รักยิ่งเท่านั้น

           

แววตาเย็นชาเย่อหยิ่งสีม่วงแดงนั้นขัดใจเย่วเทียนอ๋าวอยู่ไม่น้อย

ปกติต้องเป็นข้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สมควรทอดตามองลงล่าง วันนี้โดนเจ้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงล่วงเกิน หากไม่เอาคืนเป็นร้อยเท่าข้าก็ไม่ขอใช้นามกิเลนแห่งความมืด!”

 

กล่าวอย่างกราดเกรี้ยวพลางรับรู้ขุมพลังแห่งความมืดที่เพาะบ่มจนได้ที่ในดอกยวี่จินเซียง

 

กลีบดอกบางใสถูกดึงดันจากด้านใน มืออันประดับกรงเล็บแหลมคมนับร้อยกรีดทะลุออกมาราวกับทารกปีศาจแหวกครรภ์มารดา พริบตาถัดมาดอกไม้สีแดงสดก็ระเบิดออก เผยให้เห็นฝูงอมนุษย์มีปีกตัวผอมเกร็งบินว่อนอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด

 

 

 

--------------------------------------

 

A/N เมื่อวานอ่านวิจารณ์เรื่องหลงกิเลนแล้วดีใจมาก เพราะคุณ En แก้โจทย์ปริศนาของตอนก่อนได้แบบ perfect! ปลื้มค่ะปลื้ม ฟาราเสริมนิดนึง ตัวอักษรที่นำมาทำคำว่า เทพหงสา นั้นไม่ใช่ตัวอักษรไทยแต่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ ที่เลือกfont สไตล์จีนเพื่อหลอกตาค่ะ ถ้าเขียนจริงๆก็คือ “InWXVaT” จะเห็นว่าfontอังกฤษบางตัวจะคล้ายตัวอักษรไทย ไอเดียมาจากพวกเกมออนไลน์ที่คนชอบตั้งชื่อแปลกๆกัน

ขอบคุณ คุณ En จริงๆที่ไม่ทำให้ปริศนาเป็นหมัน T^T ส่วนเรื่องแฟนอาร์ตถ้าวาดมาฟาราเอาขึ้นหน้า 1 เลยค่ะ 555 XD วาดเถอะค่ะอยากได้ อิอิ

มาพูดถึงตอนนี้ เทียนอ๋าวจะร้ายแบบเด็กๆค่ะ คิดว่าความร้ายกาจจะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆให้สมกับที่เป็นตัวแทนแห่งความมืด ส่วนจื่อหงนี่ตอนแรกคอนเซ็ปเยอะมากเพราะ ZZ อยากได้แบบจิเอลในเรื่องคุณพ่อบ้าน ฟาราอยากได้แบบคิรัวร์ใน HxH สุดท้ายจะกลายมาเป็นแบบไหนไม่รู้ต้องดูกันต่อไป..... เห็นจื่อหงโหดอย่างนี้จริงๆเป็นคนดี(กว่าเทียนอ๋าว)นะคะ

ภาพประกอบตอนนี้คือภาพเซียนปีศาจนกเค้ากู่สมัยยังเอ้าะๆ ภาพดอกยวี่จินเซียงหรือดอกทิวลิปค่ะ บางคนอาจสงสัยว่าทิวลิปมันปลูกในจีนด้วยเหรอ มีจริงนะคะทั้งอดีตและปัจจุบัน XD และสุดท้ายภาพแถมจากตอนที่แล้ว ภาพหอตำราเซียนสวรรค์

 

 








[1] นกเค้ากู่ = นกฮูก

[2] เฟิ่ง = ชื่อสกุล, เหนียงเนี่ยง = คำเรียกมเหสีหรือพระชายาของราชนิกูลชั้นสูงด้วยความเคารพ

[3] ยวี่จินเซียง = ดอกทิวลิป

[4] จื่อหง = สีม่วงแดง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1441 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2554 / 15:59
    มันจริง ๆ ๆ
    #1,441
    0
  2. #1149 Chocolate_pad~*><o!! (@chocolate_pad) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 18:53
    เทียนอ๋าวมาแล้วววว ยังคงกวนเหมือนเดิม ฮ่าๆ><

    #1,149
    0
  3. #159 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 17:25
    อ่านเม้นอื่นแล้ว
    อืม คล้ายชิเอลจริงๆครับ ลักษณะที่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด แถมยังเด็ดขาดมาก

    ปล. ขอแบนเนอร์ไปแปะนะครับ ^ ^
    #159
    0
  4. #158 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 10:39
    พ่อจื่อหงออกมาแล้วว หวายยย น่ารักเสียจริง
    =_=!แต่ดูเหมือนหลานท่านจะเย็นชาเสียเหลือเกิ๊น อย่างนี้ต้องถูกน้องอ๋าวสั่งสอน!

    Y>_
    ^[]^! สนุกมากค่า เลิศเหมือนเคย
    #158
    0
  5. #155 EnratiuS (@Enra-enratiuS) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 00:57
    ประการแรกต้องขอขอบคุณที่ท่านทั้งสองปลื้มกับคำวิจารณ์ของเอนนะคะ ^ ^

    เอนก็ปลื้มกับนิยายเรื่องนี้มากๆ เช่นกัน (นานๆ ที่จะมีนิยายเข้าตาค่ะ... ปกติเป็นคนเลือกอ่านมากจริงๆ  แต่ถ้าได้ติดเรื่องไหนแล้วติดนานค่ะ ^ ^)  แฟนอาร์ต...  เอนจะวาดให้แน่นอนค่ะ... แล้วเอนก็เป็นพวกชอบวาดประกอบเหตุการ์ด้วยสิ....


    ในตอนนี้... ที่เอนชอบที่สุดคงไม่พ้น  การรอคอยที่จะเอาคืนของเทียนอ๋าว
    "อสรพิษที่สงบนิ่งนั้นไม่ได้เป็นการยอมปราชัยฉันใด...   ก็ไม่อาจวางใจศัตรูที่ไม่ดิ้นรนฉันนั้น"
    พ่อหนูของเรานะร้ายเหนือร้าย...  อาจจะร้ายที่สุดในเรื่องก็เป็นได้...  แบบนี้เจ้าชายจะจัดการยังไงกัน

    กิเลนดำตัวน้อยในสภาพโชกเลือด...  น่าหลงใหลจริงๆ  แล้วเอนยังหลงรัก  จื่อหง  ขึ้นมาเสียแล้ว
    ในหน้าที่... เขาไม่อาจจะปล่อยให้ผู้ฝืนกฏเกณฑ์รอดพ้นไปได้...  ไม่ว่าอยากทำหรือไม่ก็ต้องทำ
    เพราะเป็นคำสั่งของมารดาที่ต่อให้ตายก็คงไม่อาจต่อต้าน   ชอบเสียจริงๆ  ตัวละครประเภทนี้....

    ก็คงจะไปละม้ายคล้าย  จิเอล  แฟนทอมไฮฟ์  ที่ต้องรับใช้ราชินีในโลกเบื้องหลัง...  เพียงแต่พอเอนนึกว่าพ่อหนูจื่อหงเป็นจิเอลแล้ว...  พ่อบ้านปิศาจเห็นทีจะไม่พ้นเซียนปิศาจนกเค้ากู่...  พอคิดถึงตรงนี้เอนก็เป็นอันต้องหัวร่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ 
    กับปิศาจนกนั้นเอนยังไม่เห็นว่ามีส่วนใดคล้ายคลึงเซบาสเตียนเลยแม้แต่น้อย...  คิดแล้วอดฮาไม่ได้เลยค่ะ...

    โดยรวมของตัวละครตัวนี้....   เอนอยากได้บุกคลิกที่ผสมระหว่างทั้งคิรัวร์และจิเอลมากกว่าจะไปทางใดทางหนึ่ง

    จิเอลนั้นแม้มีเบื้องหลังเรื่องน่าเศร้ามากมาย...  ทว่าไม่เคยจับอาวุธฆ่าใครด้วยตนเอง  ท่าที่สง่าสูงศักดิ์นั้นเหมาะกับเจ้าชายจื่อหง....  ทว่าผู้ที่ทำร้ายกิเลนดำถึงกับต้องอยู่ในสภาพนั้นได้... ดูอย่างไรก็ไม่เป็นจิเอล

    กับคิรัวร์...  คุณชายแห่งตระกูลนักฆ่า...  สำหรับคนคนนี้แล้ว... การฆ่าเป็นเพียงเรื่องสนุก  เขาสามารถที่จะยิ้มอย่างสดใสในขณะที่ปลิดชีพใครต่อใครได้...  ลักษณะนี้ก็เหมาะสมกับพ่อหนูจื่อหงดี...  (แต่คงเหมาะกับหนูกิเลนดำของเรามากกว่า)  ทว่าด้วยความที่เป็นคิรัวร์  เขาคงไม่คอยฟังคำสั่งของมารดาแล้วทำตามแน่นอนหากเขาไม่อยาก....  ตรงนี้จึงดูไม่ใช่จื่อหง...

    ถ้าเป็นไปได้... จะมีลักษณะของทั้งสองตัวละครก็ดีไม่น้อยค่ะ ^ ^

    ปล.  เอนสารภาพว่าเอนแอบจิ้น  เทียนอ๋าวกับจื่อหงไปแล้ววว~
    #155
    0
  6. #154 ♣-Sugar☻-hot♣ (@cocoabukong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 21:30

    เอิ๊กๆ สนุกอ๊ะ อ่านทีลุ้นตลอดอ๊ะ

    นกฮูกในรูปน่ากัวว วว
    #154
    0
  7. #152 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 13:26
    >___<น้องท่านช่างชั่ว(?)อะไรอย่างนี้ ไปแกล้งเขามันไม่ได้นะจ้ะ อ๊างงงง>///<แต่เพราะความน่ารักป้ายกโทษให้ 
    แหม กระโดดไปเจออะไรเข้านั่น โฮะๆๆ 


    ทนไม่ไหวแล้ว รอมาต่อ เปิดเข้ามาทุกสิบนาทีแล้วนะคะเนี่ยยยย

    ฮาๆๆ หุบยิ้มไม่ได้เสียแล้ว โฮะๆๆ
    #152
    0
  8. #151 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2553 / 13:26
    >___<น้องท่านช่างชั่ว(?)อะไรอย่างนี้ ไปแกล้งเขามันไม่ได้นะจ้ะ อ๊างงงง>///<แต่เพราะความน่ารักป้ายกโทษให้ 
    แหม กระโดดไปเจออะไรเข้านั่น โฮะๆๆ 


    ทนไม่ไหวแล้ว รอมาต่อ เปิดเข้ามาทุกสิบนาทีแล้วนะคะเนี่ยยยย

    ฮาๆๆ หุบยิ้มไม่ได้เสียแล้ว โฮะๆๆ
    #151
    0
  9. #148 toey1405 (@toey1405) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 20:41

    เจอดอกไม้กินคน (เอ๊ะไม่ใช่คนนี่หว่า แล้วจะกินอะไรดี)รึเปล่าเนี่ย เทียนอ๋าวถึงได้ชะงักได้เนี่ย

    #148
    0
  10. #147 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 14:32
    T_Tน้องอ๋าวของป้า รอดกับมาให้ได้ มาให้พี่ชายประคบประหงมนะจ้ะ หลุดไปได้อย่าลืมต่ยหน้าคนที่ทำให้เทียนอ๋าวต้องทรมานด้วยนะ!
    #147
    0
  11. #146 toey1405 (@toey1405) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 10:05

    เซ๊ยนปีศาจเป็นคนเฝ้า(เองเลย)หรอ?

    #146
    0
  12. #144 toey1405 (@toey1405) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2553 / 19:34

    เทียนอ๋าวไปทำอะไรเข้าเนี่ย
    ถึงได้โดนอย่างนั้น

    #144
    0
  13. #142 CHaBReSTe (@rice_red) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2553 / 09:16
    โอ้ววว  เยว่เทียนอ๋าวน้อยย ทำไมเลือดโชกเลยละนี่ น่าสงสารอ่า T T  พอหลุดไปได้แล้วฆ่ามัยเลยน้า
    #142
    0