หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๓ มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 มี.ค. 53

A/N 100% แหะๆช้าเพราะมัวแต่คิดปริศนาค่ะ ลองทำกันดูนะจ้ะ ภาพปริศนานี่ฟาราทำเองเลยนะ XD

 

บทที่ ๑๓

มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ

 

            กลิ่นกำยานหอมอวลจากกล้องยาสูบคล้ายจะล่อลวงให้เมามาย ควันสีขาวถูกพ่นออกเป็นสายฟุ้งกระจายจนละลายหายไปในอากาศ บุรุษผู้เป็นเจ้าของฉายา มหาบัณฑิตเจ้าสำราญ ดื่มด่ำกับไอควันกลิ่นกรุ่นอย่างแช่มช้า

 

เสียงสตรีสูงศักดิ์หัวเราะคิกคักดังไปทั่ว แม้เหล่าพธูทั้งหลายจะคู่ควรกับคำกล่าวยกย่องว่า งามล่มเมือง แต่ก็ไม่มีนางใดดูโดดเด่นและดึงดูดใจไปกว่าอนงค์น้อยเย่ยิงและเยี่ยนจี๋

 

สาวน้อยทั้งสองต่างเกาะก่ายท่อนแขนแกร่งคนละข้างทั้งซ้ายและขวาอย่างหวงแหน

เย่ยิงชันเข่าข้างหนึ่งบนหน้าตักบุรุษผู้เป็นนาย มือเล็กๆยึดสาบเสื้อเพื่อปีนป่ายไปกระซิบกระซาบที่ริมโสต ฝ่ามือได้รูปของมหาบัณฑิตไล่ปลายนิ้วระเรื่อยจากต้นขาขาวเนียนของเย่ยิงขึ้นมาถึงบั้นเอวบาง พลางกระชับร่างเล็กๆในวงแขนให้แนบแน่น

ฝ่ายเยี่ยนจี๋นั่งคุกเข่าอยู่บนฟูกนิ่ม สองขาพลิกลงแยกออกแล้ววางแนบลงบนเบาะ สองแขนยันร่างขึ้นสูงพลางเงยหน้าร่วมวงสนทนา

 

            ผู้งดงามทั้งสามพูดคุยกันอยู่ในม่านควันครู่หนึ่งก่อนมหาบัณฑิตจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล

คุณชายเทียนหมิงแห่งสกุลเย่ว ผมและนัยน์ตาสีเงินสุกใส พลังปราณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาเช่นนี้ท่านคือกิเลนแห่งแสงสว่างสินะ เป็นเกียรติแล้ว

ขึ้นชื่อว่าบัณฑิตนั้นก็คือผู้รู้ จึงมิใช่เรื่องแปลกหากชื่อเสียงของกิเลนจันทร์จะเล่าลือมายังดินแดนมนุษย์ เพียงพิศมองไม่กี่อึดใจมหาบัณฑิตก็ทราบถึงฐานะของเย่วเทียนหมิงอย่างถ่องแท้

ได้ยินว่าท่านกำลังตามหายาอายุวัฒนะ

 

ถูกต้องแล้วท่านนักปราชญ์ น้องสาวคนเล็กของข้าเกิดมาพร้อมร่างกายที่อ่อนแอนัก ข้าและน้องชายจึงออกเดินทางเสาะหายาวิเศษเพื่อไปกำนัลแด่นาง

เย่วเทียนหมิงกล่าวพลางสังเกตบุรษตรงหน้าไม่วางตา ถึงแม้วาจาจะเป็นมิตรแต่น้ำเสียงกลับดูไว้ตัวอยู่ส่วนหนึ่ง

 

มหาบัณทิตเองก็พิจารณากิเลนแห่งแสงราวกับจะประเมินความสามารถกระนั้น

มิน่าเล่ากิเลนจันทร์ที่สมควรอยู่เป็นคู่ถึงมีแค่เพียงคนเดียว เห็นแก่ราชวงศ์กิเลน ถ้าข้าจะสร้างบุญคุณสักครั้งก็คงคุ้มค่ามิใช่น้อย

 

แหม นายท่านไม่ใช่ว่าท่านเห็นหน้าพี่ชายแล้วไพล่นึกไปว่าน้องสาวก็คงจะน่ารักไม่แพ้กันหรอกนะเจ้าคะ

เยี่ยนจี๋เอ่ยหยอกเย้าด้วยรู้นิสัยนายเหนือหัวเป็นอย่างดี ทว่าข้ารับใช้ช่างเจรจาก็ถูกเชยคางมนด้วยปลายนิ้ว แก้มเนียนใสล้อมกรอบด้วยเส้นไหมสีทองถูกรั้งขึ้นแนบชิดใบหน้าบุรุษรูปงาม ถ้อยคำที่กระซิบผ่านริมใบหูส่งผลให้ดรุณีน้อยหน้าขึ้นสีระเรื่อ

 

เย่วเทียนหมิงมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มขึ้งเครียด จิตใจเริ่มห่วงน้องสาวโดยไม่ทันรู้สึกตัว

 

นายท่าน ข้ากับเยี่ยนจี๋นำของที่ท่านต้องการมาให้แล้ว ก็สมควรยกเลิกอาคมที่ท่านใช้กลั่นแกล้งพวกเราเสียที

เย่ยิงเอ่ยพลางกระตุกรั้งสาบเสื้อของผู้เป็นนายเบาๆ นัยน์ตาสีแดงเว้าวอนน่าเอ็นดู

 

หืม เท่าที่ฟังพวกเจ้าต้องให้คุณชายเย่วช่วยเหลือมิใช่หรือ เช่นนั้นแล้วยังสมควรได้รับรางวัลอีกรึ

มหาบัณฑิตกล่าวด้วยรอยยิ้มสว่างไสวแต่กลับไม่น่าไว้ใจเป็นที่สุด

 

เย่วเทียนหมิงได้ฟังก็ขมวดคิ้วก่อนเอ่ยจริงจัง

ท่านใช้งานเด็กสาวสองคนให้เสี่ยงอันตราย คนหนึ่งตกจากหน้าผา อีกคนก็โดนสัตว์ประหลาดไล่โจมตี(?) ไม่ทราบว่าจะเป็นการเอาเปรียบพวกนางไปหน่อยหรือไม่

 

มหาบัณฑิตเพียงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนหัวเราะร่า

ฮ่า ฮ่า นกน้อย[1]พวกนี้เป็นสมบัติของข้า ข้าจะใช้งานอย่างไรก็ได้มิใช่หรือ

 

เมื่อเห็นสีหน้าของโอรสกิเลนยังคงคุกรุ่นไม่พอใจบัณฑิตหนุ่มก็ยิ่งหยักยิ้มกว้าง

ท่าทางเจ้าจะยังไม่เข้าใจ โอรสกิเลนเอ๋ย...โลกนี้น่ะมีสิ่งที่เรียกว่าชนชั้นอยู่ อย่างเช่นเจ้าที่มีตำแหน่งเป็นกิเลนจันทร์เมื่อเอ่ยปากขอร้องผู้ใดก็ย่อมได้รับการตอบรับโดยง่าย

นัยน์ตาสีหางนกยูงส่องประกายท้าทาย มหาบัณฑิตสูดควันจากกล้องยาสูบอีกทีหนึ่งก่อนถอนใจ

เจ้าเองก็ก้าวเข้ามาในสวนของข้าทั้งยังร้องขอยาวิเศษด้วยอภิสิทธิ์นั้นเช่นกัน

 

เช่นนั้นแล้วโปรดบอกข้อแม้ของท่านมาเถิด ข้าจะพยายามตอบสนองจนสุดความสามารถ

เย่วเทียนหมิงเอ่ยหนักแน่น รู้เท่าทันว่าบุรุษตรงหน้ากำลังหยั่งเชิงตน

 

ดี! เฉลียวฉลาดแบบนี้สิดี ถ้าเจ้าอยากได้อะไรจากงานชุมนุมครั้งนี้เจ้าก็ต้องพิสูจน์ว่าตนเองคู่ควรกับมัน

บัณฑิตผู้สูงศักดิ์กล่าวอย่างสนุกสนาน

 

ได้ ข้าพร้อมรับการทดสอบ แต่มีข้อแม้ว่าถ้าข้าผ่านการทดสอบท่านต้องปลดปล่อยแม่นางน้อยทั้งสองจากอาคมของท่านด้วย

เทียนหมิงประสานมือจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าอย่างไม่หวาดเกรง

 

สตรีงดงามรายรอบพากันหัวเราะอย่างมีจริตอ่อนหวาน ส่วนเหล่าบัณฑิตทั้งหลายก็หูผึ่งพลางขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อรอชมการประลองปัญญาระหว่างจอมปราชญ์และกิเลนแห่งแสงสว่างผู้เลื่องชื่อ

 

            มหาบัณทิตดีดนิ้วขึ้นทีหนึ่ง สตรีสาวโสภาก็นำถาดเครื่องเขียนพร้อมหมึกวาดมาตั้งตรงหน้า พู่กันไม้เนื้อดีปลายขนสีขาวบริสุทธิ์แลดูอ่อนนุ่มถูกจัดวางอย่างบรรจง

ถ้าเช่นนั้นมาเป็นเพื่อนเล่นเกมที่ข้าโปรดปรานที่สุดก็แล้วกัน

บัณฑิตหนุ่มยิ้มอย่างเป็นต่อพลางวางกล้องยาสูบลง สตรีอีกคนที่อยู่ด้านหลังจึงยกผ้าไหมขาวปักลวดลายพฤกษาทองคำน้อมรับด้วยกิริยาน่ามอง

 

อันว่าผู้ทรงปัญญานั้นควรแตกฉานในองก์ความรู้สี่ประการอันได้แก่ ดนตรี หมากรุก ภาพวาด แลกาพย์กลอน

บัณฑิตรูปงามเอ่ยพลางยกพู่กันจรดหมึกก่อนวาดลายมือหมดจดลงกลางอากาศ หมึกสีดำถูกลากตวัดอย่างชดช้อยเป็นเส้นอักษรสี่พยางค์

 

หอ ๏ ตำรา ๏ เซียน ๏ สวรรค์

 

อักษรทั้งสี่เปล่งแสงสว่างวาบก่อนลอยขึ้นเรียงต่อกันในแนวตั้ง เส้นแสงโปร่งใสมากมายถักทอจากโครงร่างอักษร กอปรเป็นหอเจดีย์เก้าสิบเก้าชั้นขนาดย่อส่วน คะเนความสูงได้ราวชายฉกรรจ์

 

น่าเสียดายที่บรรดาเซียนทั้งหลายก็ล้วนแล้วแต่แตกฉานในสรรพวิชาเหล่านี้ทั้งสิ้นจนหาความแตกต่างได้ไม่ ดังนั้นข้าจึงคิดการละเล่นที่ท้าทายยิ่งกว่า

คำพูดและแววตาที่เชือดเฉือนราวคมมีดลอบทำให้เย่วเทียนหมิงระวังตัวอยู่หลายส่วน มหาบัณฑิตตวัดปลายพู่กันอีกครั้งหนึ่ง อักษรสีดำขนาดใหญ่พุ่งผ่านอากาศมาประทับลงบนตัวโอรสกิเลนอย่างรวดเร็ว พริบตาร่างของเย่วเทียนหมิงก็ลดขนาดลงและถูกดึงดูดเข้าไปในหอเจดีย์อย่างไม่ทันตั้งตัว

 

กิเลนแห่งแสงรู้สึกราวกับร่างกำลังร่วงหล่นอย่างรวดเร็ว จึงรีบพลิกตัวกลางอากาศก่อนชันเข่าลงสู่พื้น เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นด้านบนก็พบว่าตนเองกำลังอยู่ในหอเจดีย์ที่เพดานเปิดโล่งเผยให้เห็นมหาบัณฑิตและผู้ติดตามทั้งหลาย

เจ้ากำลังอยู่ภายใน หอตำราเซียนสวรรค์ การทดสอบก็ง่ายมาก แค่เจ้าผ่านมาถึงชั้นบนสุดก็นับว่าถึงจุดหมาย ด่านทั้งหมดมีเก้าสิบเก้าชั้น แต่ข้าเป็นคนมีเมตตาและไม่อยากถูกครหาว่ารังแกเด็ก...

 

บัณฑิตหนุ่มเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนชูนิ้วเรียวยาวขึ้นสามนิ้ว

ข้าจะทดสอบเจ้าแค่สามด่านเท่านั้น แก้ปัญหาทั้งสามข้อสำเร็จเมื่อใดข้าจะถือว่าเจ้าพิชิตค่ายกลของข้าได้เมื่อนั้น

 

สิ้นประโยคที่ราวกับน้ำตาลเคลือบยาพิษ เทียนหมิงจึงสังเกตเห็นเย่ยิงและเยี่ยนจี๋ทำคิ้วขมวดมุ่น สีหน้าห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง เด็กน้อยทั้งสองลอบกระซิบกันแต่ก็ไม่อาจพ้นโสตประสาทอันดีเลิศของเขาไปได้

 

แค่สามด่านที่ว่าเนี่ยะ! ไม่ใช่สามด่านที่ยากที่สุดหรอกเหรอ

เยี่ยนจี๋กล่าวริมฝีปากสีดอกท้อเม้มอย่างระอา

 

เจ้าก็รู้นิสัยนายท่านดี ชอบจับคนโน้นคนนี้มาเล่นสนุก

เย่ยิงพูดเสียงต่ำพลางกลอกตาค้อนมองผู้เป็นนาย ข้ารับใช้แห่งแดนมนุษย์ทั้งสองพร้อมใจกันจ้องมองโอรสกิเลนด้วยแววตาสุกใสให้กำลังใจเป็นที่สุด

 

โดยไม่สนใจมหาบัณฑิตที่กำลังหยักยิ้มพร้อมหลับตาพริ้มพลางสูดควันจากกล้องยาสูบ เทียนหมิงเริ่มสำรวจบริเวณรอบด้าน ผนังและพื้นไม้ให้สัมผัสราวกับของจริง เพดานที่ดูคล้ายจะเปิดโล่งแต่กลับถูกขวางกั้นด้วยพลังอาคมที่ก่อตัวเป็นกำแพงโปร่งใส

ภายในโถงกว้างทรงแปดเหลี่ยมปรากฏทวารไม้สี่ทิศสลักด้วยรูปสัตว์เทพอารักขา เต่าดำแห่งอุดร หงส์แดงแห่งทักษิณ เสือขาวแห่งประจิม มังกรเขียวแห่งบูรพา กึ่งกลางห้องโถงยังมีลายเส้นคล้ายตัวอักษรโบราณลอยเด่นอยู่กลางอากาศ

 

 

เมื่อไล่สายตามายังพื้นด้านล่างก็พบประโยคซึ่งเขียนด้วยลายมืองดงาม

เงาแห่งกระจกจักสะท้อนแสงส่องสว่างทางที่มืดมิด

คาดว่าสิ่งนี้คำคือใบ้ของปริศนาข้อแรก

 

ขอเตือนว่าเจ้าจะเลือกเปิดประตูได้เพียงครั้งเดียว ถ้าจนปัญญาจริงๆ จะลองสุ่มเลือกอย่างไม่ผ่าเผยโดยมีโอกาสเพียงหนึ่งในสี่ก็ได้นะ หึหึ

มหาบัณฑิตกล่าวเหมือนจะเยาะ

 

เย่วเทียนหมิงกำลังใช้ความคิด แท้จริงแล้วกิเลนแห่งแสงโปรดปรานการทายปริศนาอยู่ไม่น้อย

เงาแห่งกระจก... ว่าพลางพินิจตัวอักษรที่อ่านไม่ออกนั้นอย่างชั่งใจ

เงา กระจก... กระจกเงา เทียนหมิงทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือพร้อมยิ้มร่า

อ้อ~”

ร้องอย่างดีใจพลางก้าวไปยังทวารแห่งทิศใต้โดยไร้การลังเล

 

มหาบัณฑิตเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนถาม

แน่ใจรึ?”

 

เย่วเทียนหมิงเพียงแต่มอบรอยยิ้มกลับไปพร้อมเอ่ยคำสั้นๆ

เทพหงสา

 

โฮ่...

บัณฑิตรูปงามทอดถอนใจก่อนสูดไอควันอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มน้อยๆประดับมุมปากเมื่อโอรสกิเลนก้าวผ่านธรณีประตูหงส์แดง

 

 

เมื่อวิ่งผ่านบันไดเวียนขึ้นสู่ด้านบน ห้องถัดมากลับมืดมิดราวกลางคืน มีเพียงแสงดาวริบหรี่นำทาง กลิ่นไอจากทุ่งหญ้าและแม่น้ำโชยแตะจมูก แสงตะเกียงดวงเล็กๆส่องสว่างอยู่ไม่ไกล เมื่อเดินเข้าไปจึงพบสัตว์ต่างเผ่าพันธุ์ห้าตัวกำลังถกเถียงกันอย่างออกรสอยู่หน้าสะพานข้ามแม่น้ำ

 

 ไม่เอาแล้วไม่ข้ามแล้ว ข้ามกี่ครั้งข้าก็เจ็บตัวที่สุด!”

หนูตัวขนาดเท่ากำปั้นร้องเสียงแหลม ตัวของมันมีเศษผ้าพันแผลพันยุ่งเหยิง ในอุ้งเท้าถือตะเกียงส่องแสงกระจ่างนัยน์ตา

 

แต่เจ้าวิ่งเร็วที่สุดนี่เจ้าก็ต้องเป็นคนถือตะเกียง

สุนัขบ้านท่าทางเรียบร้อยเอ่ยปลอบใจ

 

นั่นสิ ถ้าไม่รีบไปจะไม่ทันงานชุมนุมนักษัตรนะ

งูเขียวกล่าวเสียงแหบพลางแลบลิ้นสองแฉกอย่างหงุดหงิด

 

จะทำอะไรก็รีบทำ ขนที่ข้าเลียไว้เสียทรงหมดแล้ว

เสือโคร่งลายพาดกลอนขนาดมหึมาท่าทางเจ้าสำอางกล่าวไว้ตัว

 

ข้าก็ไม่อยากอยู่ที่นี่เหมือนกัน หญ้าที่งานเลี้ยงต้องอร่อยกว่านี้แน่

โคอ้วนพีนอนเกียจคร้านพลางเคี้ยวเอื้องไม่หยุด

 

หลังจากตั้งสติอยู่สักพักเทียนหมิงจึงค่อยเข้าใจว่านี่คือปริศนาข้อถัดไปอย่างแน่นอน เมื่อถามไถ่จนได้ใจความแล้วจึงได้ทราบว่า สัตว์ที่น่าสงสารทั้งห้าตัวนี้ถูกลักพาตัวมาในขณะที่กำลังเดินทางไปงานชุมนุมนักษัตร และถูกกักขังไว้โดยมหาบัณฑิตผู้ชั่วร้าย ทางออกเพียงทางเดียวก็คือสะพานข้ามแม่น้ำ แต่การข้ามสะพานนี้มีข้อแม้จุกจิกน่ารำคาญอยู่สามประการ



หนึ่ง ยามนี้เป็นเวลากลางคืน (มาทั้งปีทั้งชาติแล้ว) จึงต้องใช้ตะเกียงในการข้ามสะพาน และจะข้ามได้ครั้งละสองตัวเท่านั้น

สอง นักษัตรแต่ละตัวใช้เวลาในการเดินไม่เท่ากันโดยนับเป็นชั่วก้านธูป เรียงลำดับจาก หนู 1ก้านธูป งู 3ก้านธูป สุนัข 6ก้านธูป เสือ 8ก้านธูป และ วัว 12ก้านธูป หากเดินคู่กันจะคิดเวลาเดินตามตัวที่เดินช้ากว่า

สาม เวลาของตะเกียงจะมีให้แค่ชั่ว30ก้านธูปเท่านั้น รวมเวลาไปและกลับ

 

นักษัตรทั้งห้าต่างโอดครวญว่าคิดคำนวนอย่างไรก็ต้องใช้เวลาข้ามฝั่งเกินกว่าที่กำหนดทั้งนั้น โดยมีเจ้าหนูเป็นสารถีโชคร้ายต้องพาตัวโน้นตัวนี้ข้ามฝั่ง พอหมดเวลาตะเกียงก็ดับกลางสะพานจนมีอันต้องตกน้ำป๋อมแป๋มระบมไปหมดทั้งตัวเช่นนี้

 

เทียนหมิงพยักหน้าหงึกหงักก่อนเริ่มลงมือวาดรูปประกอบการคำนวน

ตามที่พวกเจ้าเล่ามา เวลาที่ทำได้ไวที่สุดคือ32ก้านธูปใช่ไหม

 

ปลายนิ้วเรียววาดผ่านอากาศทิ้งภาพตัวเลขสีฟ้าจางๆแทนการเขียนยันต์อาคม

ถ้าใช้เลขแทนตัว ตาแรกหนูข้ามพร้อมวัวจึงคิดแค่ 12 แต่มีเวลาที่หนูต้องเดินกลับด้วยจึงบวก1 เมื่อเดินครบทุกตัวก็จะเป็นแบบนี้

ไป12(1) + กลับ1 + ไป8(1) + กลับ1 + ไป6(1) + กลับ1 + ไป3(1) = 32

 

สัตว์ทั้งหลายก็พลอยพยักหน้าส่งเสริม

 

แล้วทำไมต้องให้หนูไปกับทุกตัว ทุกรอบด้วยล่ะ?”

เทียนหมิงถามยิ้มๆ

 

ก็เพราะเจ้าหนูมันวิ่งไวที่สุด ขากลับจะได้ประหยัดเวลาที่สุดไง

งูตอบอย่างภาคภูมิใจ

 

ที่ข้ามไม่ทันก็เพราะพวกเจ้าโดนหลอกให้ยึดติดนี่แหละ

เทียนหมิงเอ่ยเมตตาพลางวาดตัวเลขชุดใหม่

ประเด็นสำคัญของปริศนานี้คือทำอย่างไรจึงจะใช้เวลาไม่เกิน30ก้านธูปต่างหาก ถ้าเปลี่ยนลำดับการเดินของพวกเจ้าเสียใหม่เป็นแบบนี้

ไป3(1) + กลับ1 + ไป12(8) + กลับ3 + ไป6(1) + กลับ1 + ไป3(1) = 29

เห็นไหมแค่นี้ก็ข้ามได้สบาย

 

เหล่านักษัตรต่างพากันมองโอรสกิเลนด้วยแววตาซาบซึ้งเทิดทูนก่อนจะรีบข้ามสะพานไปทั้งที่ยังเอ่ยขอบคุณไม่หยุด เมื่อนักษัตรตัวสุดท้ายหายลับไปสะพานข้ามแม่น้ำก็แปรเปลี่ยนเป็นบันไดเวียนเสียดยอดทะลุท้องฟ้ายามราตรีไปสู่ชั้นถัดไป

 

มหาบัณฑิตยืนรออยู่ในห้องสุดท้าย กิริยาสูดควันจากกล้องยาสูบอย่างใจเย็นชวนให้เย่วเทียนหมิงหงุดหงิดไม่น้อย บุรุษตรงหน้าผู้ชอบกลั่นแกล้งคนอื่นคล้ายกับเจ้าเทียนอ๋าวตัวร้าย เสียแต่ว่าเย่วเทียนหมิงออกจะเข้าข้างน้องชายอยู่หลายส่วนจึงไม่เคยคิดติดใจอันใด

 

เก่งมากที่ผ่านมาได้สองด่าน ด่านสุดท้ายนี้หากข้าไม่ลงแรงเอง เกรงว่าจะเป็นการไม่ให้เกียรติกิเลนแห่งแสงเป็นแน่

มหาบัณฑิตโปรยยิ้ม ทว่านัยน์ตาสีเลื่อมพรายกลับเป็นประกายวาววับราวกับสัตว์ร้ายจ้องตระครุบเหยื่อ

 

มหาบัณฑิต การกลั่นแกล้งโดยไม่เกรงใจใครของท่านออกจะหนักข้อไปหน่อยหรือไม่?”

เทียนหมิงถามพลางนึกถึงสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ของเหล่านักษัตร

 

หึหึ สมแล้วที่เป็นกิเลนผู้แสนอารีย์ ทว่าข้าชักสงสัยถ้าการไม่เล่นสนุกตามใจตนเองนั้นถือว่าเป็นคนดี เช่นนั้นข้าก็เป็นคนเลวงั้นรึ?”

คำกล่าวถ่อมตนราวกับต้องการคำชี้แนะแต่น้ำเสียงกลับท้าทายอยู่ในที

 

หาใช่ไม่ ดีเลวนั้นไม่อาจแบ่งแยกด้วยความคิดเห็นของข้าเพียงผู้เดียว สิ่งนั้นขึ้นอยู่กับมหาชน ด้วยฐานะของท่านที่เป็นเจ้านาย การปกครองลูกน้องให้เป็นสุขก็คือการซื้อใจมหาชน

เย่วเทียนหมิงตอบกลับทันทีโดยไม่ลดราวาศอก หากทำให้บัณฑิตวายร้ายท่านนี้สงบเสงี่ยมลงได้บ้างคงน่ารื่นรมย์ไม่น้อย

 

มหาบัณฑิตเพียงหรี่ตาลง ไอควันมอมเมายังคงลอยอบอวลไม่หยุด

เช่นนั้นก็สมควรถาม ระหว่างเจ้านายที่โง่เขลาทว่าเป็นคนดีกับเจ้านายผู้ชาญฉลาดทว่าเป็นคนเลว เจ้าว่ามหาชนจะเลือกข้างใด?”

 

โอรสกิเลนเผยอปากคล้ายจะเอ่ยแต่กลับหยุดคิดครู่หนึ่ง

เกือบหลงกลท่านแล้ว หากข้าตอบทันทีโดยใช้ความเห็นตนเองเป็นหลัก คำตอบนั้นก็จะขัดกับคำพูดของตัวเอง

เย่วเทียนหมิงเผยรอยยิ้มอ่อนเยาว์จริงใจพลางประสานมือคารวะด้วยกิริยาสง่างาม

 

ผู้ที่ขาดคุณธรรม ย่อมไม่มีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ ผู้ที่ขาดความรู้ ย่อมไม่มีสายตาอันกว้างไกล

 

ความเงียบเข้าครอบคลุม มหาบัณฑิตทิ้งช่วงเวลาอันน่าอึดอัดก่อนเอ่ย

ตอบได้ดี

แววตาแย้มยิ้มราวกับพบของเล่นถูกใจกระนั้น

ตามสัญญา เมื่อเจ้าผ่านครบทั้งสามด่านแล้วก็สมควรได้รับการต้อนรับเข้าสู่งานชุมนุมเสียที

บัณฑิตหนุ่มเคาะกล้องยาสูบลงบนฝ่ามือทีหนึ่งบรรยากาศโดยรอบก็แปรเปลี่ยนจากภายในหอตำราเซียนสวรรค์มาสู่ลานกว้างกลางงานชุมนุมนักปราชญ์ เสียงเหล่าบัณฑิตท่านอื่นโห่ร้องด้วยความยินดี เพราะยากนักจะมีผู้ที่ทำให้มหาบัณฑิตพึงพอใจได้เช่นนี้

 

เทียนหมิง~”

เย่ยิงกับเยี่ยนจี๋ประสานเสียงพร้อมโดดเข้ากอดโอรสกิเลนซ้ายขวา

 

นี่ๆ ยอดไปเลยรู้ไม้~คำตอบสุดท้ายเล่นเอานายท่านหน้าหงาย สุดยอด~”

เยี่ยนจี๋เอาแก้มตนคลอเคลียราวกับเทียนหมิงเป็นสัตว์ขนฟูตัวนุ่มนิ่ม

 

ฮึฮึ ข้านึกว่าท่านจะแพ้การโต้คารมซะแล้ว อายุยังน้อยแต่น่าทึ่งนัก

เย่ยิงประคองใบหน้าเทียนหมิงพลางมองด้วยสายตาลึกซึ้ง

 

นายท่านตามสัญญานะเจ้าคะ

เย่ยิงว่าพลางหันไปทางนายของตน

 

อา...เข้าใจแล้ว ปลดผนึก

สิ้นคำมหาบัณฑิตร่างของอนงค์น้อยสองนางก็เปล่งประกายเจิดจรัส เย่วเทียนหมิงรู้สึกว่าร่างแน่งน้อยที่เกาะแกะเขาอยู่นั้นเบียดเข้าหาจนอึดอัด เมื่อกระพริบตาอีกทีดรุณีน้อยก็ไม่อยู่เสียแล้ว เหลือเพียงสตรีหยาดฟ้ามาดินที่มีสัดส่วนโค้งเว้าอันอุดมสมบูรณ์สองนาง ทั้งคู่ดูราวกับเย่ยิงและเยี่ยนจี๋ที่ถูกเพิ่มอายุมาอีกสิบปีกระนั้น

 

เฮ้อ~ดีจังได้กลับร่างเดิมสักที ร่างเด็กนี่ใช้อาคมก็ไม่ค่อยได้แถมตัวเล็กนิดเดียว

เย่ยิงเอ่ยพลางยืดแขนบิดขี้เกียจ

 

ฮุฮุ เช่นนั้นก็คงต้องแนะนำตัวกันอีกสักที

เยี่ยนจี๋เอ่ยพร้อมก้มลงมองสีหน้าเหรอหราน่ารักของเทียนหมิงอย่างเอ็นดู

 

สตรีผู้เย้ายวนยิ่งกว่านางล่มเมืองทั้งสองคุกเข่าลงพร้อมกัน

เยี่ยเย่ยิง เทพพิทักษ์ปัญญา เอี้ยนเยี่ยนจี๋ เทพพิทักษ์สงครามแห่งแดนมนุษย์ คารวะกิเลนแห่งแสง

 

เทพพิทักษ์...ถ้าเช่นนั้นท่านก็คือ!?”

เย่วเทียนหมิงเหลียวมองไปยังมหาบัณฑิต

บัณฑิตหนุ่มถูกรายล้อมด้วยสาวงามอีกครั้ง ไฟในกล้องยาสูบถูกจุดขึ้นอย่างประณีต

นามข้าคือ จูเก่อเฟยเสวียน จักรพรรดิแห่งแดนมนุษย์ ผู้คนเรียกขานข้าว่ามหาบัณฑิตเจ้าสำราญ แต่ข้าถูกใจเจ้าเพราะฉะนั้นจะเรียกข้าว่า ท่านพี่เฟย ก็ได้ไม่ว่ากัน

 

--------------------------------------------------------

 

A/N เข้าใจปริศนากันไหมจ้ะ ลองแก้ดูนะข้อแรกเป็นภาพลวงตา มีรูปที่ง่ายกว่าค่ะเดี๋ยวแปะให้ด้านล่าง (ทำเองทั้งสองภาพ) ข้อสองเป็นโจทย์เลข ภาพงามๆเครดิต google ฟาราเอามาใส่ตัวเลข ข้อสามเป็นการโต้คารม ขอบคุณ ZZ ช่วยออกไอเดียค่ะ

            ท่านจูเก่อเฟยเสวียนจักรพรรดิแห่งแดนมนุษย์ออกโรงแล้วค่า ตัวละครหลักเหมือนกันคนนี้ สงสัยกันไหมว่ามีเทพ มีมนุษย์ออกมาแล้ว แล้วจักรพรรดิมาร หายไปไหน ^_^ (หายไปไหนหว่า...) ตอนหน้าเป็นเรื่องของฝั่งเทียนอ๋าวแล้วค่ะ บอกได้เลยว่า โชกเลือด!!

ทั้งนี้และทั้งนั้นขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ถึงจะออกช้าแต่สัญญาว่าจะเขียนให้สนุกทุกตอนนะ ^_^ แหะๆ ถ้ามีตรงไหนยังก๊งๆ ไม่เข้าใจโพสแนะนำไว้ได้เลยค่ะ

เทพหงสาเวอร์ชั่นง่ายสุดๆ (บอกคำตอบขนาดนี้) ใครแก้ได้พร้อมคำอธิบาย คนเขียนจะปลาบปลื้มใจมาก *0*

 

 


[1] เย่ยิง = นกไนติงเกล, เยี่ยนจี๋ = นกนางแอ่น


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1440 dokiboom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กันยายน 2554 / 15:43
    สนุกมากคับผมขออ่านตอนต่อไปเลยแล้วกาน
    #1,440
    0
  2. #1226 ferill (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2553 / 11:19
    'เงาแห่งกระจกจักสะท้อนแสงส่องสว่างทางที่มืด'
    รู้ว่าตัวอักษรที่เห็น จริงๆ มันเป็นภาพสะท้อนของตัวอักษรวางเรียงติดกัน
    ทำให้เหมือนตัวอักษรที่อ่านไม่ออก
    แต่เพอิญว่าอ่านภาษาจีนมิออกอ่ะ แหะๆ
    #1,226
    0
  3. #1164 calo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 / 19:24
    น่ารักจัง คนรักเทียนหมิงจะเป็นไงน้าาาาาาา น่าหนุก ลุ้น ติดตามอยู่นะคะ หนุกๆ่ะหนุก
    #1,164
    0
  4. #234 คาโลจัง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 18:59
    ไม่อยากให้มีความรักหญิงชายเลย



    นะนะ ขอแบบพี่น้อง รักศัทธา



    รักแบบเพื่อนก็พอ



    หรือจะให้ดีเป็นวายก็ดีนะ



    ชอบบบบบบบบบบบบบบบ
    #234
    0
  5. #166 oil-sup (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 21:20
    โอ้ เปิดตัวอลังการดีค่ะ ดูไม่ธรรมดาเลย ชอบกินเลนแห่งแสงฯ อิๆ เธอน่ารัก ฉลาดและจิดใจดี ชอบๆ
    #166
    0
  6. #140 toey1405 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2553 / 12:04

    จักรพรรดิแดนมนุษย์O_O

    เทียนอ๋าวคงไม่ได้ไปเจอจักรพรรดิปีศาจหรอกนะ

    #140
    0
  7. #139 pKiS (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2553 / 11:30
    >__________________<


    ท่านพี่เจ้าคะ ไม่ทราบว่าถูกใจส่วนไหนของหนูเทียนหมิงกัน ฮาๆๆๆ
    แต่ระวังไว้เถอะ น้องอ๋าวตัวดีจะมาบุกถึงที่


    สนุกมากกค่า
     
    #139
    0
  8. #138 ashnovel (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2553 / 11:27
    เข้าใจคิด
    เสียดายที่คนอ่านไม่มาก

    กระแสออนไลน์มันแรงเกิน (เข้าตัว -*-) ทำให้เบียดเรื่องดีๆหล่นไปหมด
    #138
    0
  9. #132 artela-ran (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2553 / 10:27
    ท่านพี่เฟย: ข้าถูกใจเจ้า ถูกใจอะไรค่ะ ความฉลาดน่ารักหรืออย่างอื่น ท่านพี่อย่าคิดจะกักขังหนูเทียนหมิงเชียวนะ ไม่งั้นเทียนอ๋าวต้แงลุยเละแน่ สนุกดีๆจริงๆ
    #132
    0
  10. #131 zozo-lazy-fox (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2553 / 02:44

    ในที่สุดก็คิดจบ ^^

    ว่าแต่....ประโยคนั้นมันคุ้นๆ จังน้า หึหึ! ไว้จะเอาเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นบทนี้มาแฉท่าจะฮาแฮะ XD

    #131
    0
  11. #130 apfelwein (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2553 / 20:32
    ขอสมัครเป็นแฟนคลับของ  ท่านจูเก่อเฟยเสวียน  มาดท่านดีเหลือหลาย
    #130
    0
  12. #123 ni-noina (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 21:26

    อ๊าก!   เทียนหมิงจะเป็นไรป่ะเนี่ย
    หนุก
    รีบต่อไวๆเน้อ

    #123
    0
  13. #120 pKiS (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 12:22
    >_<

    นายท่านเจ้าขา โปรดเบามือกับเทียนหมิงของข้าน้อยด้วยนะเจ้าคะ
    จะเป็นประลองปัญญาหรือกำลังก็อย่างได้ทำให้ใบหน้าอันงดงามของเทียนหมิงมีรอยยับย่นขุ่นเคืองหรือมีบาดแผลอันใดนะเจ้าคะ นายท่าน


    โฮะๆๆๆ อ่า สนุกที่สุดเลยเจ้าค่ะ โอ้ย เรามีอารมณ์ร่วมกับเขา อา ยิ่งได้อ่านเทียนหมิงก็ยิ่งยิ้มแก้มปริแล้วเจ้าค่า
    #120
    0
  14. #119 toey1405 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 10:26

    สนุกดีค่ะ

    แต่ใช้เวลาอ่านนานโคตรๆ มากกว่า 3 ชั่วโมงอีก (อ่านตั้งแต่เมื่อวาน)

    ป.ล.เทียนอ๋าวไปไหน ถ้ารู้ว่าพี่ชายโดนแกล้งมีหวังรีบแล่นมาแน่

    #119
    0
  15. #118 zerlina-charlene (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 10:16
    ค้างงงงงงงงงงงงง

    อยากอ่านต่อ รีบอัพหน่อยค้าาาาาาา

    ปล. แอบจิ้นหนูหมิงกับนายบัณฑิตไปแล้ว!!

    ไม่ดีเลย!! หนูอ๋าวอยู่ไหน!! พี่ชายแกโดนจิ้นอยู่น้าาาาา
    #118
    0
  16. #117 welkin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 01:30
    รอการประลอง ตื่นเต้นๆ
    #117
    0
  17. #115 artela-ran (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 19:35
    Loli! นับถือๆ เอาให้ครบทุกสายนะ
    #115
    0
  18. #114 mean (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2553 / 17:54
    เทียนหมิงจ๋า



    สู้เขานะลูก
    #114
    0
  19. #113 rice_red (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 18:39
    พรุ่งนี้เอาให้ครบเลยนะจ๊ะ * 3 * เทียนหมิงสู้ๆ ห้ามแพ้น้า
    #113
    0