หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 10 : บทที่ ๗ เสียงดนตรีจากแดนสวรรค์ (๑) (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 พ.ค. 53

A/N 100% ไม่รู้เป็นอะไร มีใครสังเกตไหมฟาราขึ้นตอนใหม่ทีไรเนื้อเรื่องมันต้องสองตอนจบทุกที (=.=) เขียนน้อยเขียนยากเขียนมากก็ยิ่งเขียนยาก เหอๆ

 

บทที่ ๗

เสียงดนตรีจากแดนสวรรค์

 

            ปลายปีที่เจ็ดนับแต่กิเลนจันทร์จุติมาสู่แดนสวรรค์ ทุกเขตแดนล้วนร่มเย็น พืชผลอุดมสมบูรณ์ผู้คนเปี่ยมสุข แดนสวรรค์เป็นยิ่งกว่าดินแดนแห่งความฝัน เสียงแห่งความรื่นเริงดังสะท้อนไปทั่วไม่เว้นแม้แต่ภายในราชฐานของอาณาจักรเย่วจินหรง

 

เสียงขลุ่ยดังแว่วหวาน เสียงใสกระจ่างดุจสายฝนตกกระทบผิวน้ำใส หยาดแล้วหยาดเล่า ระลอกคลื่นเสนาะหูระรัวเร็วก่อนทิ้งจังหวะลากยาวแผ่วช้าทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ดุจนกน้อยแสนงามที่กำลังโผบิน ปลายเท้าของมันสัมผัสกระจกน้ำฉ่ำเย็นทีหนึ่งก่อนทะยานขึ้นฟ้าสะบัดปีกแล้วร่อนลงลู่ลมอย่างร่าเริง ปลายหางพวงยาวกรีดผ่านอากาศทิ้งกลิ่นไอแห่งความสุขสดใสลอยละล่องไปทั่ว

 

ราชันย์กิเลนปฐพีจรดริมฝีปากบรรเลงเพลงขลุ่ยแผ่วพริ้ว ขลุ่ยหยกสีมรกตส่งเสียงใสเป็นจังหวะรื่นรมย์ เมื่อจบเพลงเย่วหรงเต๋อจึงทอดตามองลูกน้อยและราชินีทั้งสองที่นั่งฟังอย่างชื่นชม เย่วเทียนหมิงในอ้อมกอดชูเจินอวี้เหวินจับจ้องบิดาด้วยประกายตาสุกใส ใบหน้าอ่อนเยาว์ขับประกายงามสง่า ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ส่วนเย่วเทียนอ๋าวในอ้อมกอดมู่ตานกุ้ยฮวาหลับตาพริ้มพลางหยักยิ้มมุมปาก แพขนตาหนากระพริบเบาๆตามจังหวะหายใจ

 

เพราะจังเลยเสด็จพ่อ ช่วยสอนลูกบรรเลงเพลงขลุ่ยเช่นนี้ได้หรือไม่

เย่วเทียนหมิงเอ่ยน้ำเสียงกระตือรือร้น สายตาเว้าวอนอย่างยากจะมีผู้ใดปฏิเสธได้ เย่วเทียนอ๋าวได้ยินจึงลืมตามองพี่ชายข้างหนึ่ง ท่าทางสนใจ

 

กิเลนน้อยของพ่อสนใจการดนตรีรึ น่ายินดีนักๆ

เย่วหรงเต๋อย่อตัวลงแล้วอ้าแขนออกพยักหน้าเป็นทำนองให้เข้ามาใกล้ เทียนหมิงเห็นดังนั้นจึงค่อยๆเดินเข้าไปหาอย่างมีมารยาทแต่เทียนอ๋าวกลับผุดลุกว่องไวพร้อมฉุดแขนเสื้อพี่ชายกระโจนเข้าหาบิดาพร้อมกัน กิเลนน้อยทั้งสองหัวเราะคิกคักแออัดกันอยู่ในอ้อมกอดของบิดา เย่วหรงเต๋อลูบหัวบุตรชายทั้งสองด้วยความรักใคร่

เทียนอ๋าวอยากเรียนด้วยหรือลูก?”

 

เย่วเทียนอ๋าวส่ายหน้าพรืดตอบยิ้มแย้ม

การดนตรีจะสนุกเท่าการฝึกยุทธ์ได้อย่างไรเล่าเสด็จพ่อ แต่ถ้าเกอเกอสนใจข้าก็ย่อมสนใจตามเท่านั้น

 

เจ้านี่โตมาแล้วติดพี่ชายจริงๆนะ อย่างนี้พ่อเสียใจแย่

เย่วหรงเต๋อกล่าวพลางขยี้หัวบุตรชายคนเล็กเบาๆทีหนึ่ง

 

เสด็จพ่ออย่าน้อยใจไปเลยบางทีเทียนอ๋าวอาจจะสนใจการดนตรีแบบอื่นก็เป็นได้

เย่วเทียนหมิงมองน้องชายเอ็นดูพลางลูบแก้มเนียนเบาๆ

 

ถ้าอย่างนั้นขลุ่ยหยกนี้ยกให้เทียนหมิงก็แล้วกัน

เย่วหรงเต๋อประทานขลุ่ยหยกในมือให้บุตรชาย ผิวขลุ่ยเลานี้เย็นเยียบราวกับสายน้ำเหมันต์ เพียงแค่สัมผัสก็ส่งประกายความสดชื่นเข้าสู่ร่างกายของเย่วเทียนหมิง เนื้อหยกสีมรกตดุจนัยน์ตาของบิดาชวนให้หลงใหล รัศมีสีเขียวอมฟ้าเปล่งประกายเรืองรองสมค่าสิ่งวิเศษควรเมือง

 

ขลุ่ยนี้พ่อได้รับมอบมาจากสหายผู้เป็นเซียนขลุ่ย นับแต่นี้คือสมบัติของลูกสืบไป เสียดายเซียนขลุ่ยได้ลาโลกนี้ไปแล้วเหลือเพียงบุตรีไว้คนหนึ่ง ถ้าเจ้าอยากเรียนวิชาขลุ่ยจงไปเรียนกับนางเถิด นางคือเซียนดนตรีเซียวยวี่แห่งน้ำตกไข่มุกเจินจูทัน

เย่วหรงเต๋อเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนเอ่ยทีเล่นทีจริง

ขลุ่ยนี้บิดาไม่ได้ให้เปล่านะกิเลนน้อย เมื่อรับไปแล้วเจ้าก็ต้องบรรเลงได้วิเศษกว่าบิดา

 

เสด็จพ่อโปรดวางพระทัย ลูกจะไม่ทำให้ผิดหวัง

เย่วเทียนหมิงกล่าวมุ่งมั่น

 

ประเสริฐนัก เช่นนั้นจะขอฟังเจ้าบรรเลงเพลงขลุ่ยในงานฉลองวันเกิดครบรอบแปดปีของพวกเจ้าดีหรือไม่?”

 

ตามพระประสงค์เสด็จพ่อ

เย่วเทียนหมิงคำนับราชันย์กิเลนก่อนหมุนตัวเดินจากไป

ไปเถอะเทียนอ๋าว

อื้ม เกอเกอ เย่วเทียนอ๋าวกล่าวอย่างร่าเริงพลางวิ่งตามพี่ชายไป

 

 

ท่านหรงเต๋อส่งลูกไปหาเซียนดนตรีเซียวยวี่ครั้งนี้มีแผนการในใจใช่หรือไม่

ลับหลังกิเลนน้อยทั้งสองไปแล้วชูเจินอวี้เหวินจึงเอ่ยเบาๆ นัยน์ตาสีฟ้าพราวระยับ

 

เซียวยวี่เลิกบรรเลงเพลงขลุ่ยมาหลายสิบปีแล้ว ท่านหรงเต๋อคงอยากจะได้ยินเสียงดนตรีแห่งแดนสวรรค์อีกครั้งนึงกระมัง

มู่ตานกุ้ยฮวากล่าวอย่างรู้ทันเช่นกัน

 

ก็ได้แต่หวังว่าเทียนหมิงและเทียนอ๋าวจะเปลี่ยนใจเซียวยวี่ได้ เราจะได้ชมการบรรเลงของสิบสองเซียนดนตรีอีกครั้งหนึ่ง

เย่วหรงเต๋ออมยิ้มเอามือไพล่หลังพลางเหม่อมองไปสุดขอบฟ้าแสนไกล

 

 

 

เย่วเทียนหมิงควบอาชาสีขาวบริสุทธิ์ลอยละล่องอยู่บนฟากฟ้า ตามหลังด้วยเย่วเทียนอ๋าวผู้ขับขี่อาชาสีดำทมิฬ เบื้องล่างของทั้งสองคือหุบเขาสีเขียวสด ใจกลางหุบเขาคือธารน้ำตกห้าชั้นซึ่งลดหลั่นกันเป็นจังหวะอย่างพอดิบพอดี ธารช่วงแรกนั้นสูงชะลูดที่สุด สายน้ำฉ่ำเย็นไหลเรื่อยเร็วทั้งยังเต้นระริกเป็นฟองสีขาว อีกสี่ชั้นที่เหลือต่างลดระดับความสูงลงมาทีละน้อย

ม่านน้ำสีขาวตกกระทบโขดหินส่งเสียงครื้นครั่น หยดน้ำเม็ดเล็กๆเต้นระริกราวกับไม่มีวันเหน็ดเหนื่อยทั้งยังส่องประกายล้อแสงระยิบระยับสมชื่อน้ำตกไข่มุกเจินจูทัน ปลายทางสายน้ำตกคือทะเลสาบสีฟ้าใส สีฟ้าพิสุทธิ์กระจ่างนัยน์ตาจนสามารถมองเห็นก้นบึ้งที่บรรดาซุงไม้สีน้ำตาลนอนหลับอยู่อย่างสงบนิ่ง

 

ดูสิธารน้ำแยกออกนับร้อยสายราวกับสายฟ้าฟาดผ่านผืนดิน ดูคล้ายบาดแผลงามบนพื้นพิภพเลยนะเทียนอ๋าว

เย่วเทียนหมิงกล่าวอารมณ์ดี เย่วเทียนอ๋าวตอบกลับด้วยการพยักหน้าสายตาชื่นชมสายน้ำตกเช่นกัน

 

ทั้งสองร่อนลงยังชายป่าริมทะเลสาบปล่อยให้เจ้าขาวและเจ้าดำเล็มหญ้าอ่อนอยู่มุมหนึ่ง โอรสกิเลนสวรรค์พากันเดินเท้าไปสู่ริมทะเลสาบใส น่าแปลกที่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีภูติวารีตนใดออกมาต้อนรับราชบุตรกิเลน โดยเฉพาะเย่วเทียนหมิงผู้เป็นบุตรแห่งชูเจินอวี้เหวินนางกิเลนวารีผู้เป็นดั่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แห่งสายน้ำ

 

เงียบสงบดีจริงๆ

เย่วเทียนอ๋าวเอ่ยออกมา ระยะหลังมานี่องค์ชายกิเลนแห่งความมืดรู้สึกรำคาญเหล่าภูติบุปผาไม่น้อยเพราะพวกนางเฝ้าตามเขาและเกอเกอไม่หยุด การเป็นที่ชื่นชมบูชามิใช่เรื่องเสียหายสำหรับเย่วเทียนอ๋าวแต่การเห็นพี่ชายต่างมารดาถูกจับจ้องด้วยสายตาร้อนแรงจนกระอั่กกระอ่วนก็ไพล่ให้รู้สึกสงสารอยู่หลายส่วน

 

เงียบเกินไปหรือเปล่านะไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบของภูติวารี อย่างนี้แล้วจะถามทางไปหาเซียนดนตรีเซียวยวี่กับใครดีเล่า

เย่วเทียนหมิงกล่าวลอยๆ

 

เจ้าหนูน้อยอยากพบเซียวยวี่งั้นหรือ น่าเสียดายเห็นทีเจ้าคงมาเสียเที่ยวเสียแล้ว

เสียงชายชราแหบแห้งดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

บังอาจ! ใครกัน

เย่วเทียนอ๋าวรีบกระโจนไปทางต้นเสียงก็พบบุรุษชราผู้หนึ่งนั่งตกปลาอยู่ริมทะเลสาบ ชายผู้นั้นมีหลังงองุ้มนั่งจับเจ่าอยู่บนโขดหิน เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นราวกับไม่เคยเปลี่ยนมาเป็นสิบปี ข้างกายชายชราที่ดูสกปรกไปด้วยฝุ่นดินกลับมีผีผา[1]งดงามตัวหนึ่งวางพิงโขดหินไว้ทั้งยังรองด้วยผ้าสะอาดอย่างดี ผีผาตัวนี้คือสิ่งที่สะอาดสดใสที่สุดในบรรดาทรัพย์สมบัติของชายชรา เรียกว่าทองในห่อผ้าขี้ริ้วก็ไม่ผิดนัก

 

เหตุใดผู้เฒ่าจึงกล่าวเช่นนั้น?”

เย่วเทียนหมิงที่เดินตามน้องชายมาถามอย่างนอบน้อม

 

ชายชราเหลือบตามองเด็กน้อยทั้งสองทีหนึ่ง คนแรกท่าทางพยศร้ายกาจทว่าคนที่สองกลับสงบสุขุมเกินวัย

เพราะมีข้าอยู่ไงล่ะ ถ้าตาแก่คนนี้นั่งอยู่ตรงนี้ต่อให้พวกเจ้าเป็นราชันย์สวรรค์ก็ไม่มีภูติวารีตนไหนกล้าออกมา ยิ่งเซียวยวี่แล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่

ชายชราตอบใบหน้ายับย่นยิ้มเย้ยหยัน

 

ไม่ทราบว่าผู้เฒ่ามีบุญคุณความแค้นอันใดต่อเซียนดนตรีเซียวยวี่หรือ

เย่วเทียนหมิงยังคงถามอย่างใจเย็นพลางส่งสายตาปรามน้องชายที่ทำท่าฮึดฮัดอยู่ด้านข้าง

 

ไม่มีอะไรข้าก็แค่นั่งตกปลาตรงนี้เท่านั้น พวกนางเองต่างหากที่ไม่ยอมปรากฏตัวออกมา

ชายชราตอบแบบขอไปที ทว่าคำพูดนั้นไม่สามารถจูงใจเย่วเทียนหมิงได้

 

จะเรียกว่าตกปลาก็คงไม่ถูกนักเพราะคันเบ็ดของท่านทำจากกิ่งไม้  สายเอ็นก็คือเถาวัลย์ แถมเหยื่อตกปลายังเป็นเพียงฟางเส้นหนึ่ง เหมือนท่านกำลังรอสิ่งใดเสียมากกว่า

 

ชายชราได้ยินคำของเย่วเทียนหมิงก็มีประกายตกใจในแววตาก่อนแสร้งกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม

อายุยังน้อยทว่าฉลาดเฉลียวนัก

นั่นแปลว่าเจ้าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ดี! ข้าจะเล่าสาเหตุที่ข้ามานั่งตรงนี้ให้ฟัง ฟังแล้วเจ้าอาจโชคดีได้พบเซียวยวี่ด้วยซ้ำ แต่ว่าข้าไม่บอกฟรีๆหรอกนะ...

 

 

 

            เย่วเทียนอ๋าวกำลังกระทืบเท้าขัดใจ ฝ่าเท้าน้อยๆบดขยี้ใบหญ้าจนแทบจะจมธรณี นัยน์ตาสีดำเขม้นมองชายชราที่นั่งกินหมั่นโถวนุ่มๆร้อนๆหอมกรุ่น บนตักห่มด้วยเสื้อตัวนอกสีขาวสะอาด แถมด้วยเย่วเทียนหมิงผู้กำลังนั่งขัดผีผาตัวงามอย่างขะมักเขม้น กิเลนแห่งแสงสว่างขัดไปก็ตัวสั่นไปด้วยความหนาวเมื่อลมเย็นพัดวูบ ชวนให้น่าโมโหยิ่งนัก

 

ตาแก่จะมากไปแล้วนะข้าจะเอาเลือดหัวแกออกสักทีเอง!”

พูดพลางไม่ว่าเปล่าเย่วเทียนอ๋าวถลกแขนเสื้อหมายมั่นว่าจะแย่งผีผาจากมือพี่ชายแล้วฟาดหัวชายชราให้เห็นดาวสักทีหนึ่ง

 

ทว่าเย่วเทียนหมิงเพียงเงยหน้าจากผีผาในอ้อมแขน ยิ้มอ่อนโยนให้น้องชายพร้อมส่ายหน้าในทำนองว่าไม่เป็นไร

ผู้เฒ่าขออภัยด้วยที่น้องชายข้าเสียมารยาท

แค่นั้นแหละเย่วเทียนอ๋าวจึงต้องหยุดตัวเองอย่างน่าสงสารแล้วหันกลับไประบายอารมณ์กับพื้นหญ้าต่อ

 

เหตุการณ์โอรสกิเลนสวรรค์กลายเป็นเด็กรับใช้นั้นเริ่มต้นด้วยข้อเรียกร้องของชายชรา

 

เจ้าหนูน้อยจำไว้โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เจ้าอยากได้สิ่งใดจากข้าเจ้าก็ต้องตอบแทนข้าในราคาที่เท่ากัน อย่างเช่นตอนนี้ข้ารู้สึกหิวแล้ว แถมยังได้กลิ่นของกินน่าอร่อยใกล้ๆ

ชายชราว่าพลางทำจมูกฟุตฟิต หนวดเคราขาวโพลนกระดิกไปมา

เย่วเทียนหมิงจึงปลดผ้าแถบที่คาดอกออกเผยให้เห็นหมั่นโถวสีขาวสองสามลูกส่งควันฉุยหอมกรุ่นที่มารดาทั้งสองบรรจงทำให้เป็นเสบียงอย่างดี กิเลนน้อยยื่นห่อผ้าให้ชายชรา

โปรดรับไปเถิด

 

อืมตอนนี้อากาศเริ่มหนาวแล้วไขข้อข้าก็ไม่ค่อยดีถ้าได้เสื้อคลุมตัวใหม่มาเพิ่มความอบอุ่นก็คงดีไม่น้อย

เย่วเทียนหมิงได้ยินดังนั้นจึงเพียงอมยิ้มพลางถอดชุดคลุมตัวนอกที่สุดแสนจะหนานุ่มอุ่นสบายให้โดยไม่อิดออด เนื้อผ้าลื่นสัมผัสฝ่ามือหยาบกร้านของชายชรา

โปรดรับไปเถิด

 

โฮะ โฮะ ดีๆเจ้าเป็นเด็กดีนัก เจ้าดูมือข้าสิแข็งไปหมดเพราะความเย็นจะเช็ดถูผีผาที่รับฝากไว้ก็ทำไม่ได้ อยากได้ใครสักคนมาช่วยขัดให้จริงๆ

ชายชราทำท่าเหมือนจะกล่าวลอยๆ แม้คิ้วดกหนาและเส้นผมสีขาวจะปิดบังใบหน้าไปเสียครึ่งหนึ่งทว่าก็ไม่อาจปิดบังสีหน้าเจ้าเล่ห์ได้

โปรดให้ข้าช่วยท่านเถิด

เย่วเทียนหมิงตอบนอบน้อมพลางลงมือขัดผีผาที่สะอาดหมดจดอยู่แล้วให้สะอาดไร้ทีติยิ่งขึ้นไปอีกด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยของตน... และนั่นก็คือที่มาของความพิโรธของเย่วเทียนอ๋าว

 

 

            ชายชราเห็นน้องชายผู้เย่อหยิ่งดื้อรั้นโดนพี่ชายปรามเพียงทีเดียวก็กลัวหงอเป็นเรื่องน่าขบขันยิ่งนัก

เจ้าเด็กฉลาดนี่สำคัญนัก

ชายชราคิดพลางพินิจลักษณะของคู่พี่น้องแล้วพลันสายตาก็ไปสะดุดที่ขลุ่ยหยกที่คาดเอวเด็กน้อยผมสีเงิน ตาขุ่นมัวจึงเบิกโพลงพลางกระตุกยิ้ม

ดูทีเราคงมีวาสนาต่อกันแล้ว เซียวยวี่[2]ของเจ้านั้นจะนำมาแลกกับเซียวยวี่ของข้าได้หรือไม่?”

 

เย่วเทียนหมิงได้ยินจึงเงยหน้าจากผีผา เส้นเอ็นสี่สายของเครื่องดนตรีทรงลูกแพร์ในมือเป็นประกายเงาวับสะท้อนกับนัยน์ตาสีเงิน กิเลนน้อยยังคงอมยิ้มก่อนตอบ

ผู้เฒ่าคิดจะลองใจข้าหรือ เครื่องดนตรีก็เปรียบเสมือนแขนขาของนักดนตรีเหมือนที่ผีผาตัวนี้เป็นสิ่งล้ำค่าของท่าน ข้าไม่เห็นประโยชน์อันใดที่ท่านจะได้จากขลุ่ยหยกเลานี้เพราะท่านคือช่างดนตรีผีผา

 

ชายชราหนวดกระตุกพึ่งรู้ตัวว่าถูกเจ้าเด็กน้อยลอบสังเกตเช่นกัน

เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น? ข้าพึ่งบอกไปไม่ใช่รึว่าแค่รับฝากผีผาไว้

 

นั่นเป็นเพียงข้ออ้าง หากท่านมิใช่นักดนตรีผีผาตัวนี้ก็สมควรหมดจดไร้ริ้วรอย มิใช่ดูเหมือนผ่านการบรรเลงมาโชกโชนเช่นนี้

สิ่งที่เย่วเทียนหมิงกล่าวนั้นเป็นความจริงอย่างที่สุดช่างดนตรีและนักสะสมนั้นต่างกัน ผีผาไม้ถูกขัดจนเงาระยับ แม้ตัวเครื่องไร้ร่องรอยขีดข่วนทว่าสายเอ็นกลับเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งท่วงทำนองฉายชัด ผีผานี้จึงเป็นได้เพียงสมบัติของนักดนตรีเท่านั้น

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าดูเบาเจ้าไปแล้ว น่าละอายนัก

ชายชราหัวเราะร่า

 

ข้าทำตามที่ท่านขอสามเรื่องแล้ว ท่านก็สมควรตอบแทนข้าสักเรื่องหนึ่งใช่หรือไม่

 

สามแลกหนึ่งงั้นรึ เจ้ากำลังทำการค้าที่เสียเปรียบไม่เบา เอ้า! อยากได้อะไรก็ว่ามา

 

ดูแล้วท่านคงเป็นผู้ชำนาญดนตรี แต่แววตากลับหม่นเศร้าเมื่อเอ่ยถึงเซียนดนตรีเซียวยวี่ ผู้เฒ่ามีความใดในใจโปรดแจ้งมาเถิด

 

ชายชราได้ฟังคำก็ขนลุกซู่ไม่คาดว่าเจ้าเด็กน้อยจะมองได้ล้ำลึกเช่นนี้ นักดนตรีมีธรรมเนียมที่รู้กัน การได้บรรเลงดนตรีร่วมกับยอดฝีมือนั้นคือสิ่งประเสริฐไร้ที่เปรียบ ทว่าชายชราและเซียวยวี่กลับไม่เข้าหน้ากันจึงย่อมมีเหตุผลสำคัญประการใดประการหนึ่ง ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มองขาดถึงสถานการณ์จึงนับได้ว่ากิเลนแห่งแสงสว่างคือปราชญ์ผู้เยาว์โดยแท้

 

ชายชราลูบหนวดเคราสีขาวของตนครุ่นคิด

เจ้าอยากพบเซียวยวี่ไปทำไมรึ

 

บิดาให้ข้ามาขอฝากตัวเป็นศิษย์เรียนเพลงขลุ่ยกับเซียนดนตรีเซียวยวี่

เย่วเทียนหมิงประสานมือตอบอย่างมีมารยาท

 

ฮ่าๆๆ แล้วบิดาเจ้ามิได้บอกเจ้ารึว่าเซียวยวี่นั้นเลิกบรรเลงดนตรีมานานนมแล้ว!”

ชายชรากล่าวพลางยิ้มสะใจกับสีหน้าเหรอหราน่ารักของกิเลนน้อยเทียนอ๋าว และยิ้มพอใจกับสีหน้าสงบนิ่งของกิเลนน้อยเทียนหมิง

เอาเถอะเห็นแก่เรามีวาสนาต่อกันข้าจะเล่าให้ฟัง เมื่อหลายสิบปีก่อนสมัยข้ายังหนุ่มแน่นรูปงาม...

 

ข้าว่าเจ้าน่าจะเริ่มว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนมากกว่า ตัวเจ้ายังกับไม้ผุตายซาก แล้วรูปงามอะไรกันเฮอะน่ากลัวขนาดนี้ อุ้บ!”

กิเลนน้อยเทียนอ๋าวทะลุกลางปล้องจนเทียนหมิงต้องคว้าตัวหมับมากอดพร้อมเอามือปิดปากไว้ กิเลนแห่งแสงสว่างเผยรอยยิ้มแห้งๆพลางพยักพเยิดให้ชายชราเล่าต่อ

 

อะแฮ่ม ข้าเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่ได้ถึงหลายร้อยปีที่ไหน พูดแล้วจะหาว่าคุยข้านี่แหละคือเซียนดนตรีผีผาผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพผีผาแห่งแดนมนุษย์ สมัยนั้นข้าได้ยินเสียงเล่าลือถึงแดนสวรรค์ของนักดนตรี ที่น้ำตกเจินจูทันแห่งนี้มีภูติวารีสิบสองนางเป็นเทพเซียนดนตรีอยู่ ข้ามันคนใจร้อนดั้นด้นมาถึงนี่แล้วจึงขอประลองดนตรีกับพวกนาง ประลองไปประลองมาข้าชนะเลยได้เซียวยวี่มาเป็นเมีย เรารักกันอยู่ดีๆแต่พอนางมีลูกสาวนางก็แอบถีบข้าตกเตียง ซ้ำยังขับไล่ไสส่งให้มานั่งริมน้ำนี่ ข้าร้องเรียกเท่าไรนางก็ไม่ยอมออกมาแถมยังห้ามภูติวารีตนอื่นปรากฏกายอีก สุดท้ายข้าจึงได้แต่นั่งเล่นผีผา วันไหนนางอารมณ์ดีก็จะปรากฏตัวออกมาให้ข้าเห็นสักทีหนึ่ง ข้าขอพบลูกสาวแต่นางกลับตั้งคำถามให้ข้าตอบสามข้อ ข้าตอบแค่ข้อแรกทีไรก็ผิดทุกทีทั้งที่คำถามมันก็ซ้ำๆเดิมๆ เจ้าหนูน้อยท่าทางฉลาดจะช่วยคิดคำตอบให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?”

ชายชรากล่าวโอ่ลงท้ายด้วยการหอบแฮ่กๆเพราะพูดติดกันจนลืมหายใจ

 

โอ๋อู่ อั๋งอ๋านไอ่ไอ้แอ้วอังไอ่เอียม(โถปู่ สังขารไม่ให้แล้วยังไม่เจียม)

เย่วเทียนอ๋าวพูดอู้อี้ทั้งที่โดนปิดปากพร้อมส่งสายตาขอแรงสนับสนุนจากพี่ชาย

 

เย่วเทียนหมิงเพียงกระแอมสองสามครั้งเพื่อปรามน้องชายให้รักษามารยาท

เช่นนั้นเชิญผู้เฒ่าบรรเลงผีผาเพื่อเรียกเซียวยวี่ออกมาเถิด ข้าจะช่วยสุดความสามารถ

 

ผู้เฒ่าผีผาได้ยินดังนั้นจึงยิ้มกริ่ม รีบทิ้งเบ็ดตกปลาพลางเดินกระย่องกระแย่งไปควักน้ำในธารใสมาล้างหน้าล้างมือ เสร็จแล้วจึงล้วงเอาผ้าสะอาดมาเช็ดให้เรียบร้อยอีกทีหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆเอื้อมมือที่สั่นน้อยๆคว้าจับผีผาสุดรักอย่างทนุถนอม

เพียงแค่สัมผัสชายชราท่าทางเหลาะแหละก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน หลังที่เคยงองุ้มกลับเหยียดตรง แววตาหลุกหลิกกลับขึงขัง ชายชรานั่งไขว่ห้างบนโขดหินบรรจงวางผีผาบนตักพิงพาดหน้าอก มือข้างหนึ่งจับคันผีผา อีกข้างกรีดปลายนิ้วทั้งห้าดีดบรรเลง

 

เสียงผีผาเริ่มด้วยทุ้มต่ำหนักแน่นก่อนลากยาวแหลมสูงราวกับจะกรีดลงกลางหัวใจ

 

ชายชราเร่งจังหวะ เสียงแหบเครือเอื้อนเอ่ย

โอ้จันทร์! ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า~ข้าไม่อาจคว้าได้

โอ้จันทร์! ลอยเด่นอยู่กลางธารา~ข้าไม่อาจคว้าได้

โอ้จันทร์! เหตุใดจึงมีสองหน้า~ข้าไม่อาจเข้าใจได้

โอ้จันทร์! ส่องแสงเมตตาแต่ใยจึงเย็นชานัก~ข้าเข้าใจไม่ได้

 

เนื้อเพลงเรียบง่ายแต่สื่อความหมายตัดพ้อน้อยใจชัดเจนราวกับตั้งใจจะฝากรอยแผลลงบนจิตใจของผู้ฟัง เย่วเทียนหมิงถึงกับถอนหายใจด้วยความชื่นชม ฉายาเทพดนตรีผีผาสำหรับชายชราผู้นี้ดูยังจักน้อยไปเสียด้วยซ้ำ

 

ฝ่ายเย่วเทียนอ๋าวกำลังตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าชายชราท่าทางไร้แก่นสารเช่นนี้จะบรรเลงดนตรีได้ไพเราะจับใจนัก

 

หากเปรียบเสียงขลุ่ยของราชันย์กิเลนคือธารน้ำฉ่ำเย็นพาจิตใจลอยละล่อง เสียงผีผาของชายชราก็คือเปลวไฟระอุอันร้อนแรงหนักอึ้ง!

 

 

 

--------------------------------------------------

 

A/N ขอโทษด้วยที่มาช้าไปหน่อยเพราะก่อนหน้านี้มีเรื่องไม่สบายใจเลยจิ้นไม่ออก แถมZZก็อยากเห็นท่านเทียนหมิงเป่าขลุ่ย........ฟาราเอาเวลาไปนั่งหาข้อมูลเครื่องดนตรีจีน นั่งฟังจนจะเอาไปฝันได้อยู่แล้ว สุดท้ายมาเจอ 12girls band ค่ะ นี่แหละใช่เลย บรรเจิดมาก เนื้อเรื่องวาบๆออกมาเป็นฉากๆเลยจ้ะ ลองฟังกันนะคะเพราะสุดๆไปเลย!

 

 



            เพลงนี้คือเพลงที่ชายชราเล่นนะคะ *0* มีรูปเครื่องดนตรีจีนหลายตัวเลย ผีผา(เรียกว่ากีตาร์จีนได้ไหมนะ) กู่เจิง(พิณจีน) เอ้อหรู(ซอจีน) เซียว(ขลุ่ยจีน) อันสุดท้ายนี่คล้ายๆขิมไทยเราคงเรียกว่าขิมจีน ^^a (ขออภัยจริงๆแบบความรู้เรื่องเครื่องดนตรีจีนมีแค่นี้ - -‘’ ใครแนะนำได้แนะนำหน่อยนะ)

 

 



[1] ผีผา คือเครื่องดนตรีจีนลักษณะเป็นเครื่องดีดด้วยมือ มี 4สาย รูปทรงคล้ายลูกแพร์ เปรียบเทียบกับได้กับกีตาร์ซึ่งมีรูปทรงคล้ายลูกน้ำเต้า

[2] เซียวยวี่  เซียว = ขลุ่ย, ยวี่ = หยก แปลตรงตัวว่า ขลุ่ยหยก

 

 

 

 
     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,503 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 21:34
    สนุกมาก
    #1,490
    0
  2. #1434 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2554 / 01:58

    สนุกมากคับขออ่านต่อเลยนะ

    #1,434
    0
  3. #1287 •Zol2iäc• (@yuletied) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 22:24
    รู้สึกเเปลกๆเเฮะ
    =A=;;
    #1,287
    0
  4. #1211 ฺBlack.She~ep (@hitorki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 01:18
     อะ ฮ่า อย่าดูุถูกคนแก่ดิ อ๋าว เห็นอย่างนั้นยังไฟแรงอยู่นะ555
    #1,211
    0
  5. #858 ~`NamFar`~ (@namfar2007za) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 19:11

    นี่หรือฝีปาก เทียนอ๋าวเอ๋ย ตะกร้อครอบปากยังมีนะจ๊ะ คิกๆ

    #858
    0
  6. #646 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 21:48
     กิเลนน้อยน่ารักอิ่กแร้ววว ^^
    #646
    0
  7. #488 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 / 12:56
    หมิงน้อยฉลาดจัง ส่วนอ๋าวถึงจะเจ้าเล่ห์แต่ไม่เยือกเย็นเลยแฮะ เป็นหยินทั้งที
    #488
    0
  8. #59 Panda~!!!! (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 14:39
    ป่ะป๊าหล่อหล่อดิฉันละชอบๆแต่เสียใจค่ะท่านหลงเต๋อที่รักดิฉันชอบกินเด็กมากกว่า



    แต่ท่านก็เข้าขั้นอยู่หรอกฮ่ะสนใจมาเป็นกิ๊กลับๆไหมคะ(me/โดนราชีนิกิเลนไล่ฆ่า)



    หนูหมิงใจดี๋ใจดีน่าร้ากน่ารักว่าแต่หนาวไหมคะนั่นสนใจให้ป้ากอดเพิ่มไออุ่นให้ไหมเคอะ(me/โดนตบ)



    อ้อมกอดป้ายังว่างจะมีใครบ้างจับจอง~~!!!!(เพี้ยนไปแล้วฉัน)
    #59
    0
  9. #48 ฺBloodterfly~*0* (@minnist) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 15:55
    ไม่ Y จริงๆ เหรอตะเองงง T[]T
    #48
    0
  10. #47 trista (@triata) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 22:55

    ตาเฒ่าบังอาจกลั่นแกล้งเทียนหมิงของเค้า 

    >\\\< จะเขินทำไมเนี่ย???

    #47
    0
  11. #46 trista (@triata) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 15:26

    จะไปอยู่ในอ้อมกอดป๊ะป๋ามั๊งอ่ะ

    >\\\<

    #46
    0
  12. #45 ladyji (@ladyji) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2553 / 21:13

    รอส่วนที่เหลือค่ะ

    #45
    0