มันตราแห่งคมมีดที่กรีดผ่านกาลเวลา

ตอนที่ 6 : เบิกเนตร เทพผู้ชักใย และสัญญาในห้วงเวลานิรันดร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ก.พ. 55

(องก์ที่5)

 

เบิกเนตร เทพผู้ชักใย และสัญญาในห้วงเวลานิรันดร์

 

 

            คิด

พินิจ

เฝ้ามอง

เนเฟอร่าไม่สามารถทำสิ่งใดได้มากกว่านั้น เธอจับจ้องเพทราไม่วางตา

 

เพทราแทงมีดลงไปในสายน้ำ คลื่นน้ำแตกกระจาย ราชินีพยายามอย่างสุดกำลังที่จะก้าวผ่านกาลเวลาอีกครั้ง ทว่าไร้ผลไม่ว่ามนตราบทใดก็ไม่อาจทำให้มีดแห่งกาลเวลาตอบสนอง

 

ทำไม เคฮ์เฟรน เพทรากรีดร้องร้าวราน ไม่มมมมม!”

 

เพทราที่เย่อหยิ่งแตกสลายร้องไห้ราวกับเด็กน้อยหลงทาง ร่างของราชินีสั่นรุนแรงจนไม่ทราบได้ว่าเป็นเพราะลมหนาวหรือเพราะสติที่บ้าคลั่ง เนเฟอร่ารู้สึกสงสารจับใจ ไร้ซึ่งคำพูดนักเดินทางแห่งแสงโอบประคองราชินีไว้ เป็นที่พักพิงเป็นที่พึ่งสุดท้าย

 

ร้องเถอะ ร้องให้พอใจ เนเฟอร่าเอ่ยอ่อนโยน นักเดินทางแห่งแสงรู้สึกเหมือนบางสิ่งในตัวเธอพังทลายเช่นกัน บางสิ่งที่ชืดชา บางสิ่งที่สมควรพังทลาย

 

เพทราซบหน้าลงบนไหล่ของเนเฟอร่า ปล่อยให้ผิวเนื้ออ่อนละไมปลอบประโลมใจที่ร้าวราน ราชินีซุกหน้าลงสะอื้นไห้ไม่อาย มือของเนเฟอร่าลูบเรือนผมเพทราส่งความอบอุ่นสู่ดวงใจราชินี

 

หรือนี่จะเป็นอ้อมกอดของมารดา เพทราปลดปราการน้ำแข็งที่ห่อหุ้มอยู่ออกหมดใจหลับตาลงเหนื่อยอ่อน เวลาผ่านไปเนิ่นนานจากท้องฟ้าสีดำสนิทขับด้วยแสงดาวสู่ท้องฟ้าสีเทาหม่นขับแสงส้มทองแรกอรุณ

 

เนเฟอร่านั่งอยู่บนพื้นหญ้านิ่มมีเพทราอยู่ในอ้อมแขน ราชินิหลับตาลงเนิ่นนานแล้วแต่เธอรู้ดีเพทรายังคงครุ่นคิดอย่างเจ็บปวด

 

นี่คงเป็นภายในวังของเจ้า เนเฟอร่าเอ่ยเมื่อแสงยามเช้าเผยให้เห็นสภาพรอบด้านชัดเจนขึ้น

 

สระบัวที่เสด็จแม่รักที่สุด เพทราตอบ

ถึงข้าจะไม่เคยพบนางก็ตาม อย่างไรเสียพระมารดาที่เสด็จสู่สวรรค์ในวันที่ให้กำเนิดนางกับทารกแรกเกิดที่ไม่รู้เดียงสาก็เทียบได้กับการไม่เคยพบนั่นแหละนะ

 

เพทราเลื่อนตัวลงวางศีรษะหนุนตักเนอเฟอร่า ปล่อยร่างกายซึบซับความอ่อนนุ่มของพื้นหญ้า ราชินียกมือข้างขวาขึ้นมันพันไว้ด้วยผ้าลินินสีขาวขมุกขมัว เธอจ้องไปยังดวงอาทิตย์สีส้มอ่อนแสงที่พยายามเร้นตัวผ่านเมฆ จากนั้นจึงกางมือออกขยับนิ้วทั้งห้าราวกับกำลังหยอกล้อกับอาทิตย์แรกอรุณ

 

น่าตลกนัก ตัวข้าถูกทิ้งให้เผชิญความตายนับครั้งไม่ถ้วน ณ ที่แห่งนี้ พระบิดาผู้โหดเหี้ยม ใจดำเป็นทวีคูณเมื่อเสด็จแม่จากไป พี่น้องทุกคนล้วนถูกทิ้งให้เอาตัวรอดท่ามกลางสัตว์ป่าที่หิวโซ ทั้งข้า ทั้งเคฮ์เฟรน.... ราชินีเหมือนเอ่ยกับอากาศ นัยน์ตาสีดำเพ่งมองดวงตะวันที่ปลายนิ้วของตน

 

ข้านึกว่าเป็นข้าคนเดียวที่รอดมาได้ข้ามีสิทธิที่จะโกรธแค้น ทว่าเคฮ์เฟรนก็เอาชีวิตรอดมาเช่นกันแต่เขากลับเลือกที่จะอภัย เพทราพูดรู้สึกได้ว่านัยน์ตาร้อนผ่าว เธอกระชับมีดสั้นแห่งกาลเวลาในมือข้างซ้ายแน่น

 

เศฮ์เฟรน พูดมาถึงตอนนี้ราชินีก็ยกมีดสั้นในมือขึ้นประทับริมฝีปาก คิดถึงจนหมดใจ

 

เนเฟอร่าประคองสองมือกระชับใบหน้างามคมที่แสนโศกเศร้านั้น นัยน์ตาประสานตา

 

เคฮ์เฟรนอยากให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป

นักเดินทางแห่งแสงปลอบ ใจกระหวัดถึงท่านผู้เป็นที่รักที่เธอเฝ้าเพียรตามหา

ท่านเรฟา เนเฟอร่าน้อยของท่านตัดสินใจถูกต้องแล้วใช่หรือไม่คะ?’

 

แม้ต้องขัดบัญชาแห่งเทพแต่ยามนี้ข้ายินดีนักที่เจ้ามีชีวิตอยู่ จงเติบโตขึ้นเถอะเพทราข้าเชื่อว่าการข้ามผ่านกาลเวลานี้สอนบางสิ่งแก่เราทั้งสองเนเฟอร่าราวกับจะมองเห็นประกายสุกใสแห่งความรู้แจ้งในดวงตาของราชินีเป็นครั้งแรก เธอยิ้มอ่อนหวาน

 

เจ้าเป็นใคร ข้ามั่นใจว่าเจ้ามิใช่มนุษย์ธรรมดา เพทราเอ่ยถามจริงใจ

 

ข้าคือนักเดินทางแห่งกาลเวลาผู้นำสารแห่งทวยเทพสู่เหล่ามนุษย์ ห้วงเวลาไร้สิ้นสุดกัดกร่อนวิญญาณข้าทีละน้อย โดยไม่รู้ตัวข้ากลายเป็นเพียงตุ๊กตาที่ทำตามบัญชาแห่งเทพเจ้า ไม่เคยสงสัย ไม่ใส่ใจ ไม่ตั้งคำถาม ทว่ายามนี้ข้าตระหนักแล้วถึงหน้าที่ของข้า ถึงทางเลือกที่สมควรกระทำ เนเฟอร่าตอบอ่อนโยน เธอได้ยินเสียงเฮรูร้องพอใจแว่วมา

 

หึ ถ้าเช่นนั้นข้าก็สมควรกระทำหน้าที่ในฐานะราชินีแห่งอียิปต์เช่นกันสินะ เพทรานึกถึงเคฮ์เฟรน

 

ข้าจะลองตามหาความหมายของชีวิตสักครั้ง พูดจบราชินีก็ยันตัวขึ้นว่องไว ริ้วรอยแห่งความเศร้ายังคงฉาบไปทั่วใบหน้านั้นทว่าเนเฟอร่ามองเห็นบางสิ่งต่างออกไปจากครั้งแรกที่พบราชินี

 

ยังคงงดงาม ยังคงเย่อหยิ่ง ยังคงสูงศักดิ์ ทว่าไม่มีความเย็นชาอีกต่อไป’’

 

เพทรายืนอย่างสง่างามพลางยื่นมือให้เนเฟอร่า มาเถอะ คราวนี้ข้าจะรับรองเจ้าในฐานะสหายคนสำคัญ

 

ทั้วสองบ่ายหน้ากลับเข้าไปในตัววัง ทว่าราชินีและนักเดินทางแห่งแสงยังไม่รู้ บัดนี้วิหารแห่งเพทรามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเฝ้ารออยู่

 

 

 

 

ย้อนกลับไปหลังจากที่คมมีดแห่งกาลเวลาได้นำพาเพทราและเนอเฟอร่าก้าวผ่านไปสู่อดีตและปลดปล่อยให้ห้วงเวลาแห่งปัจจุบันดำเนินต่อ ความโกลาหลได้บังเกิดไปทั่วเมื่อเหล่าข้าราชบริพารพบว่าราชินีหายตัวไปพร้อมนักเดินทางในชุดคลุมสีขาว

 

หรือจะเป็นการลงโทษของเทพเจ้า?’ เหล่าข้าสนองบาทพากันโจษจันสงสัย

 

หรือเพราะราชินีไม่ทรงเลือกสวามีผู้จะเถลิงยศเป็นฟาโรห์ จึงถูกลงทัณฑ์?’ นางกำนัลลอบกระซิบกัน

 

ตึง! ตึง! ตึง!”

ทว่าเสียงสับสนก็ถูกทำให้เงียบลงเมื่อทุกคนในที่นั้นได้ยินเสียงกลองสงครามดังแว่วมาจากกำแพงวัง.....................................

 

 

 

 

เพทรารับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ เงียบ เงียบเกินไป  เธอคาดหวังจะได้เห็นความโกลาหลอย่างน้อยราชินีแห่งอียิปต์หายตัวไปเช่นนี้ไฉนจึงไม่มีผู้ใดออกตามหา?

 

เพทราเดินนำเนเฟอร่าไม่รีบร้อน ระหว่างทางเธอสังเกตสภาพแวดล้อมภายในวัง ตรึกตรอง แม้ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นยามที่เธอและเนเฟอร่าหายตัวไปในอดีต ทว่าเมื่อเธอกลับมาแล้วกลับไม่พบเงาของข้าราชบริพารสักคนราชินีจึงสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งแปลกไป

 

เนเฟอร่า เจ้ารู้ใช่ไหมว่ายามนี้อียิปต์ถูกล้อมด้วยชนเผ่าน้อยใหญ่ที่หวังในตำแหน่งฟาโรห์ เพทราถามแม้มิได้แสดงความวิตกกังวลแต่เนเฟอร่ารับรู้ถึงความจริงจังในน้ำเสียง

 

บางทีการที่ราชินีเช่นท่านหายตัวไปอาจจะส่งผลบางอย่างแก่ปัจจุบันก็เป็นได้ เนเฟอร่าตอบพยายามขบคิด ถ้าเกิดโกลาหลเธอก็จะปกป้องเพทราเธอตัดสินใจ

 

ร่างบอบบางสง่างามทั้งสองค่อยๆย่างไปตามทางเดินหินสีน้ำตาลที่ถูกขัดเรียบ แสงแห่งราจับขอบฟ้า เสียงนกเจื้อยแจ้ว ลมพัดผ่านเย็นสบาย ทว่าไร้เสียงผู้คน

 

เพทราเดินนำเนเฟอร่าเข้าสู่วิหารที่ทั้งสองพบกันครั้งแรกพร้อมเอ่ย ข้าจะส่งมีดสั้นทั้งหมดกลับสู่เจ้าของ

 

เอ๋?” เนเฟอร่าส่งเสียงประหลาดใจเล็กน้อย ข้านึกว่าท่านประหารพวกเขา?”

 

หึหึ เจ้าเห็นข้าเป็นเทพแห่งความตายหรืออย่างไร ผู้ที่นำมีดสั้นมากำนัลข้าแม้มีดเหล่านั้นมิใช่มีดสั้นแห่งกาลเวลาใช่ว่าข้าจะต้องโกรธเคืองจนสังหารพวกมัน เพทราพูดกลั้วหัวเราะ

 

แค่ท่านใช้ผู้ส่งมีดมาเป็นตัวทดลองว่าจะสามารถกรีดผ่านมิติเวลาหรือไม่ข้าว่าคงเรียกเลือดไปได้หลายราย เนเฟอร่าได้แต่คิดกลอกตาไปมา ระอาน้อยๆ

 

จากนั้นคงต้องเจรจา อ้ะ!”

เพทรากำลังจะพูดถึงแผนการเจริญสัมพันธไมตรีและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะราชินีแห่งอียิปต์ ทว่าภาพที่ปรากฏในสายตาดึงดูดความสนใจของเธอไปสิ้น

 

ในวิหารนั้นมืดสลัวมีเพียงแสงอาทิตย์รำไรส่องผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างหินด้านบน แสงนั้นเผยให้เห็นเงาร่างสีดำที่นั่งอยู่บนบังลังก์ทองของผู้ปกครองแห่งอียิปต์ ร่างนั้นดูแข็งแกร่งนั่งไขว่ห้างผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งท้าวคางวางศอกบนบังลังก์ น่าจะเป็นบุรุษไม่ผิดเพี้ยน ท่ายโสที่ถือสิทธิบนบังลังก์ทำให้เพทราขมวดคิ้วจ้องไปทางร่างนั้นด้วยประกายตาคมกล้า

 

อากลับมาแล้วเหรอ ข้ารอพวกเจ้าอยู่นานทีเดียวเสียงของบุรุษผู้นั้นดังขึ้น เป็นเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำฟังไพเราะอย่างประหลาดในขณะเดียวกันก็แฝงความทรงศักดิ์เต็มเปี่ยม เสียงที่เพทราและเนอเฟอร่าคุ้นเคย

 

เจ้า!”

ท่าน?”

สตรีทั้งสองประสานเสียงแต่ด้วยความไม่แน่ใจทั้งคู่จึงมิได้พูดอะไรมากกว่านั้น

 

ร่างนั้นลุกจากบังลังก์พร้อมก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาที่หญิงสาวทั้งสองไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบอีกในช่วงเวลานี้ แววตาสีแดงที่ประกายออกมาชั่วครู่หนึ่งก่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีดำใส ใบหน้ายิ้มแย้มคมคายที่ดูเหมือนซ่อนความลับบางอย่างไว้ตลอดเวลาจ้องมากระตุกมุมปากให้ทั้งสอง

 

เมอร์เซ็ท!?”

เพทราและเนเฟอร่าอุทานแทบจะเป็นคำเดียวกันประหลาดใจสุดประมาณ

 

เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีสาวงามถึงสองคนจดจำเราได้เช่นนี้ เมอร์เซ็ทเอ่ยหยอกล้อ เขาเดินลงมาเบื้องล่างช้าๆยืนห่างจากเพทราไม่กี่ช่วงแขน

 

เมอร์เซ็ทแต่งกายอย่างนักรบทะเลทราย ชุดผ้าฝ้ายเนื้อหนาย้อมด้วยสีดำสนิททับด้วยผ้าคลุมสีเดียวกัน เขาดูเข้มแข็งเยาว์วัยไม่ต่างจากครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองเห็น เพทราเลิกคิ้วขึ้นทว่าไร้คำพูด เธอเหลียวมองรอบกาย หากเมอร์เซ็ทอยู่ที่นี่บางที......บางที เคฮ์เฟรน ทว่าเธอยังไม่เห็นใคร....

 

ดูเหมือนว่ากาลเวลาจะพรากสังขารไปจากท่านไม่ได้ เมอร์เซ็ทท่านเป็นใครกันแน่ เนเฟอร่าเป็นฝ่ายถามเธอมั่นใจว่าเมอร์เซ็ทกุมความลับบางอย่างไว้ ความรู้สึกคุ้นเคยผุดล้นขึ้นมาราวระลอกน้ำ

 

40ปีแล้ว....เจ้าจะมาแก้แค้นข้ารึ?”

เพทราเอ่ยบ้างเธอรู้สึกตัวอย่างไรเสียเธอก็เคยวางแผนการร้ายกาจกับเมอร์เซ็ทและเคฮ์เฟรนมาก่อน เคฮ์เฟรนให้อภัยแต่เธอไม่อาจทราบได้ถึงความคิดของเมอร์เซ็ท ใจประหวัดนึกถึงคืนที่ได้รับการ รักษารู้สึกถึงแรงกดดันคุกคามจากชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เพียงไม่กี่ก้าว

 

นั่นสินะข้ามาทำอะไรที่นี่ เมอร์เซ็ทเปรยยิ้มกว้างกว่าเดิม เขากอดอกจ้องมองเพทราสลับเนเฟอร่าใบหน้าระรื่นทว่าแววตากลับไม่ยิ้มตาม จากนั้นก็เอามือลูบคางครุ่นคิด เอาเป็นว่าข้ามาที่นี่ด้วยเหตุผล 2 ประการ

 

เนเฟอร่าจับจ้องกิริยานั้นสงสัยเหงื่อเย็นเฉียบไหลผ่านแผ่นหลัง ยิ่งดูก็ยิ่งคุ้นตาเหมือนใครคนหนึ่งยามโกรธเคืองเหลือเกินทว่ายังนึกไม่ออก

 

เรื่องแรก เมอร์เซ็ทกล่าวสุขุมยกฝ่ามือขึ้นเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง ทันใดภายในวิหารก็พลันสว่างเรื่อเรืองด้วยแสงจากตะเกียงเพลิงที่พึ่งถูกจุดขึ้น ปรากฏเงาร่างของทหารทะเลทหารในชุดคลุมสีน้ำตาลเทากำลังควบคุมตัวข้าราชบริพารของเพทราไว้ด้วยดาบคมวาววับ นางกำนัลบางคนหมอบกราบแทบพื้นหวาดกลัวเหลือประมาณ

 

ชาวเนเคนยึดวิหารแห่งนี้ไว้แล้ว เมอร์เซ็ทเอ่ยทั้งที่ยังยิ้ม

 

อา ท่านเพทรา นางกำนัลเอ่ย

 

องค์เพทรา ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย จากนั้นบรรดาข้าบาททั้งหลายจึงเงยหน้าตามเว้าวอนราชินีแห่งตน

 

 ปราณีเถิด โอ องค์สมมติเทพ หลายเสียงร้องระงม

 

ต้องการสิ่งใดจงบอกมาเมอร์เซ็ทอย่าทำร้ายคนของข้า เพทราเอ่ยเฉียบขาดเธอตระหนักดีอียิปต์ต้องการราชินีผู้ปกป้องภัยคุกคาม แล้วภัยที่ว่าก็ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง

 

ฮ่าฮ่า เจ้ามีสิ่งใดที่ข้าต้องการงั้นรึ เขาถามพลางยกมือขึ้นหงายฝ่ามือออกยักไหล่ไม่ใส่ใจ ตอนนี้ทหารเนเคนยึดเมืองหลวงแห่งนี้ไว้แล้วมิใช่แค่วิหารหรอกนะ เช่นนี้ตัวเจ้าก็เปรียบเสมือนราชินีไร้บัลลังก์

 

เพทรานิ่งอึ้งเธอคิดคำนวนรวดเร็ว ลำพังกองทัพของเจ้าไม่มีทางบุกเข้ามาโดยผ่านทัพของเผ่าอื่นได้เป็นแน่และไม่น่าจะมีกำลังมากพอ ยามนี้เป็นฤดูแล้งเห็นที่พวกเจ้าคงรวมทัพกันเพราะขาดเสบียง ตอนนี้กำลังทหารที่ข้าเรียกมาจากทั่วทั้งอียิปต์ก็อยู่อีกไม่ไกล ถึงเจ้าจะฆ่าพวกเราทั้งหมดเจ้าก็ไม่มีทางได้ครองอียิปต์ ยกเว้นเจ้าจะได้มันโดยชอบธรรม

 

นั่นหมายความว่าเจ้าจะยอมเป็นราชินีของข้าเพื่อแลกกับชีวิตผู้คนทั้งเมืองนี้รึ เมอร์เซ็ทถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยอ่านอารมณ์ไม่ออก

 

เพทรานิ่งอึ้งเธอจ้องมองเมอร์เซ็ทเขม็งหากดวงตาของเธอเป็นเปลวไฟชายหนุ่มก็คงถูกเผาเป็นจุล ข้าจะสละบังลังก์ให้เจ้าโดยดุสดี เราจะจัดพิธีบรวงสรวงเทพเจ้าพร้อมให้มหาวิหารและพลเมืองแห่งอียิปต์เป็นพยาน เจ้าจะได้เป็นฟาโรห์แห่งราชวงค์ใหม่โดยที่ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ

 

ราชินีเงียบเว้นจังหวะก่อนเอ่ย แต่อย่าหวังว่าข้าจะอภิเษกเป็นราชินีของเจ้า เพทราประกาศทรนง

 

ถ้าไม่เป็นราชินีเจ้าก็มีแต่ทางตายเพทราเจ้ารู้ดีที่สุด เจ้าเป็นผู้สืบสายเลือดแห่ง รา มันเป็นกฏที่เจ้าต้องอภิเษกกับฟาโรห์หาไม่แล้วเจ้าจะต้องทัณฑ์ เนเฟอร่าแย้งรู้สึกสับสนเธออยากปกป้องเพทรา เจ้าลืมที่เคฮ์เฟรนพูดแล้วรึ

 

ไม่ ราชินีตอบเฉียบขาดเธอก้าวผ่านเมอร์เซ็ทไปยังบังลังก์พร้อมนั่งลง วางมือทั้งสองบนพระแท่น หลังเหยียดตรง ใบหน้าสงบนิ่งแน่วแน่ดูทรงอำนาจราวนางพญา

 

ข้าไม่มีวันทิ้งชีวิตนี้ที่เคฮ์เฟรนช่วยโอบอุ้มไว้อย่างสุดกำลังฉะนั้นข้าจะถอดยศตัวเองเป็นสามัญชน เช่นนั้นแล้วก็ถือว่าข้าไม่ผิดต่อกฏมณเฑียรบาล และแน่นอนว่าข้อตกลงที่เราจะมีร่วมกันเมอร์เซ็ทจะต้องไม่มีข้อใดเสียประโยชน์ต่อชนชาวอียิปต์ เธอประกาศกวาดตามองข้าราชบริพารไล่มายังเนเฟอร่าสุดท้ายหยุดที่เมอร์เซ็ท

 

ข้ารองบาททั้งหลายตื่นตะลึงจากนั้นจึงพากันโจษจันท์อื้ออึงไม่คิดว่าสมมติเทพจะมีดำริเช่นนี้ จากผู้ทรงอยู่เหนือทุกชีวิตในแผ่นดินกลับประกาศตนเพื่อเป็นสามัญชน หากเป็นขัตติยะพระองค์อื่นคงยอมสละชีพเพื่อศักดิ์ศรีแห่งกษัตริย์แต่ราชินีเพทรากลับยอมสละสิ้นศักดิ์แต่กำเนิดทั้งหมดเพื่อแผ่นดินโดยแท้จริง

 

เนเฟอร่าตกตะลึงเช่นกัน เหลียวมองข้าพระกำนัลหลายคนแอบร่ำไห้ซับน้ำตาเงียบๆ เธอยอมรับหมดใจว่าเพทราได้ทำเพื่ออียิปต์ด้วยใจบริสุทธิ์

 

จากนั้นทั่วทั้งวิหารก็ตกอยู่ในความเงียบเนิ่นนาน มีเพียงเพทราที่จ้องมองเมอร์เซ็ทนิ่งรอคอยคำตอบ

 

ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเด็ดขาดไว้จ้องมองเพทรากลับไม่วางตาเช่นกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” เมอร์เซ็ทหัวเราะร้ายกาจเขายกมือขึ้นพร้อมส่งสัญญาณให้ทหารของตน พาพวกมันออกไปให้หมดเหลือไว้แค่ท่านหญิงสองคนนี้ ข้ากับพวกนางมีเรื่องที่จะต้องตกลงกันอีกยาว เขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามองข้าพระกำนัลทั้งหลายที่ร่ำไห้พยายามยื้อยุดขืนตนไว้จะอยู่เคียงข้างราชินี

 

ราชินีเพทรายามนี้ก็เหมือนนางสิงห์ที่ถูกไล่ต้อน แม้เสียเปรียบเธอก็ยังคงประกายตากร้าวกล้ามั่น แต่ชายผู้เป็นดั่งหมาไนที่รุกไล่นั้นกลับค่อยๆย่างเท้าก้าวเข้ามาหาเธอทีละน้อย ทีละน้อย เมอร์เซ็ทหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเพทราที่ยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์ทอง เขาเชยคางราชินีขึ้นให้สบตา

 

นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองนัยน์ตาสีดำใสไม่มีใครยอมแพ้ใคร ใบหน้าราชินีรู้สึกร้อนผะผ่าวขึ้นช้าๆ ริมฝีปากสีสดของเธอเริ่มชาเมื่อเมอร์เซ็ทไล่ปลายนิ้วตามกลีบปากแผ่วเบา ความร้อนลามมายังใบหูเมื่อชายหนุ่มโน้มตัวลงมาใบหน้าแนบชิดจนปลายจมูกทั้งสองห่างเพียงเอื้อม มันช่างแสนอึดอัด เมอร์เซ็ทจรดปลายจมูกข้างแก้มเธออย่างอ่อนโยนทว่าสัมผัสนั้นร้อนราวกับไฟ เพทราระบายลมหายใจไม่รู้ตัว ไม่เหมือนเคฮ์เฟรนแม้แต่น้อย แม้เคฮ์เฟรนก็ไม่รู้สึกเช่นนี้

 

ข้าภูมิใจในตัวเจ้า

เมอร์เซ็ทเอ่ยก่อนประกบริมฝีปากลงแนบสนิทกับเพทรา ราชินีเบิกตากว้างไม่ได้ขัดขืนแม้ไม่รู้ว่าทำไมแต่น้ำเสียงอ่อนโยนของเมอร์เซ็ทนั้นจับใจเหลือเกิน ปลอบประโลมเธอยิ่งยวดราวกับจะได้รับความรักจากบุรุษเป็นครั้งแรก เธอประหลาดใจ หัวใจเต้นแรงเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากอ่อนนุ่มของชายหนุ่ม จากหยอกเย้าแผ่วเบาค่อยๆรุกไล่เหมือนจะท้าทาย ราชินีเพทรากำลังถูกท้าทาย หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆตามจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกัน ราวกับกำลังโบยบิน ราวกับได้ร่ายรำ รู้สึกเต็มอิ่ม ร่างกายสั่นระริก รู้สึกยินดีจนหัวใจแทบหยุดเต้น ทั้งสองราวกับจะแลกอากาศกันหายใจ เพทราปรือตาลงแล้วปล่อยใจ

 

เนิ่นช้ากว่าเมอร์เซ็ทจะยอมละริมฝีปากออก เพทราหอบหายใจสั่นสูดอากาศเข้าเต็มปอดอีกครั้ง ทั่วทั้งใบหน้ายังคงร้อนผ่าว เมอร์เซ็ทยิ้มเลียริมฝีปากราวกับสุนัขเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาคล้ายจะท้าทายอีกครั้ง เพทราจึงเบือนสายตาหนีไปหาเนเฟอร่าก็ได้รับดวงตาพิสุทธิ์จ้องตอบกลับมา

 

ไม่ว่าอย่างไรข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเพทรา  เหมือนนั่นคือความหมายที่นักเดินทางแห่งแสงสื่อ เนเฟอร่าสัมผัสได้ถึงกระแสอารมณ์ที่เปลี่ยนไป เธอคล้ายจะมองเห็นอารมณ์ขุ่นมัวที่เคยบิดเป็นเกลียวโอบล้อมเมอร์เซ็ทไว้ไหวระริกและค่อยๆจางหาย คลื่นความรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออกมลายไปสิ้น

 

แล้วเมอร์เซ็ทก็ยิ้ม ยิ้มอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ทั้งสองเคยเห็นมาทว่าสิ่งที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากงดงามนั้นทำร้ายจิตใจเหลือประมาณ

 

เคฮ์เฟรนได้ตายไปแล้ว

 

เหมือนเขาจะเว้นจังหวะให้เพทราและเนเฟอร่าได้หายใจ ก่อนเอ่ย

 

ข้ามาที่นี่เพื่อจะดูว่าความตายของเคฮ์เฟรน ก่อกำเนิดตัวตนของเพทราเช่นไร เมอร์เซ็ทกล่าวด้วยสีหน้าปิติ ข้ายินดีที่เจ้าเติบโตขึ้นเพทราของข้า การตัดสินใจของเจ้าเมื่อครู่พิสูจน์แล้ว เจ้าไม่ทำให้ความตายของเคฮ์เฟรนเสียเปล่า ยามนี้เมอร์เซ็ทโอบประคองเพทราที่แทบล้มทั้งยืน ลูบหลังราชินีแผ่วเบารักใคร่

 

เคฮ์เฟรน.....ตายไปแล้ว คืนนั้น เพราะข้า......เพราะข้า เพทรากลั้นก้อนสะอื้นความรู้ผิดท่วมท้น เธอปล่อยให้เมอร์เซ็ทโอบกอดเธอไว้ ยามนี้จิตใจล่องลอยไปไกลเสียแล้ว

 

ไม่หรอกเพทราน้อยของข้า เคฮ์เฟรนไม่ได้ตายเพราะเจ้า เมอร์เซ็ทประคองใบหน้านองน้ำตาของราชินีจูบซับน้ำตา เพทราเพียงจ้องกลับคาดคั้นคำตอบ เนเฟอร่าเองก็กลั้นใจรอประโยคต่อไปเช่นกัน

 

พวกเรารอดพ้นทหารอียิปต์ไปได้ในคืนนั้น เคฮ์เฟรนกลับไปรวบรวมกำลัง เนเคนขับไล่อียิปต์ได้สำเร็จ ชนเผ่าทะทรายที่เคฮ์เฟรนรักยิ่งชีพนั้นเร้นกายเข้าสู่ห้วงทะเลทรายลึกอยู่อย่างสงบสุขเรื่อยมา เมอร์เซ็ทเล่าเรื่อยราวกับกำลังเล่านิทานให้เด็กน้อยฟัง

 

แล้วทำไมเคอ์เฟรนถึงตาย!” เพทราชิงถามร้อนใจ

 

มันเป็นชะตาของเขา เคฮ์เฟรนมีโรคประจำตัว มันกัดกร่อนร่างกายเขามานาน อย่างไรเสียเขาก็ต้องตายภายในปีนั้นดังบันทึกที่เจ้าเคยอ่านเพทรา เมอร์เซ็ทตอบ ยังคงจับจ้องใบหน้าเพทรา

 

ไม่จริง ข้าไม่เห็นเคฮ์เฟรนจะเหมือนคนป่วยเลยสักนิด เพทราแย้ง

 

สิ่งที่เจ้าไม่เห็นไม่ได้แปลว่ามันจะไม่มีอยู่จริง เจ้าไม่เห็นเคฮ์เฟรนป่วย ไม่มีใครเห็นทั้งนั้นนอกจากข้า เพราะเขาปิดบังไว้ ซ่อนไว้แนบเนียน แต่ดูเถิดเพทราหากเจ้าพิจารณา ไม่สงสัยบ้างหรือว่าทำไมเคฮ์เฟรนจึงดิ้นรนทุกทางเพื่อเนเคน นั่นเพราะเจ้านั่นรู้แล้วว่ามันเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่จะได้ต่อสู้เพื่อแผ่นดินที่รักยิ่ง เมอร์เซ็ทตอบเศร้าสร้อย นัยน์ตาจ้องมองเพทราลึกซึ้ง

 

เนเฟอร่าที่เฝ้ามองทั้งสองคล้ายเห็นภาพซ้อนทับ ภาพยามเมอร์เซ็ทมองเพทรานั้นมันช่างเหมือนกับ.....

 

เมอร์เซ็ทประคองราชินีนั่งลงบนบัลลังก์ทอง เขาคุกเข่าลงพลางยกฝ่ามือของเพทราที่พันไว้ด้วยผ้าลินินสีขาวขึ้น จากนั้นจรดริมฝีปากจุมพิตแผ่วเบาพร้อมเอ่ย

 

มันเป็นชะตาที่เคฮ์เฟรนต้องตาย เพื่อให้เจ้ามีชีวิตเพทรา ความตายของเขากำเนิดชีวิตของเจ้า

 

เพทราจ้องมองฝ่ามือตนเองนิ่ง พลันเหมือนสายน้ำแห่งความคิดและกาลเวลาได้ประติดประต่อร้อยเรียงกันเป็นเรื่องราว

 

หรือว่า... เธอล้วงมีดสั้นแห่งกาลเวลาออกมา จ้องมองมันสลับกับฝ่ามือที่พันไว้แน่นหนา นัยน์ตาสีดำไหวระริก ริมฝีปากบางกระตุก

 

ใช่แล้ว เพทราของข้า เมอร์เซ็ทตอบยิ้มยินดี

 

หรือว่า?” เธอเอ่ยอีกครั้งเบาหวิว

 

เป็นอย่างที่เจ้าคิด เพื่อนรักของข้า เมอร์เซ็ทเอ่ยอ่อนโยน

 

เนเฟอร่าจำได้แล้ว เมอร์เซ็ทจ้องมองเพทราด้วยสายตาอ่อนโยนเป็นมิตรยิ่ง เหมือนยามที่เขาจ้องมองเคฮ์เฟรน!’

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ราชินีระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความยินดี เธอหลั่งน้ำตาแห่งความปิติ มือปลดผนึกที่สลักผ้าลินินนั้นออกรวดเร็ว ชายผ้ายาวสีขาวขมุกขมอมนั้นหล่นระเรื่อลงสู่พื้นค่อยๆเผยให้เห็นฝ่ามือขาวสะอาดของเพทรา เธอแบมือออกผิวสีขาวมีรอยสีแดงสดพาดผ่านเป็นแนวยาว ราวกับถูกกรีดด้วยคมมีดจนเลือดเจิ่งนอง

 

นี่เป็นตำหนิที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิด เพทราเอ่ยพร้อมผายมือไปทางเนเฟอร่าที่ทำหน้างุนงง มันเหมือนกับรอยของคมมีดแห่งกาลเวลาที่เคฮ์เฟรนกำไว้แน่นเพื่อช่วยน้องสาวของเขาใช่หรือไม่ คำพูดของเพทราเฉลยทุกสิ่ง

 

คมมีดแห่งกาลเวลาสลักรอยแผลลึกถึงวิญญาณ เนเฟอร่าพึมพำแทบไม่เชื่อสายตา

 

เคฮ์เฟรนท่านอยู่กับข้ามาตลอดสินะ เราอยู่ด้วยกันมาตลอด เพราะเราคือวิญญาณดวงเดียวกัน

เพทรารำพึง ไม่เคยรู้สึกสุขใจเท่านี้มาก่อน ในที่สุดเธอก็ได้พบเคฮ์เฟรนอีกครั้ง เธอโอบกอดตัวเองแผ่วเบาหยาดน้ำตาสุกใสไหลริน อา..มันเศร้าเกินจะเอ่ย มันแสนยินดีเกินจะคาดคิด ข้ารักเจ้าเหลือเกินเคฮ์เฟรน และข้ารู้แล้วว่าทำไม เพราะข้าคือเจ้าและเจ้าก็คือข้า

 

น่ามหัศจรรย์ใช่ไหมไม่น่าเชื่อว่าข้าต้องให้ตัวเองในชาติก่อนสอนให้รู้จักรัก สอนความหมายของชีวิต เพทรากล่าวกับเมอร์เซ็ทและเนเฟอร่าทั้งที่น้ำตานองหน้า เธอคลี่ยิ้ม ยิ้มนี้อ่อนโยนราวกับเคฮ์เฟรนก็ไม่ปาน

 

เนเฟอร่าตะลึงลานเบิกตากว้าง โออามุนรา ตัวข้าผู้ก้าวผ่านกาลเวลาไร้ที่สิ้นสุดได้เป็นประจักษ์พยานแห่งการพบกันของหนึ่งดวงวิญญาณในสองช่วงเวลา ขนทั่วร่างของเนเฟอร่าลุกเกรียวด้วยความยำเกรงในอำนาจแห่งทวยเทพ พลันนึกถึงท่านเทพผู้มอบมีดสั้นแห่งกาลเวลานี้ให้เธอ ท่านอนูบิส

 

ข้าดีใจนะที่ได้พบเจ้าอีกครั้งเพื่อนรัก คราวนี้เมอร์เซ็ทวางสองแขนคร่อมร่างที่นั่งบนบังลังก์ของเพทรา เงาร่างที่สูงใหญ่กว่าทาบทับราชินีไว้มิด จูบซับน้ำตาของเพทราแผ่วเบา เขายิ้มแววตาพราวระยับราวกับว่าเมอร์เซ็ทที่เคร่งขรึมคุกคามอย่างน่ากลัวเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา เพทรามองตอบแววตาอ่อนโยนนั้นวางตัวไม่ถูก รู้สึกขัดเขินอย่างช่วยไม่ได้มีบางอย่างในตัวเมอร์เซ็ทที่ทำให้เธอรู้สึกเป็นรองเหลือเกิน สงสัยเหลือเกินว่าเขาต้องมิใช่มนุษย์ธรรมดา

 

ว่าแต่เรามาว่าธุระประการที่สองกันดีกว่าเพทราน้อยของข้า พิธีอภิเษกของเราจะจัดเมื่อไรดี โดยไม่มีปี่มีขลุ่ยเมอร์เซ็ทถามทะลุกลางปล้องเรียกสีหน้าแปลกใจระคนไม่ไว้วางใจจากเพทราและเนเฟอร่า

 

เหตุใดข้าต้องอภิเษกกับเจ้าด้วยเมอร์เซ็ท!?” เพทราถามงุนงงทั้งยังคงความพยศไว้ไม่จาง แล้วตัวข้าเป็นของเจ้าตั้งแต่เมื่อไร ราชินีหรี่ตามองอันตรายริมฝีปากเรียวบึ้งตึง

 

เจ้าเป็นของข้านับแต่วินาทีที่เจ้ารับสมบัติของข้าจากเนเฟอร่าน้อยอย่างไรเล่า เมอร์เซ็ทตอบพร้อมยิ้มอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มนั้นสดใสระคนเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้ เขาพูดพลางใช้นิ้วม้วนปลายผมหอมละมุนของเพทรามาชมเล่น กลิ่นกุหลาบป่าหอมนัก อยากรู้ว่าเจ้าจะหอมเช่นนี้ทั้งตัวหรือไม่

 

เพทราสะบัดหน้าพรืดอย่างหงุดหงิด ทวนคำ ของๆเจ้ารึ ข้ารับสิ่งใดมาจากเจ้าเมื่อไรกัน

 

มีดสั้นแห่งกาลเวลาเล่มนี้ที่เจ้าประกาศว่าจะยอมแลกกับบัลลังก์อียิปต์ให้โดยดุสดีอย่างไรละ ในเมื่อข้าได้ครองบัลลังก์อียิปต์โดยชอบธรรมเจ้าก็ต้องเป็นราชินีของข้า เมอร์เซ็ทเอ่ยพลางรวบเพทราเข้ามากอดราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่

เจ้าหนีไม่พ้นแน่เพทรา หึหึ เขาว่ายกมือขึ้น พลันมีดสั้นแห่งกาลเวลาที่อยู่ในมือเพทราก็สลายไปจากนั้นเมอร์เซ็ทจึงหงายฝ่ามือนั้นออก อวกาศโดยรอบบิดม้วนรวมตัวกันราวก้นหอย สะเก็ดแสงเลื่อมพรายบินฉวัดเฉวียนรวมตัวกันเหมือนมีชีวิตบังเกิดเป็นมีดสั้นแห่งกาลเวลาอันงดงาม ใบมีดคมทอแสงสีรุ้งประกายเรืองรองยามที่อยู่ในมือเจ้าของที่แท้จริง

 

เนเฟอร่าเคยบอกไว้ไม่ใช่รึมีดสั้นนี้คือสมบัติแห่งเทพ สมบัติแห่งข้า เมอร์เซ็ทเอ่ยทรงอำนาจเสียงทุ้มต่ำนั้นชวนหลงใหลกว่าครั้งใด

 

เพทรายังคงงุนงงไม่หาย แม้พยายามขืนตัวออกแต่ก็ยากจะต้านแรงเมอร์เซ็ท ยิ่งถูกสัมผัสใกล้ชิดอ่อนโยนและถูกจ้องมองด้วยดวงตาสีดำใสประกายแดงนั้นยิ่งทำให้รู้สึกขัดเขินจนไร้เรี่ยวแรง ทว่าเนเฟอร่ากลับตั้งสติได้ก่อนเธออุทานด้วยความตกใจ

 

ท่านอนูบิส!!”

ใช่แล้วเมอร์เซ็ทก็คือเทพอนูบิสนั่นเอง เนเฟอร่าตระหนักพลางรีบย่อตัวลงคุกเข่าทำความเคารพเทพแห่งคนตายทันที ท่านอนูบิสทรงล้อเล่นเกินไปแล้วเพคะ ทรงร้ายนักชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด เนเฟอร่าหมั่นไส้อยู่ในใจมิน่าเล่าเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเมอร์เซ็ทอย่างไรบอกไม่ถูก

 

หึหึ ไม่ต้องจ้องข้าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเช่นนั้นก็ได้เนเฟอร่าน้อย เทพอนูบิสในร่างมนุษย์นามเมอร์เซ็ทตอบรู้ทัน ทรงหัวเราะร่า เป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่รึยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเช่นนี้ ทั้งเพทราทั้งเจ้าต่างก็ได้รับการปลดปล่อยจากทุกข์ในใจแล้วใช่หรือไม่ ทรงถามอย่างไม่ใส่ใจในคำตอบเท่าใดนัก แล้วตัวข้าก็ได้ราชินี ทุกคนต่างมีความสุขเช่นนี้เจ้าจะโกรธเคืองข้าไปเพื่อเหตุใดหืม เนเฟอร่า

 

เทพอนูบิส!?” เพทราเอ่ยประหลาดใจ แต่ไม่ทันจะได้ถามความใดร่างของเมอร์เซ็ทก็ส่องแสงสว่างวาบ เมื่อกระพริบตาอีกครั้งก็พบว่าชายที่ตระกองกอดเธออยู่นั้นกลายเป็นเทพแห่งคนตายผู้ทรงเศียรแห่งหมาไนสีนิล คราวนี้ดวงตาของเมอร์เซ็ทในร่างเทพอนูบิสเป็นสีแดงสดราวกับโลหิต คมเขี้ยวขาววับนั้นแสยะยิ้มให้เธออย่างร้ายกาจ มีแววหยอกล้อในที ทำเอาเพทรายำเกรงไปทั้งสรรพพางค์ ทว่าราชินียังคงขืนตัวไม่ยอมละพยศง่ายๆ นัยน์ตาสีดำสนิทนั้นจ้องมองเทพเจ้าเล่ห์ด้วยความยำเกรงทว่าเด็ดเดี่ยว

 

เพทราเอ๋ยเพทราทั้งเจ้าทั้งเคฮ์เฟรนมีวิญญาณที่ดื้อดึงไม่ต่างกันเลย เทพอนูบิสช้อนคางราชินีขึ้น ยักคิ้วยั่วโทสะ เพทราใบหน้าแดงระเรื่อริมฝีปากเม้มสนิทบึ้งตึง แต่ก็นั่นแหละทำให้ข้าถูกใจนัก เทพแห่งคนตายทรงพระสรวลเบาๆ ยินดีที่ได้หยอกเย้าเหยื่อในอ้อมแขน

 

ทรงชักใยเล่นสนุกกับชะตาของมนุษย์เช่นนี้ถูกต้องแล้วหรือเพคะ เพทราตอบพยายามทำใจดีสู้เสือ

 

นั่นก็เพราะข้าอยากให้สาวน้อยทั้งสองคนของข้ามีความสุขอย่างไรเล่า เทพอนูบิสตอบตาเป็นประกาย ทรงเอ็นดูเนเฟอร่า ทรงหลงใหลในวิญญาณอันงดงามเย่อหยิ่งของเพทรา หรือเจ้าในยามนี้ไม่มีความสุขหืม เนเฟอร่า ว่าพลางหาผู้สนับสนุน

 

ทุกสิ่งตามพระประสงค์เพคะท่านอนูบิส อย่างไรเสียข้ารับใช้แห่งเทพเช่นข้าหรือจะกล้าขัดท่าน เนเฟอร่าตอบทั้งที่ยังคุกเข่าน้ำเสียงเย็นเยียบประชดประชัน เฮรูที่อยู่ด้านหลังจิกจงอยปากไซร้ขนของมันไม่รู้ไม่ชี้อย่างระอา ราวกับไม่อยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับท่านเทพที่แสนวุ่นวายไปมากกว่านี้อีก

 

เจ้าได้ขัดคำสั่งอันไร้เหตุผลของข้าไปแล้วมิใช่หรือ หึหึ ข้าภูมิใจในตัวเจ้าเช่นกันเนเฟอร่า เทพอนูบิสชื่นชม เจ้ารู้ตัวไหมคราแรกที่เจ้าทำตัวดั่งตุ้กตาข้าชักจูงอย่างไรก็ไม่ฟัง ทำเอาข้าหงุดหงิดจนต้องไปลงกับเพทรา กล่าวราวกับมิใช่ความผิดของตนเอง

 

เพทรายิ่งเม้มริมฝีปากแน่นก่อนกัดฟันเอ่ย ท่านหมายถึงคืนที่ท่านรักษาแผลให้ข้ารึ

 

จะมีตอนไหนให้ข้ารังแกเจ้าอีกเล่า ฮ่าฮ่า ตอบสรวลสนุกสนาน เจ้าเองก็ดื้อไม่น้อยหน้านี่

 

ท่านนี่.... ราชินีฮึดฮัดราวกับอยากจะกล่าวบริภาษแต่ก็เก็บงำไว้ ใบหน้างามคมแดงก่ำไปด้วยความโกรธ ทว่าในขณะเดียวกันความรู้สึกดีๆก็ก่อตัวขึ้นภายใน อย่างน้อยการที่เธอได้พบเคฮ์เฟรนนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้หากไม่มีเทพจอมร้ายกาจเช่นนี้ชักใย

 

ว่าอย่างไร เงียบไปเช่นนี้แปลว่ายอมเป็นราชินีของข้าแล้วใช่ไหม เพทรา ท่านอนูบิสยังคงรุกไล่เรื่องการอภิเษกไม่เลิกราพร้อมทั้งเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นเมอร์เซ็ทดังเดิม ใบหน้าหล่อเหลานั่นยียวนจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือเทพเจ้าผู้สำรวมในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์มากมาย

 

เมอร์เซ็ท..เจ้านี่!” เมื่อคืนรูปลักษณ์มนุษย์เพทราก็ลืมตัวเผลอตอบโต้ อย่างไม่นึกเสียใจเธอสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนเดินไปหลบทางเนเฟอร่า เกาะหลังนักเดินทางแห่งแสงไว้ราวกับเด็กหาที่ซ่อน

 

ไม่เอาน่าอย่าทำให้เนเฟอร่าลำบากใจสิ เมอร์เซ็ทหยอก

 

เนเฟอร่าที่ทำตัวเป็นผู้ดูอย่างสงบแต่แรกเกิดอาการคิ้วกระตุกอย่างช่วยไม่ได้ ท่านนั้นแหละที่ทำให้คนอื่นลำบากใจ เธอตำหนิท่านอนูบิสด้วยสายตา มุมปากเผยรอยยิ้มเครียดๆ

 

เจ้ารังเกียจข้างั้นหรือ เพทราน้อย เมื่อตื้อไม่ได้ผลก็เริ่มอ้อน ท่านอนูบิสในร่างมนุษย์เผยรอยยิ้มจริงใจสว่างไสวที่ไม่น่าไว้ใจเป็นที่สุด

 

ข้าจะพิจารณาดูอีกทีแล้วกัน เพทราตอบพร้อมใบหูเปลี่ยนเป็นสีแดงซุกหน้าลงกับไหล่ของเนเฟอร่า

 

เนเฟอร่าอดยิ้มออกมาไม่ได้ ดูเถิดใครจะนึกว่าราชินีที่เย่อหยิ่งจองหองจะมีโฉมหน้าราวกับเด็กไร้เดียงในเรื่องรักใคร่ อย่างไรเสียเพทราอาจจะร้ายกาจแต่เป็นความร้ายกาจที่แสนบริสุทธิ์ ราวกับดวงวิญญาณที่เคยถูกเมฆหมอกบดบังบัดนี้กลับฉายแสงเจิดจรัส

 

เนเฟอร่าระบายลมหายใจอย่างสบายใจรำพึงออกมาโดยไม่รู้ตัว ข้าเข้าใจแล้วท่านอนูบิส ถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่

 

พลันรอบกายเนเฟอร่าก็สว่างวาบอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

 

 

ไหนเนเฟอร่าน้อยเจ้าบอกข้าสิว่าเจ้าได้เรียนรู้สิ่งใด เสียงทุ้มอ่อนโยนกล่าวเมตตา เทพแห่งคนตายผู้มีเศียรแห่งหมาไนนั่งอยู่บนบังลังก์ ข้างกายยังคงมีสุนัขสีนิลดวงตาดั่งทับทิมหมอบเฝ้าไม่ห่าง

 

เนเฟอร่ากระพริบตาถี่ๆ เหลียวมองรอบด้านก็พบว่าตนเองกลับมาอยู่ในห้วงมิติเวลาแห่งเทพเบื้องหน้าบัลลังก์แห่งอนูบิส มือทั้งสองยังประคองมีดสั้นแห่งกาลเวลา เฮรูบินโฉบมาด้านหน้าส่ายหัวไปมาอย่างุนงง ครู่หนึ่งมันยังอยู่ในพระราชวังแห่งอียิปต์ แต่ในพริบตามันกลับมาอยู่ในห้วงเวลามืดสนิทนี้

 

ทั้งหมดเป็นความฝันหรือคะท่านอนูบิส เนเฟอร่าถามงุนงง

 

อา ไม่หรอกนั่นคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในห้วงเวลาแห่งอดีต ก่อนที่เจ้าจะถือกำเนิดขึ้นมาเสียอีกเนเฟอร่า คิดเสียว่าเจ้าได้ข้ามผ่านกาลเวลากลับมาที่นี่เถอะ

 

เนเฟอร่าได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสบายใจ เธอสูดลมหายใจลึกก่อนตอบ ข้าจะมีชีวิตอยู่อย่างซื่อตรงต่อวิญญาณของตนเองค่ะท่านอนูบิส ข้าจะไม่ลืมการพบกันที่แสนอัศจรรย์ของพวกเรา ทั้งเพทรา เคฮ์เฟรน ตัวข้า และ ท่านเมอร์เซ็ท เธอตอบยิ้มน้อยๆแววตายังคงมองเทพผู้ขี้เล่นอย่างประเมินว่าต่อไปในกาลหน้าจะนำเรื่องวุนวายใดมาอีก

 

ดี! สมแล้วที่ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้าเนเฟอร่า เทพอนูบิสชื่นชม

 

ว่าแต่หลังจากนั้นเพทรากับท่านอนูบิสได้ เอ่อ... เนเฟอร่าอดถามไม่ได้

 

แล้วเจ้าว่าเทพเจ้าผู้ฉลาดเฉลียวและมีเมตตาเช่นช้าจะมีใครปฏิเสธได้ลงคอรึ ฮ่าฮ่า ท่านอนูบิสตอบอย่างมั่นใจจนเนเฟอร่าค้อนใส่

 

แล้วตอนนี้เพทราละค่ะ เนเฟอร่าถามตระนักดีว่าอย่างไรเสียเพทราก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา

 

นางได้ละทิ้งกายหยาบแห่งปุถุชนมานานแล้ว ทั้งเคฮ์เฟรนทั้งเพทราบัดนี้มิได้อยู่ในวัฏสงสารอีกต่อไป ท่านอนูบิสตอบเรียบเรื่อยแต่เนเฟอร่ากลับขมวดคิ้วจ้องมองเทพเจ้าต้องการความกระจ่าง

 

ทันใดหมาไนขนสีดำสนิทเรียบลื่นที่ปกติจะหมอบเฝ้าเทพอนูบิสดั่งรูปปั้นก็ขยับตัวลุกเดินตรงมายังเนเฟอร่า แต่ละเยื้องย่างงามสง่า มันเดินมานั่งลงแทบเท้านักเดินทางแห่งแสง เงยหน้าจ้องมองเนเฟอร่าด้วยดวงตาสีแดงใสกระจ่าง

 

เจ้า มีอะไรหรือ เนเฟอร่าถามเมตตาพลางย่อตัวลงข้างกายสุนัขรับใช้แห่งเทพอนูบิส เจ้าสุนัขแสนรู้ยกอุ้งเท้าของมันขึ้น เนเฟอร่าจึงเอื้อมมือไปรับไว้โดยสัญชาติญาณแล้วเธอก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

 

นี่มัน................. เนเฟอร่าพูดพลางยิ้มกว้างอย่างไม่อาจห้ามได้ จ้องมองอุ้งเท้านุ่มนิ่มในมือ หากสังเกตให้ดีแล้วที่เท้าข้างขวาของสุนัขตัวนี้มีรอยกรีดยาวสลักอยู่ ไม่ต้องสงสัยเลยนี่คือ....

 

คมมีดแห่งกาลเวลาสลักรอยแผลลึกถึงวิญญาณ คราวนี้เทพแห่งคนตายเฉลยปริศนาทุกสิ่ง

 

เนเฟอร่านั่งลงกอดสุนัขสีนิลไว้แนบแน่นราวกับได้พบเพื่อนรักที่จากมานานแสนนาน น้ำตาหยดเล็กๆไหลออกมาด้วยความปิติ สุนัขตัวนั้นครางเบาๆตอบรับอ้อมกอดของเนเฟอร่าเบียดตัวเข้าหา มันจ้องกลับไปยังเทพอนูบิสด้วยดวงตาแดงพิสุทธิ์

เทพอนูบิสเพียงยิ้มตอบกลับมาพร้อมหัวเราะเบาๆ

สุดท้ายข้ากับเจ้าก็อยู่เคียงข้างกัน

 

 

 

END~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #55 yaos (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:30
    สนุกมากๆค่ะ จะรอตอนต่อไปนะ
    #55
    0
  2. #51 A Little Palm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 17:47
    สนุกมากค่ะไรเตอร์ ว่าแต่ว่า ไรเตอร์ จะมีเพิ่มอีกมั้ย
    #51
    0
  3. #49 GoodDavil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 21:42
     กี้สสส หนุกอ่าาาา จะมีต่อมั้ยไรท์เตอร์
    #49
    0
  4. #30 whisper (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2553 / 19:43

    ...เคฮ์เฟรนหัวเราะ น่าจะเป็นเมอร์เซ็ทไม่ใช่หรอคะ เคฮ์เฟรนตายไปแล้วนี่นา

    จบไปแบบงงๆหรือว่าเราอ่านไม่ครบถ้วนเอง ไม่น้า~นั่งอ่านตั้งนานT^T

    ชอบอนูบิสอ่ะ>///<

    จะมีภาค 2 มั้ยคะ

    #30
    0
  5. #27 Queen of light (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:29
    เพทราสุดท้ายเป็นท่านหมาหรอ...

    โอ้แม่จ้าววววววววววววววววววว

    ท่านอนูบิสเท่อย่างแรงงงงงงงงง

    อยากให้มีภาค2อ่ะ......................
    #27
    0
  6. #25 มะเมี๊ย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2553 / 23:32

    โห สนุกมากเลยอ๊ะ

    #25
    0
  7. #20 Fhal2a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 20:09
    555 ดีใจนะเนี่ยที่ชอบ *0* อิอิปลื้ม
    จะเอาภาค2เลยหรอ *0*

    หุหุหุ
    #20
    0
  8. #19 Zozo - Lazy - FoX (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 03:37

    ว่าจะไปนอนละ แต่อดใจไม่ไหว...

    โอ้ยยยยย!!!!!!!!!!!!

    เนเฟอร่าน่าร้ากกกกกมากกกกกกกก เฮรูก็ด้วย

    ทั่นอนูบิสเท่โครตตตตต >////<

    เพทราก็น่ารักดีแฮะ ^^

    เขียนสนุกดีจัง ประมาณว่ากำลังอ่านการ์ตูน คริ คริ อ่านแล้วเกิดกำลังใจอยากไปนั่งปั่นเรื่องหลักให้จบไวๆ มั่งจังเล้ยยย  ;)

    ชอบบุคลิกของเมอร์เซ็ทกับอนูบิสในเวอร์ชั่นตอนจบนี้นะ ร้ายกาจดี ชอบๆ


    จะมีภาค 2 มิ? เพิ่มตัวละครหลักอีกตัวไปด้วย...หึหึ

    #19
    0