มันตราแห่งคมมีดที่กรีดผ่านกาลเวลา

ตอนที่ 3 : โองการแห่งเทพเป็นประกาศิต เธอเป็นข้ารับใช้ และดวงตาแห่งเทพที่กรีดลงบนใจของเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    7 ม.ค. 53

(องก์ที่2)

 

โองการแห่งเทพเป็นประกาศิต เธอเป็นข้ารับใช้

และดวงตาแห่งเทพที่กรีดลงบนใจของเธอ

 

 

 

            เนเฟอร่ากำลังยืนเหม่อลอยอยู่ในทุ่งกว้าง มันเขียวขจี สายลมโชยพัดสดชื่น กลิ่นดินอ่อนๆทำให้จิตใจสงบ เธอก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าช้าๆ เงาร่างคุ้นเคยปรากฏตรงหน้า ท่านผู้นั้นมีเศียรแห่งสุนัขสีดำสนิท ร่างงามสง่าองอาจนั่งอยู่บนพื้นหญ้า มีหมาไนขนดำเงาเป็นมันคลอเคลียไม่ห่าง

 

            ท่านอนูบิส....เนเฟอร่ารำพึงเบาๆก่อนคุกเข่าลงทำความเคารพ เธอวางมือไว้บนเข่าข้างหนึ่งที่ชันขึ้น หลังตั้งตรง ดวงตาแน่วแน่

 

โองการของท่านข้าได้ปฏิบัติลุล่วงแล้ว ส่งมอบสมบัติแห่งเทพแก่ราชินีเพทรา   นักเดินทางแห่งแสงกล่าวราวตุ๊กตาไร้อารมณ์

 

            ข้าสั่งให้เจ้าเฝ้าดูนางใช่ไหม เจ้าคิดอย่างไรกับราชินีองค์นี้เล่า? ” อนูบิสถามโดยไม่หันมามองเนเฟอร่าสักนิด พระองค์กำลังหยอกเย้ากับหมาไนตรงหน้า มือข้างหนึ่งวางลงบนพื้นหญ้านุ่ม อีกข้างโอบประคองสุนัขสีนิลรักใคร่ เจ้าสุนัขตัวนี้กระดิกหูน่าเอ็นดู พร้อมเอาจมูกมาเคลียแก้มเทพแห่งความตาย ออดอ้อน

 

            ไม่ว่าอะไรก็ตามที่นางตั้งใจทำ ต้องมิใช่เรื่องดี   เนเฟอร่าตอบเรียบๆ

 

            เจ้าตัดสินจากสิ่งใดเล่า ว่าเรื่องไหน ดี หรือ ไม่ดี  อนูบิสถามต่อยังคงเพลิดเพลินกับกิริยาอ้อนของสุนัขข้างกาย

 

            ข้ามั่นใจว่า เพื่อบรรลุความต้องการแล้วนางสามารถเหยียบย่ำทุกสิ่งก้าวเดินผ่านไป  เนเฟอร่านึกไปถึงภาพเพทราบนบัลลังก์ทองคำรายล้อมด้วยบรรดามีดสั้นแสนงดงาม

 

            ถ้าเจ้าเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ดี เจ้าจะห้ามนางหรือไม่? ”  พระองค์ยังคงถามต่อโดยไม่แม้แต่ชำเลืองมองดูเนเฟอร่า

 

            ไม่ค่ะ หน้าที่ของข้าหลังจากส่งมอบก็คือเฝ้าดู ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชะตากรรมที่เทพเจ้ากำหนด   นักเดินทางแห่งแสงตอบหนักแน่นราวกับเทพีผู้เที่ยงธรรม

 

            วินาทีนั้นเองเป็นครั้งแรกที่เทพอนูบิสหันมา นัยน์ตาสีแดงวาวโรจน์ พระองค์แสยะยิ้ม
 

ดีมาก ดีมากจริงๆ เจ้าช่างเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อตรง   สุนัขสีดำที่เคยคลอเคลียถอยหลังจากอ้อมกอดนั้น มันนั่งตัวตรงจ้องมองเนเฟอร่าราวกับรูปปั้นมีชีวิต เธอพึ่งสังเกต ดวงตาของมันเหมือนกับดวงตาของเทพแห่งความตายไม่ผิดเพี้ยน แดงราวเปลวไฟ

 

เจ้าทำถูกต้องแล้วเนเฟอร่า ทว่านอกจากเฝ้าดูแล้วข้าอยากเพิ่มงานให้เจ้าอีกสักหน่อย จงช่วยเหลือราชินีเพทราด้วยความสามารถทั้งหมดที่เจ้ามี  เสียงของเทพอนูบิสก้องกังวาลโอบล้อมเนเฟอร่าจากทุกทิศ

 

นักเดินทางแห่งแสงสัมผัสได้ถึงอันตรายในน้ำเสียงนั้น ช่องว่างในใจของเธอกระตุกวูบหนึ่ง ทว่าเธอกลับโน้มศีรษะลง รับโองการโดยดุสดี

 

ทุกสิ่งตามที่ท่านประสงค์ค่ะ ท่านอนูบิส

 

พลันบรรยากาศรอบด้านก็มืดบอดลง เนเฟอร่ารู้สึกได้ถึงนัยน์ตาสีแดงสดสองคู่จ้องมองเธอไม่กระพริบ จ้องจนหัวใจเต้นระรัวราวถูกกรีดกระชาก...


 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

“ .....ร่า.....เนเฟอร่า

 

เสียงอ่อนโยนเรียกเธอแว่วมา ชั่วขณะหนึ่งเธอคิดว่านั่นคือเสียงของท่านเรฟา เธอจึงเผยรอยยิ้มน้อยๆพร้อมปรือตาขึ้น ทว่าดวงหน้าที่เห็นหาใช่ผู้เป็นที่รักไม่ กลับเป็นดวงหน้าคมสันอ่อนเยาว์ นัยน์ตาสีน้ำตาลเปลือกไม้จ้องมองเธอห่วงใย

 

ดีจริง เจ้าฝันร้ายสินะ ข้าเป็นห่วงอยู่เชียว เนเฟอร่า   เคฮ์เฟรนถอนหายใจโล่งอก  เพื่อนเจ้าทำข้าหวั่นใจไปคนแล้วถ้าหากเจ้าเป็นอะไรไปอีก ข้าคงรู้สึกผิดมากกว่านี้....

 

“...........”

 

เนเฟอร่าไม่ตอบ เธอฟังแล้วค่อยๆรวบรวมสติ เกิดอะไรขึ้นนะหลังจากเธอและเมอร์เซ็ทมาถึงหมู่บ้านเนเคน

 

อา...ใช่แล้ว ทั้งสองมาถึงก่อนคู่ของเพทราและเคฮ์เฟรน เฝ้ารอจนท้องฟ้ามืดมิดดวงจันทร์กระจ่าง เธอนั่งข้างคอนไม้กำลังลูบหัวเฮรู กองไฟสว่างไสวประทุอยู่ด้านหน้า ระหว่างเธอและเมอร์เซ็ทมีเพียงความเงียบก่อนที่เสียงเอะอะจะทำลายมันลง คนในหมู่บ้านต่างยินดีที่นายน้อยของพวกเขากลับมา ทว่า...

 

******************************************

 

เมอร์เซ็ท! เมอร์เซ็ท! เจ้ามาดูเพทราทีนางได้รับบาดเจ็บ เร็วเข้า! ”

 

เคฮ์เฟรนตะโกนร้อนใจเขาอุ้มหญิงสาวชุดขาว ผมดำยาวสยายของเธอระพื้น ร่างนั้นขาวซีด แขนของเธอตกลงราวกับตุ๊กตาขาดใย เนื้อตัวของเมอร์เซ็ทเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม แน่นอนมันเป็นเลือดของเพทรา

 

เมอร์เซ็ทโผเข้าไปดูทั้งสองคนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินและเลือดอย่างรวดเร็ว

 

เกิดอะไรขึ้น? ”

 

พวกเราสู้กับทหารอียิปต์ ข้าไม่ทันระวังนางเลยโดนทำร้ายจากด้านหลังเคฮ์เฟรนพูดรัวเร็วเจ้ารักษานางทีเมอร์เซ็ท

 

จำเป็นด้วยรึ? ” เมอร์เซ็ทถามอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เขายื่นมือไปเช็ดเลือดออกจากแก้มของเคฮ์เฟรนเบาๆ พลางยิ้มถ้าเป็นเจ้าก็ว่าไปอย่าง

 

เมอร์เซ็ท! ” เจ้าชายอียิปต์ขึ้นเสียงทำให้ผู้คนที่รายล้อมโดยรอบผวา เนอเฟอร่าแน่ใจว่ามันคงเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากราวพระอาทิตย์เที่ยงคืน

 

เมอร์เซ็ทยกมือทั้งสองขึ้นปรามเคฮ์เฟรนพลางทำท่าเหนื่อยหน่ายใจ ตกลง ตกลง เจ้าไม่ต้องโวยวายก็ได้ ดูสิเจ้าปลุกคนทั้งหมู่บ้านแล้วมัง

 

เขาปรายตามองเนเฟอร่าที่อยู่ด้านหลังพร้อมคนอื่นๆโดยรอบ

 

ส่งมา ข้าจัดการเองเมอร์เซ็ทรับเพทราจากเคฮ์เฟรนง่ายดายเหมือนนางเป็นตุ๊กตาไร้น้ำหนักตัวหนึ่ง

 

อย่าให้ใครเข้ามากวนข้าล่ะ  เขากล่าว ดวงตาสีดำเป็นประกายเจ้าเล่ห์ ก่อนอุ้มเพทราจากไปด้านใน

 

******************************************

 

'จากนั้นข้าก็เผลอหลับไป'  เนเฟอร่าคิด

 

เพทราเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้ เธอถาม แม้ไม่ใคร่อยากรู้นักแต่อย่างไรเสียเธอก็ได้รับบัญชาให้คอยช่วยเหลือราชินี

 

อา คงไม่เป็นไรแล้วล่ะ ลองมีเมอร์เซ็ทอยู่ด้วย ก็เหมือนมีเทพมาอำนวยพร  

 

เคฮ์เฟรนกล่าวจริงใจ เนเฟอร่ามองชั่งใจ ไม่รู้ทำไมเธอชักจะเห็นด้วยแล้วว่าเพทราและเคฮ์เฟรนเป็นสิ่งมีชีวิตคนละขั้ว หากจับทั้งสองมาคู่กันก็คงเปรียบได้กับสีขาวและสีดำที่พาดสลับบิดเกลียวกันงดงาม

 

เคฮ์เฟรนขยับกายเข้ามาใกล้ วางฝ่ามือลงบนหน้าผากเนเฟอร่าเหมือนจะวัดไข้

 

เจ้าสบายดีก็ดีแล้ว   เขายิ้ม

 

เฮรูส่งเสียงก้อกแก้กในลำคอเบาๆก่อนไถหัวของมันกับแขนของเจ้าชาย เป็นกิริยาประหลาดนักที่เฮรูจะทำท่าสนิทสนมกับใคร ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกดีๆในตัวเนเฟอร่าที่มีต่อเคฮ์เฟรน

 

อืม   เธอยิ้มอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว

 

เคฮ์เฟรนยิ้มกลับมา  ฮ่าฮ่า เจ้ายิ้มจริงๆด้วย เมื่อกี้ข้านึกว่าตาฝาดไป แต่นี่เจ้ายิ้มถึง2ครั้ง น่ารักจริงๆเขาชมคล่องปาก เรียกสีแดงระเรื่อบนใบหน้าของเนเฟอร่า

 

เจ้ายิ้มแบบนี้แหละดีแล้ว เหมาะกับเจ้าที่สุดเนเฟอร่า   เขาลูบหัวสาวน้อยเบาๆ อ่อนโยนอบอุ่นนัก ใจเธอนึกถึงท่านเรฟาอีกครา........................

 

มาเถอะข้าจะพาเจ้าไปรู้จักกับครอบครัวข้า แม่ข้ากับน้องสาว นางพึ่งจะคลอดน่ารักเหมือนเจ้าเลยล่ะ   เจ้าชายกล่าวยิ้มแย้ม

 

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

เมอร์เซ็ทเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย เขารอจนดวงตาปรับสภาพกับแสงรำไรจึงค่อยๆ หันไปมองรอบด้าน สายตาหยุดบนบนร่างระหงของราชินีเพทราที่นอนสลบอยู่

            เขาเหยียดยิ้มก่อนคุกเข่าลงข้างหญิงสาวพร้อมวางมือข้างหนึ่งยันตัวไปด้านหน้า คร่อมร่างของเธอไว้จนมิด ลมหายใจแผ่วเบาเป่ารดใบหู

 

จะแกล้งหลับไปถึงเมื่อไรกันเจ้าหญิง   เขาเอ่ย อดไม่ได้ที่จะขบหูนั้นเบาๆ

 

เจ้าคนไร้มารยาท!   เสียงของเพทราโต้กลับมา เธออยู่ในสภาพนอนคว่ำ ใบหน้าตะแคงมาทางเมอร์เซ็ท

 

ออกไป   เธอสั่งเฉียบขาดราวกับเจ้าชีวิตสั่งทาส

 

เห็นทีจะไม่ได้ ไม่งั้นเคฮ์เฟรนโกรธข้าแย่   เขาตอบพลางกระชากชุดสีขาวที่เปรอะเปื้อนของราชินีออก พิจารณาแผ่นหลังเนียนที่มีรอยแผลพาดยาวจากบนลงล่าง เมอร์เซ็ทโน้มใบหน้าจนชิดปลายจมูกจรดผิวเนื้ออ่อนนุ่ม

 

อย่างที่คิดแผลเจ้าไม่ลึกเท่าไร ไม่เหมือนคนที่โดนฟันปางตายด้วยซ้ำ เมอร์เซ็ทเอ่ยเรียบๆก่อนสูดกลิ่นกุหลาบอ่อนๆอย่างพอใจ

 

อย่างน้อย การรักษาเจ้าก็คงเพลิดเพลินไม่น้อย เขากล่าวเสียงต่ำถึงเจ้าจะแกล้งเจ็บหนักก็เถอะ

 

เพทราเบิกตากว้าง ชายผู้นี้รู้รึ!? จริงๆ แล้วเธอสามารถหลบคมดาบได้ง่ายดายแต่เธอเลือกที่จะรับมัน จับจังหวะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป ให้ปลายดาบกรีดลงบนแผ่นหลัง ตัดผ่านเนื้อของเธอลึกพอที่จะเรียกเลือด แต่ไม่โหดเหี้ยมพอที่จะทำลายชีวิต ทว่าความเจ็บปวดเป็นของจริง เธอสลบไปและมารู้สึกตัวตอนเคฮ์เฟรนตะคอกเพื่อนรักของเขา

 

เจ้ารู้ว่าเคฮ์เฟรนเป็นคนใจดีใช่ไหมล่ะ ถึงคิดจะใช้บาดแผลของเจ้ามาบงการเขา

 

เมอร์เซ็ทกล่าวเรื่อยๆ ลมหายใจยังคงเป่ารดใบหูเพทรา มันร้อน ร้อนเกินไปด้วยซ้ำ เขาลากปลายนิ้วตามรอยแผลสีแดงสดนั้นเลือดยังรินไหลไม่ขาดสาย

 

เพทรากัดริมฝีปาก โกรธแค้น คนที่ควรจะอยู่ตรงนี้สมควรเป็นเคฮ์เฟรน เธอยังมีธุระกับเจ้าชายอีกมาก แล้วราชินีก็รู้สึกถึงปลายนิ้วที่กรีดซ้ำลงบนแผล ลมหายใจข้างใบหู แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอเย็นวาบ แต่ใบหน้ากลับร้อนจัด ในสภาพกึ่งเปลือย ในสภาพที่ถูกควบคุมโดยเป็นผู้ทีอยู่เบื้องล่างนั้น ทำให้ใบหน้าเพทราแดงก่ำ ในหัวร้อนวูบวาบ เธอจัดให้มันเป็น ความโกรธ

 

เธอคำรามในลำคอยันตัวขึ้นมารวดเร็ว ไม่สนใจความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา วาดศอกหมายจะกระทุ้งใบหน้าเย็นชาของเมอร์เซ็ทให้เต็มรัก

 

ตึง!

 

โว่ว โว่ว!เสียงอุทานแปลกใจของเมอร์เซ็ท ตามด้วยเสียงทึบๆ กระแทกพื้นรวดเร็ว

 

ราชินีงุนงง ใบหน้าของเธอครึ่งหนึ่งฝังลงบนพรมขนสัตว์อ่อนนุ่ม แต่ความเจ็บแล่นปราดสู่สมอง เธอดิ้นรนพยายามสะบัดหัวไปมาทว่าไร้ผล ฝ่ามือของเมอร์เซ็ทกดหนักขึ้นอีก ชั่ววินาทีที่เพทราหวังทำร้าย เขากดหัวของเธอลงรุนแรง แรงจนน่ากลัวว่ากระดูกคอของเธอจะหักออกจากกัน!

 

ไม่เชื่องสินะ อย่างเจ้านี่ ขนาดเจ็บอยู่แล้วยังรนหาเรื่องเจ็บเพิ่มอีก  

 

เพทราเหลือบตามองชายเบื้องบน มืออีกข้างหนึ่งของเขากดไหล่เธอไว้ไร้ความปรานี แวบหนึ่งเพทราเห็นแววสะท้อนสีแดงในดวงตาสีดำใสคู่นั้น

 

เจ้ามาในเวลาไม่ดีเอง เพราะตอนนี้ข้ากำลังอารมณ์ไม่ดี ไม่ดีเอามากๆ

 

 เมอร์เซ็ทกล่าวเย็นเยียบไม่ผ่อนแรงแม้สักนิด ยิ่งเพทราดิ้นเขาก็ยิ่งกดน้ำหนักลง ราชินีดิ้นรนจนเริ่มสิ้นแรงเลือดรินไหลเปรอะเปื้อน

 

หึ หึ ถ้าเจ้าทำร้ายข้า เคฮ์เฟรนจะไม่ให้อภัยแน่นอน   เพทรารวบรวมสติกล่าวโกรธแค้น ศักดิ์ศรีของเธอยังคงดิ้นรน วิ่งพล่านราวสัตว์ป่าติดกับดัก

 

เพี้ยะ!  เมอร์เซ็ทสะบัดหลังมือกระทบหน้าหญิงสาวรวดเร็ว แรงกดที่ศีรษะหายไปแล้วแต่เพทรายังคงไม่สามารถเงยหน้าได้ในหูมีแต่เสียงอื้ออึง

 

ไม่น่ารักเลย   เขากล่าว  ถ้าเจ้าว่าง่ายเหมือนเคฮ์เฟรนก็ดีสินะ

 

เขาถอนใจ ยังไงเคฮ์เฟรนก็ไม่โกรธข้าหรอก เพราะอีกเดี๋ยวแผลของเจ้าก็จะหายไปราวปาฎิหารย์

 

เขาคุกเข่าคร่อมตัวเพทราไว้จากด้านหลัง จับแขนทั้งสองของเธอแน่นพลางขู่อันตราย

 

แล้วข้าก็ไม่กลัวเจ้าไปจะฟ้องเขาด้วย ถ้าเจ้ายังอยากให้ข้าเงียบเรื่องที่เจ้าแกล้งรับดาบให้ตัวเองได้แผลนะ

 

หลังจากอ้อยอิ่งอยู่ข้างใบหน้าหญิงสาว เขาลากจมูกลงผ่านซอกคอ หัวไหล่ เรื่อยมาถึงแผ่นหลัง เมอร์เซ็ทจรดริมฝีปากลงบนรอยแผลนั้นอย่างอ่อนโยน สัมผัสมันแผ่วเบา เสียงร่ายมนตร์ขับกล่อมเพทราให้อยู่ในภวังค์

 

ชายผู้นี้เป็นนักบวชรึ? ราชินีคิดในใจ รู้สึกว่าร่างกายที่แข็งขืนเริ่มผ่อนคลาย สาบานเถอะ! อามุนเร เจ้าคนโหดเหี้ยมหยาบช้าเมื่อสักครู่กลับสัมผัสเธอได้อ่อนโยนขนาดนี้ แผ่นหลังของเพทราสั่นระริกตามจังหวะร่ายมนตร์

 

เมอร์เซ็ทยังคงร่ายมนตร์รักษาไม่ขาดสาย ปลายลิ้นสัมผัสบาดแผลของเธออย่างอ่อนโยน ทำราวกับเธอเป็นสัตว์ที่บาดเจ็บ สักพักเมอร์เซ็ทช้อนแขนข้างหนึ่งเข้าใต้ท้องเพทราแล้วยกตัวเธอขึ้นมานั่งอยู่บนตัก มืออีกข้างสัมผัสทรวงอกนุ่มแผ่วเบา

 

เจ้า... เพทราคำรามในลำคอ เธอรู้สึกว่าปลายนิ้วของเมอร์เซ็ทค่อยๆ กดลงบนหน้าอกด้านซ้าย เสียงลมหายใจของเขาประสานกับเสียงหัวใจของเธอ

 

ชู่ว...   เมอร์เซ็ทปลอบอ่อนโยน สงบใจลง มนตราจึงจะรักษาเจ้าได้

 

เพทราปรือตาลงเธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นรดข้างแก้ม ใบหน้าที่บวมช้ำไม่เจ็บอีกต่อไปแล้ว แต่มันยังคงแดงก่ำ เธอครางด้วยความขัดใจ

 

ผละจากใบหน้าที่ชวนหลงใหลนั้น เมอร์เซ็ทยังคงรักษาเพทราต่อ เขาลากปลายลิ้นบนบาดแผลนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราชินีไม่ขัดขืน ความเจ็บปวดค่อยๆจางหายไป

 

เพทราเลือกที่จะไม่ใส่ใจ อย่างไรเสียเธอก็มีเรื่องอื่นให้กังวล เรื่องอื่นที่สำคัญกว่า เธอนึกถึงเคฮ์เฟรนอย่างช่วยไม่ได้ แม้เมอร์เซ็ทยามนี้จะอ่อนโยนแต่ก็ช่างให้ความรู้สึกแตกต่างจากเพื่อนโดยสิ้นเชิง เคฮ์เฟรนไม่ได้ทำให้เธออึดอัดราวอยู่ในเปลวไฟเช่นนี้

 

นึกสบถตัวเอง เพทราเลือกที่จะเลิกคิดเรื่องเมอร์เซ็ทอีกต่อไป เธอมุ่งความสนใจไปที่เคฮ์เฟรน แล้วเธอก็นึกได้ ทั้งๆที่มีชะตากรรมเดียวกันแต่เคฮ์เฟรนเลือกที่จะเดินคนละเส้นทางกับเธอ

 

ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของเขาเธอก็อยากฉีกกระชากมันลงมาและเหยียบย่ำอย่างไร้ปราณีเหลือเกิน....

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #45 P*LhBr_Za (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 10:24
    oh my godsh !!!!!

    O[]O !

    OXO !

    >///////< !

    i love this story !!!!!~ >[]o //
    #45
    0
  2. #29 Fhal2a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2553 / 13:24

    กลับมาอ่านของตัวเองอีกรอบ น่าเอาไปรีไรท์แฮะ บทนี้ *0* (ให้โหดก่านี้!?)

    #29
    0